<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยานยนต์ไฟฟ้า &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 May 2026 04:16:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>ยานยนต์ไฟฟ้า &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 04:16:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนรถใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดขายรถ EV ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถ BEV]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติรถยนต์ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4132</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนเมษายน 2569 สะท้อนให้เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/">เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนเมษายน 2569 สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ระหว่างตลาดยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปดั้งเดิมและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ </span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจาก </span><b>นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ฉายภาพให้เห็นสถิติเชิงลึกแบบครบทุกมิติ ทั้งการผลิต ยอดขายในประเทศ การส่งออก ไปจนถึงตัวเลขจดทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็น Data ที่คนทำงานสายกลยุทธ์และนักลงทุนต้องจับตา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ได้รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลสถิติอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมบริบททางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<h3><b><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4151" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-819x1024.jpg" alt="เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก" width="819" height="1024" title="เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>ภาพรวมการผลิตยานยนต์ การปรับสมดุลท่ามกลางปัจจัยท้าทาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นกันที่ตัวเลขการผลิต จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2569 มีทั้งสิ้น </span><b>103,794 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 22.20 และลดลงเล็กน้อยจากเดือนเมษายน 2568 ที่ร้อยละ 0.44 สาเหตุหลักมาจากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ปรับลดลงร้อยละ 1.70 โดยเป็นการลดลงของรถยนต์นั่งทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันร้อยละ 16.77 เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มส่งผลให้การผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางลดลง ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินสามเดือน อาจทำให้ยอดผลิตเพื่อส่งออกไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อดูยอดสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้รวมทั้งสิ้น </span><b>473,545 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 4</span></p>
<h4><b>เจาะลึกสถิติการผลิตรถยนต์นั่ง (เมษายน 2569)</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลิตได้รวม 36,650 คัน (ลดลงร้อยละ 8.43 จากเมษายน 2568) แบ่งเป็น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Internal Combustion Engine (ICE):</b><span style="font-weight: 400;"> 11,870 คัน (ลดลงร้อยละ 24.15)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Battery Electric Vehicle (BEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 4,716 คัน (ลดลงร้อยละ 1.01)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 1,738 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.57)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Hybrid Electric Vehicle (HEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 18,326 คัน (ลดลงร้อยละ 1.37)</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(ยอดสะสมรถยนต์นั่ง ม.ค. &#8211; เม.ย. 2569 รวม 156,599 คัน คิดเป็นร้อยละ 33.07 ของยอดผลิตทั้งหมด ลดลงร้อยละ 1.83 โดย ICE ผลิตได้ 60,402 คัน ลดลงร้อยละ 11.87, BEV ผลิตได้ 15,211 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.98, PHEV 6,551 คัน ลดลงร้อยละ 15.83 และ HEV 74,435 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.71)</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ไม่มีการผลิตทั้งในเดือนเมษายน และสะสม 4 เดือนแรกของปี 2569</span></i></p>
<h4><b>สถิติการผลิตรถยนต์บรรทุกและรถกระบะ</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอดผลิตรถยนต์บรรทุกรวมในเดือนเมษายน 2569 ทำได้ </span><b>67,144 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.54) และยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 316,946 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.15) หากเจาะจงเฉพาะรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายนผลิตได้ 65,933 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.44) และสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 311,290 คัน (คิดเป็นร้อยละ 65.74 ของยอดผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.35) แบ่งรายละเอียดสะสมดังนี้:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะบรรทุก: 46,796 คัน (ลดลงร้อยละ 6.55)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะดับเบิลแค็บ: 200,592 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.41)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV: 1,536 คัน (เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38,300)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะ PPV: 62,366 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.27) </span><i><span style="font-weight: 400;">(สำหรับรถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน ถึงมากกว่า 10 ตัน เดือนเมษายนผลิตได้ 1,211 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 149.69 และสะสม 4 เดือนรวม 5,656 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 83.58)</span></i></li>
</ul>
<h3><b>ผลิตเพื่อส่งออก VS ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สัดส่วนของการผลิตยังคงเทน้ำหนักไปที่การส่งออก โดยในเดือนเมษายน 2569 </span><b>ผลิตเพื่อส่งออกได้ 67,262 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (คิดเป็นร้อยละ 64.80 ของยอดผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.26) ยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 316,605 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.56)</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่งเพื่อส่งออก:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 14,252 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.68) สะสม 4 เดือนรวม 67,975 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.75)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ 1 ตันเพื่อส่งออก:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 53,010 คัน (ลดลงร้อยละ 1.78) สะสม 4 เดือนรวม 248,630 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.13) แบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก 25,280 คัน (ลดลงร้อยละ 18.71), ดับเบิลแค็บ 176,543 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.98) และ PPV 46,807 คัน (ลดลงร้อยละ 1.32)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน </span><b>การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนอยู่ที่ </span><b>36,532 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (คิดเป็นร้อยละ 35.20 ของยอดผลิตทั้งหมด ลดลงร้อยละ 1.70) ยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 156,940 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.90)</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศ:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 22,398 คัน (ลดลงร้อยละ 16.77) สะสม 4 เดือนรวม 88,624 คัน (ลดลงร้อยละ 15.62)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ 1 ตันเพื่อจำหน่ายในประเทศ:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 12,923 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.29) สะสม 4 เดือนรวม 62,660 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.10) แบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก 21,516 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.37), ดับเบิลแค็บ 25,585 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.67) และ PPV 15,559 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.99)</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(สำหรับรถจักรยานยนต์ เดือนเมษายนผลิตได้รวม 181,539 คัน ลดลงร้อยละ 4.22 แบ่งเป็น CBU 146,306 คัน ลดลงร้อยละ 6.87 และ CKD 35,233 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.56 ส่วนยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 817,426 คัน ลดลงร้อยละ 4.29 แบ่งเป็น CBU 649,233 คัน และ CKD 168,193 คัน)</span></i></p>
<h3><b>ยอดขายในประเทศ พลังของยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนตลาด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดที่น่าสนใจและสะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคชัดเจนที่สุดคือ </span><b>ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายน 2569 ปิดตัวเลขที่ </span><b>48,394 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะลดลงจากเดือนมีนาคมร้อยละ 19.16 แต่เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้วพบว่า </span><b>เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.54</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจัยบวกมาจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองทะลักเกินครึ่งของยอดจองรวมในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากผลกระทบการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และการเริ่มผลิตรถบรรทุกจากโรงงานที่ย้ายฐานการผลิตใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า ยอดขายรถกระบะยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยลดลงร้อยละ 9.7 สาเหตุหลักมาจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตต่ำ รวมถึงอำนาจซื้อที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดี หากการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงเม็ดเงินกู้สี่แสนล้านบาทของรัฐบาลขับเคลื่อนได้จริงตามแผน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างงานและพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือต้นทุนชิ้นส่วนที่อ้างอิงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจซ้ำเติมยอดขายในภาวะที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่</span></p>
<h4><b>โครงสร้างยอดขายเดือนเมษายน 2569 (เทียบกับเมษายนปีที่แล้ว)</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> 33,654 คัน (ร้อยละ 69.54 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.07)</span>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">สันดาปภายใน (ICE): 7,109 คัน (ลดลงร้อยละ 35.18)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">ไฟฟ้า (BEV): 13,882 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.35)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV): 1,023 คัน (ลดลงร้อยละ 5.54)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">REEV: 436 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 100)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">ไฟฟ้าผสม (HEV): 11,204 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.75)</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ:</b><span style="font-weight: 400;"> 9,831 คัน (ลดลงร้อยละ 10.11) โดยในกลุ่มนี้มีกระบะไฟฟ้า (BEV) 109 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.35), REEV 4 คัน และ HEV 3 คัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถ PPV:</b><span style="font-weight: 400;"> 2,619 คัน (ลดลงร้อยละ 16.57)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถบรรทุก 5 – 10 ตัน:</b><span style="font-weight: 400;"> 1,401 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.01) มีกลุ่มไฟฟ้า (BEV) 16 คัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถประเภทอื่นๆ:</b><span style="font-weight: 400;"> 757 คัน (ลดลงร้อยละ 30.93)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถจักรยานยนต์:</b><span style="font-weight: 400;"> 136,992 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.82)</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(ยอดขายสะสม 4 เดือนแรกของปี 2569 รถยนต์มียอดขายรวม 230,477 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.02 โดยรถยนต์นั่ง BEV สะสมอยู่ที่ 64,109 คัน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 90.61 ขณะที่รถจักรยานยนต์สะสมอยู่ที่ 605,601 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.13)</span></i></p>
<h3><b>ตัวเลขการส่งออก ความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายน 2569 ทำได้ </span><b>60,190 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> ลดลงร้อยละ 8.43 จากปีที่แล้ว ผลกระทบหลักมาจากการส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางที่ลดลงฮวบฮาบถึงร้อยละ 91.76 (หายไปกว่า 11,053 คัน) สืบเนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ตลอดจนการปรับตัวลดลงในยุโรปและอเมริกาใต้ อย่างไรก็ตาม ตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย โอเชียเนีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ยังคงมีการส่งออกเพิ่มขึ้น ช่วยพยุงสถานการณ์ไม่ให้ทรุดตัวหนัก</span></p>
<h4><b>รายละเอียดการส่งออก เมษายน 2569</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ:</b><span style="font-weight: 400;"> 36,615 คัน (ลดลงร้อยละ 16.97)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ BEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 6 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 100)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง ICE:</b><span style="font-weight: 400;"> 2,031 คัน (ลดลงร้อยละ 75)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง BEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 1,924 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 191.52)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง PHEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 358 คัน (ปี 2568 ไม่มีการส่งออก)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง HEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 6,713 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.80)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถ PPV:</b><span style="font-weight: 400;"> 12,543 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.98)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">มูลค่าการส่งออกรถยนต์รวมเครื่องยนต์และชิ้นส่วนในเดือนเมษายนอยู่ที่ 62,637.24 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 6.86) ส่วนยอดส่งออกสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 280,184 คัน (ลดลงร้อยละ 3.45) มูลค่ารวม 267,903.26 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 6.16)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฝั่งของ </span><b>รถจักรยานยนต์</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนส่งออกได้ 68,170 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.35) มูลค่ารวมชิ้นส่วน 5,268.70 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.53) ยอดสะสม 4 เดือนส่งออกได้ 320,343 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.61) มูลค่ารวม 24,771.68 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.86) ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรมในเดือนเมษายนปิดที่ 67,905.94 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5.60) และสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 292,674.94 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5.25)</span></p>
<h3><b>ข้อมูลจดทะเบียนยานยนต์ใหม่ (รย.1) สัญญาณแห่งยุค EV</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขจดทะเบียนใหม่ตอกย้ำให้เห็นว่ากระแสไฟฟ้าไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร ในเดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จดทะเบียน 42,152 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48) โดยแบ่งเป็น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไฟฟ้า (BEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 9,963 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.54)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันเบนซิน:</b><span style="font-weight: 400;"> 8,311 คัน (ลดลงร้อยละ 23.60)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันดีเซล:</b><span style="font-weight: 400;"> 9,954 คัน (ลดลงร้อยละ 1.73)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 12,645 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.21)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>PHEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 1,279 คัน (ลดลงร้อยละ 61.10)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอดสะสม 4 เดือนแรกของปี 2569 ทะลุ 211,962 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.88) โดยกลุ่ม BEV พุ่งสูงถึง 65,247 คัน (เติบโตร้อยละ 110)</span></p>
<h4><b>เจาะลึกป้ายแดงกลุ่มพลังงานไฟฟ้า (BEV, HEV, PHEV)</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประเภท BEV:</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนจดทะเบียนใหม่รวม 12,512 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.84) ประกอบด้วยรถยนต์นั่ง 9,974 คัน, กระบะและแวน 23 คัน, จักรยานยนต์ 2,453 คัน เป็นต้น ส่วนยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 75,493 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 88.64) ปัจจุบันประเทศไทยมียานยนต์ BEV จดทะเบียนสะสม ณ 30 เม.ย. 2569 ทั้งสิ้น </span><b>447,351 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.63)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประเภท HEV:</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนจดทะเบียนใหม่ 12,704 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.27) นำโดยรถยนต์นั่ง 12,645 คัน ยอดสะสม 4 เดือน 60,756 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.91) ยอดจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศทะลุ </span><b>665,034 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.49)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประเภท PHEV:</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนจดทะเบียนใหม่ 1,280 คัน (ลดลงร้อยละ 61.07) ยอดสะสม 4 เดือน 5,448 คัน (ลดลงร้อยละ 26.58) ยอดจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ </span><b>86,708 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.93)</span></li>
</ul>
<h3><b>อนาคตยานยนต์ไทยกับความท้าทายที่ต้องก้าวผ่าน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถิติทั้งหมดในเดือนเมษายน 2569 เราสามารถประเมินแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ว่า </span><b>&#8220;ตลาดยานยนต์ไฟฟ้ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักใหม่ของการเติบโตในประเทศ&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ตัวเลขการเติบโตของ BEV และ HEV ทั้งฝั่งยอดขายและการจดทะเบียนสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ตอบรับกับเทคโนโลยีใหม่ ประกอบกับความกังวลด้านราคาพลังงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตและการส่งออกยังคงต้องเผชิญกับคลื่นลมจากความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่อลอจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานโดยตรง ความหวังสำคัญในระยะยาวคือการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งเม็ดเงินลงทุนใหม่และการผลักดันอุตสาหกรรมในประเทศให้ปรับตัวรับ Supply Chain ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มรูปแบบ หากไทยสามารถรักษาสมดุลระหว่างการรักษาฐานการผลิตรถยนต์สันดาปและการเร่งสปีดอุตสาหกรรม EV ได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะยังคงเป็นฮับยานยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคได้อย่างแน่นอน</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปสถิติยานยนต์ไทย เม.ย. 2569 จุดเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV</b></h3>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>รายการ (เมษายน 2569)</b></td>
<td><b>จำนวน (คัน)</b></td>
<td><b>เปลี่ยนแปลง (เทียบ เม.ย. 68)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ยอดผลิตรถยนต์รวม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">103,794</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดลง 0.44%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ยอดขายในประเทศ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">48,394</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เพิ่มขึ้น 2.54%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">60,190</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดลง 8.43%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จดทะเบียนใหม่ (น้ำมันเบนซิน)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">8,311</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดลง 23.60%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จดทะเบียนใหม่ (BEV เติบโตสูงสุด)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">9,963</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เพิ่มขึ้น 63.54%</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/">เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MGC-ASIA โกยกำไรพุ่ง 488% ทุบนิวไฮ Q1 ขานรับเทรนด์ Premium EV</title>
		<link>https://www.thesignals.net/mgc-asia-q1-profit-growth-premium-ev-trend/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/mgc-asia-q1-profit-growth-premium-ev-trend/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 08:45:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[MGC-ASIA]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Neo Mobility Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Premium EV]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรถมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรถเช่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถหรู]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3526</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/mgc-asia-q1-profit-growth-premium-ev-trend/">MGC-ASIA โกยกำไรพุ่ง 488% ทุบนิวไฮ Q1 ขานรับเทรนด์ Premium EV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยเฉพาะกระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้ามาพลิกโฉมตลาดอย่างเต็มตัว ท่ามกลางความท้าทายนี้ บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมและกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง จนสามารถพุ่งทะยานเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่ (New Growth Cycle) ได้อย่างสง่างาม</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-3626" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-35-819x1024.jpg" alt="MGC-ASIA โกยกำไรพุ่ง 488% ทุบนิวไฮ Q1 ขานรับเทรนด์ Premium EV" width="819" height="1024" title="MGC-ASIA โกยกำไรพุ่ง 488% ทุบนิวไฮ Q1 ขานรับเทรนด์ Premium EV" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-35-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-35-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-35-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-35-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-35-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-35.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></h2>
<h2><span style="font-weight: 400;">MGC-ASIA โกยกำไรพุ่ง 488% ทุบนิวไฮ Q1 ขานรับเทรนด์ Premium EV</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องยืนยันชั้นดี MGC-ASIA สามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ด้วยการกวาดกำไรสุทธิไปได้ถึง 323 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 488% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และยังเป็นการเติบโตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 ในขณะเดียวกัน รายได้รวมก็พุ่งไปแตะระดับ 6,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.6% (YoY) ตามมาด้วยตัวเลข EBITDA ที่เติบโตอย่างสวยงามถึง 88.1% (YoY) ทะยานสู่ระดับ 813 ล้านบาท</span></p>
<h3><b>ขุมพลังเบื้องหลังความสำเร็จ การขับเคลื่อนด้วย Premium EV และ Neo Mobility Asia</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยหลักที่ส่งแรงหนุนให้ตัวเลขทางการเงินของ MGC-ASIA ออกมาสวยงามขนาดนี้ มาจากการรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia แบบเต็ม 100% ซึ่งเริ่มสะท้อนให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ผู้บริโภคยุคใหม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันหลังให้รถยนต์สันดาปภายใน และเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมกันมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด คือ งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา กระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในเครือของบริษัทฯ ถือว่าร้อนแรงเกินคาด โดยเฉพาะหลังจากการเผยโฉม XPENG X9 และ BMW iX3 รุ่นใหม่ ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม Premium Intelligent EV รุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ZEEKR 009, BMW i5 รวมถึงโมเดลอื่นๆ ในเครือ ก็กวาดยอดจองไปได้อย่างถล่มทลาย สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในตลาดกลุ่มพรีเมียมที่กำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดจองค้างส่ง (Backorder) ในมือสูงกว่า 2,000 คัน ซึ่งจะเป็นสปริงบอร์ดชั้นดีที่พร้อมเร่งสปีดการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 ยาวไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี</span></p>
<h3><b>สยายปีกสู่ Premium Mobility Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ MGC-ASIA ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจากการวางรากฐานธุรกิจมาอย่างยาวนาน วันนี้ภาพของการเป็น Premium Mobility Ecosystem มีความชัดเจนและสมบูรณ์แบบ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์กลุ่มพรีเมียม ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ บริการทางการเงิน ประกันภัย รถเช่า รถยนต์มือสอง บริการหลังการขาย ไปจนถึง Loyalty Ecosystem</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเชื่อมโยงระบบนิเวศเหล่านี้เข้าด้วยกัน ทำให้บริษัทสามารถรักษาสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจที่มี High Margin และ Recurring Income ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ คือ แพลตฟอร์ม ‘MOBILIFE’ ซึ่งเป็น Loyalty Ecosystem ที่รวบรวมทุกบริการไว้ในที่เดียว ลูกค้าสามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสินค้าและบริการพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างดี ไปจนถึงการแลกตั๋วเครื่องบินผ่าน MGC Aviation ได้โดยตรง กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) แต่ยังเป็นการดึงให้ลูกค้าหมุนเวียนใช้บริการภายในอีโคซิสเต็มของกลุ่มบริษัทอย่างยั่งยืน</span></p>
<h3><b>เจาะลึกผลงานรายกลุ่มธุรกิจ โชว์ฟอร์มแกร่ง เติบโตยกแผง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมการเติบโตของ MGC-ASIA ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นการเติบโตในทุกมิติของ New Growth Engine ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Neo Mobility Asia ตัวขับเคลื่อน EV Ecosystem :</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจุบันบริษัทดูแลแบรนด์พรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR โดยเดินหน้าทยอยส่งมอบรถตาม Backorder กว่า 2,000 คันอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับดีมานด์ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Alpha X และ Howden Maxi เติบโตติดปีก :</b><span style="font-weight: 400;"> ธุรกิจทางการเงินอย่าง Alpha X ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากกลุ่ม Wealth Lending ในเซกเมนต์ลูกค้าระดับพรีเมียม โดยโชว์ส่วนแบ่งกำไรที่ 11.4 ล้านบาท พุ่งทะยานถึง 1,765.3% (YoY) ในขณะที่ธุรกิจประกันภัย Howden Maxi ก็เติบโตจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>MASTER CAR RENTAL และ SIXT รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว :</b><span style="font-weight: 400;"> ธุรกิจรถเช่ากวาดรายได้ไป 489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% (YoY) โดยได้รับแรงบวกจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเช่ารถของกลุ่มลูกค้าองค์กร พร้อมกันนี้ยังมีการเสริมพอร์ตรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้า 100% เข้ามาตอบโจทย์เทรนด์ตลาดอีกด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ธุรกิจรถมือสอง บริหารจัดการเยี่ยม ดัน Margin โต :</b><span style="font-weight: 400;"> กวาดรายได้ไป 273.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% (YoY) ซึ่งจุดเด่น คือ การรักษาอัตรากำไร (Margin) ให้อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม ผ่านการบริหารจัดการสต็อกรถและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Aftersales และ MMS แหล่งรายได้ประจำสุดสตรอง :</b><span style="font-weight: 400;"> ธุรกิจบริการหลังการขายทำรายได้สูงถึง 931 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ BMW, MINI, Honda, XPENG, ZEEKR, Rolls-Royce, BMW Motorrad, Harley-Davidson และ MMS</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ BMW Millennium Auto จังหวัดอุดรธานี เพื่อเจาะฐานลูกค้าพรีเมียมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพิ่มเติมจากสาขาอุบลราชธานี หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในการยึดหัวหาดโซนภาคใต้ ทั้งที่ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่ ควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพศูนย์ซ่อมสีและตัวถังผ่าน MMS เพื่อรองรับปริมาณรถพรีเมียมและรถ EV ที่ต้องการเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง</span></p>
<h3><b>วิสัยทัศน์ผู้บริหาร หลบเลี่ยงสงครามราคา สู่การแข่งขันบนระบบนิเวศ</b></h3>
<p><b>ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะไม่ได้วัดความสำเร็จกันที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่สมรภูมิที่แท้จริง คือ การแข่งขันของ &#8220;ระบบนิเวศ&#8221; (Ecosystem) ที่สามารถเชื่อมโยงลูกค้า สร้างความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง (Recurring Relationship) และต่อยอดมูลค่าได้ตลอดไลฟ์ไซเคิลของผู้บริโภค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา MGC-ASIA ได้วางรากฐานเหล่านี้ไว้อย่างมั่นคง โดยมุ่งเน้นการเติบโตผ่านคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อฉีกหนีการแข่งขันในรูปแบบ &#8220;สงครามราคา&#8221; (Price War) ซึ่งผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างจริงจัง ก็ได้สะท้อนออกมาให้เห็นแล้วผ่านผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีคุณภาพในไตรมาสนี้ ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าสร้าง Community Engagement ผ่านกิจกรรมกีฬาและเยาวชน อย่างการจัดการแข่งขัน ‘XPENG Cup International Ice Hockey’ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ภายใต้ Premium Lifestyle Ecosystem อย่างยั่งยืน</span></p>
<h3><b>จับตาอนาคต MGC-ASIA โอกาสและความท้าทายในสมรภูมิยานยนต์ยุคใหม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวิเคราะห์จากพื้นฐานข้อมูลตามความเป็นจริง ทิศทางในครึ่งปีหลังของปี 2569 สำหรับ MGC-ASIA ถือว่ามีแนวโน้มที่สดใสและน่าจับตามองอย่างยิ่ง การมี Backorder รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมกว่า 2,000 คันในมือ คือ หลักประกันรายได้ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ประกอบกับการทยอยเปิดตัวรถยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่ๆ และการขยายสาขาศูนย์บริการ จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาพรวมที่ดูดี ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยก็ยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้เล่นรายใหม่ที่ตบเท้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กุญแจสำคัญที่จะทำให้ MGC-ASIA รักษาตำแหน่งผู้นำและเติบโตได้อย่างยั่งยืน คือ การรักษามาตรฐานการบริการหลังการขาย การขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม และการใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูงผ่านแพลตฟอร์ม MOBILIFE ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากสามารถรักษาสมดุลของอีโคซิสเต็มนี้ไว้ได้ อนาคตของ MGC-ASIA ในการเป็นผู้นำ Premium Mobility ระดับภูมิภาค ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>สรุปความปัง MGC-ASIA โตทะลุกราฟ Q1/2569</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>กลุ่มธุรกิจหลัก</b></td>
<td><b>ไฮไลท์ความสำเร็จทะลุเป้า</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาพรวม (Q1/2569)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กำไรสุทธิ 323 ล้าน (โต 488%) ฟันรายได้รวม 6,080 ล้าน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Neo Mobility Asia</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดัน EV Ecosystem กระแสแรง ยอดจองค้างส่ง (Backorder) พุ่งกว่า 2,000 คัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Alpha X &amp; Howden Maxi</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจการเงิน Alpha X กำไรพุ่ง 1,765% จับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมอยู่หมัด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>รถเช่า (MASTER CAR &amp; SIXT)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รายได้ 489 ล้าน (โต 14%) รับท่องเที่ยวฟื้นตัว เสริมทัพด้วยรถ EV 100%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>รถยนต์มือสอง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รายได้ 273 ล้าน บริหารสต็อกเยี่ยม รักษา Margin ได้สวยงาม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>บริการหลังการขาย &amp; MMS</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โกยรายได้ประจำ 931 ล้าน เร่งขยายเครือข่ายศูนย์บริการและศูนย์ซ่อมสี-ตัวถังทั่วไทย</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/mgc-asia-q1-profit-growth-premium-ev-trend/">MGC-ASIA โกยกำไรพุ่ง 488% ทุบนิวไฮ Q1 ขานรับเทรนด์ Premium EV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/mgc-asia-q1-profit-growth-premium-ev-trend/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตพลังงานไทย Energy Lockdown อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด เจาะทางรอดคนไทยยุคน้ำมันแพง </title>
		<link>https://www.thesignals.net/energy-crisis-oil-price-impact-thailand/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/energy-crisis-oil-price-impact-thailand/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 08:25:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ทางรอดเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิรัฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ล็อกดาวน์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมปลื้มวิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2044</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตพลังงานและความปกติใหม่ที่กำลังจะมาถึง โลกของเรากำล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/energy-crisis-oil-price-impact-thailand/">วิกฤตพลังงานไทย Energy Lockdown อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด เจาะทางรอดคนไทยยุคน้ำมันแพง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>วิกฤตพลังงานและความปกติใหม่ที่กำลังจะมาถึง</b><span style="font-weight: 400;"> โลกของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของต้นทุนพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของทุกคน บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจจาก </span><b>หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่าน </span><b>ช่อง </b><a href="https://www.youtube.com/watch?v=bAfGSwCFDWc" target="_blank" rel="noopener"><b>หม่อมปลื้มวิเคราะห์</b></a><span style="font-weight: 400;"> ได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจ พลังงานทดแทน และผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ไว้อย่างแหลมคม ซึ่งทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า ความปกติใหม่ หรือ New Normal ที่แท้จริงในยุคนี้คืออะไรกันแน่ และเราจะปรับตัวรับมืออย่างไร</span></p>
<h2><strong>วิกฤตพลังงานไทย Energy Lockdown อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด เจาะทางรอดคนไทยยุคน้ำมันแพง </strong></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2093" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11312_1_11zon.webp" alt="วิกฤตพลังงานไทย Energy Lockdown อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด เจาะทางรอดคนไทยยุคน้ำมันแพง " width="1200" height="1500" title="วิกฤตพลังงานไทย Energy Lockdown อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด เจาะทางรอดคนไทยยุคน้ำมันแพง " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11312_1_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11312_1_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11312_1_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11312_1_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11312_1_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-11312_1_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>รัฐบาล กลไกตลาด และความเป็นไปได้ของ Energy Lockdown</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่เราเห็นกัน รัฐบาลในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำหรือความยากจนสูง ซึ่งรวมถึงประเทศไทย มักจะไม่ปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเสรี ในทางกลับกัน พวกเขามักจะใช้การควบคุมราคาและสั่งให้ประชาชนลดพฤติกรรมการใช้สอยลง ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่มาตรการทำงานจากที่บ้าน (Work from home) และการกำหนดเวลาปิดไฟตามป้ายโฆษณา หรือแม้แต่ในที่พักอาศัย จะเป็นสิ่งที่เราใกล้จะได้นำมาใช้ในเร็ววัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า &#8220;Energy Lockdown&#8221; หรือการล็อกดาวน์พลังงาน หมายความว่าในเร็ว ๆ นี้เราอาจจะต้องกักตัวอยู่บ้านกันอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้นำระดับโลกอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงมีท่าทีเช่นนี้ และอิหร่านรวมถึงประเทศอื่น ๆ ยังหาข้อตกลงเรื่องการเปิดช่องแคบไม่ได้ สิ่งนี้จะกลายเป็นความปกติใหม่ที่ใกล้เคียงกับการล็อกดาวน์จริง ๆ ท้ายที่สุดแล้ว สังคมในประเทศแถบเอเชียอย่างไทยหรือมาเลเซียมีความถนัดในการใช้มาตรการขอความร่วมมือเชิงบังคับมากกว่าการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะหากปล่อยให้ราคาพุ่งสูง อาจเกิดกระแสต่อต้านจากสื่อมวลชนและประชาชน ที่จะมองว่ารัฐบาลไม่ยอมเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">วิกฤตต้นทุนน้ำมัน vs นรกของจริงอย่างโควิด-19</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"> หลายคนอาจจะจินตนาการว่าวิกฤตในรอบนี้จะเลวร้ายกว่าในอดีต อย่างไรก็ตาม วิกฤตที่เลวร้ายกว่านี้อย่างปฏิเสธไม่ได้เลยคือวิกฤตโควิด-19 ในรอบนี้เรากำลังเผชิญกับวิกฤตเรื่องต้นทุนที่มาจากราคาน้ำมัน แต่วิกฤตโควิด-19 นั้นหนักหนากว่าหลายเท่าและเทียบเท่าได้กับสงครามโลก แม้ว่าวิกฤตรอบนี้อาจทำให้จีดีพี (GDP) ชะลอตัวลงเหลือการเติบโตเพียง 0.3% ถึง 3% ตามการคาดการณ์บางแหล่งวิเคราะห์ (ตัวเลขดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปตามประเทศและช่วงเวลา) อย่างไรก็ตามแต่โควิดก็ยังสร้างความเสียหายที่รุนแรงกว่าจนไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์ล็อกดาวน์ในช่วงโควิด-19 ที่กินเวลากว่าหนึ่งปี คือช่วงเวลาที่เลวร้ายราวกับนรก ซึ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาต่อผู้คนอย่างถาวร เปลี่ยนพฤติกรรมให้คนหันมาใช้ระบบเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) มากขึ้น จนเกิดเป็นความเคยชินที่จะไม่ออกจากบ้าน วิกฤตครั้งนี้ยังเป็นเพียงวิกฤตด้านต้นทุน ซึ่งจะกระทบต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้พลังงานของแต่ละบุคคล คนจำนวนมากไม่ได้มีชีวิตที่ผูกติดกับราคาน้ำมันโดยตรง แต่ผูกติดกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ หากสังเกตดูจะพบว่า ราคาสินค้ายังไม่ได้พุ่งสูงขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ในทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า &#8220;แค่แพงขึ้น&#8221; หมายความว่า ในท้ายที่สุด กลไกตลาดจะบีบบังคับให้เราลดการใช้ทรัพยากรลงไปเองโดยอัตโนมัติ และเมื่อเราใช้น้อยลง มันก็จะไม่เกิดภาวะขาดแคลน (Shortage) จนถึงขั้นที่ขับรถออกจากบ้านไม่ได้เลย</span></p>
<h3><b>สงคราม การเมือง และราคาน้ำมันที่ผันผวน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเริ่มมีแนวทางประนีประนอมในเส้นทางเดินเรือ เช่น การให้เรือสินค้าจ่ายค่าผ่านทางเพื่อแล่นอ้อมไปอีกฝั่งของอิหร่านโดยไม่ถูกโจมตี แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ช่องแคบเพียงแห่งเดียว ข้อมูลชี้ว่าในช่วงความขัดแย้ง ปริมาณการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงกว่า 95% จากปริมาณปกติ คือมีเรือผ่านเพียงไม่กี่ลำต่อสัปดาห์จากระดับปกติเกือบร้อยลำต่อวัน ทั้ง ๆ ที่ระบบการขนส่งทางเลือกอื่นรองรับได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของปริมาณปกติ ภาวะขาดแคลนการขนส่งจึงส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น ราคาน้ำมันยังพุ่งสูงขึ้นตามท่าทีหรือคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกด้วย ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเป็นการปั่นกระแสหรือไม่ หรืออาจมีการเก็งกำไรล่วงหน้าก็ตาม แต่ในกรณีหนึ่งก่อนที่ทรัมป์จะโพสต์ข้อความหรือประกาศการเจรจากับอิหร่าน ก็มีคำสั่งขาย/ชอร์ตน้ำมันในตลาดฟิวเจอร์สมูลค่าราว 580 ล้านดอลลาร์ล่วงหน้า ซึ่งเป็นการเดิมพันว่าราคาน้ำมันจะลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่อง Insider Trading และยังถือเป็นกรณีหนึ่งไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เสมอ” อย่างที่กล่าวไว้ ตราบใดที่สถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ราคาน้ำมันก็จะยังคงผูกติดอยู่กับคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ</span></p>
<h3><b>ทางรอดคือ พลังงานทดแทน และ ยุคของ EV </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">New Normal ในบริบทนี้ไม่ใช่เรื่องของสงคราม แต่มันคือ &#8220;ต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น&#8221; อย่างที่นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง เกรตา ทุนเบิร์ก เคยรณรงค์ไว้ วันนี้เราเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า เราจำเป็นต้องเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือซากดึกดำบรรพ์ และหันมาพึ่งพาพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นลม แสงอาทิตย์ หรือพลังงานนิวเคลียร์ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่าพลังงานนิวเคลียร์มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ขณะที่หน่วยงานวิจัยและข้อมูลเศรษฐศาสตร์พลังงานอื่น เช่น IEA–NEA ระบุว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำที่สั่งจ่ายได้ (dispatchable) ที่มีต้นทุนเฉลี่ยถูกที่สุดในกลุ่มแหล่งกำเนิดประเภทนี้ แต่ไม่จำเป็นต้องถูกที่สุดในทุกกรณีเมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานลมหรือพลังงานแสงอาทิตย์ในบางภูมิภาค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสำคัญคือ หากเราจะมุ่งไปในทิศทางนั้น ยานพาหนะทุกประเภทที่เราใช้งาน ตั้งแต่รถจักรยานยนต์ไปจนถึงรถบรรทุก จะต้องเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด รวมถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบที่ชาวต่างชาตินิยมใช้ เพื่อให้เราสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าในราคาที่ถูกลงได้ นี่คือการปลดแอกตัวเองออกจากเชื้อเพลิงเดิม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรายังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อมาผลิตไฟฟ้า ไม่ใช่ว่าเราผลิตไฟฟ้าไม่พอ แต่ปัญหาคือเราต้องพึ่งพาการนำเข้า ดังนั้น ประเทศของเราจำเป็นต้องแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับมุมมองการปรับตัวในยุคเปลี่ยนผ่านที่ยังมีทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล ทางผู้จัดรายการได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า หากค่ายรถยนต์มีการปรับลดราคาลงอีกสัก 2-3 แสนบาท ก็อาจจะตัดสินใจซื้อรถที่ใช้น้ำมันดีเซลสักคัน ก่อนหน้านี้เคยเกือบจะตัดสินใจซื้อรถกระบะคันหนึ่งที่ลดราคาลงมาเหลือ 8 แสนบาทแล้ว ถ้าหากเขาลดราคาเหลือสัก 5 แสนบาท คงซื้อแน่นอน ถึงแม้น้ำมันดีเซลจะแพง ก็อาศัยการเติมแต่น้อยและใช้แต่น้อย เอาไว้ขับไปทำงานหรือออกรายการทีวีก็พอ ซึ่งเชื่อว่าค่ายรถยนต์จะต้องมีการปรับลดราคารถลงอีกรอบอย่างแน่นอน</span></p>
<h3><b>ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไปและผลกระทบระดับโลก </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากประเด็นพลังงาน สักวันหนึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ก็ต้องลงจากตำแหน่ง และสถานการณ์สงครามก็อาจจะทุเลาลง แต่ความขัดแย้งหลายระดับที่เขาได้ทิ้งเอาไว้ ถือว่ายังเป็นปัญหาหนักในหลายภูมิภาค ตัวอย่างเช่น สิ่งที่ปูตินกระทำต่อเยอรมนี ทำให้เยอรมนีต้องหันมาพิจารณานโยบายการเกณฑ์ทหารและมั่นคงใหม่ รวมถึงกฎหมายที่กำหนดให้ชายที่มีสิทธิ์รับราชการ (อายุ 17–45 ปี) ต้องขออนุญาตจาก Bundeswehr Career Center ก่อนออกนอกประเทศเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน ในช่วงที่ยังคงใช้ระบบการเกณฑ์แบบสมัครใจ กฎหมายนี้กำหนดให้ถือว่าการอนุมัติได้รับโดยอัตโนมัติ จึงไม่ได้แปลว่ารัฐบังคับห้ามผู้ชายออกจากประเทศทุกกรณี แต่เป็นมาตรการควบคุมการหลบเลี่ยงหน้าที่ทหารในช่วงเวลาที่ต้องเตรียมการป้องกันชาติ มันสมควรแล้วหรือที่เยอรมนีต้องมาถึงจุดที่ต้องทำเช่นนี้ (อ้างอิงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายความมั่นคงและการเกณฑ์ทหารของประเทศเยอรมนีจากสำนักข่าว Reuters [</span><a href="https://www.reuters.com/world/europe/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/world/europe/</span></a><span style="font-weight: 400;">])</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">อนาคตที่รอเราอยู่และทิศทางความเป็นไปได้</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"> ท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจในรอบนี้กำลังสอนให้เราปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดการชะงักงันแบบเฉียบพลันเหมือนช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 แนวโน้มในอนาคตอันใกล้คือการที่ผู้คน ภาคธุรกิจ และแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะค่อย ๆ ทรานส์ฟอร์มตัวเองเข้าสู่เทคโนโลยีประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น ทั้งการก้าวเข้าสู่ Ecosystem ของรถยนต์ EV อย่างเต็มรูปแบบ การหันมาพึ่งพาพลังงานสะอาดในภาคครัวเรือน หรือแม้แต่การจัดการทำงานแบบ Hybrid ที่ผสมผสานระหว่าง Work from home และการเข้าออฟฟิศ เพื่อลดต้นทุนการเดินทาง สิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมคือความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต วางแผนการเงินอย่างรัดกุม และบริหารจัดการต้นทุนให้สอดรับกับโครงสร้างค่าพลังงานรูปแบบใหม่ที่จะกลายเป็นภาพจำของโลกยุคถัดไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเปรียบเทียบ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">🦠 วิกฤตโควิด-19 (อดีต)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">⚡ วิกฤตพลังงาน New Normal (ปัจจุบัน)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ระดับความรุนแรง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รุนแรงมาก (เทียบเท่าสงครามโลก)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เป็นวิกฤตด้าน &#8220;ต้นทุน&#8221; ค่อยๆ ส่งผลกระทบ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ผลกระทบต่อชีวิต</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หยุดชะงัก ล็อกดาวน์สนิท ออกจากบ้านไม่ได้</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เดินทางได้ปกติ แต่ค่าใช้จ่าย/ค่าครองชีพสูงขึ้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สาเหตุหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โรคระบาดร้ายแรง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เกมภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม และราคาน้ำมัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>แนวทางการปรับตัว</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Sharing Economy, กักตัวอยู่บ้าน 100%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนใช้ EV, พลังงานทดแทน, ทำงานแบบ Hybrid</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาวะขาดแคลน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขาดแคลนจริง (ไม่มีโอกาสได้ใช้พลังงาน)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สินค้าแค่ &#8220;แพงขึ้น&#8221; กลไกตลาดจะบีบให้ใช้น้อยลงเอง</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=bAfGSwCFDWc" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=bAfGSwCFDWc</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/world/europe/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/world/europe/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/energy-crisis-oil-price-impact-thailand/">วิกฤตพลังงานไทย Energy Lockdown อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด เจาะทางรอดคนไทยยุคน้ำมันแพง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/energy-crisis-oil-price-impact-thailand/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
