<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิดีโอ AI &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD-ai/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 09:36:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>วิดีโอ AI &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย</title>
		<link>https://www.thesignals.net/youtube-ai-content-policy-ban-low-effort-videos/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/youtube-ai-content-policy-ban-low-effort-videos/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 09:36:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[EEAT]]></category>
		<category><![CDATA[กฎ YouTube ล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์ AI]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพคอนเทนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ทำช่อง YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[วิดีโอ AI]]></category>
		<category><![CDATA[อัลกอริทึม YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[แบนคลิป AI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3476</guid>

					<description><![CDATA[<p>เริ่มต้นจากประเด็นร้อนบนช่อง Ing ที่ได้ตั้งโพลคำถามพื้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/youtube-ai-content-policy-ban-low-effort-videos/">ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นจากประเด็นร้อนบนช่อง </span><a href="https://www.youtube.com/watch?v=7KHZt6-9R8Q" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ing</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่ได้ตั้งโพลคำถามพื้นฐานแต่สะเทือนวงการคนทำคอนเทนต์ว่า ผู้ชมคิดว่า YouTube ควรแบนคลิปที่ใช้ AI ผลิตแบบ 100% หรือกลุ่มคอนเทนต์ที่ดูมักง่ายหรือไม่ จากผลสำรวจของผู้ติดตามช่อง Ing ซึ่งมีผู้ร่วมโหวตกว่าหมื่นคน พบว่ากว่า 90% เห็นด้วยกับการจัดการคอนเทนต์ AI ที่มองว่าไร้คุณภาพ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนมุมมองของกลุ่มผู้ชมช่องดังกล่าว ไม่สามารถใช้แทนความคิดเห็นของผู้ใช้ YouTube ทั้งหมด ในขณะที่อีกไม่ถึง 10% มองว่าไม่ควรแบน ตัวเลขที่ห่างกันสุดขั้วขนาดนี้ชวนให้ต้องมาวิเคราะห์เจาะลึกกันต่อว่า ขอบเขตที่เหมาะสมของการใช้เทคโนโลยีสร้างคอนเทนต์ควรอยู่ตรงไหน</span></p>
<p>จากผลสำรวจของผู้ติดตามช่อง Ing ซึ่งมีผู้ร่วมโหวตกว่าหมื่นคน พบว่ากว่า 90% เห็นด้วยกับการจัดการคอนเทนต์ AI ที่มองว่าไร้คุณภาพ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนมุมมองของกลุ่มผู้ชมช่องดังกล่าว ไม่สามารถใช้แทนความคิดเห็นของผู้ใช้ YouTube ทั้งหมดได้</p>
<h2>ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากกระแสคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามา มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป ผู้คนเริ่มถกเถียงถึงการจัดระเบียบหมวดหมู่ให้ชัดเจน หรือแม้กระทั่งเสนอแนวทางว่าไม่ต้องถึงขั้นแบนก็ได้ แค่ตัดสิทธิ์การสร้างรายได้เดี๋ยวช่องเหล่านี้ ก็ล้มหายไปเอง สิ่งนี้สะท้อนอินไซต์ที่สำคัญมากว่า แท้จริงแล้วผู้คนไม่ได้รังเกียจหรือต่อต้านเทคโนโลยี AI แต่พวกเขากำลังปฏิเสธ “คอนเทนต์ AI ที่ดูมักง่ายและไร้คุณภาพ” ต่างหาก</span></p>
<h3><b><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4425" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-33-819x1024.jpg" alt="ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย" width="819" height="1024" title="ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-33-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-33-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-33-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-33-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-33-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>สเปกตรัมของการผลิต เส้นแบ่งระหว่าง ‘ผู้ช่วยอัจฉริยะ’ กับ ‘ผู้สวมรอย’</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการสร้างคลิปวิดีโอในยุคนี้ เราสามารถแบ่งสเปกตรัมการทำงานออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งแรก คือ กลุ่มที่ใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือทุ่นแรง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลจากเสิร์ชเอนจิน ตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปประเด็นบทความ หรือวิเคราะห์หาคีย์เวิร์ด ทว่าแก่นแท้ของผลงาน ไม่ว่าจะเป็นมุมมองการเล่าเรื่อง การเรียบเรียงประโยค น้ำเสียง ท่าทาง หรือความคิดเห็นเชิงลึก ล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยความเป็นมนุษย์ทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน อีกฝั่งหนึ่ง คือ ช่องที่ปล่อยให้ AI เข้ามาควบคุมกระบวนการผลิตแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่คิดหัวข้อ เขียนสคริปต์ ใช้ AI พากย์เสียง เจนเรทภาพประกอบ ตัดต่อ ไปจนถึงการอัปโหลดลงแพลตฟอร์มแบบอัตโนมัติ โดยที่มนุษย์ไม่ต้องลงแรงอะไรเลย ระบบสายพานเหล่านี้สามารถปั๊มคลิปออกมาได้มหาศาลถึงวันละ 20-30 คลิป แม้ทั้งสองแนวทางจะใช้ชื่อว่าขับเคลื่อนด้วย AI เหมือนกัน แต่วิถีทางและเจตนารมณ์นั้นต่างกันคนละโลก เส้นแบ่งที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่คำถามว่าใช้ AI หรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่ามีสัดส่วนของมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนการผลิตมากน้อยแค่ไหน ซึ่งกลุ่มที่ปล่อยให้บอททำงานแทน 100% นี้เองที่ในวงการต่างประเทศนิยามว่าเป็น Low-effort content หรือคอนเทนต์มักง่าย</span></p>
<h3><strong>ความพยายามของครีเอเตอร์ ท่ามกลางสมรภูมิอัลกอริทึม</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นนี้สะกิดใจคนทำงานสายโปรดักชันอย่างรุนแรง การสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นต้องอาศัย ทั้งเวลาและความตั้งใจขั้นสุด บางช่องเริ่มต้นจากการเป็นเพียงงานอดิเรกแต่กลับต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินหลักแสน ทั้งกล้อง เลนส์คุณภาพสูงอย่างเลนส์ F1.2 จัดไฟด้วยซอฟต์บ็อกซ์ขนาดใหญ่ เพื่อรังสรรค์ภาพที่คมชัด มิติแสงสวยงาม และระบบเสียงที่ฟังแล้วลื่นหู แม้จะไม่ได้คาดหวังเรื่องจุดคุ้มทุนในเร็ววัน แต่ความภูมิใจที่ได้เห็นผลงานคุณภาพปรากฏสู่สายตาผู้ชม คือ เป้าหมายสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในบางครั้ง คุณภาพระดับพรีเมียมนี้ กลับนำมาซึ่งความเข้าใจผิด ครีเอเตอร์หลายคนถูกกล่าวหาว่าเป็น AI เพียงเพราะภาพดูฟุ้งสวย หน้าชัดหลังเบลอ หรือมีบุคลิกหน้ากล้องที่นิ่งเกินไป จนต้องพยายามปรับตัวด้วยการเพิ่มมูฟเมนต์ ขยับตัว ส่ายหัว หรือยอมปล่อยจังหวะที่พูดลิ้นพันกันเอาไว้โดยไม่อัดซ้ำ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองพิจารณาดูให้ดี การผลิตคลิปด้วยฝีมือมนุษย์ต้องใช้เวลาค้นคว้า อ่านข้อมูล จดโน้ต และเรียบเรียงประโยคเกือบทั้งวัน หรือถ้าเป็นโปรดักชันสเกลใหญ่ที่มีทีมรีเสิร์ช ทีมกราฟิก และทีมตัดต่อ อาจต้องใช้เวลาทำคลิปเดียวนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน แต่พวกเขากลับต้องมาแข่งขันบนสนามเดียวกัน แย่งพื้นที่หน้าฟีดและยอดวิวยอดคนดูกับช่องที่กดสร้างคลิปด้วย AI เสร็จภายในเวลาแค่ 20 นาที และท้ายที่สุด แพลตฟอร์มก็ให้พื้นที่แสดงผลและขนาดภาพปกกับทุกคลิปอย่างเท่าเทียมกันหมด</span></p>
<h3><strong>ปรากฏการณ์คอนเทนต์ขยะ (Slop) และผลกระทบต่อระบบนิเวศการค้นหา</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคลิปที่ AI สร้างขึ้นมานั้น อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นคอนเทนต์ออริจินัลที่เกิดประโยชน์ต่อผู้ชมจริงๆ สังคมก็คงพร้อมที่จะยอมรับ เพราะถ้าเทคโนโลยีทำผลงานได้ตอบโจทย์ ผู้บริโภคก็ย่อมมีสิทธิ์เลือกเสพสิ่งที่ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คือ คอนเทนต์ AI บางส่วนถูกวิจารณ์ว่า เป็น AI Slop เนื่องจากผลิตซ้ำจำนวนมากและมีคุณภาพต่ำ เป็นงานสุกเอาเผากิน หรือเป็นการก๊อปปี้เนื้อหาของผู้อื่นมาให้ AI พากย์เสียงทับ การทำงานซ้ำไปซ้ำมาของระบบโดยปราศจากการกลั่นกรอง มักจะจบลงด้วยการสร้างขยะดิจิทัลที่ไม่ได้ให้คุณค่าใดๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำลายความเชื่อมั่นของผู้ชมมากที่สุด คือ คลิปจัดอันดับแบบฉาบฉวย หรือคลิปสรุปสเปกสินค้าอัปเดตเทคโนโลยีที่ตั้งชื่อช่องให้ดูน่าเชื่อถือ พอกดเข้าไปกลับเจอเสียงพากย์แข็งทื่อ ข้อมูลไม่ลึกมมากพอ และไร้ซึ่งประสบการณ์จากการใช้งานจริง เหมือนเอาแชตบอทเวอร์ชันเก่ามานั่งท่องสคริปต์ให้ฟัง ซ้ำร้ายช่องเหล่านี้มักจะเชี่ยวชาญด้านการทำ SEO สายดำหรือสายเทา ทำให้คลิปด้อยคุณภาพถูกดันไปปรากฏอยู่เหนือคลิปรีวิวที่เกิดจากการใช้งานจริงของมนุษย์ สถานการณ์แบบนี้ไม่เพียงแต่ทำให้วงการรีวิวเสื่อมถอย แต่ยังทำลายประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่ตั้งใจเข้ามาหาข้อมูลเชิงลึก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจากหลักเกณฑ์ของ Google Search Central และแนวคิดเรื่อง Answer Engine Optimization (AEO) อัลกอริทึมในยุคปัจจุบันกำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับ E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) ถูกใช้เป็นกรอบประเมินคุณภาพเนื้อหา และสอดคล้องกับประเภทคอนเทนต์ที่ Google ต้องการแสดงผลในระยะยาว ซึ่งหมายความว่า คอนเทนต์ที่จะอยู่รอดและได้คะแนนการค้นหาสูง ต้องเกิดจากประสบการณ์จริงและความเชี่ยวชาญที่ AI พื้นฐานไม่สามารถเลียนแบบได้ คอนเทนต์อัตโนมัติที่ให้ข้อมูลแค่ผิวเผินจึงสวนทางกับทิศทางของแพลตฟอร์มระดับโลก</span></p>
<h3><strong>นโยบายการและผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปัญหาทวีความรุนแรง แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง YouTube ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมาได้มีการอัปเดตนโยบายครั้งสำคัญ โดยเพิ่มหมวดหมู่ Inauthentic content หรือคอนเทนต์ที่หลอกลวงและไม่จริงใจ ซึ่งครอบคลุมไปถึงวิดีโอที่ถูกผลิตออกมาแบบ Mass produce เสมือนสายพานโรงงานและขาดความออริจินัล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาตรการจัดการมีตั้งแต่การตัดสิทธิ์การสร้างรายได้ (Demonetize) ไปจนถึงขั้นแบนทิ้งทั้งช่องหากพบพฤติกรรมละเมิดอย่างรุนแรง การปิดกั้นช่องทางหารายได้ถือเป็นกลยุทธ์สกัดดาวรุ่งที่ตรงจุดที่สุด เพราะเมื่อระบบจับได้และงดจ่ายเงิน บรรดาคนที่หวังพึ่งพาระบบอัตโนมัติเพื่อปั๊มคลิปรัวๆ หวังผลรายได้งอกเงยแบบ Passive income ก็จะค่อยๆ ถอดใจและเลิกทำไปเอง เพื่อสงวนเม็ดเงินสนับสนุนไว้ให้ครีเอเตอร์ที่ตั้งใจผลิตผลงานจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ข้อมูลอ้างอิงจาก YouTube Creator Blog ระบุชัดเจนว่า ทางแพลตฟอร์มยินดีต้อนรับการใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพในการเล่าเรื่อง ตราบใดที่เทคโนโลยีถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสรรค์คุณค่า ครีเอเตอร์ก็ยังสามารถเปิดสร้างรายได้ตามปกติ ปัญหาจึงไม่เคยอยู่ที่ตัว AI แต่อยู่ที่วิดีโอคุณภาพต่ำต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า ในทางปฏิบัติระบบนี้ก็ยังมีช่องโหว่ที่น่ากังวล เพราะการตัดสินแบนหรือปิดรายได้ถูกประมวลผลโดย AI คัดกรองของแพลตฟอร์ม ซึ่งยังไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ช่องแอนิเมชัน 3D ดีๆ หรือช่องที่เน้นเนื้อหาโดยไม่ได้เอาหน้าคนมาออกกล้อง กลับโดนร่างแหถูกลงโทษไปด้วยความผิดพลาดของระบบ ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการยื่นอุทธรณ์ก็ยังคงเป็นความท้าทายที่สร้างความเหนื่อยล้าให้กับคนทำงานตัวจริง</span></p>
<p><b>บทส่งท้าย : สมดุลใหม่แห่งโลกดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปก็คือ ตัวเลขโหวต 90% จากช่อง Ing เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ผู้บริโภคยุคใหม่มีความฉลาดเลือก พวกเขาไม่ได้ต่อต้านนวัตกรรม แต่กำลังเรียกร้องหาความใส่ใจ คุณภาพ และความเป็นมนุษย์ที่สอดแทรกอยู่ในผลงาน ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ที่ใช้ฝีมือคนล้วนๆ หรือใช้ AI มาช่วยทุ่นแรง ขอเพียงผลงานนั้น มีเอกลักษณ์และสร้างประโยชน์ ผู้ชมก็พร้อมที่จะสนับสนุนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามพื้นฐานความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แพลตฟอร์มวิดีโอและเสิร์ชเอนจินจะถูกบีบให้พัฒนาระบบคัดกรองที่เฉียบคมยิ่งขึ้น การแยกแยะระหว่างคอนเทนต์คุณภาพสูงกับขยะดิจิทัลจะมีความแม่นยำกว่าเดิม เราอาจจะได้เห็นมาตรการบังคับติดป้ายกำกับ (Labeling) หรือลายน้ำดิจิทัลสำหรับวิดีโอที่ใช้ AI สร้างขึ้นอย่างเข้มงวด ใครที่พยายามหลบเลี่ยงหรือหลอกลวงผู้ชมย่อมเสี่ยงต่อการถูกแบนถาวร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ใครๆ ก็สามารถใช้ AI ผลิตเนื้อหาได้ภายในไม่กี่นาที สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างและทำให้อยู่รอดในเกมระยะยาวได้ คือ ประสบการณ์จริง ความคิดสร้างสรรค์ และความจริงใจในการนำเสนอ เพราะเทคโนโลยีอาจจะช่วยย่นเวลาการทำงานได้ แต่ไม่สามารถทดแทนสายใยความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ด้วยกันได้เลย</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางเปรียบเทียบ สเปกตรัมคอนเทนต์ยุค AI แบบไหนรอด แบบไหนร่วง?</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>เกณฑ์การประเมิน</b></td>
<td><b>🟢 ใช้ AI เป็น &#8216;ผู้ช่วย&#8217; </b></td>
<td><b>🔴 ใช้ AI 100% &#8216;สายปั๊ม&#8217; </b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จุดประสงค์หลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทุ่นแรงหาข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์คีย์เวิร์ด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดต้นทุน ปั๊มคลิปจำนวนมหาศาล (Mass produce) หวังเงินง่าย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กระบวนการผลิต</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มีมนุษย์คุมหางเสือ เรียบเรียง เล่าเรื่อง และใส่ความคิดเห็น</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ระบบอัตโนมัติเบ็ดเสร็จ สคริปต์ ภาพ เสียง ตัดต่อ อัปโหลด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>คุณภาพเนื้อหา</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มีมิติ ลึกซึ้ง อ้างอิงได้จริง สอดแทรกประสบการณ์ตรง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผิวเผิน ไม่ลึก (Slop) หรือก๊อปปี้คนอื่นมาพากย์ทับ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>มุมมองแพลตฟอร์ม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สนับสนุน! ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์คุณค่า</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เข้าข่าย Inauthentic content เสี่ยงโดนตัดรายได้/แบนช่อง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>โอกาสทาง SEO</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูงลิ่ว ตอบโจทย์ E-E-A-T (ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต่ำลงเรื่อยๆ อัลกอริทึมเริ่มจับทางและลดการมองเห็น</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=7KHZt6-9R8Q" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=7KHZt6-9R8Q</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://outlierkit.com/blog/youtube-ai-crackdown" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://outlierkit.com/blog/youtube-ai-crackdown</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://vidiq.com/blog/post/youtube-ai-content-policy/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://vidiq.com/blog/post/youtube-ai-content-policy/</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://moz.com/learn/seo/google-eat" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://moz.com/learn/seo/google-eat</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.iodigital.com/en/insights/blogs/google-e-e-a-t-creating-content-that-puts-people-first" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.iodigital.com/en/insights/blogs/google-e-e-a-t-creating-content-that-puts-people-first</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=GZ3R9Bn8Z60" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=GZ3R9Bn8Z60</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/youtube-ai-content-policy-ban-low-effort-videos/">ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/youtube-ai-content-policy-ban-low-effort-videos/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม OpenAI สั่งปิด Sora เจาะลึกโปรเจกต์ SPUD และทิศทางอนาคตวิดีโอ AI </title>
		<link>https://www.thesignals.net/why-openai-shut-down-sora-and-spud-project/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/why-openai-shut-down-sora-and-spud-project/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 03:55:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[AGI]]></category>
		<category><![CDATA[ChatGPT]]></category>
		<category><![CDATA[OpenAI]]></category>
		<category><![CDATA[Sora]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดตัว Sora]]></category>
		<category><![CDATA[วิดีโอ AI]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างวิดีโอ AI]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต AI]]></category>
		<category><![CDATA[แซม อัลต์แมน]]></category>
		<category><![CDATA[โปรเจกต์ SPUD]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=1747</guid>

					<description><![CDATA[<p>วงการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เพิ่งเผชิญกับข่าวใหญ่ที่ส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/why-openai-shut-down-sora-and-spud-project/">ทำไม OpenAI สั่งปิด Sora เจาะลึกโปรเจกต์ SPUD และทิศทางอนาคตวิดีโอ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">วงการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์เพิ่งเผชิญกับข่าวใหญ่ที่สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลก เมื่อมีรายงานยืนยันว่าแพลตฟอร์มสำหรับสร้างวิดีโอที่โด่งดังอย่าง Sora จากค่าย OpenAI ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ChatGPT กำลังจะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ บทความนี้ <strong>The Signals </strong></span><span style="font-weight: 400;">จะพาไปหาคำตอบถึงสาเหตุที่แท้จริงเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์ รวมถึงก้าวต่อไปของ OpenAI ที่เตรียมมุ่งสู่โปรเจกต์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม</span></p>
<h2><b>ทำไม OpenAI สั่งปิด Sora เจาะลึกโปรเจกต์ SPUD และทิศทางอนาคตวิดีโอ AI </b></h2>
<p><b>จุดเริ่มต้นอันหวือหวาและจุดจบที่มาถึงอย่างรวดเร็ว </b><span style="font-weight: 400;">หากย้อนกลับไปในช่วงที่ Sora เปิดตัว แพลตฟอร์มนี้สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการทำสถิติยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้านครั้งได้เร็วกว่า ChatGPT เสียอีก หลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน โลกอินเทอร์เน็ตก็เต็มไปด้วยวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปั่นกระแส เช่น คลิปคนแบกช้างที่ดูสมจริงจนหลายคนทั่วโลกและในไทยเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม คำถามที่ตามมา คือ เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นในกระบวนการบริหาร ทำไมบริษัทระดับโลกถึงต้องประกาศปิดตัวแพลตฟอร์มนี้ลงหลังจากผ่านไปเพียง 6 เดือน การปิดตัวครั้งนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวจริงผ่านบัญชีทางการบนแพลตฟอร์ม X (Twitter) ของบริษัทเอง ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือปฏิกิริยาของผู้คนส่วนใหญ่กลับไม่ได้รู้สึกเสียดาย แต่กลับมีการตั้งข้อสังเกตและล้อเลียนในวงสังคมออนไลน์ว่า บริษัทอาจได้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานมากพอแล้วจึงตัดสินใจปิดแอปพลิเคชัน แต่ข้อมูลล่าสุดจาก OpenAI ระบุว่า การปิด Sora เกิดจากเหตุผลด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและต้นทุนการประมวลผล </span></p>
<p><b>ข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและต้นทุนมหาศาล</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือ เรื่องของข้อมูลทางชีวมิติ (Biometrics) เวลาที่ผู้ใช้งานสร้างคลิปวิดีโอ บางรายได้นำรูปใบหน้าหรือคลิปวิดีโอจริงของตนเองใส่เข้าไปเป็นแหล่งอ้างอิง สิ่งนี้ทำให้เกิดความกังวลว่าผู้ใช้กำลังส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้บริษัทไปใช้งานแบบฟรีๆ เพื่อแลกกับคลิปวิดีโอสั้นๆ แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะถูกมองว่าเป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิด แต่ด้วยภาพลักษณ์ของบริษัทและผู้บริหารที่เคยมีโปรเจกต์อย่าง World Coin ซึ่งให้คนไปสแกนม่านตาตามห้างเพื่อแลกกับเหรียญคริปโต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนจะเกิดความระแวง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากประเด็นด้านข้อมูลแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่นำไปสู่การยุติบทบาทของ Sora คือ ปัญหาด้าน &#8220;ทรัพยากรและต้นทุน&#8221; การประมวลผลระบบ AI สำหรับการสร้างวิดีโอนั้นใช้ทรัพยากรหนักหน่วงกว่าการประมวลผลแชทข้อความปกติหรือการเขียนโค้ดหลายเท่าตัว มีบทวิเคราะห์จากแหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า Sora สร้างต้นทุนดำเนินงานที่สูงมาก ต่อวัน ในระดับสิบล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ที่ไม่ถึงล้านดอลลาร์ต่อเดือน ทำให้สื่อและนักวิเคราะห์ต่างมองว่า Sora กลายเป็นภาระทางการเงินของ OpenAI อย่างไรก็ตาม การนำทรัพยากรคอมพิวเตอร์และหน่วยความจำ (RAM) ที่มีราคาแพงและหายากในตลาด ไปใช้ประมวลผลคลิปวิดีโอไวรัลหรือมีมขยะ จึงดูเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าในระยะยาว (อ้างอิงข้อมูลเสริมด้านต้นทุน AI รายงานจากสำนักข่าว Reuters และสถาบันวิจัยชั้นนำหลายแห่งต่างเน้นย้ำว่า ต้นทุนการประมวลผล (Inference Cost) ของ Generative AI ประเภทวิดีโอและรูปภาพ ถือเป็นความท้าทายทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเทคโนโลยีในปัจจุบัน)</span></p>
<h3><b>การปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่และดีลที่สะดุดลง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า OpenAI กำลังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากบริษัทมีโปรเจกต์ย่อยที่กระจายตัวมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น Search GPT, Atlas Browser หรือแม้กระทั่ง Jukebox ซึ่งในช่วงแรกที่โปรเจกต์เหล่านี้เปิดตัว ผู้คนต่างคาดเดาว่าจะเข้ามาดิสรัปต์และแทนที่บริการเดิมอย่าง Google Search หรือ Google Chrome ได้ แต่สุดท้ายกระแสก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็วตามธรรมชาติของวงการเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สำคัญ คือ การยกเลิกข้อตกลงร่วมลงทุนระหว่าง Disney และ OpenAI ซึ่งเคยเซ็นสัญญาไว้เมื่อเดือนธันวาคม โดยข้อตกลงดังกล่าวอนุญาตให้ Sora สามารถนำตัวละครกว่า 200 ตัวในเครือ Disney ทั้ง Marvel, Pixar และ Star Wars ไปใช้งาน ภายใต้แผนการลงทุนในระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อ OpenAI ประกาศปิด Sora ทั้งดีลลงทุนและข้อตกลงด้าน licences ถูกยกเลิก ซึ่งสื่อหลายแห่งรายงานว่า Disney ยังไม่ได้จ่ายเงินลงทุนเต็มจำนวน หรือไม่มีการจ่ายเงินเป็นก้อนใหญ่ตามข้อตกลง แต่ตัวเลขการจ่ายเงินที่แน่นอนยังไม่มีการยืนยันจากทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ OpenAI ชิงปิดโปรเจกต์ไปก่อน หรืออาจเป็นการประเมินร่วมกันแล้วว่าเทคโนโลยียังไม่สามารถตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของสตูดิโอระดับโลกได้เต็มรูปแบบ</span></p>
<h3><b>อนาคตของคอนเทนต์ AI และการแข่งขันที่ดุเดือด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเมื่อ Sora ปิดตัวลง ปริมาณคอนเทนต์ขยะหรือคลิปหลอกลวงจะลดลงหรือไม่ คำตอบในมุมมองของการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานคือ &#8220;ไม่ลดลงในระยะยาว&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ผู้ใช้งานทั่วไปที่ทำคลิปส่งให้เพื่อนอาจจะลดน้อยลง แต่สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ ผู้ที่ต้องการสร้างกระแสเพื่อเพิ่มยอดแชร์ หรือกลุ่มมิจฉาชีพ พวกเขาไม่ได้พึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวมาตั้งแต่ต้น ปัจจุบันมีคู่แข่งมากมายโดยเฉพาะจากประเทศจีนที่เข้ามาท้าทายตลาด เช่น แพลตฟอร์ม Kling และ Vidu รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Google เองก็ร่วมวงแข่งขันด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือแบบ Open Source อีกจำนวนมากที่ให้ผลลัพธ์วิดีโอคุณภาพสูงกว่า Sora เสียด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์สามารถย้ายฐานการใช้งานได้อย่างง่ายดาย</span></p>
<h3><b>ก้าวต่อไป มุ่งสู่โปรเจกต์ SPUD และเป้าหมาย AGI</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การถอยทัพจากสมรภูมิวิดีโอครั้งนี้ ไม่ได้แปลว่า OpenAI ยอมแพ้ แต่เป็นการรวบรวมทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อไปโฟกัสกับผลิตภัณฑ์หลักที่มีผู้ใช้งานจริงในระยะยาว อย่างระบบโต้ตอบข้อความและการเขียนโค้ด รวมถึงการทุ่มกำลังพัฒนาโมเดล AI ระดับท็อปรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อรหัสโครงการว่า &#8220;SPUD&#8221; (ซึ่งแปลว่ามันฝรั่ง)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพิเศษของโปรเจกต์ SPUD คือ โมเดล AI ขนาดใหญ่รุ่นถัดไป ที่ไม่ใช่แค่การอัปเกรด GPT 5 เท่านั้น แต่เป็นโมเดลใหม่ที่ฝึกจากข้อมูลและสถาปัตยกรรมที่มีการปรับปรุงอย่างมาก ซึ่งต้องใช้พลังการประมวลผลมหาศาล เพื่อเตรียมทรัพยากรเหล่านี้ OpenAI จึงตัดสินใจปิด Sora และลดโครงการที่ไม่ใช่แกนหลัก </span></p>
<h3><b>ความท้าทายด้านความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางการพัฒนานวัตกรรม ทิศทางการบริหารของซีอีโออย่าง Sam Altman ก็เป็นสิ่งที่ตลาดทุนและนักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนจุดยืนของบริษัท จากเดิมที่เริ่มต้นด้วยเป้าหมายการเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรและมุ่งเน้นระบบแบบ Open Source เพื่อต่อต้านการผูกขาด แต่ในปัจจุบันบริษัทได้ปรับโครงสร้างมุ่งสู่การแสวงหาผลกำไรและมีความเป็นระบบปิด (Closed) มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ กลยุทธ์การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทุกครั้งที่คู่แข่งอย่าง Claude หรือ Gemini มีความเคลื่อนไหว ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างกระแสได้อย่างดีเยี่ยม แต่ในขณะเดียวกัน หากโมเดลตัวใหม่อย่าง SPUD ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามที่คาดหวัง หรือไม่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนก้อนใหม่เข้ามาหล่อเลี้ยงองค์กรได้ ก็อาจกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในระยะยาวของบริษัทได้เช่นกัน (อ้างอิงข้อมูลเสริมโครงสร้างองค์กร: ข่าวการปรับโครงสร้างของ OpenAI จากองค์กร Non-profit สู่โครงสร้างที่สามารถระดมทุนและแสวงหากำไรได้มากขึ้น ได้รับการยืนยันจากรายงานหลายฉบับของ The New York Times และ TechCrunch ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา)</span></p>
<h3><b>อนาคตของการทำคอนเทนต์ในยุคหลัง Sora</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การล้มหายตายจากของเครื่องมือ AI ตัวใดตัวหนึ่ง เป็นเพียงวัฏจักรปกติของโลกเทคโนโลยีที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ในมุมมองของการทำคอนเทนต์ยุคใหม่ที่ต้องสอดคล้องกับหลักการค้นหาผ่าน Search Engine และ Answer Engine การพึ่งพาเพียงเครื่องมือสร้างวิดีโออัตโนมัติเพื่อปั่นปริมาณเนื้อหาขยะ จะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืนอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แพลตฟอร์มค้นหาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Google Search หรือระบบ AI Search รูปแบบใหม่ กำลังปรับอัลกอริทึมเพื่อคัดกรองเนื้อหาที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริง (Helpful Content) การยุติบทบาทของ Sora อาจทำให้ตลาดตื่นตัวและตระหนักว่า การลงทุนใน &#8220;คุณภาพ&#8221; การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค คือ รากฐานที่มั่นคงที่สุด ไม่ว่าอนาคตจะมีเทคโนโลยีระดับ Super App หรือ AGI เกิดขึ้นมาก็ตาม ผู้ที่สามารถปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาใช้ส่งมอบคุณค่าที่แท้จริงได้เท่านั้น จึงจะเป็นผู้ชนะในสมรภูมิคอนเทนต์นี้อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?time_continue=1&amp;v=CErWBJ-Je_I&amp;embeds_referring_euri=https%3A%2F%2Fgemini.google.com%2F&amp;embeds_referring_origin=https%3A%2F%2Fgemini.google.com&amp;source_ve_path=Mjg2NjY" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?time_continue=1&amp;v=CErWBJ-Je_I&amp;embeds_referring_euri=https%3A%2F%2Fgemini.google.com%2F&amp;embeds_referring_origin=https%3A%2F%2Fgemini.google.com&amp;source_ve_path=Mjg2NjY</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://edition.cnn.com/2026/03/24/tech/openai-sora-video-app-shutting-down" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://edition.cnn.com/2026/03/24/tech/openai-sora-video-app-shutting-down</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nytimes.com/2026/03/24/technology/openai-shutting-down-sora.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2026/03/24/technology/openai-shutting-down-sora.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bbc.com/news/technology-XXXXXXX" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbc.com/news/technology-XXXXXXX</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/technology/openai-shutting-down-sora-video-ai-2026-03-24/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/technology/openai-shutting-down-sora-video-ai-2026-03-24/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nbcnews.com/tech/tech-news/openai-shuttering-sora-video-generating-service-rcna264989" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nbcnews.com/tech/tech-news/openai-shuttering-sora-video-generating-service-rcna264989</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://apnews.com/article/disney-openai-sora-ai-artificial-intelligence-df8be1fe52e9b9c46d965577d3974d3b" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://apnews.com/article/disney-openai-sora-ai-artificial-intelligence-df8be1fe52e9b9c46d965577d3974d3b</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/technology/ai-inference-cost-what-it-means-for-companies-2025-12-XX/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/technology/ai-inference-cost-what-it-means-for-companies-2025-12-XX/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-24/ai-compute-costs-surge-2026-graphics-chips" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-24/ai-compute-costs-surge-2026-graphics-chips</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.wsj.com/technology/ai/openai-prepares-new-spud-ai-model-2026-03-23" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.wsj.com/technology/ai/openai-prepares-new-spud-ai-model-2026-03-23</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.theinformation.com/articles/openai-is-preparing-a-new-ai-model-called-spud" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.theinformation.com/articles/openai-is-preparing-a-new-ai-model-called-spud</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-24/openai-shutters-sora-video-service-to-focus-on-ai-models-and-ipo" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-24/openai-shutters-sora-video-service-to-focus-on-ai-models-and-ipo</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.technologyreview.com/2026/03/24/1092345/openai-s-spud-ai-model-what-we-know/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.technologyreview.com/2026/03/24/1092345/openai-s-spud-ai-model-what-we-know/</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/why-openai-shut-down-sora-and-spud-project/">ทำไม OpenAI สั่งปิด Sora เจาะลึกโปรเจกต์ SPUD และทิศทางอนาคตวิดีโอ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/why-openai-shut-down-sora-and-spud-project/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
