<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เทรนด์ AI 2026 &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-ai-2026/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Apr 2026 06:38:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>เทรนด์ AI 2026 &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดีลช็อกโลก! Amazon คว้า OpenAI ลง AWS หลังหมดสัญญาผูกขาด Microsoft  </title>
		<link>https://www.thesignals.net/amazon-aws-openai-partnership-ai-investment-opportunities/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/amazon-aws-openai-partnership-ai-investment-opportunities/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 06:38:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[AI Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon AWS]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud Wars]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[OpenAI]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน AI]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ AI 2026]]></category>
		<category><![CDATA[แซม อัลต์แมน]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสการลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2950</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกมเปลี่ยนกระดานครั้งใหญ่สำหรับวงการเทคฯ และนักลงทุนทั่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/amazon-aws-openai-partnership-ai-investment-opportunities/">ดีลช็อกโลก! Amazon คว้า OpenAI ลง AWS หลังหมดสัญญาผูกขาด Microsoft  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เกมเปลี่ยนกระดานครั้งใหญ่สำหรับวงการเทคฯ และนักลงทุนทั่วโลกเพิ่งเปิดฉากขึ้น ล่าสุด Microsoft และ OpenAI ได้ประกาศปรับโครงสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญ ซึ่งไฮไลต์หลักคือการยุติสิทธิ์ขาด (Exclusive License) ที่ Microsoft เคยมีต่อโมเดลและโปรดักส์ต่างๆ ของ OpenAI การปลดล็อกข้อจำกัดนี้กลายเป็นการเปิดประตูบานใหญ่ให้ Amazon สามารถนำเทคโนโลยีสุดล้ำของ OpenAI ไปจัดจำหน่ายและให้บริการผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ของตัวเองได้อย่างเป็นทางการ</span></p>
<h2><b>ดีลช็อกโลก! Amazon คว้า OpenAI ลง AWS หลังหมดสัญญาผูกขาด Microsoft </b></h2>
<h2><b><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-2954" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_8229-819x1024.jpeg" alt="ดีลช็อกโลก! Amazon คว้า OpenAI ลง AWS หลังหมดสัญญาผูกขาด Microsoft  " width="819" height="1024" title="ดีลช็อกโลก! Amazon คว้า OpenAI ลง AWS หลังหมดสัญญาผูกขาด Microsoft  " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_8229-819x1024.jpeg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_8229-240x300.jpeg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_8229-768x960.jpeg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_8229-750x938.jpeg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_8229-1140x1425.jpeg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_8229.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /> </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">คล้อยหลังการประกาศเพียงไม่กี่ชั่วโมง แอนดี แจสซี (Andy Jassy) ซีอีโอของ Amazon ก็ออกมาเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) โดยระบุว่านี่คือ &#8220;การประกาศที่น่าสนใจมากๆ&#8221; พร้อมเสริมทัพด้วยความมั่นใจว่า ทางบริษัทตื่นเต้นสุดๆ ที่จะได้นำโมเดลของ OpenAI มาเสิร์ฟให้ลูกค้าใช้งานโดยตรงบนแพลตฟอร์ม Amazon Bedrock ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะมาพร้อมกับระบบ Stateful Runtime Environment ที่กำลังจะเปิดตัวตามมาติดๆ</span></p>
<h3><b>ดีลยักษ์ที่ซุ่มเตรียมการมานานหลายเดือน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การรื้อสัญญาใหม่ระหว่าง Microsoft และ OpenAI ในครั้งนี้ แท้จริงแล้ว คือ การทำให้ภาพที่ก่อตัวมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์มีความชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ย้อนกลับไปตอนนั้น Amazon และ OpenAI ได้เปิดตัวโปรเจกต์พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาว ซึ่งพ่วงมาด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจาก Amazon ที่อัดฉีดเข้า OpenAI สูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับพันธะสัญญาในการร่วมพัฒนาระบบ Stateful Runtime Environment บน Amazon Bedrock ดีลสะท้านโลกครั้งนั้นยังส่งผลให้ AWS กลายเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ภายนอกแบบผูกขาด (Exclusive 3rd-party cloud) สำหรับโปรเจกต์ OpenAI Frontier ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับองค์กรที่ใช้สร้างและจัดการเอเจนต์ AI (AI Agents)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ประเด็น คือ ความร่วมมือในเดือนกุมภาพันธ์ดันไปงัดกับสัญญาสิทธิ์ขาดเดิมที่ Microsoft ถือครองอยู่ การประกาศล่าสุดในวันจันทร์ที่ผ่านมาจึงเป็นการเคลียร์พื้นที่และยุติความทับซ้อนทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขใหม่นี้ Microsoft จะยังคงรั้งตำแหน่งพันธมิตรด้านคลาวด์เบอร์หนึ่งของ OpenAI ต่อไป และถือสิทธิ์การใช้งานแบบไม่ผูกขาด (Non-exclusive license) ยาวไปจนถึงปี 2032 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ ตอนนี้ OpenAI มีอิสระเต็มที่ในการกระจายโปรดักส์ของตัวเองไปรันบนผู้ให้บริการคลาวด์เจ้าไหนก็ได้ สิ่งที่แลกเปลี่ยนกัน คือ Microsoft จะเลิกจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้กับ OpenAI ในขณะที่ฝั่ง OpenAI จะยังคงจ่ายเงินคืนให้ Microsoft แบบมีการกำหนดเพดานสูงสุด (Capped payments) ไปจนถึงปี 2030</span></p>
<h3><b>สมรภูมิ AI ระดับองค์กรเดือดปะทุ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ OpenAI กำลังเหยียบคันเร่งขยายฐานลูกค้าองค์กร (Enterprise) แบบดุดัน ข้อมูลจากบันทึกภายในของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรายได้ของ OpenAI เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ระบุชัดเจนว่าดีมานด์ที่รอใช้งานผ่านฝั่ง Amazon นั้น &#8220;มหาศาลจนน่าตกใจ&#8221; พร้อมแอบเปรยว่าสัญญาของ Microsoft ในช่วงที่ผ่านมาคอย &#8220;ฉุดรั้ง&#8221; การเติบโตนี้เอาไว้ (อ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ CNBC ที่ GeekWire นำมาตีพิมพ์)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขยับมาดูฝั่ง Amazon กันบ้าง ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปี บริษัทได้เปิดเผยตัวเลขที่ตอกย้ำภาพความสำเร็จว่า รายได้จากฝั่ง AI บน AWS พุ่งทะยานจนมีอัตราการเติบโตของรายได้ต่อปี (Annual run rate) แตะระดับ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปเป็นที่เรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้น การที่ OpenAI ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มเม็ดเงินกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเช่าใช้คลาวด์ ถือเป็นเสาหลักสำคัญในแผนงบลงทุน (Capital expenditure) มูลค่ามหาศาลถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Amazon ในปี 2026 ไม่เพียงแค่นั้น OpenAI ยังตกลงที่จะใช้ขุมพลังประมวลผล AWS Trainium สูงถึงประมาณ 2 กิกะวัตต์ (Gigawatts) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขยายโครงสร้างพื้นฐาน</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">ทิศทางต่อไปของ Microsoft</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้จะรื้อสิทธิ์ผูกขาดทิ้งไป แต่ Microsoft ก็ออกมายืนยันว่า บริษัทยังคงมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์จากการเติบโตของ OpenAI ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และย้ำถึงความร่วมมือที่ยังคงเดินหน้าต่อ ทั้งในเรื่องการขยายความจุของดาต้าเซ็นเตอร์ การพัฒนาชิปประมวลผลเจเนอเรชันถัดไป และระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ การประกาศข่าวใหญ่นี้เกิดขึ้นแบบปาดหน้าช่วงเวลาประกาศผลประกอบการของ Microsoft ที่จ่อคิวอยู่ในวันพุธเพียงนิดเดียว ซึ่งทาง Bloomberg รายงานว่าหุ้นของ Microsoft มีอาการสะดุ้งปรับตัวลงช่วงสั้นๆ รับข่าวนี้ ก่อนจะดีดตัวกลับมาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิดท้ายด้วยความเคลื่อนไหวจาก แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ที่ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ แต่สั่นสะเทือนวงการบนแพลตฟอร์ม X ว่า &#8220;ตอนนี้เราสามารถทำให้โปรดักส์และบริการต่างๆ ของเรา ใช้งานได้ครอบคลุมบนคลาวด์ทุกระบบแล้ว&#8221;</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">วิเคราะห์อนาคตหลังดีลปลดล็อก เมื่อ Cloud Wars เข้าสู่โหมดสู้ยิบตา</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การขยับหมากครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทบิ๊กเทคฯ สองสามแห่งตกลงผลประโยชน์กัน แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าสมรภูมิโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI (AI Infrastructure) กำลังเข้าสู่ยุคตลาดเสรีเต็มรูปแบบ หลังจากนี้เราจะได้เห็นสงครามดึงดูดลูกค้าและอัดฉีดนวัตกรรมของฝั่ง Cloud Provider ทั้ง AWS, Azure ของ Microsoft หรือแม้แต่ Google Cloud เพื่อแย่งชิงโปรเจกต์ระดับ Enterprise แบบไม่มีใครยอมใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ขุมทรัพย์ใหม่ที่น่าจับตามองอาจไม่ใช่แค่ตัวบริษัทที่ทำโมเดล AI เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมไปถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตชิปประมวลผล ระบบหล่อเย็นอัจฉริยะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพราะอย่าลืมว่าแค่ดีลของ OpenAI บน AWS ก็ซัดกำลังไฟฟ้าไปถึงระดับ 2 กิกะวัตต์แล้ว การเติบโตแบบก้าวกระโดดและความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงปรี๊ดนี้ คือโอกาสทองสำหรับคนที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุน การที่เทคโนโลยีสามารถกระจายตัวได้อิสระโดยไร้การผูกขาด ย่อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสภาพคล่องใหม่ๆ ให้กับตลาดการลงทุนทั่วโลกอย่างแน่นอน</span></p>
<h3><b>ตาราง</b><b>สรุปดีลสะท้านโลก Amazon คว้า OpenAI ลง AWS  </b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นสำคัญ</b></td>
<td><b>🔵 ฝั่ง Microsoft (พันธมิตรดั้งเดิม)</b></td>
<td><b>🟠 ฝั่ง Amazon AWS (ผู้เล่นใหม่มาแรง)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สถานะสิทธิ์การใช้งาน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนจาก &#8220;สิทธิ์ขาด (Exclusive)&#8221; เป็น &#8220;ไม่ผูกขาด (Non-exclusive)&#8221; ถึงปี 2032</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ได้สิทธิ์นำโมเดล OpenAI ไปให้บริการบนแพลตฟอร์ม Amazon Bedrock โดยตรง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>โมเดลการเงิน / รายได้</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ยกเลิกการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ OpenAI แต่ยังรับเงินคืนแบบจำกัดเพดานถึงปี 2030</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทุ่มลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์ใน OpenAI และกวาดรายได้ AI บนคลาวด์แตะ 15,000 ล้านดอลลาร์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>การพัฒนาเทคโนโลยี</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เดินหน้าความร่วมมือด้านดาต้าเซ็นเตอร์, ชิปรุ่นใหม่ และความปลอดภัยไซเบอร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ร่วมพัฒนาระบบ Stateful Runtime Environment สำหรับรัน AI Agents ระดับองค์กร</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ทิศทางในอนาคต</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และพันธมิตรคลาวด์เบอร์หนึ่ง แต่ต้องสู้ในตลาดเสรีมากขึ้น</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับบิ๊กบึ้ม รองรับ OpenAI ที่เหมาพลังงาน AWS Trainium ถึง 2 กิกะวัตต์</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-27/microsoft-to-stop-sharing-revenue-with-main-ai-partner-openai" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-27/microsoft-to-stop-sharing-revenue-with-main-ai-partner-openai</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/sectors/technology/article/microsoft-openai-rewrite-partnership-to-eliminate-exclusive-model-access-change-revenue-sharing-140522820.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/sectors/technology/article/microsoft-openai-rewrite-partnership-to-eliminate-exclusive-model-access-change-revenue-sharing-140522820.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.businessinsider.com/openai-microsoft-partnership-agreement-changes-cloud-providers-agi-2026-4" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.businessinsider.com/openai-microsoft-partnership-agreement-changes-cloud-providers-agi-2026-4</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aboutamazon.com/news/aws/amazon-open-ai-strategic-partnership-investment" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aboutamazon.com/news/aws/amazon-open-ai-strategic-partnership-investment</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://blogs.microsoft.com/blog/2026/04/27/the-next-phase-of-the-microsoft-openai-partnership/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://blogs.microsoft.com/blog/2026/04/27/the-next-phase-of-the-microsoft-openai-partnership/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/amazon-aws-openai-partnership-ai-investment-opportunities/">ดีลช็อกโลก! Amazon คว้า OpenAI ลง AWS หลังหมดสัญญาผูกขาด Microsoft  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/amazon-aws-openai-partnership-ai-investment-opportunities/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</title>
		<link>https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 09:52:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[AI Agents]]></category>
		<category><![CDATA[AI Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Computing]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนหุ้น AI]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ AI 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=301</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2026 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/">7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2026 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก AI </span><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> ขอนำเสนอบทความแปลและเรียบเรียงจากบทความ &#8220;What&#8217;s next in AI: 7 trends to watch in 2026&#8221; ของ Microsoft Source  </span></p>
<h2><b>7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-304 aligncenter" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1.webp" alt="7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft" width="1080" height="1350" title="7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1.webp 1080w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-750x938.webp 750w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้รวบรวมมุมมองจากผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft 7 ท่าน ที่แชร์ทิศทางการพัฒนา AI ในปีหน้าที่จะส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ ไปจนถึง Quantum Computing</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเทรนด์เหล่านี้จะช่วยให้มองเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี หุ้นสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตอันใกล้</span></p>
<h3><b>AI กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ จากเครื่องมือสู่พันธมิตรตัวจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Aparna Chennapragada หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของ Microsoft กล่าวว่าปี 2026 จะเป็นยุคแห่ง &#8220;พันธมิตรระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์&#8221; หลังจากที่ผ่านมาหลายปีที่ AI ทำหน้าที่ตอบคำถามและแก้ปัญหาต่างๆ คลื่นลูกใหม่จะเป็นเรื่องของการร่วมมือกันอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;อนาคตไม่ได้เกี่ยวกับการแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการขยายศักยภาพของมนุษย์&#8221; Chennapragada กล่าวตามรายงานของ Microsoft Source​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจ คือ AI Agents หรือ &#8220;ตัวแทน AI&#8221; กำลังจะกลายเป็น &#8220;เพื่อนร่วมงานดิจิทัล&#8221; ที่ช่วยให้บุคคลและทีมเล็กๆ ทำงานได้เหนือระดับ Chennapragada วาดภาพอนาคตที่ทีมงานเพียง 3 คนสามารถเปิดแคมเปญระดับโลกได้ภายในไม่กี่วัน โดยมี AI คอยช่วยประมวลผลข้อมูล สร้างคอนเทนต์ และปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ในขณะที่มนุษย์ดูแลด้านกลยุทธ์และความคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Chennapragada คาดการณ์ว่าอองค์กรที่ออกแบบให้คนเรียนรู้และทำงานร่วมกับ AI จะได้ประโยชน์สูงสุด ช่วยให้ทีมงานรับมือกับงานที่ท้าทายมากขึ้นและส่งมอบผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น คำแนะนำของเธอสำหรับมืออาชีพคือ: อย่าแข่งขันกับ AI แต่จงเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับมัน &#8220;ปีหน้าเป็นของผู้ที่ยกระดับบทบาทของมนุษย์ ไม่ใช่กำจัดมนุษย์&#8221;​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับนักธุรกิจ : บริษัทที่พัฒนา AI Agents, แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน และเครื่องมือ AI สำหรับองค์กรขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ น่าจะเป็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในปี 2026</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 1 : AI Agents จะมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI Agents เริ่มแพร่หลายและมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตการทำงานประจำวัน จะกลายเป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทีมตัวจริง Vasu Jakkal รองประธานอาวุโสฝ่ายความปลอดภัยของ Microsoft กล่าวว่า เมื่อองค์กรต่างๆ เริ่มพึ่งพา AI Agents ในการช่วยงานและตัดสินใจ การสร้างความเชื่อมั่นในตัว Agents เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และทุกอย่างเริ่มต้นที่ &#8220;ความปลอดภัย&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทุก Agent ควรได้รับการป้องกันด้านความปลอดภัยในระดับเดียวกับมนุษย์ เพื่อให้มั่นใจว่า Agents จะไม่กลายเป็น &#8216;สายลับสองหน้า&#8217; ที่นำความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้เข้ามา&#8221; Jakkal กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า แต่ละ Agent ต้องมี &#8220;ตัวตน&#8221; ที่ชัดเจน มีการจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและระบบต่างๆ มีการจัดการข้อมูลที่สร้างขึ้น และได้รับการป้องกันจากผู้โจมตีและภัยคุกคาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jakkal กล่าวว่า ระบบความปลอดภัยจะต้อง &#8220;ฝังอยู่ในตัว&#8221; ไม่ใช่เพิ่มเข้ามาทีหลัง นอกจากนี้ เมื่อผู้โจมตีใช้ AI ในรูปแบบใหม่ๆ ผู้ปกป้องก็จะใช้ Security Agents เพื่อตรวจจับภัยคุกคามและตอบสนองได้เร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ความเชื่อมั่น คือ สกุลเงินของนวัตกรรม&#8221; Jakkal กล่าว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้องค์กรต่างๆ ทันกับความเสี่ยงใหม่ๆ ในขณะที่ AI กลายเป็นศูนย์กลางของการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทที่ทำงานด้าน Cybersecurity โดยเฉพาะที่มีโซลูชันสำหรับป้องกัน AI Agents และ Identity Management จะมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 2 : AI พร้อมลดช่องว่างด้านสุขภาพของโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ในวงการสุขภาพกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ดร. Dominic King รองประธานฝ่ายสุขภาพของ Microsoft AI กล่าวว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราจะเห็นหลักฐานว่า AI กำลังก้าวข้ามขอบเขตเดิมที่เคยเก่งแค่การวินิจัยโรค ไปสู่พื้นที่ใหม่อย่างการคัดกรองอาการและการวางแผนการรักษา และที่สำคัญคือ ความก้าวหน้าจะเริ่มเคลื่อนจากห้องวิจัยสู่โลกแห่งความจริง ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการ AI แบบ Generative ที่พร้อมใช้สำหรับผู้บริโภคและผู้ป่วยนับล้านคน&#8221; King กล่าว​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญมากเพราะการเข้าถึงบริการสุขภาพเป็นวิกฤติระดับโลก องค์การอนามัยโลก (World Health Organization &#8211; WHO) คาดการณ์ว่าโลกจะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ถึง 11 ล้านคนภายในปี 2030 (ค.ศ.) ช่องว่างนี้ทำให้ประชากร 4.5 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">King ชี้ไปที่ความสำเร็จของ Microsoft AI&#8217;s Diagnostic Orchestrator (MAI-DxO) ที่แสดงให้เห็นในปี 2025 โดยสามารถแก้ปัญหาทางการแพทย์ที่ซับซ้อนได้แม่นยำ 85.5% ซึ่งสูงกว่าแพทย์ที่มีประสบการณ์มากถึง 4 เท่า (แพทย์เฉลี่ยทำได้แค่ 20%) ด้วย Copilot และ Bing ที่ตอบคำถามด้านสุขภาพมากกว่า 50 ล้านคำถามต่อวันอยู่แล้ว King มองว่าความก้าวหน้าของ AI จะช่วยให้ผู้คนมีอำนาจและควบคุมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเองได้มากขึ้น</span></p>
<p><b>The Signals </b><span style="font-weight: 400;">ขอเสริมข้อมูลว่า ประเทศไทยก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยมีแพทย์เพียง 0.9 คนต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน WHO ที่แนะนำ 1 คนต่อ 1,000 คน การนำ AI มาช่วยในการคัดกรองโรคเบื้องต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับระบบสาธารณสุขไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับหุ้นกลุ่ม Healthcare Technology (HealthTech) โดยเฉพาะที่พัฒนา AI สำหรับการวินิจัยโรค, Telemedicine และ Digital Health Platform จะเป็นหุ้นที่น่าสนใจ</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 3 : AI จะกลายเป็นศูนย์กลางของกระบวนการวิจัย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI กำลังเร่งความเร็วในการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในสาขาต่างๆ เช่น การสร้างแบบจำลองภูมิอากาศ พลวัตของโมเลกุล และการออกแบบวัสดุใหม่ Peter Lee ประธาน Microsoft Research กล่าวว่า ความก้าวกระโดดครั้งต่อไปกำลังจะมาถึงในปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;AI จะไม่ได้แค่สรุปงานวิจัย ตอบคำถาม หรือเขียนรายงานอีกต่อไป แต่จะเข้าร่วมกระบวนการค้นพบอย่างแท้จริงในสาขาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา&#8221; Lee กล่าว​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;AI จะสร้างสมมติฐาน ใช้เครื่องมือและแอปพลิเคชันที่ควบคุมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่เป็นมนุษย์และ AI&#8221; Lee อธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังสร้างโลกที่นักวิจัยทุกคนจะมี &#8220;ผู้ช่วยแล็บ AI&#8221; ที่สามารถแนะนำการทดลองใหม่ๆ และแม้กระทั่งดำเนินการบางส่วนของการทดลองได้ นั่นคือ ก้าวต่อไปตามตรรกะ Lee กล่าว โดยสร้างขึ้นจากแนวทางที่ AI ทำงานร่วมกับนักพัฒนาแบบ &#8220;pair programming&#8221; และใช้แอปพลิเคชันในการทำงานประจำวันอย่างการช็อปปิ้งและการจัดตารางงานอัตโนมัติในด้านอื่นๆ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือ การเปลี่ยนแปลงที่จะเร่งการวิจัยและเปลี่ยนวิธีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ Lee กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับนักธุรกิจ : บริษัทในกลุ่ม Biotechnology, Pharmaceutical และ Materials Science ที่นำ AI มาใช้ในกระบวนการ R&amp;D จะมีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วและถูกกว่าคู่แข่ง</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 4 : โครงสร้างพื้นฐาน AI จะฉลาดและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตของ AI ไม่ได้เกี่ยวกับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ขึ้นและมากขึ้นอีกต่อไป Mark Russinovich ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี รองหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยสารสนเทศ และ Technical Fellow ของ Microsoft Azure กล่าวว่า คลื่นลูกใหม่เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรการประมวลผลทุกหยดให้คุ้มค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจะบรรจุพลังการประมวลผลแบบหนาแน่นมากขึ้นผ่านเครือข่ายแบบกระจาย&#8221; Russinovich กล่าว ปีหน้าจะเห็นการเติบโตของระบบ AI ที่ยืดหยุ่นและทั่วโลก ซึ่งเป็น &#8220;ซูเปอร์แฟคทอรี่ AI&#8221; รุ่นใหม่ที่เชื่อมโยงกันซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;AI จะถูกวัดจากคุณภาพของความฉลาดที่สร้างขึ้น ไม่ใช่แค่ขนาดมหึมา&#8221; Russinovich กล่าว​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองนึกภาพเหมือนศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับงาน AI : พลังการประมวลผลจะถูกบรรจุแบบหนาแน่นและกระจายแบบไดนามิกเพื่อไม่ให้มีอะไรว่างเปล่า ถ้างานหนึ่งช้าลง งานอื่นก็เข้ามาแทนทันที เพื่อให้แน่ใจว่าทุกรอบการประมวลผลและทุกวัตต์ไฟฟ้าถูกนำไปใช้งาน การเปลี่ยนแปลงนี้จะแปลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ฉลาดกว่า ยั่งยืนกว่า และปรับตัวได้มากกว่า เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ในระดับโลก Russinovich กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพิ่มเติม Microsoft ได้เปิดตัว AI Superfactory แห่งแรกในสหรัฐอเมริกาโดยเชื่อมโยงดาต้าเซ็นเตอร์ในรัฐวิสคอนซินและจอร์เจียเข้าด้วยกัน ตามรายงานของ Microsoft เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ระบบนี้ใช้สถาปัตยกรรม &#8220;Infinite Scale&#8221; ที่สามารถจัดสรรทรัพยากรแบบเรียลไทม์ข้ามดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทที่ให้บริการ Cloud Infrastructure, Data Center และ AI-as-a-Service จะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้หุ้นกลุ่ม Semiconductor และ Network Equipment ที่รองรับ AI Workload ก็น่าสนใจ</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 5 : AI กำลังเรียนรู้ภาษาของโค้ด และบริบทเบื้องหลังมัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังระเบิดความเร็ว กิจกรรมบน GitHub บันทึกสถิติใหม่ในปี 2025 ทุกเดือนนักพัฒนารวม Pull Requests (การเสนอและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงโค้ด) จำนวน 43 ล้านรายการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า จำนวน Commits ที่ Push (การบันทึกการเปลี่ยนแปลง) ต่อปีกระโดดขึ้น 25% เป็น 1 พันล้านรายการ จังหวะการเติบโตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม เนื่องจาก AI กลายเป็นศูนย์กลางของวิธีการสร้างและปรับปรุงซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mario Rodriguez หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ GitHub กล่าวว่า ปริมาณงานมหาศาลนี่เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมปี 2026 จะนำมาซึ่ง &#8220;repository intelligence&#8221; หรือ &#8220;ความฉลาดในคลังเก็บโค้ด&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดง่ายๆ คือ AI ที่เข้าใจไม่ใช่แค่บรรทัดของโค้ด แต่เข้าใจความสัมพันธ์และประวัติเบื้องหลังมันด้วย​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยการวิเคราะห์รูปแบบในคลังเก็บโค้ด (repository) ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ทีมเก็บและจัดระบบทุกอย่างที่สร้างขึ้น AI สามารถเข้าใจว่าอะไรเปลี่ยนแปลง ทำไมเปลี่ยน และส่วนต่างๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร บริบทนี้ช่วยให้ AI เสนอคำแนะนำที่ฉลาดขึ้น จับข้อผิดพลาดได้เร็วกว่า และแม้กระทั่งแก้ไขปัญหาทั่วไปได้อัตโนมัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือซอฟต์แวร์คุณภาพสูงขึ้นที่ช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้เร็วขึ้น Rodriguez กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ชัดเจนว่าเรากำลังอยู่ที่จุดเปลี่ยน&#8221; Rodriguez กล่าว Repository Intelligence &#8220;จะกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันโดยการให้โครงสร้างและบริบทสำหรับ AI ที่ฉลาดและเชื่อถือได้มากขึ้น&#8221;​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทที่ให้บริการ DevOps, Code Repository, และ AI-powered Development Tools จะเติบโตตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทซอฟต์แวร์ทั่วไปที่นำ AI มาใช้ในการพัฒนาจะมีประสิทธิภาพและความเร็วที่สูงขึ้น</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 6 : ความก้าวกระโดดครั้งต่อไปของ Computing ใกล้เข้ามาแล้ว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Quantum Computing เคยรู้สึกเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน แต่นักวิจัยกำลังเข้าสู่ยุค &#8220;อีกไม่กี่ปีจะเป็นจริง ไม่ใช่อีกหลายสิบปี&#8221; ที่เครื่อง Quantum จะเริ่มแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิกทำไม่ได้ Jason Zander รองประธานบริหารฝ่าย Microsoft Discovery and Quantum กล่าว ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่กำลังมาถึงนี้เรียกว่า &#8220;quantum advantage&#8221; ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาที่ท้าทายที่สุดของสังคม Zander กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่แตกต่างในตอนนี้ คือ การเติบโตของ &#8220;hybrid computing&#8221; ที่ Quantum ทำงานร่วมกับ AI และ Supercomputers AI หารูปแบบในข้อมูล Supercomputers รันการจำลองขนาดใหญ่ และ Quantum เพิ่มชั้นใหม่ที่จะขับเคลื่อนความแม่นยำที่สูงกว่ามากสำหรับการสร้างแบบจำลองโมเลกุลและวัสดุ Zander กล่าว ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นพร้อมกับความก้าวหน้าใน logical qubits ซึ่งเป็น quantum bits ทางกายภาพที่จัดกลุ่มเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดและประมวลผลได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญต่อความน่าเชื่อถือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Microsoft Majorana 1 เป็นการพัฒนาครั้งสำคัญสู่ระบบ Quantum ที่แข็งแกร่งกว่า Zander กล่าว มันคือชิป Quantum แรกที่สร้างโดยใช้ topological qubits ซึ่งเป็นการออกแบบที่ทำให้ qubits ที่เปราะบางมีความเสถียรและเชื่อถือได้มากขึ้นโดยธรรมชาติ มันยังเป็นโซลูชัน Quantum เพียงตัวเดียวที่ออกแบบมาเพื่อจับและแก้ไขข้อผิดพลาดได้ สถาปัตยกรรมนี้เปิดทางสู่เครื่องที่มี qubits นับล้านบนชิปเดียว ให้พลังการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับปัญหาทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;Quantum advantage จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าในวัสดุ การแพทย์ และอื่นๆ อีกมาก&#8221; Zander กล่าว &#8220;อนาคตของ AI และวิทยาศาสตร์จะไม่ได้แค่เร็วขึ้น แต่จะถูกนิยามใหม่อย่างสิ้นเชิง&#8221;​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพิ่มเติม Microsoft ประกาศเปิดตัว Majorana 1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตามรายงานของ Microsoft ชิปนี้ใช้เทคโนโลยี topological qubits ที่มีอัตราข้อผิดพลาดต่ำกว่าเทคโนโลยี qubit แบบอื่นมาก ทำให้สามารถสเกลขึ้นได้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นแม้ว่า Quantum Computing จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่นักลงทุนระยะยาวอาจพิจารณาบริษัทที่ลงทุนวิจัย Quantum เช่น IBM, Google (Alphabet), Microsoft, และบริษัท pure-play อย่าง IonQ หรือ Rigetti นอกจากนี้บริษัทในกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จาก Quantum เช่น Pharmaceutical, Materials Science และ Cryptography ก็น่าติดตาม</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 7 : ปี 2026 คือ ปีแห่งการทำงานร่วมกันระหว่าง AI กับมนุษย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากทั้ง 7 เทรนด์ที่ผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft แชร์ มีด้ายเงินที่ทอดผ่านทั้งหมด: AI จะไม่มาแทนที่มนุษย์ แต่จะทำงานร่วมกับมนุษย์เพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะทำคนเดียวได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็น AI Agents ที่กลายเป็นเพื่อนร่วมงาน, AI ที่ช่วยลดช่องว่างด้านสุขภาพ, AI ผู้ช่วยวิจัยในห้องแล็บ, โครงสร้างพื้นฐานที่ฉลาดขึ้น, AI ที่เข้าใจบริบทของโค้ด หรือ Quantum Computing ที่ทำงานร่วมกับ AI &#8211; ทุกเทรนด์ชี้ไปที่อนาคตที่มนุษย์และเทคโนโลยีเสริมพลังซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2026 จะเป็นปีที่ต้องจับตาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของบริษัทต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<h3><b>สรุปในมุมมองของ The Signals</b></h3>
<p><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> มองว่า AI กำลังเข้าสู่ &#8220;ยุคที่ 2&#8221; ที่เน้นการใช้งานจริงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ มากกว่าแค่การทดลองและพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนจาก &#8220;AI Hype&#8221; สู่ &#8220;AI Value&#8221; : บริษัทที่สามารถแสดงผลลัพธ์ชัดเจนจากการใช้ AI (เช่น Microsoft ที่แสดงว่า AI วินิจัยโรคได้แม่นยำ 85.5%) จะได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่าบริษัทที่แค่พูดถึง AI</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญของ Infrastructure : โครงสร้างพื้นฐานอย่าง Cloud, Data Center และ Network จะเป็นรากฐานของการเติบโตของ AI ดังนั้นหุ้นกลุ่มนี้จึงมีพื้นฐานการเติบโตที่แข็งแกร่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Quantum Computing ยังเร็วเกินไป? : แม้ Quantum จะน่าตื่นเต้น แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปอาจยังเร็วเกินไปที่จะลงทุนโดยตรง ควรติดตามพัฒนาการและรอจนมีผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนมากขึ้น</span></li>
</ol>
<p><b>สำหรับภาคเอกชน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการทำงานร่วมกันระหว่าง AI และมนุษย์ จากรายงานของ Microsoft ผ่านผู้บริหาร 7 ท่าน เราได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนขึ้นว่า AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในชีวิตการทำงาน การรักษาพยาบาล การวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจเทรนด์เหล่านี้จะช่วยให้สามารถระบุโอกาสการลงทุนในภาคส่วนต่างๆ ที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนา AI, บริษัทที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ, หรือบริษัทที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายเหตุ: ความเห็นข้างต้นเป็นมุมมองของ The Signals เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<p><a href="https://news.microsoft.com/source/features/ai/whats-next-in-ai-7-trends-to-watch-in-2026/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://news.microsoft.com/source/features/ai/whats-next-in-ai-7-trends-to-watch-in-2026/</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/">7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
