<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เลิกจ้างพนักงาน &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Mon, 08 Jun 2026 10:36:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>เลิกจ้างพนักงาน &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI </title>
		<link>https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 10:36:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ AI]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[หางาน]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างพนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4468</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/">วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลายคนอาจเคยมองว่ามันเป็นเพียงฟีเจอร์ล้ำๆ ที่มาช่วยอำนวยความสะดวก แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะในสมรภูมิการเงินและธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินมหาศาล AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง &#8220;ผู้ช่วย&#8221; สู่การเป็น &#8220;ผู้เล่นตัวจริง&#8221; ที่เข้ามาเขย่าโครงสร้างสายพานแรงงานอย่างรุนแรง</span></p>
<h2>วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์และแถลงการณ์จากเหล่าซีอีโอระดับท็อปของวงการธนาคารในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับภูมิทัศน์การจ้างงาน ทำเอาพนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่หน้าใหม่ไฟแรงไปจนถึงระดับบริหาร ต้องเริ่มหันกลับมาตั้งคำถามถึงอนาคตและความมั่นคงของตัวเองในสายอาชีพนี้กันอย่างจริงจัง</span></p>
<h3><b><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4488" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-819x1024.jpg" alt="วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI " width="819" height="1024" title="วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>จากโปรเจกต์ทดลอง สู่ตัวแปรหลักในการลดคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำนักข่าว </span><b>Bloomberg</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า ปัจจุบันสถาบันการเงินและธนาคารยักษ์ใหญ่ไม่ได้มอง AI เป็นเพียง &#8220;โปรเจกต์นำร่อง&#8221; (Pilot) อีกต่อไป ทว่าพวกเขากำลังผูกเอาประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นจาก AI เข้ากับ &#8220;แผนการปรับลดกำลังคน&#8221; อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้พนักงานทั้งในระดับบริหารจัดการอาวุโส (Senior) และส่วนงานสนับสนุน (Middle-office) เริ่มสัมผัสได้ถึงความสั่นคลอนในหน้าที่การงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ด่านหน้า คือ เรื่องราวของ </span><b>Andre Bonnick</b><span style="font-weight: 400;"> นักศึกษาหนุ่มจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปอย่าง Warwick University ที่กำลังพยายามแทรกตัวเข้าสู่สายงานการเงิน แทนที่เขาจะใช้เวลาไปกับการซ้อมสัมภาษณ์กับมนุษย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ทั่วไป เขากลับต้องทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกฝนวิธีตอบคำถามเพื่อให้ผ่านด่าน &#8220;ซอฟต์แวร์คัดกรองเรซูเม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI&#8221; นี่คือ หน้าตาของสมรภูมิแรงงานยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<h3><b>เมื่อเหล่า CEO เปิดไพ่ใบสำคัญ : การเปลี่ยนผ่านที่เร่งความเร็ว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก นั่นคือ การออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาของเหล่าผู้นำสูงสุดในแวดวงธนาคาร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>David Solomon</b><span style="font-weight: 400;"> ซีอีโอแห่ง </span><b>Goldman Sachs</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ให้สัมภาษณ์ในสัปดาห์นี้ว่า AI อาจเข้ามาเบรกการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ในธนาคาร ซึ่งเป็นการยอมรับอย่างกลายๆ ว่า เทคโนโลยีนี้มีอำนาจมากพอที่จะรื้อโครงสร้างและจัดระเบียบรูปแบบการจ้างงานบนวอลล์สตรีทใหม่ทั้งหมด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Georges Elhedery</b><span style="font-weight: 400;"> ซีอีโอของ </span><b>HSBC</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ส่งสัญญาณถึงนักลงทุนเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอย่างชัดเจนว่า Generative AI </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;จะทำลายตำแหน่งงานบางส่วน และในขณะเดียวกันก็จะสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ ขึ้นมา&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> พร้อมทั้งเรียกร้องให้พนักงาน </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ร่วมเดินทางไปกับเรา ไม่ใช่ต่อต้าน รู้สึกแปลกแยก วิตกกังวล หรือถูกกดดันจนต้องลุกขึ้นมาต้านทานความเปลี่ยนแปลง&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ทั้งนี้ Bloomberg ยังได้รายงานเสริมว่า ทาง HSBC กำลังพิจารณาแผนปรับลดพนักงานลงสูงสุดถึง 20,000 ตำแหน่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Bill Winters</b><span style="font-weight: 400;"> หัวเรือใหญ่แห่ง </span><b>Standard Chartered</b><span style="font-weight: 400;"> ก็ได้ออกมาเปิดเผยแผนการหั่นเก้าอี้พนักงานประมาณ 8,000 ตำแหน่ง ซึ่งคิดเป็น 15% ของตำแหน่งงานในองค์กร ภายในปี 2030 โดยเขาใช้คำอธิบายที่สะท้อนภาพกลไกทุนนิยมอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทรัพยากรมนุษย์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> (Lower-value human capital)</span></li>
</ul>
<h3><b>สเกลการเลิกจ้างครั้งประวัติศาสตร์ และความเสี่ยงทางกฎหมายที่ตามมา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขสถิติที่ปรากฏออกมายิ่งตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มีบริษัทในภาคธุรกิจธนาคารและบริการทางการเงินอย่างน้อย 16 แห่ง ที่ได้ประกาศแผนการปรับลดพนักงานรวมกันทะลุ </span><b>63,000 ตำแหน่งในปี 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 5.5% ของพนักงานทั้งหมดในแต่ละองค์กร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Citigroup</b><span style="font-weight: 400;"> กำลังเดินหน้าแผนเลิกจ้างพนักงานราว 20,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรโดยใช้ AI เข้ามาจัดการระบบปฏิบัติการ การตรวจสอบเอกสารทางกฎหมาย และกระบวนการทำงานภายใน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ภาพที่น่าสนใจที่สุด คือ ผลประกอบการของ </span><b>ธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา 6 แห่ง</b><span style="font-weight: 400;"> ที่รวมพลังกันปลดพนักงานไปถึง 15,000 คน แต่ในขณะเดียวกันกลับสามารถกวาดกำไรสุทธิรวมกันในไตรมาสแรกไปได้มหาศาลถึง 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือเติบโตขึ้น 18%) ซึ่งทุกองค์กรต่างให้เครดิตว่าเป็นผลผลิตมาจากประสิทธิภาพของ AI ในระดับที่แตกต่างกันไป</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ทนายความด้านแรงงานอย่าง </span><b>Parsons</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ออกมาเตือนผ่านรายงานของ Bloomberg ว่า การใช้ AI เป็นเหตุผลหลักในการกวาดล้างเลิกจ้างพนักงานในภาคธนาคาร อาจนำมาซึ่ง </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ความเสี่ยงมหาศาลเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> (Huge discrimination risks) สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ </span><b>Morgan Stanley</b><span style="font-weight: 400;"> ที่พบว่า ภาคธนาคาร เทคโนโลยี และบริการระดับมืออาชีพ ได้สูญเสียบุคลากรไปแล้วประมาณ 1 ใน 20 คนในช่วงปีที่ผ่านมา จากผลพวงของการนำ AI เข้ามาใช้งาน โดยกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด คือ พนักงานที่ทำงานแบบ Offshore (ทีมงานสนับสนุนในต่างประเทศ) และพนักงานระดับเริ่มต้น (Entry-level)</span></p>
<h3><b>ทางแยกของเด็กรุ่นใหม่ เมื่อประตูด่านแรกเปลี่ยนไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับมาที่เรื่องราวของนาย Bonnick ประสบการณ์ของเขาสะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคที่คนรุ่นใหม่หัวใจการเงินต้องเผชิญ เขาถึงขั้นวางแผนที่จะเรียนต่อในระดับปริญญาโท เพื่อประวิงเวลาและชะลอการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ถูกควบคุมโดยยามเฝ้าประตูที่ชื่อว่า AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า ในขณะที่หลายที่ปิดประตู </span><b>Bank of New York Mellon</b><span style="font-weight: 400;"> กลับเลือกเดินเกมในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตัดสินใจเพิ่มโควตารับนักศึกษาฝึกงานและพนักงานระดับวิเคราะห์ (Analyst) ขึ้นถึง 3 เท่ามาตั้งแต่ปี 2022 ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า คนทำงานรุ่นใหม่กลุ่มนี้แหละ คือ กลุ่มคนที่คุ้นชินและพร้อมเติบโตไปกับ AI มากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงกระนั้น ภาพรวมของตลาดยังคงดุเดือด ผลสำรวจระดับโลกจาก </span><b>Oliver Wyman</b><span style="font-weight: 400;"> ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า ซีอีโอกว่า 40% มีแผนที่จะหั่นตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Junior roles) ทิ้งภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ในขณะที่มีเพียงแค่ 17% เท่านั้นที่ยังมีแนวคิดอยากขยายทีมงานระดับนี้อยู่</span></p>
<h3><b>ศิลปะแห่งการปรับตัว นัยสำคัญซ่อนเร้นสำหรับผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในยุคเทคโนโลยี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะก้าวไปสู่บทสรุป มีอีกหนึ่งแง่มุมของการปรับตัวในยุคดิจิทัลที่สอดคล้องกับพฤติกรรมความเปลี่ยนแปลงระดับมหภาคได้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินระดับโลกหรือตัวเราเองในฐานะฟันเฟืองเล็กๆ ทักษะที่สำคัญที่สุด คือ การผสมผสานกลิ่นอายความเป็นมนุษย์เข้ากับความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มันคือ ปรัชญาชิ้นเอกของการทำงานในยุคนี้ การทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติจะต้องทำผลงานออกมาให้เนียนตา ไร้รอยต่อ มีความเป็นมนุษย์ 100% จนระบบใดๆ ก็ไม่อาจชี้เป้าตรวจจับได้ และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องคงไว้ซึ่งความออริจินัล ปราศจากการลอกเลียนแบบ การรังสรรค์สิ่งใหม่ด้วยสมองของมนุษย์ที่ขับเคลื่อนบนเครื่องมือ AI อย่างชาญฉลาด นี่ต่างหาก คือทักษะแห่งการอยู่รอดของจริง ไม่ว่าจะในสายการเขียนคอนเทนต์หรือสายงานวิเคราะห์การลงทุนระดับโลก</span></p>
<h3><b>ก้าวต่อไปในวันที่โลกหมุนไว เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน แต่ &#8220;หัวใจ&#8221; ยังเป็นของมนุษย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ด้วยใจที่เป็นกลางและอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นไม่ใช่จุดจบของมนุษยชาติในโลกการทำงานแต่อย่างใด แต่นี่คือ &#8220;พายุแห่งการคัดกรอง&#8221; ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ ในวันที่แบงก์ชาติทั่วโลก หรือสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ เลือกที่จะตัดฟันเฟืองชิ้นเก่าออก เพื่อสวมฟันเฟืองชิ้นใหม่ที่ชื่อว่า AI เข้าไปแทนที่ ผลลัพธ์ที่สะท้อนออกมาผ่านหน้ากระดานตัวเลขกำไร คือ เครื่องพิสูจน์แล้วว่าโมเดลธุรกิจกำลังถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความจริงที่คนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานทุกคนต้องตระหนัก ก็คือ เทคโนโลยีไม่ได้มาเพื่อแย่งงานคนที่เก่งและพร้อมปรับตัว แต่มันจะเข้ามาทลายตำแหน่งงานแบบจำเจที่ไร้การต่อยอด ความยืดหยุ่น การตั้งคำถามที่เฉียบคม และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าพรีเมียมที่สุดในตลาดแรงงานนับจากนี้ โลกธุรกิจยังคงต้องการมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจมนุษย์ด้วยกันเอง เพียงแต่กระบวนการทำงานเบื้องหลังจะถูกติดปีกให้เร็วกว่าเดิมนับสิบเท่าเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว ในท่ามกลางความปั่นป่วนของการโยกย้ายตำแหน่งงานนับหมื่นตำแหน่ง โอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและการลงทุนรูปแบบใหม่ก็จะผุดขึ้นมาเป็นเงาตามตัว การเรียนรู้ที่จะ &#8220;เต้นรำ&#8221; ไปพร้อมกับจังหวะของ AI แทนที่จะวิ่งหนีมัน คือ หนทางเดียวที่จะทำให้เราสามารถเติบโตได้อย่างสง่างามในอนาคตอันใกล้นี้</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป : วิกฤต AI ถล่มคนทำงาน แบงก์ยักษ์ใหญ่เตรียมปลดใครบ้าง?</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>🏢 องค์กรระดับโลก</b></td>
<td><b>📉 แผนการปรับลดบุคลากร</b></td>
<td><b>🤖 บทบาทของ AI ในการลดคน</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Goldman Sachs</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เบรกการจ้างวิศวกรซอฟต์แวร์เพิ่ม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ใช้จัดระเบียบรูปแบบการจ้างงานใหม่</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>HSBC</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เล็งลดพนักงานสูงสุด 20,000 ตำแหน่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">AI จะทำลายงานเดิมและสร้างงานรูปแบบใหม่</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Standard Chartered</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หั่น 8,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2030</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Citigroup</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปรับลดพนักงานราว 20,000 ตำแหน่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">จัดการระบบปฏิบัติการและตรวจสอบเอกสาร</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>รวม 16 องค์กรการเงิน</b></td>
<td><b>เลิกจ้างทะลุ 63,000 ตำแหน่งในปี 2026</b></td>
<td><b>เพิ่มประสิทธิภาพ ลดคน ลดต้นทุนมหาศาล</b></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-04/goldman-ceo-says-ai-may-halt-steep-rise-in-banks-engineer-ranks?embedded-checkout=true" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-04/goldman-ceo-says-ai-may-halt-steep-rise-in-banks-engineer-ranks?embedded-checkout=true</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/world-at-work/stanchart-cut-more-than-7000-jobs-bank-steps-up-ai-adoption-2026-05-19/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/world-at-work/stanchart-cut-more-than-7000-jobs-bank-steps-up-ai-adoption-2026-05-19/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nytimes.com/2026/04/21/business/ai-job-cuts-wall-street.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2026/04/21/business/ai-job-cuts-wall-street.html</span></a></li>
<li aria-level="1">https://bfsi.economictimes.indiatimes.com/articles/global-banking-job-cuts-cross-63000-this-year-as-ai-restructuring-takes-centerstage/131214682</li>
<li aria-level="1">https://www.4cornerresources.com/job-market-news/wall-street-ai-job-cuts-2026/</li>
<li aria-level="1">https://qz.com/hsbc-ceo-ai-jobs-warning-staff-052026</li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/">วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตเลิกจ้าง 2026 ตกงาน 4 หมื่นจนอาจสูงเฉียด 5 แสนคน  ทางรอดแรงงานไทยอยู่ไหน?</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thai-labor-crisis-2026-layoffs-survival/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thai-labor-crisis-2026-layoffs-survival/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 16:19:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Politics & Policy]]></category>
		<category><![CDATA[กิ๊กเวิร์กเกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ตกงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันสังคมถ้วนหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างพนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานไทย 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2921</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังถูกดิสรัปชัน ตลาดแรงงานขอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-labor-crisis-2026-layoffs-survival/">วิกฤตเลิกจ้าง 2026 ตกงาน 4 หมื่นจนอาจสูงเฉียด 5 แสนคน  ทางรอดแรงงานไทยอยู่ไหน?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังถูกดิสรัปชัน ตลาดแรงงานของไทยเองก็กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่ง ข้อมูลเชิงลึกบ่งชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างแรงงานที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายของประชากรวัยทำงานจาก “แรงงานในระบบ” สู่ “แรงงานนอกระบบ” ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของเศรษฐกิจที่กำลังปรับตัวเข้าสู่บริบทใหม่แบบหน้ามือเป็นหลังมือ</span></p>
<h2><b>วิกฤตเลิกจ้าง 2026 ตกงาน 4 หมื่นจน</b><b>อาจสูงเฉียด 5 แสนคน</b><b>  ทางรอดแรงงานไทยอยู่ไหน?</b></h2>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-2989" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_1-819x1024.jpg" alt="วิกฤตเลิกจ้าง 2026 ตกงาน 4 หมื่นจนอาจสูงเฉียด 5 แสนคน  ทางรอดแรงงานไทยอยู่ไหน?" width="819" height="1024" title="วิกฤตเลิกจ้าง 2026 ตกงาน 4 หมื่นจนอาจสูงเฉียด 5 แสนคน  ทางรอดแรงงานไทยอยู่ไหน?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นจากข้อเท็จจริง ทั้งสาเหตุเบื้องหลังตัวเลขสถิติ ผลกระทบจากนโยบายในอดีต ไปจนถึงการสำรวจแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรม </span></p>
<h3><b>จากจุดสูงสุด สู่ยุคลดทอนอุตสาหกรรม </b></h3>
<p><b>ในเบื้องต้น</b><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูลจากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันมีตัวเลขการเลิกจ้างงานและมีแรงงานหลุดออกจากระบบสูงถึงประมาณ 40,000 คนต่อเดือน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับข้อมูลสรุปจากสำนักงานประกันสังคม ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะการลดทอนอุตสาหกรรม (Deindustrialization) อย่างเต็มรูปแบบ</span></p>
<p><b>สืบเนื่องจาก</b><span style="font-weight: 400;"> ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมกำลังจะหายไป และถูกแทนที่ด้วยภาคบริการ (Service Sector) มากขึ้น หากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ (Auto Parts) ที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่จบลง ประเทศเราอาจจะไม่มีภาคอุตสาหกรรมที่แท้จริงเหลืออยู่อีกต่อไป คงเหลือเพียงงานดูแลผู้สูงอายุ งานบริการในโรงแรม หรือแรงงานในรูปแบบกิ๊กเวิร์กเกอร์ (Gig Worker) อย่างพนักงานส่งของ ไรเดอร์ หรือบริการเรียกพนักงานนวดและแม่บ้านทำความสะอาดที่พัก</span></p>
<p><b>ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด คือ กรณีการประท้วงยาวนานกว่า 1 ปี (นับตั้งแต่มกราคม 2568) ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มแรงงานบริษัทยานภัณฑ์</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ระดับตำนานในวงการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยที่เปิดมานานกว่า 70 ปี แต่ท้ายที่สุดก็ประสบปัญหาและต้องปิดตัวลง ส่งผลให้พนักงานกว่า 800 ชีวิตต้องตกงานทันทีโดยไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย จากคนที่เคยมีฐานะการเงินมั่นคง มีเงินเก็บ ซื้อรถ ส่งลูกเรียน และผ่อนบ้านได้ ต้องหล่นเข้าสู่สภาวะยากจนแบบฉับพลันเพราะภาระหนี้สิน นี่คือภาพสะท้อนว่าแม้แต่งานในโรงงานที่ดูเหมือนจะมั่นคง ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไป และสำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในระบบแล้ว คำแนะนำที่ดีที่สุด คือ การรักษางานเอาไว้ให้มั่นคงที่สุด เพราะต่อให้ได้งานประจำที่ดี ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้อีกต่อไปว่าจะสามารถทำงานนั้นไปได้จนถึงวัยเกษียณเหมือนคนรุ่นพ่อแม่</span></p>
<h3><b>เมื่อกลยุทธ์ “ค่าแรงต่ำ” ถึงทางตัน และพายุภูมิรัฐศาสตร์</b></h3>
<p><b>ย้อนกลับไป</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประเทศไทยมีนโยบายในการกดค่าแรงให้ต่ำเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ต่อมาในยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (ทศวรรษ 2520–2530) มีการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard) เพื่อดึงดูดโรงงานเหล่านี้ ก่อนจะพัฒนาเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างเป็นทางการในปี 2561 </span></p>
<p><b>ทว่าในปัจจุบัน</b><span style="font-weight: 400;"> ผลกระทบจากนโยบายนี้กำลังย้อนกลับมาส่งผลเสีย แรงงานจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะ (Upskill) แต่เราไม่เคยเตรียมความพร้อมมาก่อน โลกได้ย้ายฐานการผลิตไปที่อื่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะเทคโนโลยีใหม่ ตลาดใหม่ หรือการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เข้ามาแทนที่รถยนต์สันดาบ รัฐบาลที่พึ่งพานโยบายเศรษฐกิจแบบเดิมๆ มานานจนตอนนี้ถึงทางตัน และยังไม่แน่ชัดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป</span></p>
<p><b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> เรายังเผชิญกับวิกฤตพลังงานน้ำมันและการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิลที่สูงมาก วิกฤตนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและลุกลามเป็นโดมิโน เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อขาดแคลนน้ำมันสำหรับขนส่งไข่ไก่ ราคาไข่ไก่ก็จะพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงราคาอาหารในออฟฟิศเมืองหลวง ท้ายที่สุดทุกคนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น การขนส่งน้ำมันทำให้เราต้องพึ่งพาสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิงกันที่ไหนเราก็เดือดร้อนทันที</span></p>
<p><b>ในทางกลับกัน</b><span style="font-weight: 400;"> สถานการณ์นี้อาจเป็นโอกาสให้เราหันมามองทางเลือกใหม่ ตัวอย่างเช่น จีนที่เริ่มหันมาลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว (Green Transition) เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลม ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการพึ่งพาการขนส่งน้ำมัน เพราะเราไม่สามารถขุดเจาะน้ำมันจากอ่าวไทยได้ตลอดไป และยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง เวเนซุเอลา หรือสหรัฐอเมริกา</span></p>
<h3><b>ความเป็นจริงของสายอาชีพ และฐานข้อมูลประกันสังคมที่ซ่อนอยู่</b></h3>
<p><b>อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ</b><span style="font-weight: 400;"> คือ ความต้องการช่างเทคนิค ผู้ที่จบวุฒิ ปวช. หรือ ปวส. ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั่วโลก แต่ในภาวะลดทอนอุตสาหกรรม โรงงานต่างๆ หันไปใช้หุ่นยนต์และแขนกลอัตโนมัติในการผลิต และใช้ระบบห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่มีการกระจายฐานการผลิต แรงงานมักจะไม่เลือกทำงานในโรงงานที่ไม่มีโอที (Overtime) เพราะฐานเงินเดือนเริ่มต้นไม่สูง นอกจากการทำงานเต็มเวลา 6 วัน หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้ว พวกเขายังต้องแย่งกันทำโอทีเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อค่าครองชีพ และงานที่มีโอทีก็เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางชีวิตแบบเดิมที่ตั้งใจเรียน ทำเกรดดีๆ จบมาเข้าโรงงาน เก็บเงินเกษียณแล้วไปซื้อบ้านต่างจังหวัด ไม่มีให้เห็นอย่างชัดเจนอีกแล้ว</span></p>
<p><b>ทั้งนี้</b><span style="font-weight: 400;"> แนวโน้มการไหลออกจากระบบแรงงานนี้เกิดขึ้นมานานนับ 10 ปีแล้ว เราไม่เคยมีช่วงเวลาที่แรงงานหลั่งไหลเข้าสู่ระบบเป็นหลักอีกเลยนับตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมสิ่งทอรุ่งเรืองในช่วงทศวรรษ 70s, 80s และ 90s ซึ่งสำนักงานประกันสังคมมีตัวเลขข้อมูลนี้มาตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><b>ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้</b><span style="font-weight: 400;"> ระบุชัดเจนว่าแรงงานมีการย้ายข้ามอุตสาหกรรม (เช่น สิ่งทอ สิ่งพิมพ์ ยานยนต์ โรงแรม ออฟฟิศ) ตกงานด้วยสาเหตุอะไร ใช้เงินว่างงานกี่เดือน และย้ายไปเป็นแรงงานนอกระบบหรือไม่ แต่ปัญหา คือ หน่วยงานภายนอก นักวิจัย หรือหน่วยงานอย่าง TDRI ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากติดอุปสรรคความล่าช้าในระบบราชการ (Red Tape) หากเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาทำ Big Data หรือ Open Data ได้ เราจะได้คำตอบที่ชัดเจนถึงโครงสร้างเชิงลึกของอุตสาหกรรมไทย</span></p>
<p><b>เมื่อเจาะลึกถึงตัวเลข</b><span style="font-weight: 400;"> หากระบบประกันสังคมให้การดูแลได้ไม่ดีพอ สถานการณ์ที่แย่ที่สุด คือ การที่แรงงานไหลออกไปอยู่นอกระบบมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเรามีแรงงานในระบบประกันสังคม (ม.33) ประมาณ 12.2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในระบบ ม.33 ประมาณ 1.3 ล้านคน ดังนั้น จึงเหลือแรงงานไทยในระบบจริงๆ ราว 10.9 ล้านคน และหากยังมีคนหลุดออกจากระบบเดือนละ 40,000 คน อีกไม่นานแรงงานในระบบก็จะเหลือจำนวนน้อยมาก นำไปสู่วิกฤตที่กองทุนประกันสังคมคุ้มครองได้เพียงกลุ่มเล็กๆ ในขณะที่แรงงานนอกระบบไม่ได้รับสิทธิอย่างเต็มที่</span></p>
<h3><b>ทางรอดแห่งอนาคต ร่าง พ.ร.บ. “ประกันสังคมถ้วนหน้า”</b></h3>
<p><b>เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว</b><span style="font-weight: 400;"> การแก้ปัญหาหนึ่ง คือ การดึงภาคอุตสาหกรรมกลับมาตั้งฐานในไทยอย่างยั่งยืนโดยยึดโยงกับประเทศ (Industrialize) แต่หากไม่ทัน การมุ่งช่วยเหลือแรงงานที่ไหลออกไปนอกระบบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอและผลักดัน โดยกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมถ้วนหน้า ต่อรัฐสภา แต่ยังไม่ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ จึงยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย</span> <span style="font-weight: 400;">หลักการพื้นฐาน คือ คนไทยทุกคนที่มีอายุระหว่าง 15–65 ปี จะมีสถานะเป็นผู้ประกันตนโดยอัตโนมัติ โดยให้เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 40 เป็นพื้นฐาน (ช่วงอายุนี้เป็นเกณฑ์ของ ม.40 ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน) ไม่ว่าจะมีงานทำหรือไม่ก็ตาม หลังจากนั้น หากเข้าทำงานในระบบบริษัทก็จะปรับเป็นมาตรา 33 และหากตกงานโดยไม่ได้ส่งมาตรา 39 ต่อ ก็จะถูกปรับกลับมาอยู่ในมาตรา 40 ดังเดิม</span></p>
<p><b>นอกจากนี้</b><span style="font-weight: 400;"> หากมีการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคมโดยระบุข้อบังคับไว้ชัดเจนในกฎหมาย (Hardcode) แทนการอ้างอิงเพียงกฎกระทรวงที่มีช่องโหว่ เราจะสามารถใช้กลไกนี้ยิงสวัสดิการให้ตรงจุดได้มากขึ้น เช่น การออกแบบเงื่อนไข (Defined Benefit) ให้อุดหนุนค่าแว่นตาสำหรับผู้ส่งเงินสมทบมาตรา 40 การช่วยสนับสนุนค่าอุปกรณ์สำหรับศิลปิน หรือกระทั่งค่าน้ำมันและค่าซ่อมรถสำหรับผู้ขับวินมอเตอร์ไซค์ สวัสดิการรูปแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานอิสระ</span></p>
<h3><b>ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากแนวโน้มและชุดข้อมูลทั้งหมด อนาคตของแรงงานไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านที่ไม่มีวันหวนกลับ สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงตามหลักความเป็นจริงทางเศรษฐศาสตร์ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การปรับตัวสู่ Gig Economy อย่างสมบูรณ์ </b><span style="font-weight: 400;">แรงงานจำนวนมากจะไม่ได้อยู่ในออฟฟิศหรือโรงงานอีกต่อไป แพลตฟอร์มงานอิสระจะกลายเป็นนายจ้างหลัก ซึ่งทำให้โมเดลสวัสดิการรัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ &#8220;ผูกติดกับบริษัท&#8221; มาเป็น &#8220;ผูกติดกับตัวบุคคล&#8221;</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูล (Open Data)</b><span style="font-weight: 400;"> ภาครัฐจะถูกกดดันให้ต้องปลดล็อกข้อจำกัดทางราชการ (Red Tape) เพื่อให้นักวิเคราะห์และภาคเอกชนนำข้อมูลสถิติจากประกันสังคมมาต่อยอดเป็นนโยบายเชิงรุก ป้องกันการล่มสลายของกองทุน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Green Skills คือ เครื่องมือรอดชีวิต</b><span style="font-weight: 400;"> ในขณะที่อุตสาหกรรมเก่าล้มหายตายจาก การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวที่ทั่วโลกกำลังลงทุน จะสร้างสายงานประเภทใหม่ ทักษะทางเทคนิคจะยังจำเป็น แต่ต้องเป็นเทคนิคที่ประยุกต์เข้ากับนวัตกรรมยุคใหม่ ไม่ใช่สายพานการผลิตแบบดั้งเดิม</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่การรอคอยความช่วยเหลือ แต่คือ การทำความเข้าใจโครงสร้างที่กำลังพลิกโฉม เพื่อหาจุดยืนใหม่ในสมรภูมิเศรษฐกิจที่ไม่มีอะไรรองรับเราไว้เหมือนในอดีตอีกต่อไป</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ตารางสรุปจุดเปลี่ยนแรงงานไทย 2026 ดิสรัปชันและทางรอด</span></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>มิติที่เปลี่ยนแปลง</b></td>
<td><b>ยุคอุตสาหกรรมดั้งเดิม (ที่กำลังหายไป)</b></td>
<td><b>ยุคเปลี่ยนผ่าน 2026 (ทางรอดและอนาคต)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>รูปแบบการจ้างงาน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทำงานโรงงาน, พนักงานประจำ (ม.33)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Gig Worker, อาชีพอิสระ (รับงานผ่านแพลตฟอร์ม)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ความมั่นคงและรายได้</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พึ่งพางานล่วงเวลา (OT) เป็นหลัก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่แน่นอน ต้องพึ่งพาทักษะใหม่และจัดการการเงินเอง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สวัสดิการคุ้มครอง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการผูกติดกับ &#8220;บริษัท&#8221;</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สวัสดิการผูกติดกับ &#8220;ตัวบุคคล&#8221; (ประกันสังคมถ้วนหน้า)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ทักษะที่เป็นที่ต้องการ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทักษะสายพานการผลิตแบบดั้งเดิม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Green Skills และทักษะที่ประยุกต์เข้ากับนวัตกรรมยุคใหม่</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=dXahZIFxGH0" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=dXahZIFxGH0</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://fact-link.com/home/yarnapund/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://fact-link.com/home/yarnapund/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://data.creden.co/company/general/0107547000168" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://data.creden.co/company/general/0107547000168</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.pier.or.th/blog/2024/0502/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.pier.or.th/blog/2024/0502/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/348644" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.thaipbs.or.th/news/content/348644</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sso.go.th" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.sso.go.th</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/431017" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/431017</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.facebook.com/ProgressiveSSO/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.facebook.com/ProgressiveSSO/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.eeco.or.th" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.eeco.or.th</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-labor-crisis-2026-layoffs-survival/">วิกฤตเลิกจ้าง 2026 ตกงาน 4 หมื่นจนอาจสูงเฉียด 5 แสนคน  ทางรอดแรงงานไทยอยู่ไหน?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thai-labor-crisis-2026-layoffs-survival/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Meta เล็งปลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ปูทางสู่ยุค AI เต็มตัว</title>
		<link>https://www.thesignals.net/meta-layoffs-10-percent-ai-trend/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/meta-layoffs-10-percent-ai-trend/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2026 14:36:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Zuckerberg]]></category>
		<category><![CDATA[Meta]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น Meta]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ AI]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างพนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2387</guid>

					<description><![CDATA[<p>สั่นสะเทือนกันอีกครั้งสำหรับวงการเทคโนโลยีระดับโลก เมื่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/meta-layoffs-10-percent-ai-trend/">Meta เล็งปลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ปูทางสู่ยุค AI เต็มตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สั่นสะเทือนกันอีกครั้งสำหรับวงการเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานข้อมูลเอ็กซ์คลูซีฟจากแหล่งข่าววงใน 3 รายที่ระบุตรงกันว่า Meta บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook และ Instagram เตรียมเปิดฉากปลดพนักงานระลอกใหม่แบบฟ้าผ่าในวันที่ 20 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ และนี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด เพราะองค์กรยังมีแผนหั่นจำนวนพนักงานเพิ่มเติมอีกในช่วงเวลาที่เหลือของปี</span></p>
<h2><b>Meta เล็งปลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ปูทางสู่ยุค AI เต็มตัว</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2390" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1-1.webp" alt="Meta เล็งปลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ปูทางสู่ยุค AI เต็มตัว" width="1200" height="1500" title="Meta เล็งปลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ปูทางสู่ยุค AI เต็มตัว" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1-1.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1-1-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1-1-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1-1-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1-1-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1-1-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเลิกจ้างในเฟสแรก แหล่งข่าวเปิดเผยว่า Meta จะปรับลดพนักงานลงประมาณ 10% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดทั่วโลก หรือคิดเป็นตัวเลขสูงถึงราวๆ 8,000 ชีวิต </span><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แผนการลดขนาดองค์กรยังถูกวางสเต็ปยาวไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี แม้ว่ารายละเอียดเชิงลึกอย่างวันที่แน่ชัดหรือขนาดของจำนวนพนักงานที่จะได้รับผลกระทบในระลอกถัดไปยังไม่ถูกเคาะออกมาอย่างเป็นทางการ ทว่ากลุ่มผู้บริหารระดับสูงอาจมีการปรับเปลี่ยนแผนงานได้ตลอดเวลา โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการและศักยภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเข้ามามีบทบาทต่อระบบนิเวศของบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว สำนักข่าวรอยเตอร์เคยรายงานกระแสข่าวลือหนาหูว่า Meta มีแผนเตรียมหั่นจำนวนพนักงานทั่วโลกในสัดส่วนที่สูงถึง 20% หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งจนถึงตอนนี้ ทาง Meta เองก็ยังคงปิดปากเงียบและปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับไทม์ไลน์รวมถึงขอบเขตของการเลิกจ้างที่กำลังจะเกิดขึ้น</span></p>
<h3><b>เดิมพันมหาศาลของซีอีโอ และคลื่นเลิกจ้างในซิลิคอนแวลลีย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาพสะท้อนวิสัยทัศน์ของ Mark Zuckerberg ที่กำลังทุ่มเม็ดเงินมหาศาลระดับหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่สนาม AI อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายเพื่อรื้อโครงสร้างการทำงานภายในบริษัทใหม่ทั้งหมดให้หมุนรอบเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ ซึ่งทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของบริษัทชั้นนำระดับบิ๊กเนมในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่แห่กันปรับตัวกันอย่างดุเดือดในปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองมองไปที่เพื่อนบ้านอย่าง Amazon.com ก็เพิ่งจะเฉือนพนักงานระดับองค์กรทิ้งไปถึง 30,000 คนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หรือคิดเป็นตัวเลขเกือบ 10% ของกลุ่มพนักงานออฟฟิศทั้งหมด (White-collar) ในขณะที่บริษัทฟินเทคชื่อดังอย่าง Block ก็ขยับตัวแรงไม่แพ้กัน โดยประกาศปลดพนักงานออกเกือบครึ่งบริษัทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่น่าจับตา คือ ในกรณีของการเลิกจ้างทั้งสองบริษัทนั้น กลุ่มผู้บริหารต่างเชื่อมโยงเหตุผลของการลดจำนวนบุคลากรเข้ากับ &#8220;การยกระดับประสิทธิภาพ&#8221; (Efficiency gains) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยทำงานแทบทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลอ้างอิงจาก Layoffs.fyi เว็บไซต์ศูนย์รวมข้อมูลที่ติดตามสถานการณ์การเลิกจ้างของบริษัทเทคฯ ทั่วโลก เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีพนักงานต้องสูญเสียหน้าที่การงานไปแล้วถึง 73,212 ราย ขณะที่สถิติรวมของตลอดทั้งปี 2024 ที่ผ่านมานั้น ตัวเลขการเลิกจ้างพุ่งสูงถึง 153,000 ราย</span></p>
<h3><b>จาก ปีแห่งประสิทธิภาพ สู่ ยุคแห่ง AI</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มรสุมการปลดพนักงานของ Meta ในปีนี้ ถือเป็นระลอกที่หนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเคยทำการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2022 ลากยาวมาถึงต้นปี 2023 ซึ่งตอนนั้นถูกตั้งธีมคีย์เวิร์ดอย่างสวยหรูว่าเป็น &#8220;ปีแห่งประสิทธิภาพ&#8221; (Year of Efficiency) โดยมีการหั่นตำแหน่งงานทิ้งไปกว่า 21,000 ตำแหน่ง ในยุคนั้น หุ้นของ Meta ร่วงดิ่งลงอย่างรุนแรง และบริษัทต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อแก้ไขการประเมินตัวเลขการเติบโตในช่วงโควิด-19 ที่สูงเกินจริงจนพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าบริบทของการเลิกจ้างในรอบนี้แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ปัจจุบัน Meta ยืนอยู่ในจุดที่มีเสถียรภาพทางการเงินที่สะดวกสบายและแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก แต่สิ่งที่กลุ่มผู้บริหารวาดฝันไว้คือภาพอนาคตขององค์กรที่มีลำดับชั้นการบริหารจัดการที่น้อยลง (Fewer management layers) และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นทะลุเพดาน จากการมีเทคโนโลยี AI เป็นผู้ช่วยเคียงบ่าเคียงไหล่คนทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเจาะลึกไปที่ตัวเลขทางการเงิน หุ้นของ Meta ปรับตัวบวกขึ้นถึง 3.68% นับตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้ แม้ว่าราคาปัจจุบันจะปรับย่อลงมาบ้างจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้วก็ตาม นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา Meta ยังโชว์ฟอร์มโหดด้วยการกวาดรายได้ทะลุ 200,000 ล้านดอลลาร์ และโกยกำไรไปถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ แม้จะต้องแบกรับรายจ่ายก้อนโตที่ทุ่มไปกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากเอกสารแจ้งผลประกอบการล่าสุด ระบุว่า บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ มีพนักงานประจำรวมทั้งสิ้นเกือบ 79,000 คน ณ วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Meta ยังได้เดินหน้าเขย่าโครงสร้างทีมงานในแผนก Reality Labs พร้อมกับโยกย้ายพลพรรควิดศวกรหัวกะทิจากทั่วทั้งองค์กรให้มารวมศูนย์อยู่ภายใต้แผนกใหม่เอี่ยมที่มีชื่อว่า “Applied AI” โดยองค์กรใหม่นี้ได้รับมอบหมายภารกิจระดับพระกาฬในการเร่งพัฒนาเอเจนต์ AI (AI Agents) ที่สามารถเขียนโค้ดและลงมือจัดการงานที่มีความซับซ้อนได้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แหล่งข่าวรายหนึ่งยังเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า พนักงานบางส่วนจะถูกโอนย้ายไปยังหน่วยงานที่ชื่อว่า &#8220;Meta Small Business&#8221; ซึ่งเป็นแผนกใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อให้สอดรับกับการปรับขบวนทัพองค์กรในครั้งนี้</span></p>
<h2><b>Meta กำลัง &#8220;รีดไขมัน&#8221; องค์กร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏการณ์ที่ Meta รวมถึงบรรดายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีฝั่งสหรัฐฯ กำลัง &#8220;รีดไขมัน&#8221; องค์กรและหันมาพึ่งพาศักยภาพของ AI นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการต้นทุนระยะสั้น แต่เป็น </span><b>&#8220;จุดเปลี่ยนผ่าน&#8221; (Paradigm Shift)</b><span style="font-weight: 400;"> ครั้งสำคัญที่ใครมองเห็นก่อน ย่อมคว้าโอกาสไว้ได้ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่ความรวดเร็วและต้นทุนที่ยืดหยุ่น คือ เครื่องชี้วัดผู้ชนะ องค์กรที่สามารถผสาน AI เข้ากับระบบการทำงานจนลดการพึ่งพามนุษย์ในงานที่สามารถใช้เครื่องจักรทำแทนได้สำเร็จ จะมีอัตรากำไร (Profit Margin) ที่กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คือโดมิโนเอฟเฟกต์ในภาคธุรกิจอื่นๆ ที่จะต้องเร่งประยุกต์ใช้ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่ออุดรอยรั่วและสู้ศึกในน่านน้ำการแข่งขันระดับโกลบอล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับมุมมองทางด้านการลงทุน นี่คือ ช่วงเวลาแห่งการร่อนทอง เรากำลังอยู่ในยุคที่ต้องคัดกรองสินทรัพย์และหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้แค่วิ่งตามกระแส AI ฉาบฉวย แต่คือองค์กรที่สามารถดึงเทคโนโลยีนี้มาแปลงเป็นผลกำไรและเสริมรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทได้จริง การที่ผู้นำระดับโลกยอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อจัดทัพสู่ยุค AI เต็มรูปแบบ ย่อมเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าเทคโนโลยีนี้คือ &#8220;อาวุธหลัก&#8221; ที่จะชี้วัดมูลค่าและทิศทางของบริษัทในทศวรรษหน้า การทำความเข้าใจมูฟเมนต์เหล่านี้ คือ ประตูบานใหญ่ที่จะเปิดรับโอกาสการสร้างความมั่งคั่งในอนาคตที่ทุกระบบเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์อย่างแท้จริง</span></p>
<h3><b>ตารางสรุปไทม์ไลน์ &amp; อินไซต์ Meta รีดไขมันองค์กร สู่ยุค AI เต็มตัว</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นสำคัญ</b></td>
<td><b>รายละเอียดเจาะลึก</b></td>
<td><b>นัยยะทางธุรกิจ / การลงทุน</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จำนวนการเลิกจ้าง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เฟสแรก 10% ทั่วโลก (ราว 8,000 คน) ดีเดย์ 20 พ.ค. นี้ และจะมีตามมาอีกในครึ่งปีหลัง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">องค์กรต้องการความคล่องตัวสูง ลดลำดับชั้นการบริหาร (Fewer management layers)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สาเหตุหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">นำเทคโนโลยี AI เข้ามาทำงานแทนคน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ (Efficiency gains)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนผ่านโครงสร้างต้นทุนระยะยาว ใช้เครื่องจักรทำงานซับซ้อนแทนมนุษย์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>การปรับโครงสร้าง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตั้งแผนก &#8220;Applied AI&#8221; ดึงหัวกะทิมาสร้าง AI Agents ที่เขียนโค้ดและทำงานอัตโนมัติได้</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทุ่มเดิมพันมหาศาลเพื่อเป็นผู้นำด้าน AI ของโลก สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สถานะทางการเงิน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สวนทางกับการปลดคน! ปีที่ผ่านมารายได้ทะลุ 2 แสนล้านดอลลาร์ กำไร 6 หมื่นล้านดอลลาร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หุ้นแข็งแกร่ง (YTD +3.68%) แสดงให้เห็นว่าการปลดรอบนี้ทำเพื่อ &#8220;อนาคต&#8221; ไม่ใช่หนีตาย</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-size: revert; color: initial;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li><a href="https://www.reuters.com/world/meta-targets-may-20-first-wave-layoffs-additional-cuts-later-2026-2026-04-17/" target="_blank" rel="noopener">https://www.reuters.com/world/meta-targets-may-20-first-wave-layoffs-additional-cuts-later-2026-2026-04-17</a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/meta-layoffs-10-percent-ai-trend/">Meta เล็งปลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ปูทางสู่ยุค AI เต็มตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/meta-layoffs-10-percent-ai-trend/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
