<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การเงิน &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jul 2026 09:22:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>การเงิน &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอีกแล้ว ทำราคาน้ำมันเดือด และทิศทางอนาคตหุ้นชิป AI</title>
		<link>https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-oil-prices-ai-chips/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-oil-prices-ai-chips/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 07:51:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ชิปประมวลผล]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามอิหร่านสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นชิปAI]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=5950</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลกในวันนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งอีกต่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-oil-prices-ai-chips/">วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอีกแล้ว ทำราคาน้ำมันเดือด และทิศทางอนาคตหุ้นชิป AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>โลกในวันนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งอีกต่อไป เพราะทุกเหตุการณ์ล้วนเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน การเคลื่อนย้ายเงินทุน ไปจนถึงการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเร่งเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว หลายครั้งข่าวที่ดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว อาจกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ ผลตอบแทนการลงทุน และการดำเนินธุรกิจของผู้คนทั่วโลก</p>



<p><strong>หนึ่งในประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตา</strong> คือ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งไม่ได้สร้างแรงกดดันเฉพาะต่อตลาดน้ำมัน แต่ยังอาจลุกลามไปสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ผ่านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านการขนส่ง จนเกิดคำถามสำคัญว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ <strong>&#8220;Chipflation&#8221;</strong> หรือเงินเฟ้อจากชิปประมวลผลหรือไม่ และหากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะขยายวงกว้างไปถึงอุตสาหกรรม AI ศูนย์ข้อมูล (Data Center) สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และตลาดทุนทั่วโลกอย่างไร?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอีกแล้ว ทำราคาน้ำมันเดือด และทิศทางอนาคตหุ้นชิป AI</strong></h2>



<p><strong>THE SIGNALs</strong> จะพาไปถอดรหัสความเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และทิศทางเศรษฐกิจโลก เพื่อทำความเข้าใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจเป็น<strong> &#8220;สัญญาณ&#8221;</strong> สำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจและการลงทุนในวันข้างหน้า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1-819x1024.jpg" alt="วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอีกแล้ว ทำราคาน้ำมันเดือด และทิศทางอนาคตหุ้นชิป AI" class="wp-image-5986" title="วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอีกแล้ว ทำราคาน้ำมันเดือด และทิศทางอนาคตหุ้นชิป AI" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและทิศทางราคาน้ำมันดิบ</strong></h3>



<p>ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ทางการสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในพื้นที่ของอิหร่าน ถือเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากเหตุการณ์ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลเตหะรานได้ย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้เรือลำใดแล่นผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์นี้โดยพลการหากไม่ได้รับการอนุมัติ</p>



<p>นอกจากนี้ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้มีการซื้อขายน้ำมันดิบของอิหร่าน ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยราคาน้ำมันดิบทั้งฝั่ง WTI และเบรนท์ (Brent) ต่างขยับตัวบวกไปกว่า 2.5%</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสี่ยงของตลาดในมุมมองของบรรณาธิการบริหารฝ่ายตลาดเอเชียจาก Bloomberg สะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาน้ำมันจะตอบรับอย่างฉับพลัน แต่นั่นยังถือเป็นการปรับตัวที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับช่วงที่ความขัดแย้งเพิ่งปะทุใหม่ๆ ระดับราคาในปัจจุบันยังคงอยู่ห่างจากจุดสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น สัญญาณเตือนที่ชัดเจนคือการที่เรือบรรทุกน้ำมันหลายลำเริ่มเปลี่ยนเส้นทางแบบ 180 องศาเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้คนในอุตสาหกรรมเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจขยายวงกว้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความผันผวนของตลาดหุ้นชิป AI และปรากฏการณ์ Tail Wagging the Dog</strong></h3>



<p>ในขณะที่ตลาดพลังงานกำลังประเมินสถานการณ์ เม็ดเงินในตลาดทุนนิวยอร์กกลับให้ความสนใจกับความคุ้มค่าของการลงทุนในอุตสาหกรรม AI โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปต้องเผชิญกับภาวะความผันผวนสูง แม้แต่บริษัทชั้นนำอย่าง Samsung ที่เพิ่งประกาศตัวเลขผลกำไรทำสถิติสูงสุด ก็ไม่อาจต้านทานแรงเทขายได้ หุ้นของ Samsung ร่วงลงไปถึง 9% บนกระดานเทรดที่โซล และปรับตัวลงต่อเนื่องอีกราว 1.4% ในขณะเดียวกัน ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ของฟิลาเดลเฟีย (PHLX) ในฝั่งสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลดลงกว่า 4.5%</p>



<p>ความผันผวนนี้แตกต่างจากช่วง 5 เดือนแรกของปีที่ตลาดมีความมั่นใจต่อแนวโน้มการเติบโตอย่างมาก ปัจจุบันตลาดเกาหลีใต้เริ่มมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางของตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ตลาดเอเชียชี้นำกระแสโลก คล้ายกับสถานการณ์ที่สิ่งเล็กชี้นำสิ่งใหญ่ (Tail wagging the dog) สิ่งที่น่าสนใจคือ จากสถิติ 16 ครั้งล่าสุดที่ผลประกอบการของบริษัทสูงกว่าเป้าหมายของนักวิเคราะห์ ราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลงในวันนั้นเสมอ ในทางตรงกันข้าม หากผลประกอบการออกมาต่ำกว่าคาดการณ์กลับดึงดูดแรงซื้อได้มากกว่า ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่สวนทางกับความรู้สึกทั่วไป</p>



<p>สำหรับความเคลื่อนไหวของบริษัท SK Hynix ที่เตรียมเสนอขาย ADRs จำนวน 178 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่ารวม 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปขยายสายการผลิตชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) กลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หุ้นบนกระดานโซลดิ่งลงกว่า 2.5% อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเป็นกลุ่มที่มีวัฏจักรขึ้นลงค่อนข้างชัดเจน การเร่งขยายกำลังการผลิตในวันนี้อาจส่งผลดีในช่วง 18 เดือนข้างหน้า ทว่าหากความต้องการในตลาดชะลอตัวลง ภาระต้นทุนส่วนเกินอาจกลายเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะยาว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเคลื่อนย้ายเงินทุนสู่ &#8220;เศรษฐกิจยุคเก่า&#8221;</strong></h3>



<p>เมื่อกระแสเงินไหลออกจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ การโยกย้ายเงินทุนในตลาดเอเชียจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม หากพิจารณาตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะพบว่า ดัชนีนิกเคอิ (Nikkei) ที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีค่อนข้างมาก เริ่มแสดงผลงานตามหลังดัชนี Topix ซึ่งสะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มกระจายความเสี่ยงกลับไปสู่กลุ่มธุรกิจเศรษฐกิจยุคเก่า บริษัทที่ไม่ได้อิงกับกระแสเทคโนโลยีเริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง</p>



<p>เทรนด์การกระจายเงินทุนนี้ปรากฏให้เห็นในตลาดสหรัฐฯ เช่นกัน โดยดัชนี S&amp;P สามารถรักษาสมดุลได้ดีเมื่อเทียบกับความผันผวนของ NASDAQ หรือดัชนี SOX นอกจากนี้ กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินในบางประเทศอย่างญี่ปุ่น เริ่มได้รับอานิสงส์จากการชันตัวของเส้นอัตราผลตอบแทนและอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้น แตกต่างจากฝั่งจีนที่ความต้องการสินเชื่อยังคงอยู่ในระดับต่ำ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตเงินเฟ้อชิปประมวลผล</strong></h3>



<p>ประเด็นที่เชื่อมโยงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ากับเศรษฐกิจระดับจุลภาคคือเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงและเงินเฟ้อไม่ลดลง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากชิปประมวลผล (Chipflation) ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเป็นรูปธรรม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่นวัตกรรม AI แต่รวมถึงอุปกรณ์ใกล้ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ Sony, เครื่องเกม Nintendo, เครื่อง Xbox ของ Microsoft และอุปกรณ์จาก Apple รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนเหล่านี้ ซึ่งท้ายที่สุด ภาระต้นทุนเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทวิเคราะห์ : ภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ อิหร่าน และเกมอำนาจในช่องแคบฮอร์มุซ</strong></h3>



<p>หากเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาตามมุมมองของนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) จะพบว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซมีความเปราะบางสูง นับตั้งแต่บันทึกความเข้าใจ (MOU) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน อิหร่านพยายามแสดงอำนาจควบคุมการเดินเรือเข้าออกอย่างเบ็ดเสร็จ โดยต้องการให้เรือพาณิชย์ใช้เส้นทางที่เลียบชายฝั่งของตนเพื่อการสอดส่องที่รัดกุม ในขณะที่เรือส่วนใหญ่นิยมใช้เส้นทางเลียบชายฝั่งโอมานซึ่งสหรัฐฯ ให้การรับรอง</p>



<p>ทั้งสองฝ่ายต่างมีจุดแข็งและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน สหรัฐฯ มีข้อได้เปรียบด้านแสนยานุภาพทางทหารที่ทรงพลัง แต่ก็เผชิญกับข้อจำกัดทางการเมืองภายในที่ผู้นำอาจไม่ต้องการลากยาวความขัดแย้ง ในขณะที่อิหร่านมีความเด็ดเดี่ยวทางการเมืองสูง และมองว่านี่คือการปกป้องอัตลักษณ์ของชาติ พวกเขาพร้อมยืนหยัดแม้ต้องแลกด้วยความสูญเสีย</p>



<p>สำหรับประเด็นโครงการนิวเคลียร์ กรอบเวลา 60 วันที่กำหนดไว้เพื่อหาข้อยุติอาจเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งทางการทูต เนื่องจากเป้าหมายหลักที่แท้จริงของอิหร่านในเวลานี้คือการสำแดงอำนาจเหนือช่องแคบฮอร์มุซ และบีบให้สหรัฐฯ ลดบทบาทในพื้นที่ดังกล่าวลง ข้อมูลจาก Axios ที่ระบุถึงการอนุมัติแผนปฏิบัติการของอดีตผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างการประชุม NATO ยิ่งตอกย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นเกมการเมืองที่ซับซ้อนและคาดเดาได้ยาก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong></h3>



<p>วิกฤตในตะวันออกกลางกำลังตอกย้ำให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันเชื่อมโยงกันมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะความขัดแย้งที่เริ่มต้นจากพลังงานและเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ สามารถส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ตั้งแต่ราคาน้ำมัน ต้นทุนการผลิตชิป ไปจนถึงราคาสินค้าเทคโนโลยีและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกได้ในเวลาเดียวกัน</p>



<p>ขณะที่กระแสการลงทุนด้าน AI ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการชิปประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลก็เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่หากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสำคัญปรับตัวสูงขึ้น ความเสี่ยงของภาว<strong>ะ “Chipflation” </strong>อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป ส่งผลให้ทั้งภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริโภคต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้</p>



<p><strong>ดังนั้น</strong> สิ่งที่ต้องจับตาในช่วงต่อจากนี้จึงไม่ได้มีเพียงทิศทางราคาน้ำมันหรือความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นชิป AI เท่านั้น แต่รวมถึงพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก และแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเป็นความท้าทายสำคัญอีกครั้ง เพราะในโลกที่พลังงาน เทคโนโลยี และการเงินเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ทุกความเคลื่อนไหวในจุดหนึ่งของโลก สามารถสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>สรุป : ผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง จากน้ำมันเดือดสู่ความผันผวนของชิป AI</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>ปัจจัยขับเคลื่อน (Drivers)</strong></td><td><strong>ผลกระทบที่ตามมา (Impacts)</strong></td></tr><tr><td>ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ</td><td>ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ดีดตัวพุ่งสูงขึ้น</td></tr><tr><td>ความผันผวนของตลาดหุ้น</td><td>หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป AI (เช่น Samsung, SK Hynix) เผชิญแรงเทขาย</td></tr><tr><td>การกระจายความเสี่ยงของเงินทุน</td><td>เม็ดเงินส่วนหนึ่งเริ่มไหลกลับสู่ธุรกิจ &#8220;เศรษฐกิจยุคเก่า&#8221; (Old Economy)</td></tr><tr><td>วิกฤตชิปประมวลผล (Chipflation)</td><td>อุปกรณ์ไอที เครื่องเกม และรถยนต์ มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น</td></tr></tbody></table></figure>



<p>บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</p>



<p>อ้างอิงจาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=nQWg1X_vu0o" target="_blank" rel="noopener">https://www.youtube.com/watch?v=nQWg1X_vu0o</a></li>
</ul>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-oil-prices-ai-chips/">วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอีกแล้ว ทำราคาน้ำมันเดือด และทิศทางอนาคตหุ้นชิป AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-oil-prices-ai-chips/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดโผ 3 หุ้น Laggard กำไรโตซ่อนมูลค่า รับเทรนด์ครึ่งปีหลัง 2026</title>
		<link>https://www.thesignals.net/q1-2026-earnings-3-laggard-stocks-high-margin/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/q1-2026-earnings-3-laggard-stocks-high-margin/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 02:53:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[งบไตรมาส1ปี2026]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นLaggard]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นมาร์จิ้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะลึกงบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ครึ่งปีหลัง2026]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3765</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฤดูกาลประกาศงบการเงินมักเป็นช่วงเวลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/q1-2026-earnings-3-laggard-stocks-high-margin/">เปิดโผ 3 หุ้น Laggard กำไรโตซ่อนมูลค่า รับเทรนด์ครึ่งปีหลัง 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฤดูกาลประกาศงบการเงินมักเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสำหรับนักลงทุนเสมอ ยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว การวิเคราะห์ตัวเลขให้ขาดและมองเห็นเทรนด์ก่อนใครคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในตลาด สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการประกาศงบไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ผ่านมา คือ ภาพรวมของบริษัทจดทะเบียนทำผลงานได้ร้อนแรงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ค่อนข้างมาก</span></p>
<h1><b>เปิดโผ 3 หุ้น Laggard กำไรโตซ่อนมูลค่า รับเทรนด์ครึ่งปีหลัง 2026</b></h1>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของงบไตรมาส 1 สแกนหาอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ชนะ ผู้แพ้ และแกะรอยหา &#8220;หุ้น Laggard&#8221; ที่ซ่อนมูลค่าและมีโอกาสเติบโตต่อในไตรมาส 2 โดยอิงจากข้อมูลสถิติที่จับต้องได้จริง อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ของคุณพิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research  : Alpha PULSE : Data-Driven Earnings </span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-3814" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-1-819x1024.jpg" alt="เปิดโผ 3 หุ้น Laggard กำไรโตซ่อนมูลค่า รับเทรนด์ครึ่งปีหลัง 2026" width="819" height="1024" title="เปิดโผ 3 หุ้น Laggard กำไรโตซ่อนมูลค่า รับเทรนด์ครึ่งปีหลัง 2026" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>สแกนภาพรวมกำไร Q1/2026 โตทะลุเป้าหมาย สะท้อนความคาดหวังที่ต่ำเกินไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเรามองเข้าไปที่ตัวเลขบรรทัดสุดท้าย จะพบว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1 เพิ่มขึ้นถึง 29% YoY และเติบโต 56% QoQ ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่การเติบโตธรรมดา แต่เป็นการเติบโตที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 14.7% และสูงกว่าที่ทีมนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 16.0% (สำหรับหุ้นใน BLS coverage)</span></p>
<p><b>อะไร คือ เบื้องหลังของตัวเลขที่สวยงามนี้?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากหลายมิติที่ผสานพลังกันอย่างลงตัว ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น :</b><span style="font-weight: 400;"> ส่งผลดีโดยตรงต่อค่าการกลั่นและส่วนต่างปิโตรเคมี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ต้นทุนที่ลดลงของกลุ่มสื่อสาร :</b><span style="font-weight: 400;"> รายได้จากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้น ในขณะที่ต้นทุนค่าโครงข่ายลดลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เมกะเทรนด์โลก (AI &amp; Data Center) :</b><span style="font-weight: 400;"> ดีมานด์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ AI และ Data center ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ :</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นของ GULF ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น หากเราตัดรายการพิเศษออกไปเพื่อดูผลการดำเนินงานที่แท้จริง จะพบว่า </span><b>กำไรหลักเพิ่มขึ้นถึง 44% YoY และ 45% QoQ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 18%</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ตัวชี้วัดกำไร (Q1/2026)</b></td>
<td><b>การเติบโตเทียบปีก่อน (YoY)</b></td>
<td><b>การเติบโตเทียบไตรมาสก่อน (QoQ)</b></td>
<td><b>ผลลัพธ์เทียบกับตลาดคาด</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กำไรสุทธิ (Net Profit)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+29%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+56%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูงกว่าตลาดคาด 14.7%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กำไรหลัก (Core Profit)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+44%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+45%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูงกว่าคาด 18.0%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สัดส่วนหุ้นที่กำไรดีกว่าคาด</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">TBC</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">TBC</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูงถึง 59% (ใกล้เคียงช่วงโควิด)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>สถิติที่น่าสนใจ</strong> คือ สัดส่วนจำนวนหุ้นที่ทำกำไรได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้นั้นพุ่งสูงถึง 59% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตโควิด-19 เลยทีเดียว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความคาดหวังของตลาดก่อนหน้านี้อยู่ในจุดที่ &#8220;ต่ำเกินไป&#8221;</span></p>
<p><b>ตารางประมาณการเติบโตของกำไร (สำหรับหุ้นใน BLS coverage)</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td rowspan="2"><b>กลุ่มอุตสาหกรรม</b></td>
<td><b>การเติบโตกำไรหลัก (Core) ไตรมาส 1/26</b></td>
<td><b>การเติบโตกำไรสุทธิ (Net) ไตรมาส 1/26</b></td>
<td><b>คาดการณ์กำไรหลัก (Core) ไตรมาส 2/26E</b></td>
<td><b>คาดการณ์กำไรสุทธิ (Net) ไตรมาส 2/26E</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>% YoY</b><span style="font-weight: 400;"> | </span><b>% QoQ</b></td>
<td><b>% YoY</b><span style="font-weight: 400;"> | </span><b>% QoQ</b></td>
<td><b>% YoY</b><span style="font-weight: 400;"> | </span><b>% QoQ</b></td>
<td><b>% YoY</b><span style="font-weight: 400;"> | </span><b>% QoQ</b></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">อาหาร (Food)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(30) | 85</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(28) | 92</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(38) | 15</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(35) | 6</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ธนาคาร (Banking)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(3) | 21</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(2) | 20</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(11) | (13)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(12) | (13)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">สินเชื่ออุปโภค (Consumer Fin.)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">17 | 12</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">17 | 12</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(5) | (1)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(5) | (1)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">74 | 29</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">52 | 25</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">41 | (16)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">64 | (16)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ปิโตรเคมี (Petrochemical)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">nm | nm</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">nm | nm</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">nm | 21</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">nm | 115</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">บรรจุภัณฑ์ (Packaging)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">63 | 73</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">74 | 30</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">12 | (20)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">19 | (23)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">รับเหมาก่อสร้าง (Construction)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(23) | (37)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">16 | (48)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">36 | 189</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">1 | 93</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรม (Industrial)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(2) | 13</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(1) | 16</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">37 | (40)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">51 | (41)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">วัสดุก่อสร้าง (Material)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">53 | nm</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">467 | nm</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">5 | 78</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(81) | (48)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">อสังหาริมทรัพย์ (Residential)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">11 | (39)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">8 | (40)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">8 | 44</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(8) | 43</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">พลังงาน (Energy)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">101 | 63</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">57 | 51</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">131 | 10</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">105 | 16</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">การแพทย์ (Health Care)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(5) | (2)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(5) | 4</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(4) | (11)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(5) | (11)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">สื่อและสิ่งพิมพ์ (Media)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(3) | (41)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">7 | (41)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">6 | 38</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">6 | 38</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ค้าปลีก (Consumer)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">11 | 5</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">13 | 9</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">5 | (15)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">9 | (16)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ขนส่ง (Transport)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0 | 28</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">(11) | 6</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">41 | (33)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">1 | (25)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ท่องเที่ยว (Tourism)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">19 | (56)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">48 | (16)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">4 | 67</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">6 | (4)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">สื่อสาร (ICT)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">33 | (2)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">64 | 12</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">35 | 6</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">45 | 2</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>รวมทั้งหมด (Total)</b></td>
<td><b>44 | 45</b></td>
<td><b>28 | 40</b></td>
<td><b>44 | 1</b></td>
<td><b>23 | 1</b></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>เจาะลึกรายกลุ่ม ใครรุ่ง ใครร่วง?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับการวางกลยุทธ์ เราจำเป็นต้องแยกชิ้นส่วนของตลาดออกมาดูว่า อุตสาหกรรมไหนคือผู้ขับเคลื่อนหลัก และอุตสาหกรรมไหนกำลังเผชิญกับแรงกดดัน</span></p>
<h4><b>กลุ่มที่กำไรหลักเติบโตโดดเด่น (Winners)</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง :</b><span style="font-weight: 400;"> ฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากส่วนต่างปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น และราคาปูนซีเมนต์ที่ปรับตัวสูงขึ้นราว +5% YoY</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มพลังงานและโรงไฟฟ้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ค่าการกลั่น (GRM) ขยายตัวแตะระดับ US$6.8/bbl (เทียบกับ $3.2/bbl ใน 1Q25) รวมถึง GULF ที่ได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ :</b><span style="font-weight: 400;"> แม้ดีมานด์สินค้าคอนซูเมอร์ทั่วไปอย่างสมาร์ทโฟนจะหดตัว (-6% YoY) แต่ยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์ (PC shipments) เริ่มกลับมาขยายตัว (+4% YoY) ที่สำคัญ คือ อุปสงค์ในกลุ่ม AI และ Data center แข็งแกร่งมาก โดยยอดขายสินค้าระบบจัดการพลังงานของ DELTA พุ่งขึ้นถึง 90% YoY</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มสื่อสาร :</b><span style="font-weight: 400;"> รายได้ต่อผู้ใช้ (Mobile blended ARPU) เพิ่มขึ้น +4-5% YoY ผนวกกับต้นทุนที่ลดลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มค้าปลีก :</b><span style="font-weight: 400;"> แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างจะติดลบ -6% YoY แต่อัตรากำไรสุทธิกลับขยายตัวได้ดีจากการเน้นขายสินค้า Private label ที่มาร์จิ้นสูง รวมถึง CPALL ที่ได้อานิสงส์จากสัดส่วนอาหารและเครื่องดื่มพร้อมทาน ขณะที่ค้าปลีกสินค้า IT อย่าง COM7 มียอดขายโตดีถึง +11% YoY</span></li>
</ul>
<h4><b>กลุ่มที่กำไรหลักลดลงหรือยังขาดทุน (Laggards/Pressured)</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มเกษตรและอาหาร :</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจัยกดดันหลักมาจากราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มโรงพยาบาล :</b><span style="font-weight: 400;"> เผชิญความท้าทายจากจำนวนผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่หายไป (กระทบ BDMS, BCH) รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยที่จ่ายเงินสด (Self-pay) ชะลอการรักษาในกลุ่มโรคที่ไม่เร่งด่วน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มธนาคาร :</b><span style="font-weight: 400;"> แม้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น แต่ยังคงโดนกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่แคบลง</span></li>
</ul>
<h3><b>แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2026 อัปไซด์จำกัด แต่โฟกัสถูกจุดยังมีโอกาส</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองไปข้างหน้า การประเมินอัปไซด์ (Upside) ของตลาดยังค่อนข้างจำกัด โดยมี SET target ปลายปี 2026 อยู่ที่ 1,550 จุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี การที่ประมาณการกำไรของ SET ถูกปรับขึ้นราว 3% ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม (+1.7% จากต้นปี) จะเป็นตัวช่วยจำกัด Downside ของตลาดได้เป็นอย่างดี โดยกลุ่มที่ถูกปรับประมาณการขึ้นหลักๆ คือกลุ่มวัฏจักรอย่างพลังงานและปิโตรเคมี รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เกาะกระแส AI ในทางกลับกัน กลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานอย่างสายการบินเริ่มถูกปรับลดประมาณการลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ในระยะสั้น งบที่ออกมาดีกว่าคาดและต้นทุนใหม่ๆ อาจจะยังไม่กระทบกำไรไตรมาส 2 มากนัก แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนจะสะท้อนอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3/2026 ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงต้องเน้นไปที่การเลือกหุ้นรายตัว (Selective) ในลักษณะ Narrow Leadership</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปกลุ่มที่กำไรหลักออกมา &#8220;เติบโต&#8221; YoY (กลุ่มผู้นำตลาด)</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>อุตสาหกรรม</b></td>
<td><b>ปัจจัยชี้ขาดที่ขับเคลื่อนกำไร (Key Drivers)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ปิโตรเคมี</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ส่วนต่างปิโตรฯ เพิ่มขึ้นชัดเจน: PET Asia +116% YoY, +93% QoQ / PET West +40% YoY, +45% QoQ / HDPE +1% YoY, +5% QoQ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>วัสดุก่อสร้าง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาปูนซีเมนต์ขยับเพิ่มขึ้น +5% YoY, +1% QoQ รวมถึงส่วนต่างปิโตรฯ ที่ขยายตัวเข้ามาช่วยหนุน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>พลังงาน/โรงไฟฟ้า</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ค่าการกลั่น (GRM) ขยายตัวแรงแตะระดับ US$6.8/bbl (เทียบกับ $3.2/bbl ใน 1Q25) ผนวกกับ GULF ที่รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC, โรงไฟฟ้าต่างประเทศ และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ท่องเที่ยว</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) เติบโตแข็งแกร่ง (CENTEL +6% YoY, ERW +4% YoY, MINT +7% YoY) แม้ AWC จะอ่อนตัวลงเล็กน้อย (-1% YoY)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อิเล็กทรอนิกส์</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดีมานด์ AI/Data Center ร้อนแรงสุดขีด ยอดขายระบบจัดการพลังงานของ DELTA พุ่ง +90% YoY ขณะที่ฝั่งคอนซูเมอร์ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง (PC shipments ขยายตัว +4% แต่อุปกรณ์สมาร์ทโฟนหดตัว -6% YoY) ด้าน KCE แผงวงจรยานยนต์ยังหดตัว -4% YoY โดยเฉพาะยุโรปและจีน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>แพคเกจจิ้ง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ได้รับแรงหนุนบวกจากทั้งปริมาณการขาย (Volume) และราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สื่อสาร</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รายได้หลักจากบริการมือถือและอินเทอร์เน็ตเติบโต หนุนรายได้ต่อผู้ใช้ (Mobile blended ARPU) +4-5% YoY สวนทางกับต้นทุนค่าโครงข่ายที่บริหารจัดการได้ลดลง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>การเงิน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจจำนำทะเบียนรถและสินเชื่อเติบโตดี ควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ หนี้เสีย (NPL) ทรงตัว ทว่ากลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อยังฟื้นช้า และกลุ่มบริหารสินทรัพย์ (AMC) โดนกดดันจากยอดเก็บเงินสด (Cash collections) ที่หดตัว YoY</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ค้าปลีก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อัตรากำไรสุทธิขยายตัวจากกลยุทธ์เน้นขายสินค้า Private label ของกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และยอดขายอาหารพร้อมทานของ 7-Eleven (CPALL) ที่มีมาร์จิ้นสูง แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSS) ภาพรวมหดตัว -2% แต่ค้าปลีกไอที (COM7) ยอดขายโตทะลุ +11% YoY และรายได้ผู้เช่าห้างสรรพสินค้า (CPN) โต +3% YoY</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4 style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปกลุ่มที่กำไรหลักออกมา &#8220;ทรงตัว&#8221; YoY (กลุ่มประคองตัว)</b></h4>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>อุตสาหกรรม</b></td>
<td><b>ปัจจัยชี้ขาดที่ขับเคลื่อนกำไร (Key Drivers)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ขนส่ง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนเพิ่ม +2% YoY ขณะที่ยอดใช้รถไฟฟ้า MRT ลดลง -1% YoY ด้านสายการบิน (AAV) จำนวนผู้โดยสารเพิ่ม +11% YoY แต่โดนหักล้างด้วยราคาตั๋วที่ลดลง -6% YoY ส่วน AOT นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัว +4% YoY</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ธนาคาร</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">บริหารจัดการเยี่ยมด้วยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) สูงขึ้น และคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ลดลง แต่ภาพรวมยังถูกกดดันหนักจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่แคบลง</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4 style="text-align: center;"><b>ตารางกลุ่มที่กำไรหลักออกมา &#8220;ลดลง&#8221; YoY (กลุ่มที่ต้องจับตาอย่างระมัดระวัง)</b></h4>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>อุตสาหกรรม</b></td>
<td><b>ปัจจัยชี้ขาดที่ขับเคลื่อนกำไร (Key Drivers)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เกษตร/อาหาร</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยกดดันหลักรุมเร้ามาจากราคาขายเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>โรงพยาบาล</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เผชิญกับฐานลูกค้าที่เปลี่ยนไป จำนวนผู้ป่วยชาวกัมพูชาหดหาย (กระทบตรงกับ BDMS, BCH) ผนวกกับเทรนด์ผู้ป่วยชาวไทยกลุ่มที่จ่ายเงินสด (Self-pay) ชะลอการเข้าพักรักษาตัวในกลุ่มโรคที่ยังไม่เร่งด่วน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>เปิดโผหุ้นเด่นไตรมาส 2 ผ่ากลยุทธ์ Core Leaders ปะทะ หุ้น Laggard มาร์จิ้นพุ่ง&#8221; </b></h3>
<p style="text-align: center;"><b>เจาะลึกรายชื่อหุ้นเด่น (Fundamental Picks &amp; Focus List)</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>กลยุทธ์การลงทุน</b></td>
<td><b>รายชื่อหุ้น</b></td>
<td><b>ปัจจัยสนับสนุนหลัก (Key Catalysts)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>หุ้นกลุ่มผู้นำ (Leaders) &#8211; แกนหลักของพอร์ต (Core)</b></td>
<td><b>GULF, AMATA, ADVANC</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ได้แรงหนุนจากเม็ดเงิน FDI เชื่อมโยงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศ</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><b>CPN, COM7</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รายได้และกำไรยังคาดว่าจะเติบโตต่อในไตรมาส 2</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>หุ้นเก็งกำไรระยะสั้น (Tactical Trading Plays)</b></td>
<td><b>CRC</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อัตรากำไรขั้นต้นยังขยายตัว YoY ในเดือน เม.ย.-พ.ค. หนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารสินค้าคงคลัง</span><span style="font-weight: 400;">ยอดขายสาขาเดิม SSSG เดือน เม.ย.-พ.ค. ยังโต +1-3% YoY เทียบติดลบ -2% YoY ในไตรมาส 1</span></td>
</tr>
<tr>
<td><i><span style="font-weight: 400;">(กลุ่ม Margins-Cushioned Laggards / ถือเก็งกำไรแบบ Mean-Reversion)</span></i></td>
<td><b>GLOBAL</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สัดส่วนสินค้า Private label-การปรับขึ้นราคาขาย-ต้นทุนสินค้าราคาต่ำ คาดหนุนอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว YoY ในไตรมาส 2</span><span style="font-weight: 400;">SSSG เดือน เม.ย.-พ.ค. ยังโต +2-3% YoY เทียบติดลบ -3% YoY ในไตรมาส 1</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><b>CPALL</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สัดส่วนสินค้าอาหารพร้อมทานอัตรากำไรสูงคาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรากางข้อมูล Data-Driven ออกมาวิเคราะห์ การจัดพอร์ตในสภาวะที่ตลาดแกว่งตัวในกรอบแคบและมีลักษณะแบบ Selective บังคับให้นักลงทุนต้องมีชั้นเชิงที่เฉียบขาด นอกเหนือจากการมองหาหุ้นที่กำไรเติบโตแล้ว การแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนให้ตรงกับพฤติกรรมของหุ้นแต่ละประเภทคือหัวใจสำคัญ โดยเราสามารถแยกกลยุทธ์ออกเป็น 2 ฝั่งหลัก ได้แก่:</span></p>
<h4><b>1. หุ้นกลุ่มผู้นำ (Leaders) &#8211; แกนหลักแห่งความมั่นคง (Core Portfolio)</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มนี้เปรียบเสมือนเสาเข็มของพอร์ตโฟลิโอ (Core) เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ ทนทานต่อความผันผวน และมี Story การเติบโตที่เกาะติดกับเมกะเทรนด์ระดับมหภาคอย่างชัดเจน</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เกาะกระแสเม็ดเงินต่างชาติ (FDI) :</b><span style="font-weight: 400;"> หุ้นอย่าง </span><b>GULF, AMATA, และ ADVANC</b><span style="font-weight: 400;"> คือผู้เล่นหลักที่ได้แรงหนุนจากเม็ดเงิน FDI เชื่อมโยงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ทว่าหากอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI &#8211; </span><i><span style="font-weight: 400;">boi.go.th</span></i><span style="font-weight: 400;">) จะเห็นได้ว่าเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยในระยะยาว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กำไรติดลมบน โตทะลุไตรมาส 2 :</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับ </span><b>CPN และ COM7</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นกลุ่มที่รายได้-กำไรยังคาดเติบโตต่อในไตรมาส 2 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกำลังซื้อในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนที่ยังคงจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง (อ้างอิงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากสภาพัฒน์ &#8211; </span><i><span style="font-weight: 400;">nesdc.go.th</span></i><span style="font-weight: 400;">)</span></li>
</ul>
<h4><b>2. หุ้นเก็งกำไรตามจังหวะ (Tactical Trading Plays) &#8211; สแกน 3 ทหารเสือมาร์จิ้นโต</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับสายลุยที่ต้องการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) จังหวะนี้ต้องยกให้กลุ่ม </span><b>Margins-cushioned laggards</b><span style="font-weight: 400;"> หรือหุ้นที่ราคาบนกระดานยัง Laggard รั้งท้ายตลาด แต่กลับมีอัตรากำไร (Margin) ขยายตัวซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งถือเป็นโอกาสทองในการเก็งกำไรแบบ Tactical rotation (Mean-reversion) โดยมี 3 หุ้นไฮไลท์ที่ต้องจับตา:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>CRC (Central Retail) :</b><span style="font-weight: 400;"> หากเจาะลึกไปที่ข้อมูลรายเดือน จะพบว่าอัตรากำไรขั้นต้นยังขยายตัว YoY ในเดือน เม.ย.-พ.ค. ปัจจัยลับที่ซ่อนอยู่คือการที่บริษัทสามารถดึงมาร์จิ้นกลับมาได้ หนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารสินค้าคงคลัง อนึ่ง ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เดือน เม.ย.-พ.ค. ยังโต +1-3% YoY เทียบติดลบ -2% YoY ในไตรมาส 1 ซึ่งเป็นสัญญาณการ Turnaround ของยอดขายที่ชัดเจนมาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>GLOBAL (Siam Global House) :</b><span style="font-weight: 400;"> ปลดล็อกความสามารถในการทำกำไรขั้นสูงสุด ด้วยกลยุทธ์ผลักดันสัดส่วนสินค้า Private label-การปรับขึ้นราคาขาย-ต้นทุนสินค้าราคาต่ำ คาดหนุนอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว YoY ในไตรมาส 2 ขณะที่ตัวเลข SSSG เดือน เม.ย.-พ.ค. ยังโต +2-3% YoY เทียบติดลบ -3% YoY ในไตรมาส 1 สอดรับกับเทรนด์ความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอยู่ (อ้างอิงข้อมูลดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างจากกระทรวงพาณิชย์ &#8211; </span><i><span style="font-weight: 400;">moc.go.th</span></i><span style="font-weight: 400;">)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>CPALL (CP ALL) :</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ครองบัลลังก์ค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยสัดส่วนสินค้าอาหารพร้อมทานอัตรากำไรสูงคาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว สินค้ากลุ่ม Ready-to-eat จึงกลายเป็นบ่อทองคำที่ช่วยรักษาฐานอัตรากำไรให้ CPALL เติบโตได้อย่างไร้รอยต่อ</span></li>
</ul>
<h3><b>รอยต่อที่สำคัญก้าวข้ามความผันผวน สู่ความมั่งคั่งในโลกความจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสรุปของข้อมูลทั้งหมดนี้ไม่ได้บอกให้เราหลับตาซื้อหุ้นทุกตัวที่ขวางหน้า แต่ตัวเลขงบไตรมาส 1 ที่เติบโตอย่างเซอร์ไพรส์ตลาด คือ ภาพสะท้อนว่า ท่ามกลางกระแสข่าวความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว หรือความตื่นตระหนกต่างๆ<strong> &#8220;ธุรกิจที่ปรับตัวได้&#8221;</strong> จะยังคงสร้างกระแสเงินสดและผลกำไรที่ยอดเยี่ยมได้เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกการลงทุนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อลอยๆ อีกต่อไป แต่จะถูกขับเคลื่อนด้วย </span><b>&#8220;ข้อมูลที่แม่นยำ (Data-Driven)&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> และศักยภาพในการรักษาอัตรากำไร (Margin) ของตัวบริษัทเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกลงทุนในบริษัทที่เกาะขบวนรถไฟขบวนใหญ่ระดับโลกอย่าง Data Center และ AI หรือการหันกลับมามองหุ้น Laggard ภายในประเทศที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของ SSSG อย่างชัดเจน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้พอร์ตของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง ข้อมูลตัวเลขไม่เคยโกหกใคร สิ่งที่นักลงทุนต้องทำคือการอ่านสัญญาณเหล่านั้นให้ออก และวางกลยุทธ์ให้ถูกที่ ถูกเวลา</span></p>
<p>บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<p><a href="https://research2.bualuang.co.th/article/vbpI5Oavn1QhdjeGGcz37Ldi2npl93SMkiqpSIFqWKDkvB8Y4hDzTdB9yvR39B8MJkDNstbpYwcXLFNzjMNJ1S047WCDvkgELKK0GDuYHDpa.C9r_ZJknUCUSDZMD0oQyQfiVqBayJTtx6P8tpY2rQ--" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Alpha PULSE: Data-Driven Earnings </span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/q1-2026-earnings-3-laggard-stocks-high-margin/">เปิดโผ 3 หุ้น Laggard กำไรโตซ่อนมูลค่า รับเทรนด์ครึ่งปีหลัง 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/q1-2026-earnings-3-laggard-stocks-high-margin/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราคาทองพุ่งทะลุ $4900 น้ำมันดิ่ง 13% รับข่าวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ </title>
		<link>https://www.thesignals.net/gold-price-surge-oil-plunge-hormuz-strait-reopens/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/gold-price-surge-oil-plunge-hormuz-strait-reopens/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2026 05:08:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[สินทรัพย์ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2368</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกในยุคปัจจุบัน ประเด็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/gold-price-surge-oil-plunge-hormuz-strait-reopens/">ราคาทองพุ่งทะลุ $4900 น้ำมันดิ่ง 13% รับข่าวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกในยุคปัจจุบัน ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวล่าสุดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทุกสินทรัพย์ เมื่อสัญญาณของสันติภาพเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลทะลักและปรับฐานครั้งใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานโลก แต่ยังกลายเป็นคีย์แมนสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดโภคภัณฑ์และตลาดหุ้นตอบรับในทิศทางที่น่าสนใจอย่างยิ่ง</span></p>
<h2><strong>ราคาทองพุ่งทะลุ $4900 น้ำมันดิ่ง 13% รับข่าวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ</strong></h2>
<h2><strong><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2379" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4_11zon.webp" alt="ราคาทองพุ่งทะลุ $4900 น้ำมันดิ่ง 13% รับข่าวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ " width="1200" height="1500" title="ราคาทองพุ่งทะลุ $4900 น้ำมันดิ่ง 13% รับข่าวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /> </strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ The Signals จะพาไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมกางไทม์ไลน์ราคาทองคำ และวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดการเงินแบบครบจบ เพื่อให้ทุกคนก้าวทันเทรนด์การลงทุนได้อย่างมั่นใจ</span></p>
<h3><b>บิ๊กมูฟเปิดช่องแคบฮอร์มุซและสัญญาณหยุดยิง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในตลาดรอบนี้เกิดขึ้นเมื่อราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สอดรับกับข่าวใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนทั่วโลก นั่นคือ การที่ นายอับบาส อารักชี (Abbas Araqchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมาประกาศยืนยันไฟเขียวผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การเดินเรือพาณิชย์ทั้งหมดผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกประกาศเปิดอย่างสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง ซึ่งช่องแคบแห่งนี้ถือเป็นเส้นทางสัญจรของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวถึง 20% ของโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับข้อตกลงการหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 17.00 น ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 16 เม.ย ที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวขอบคุณอิหร่านสำหรับท่าทีที่ผ่อนคลายลง พร้อมระบุชัดเจนว่าอิหร่านตกลงที่จะไม่ปิดช่องแคบแห่งนี้อีกในอนาคต รวมทั้งทรัมป์ได้ประกาศสั่งเบรกไม่ให้อิสราเอลปฏิบัติการทิ้งระเบิดในเลบานอนอีกต่อไป ซึ่งท่าทีและน้ำเสียงในแถลงการณ์ครั้งนี้ถือว่าแข็งกร้าวและดุดันกว่าปกติมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานการรับมือกับพันธมิตรเก่าแก่อย่างอิสราเอล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงยืนกรานว่า ปฏิบัติการปิดล้อมทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งต้องใช้กองกำลังพลทหารมากกว่า 10,000 นาย จะยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ตามเดิม จนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้อย่างเป็นทางการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักข่าว Axios ที่โพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม X ยังระบุเพิ่มด้วยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังรุกคืบในการเจรจาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความยาว 3 หน้ากระดาษ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งทั้งหมด โดยมีรายงานว่าเตหะรานได้ยื่นข้อเสนอรับปากว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นเวลานานกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์หน้าทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯ เข้าใกล้การทำข้อตกลงกับอิหร่านเต็มทีแล้ว</span></p>
<h3><b>ตลาดโภคภัณฑ์ปั่นป่วน ทองคำพุ่ง น้ำมันร่วงหนัก อะลูมิเนียมปรับฐาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซส่งแรงสั่นสะเทือนเชิงบวกและลบต่อตลาดการเงินโลกหลายภาคส่วนในเวลาไล่เลี่ยกัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้</span></p>
<p><b>ทองคำและแร่เงินพุ่งทะยานรับแรงซื้อ</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย บวกขึ้น 84.00 ดอลลาร์ หรือ +1.75% ทะยานสู่ระดับ 4,892.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 23.18 น ตามเวลาไทยในคืนวันที่ 16 เมษายน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อัปเดตล่าสุด สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าบนกระดาน COMEX ยืนอยู่ที่ 4,889.99 ดอลลาร์ต่อออนซ์ บวกขึ้นมา 1.7% จากราคาปิดครั้งก่อน โดยในระหว่างวันราคากระชากขึ้นไปเทสต์จุดสูงสุดที่ 4,912.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้านับจากช่วงกลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ราคาทองคำต่อน้ำหนักหนึ่งออนซ์ปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 400 ดอลลาร์ จนทะลุแนว 4,800 ดอลลาร์ไปเป็นที่เรียบร้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งแร่เงิน (Silver) บนกระดาน COMEX ก็ไม่น้อยหน้า วิ่งตามทองคำไปติดๆ ด้วยแรงซื้อที่ดันราคาพุ่งขึ้น โดยราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ ประมาณ 79.65–79.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงเช้าตลาดสหรัฐฯ</span></p>
<p><b>วิกฤตน้ำมันดิ่งนรกทรุดตัวแรง 13%</b><span style="font-weight: 400;"> ในทางกลับกัน ตลาดน้ำมันกลับเจอแรงเทขายอย่างหนักหน่วงจนราคารูดลงไปราว 13% คลายความกังวลเรื่องคอขวดด้านอุปทานพลังงาน สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วงลง 10.4% มาอยู่ที่ 88.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ราคา ณ เวลา [ระบุเวลาไทย] วันที่ 16 เม.ย.) ส่วน WTI ทรุดลง 12.2% ไปอยู่ที่ 83.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ราคาเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน โดยระหว่างวัน Brent แตะจุดต่ำสุดที่ 86.10 ดอลลาร์ และ WTI แตะ 80.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างวัน Brent เคยไหลลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 86.10 ดอลลาร์ ขณะที่ WTI รูดลงไปลึกถึง 80.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสัญญาณการดิ่งลงรายวันของทั้งสองตลาดถือว่าหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน และเป็นการทำจุดต่ำสุดใหม่นับตั้งแต่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา</span></p>
<p><b>อะลูมิเนียมปรับฐานหลังซัพพลายเชนคลี่คลาย</b><span style="font-weight: 400;"> ขยับมาดูที่ฝั่งอะลูมิเนียม ราคาก็ปรับตัวลงเช่นกัน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอะลูมิเนียมอายุ 3 เดือน แกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 3,553.30 ดอลลาร์ต่อตัน ปรับลดลง 2.5% จากราคาปิดครั้งก่อนหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากย้อนกลับไปช่วงปลายเดือนก่อน ราคาอะลูมิเนียมเคยดีดตัวขึ้นแรงถึง 15% หลังจากอิหร่านเข้าโจมตีโรงถลุงในอาบูดาบีและบาห์เรน การพุ่งขึ้นรอบนั้นทำเอาภาวะขาดแคลนซัพพลายยิ่งตึงตัว จนสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง JPMorgan ถึงกับต้องออกโรงเตือนว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญหน้ากับภาวะ &#8220;หลุมดำ&#8221; (Black hole) ก่อนที่สถานการณ์จะผ่อนคลายลงในปัจจุบัน</span></p>
<p><b>ตลาดหุ้นทะยานรับข่าวดี</b><span style="font-weight: 400;"> นอกจากฝั่งโภคภัณฑ์ ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) ยังตอบรับเซนติเมนต์เชิงบวก ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 115 จุด หรือ +0.2% ทะยานขึ้นสู่ระดับ 48,578.72 จุด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาเปิดรับความเสี่ยง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on)</span></p>
<h3><b>ย้อนรอยไทม์ไลน์ราคาทองคำ (มกราคม &#8211; เมษายน 2569)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพรวมของการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา เรามาดูไทม์ไลน์สำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งเต็มไปด้วยปัจจัยท้าทายมากมายที่ขับเคลื่อนตลาด</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>20 ม.ค 2569</b><span style="font-weight: 400;"> — ราคาทองคำทะลุ 4,700 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>21-22 ม.ค. 2569 </b><span style="font-weight: 400;">ตลาดทองคำทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก โดย Gold Spot ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 4,917.65 ดอลลาร์/ออนซ์ ปรากฏการณ์นี้เกิดจากกระแส &#8216;Sell America&#8217; ที่นักลงทุนพร้อมใจกันเทขายพันธบัตรสหรัฐและหนีเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>2 ก.พ 2569</b><span style="font-weight: 400;"> — หลังจากพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง ราคาทองคำเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรกดดัน ส่งผลให้ราคาหลุดแนวรับสำคัญ 4,800 ดอลลาร์ ลงมาพักฐานอยู่ที่ 4,796.89 ดอลลาร์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>7-8 เม.ย 2569</b><span style="font-weight: 400;"> — ทองคำกลับมาผงาดอีกครั้ง โดยพุ่งขึ้นแตะ 4,812.49 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>14-15 เม.ย 2569</b><span style="font-weight: 400;"> — ราคา Gold Spot ขยับตัวขึ้นมาซื้อขายที่ระดับ 4,831.75 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยทำสถิติใหม่ทะลุ 70,000 บาท สร้างความฮือฮาให้กับตลาดในประเทศอย่างมาก</span></li>
</ul>
<h3><b>เหตุผลที่ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แม้ความตึงเครียดลดลง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจมีคำถามว่า ในเมื่อความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลงแล้ว ทำไมราคาทองคำถึงยังสามารถปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 4,900 ดอลลาร์ได้อีก คำตอบของเรื่องนี้มีมิติทางเศรษฐศาสตร์มหภาคซ่อนอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยแรกมาจากการที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ซึ่งตามกลไกตลาด เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า จะส่งผลให้ผู้ถือครองเงินสกุลอื่นสามารถซื้อทองคำได้ในราคาที่ถูกลง จึงดึงดูดนักลงทุนให้หันมาเข้าซื้อทองคำแท่งกันมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มากไปกว่านั้น การที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วยังถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเบาบางลง Barbara Lambrecht นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Commerzbank AG ให้มุมมองที่น่าสนใจไว้ว่า ราคาทองคำเด้งกลับขึ้นมาท่ามกลางความหวังว่าไฟสงครามกำลังจะมอดลง ซึ่งช่วยลดความกังวลที่ว่าธนาคารกลางต่างๆ อาจจะต้องงัดนโยบายการเงินที่เข้มงวดมาสู้กับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ซึ่งกระบวนการนั้นมักจะเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดทองคำยังมีแรงหนุนระยะยาวที่แข็งแกร่งจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าสู่ทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ได้ปรับเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2026 ขึ้นมาอยู่ที่ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ปรับขึ้นจากเป้าเดิม 4,900 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2568) เนื่องจากความต้องการจาก private investors ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งราคาตลาดปัจจุบันยังคงเดินหน้าสู่เป้าดังกล่าว</span></p>
<h3><b>จับตาสมรภูมิลงทุนในยุคภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มองไปข้างหน้าจากมูฟเมนต์ที่เกิดขึ้นในตลาดโภคภัณฑ์รอบนี้ สิ่งที่นักลงทุนต้องตระหนักคือ &#8220;ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์&#8221; (Geopolitical Risk) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สวิงทิศทางตลาดได้รุนแรงและรวดเร็วที่สุด การหยุดยิง 10 วันและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเจรจาต่อรองครั้งใหม่ในเวทีโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสมการความขัดแย้งในตะวันออกกลางเดินหน้าสู่ความสงบอย่างแท้จริง การปรับฐานของราคาน้ำมันเพื่อหาจุดสมดุลใหม่ (New Equilibrium) จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อต้นทุนการผลิตและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม ในขณะที่ทองคำอาจเผชิญแรงเทขายทำกำไรในระยะสั้นเมื่อความกังวลของตลาดเริ่มรับรู้ข่าวไปหมดแล้ว แต่พื้นฐานระยะยาวยังคงถูกค้ำยันด้วยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน หากการเจรจาสะดุดหรือหมดช่วงเวลาหยุดยิงแล้วเกิดความตึงเครียดซ้ำ ความขัดแย้งก็อาจกลับมาปะทุและผลักดันให้ทองคำทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ 4,900 ดอลลาร์ขึ้นไปอีก ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้จึงควรเน้นที่การจัดพอร์ตโฟลิโออย่างยืดหยุ่น กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และมอนิเตอร์ข่าวสารแบบเกาะติด เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงระดับรายชั่วโมงได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<p><b>ตาราง สรุปความเคลื่อนไหวตลาดโภคภัณฑ์ : เอฟเฟกต์เปิดช่องแคบฮอร์มุซ</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>สินทรัพย์</b></td>
<td><b>ทิศทางราคา</b></td>
<td><b>ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก (Key Drivers)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ทองคำ (Gold)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">📈 พุ่งจ่อทะลุ $4,900</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดอลลาร์อ่อนค่า + ลดความกังวลเงินเฟ้อ + แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>น้ำมัน (Oil)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">📉 ดิ่งแรง 13%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เปิดช่องแคบฮอร์มุซ + อุปทานพลังงานโลกคลายตัว + ข้อตกลงหยุดยิง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อะลูมิเนียม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">📉 ปรับลง 2.5%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ซัพพลายเชนโล่งขึ้น หลังเคยพุ่งแรง 15% จากเหตุโจมตีโรงถลุง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ตลาดหุ้น (Dow Jones)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">📈 บวก 115 จุด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เซนติเมนต์เชิงบวก นักลงทุนคลายกังวลและกลับมาเปิดรับความเสี่ยง</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><b>อ้างอิงจาก </b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://apnews.com/article/wall-street-stocks-dow-nasdaq-4067f46860f20e50e76f3cc9de633d67" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://apnews.com/article/wall-street-stocks-dow-nasdaq-4067f46860f20e50e76f3cc9de633d67</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://fortune.com/article/current-price-of-silver-4-16-2026/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://fortune.com/article/current-price-of-silver-4-16-2026/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFG0IQ425IVNO1X52I3TNOA8R7UONQ7" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFG0IQ425IVNO1X52I3TNOA8R7UONQ7</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.investing.com/news/commodities-news/goldman-sachs-raises-its-gold-price-target-to-4900-by-end2026-4274295" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.investing.com/news/commodities-news/goldman-sachs-raises-its-gold-price-target-to-4900-by-end2026-4274295</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.investing.com/analysis/brent-crude-drop-resets-oil-outlook-and-eases-inflation-pressure-200678705" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.investing.com/analysis/brent-crude-drop-resets-oil-outlook-and-eases-inflation-pressure-200678705</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://edition.cnn.com/2026/04/17/politics/iran-trump-money-uranium-deal%E0%B8%83" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://edition.cnn.com/2026/04/17/politics/iran-trump-money-uranium-dealฃ</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/gold-price-surge-oil-plunge-hormuz-strait-reopens/">ราคาทองพุ่งทะลุ $4900 น้ำมันดิ่ง 13% รับข่าวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/gold-price-surge-oil-plunge-hormuz-strait-reopens/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
