<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หุ้นยานยนต์ &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 10:18:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>หุ้นยานยนต์ &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>BYD ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ไม่ง้ออเมริกา ดันยอดขาย EV พุ่งทะยานรับวิกฤตน้ำมันแพง </title>
		<link>https://www.thesignals.net/byd-ev-market-leader-investment-opportunity/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/byd-ev-market-leader-investment-opportunity/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 10:18:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[BYD]]></category>
		<category><![CDATA[Flash Charging]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถยนต์จีน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนรถ EV]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีชาร์จเร็ว]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2970</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบัน โดย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/byd-ev-market-leader-investment-opportunity/">BYD ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ไม่ง้ออเมริกา ดันยอดขาย EV พุ่งทะยานรับวิกฤตน้ำมันแพง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้ว่าความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบัน โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างดุเดือดจากผลพวงของภาวะสงครามในอิหร่าน ได้กลายเป็น &#8220;ตัวเร่ง&#8221; (Catalyst) ชั้นดีที่กระตุ้นให้ดีมานด์ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกเกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด โมเมนตัมที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นจุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก และแน่นอนว่าผู้ที่ฉกฉวยจังหวะเวลานี้ได้อย่างเฉียบขาดที่สุดคือ &#8220;ค่ายรถยนต์จากแดนมังกร&#8221;</span></p>
<h2><strong>BYD ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ไม่ง้ออเมริกา ดันยอดขาย EV พุ่งทะยานรับวิกฤตน้ำมันแพง </strong></h2>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-3044" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4-1-819x1024.jpg" alt="BYD ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ไม่ง้ออเมริกา ดันยอดขาย EV พุ่งทะยานรับวิกฤตน้ำมันแพง " width="819" height="1024" title="BYD ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ไม่ง้ออเมริกา ดันยอดขาย EV พุ่งทะยานรับวิกฤตน้ำมันแพง " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_4-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน ประเทศจีนได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ แม้ว่าในสมรภูมิการค้า ตลาดระดับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาจะยังคงตั้งกำแพงภาษีและปิดประตูใส่ผู้ผลิตจากจีนอย่างแน่นหนา แต่สถานการณ์ดังกล่าวกลับไม่ใช่อุปสรรคที่หยุดยั้งการเติบโตได้เลย ค่ายรถยนต์จีนเบนเข็มกลยุทธ์อย่างชาญฉลาด พวกเขากวาดต้อนส่วนแบ่งการตลาด ยอดสั่งจอง และกระแสความสนใจมหาศาลผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่กระจายตัวครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชีย ซีกโลกใต้ ไปจนถึงทวีปอื่นๆ ทั่วโลก</span></p>
<h3><b>BYD ยุคใหม่ สยายปีกข้ามโลก โค่นแชมป์เก่า โดยไร้เงาตลาดสหรัฐฯ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะหาตัวเอกของมหากาพย์การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ ศูนย์กลางของพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงย่อมหนีไม่พ้น </span><b>BYD</b><span style="font-weight: 400;"> แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกด้วยการเบียดเอาชนะ Tesla ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลกเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเดินหน้าปูพรมขยายอาณาจักรเจาะตลาดสากลด้วยความดุดันและรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความมั่นใจในศักยภาพของแบรนด์ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนผ่านถ้อยคำของ </span><b>Stella Li</b><span style="font-weight: 400;"> รองประธานบริหารของ BYD ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ท่ามกลางบรรยากาศความยิ่งใหญ่ของงาน Beijing Auto Show ไว้อย่างเฉียบคมว่า</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทุกวันนี้ เราสามารถยืนหยัดและก้าวสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยที่ไม่ต้องมีตลาดสหรัฐอเมริกาอยู่ในสมการเลยด้วยซ้ำ&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นัยยะสำคัญจากประโยคนี้สะท้อนให้เห็นว่า แทนที่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรไปกับการพังทลายกำแพงการค้าของสหรัฐฯ BYD เลือกที่จะพุ่งเป้าไปที่ความท้าทายใหม่ นั่นคือการ &#8220;เร่งกำลังการผลิต&#8221; เพื่อให้สอดรับกับคลื่นความต้องการที่ถาโถมเข้ามาจากภูมิภาคเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง ไม่ว่าจะเป็น บราซิล สหราชอาณาจักร และทั่วทั้งทวีปยุโรป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหารระดับสูงของ BYD ได้ขยายมุมมองในมิติของผู้บริโภคไว้อย่างน่าสนใจว่า ท่ามกลางยุคข้าวยากหมากแพง ผู้คนสามารถสัมผัสถึงเม็ดเงินที่เหลือเก็บในกระเป๋าได้แบบวันต่อวันเมื่อเปลี่ยนมาใช้รถ EV โดยเฉพาะในจังหวะที่ราคาน้ำมันโลกทะยานสูงขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้ารักษ์โลกอีกต่อไป แต่คือ &#8220;เครื่องมือลดรายจ่าย&#8221; ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ทว่าสิ่งที่น่าปวดหัวสำหรับ BYD ในตอนนี้กลับเป็นเรื่องของ </span><i><span style="font-weight: 400;">คอขวดด้านอุปทาน</span></i><span style="font-weight: 400;"> (Supply Chain Bottleneck) เพราะความต้องการของตลาดโลกนั้นพุ่งทะลุขีดจำกัดจนบริษัทผลิตรถส่งมอบแทบไม่ทัน</span></p>
<h3><b>&#8220;Flash Charging&#8221; อาวุธลับพลิกโฉมวงการ ลบจุดอ่อนแห่งโลก EV</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเจาะลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภค (User Intent) ป้อมปราการด่านสุดท้ายที่ทำให้คนจำนวนมากยังคงลังเลและไม่กล้าเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปมาสู่รถยนต์ไฟฟ้า คือความกังวลเรื่องระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ (Range Anxiety &amp; Charging Time)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อทลายขีดจำกัดนี้ BYD กำลังทุ่มสรรพกำลังเดิมพันกับนวัตกรรมแห่งอนาคตที่เรียกว่าเทคโนโลยี </span><b>&#8220;Flash Charging&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> (การชาร์จความเร็วสูงพิเศษ) ซึ่ง Stella Li ขนานนามว่านี่คือ &#8220;Game-Changer&#8221; หรือจุดเปลี่ยนเกมที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมนับจากนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี Flash Charging นี้มีศักยภาพในการอัดประจุไฟฟ้าที่สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้ไกลถึงหลัก </span><b>&#8220;หลายร้อยกิโลเมตร&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ภายในระยะเวลาเพียง </span><b>&#8220;ไม่กี่นาที&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานรถ EV ให้ใกล้เคียงกับการแวะเติมน้ำมันแบบเดิมๆ แต่ยังเป็นหมัดเด็ดที่จะโน้มน้าวใจกลุ่มลูกค้าที่เคยปฏิเสธรถ EV ให้หันมาเปิดใจพิจารณาอย่างจริงจัง และเป็นการปลดล็อกศักยภาพให้ BYD สามารถเจาะลึกเข้าไปแข่งขันในทุกเซกเมนต์ของตลาดรถยนต์ได้อย่างไร้รอยต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของค่ายรถยนต์จากเอเชียตะวันออกปรากฏเด่นชัดในงาน </span><b>Beijing Auto Show</b><span style="font-weight: 400;"> ประจำปีนี้ ซึ่งปัจจุบันได้ก้าวขึ้นมาผงาดในฐานะงานแสดงนิทรรศการด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ภายในงานคลาคล่ำไปด้วยกองทัพนวัตกรรมยานยนต์ที่ถูกนำมาจัดแสดงมากกว่า </span><b>1,400 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> จากบริษัทชั้นนำหลายร้อยแห่งทั้งในและต่างประเทศ โดยมีค่ายรถยนต์จากจีนยึดครองพื้นที่ &#8220;Center Stage&#8221; เป็นศูนย์กลางความสนใจของสื่อและนักลงทุนทั่วโลกอย่างเบ็ดเสร็จ</span></p>
<h3><b>มุมมองแห่งอนาคตและโอกาสการลงทุน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น การเคลื่อนไหวของ BYD สะท้อนภาพใหญ่ของภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแกนกลาง การที่บริษัทเทคโนโลยีหรือค่ายรถยนต์สามารถสร้าง Ecosystem จนทำกำไรมหาศาลและขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้โดยข้ามผ่านตลาดมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณว่าขั้วอำนาจทางการค้ากำลังกระจายตัวไปสู่ภูมิภาคเศรษฐกิจเกิดใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่ติดตามเทรนด์ธุรกิจและการลงทุน นี่คือจังหวะที่ต้องจับตาดูห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของกลุ่มพลังงานสะอาดและชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด เพราะการแข่งขันหลังจากนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์รถยนต์ แต่คือการแย่งชิงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสถานีชาร์จความเร็วสูง (Flash Charging Infrastructure) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นขุมทรัพย์และโอกาสทำกำไรในทศวรรษหน้า ใครที่เข้าใจทิศทางของกระแสเงินสดที่ไหลเข้าสู่ตลาด EV นอกสหรัฐฯ ได้ก่อน ย่อมสามารถจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนจากเทรนด์โลกนี้ได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ตารางสรุปจุดแข็ง BYD ผงาดเบอร์ 1 ตลาด EV โลก พร้อมโอกาสทำกำไร</span></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ปัจจัยความสำเร็จ</b></td>
<td><b>รายละเอียดที่น่าจับตา</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🌍 กลยุทธ์การตลาดข้ามขั้ว</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายฐานลูกค้าครอบคลุม ยุโรป, เอเชีย, บราซิล เติบโตได้มหาศาลโดย &#8220;ไม่ง้อตลาดสหรัฐฯ&#8221;</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>⚡ นวัตกรรมพลิกเกม (Game-Changer)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี &#8220;Flash Charging&#8221; ชาร์จเพียงไม่กี่นาที วิ่งต่อได้ไกลระดับหลายร้อยกิโลเมตร ทลายข้อจำกัดเดิมๆ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>📈 จังหวะทองของดีมานด์</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กระตุ้นคนหันมาใช้รถ EV เพื่อเป็น &#8220;เครื่องมือลดรายจ่าย&#8221; ในชีวิตประจำวัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>💰 โอกาสการลงทุน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตลาดซัพพลายเชนโตแรง! โฟกัสหุ้นโครงสถานีชาร์จ (Flash Charging) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bbc.com/news/articles/cy01ele412yo" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbc.com/news/articles/cy01ele412yo</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/byd-ev-market-leader-investment-opportunity/">BYD ผงาดเบอร์ 1 รถ EV โลก ไม่ง้ออเมริกา ดันยอดขาย EV พุ่งทะยานรับวิกฤตน้ำมันแพง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/byd-ev-market-leader-investment-opportunity/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ช็อกวงการยานยนต์! ยอดขายรถไทยเปิดศักราชปี 69 ทะยานทะลุ 53% รถยนต์ EV โตระเบิด </title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 08:15:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Tags ยอดขายรถยนต์ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า EV]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=715</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครที่กำลังจับตามองทิศทางของตลาดหุ้น กลุ่มอุตสาหกรรมยาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/">ช็อกวงการยานยนต์! ยอดขายรถไทยเปิดศักราชปี 69 ทะยานทะลุ 53% รถยนต์ EV โตระเบิด </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่กำลังจับตามองทิศทางของตลาดหุ้น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือแม้แต่ทิศทางเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทย ข้อมูลชุดนี้นับว่าเป็นลายแทงชิ้นสำคัญเลยทีเดียว</span></p>
<h2><b>ช็อกวงการยานยนต์! ยอดขายรถไทยเปิดศักราชปี 69 ทะยานทะลุ 53% รถยนต์ EV โตระเบิด </b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-711" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/4444_9_11zon.webp" alt="ช็อกวงการยานยนต์! ยอดขายรถไทยเปิดศักราชปี 69 ทะยานทะลุ 53% รถยนต์ EV โตระเบิด " width="1200" height="1500" title="ช็อกวงการยานยนต์! ยอดขายรถไทยเปิดศักราชปี 69 ทะยานทะลุ 53% รถยนต์ EV โตระเบิด " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/4444_9_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/4444_9_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/4444_9_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/4444_9_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/4444_9_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/4444_9_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เผยตัวเลขสถิติของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยประจำเดือนแรกของปี สิ่งที่น่าสนใจคือตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องของการซื้อขายรถยนต์ธรรมดา แต่กำลังส่งสัญญาณบวกอย่างรุนแรงถึงกำลังซื้อที่กำลังกลับมา และที่สำคัญที่สุดคือ &#8220;พายุลูกใหญ่&#8221; ของเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมไทยไปตลอดกาล</span></p>
<h3><b>ภาคการผลิตยานยนต์ เครื่องยนต์เศรษฐกิจติดเครื่องเต็มสูบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นกันที่ต้นน้ำของอุตสาหกรรม นั่นคือ ตัวเลขการผลิตนั่นเอง สิ่งที่ทำให้นักลงทุนต้องยิ้มกริ่มคือ ภาพรวมของการผลิตยานยนต์ในบ้านเรามีการขยับตัวในทิศทางที่เป็นบวกอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเดือนมกราคม 2569 ประเทศไทยสามารถผลิตรถยนต์รวมได้ทั้งสิ้น 118,386 คัน ตัวเลขนี้ถือว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.53 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และหากเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 ก็ยังถือว่าเติบโตขึ้นร้อยละ 3.98 สาเหตุหลักที่ทำให้ยอดผลิตพุ่งทะยานขนาดนี้ มาจากการเร่งเครื่องผลิตรถยนต์นั่งเพื่อเตรียมส่งออกที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 46.56 ผนวกกับการผลิตรถกระบะเพื่อตอบสนองตลาดในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 153.57 นอกจากนี้การผลิตรถบรรทุกสำหรับขายในประเทศก็ทะยานขึ้นร้อยละ 76.18 เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสนับสนุนเบื้องหลังความร้อนแรงนี้มาจากเม็ดเงินลงทุนของภาคเอกชนที่ไหลเข้ามาตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ผนวกกับอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การเริ่มเดินสายพานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อชดเชยโควตาการนำเข้ามาขายในช่วงปี 2567 ถึง 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวแรกและปีแรกที่มาตรการ EV 3.5 ออกดอกออกผลอย่างเป็นรูปธรรม</span></p>
<h3><b>เจาะลึกประเภทรถยนต์ที่ผลิต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพที่คมชัดขึ้น เรามาดูรายละเอียดการผลิตรถยนต์นั่งที่ทำยอดไปได้ 41,535 คัน เติบโตขึ้นร้อยละ 16.30 กัน</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน (ICE)</b><span style="font-weight: 400;"> ผลิตไป 17,991 คัน แม้จะปรับลดลงร้อยละ 12.65 แต่นี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่นักลงทุนรับรู้กันอยู่แล้ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)</b><span style="font-weight: 400;"> ยอดผลิตอยู่ที่ 2,471 คัน เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 48.41 สะท้อนให้เห็นว่าโรงงานในไทยเริ่มปรับตัวเข้าสู่ยุค EV อย่างเต็มรูปแบบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)</b><span style="font-weight: 400;"> ผลิตที่ 1,725 คัน ลดลงร้อยละ 20.32</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มไฮบริด (HEV)</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจมาก มียอดผลิตสูงถึง 19,348 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.58 แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ลูกผสมยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างเหนียวแน่น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งเป็นเหมือนกระดูกสันหลังของยานยนต์ไทย ก็ทำยอดผลิตรวมไปได้ 75,468 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.89 โดยมีการผลิตรถกระบะไฟฟ้า (BEV) ออกมา 459 คัน ซึ่งเติบโตทะลุเพดานถึงร้อยละ 100 เลยทีเดียว ในขณะที่รถกระบะดับเบิลแค็บทำยอดไป 50,834 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.53 ส่วนรถกระบะบรรทุกอยู่ที่ 10,795 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.08 จะมีเพียงกลุ่มรถกระบะดัดแปลง (PPV) ที่ผลิตไป 13,380 คัน ปรับลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 9.29</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับรถบรรทุกขนาดตั้งแต่ 5 ตันจนถึงมากกว่า 10 ตัน ก็มีการผลิตออกมา 1,383 คัน เติบโตขึ้นอย่างน่าประทับใจถึงร้อยละ 76.18 ส่วนรถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่าและมากกว่า 10 ตันไม่มีการผลิตในเดือนนี้</span></p>
<h3><b>ยอดขายในประเทศ ระเบิดฟอร์มโต 53% สะท้อนกำลังซื้อที่ฟื้นคืนชีพ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ตลาดต้องหันมามอง นั่นคือยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมกราคม 2569 ที่กวาดไปได้ถึง 73,936 คัน ตัวเลขนี้คิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 53.74 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (หรืออ้างอิงร้อยละ 53.77 ในรายละเอียดเชิงลึก) แม้จะปรับลดลงจากเดือนธันวาคม 2568 เพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.58 ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่ยอดขายพุ่งทะยานขนาดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เป็นผลพวงมาจากการเร่งส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ค้างเติ่งมาจากโครงการ EV 3.0 ที่เพิ่งรูดม่านปิดฉากลงไปในปี 2568 ผนวกกับการที่ค่ายรถต่างๆ เริ่มเดินเครื่องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยตามเงื่อนไขอัตรา 21 ของโครงการ EV 3.5 ปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นตัวจุดระเบิดให้ยอดขายรถยนต์นั่งและรถ SUV เติบโตอย่างบ้าคลั่งถึงร้อยละ 76.2 และร้อยละ 93.6 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับมกราคมปีก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของรถกระบะนั้นยอดขายอาจจะยังคงชะลอตัวลงร้อยละ 5.5 ซึ่งนักลงทุนต้องเข้าใจบริบทว่า สถาบันการเงินยังคงใช้มาตรการรัดเข็มขัดและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออยู่ ประกอบกับการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมโดยรวมยังอยู่ระดับไม่ถึง 60% ทำให้กำลังซื้อในกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์อาจจะยังต้องรอเวลาฟื้นตัวอีกระยะ</span></p>
<h3><b>สัญญาณทองคำจากภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งมองภาพลบ เพราะข้อมูลระบุชัดเจนว่าเรากำลังเริ่มเห็น &#8220;แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์&#8221; ของเศรษฐกิจไทย โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึงร้อยละ 2.5 ซึ่งทำผลงานได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ปัจจัยผลักดันหลักมาจากการลงทุนรวมที่ขยายตัวร้อยละ 8.1</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อแยกย่อยลงไป จะพบว่า ภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นกลับมา โดยมีการลงทุนขยายตัวร้อยละ 6.5 ซึ่งเป็นผลบวกจากการที่ภาครัฐปลดล็อกกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้นักลงทุนขยับตัวได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ภาคการก่อสร้างโรงงานเติบโตพุ่งพรวดถึงร้อยละ 12.2 ทางฝั่งรัฐบาลเองก็ไม่น้อยหน้า เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนจนขยายตัวร้อยละ 13.3 ที่น่าจับตาคือตัวเลขนำเข้าสินค้าที่ขยายตัวร้อยละ 12.8 โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องจักรที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 21.8 นี่คือสัญญาณบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจกำลังเตรียมพร้อมสำหรับรอบการผลิตใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากรัฐบาลชุดใหม่สามารถเร่งรัดการลงทุนจากคำขอส่งเสริมการลงทุนที่กองรออยู่สูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2568 ให้เกิดขึ้นจริงได้รวดเร็ว เชื่อมั่นได้เลยว่าการสร้างงานและกระจายรายได้จะกลับมาคึกคัก และอาจดันให้จีดีพีไทยกลับมาโตเกินระดับ 5% ได้เหมือนในยุคทองของอดีต</span></p>
<h3><b>ชำแหละยอดขายรายเซกเมนต์ ยุคทองของรถ BEV อย่างแท้จริง</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์รวม</b><span style="font-weight: 400;"> กวาดไป 55,960 คัน กินสัดส่วนตลาดมหาศาลถึงร้อยละ 75.69 และโตขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 83.21</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)</b><span style="font-weight: 400;"> นี่คือพระเอกตัวจริง! ทำยอดขายไปได้ถึง 31,859 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 43.09 ของยอดขายทั้งหมด อัตราการเติบโตพุ่งทะยานสูงถึงร้อยละ 273.38 (หรืออ้างอิงรายละเอียดร้อยละ 353.90) ซึ่งสถิตินี้นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มีการเริ่มเก็บข้อมูลยอดขาย EV ในเมืองไทยเลยทีเดียว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์สันดาป (ICE)</b><span style="font-weight: 400;"> มียอดขาย 10,485 คัน (สัดส่วนร้อยละ 14.18) ปรับตัวลดลงร้อยละ 12.24</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์ไฮบริด (HEV)</b><span style="font-weight: 400;"> ขายไปได้ 12,654 คัน (สัดส่วนร้อยละ 17.11) เติบโตขึ้นร้อยละ 19.23</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)</b><span style="font-weight: 400;"> ขายได้ 899 คัน ลดลงร้อยละ 6.84</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์ชนิด REEV</b><span style="font-weight: 400;"> ขายได้ 63 คัน โตขึ้นร้อยละ 100</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งรถกระบะขายได้รวม 11,507 คัน ลดลงร้อยละ 6.12 แต่รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ขายได้ 79 คัน เติบโตก้าวกระโดดร้อยละ 1,875 ในส่วนของรถ PPV มียอดขาย 4,132 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.88 รถบรรทุกขนาด 5-10 ตัน มียอด 1,186 คัน เติบโตขึ้นร้อยละ 20.77 และกลุ่มรถจักรยานยนต์ในประเทศก็ทำยอดขายไปได้ 154,124 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมร้อยละ 14.71 แต่ลดลงจากปีที่แล้วเพียงร้อยละ 1.42</span></p>
<h3><b>ภาพรวมการส่งออก ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามามองด้านการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปกันบ้าง ในเดือนมกราคม 2569 ประเทศไทยมียอดส่งออกรถยนต์รวม 58,405 คัน ปรับตัวลดลงร้อยละ 6.28 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 45 เดือนหรือตั้งแต่พฤษภาคม 2565</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักลงทุนอาจจะตั้งคำถามว่า นี่คือ สัญญาณอันตรายหรือไม่ คำตอบคือ &#8220;ไม่ใช่วิกฤต แต่คือการเปลี่ยนผ่าน&#8221;  สาเหตุที่ตัวเลขส่งออกปรับลดลง เกิดจากการที่ค่ายรถยนต์เริ่มยุติสายการผลิตรถยนต์นั่งสันดาปบางรุ่นเพื่อการส่งออก ประกอบกับตลาดโลกมีความเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของอุปกรณ์ความปลอดภัยในการขับขี่และมาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ยอดส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ กลาง และใต้ มีการปรับฐานลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสทองซ่อนอยู่เสมอ เมื่อเราพิจารณาเจาะลึกลงไปในกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ จะพบการเติบโตที่ทรงพลังมาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยอดส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 100% (BEV)</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถส่งออกได้ 1,265 คัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.17 ของการส่งออกทั้งหมด และที่สำคัญคือเป็นการเติบโตระดับร้อยละ 100 เนื่องจากในเดือนมกราคมปี 2568 เรายังไม่มีการส่งออกรถกลุ่มนี้เลย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยอดส่งออกรถกระบะไฟฟ้า (BEV)</b><span style="font-weight: 400;"> ทำยอดไป 59 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 เช่นกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยอดส่งออกรถยนต์นั่ง HEV</b><span style="font-weight: 400;"> พุ่งสูงถึง 6,711 คัน (สัดส่วนร้อยละ 11.49) เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 170.93</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่กลุ่มดั้งเดิมอย่างรถกระบะทั่วไปส่งออก 36,478 คัน ลดลงร้อยละ 5.23 รถยนต์นั่ง ICE ส่งออก 6,770 คัน ลดลงร้อยละ 48.52 และรถ PPV ส่งออก 7,122 คัน ลดลงร้อยละ 13.17</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 39,092.58 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5.68) มูลค่าส่งออกเครื่องยนต์อยู่ที่ 2,869.03 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 1.57) ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ 14,470.14 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 3.52) และอะไหล่ 1,786.29 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 18.19) ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนรวมอยู่ที่ 58,218.04 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5.40</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี หากรวมมูลค่าการส่งออกทั้งรถยนต์ ชิ้นส่วน รถจักรยานยนต์ และอะไหล่จักรยานยนต์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ประเทศไทยสามารถกวาดรายได้เข้าประเทศไปได้ถึง 63,967.95 ล้านบาท ในเดือนเดียว</span></p>
<h3><b>สถิติจดทะเบียนใหม่ เครื่องยืนยันกระแส EV ฟีเวอร์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากอยากรู้ว่าความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ต้องดูที่ยอดจดทะเบียนป้ายแดง ข้อมูลเดือนมกราคม 2569 สร้างความฮือฮาให้กับวงการยานยนต์อย่างมากด้วยยอดจดทะเบียนยานยนต์รวม 83,281 คัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่นักลงทุนต้องไฮไลต์ตัวโตๆ คือ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มียอดจดทะเบียนสูงถึง 40,442 คัน ซึ่งกินส่วนแบ่งตลาดไปถึงร้อยละ 48.56 ย้ำอีกครั้งว่านี่คือสัดส่วนที่สูงที่สุดตั้งแต่ประเทศไทยเคยมีการบันทึกสถิติมาเลยทีเดียว ในขณะที่รถยนต์ไฮบริด (HEV) จดทะเบียน 17,164 คัน (ร้อยละ 20.61) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) 1,975 คัน (ร้อยละ 2.37) ส่วนรถน้ำมันดีเซลและเบนซินแบบดั้งเดิมมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 15.32 (12,760 คัน) และร้อยละ 13.13 (10,935 คัน) ตามลำดับ</span></p>
<h3><b>เจาะลึกความร้อนแรงยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง</b></h3>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยานยนต์ไฟฟ้า BEV ทะยานทะลุฟ้า</b><span style="font-weight: 400;"> รวมจดทะเบียนใหม่ 45,668 คัน พุ่งขึ้นจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 210.43 โดยหลักๆ มาจากกลุ่มรถยนต์นั่ง 40,443 คัน นอกจากนี้กลุ่มรถจักรยานยนต์ BEV ยังทำได้ถึง 3,379 คัน เติบโตร้อยละ 49.32 ส่วนรถบรรทุก BEV โตขึ้นอย่างน่าทึ่งร้อยละ 311.76 มียอด 70 คัน รถกระบะและรถแวน BEV จดทะเบียน 73 คัน เติบโตร้อยละ 128.13</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยานยนต์ไฟฟ้า HEV รักษาระดับแข็งแกร่ง</b><span style="font-weight: 400;"> ยอดจดทะเบียนใหม่ 17,224 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.16 นำทัพโดยกลุ่มรถยนต์นั่งที่สูงถึง 17,164 คัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยานยนต์ไฟฟ้า PHEV โตเงียบแต่มั่นคง</b><span style="font-weight: 400;"> มียอดจดทะเบียนใหม่ 1,975 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 83.89 โดยทั้งหมดเป็นรถยนต์นั่ง</span></li>
</ul>
<h3><b>บทสรุปยอดสะสม อนาคตไทยขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้นักลงทุนได้เห็นภาพยาวๆ เรามาดูตัวเลขการจดทะเบียนสะสมของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าสะสมประเภท BEV ในไทยตอนนี้ทะลุไปถึง 418,046 คันแล้ว เติบโตจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 72.69 โดยแบ่งเป็นกลุ่มรถยนต์นั่ง 312,957 คัน (เพิ่มร้อยละ 85.93) และกลุ่มรถจักรยานยนต์สะสม 88,523 คัน (เพิ่มร้อยละ 36.53) กลุ่มบริการสาธารณะต่างๆ ก็ตอบรับ EV มากขึ้น เช่น รถยนต์รับจ้างผ่านระบบแอปพลิเคชัน (1,726 คัน เพิ่มร้อยละ 241.11) และรถโดยสาร (2,885 คัน เพิ่มร้อยละ 3.37)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งรถยนต์ไฮบริดสะสม (HEV) ก็ยังครองแชมป์ตลาดด้วยจำนวนมหาศาลถึง 621,949 คัน เติบโตขึ้นร้อยละ 28.79 ในขณะที่ปลั๊กอินไฮบริดสะสม (PHEV) อยู่ที่ 83,301 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.66</span></p>
<p><strong>ไทยเข้าสู่ยุครถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่างสมบูรณ์แบบ การที่ตัวเลขยอดขายในประเทศของรถ BEV มีส่วนแบ่งตลาดทะลุร้อยละ 48 บ่งบอกว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจและพร้อมใจกันเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือจังหวะทองในการพิจารณาจัดพอร์ตการลงทุนไปยังกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ปรับตัวสู่ EV ได้เร็ว ธุรกิจสถานีชาร์จแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ หรือแม้แต่สถาบันการเงินที่มีนโยบายสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว ในขณะเดียวกัน ตัวเลขการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนและการก่อสร้างโรงงานที่พุ่งกว่าร้อยละ 12 ก็ส่งสัญญาณบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและนิคมอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ที่เป็นบวกในเดือนแรกของปีนี้ ถือเป็นเสียงระฆังดังต้อนรับเศรษฐกิจที่กำลังจะกลับมาผงาดอีกครั้ง เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่มองเห็นอนาคตก่อนใคร</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/">ช็อกวงการยานยนต์! ยอดขายรถไทยเปิดศักราชปี 69 ทะยานทะลุ 53% รถยนต์ EV โตระเบิด </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
