<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตลาดรถ EV &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%96-ev/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 11:57:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>ตลาดรถ EV &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สรุปวิกฤต Honda ขาดทุนประวัติศาสตร์รอบ 70 ปี พ่ายเกม EV หรือเปล่า?</title>
		<link>https://www.thesignals.net/honda-first-annual-loss-70-years-ev-crisis/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/honda-first-annual-loss-70-years-ev-crisis/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 11:57:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Honda ขาดทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ขาดทุนครั้งแรกรอบ 70 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถ EV]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายรถ EV]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีนำเข้ารถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฮบริด Honda]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต Honda]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ธุรกิจยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3682</guid>

					<description><![CDATA[<p>สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/honda-first-annual-loss-70-years-ev-crisis/">สรุปวิกฤต Honda ขาดทุนประวัติศาสตร์รอบ 70 ปี พ่ายเกม EV หรือเปล่า?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ต้องเผชิญกับสภาวะขาดทุนประจำปีเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการลงทุนมหาศาลในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ไม่ผลิดอกออกผลตามที่คาดหวังไว้</span></p>
<h2><b>สรุปวิกฤต Honda ขาดทุนประวัติศาสตร์รอบ 70 ปี พ่ายเกม EV หรือเปล่า?</b></h2>
<p><b>ตัวเลขที่เจ็บปวด เมื่อผลประกอบการขาดทุน เมื่อดีมานด์ EV ไม่มาตามนัด </b><span style="font-weight: 400;">ดีมานด์หรือความต้องการในตลาด EV ทั่วโลกไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่บริษัทประเมินเอาไว้ ส่งผลให้ Honda ต้องออกมารายงานตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินงานรวม สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม ปี 2026 สูงถึง 423.9 พันล้านเยน (ประมาณ 2.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.99 พันล้านปอนด์)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางบริษัทได้ออกมาระบุชัดเจนว่า จำเป็นต้องล้มเลิกเป้าหมายการผลิตรถยนต์ EV บางส่วนทิ้งไป โดย </span>Honda <strong data-start="1193" data-end="1233">ยกเลิก 3 โมเดล EV หลักในอเมริกาเหนือ </strong>Honda 0 SUV / Honda 0 Saloon /Acura RSX EV ซึ่งเป็นการหยุดโปรเจกต์ flagship </p>
<h3><b><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-3711" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-5_2-819x1024.jpg" alt="สรุปวิกฤต Honda ขาดทุนประวัติศาสตร์รอบ 70 ปี พ่ายเกม EV หรือเปล่า?" width="819" height="1024" title="สรุปวิกฤต Honda ขาดทุนประวัติศาสตร์รอบ 70 ปี พ่ายเกม EV หรือเปล่า?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-5_2-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-5_2-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-5_2-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-5_2-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-5_2-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-5_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>กำแพงภาษีและนโยบายระดับชาติ ตัวแปรสำคัญที่สกัดดาวรุ่ง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งแผลใหญ่ที่ซ้ำเติมสถานการณ์ขาดทุนครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติของสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นการหั่นมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ต้องการซื้อรถ EV รวมถึงการงัดกำแพงภาษีนำเข้ามาใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ เคยได้รับเครดิตภาษีสูงสุดถึง 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 5,500 ปอนด์) ทันทีที่ถอยรถ EV คันใหม่ แต่สิทธิพิเศษนี้ถูกปัดตกไปโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2025 ที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ กำแพงภาษีที่เรียกเก็บจากรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์นำเข้าในปี 2025 ยังสร้างรอยแผลลึกให้กับผลกำไรของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง แม้ว่าจะมีการปรับลดอัตราภาษีลงจาก 25% มาอยู่ที่ระดับ 15% แล้วก็ตาม</span></p>
<h3><b>ขยับตัวช้าในยุคดิสรัปชัน เมื่อความยิ่งใหญ่กลายเป็นอุปสรรค</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Honda ซึ่งก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรกในปี 1957 ได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดหลายทศวรรษจนผงาดขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ด้วยขนาดองค์กรที่ใหญ่โตมหึมาบวกกับโครงสร้างการบริหารงานแบบดั้งเดิม ทำให้การขยับตัวหรือปรับกลยุทธ์ให้ทันกับความผันผวนของเทรนด์ความต้องการรถ EV ที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงอย่างรวดเร็วนั้น กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก</span></p>
<h3><b>งัดแผนสำรองเปลี่ยนเกม ถอยทัพจาก EV 100% สู่จุดแข็งที่คุ้นเคย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด Honda ประกาศเปลี่ยนเกม โดยจะหันกลับไปโฟกัสที่การขยายฐานธุรกิจรถจักรยานยนต์ที่พวกเขาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ควบคู่ไปกับการดันบริการทางการเงิน และลุยตลาดรถยนต์ไฮบริดให้หนักขึ้นแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมกันนี้ยังยกให้ อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็น &#8220;ตลาดหลักที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการเติบโตในอนาคต&#8221; ถึงแม้ว่าพวกเขาเพิ่งจะระงับแผนการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ EV และแบตเตอรี่ในประเทศแคนาดาไปก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โทชิฮิโระ มิเบะ (Toshihiro Mibe) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ออกมายอมรับว่า Honda จะพับเก็บเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ว่ายอดขายรถยนต์ EV จะต้องคิดเป็น 1 ใน 5 ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมดภายในปี 2030 ลงเสีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่นั้น เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า บริษัทกำลังยกเลิกเป้าหมายใหญ่ ยกเลิกเป้าหมายเปลี่ยนรถใหม่ทั้งหมดสู่ EV/ Fuel Cell ภายในปี 2040 </span><span style="font-weight: 400;">อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขคาดการณ์บาดแผลจากการลงทุนครั้งนี้ยังไม่จบ เพราะ Honda ประเมินว่า อาจจะต้องเผชิญกับการขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ EV อีกราว 500 พันล้านเยน ในปีงบประมาณหน้าที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม ปี 2027</span></p>
<h3><b>‘ก้าวสำคัญที่แสนจะมืดมน’ มุมมองนักวิเคราะห์ต่อพายุลูกนี้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แดนนี ฮิวสัน (Danni Hewson) หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางการเงินจาก AJ Bell ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า &#8220;นี่คือ ก้าวสำคัญที่แสนจะมืดมนสำหรับ Honda แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้เกินความคาดหมายนักหรอก&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เช่นเดียวกับค่ายรถยนต์ระดับตำนานรายอื่นๆ พวกเขาเลือกที่จะเสี่ยงเดิมพันว่าผู้ขับขี่จะหันมาใช้รถ EV กันอย่างรวดเร็ว&#8230; และสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้เมื่อทิศทางของโลกเปลี่ยนไป&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยังวิเคราะห์ต่อว่า ปัจจัยทั้งเรื่องเกมการเมือง วิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงปรี๊ด ไปจนถึงการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านจากแบรนด์คู่แข่งฝั่งจีน เป็นแรงกดดันมหาศาลที่บีบให้ Honda ต้องยอมถอยทัพ ดึงแผน EV กลับ และยอม &#8220;กลืนเลือด&#8221; รับสภาพต้นทุนที่เสียไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฮิวสัน เสริมข้อมูลอีกว่า ถึงแม้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความต้องการรถ EV จะเริ่มกระเตื้องขึ้นบ้างจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทะลุเพดาน อันเป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน แต่ &#8220;บริษัทระดับสเกลใหญ่อย่าง Honda กลับต้องมานั่งปรับตัวแก้เกมกันแบบหน้างาน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่โหดและยากลำบากมากๆ สำหรับองค์กรระดับนี้&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอทิ้งท้ายไว้ว่า สถานการณ์ในตลาดอาจจะทวีความรุนแรงและยากลำบากขึ้นไปอีก โดยยังมี &#8220;จุดหักมุมและพลิกผัน&#8221; รออยู่เบื้องหน้าอุตสาหกรรมนี้อีกมากมาย</span></p>
<h3><b>สัญญาณเตือนถึงผู้ก้าวเดินในโลกยุคใหม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเรามองข้ามตัวเลขการขาดทุนมหาศาล สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความพ่ายแพ้การเดิมพันล่วงหน้ากับตลาด EV ที่ยังไม่พร้อมของ Honda คือ กระจกสะท้อนภาพการแข่งขันในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลได้อย่างชัดเจนที่สุด การเดินหมากพลาดเพียงก้าวเดียวในวันที่เทคโนโลยีและนโยบายโลกพลิกผันตลอดเวลา อาจสร้างรอยแผลลึกให้กับธุรกิจระดับตำนานได้ การตัดสินใจถอยกลับมาตั้งหลักที่รถยนต์ไฮบริดและธุรกิจจักรยานยนต์ที่ตนเองถนัด อาจเป็นกลยุทธ์ &#8220;ถอยเพื่อรุก&#8221; ที่สมเหตุสมผลที่สุดในเวลานี้ เพื่อรักษาสภาพคล่องและรอจังหวะที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกสุกงอมกว่าที่เป็นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายเจ้าเริ่มปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการลุยผลิต EV แบบสุดตัว สู่การบาลานซ์พอร์ตโฟลิโอให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะบทเรียนในครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เชี่ยวกราก ธุรกิจที่อยู่รอดอาจไม่ใช่ธุรกิจที่วิ่งตามเทรนด์ได้เร็วที่สุด แต่คือ ธุรกิจที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรวิ่ง และเมื่อไหร่ควรหยุดพักเพื่อประเมินทิศทางลมใหม่นั่นเอง</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ตารางสรุปบาดแผล Honda ในสมรภูมิ EV ขาดทุนยับรอบ 70 ปี</span></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นหลัก</b></td>
<td><b>รายละเอียดสำคัญ</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สถิติที่ถูกทำลาย</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขาดทุนจากการดำเนินงานรวมเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ตัวเลขบาดแผล</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คาดการณ์ขาดทุน 423,000 ล้านเยน (ปี 2026)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จุดสะดุดที่ 1</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดีมานด์รถ EV ทั่วโลกไม่พุ่งแรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จุดสะดุดที่ 2</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">นโยบายสหรัฐฯ ยกเลิกเครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์ และตั้งกำแพงภาษี</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อุปสรรคภายใน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">องค์กรใหญ่ ขยับตัวช้า ปรับตัวไม่ทันความผันผวนของตลาด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>แผนกู้ชีพเปลี่ยนเกม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พับแผน EV 100% ปี 2040 ลุยดันมอเตอร์ไซค์ รถไฮบริด และบริการการเงินแทน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li><a href="https://www.bbc.com/news/articles/c794lj90jqpo" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbc.com/news/articles/c794lj90jqpo</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/honda-first-annual-loss-70-years-ev-crisis/">สรุปวิกฤต Honda ขาดทุนประวัติศาสตร์รอบ 70 ปี พ่ายเกม EV หรือเปล่า?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/honda-first-annual-loss-70-years-ev-crisis/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อัปเดต Tesla FSD ล่าสุด สวีเดนให้ทดสอบวิ่งจริง เกาหลีใต้แห่ใช้เพียบ</title>
		<link>https://www.thesignals.net/tesla-fsd-update-sweden-south-korea/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/tesla-fsd-update-sweden-south-korea/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 08:39:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla FSD]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน Tesla]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถ EV]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไร้คนขับ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2873</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทสลา (Tesla) กำลังเดินหน้าเหยียบคันเร่งขยายระบบขับเคลื [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/tesla-fsd-update-sweden-south-korea/">อัปเดต Tesla FSD ล่าสุด สวีเดนให้ทดสอบวิ่งจริง เกาหลีใต้แห่ใช้เพียบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เทสลา (Tesla) กำลังเดินหน้าเหยียบคันเร่งขยายระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หรือ Full Self-Driving (FSD) สู่ตลาดโลกอย่างดุดัน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญในสองสมรภูมิหลัก ทั้งการคว้าใบเบิกทางให้ทดสอบวิ่งจริงในสวีเดนเพิ่มได้อีกหนึ่งเมือง และการตอบรับอย่างล้นหลามจากฝั่งผู้บริโภคในเกาหลีใต้ผ่านแพลตฟอร์มคาร์แชร์ริงยักษ์ใหญ่ของประเทศ</span></p>
<h2><b>อัปเดต Tesla FSD ล่าสุด สวีเดนให้ทดสอบวิ่งจริง เกาหลีใต้แห่ใช้เพียบ</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2881" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11_5_11zon.webp" alt="อัปเดต Tesla FSD ล่าสุด สวีเดนให้ทดสอบวิ่งจริง เกาหลีใต้แห่ใช้เพียบ" width="1200" height="1500" title="อัปเดต Tesla FSD ล่าสุด สวีเดนให้ทดสอบวิ่งจริง เกาหลีใต้แห่ใช้เพียบ" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11_5_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11_5_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11_5_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11_5_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11_5_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11_5_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>สวีเดนเปิดทาง เมืองที่สองไฟเขียวทดสอบ FSD </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เทศบาลเมือง Strängnäs ของสวีเดนได้อนุมัติคำขอของ Tesla ในการนำระบบ FSD (แบบอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ขับขี่) ลงทดสอบบนถนนสาธารณะจริง ส่งผลให้ที่นี่กลายเป็นเมืองที่สองของประเทศที่ยอมเปิดทางให้เทคโนโลยีนี้ลงสนาม หลังจากเมือง Nacka เคยอนุมัติไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคมปี 2026 อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตฉบับนี้กำลังรอการประทับตราอนุมัติขั้นสุดท้ายจากสำนักงานขนส่งของสวีเดน (Transportstyrelsen) ซึ่งหากผ่านการรับรองเรียบร้อย จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปีเต็ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาพสะท้อนของทิศทางกฎระเบียบในภูมิภาคยุโรปที่เริ่มเปิดกว้างและมีพัฒนาการมากขึ้น ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน RDW หน่วยงานด้านยานพาหนะของเนเธอร์แลนด์ เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรกในยุโรปที่รับรองระบบ FSD ของ Tesla ภายใต้กฎระเบียบ UN Regulation 171 ซึ่งเป็นมาตรฐานของสหภาพยุโรป (EU) ว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ การอนุมัติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผ่านการทดสอบมาอย่างเข้มข้นถึง 18 เดือน และใช้ข้อมูลการขับขี่จริงบนถนนยุโรปมากกว่า 1.6 ล้านกิโลเมตร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์กันว่ามหาอำนาจอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี จะทยอยออกการรับรองระดับประเทศตามมาภายใน 4 ถึง 8 สัปดาห์ข้างหน้า โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการได้รับการอนุมัติใช้งานครอบคลุมทั่วทั้ง EU ภายในช่วงฤดูร้อนปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะราบรื่นไร้รอยต่อ เพราะสำนักงานขนส่งของสวีเดนได้ส่งสัญญาณว่า แนวทางการอนุมัติของ EU อาจจะไม่ครอบคลุมถึงรถยนต์ Tesla ที่วิ่งอยู่บนถนนในประเทศ ณ ปัจจุบัน ซึ่งนั่นอาจเป็นการตีกรอบให้ระบบ FSD ใช้งานได้เฉพาะกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งผลิตออกมาเท่านั้น</span></p>
<h3><b>เกาหลีใต้กระแสแรง อัตราการใช้งานพุ่งผ่าน Socar</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"> ข้ามมาที่ฝั่งเอเชียอย่างเกาหลีใต้ กระแสความนิยมเรียกว่าพุ่งทะยาน เมื่อ Socar แพลตฟอร์มคาร์แชร์ริงชื่อดัง ได้นำ Tesla Model S และ Model X จำนวน 100 คัน ที่ติดตั้งระบบ FSD (แบบมีผู้ควบคุม) เข้ามาให้บริการในรูปแบบสมัครสมาชิก (Subscription) ผลปรากฏว่าสามารถกวาดยอดพรีบุ๊กกิ้งไปได้มากกว่า 2,000 รายการ ภายในช่วงเวลาเปิดรับจองเพียง 10 วันของเดือนที่แล้ว แม้ว่าค่าบริการจะเอาเรื่องอยู่พอสมควร โดยรายสัปดาห์ตกอยู่ที่ 1.49 ล้านวอนเกาหลีใต้ ส่วนแพ็กเกจรายเดือนทะลุไปถึง 3.99 ล้านวอน แต่ตัวเลขราคาที่สูงลิ่วนี้ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความต้องการของผู้บริโภคที่อยากสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไป Tesla ได้เปิดตัว FSD ในเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนปี 2025 โดยในช่วงแรกจำกัดการใช้งานไว้แค่รุ่น Model S และ Model X ที่มาพร้อมฮาร์ดแวร์ระดับ HW4 ข้อมูลจาก Tesla Korea เผยว่า เจ้าของรถในเกาหลีใต้พากันเปิดใช้งานระบบนี้คิดเป็นระยะทางวิ่งรวมกันทะลุ 8 ล้านกิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 100 วันแรกที่เปิดตัว ส่วนรุ่นเรือธงยอดฮิตอย่าง Model 3 และ Model Y ยังคงต้องร้องเพลงรอไปก่อน เนื่องจากรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานในจีนและนำเข้ามาขายในตลาดนี้ ยังติดอยู่ในขั้นตอนรอการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย</span></p>
<h3><b>จิ๊กซอว์แห่งความก้าวหน้าที่ค่อยๆ ก่อตัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"> การแผ่ขยายอาณาจักร FSD ของ Tesla ไปทั่วโลกยังคงเป็นเกมยาวที่ต้องลุยเจรจากันไปทีละประเทศ ภายใต้การกำหนดทิศทางของกรอบกฎหมายที่แตกต่างกันออกไป การได้รับการอนุมัติในเนเธอร์แลนด์ถือเป็นการสร้างฐานที่มั่นสำคัญในยุโรปก็จริง แต่สุดท้ายแล้วประเทศสมาชิกอื่นๆ ก็มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะยอมรับมาตรฐานนี้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในสวีเดน การได้ใบอนุญาตทดสอบจากเทศบาลเมืองต่างๆ อย่าง Nacka และ Strängnäs ถือเป็นก้าวเล็กๆ ที่มั่นคง มากกว่าจะเป็นการเปิดประตูให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ทันทีแบบเต็มพิกัด ในขณะเดียวกัน การเปิดรับอย่างรวดเร็วของตลาดเกาหลีใต้ก็เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความกระหายในเทคโนโลยีของผู้บริโภคอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเรื่องรุ่นรถที่รองรับ รวมถึงราคาค่าใช้จ่ายที่อยู่ในระดับพรีเมียมก็ตาม ซึ่งนี่คือพลวัตสำคัญที่ Socar กำลังใช้เป็นเดิมพันเพื่อวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้นำในยุคแห่งการขับขี่อัตโนมัติอย่างเต็มตัว</span></p>
<p><b>จับตาสัญญาณแห่งโลกอนาคตและโอกาสทางธุรกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อประเมินจากภาพรวมทั้งหมด การขยับตัวของ Tesla FSD ถือเป็นสัญญาณ (Signal) สำคัญที่นักลงทุนและผู้ติดตามโลกเทคโนโลยีต้องจับตาให้ดี การขับขี่อัตโนมัติไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟีเจอร์ล้ำสมัยบนรถยนต์ แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตที่กำลังค่อยๆ ผสานเข้ากับชีวิตประจำวันของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นในสวีเดนและเกาหลีใต้แสดงให้เห็นความจริงที่ว่า แม้กำแพงด้านกฎระเบียบจะหนาแค่ไหน แต่ความต้องการของตลาดที่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ใหม่นั้นมีอยู่จริงและมหาศาลมาก สำหรับใครที่มองหาโอกาสในการต่อยอดความรู้ด้านการลงทุนหรือวิเคราะห์เทรนด์ธุรกิจ การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคต่อเทคโนโลยี AI และ Data ที่ขับเคลื่อนระบบเหล่านี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้มองเห็นช่องทางคว้าผลกำไรในยุคที่ทุกอย่างกำลังถูกดิสรัปต์อย่างรวดเร็ว</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปความเคลื่อนไหว Tesla FSD สมรภูมิยุโรป vs เอเชีย</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเทศ / ภูมิภาค</b></td>
<td><b>ความคืบหน้าล่าสุด</b></td>
<td><b>ไฮไลต์สำคัญ</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🇸🇪 สวีเดน (ยุโรป)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อนุมัติทดสอบ FSD เมืองที่ 2</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เมือง Strängnäs ไฟเขียวให้ทดสอบบนถนนจริง รออนุมัติขั้นสุดท้าย (อาจจำกัดสิทธิ์เฉพาะรถใหม่)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🇳🇱 เนเธอร์แลนด์ (ยุโรป)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รับรอง FSD ชาติแรกในยุโรป</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผ่านมาตรฐาน UN Reg 171 เตรียมกรุยทางสู่อนาคตให้ยุโรปอนุมัติใช้ทั่ว EU ภายในปี 2026</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🇰🇷 เกาหลีใต้ (เอเชีย)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ยอดใช้งาน FSD พุ่งกระฉูด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คาร์แชร์ริง Socar ปล่อยเช่า ยอดจองทะลุ 2,000 คิวใน 10 วัน วิ่งสะสมรวม 8 ล้าน กม. (เฉพาะ Model S/X)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://eletric-vehicles.com/tesla/sweden-warns-tesla-fsd-could-be-restricted-to-newly-built-vehicles/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://eletric-vehicles.com/tesla/sweden-warns-tesla-fsd-could-be-restricted-to-newly-built-vehicles/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://electrek.co/2026/04/10/tesla-fsd-supervised-approved-netherlands-rdw-europe/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://electrek.co/2026/04/10/tesla-fsd-supervised-approved-netherlands-rdw-europe/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://thenextweb.com/news/tesla-fsd-supervised-netherlands-europe" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://thenextweb.com/news/tesla-fsd-supervised-netherlands-europe</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/tesla-fsd-update-sweden-south-korea/">อัปเดต Tesla FSD ล่าสุด สวีเดนให้ทดสอบวิ่งจริง เกาหลีใต้แห่ใช้เพียบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/tesla-fsd-update-sweden-south-korea/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
