<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เศรษฐกิจ &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 07:06:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>เศรษฐกิจ &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอดรหัส Panasonic ทุ่ม 5 แสนล้านเยน เดิมพัน AI Data Center พลิกวิกฤตกำไรทรุด 48% </title>
		<link>https://www.thesignals.net/panasonic-500-billion-yen-ai-data-center-investment/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/panasonic-500-billion-yen-ai-data-center-investment/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 07:06:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[AI Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[Panasonic]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เมกะเทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3551</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดโหมดรุกเต็มกำลัง! Panasonic กางแผนอัดฉีด 5 แสนล้านเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/panasonic-500-billion-yen-ai-data-center-investment/">ถอดรหัส Panasonic ทุ่ม 5 แสนล้านเยน เดิมพัน AI Data Center พลิกวิกฤตกำไรทรุด 48% </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เปิดโหมดรุกเต็มกำลัง! Panasonic กางแผนอัดฉีด 5 แสนล้านเยน เกาะขบวนรถด่วน AI เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Panasonic Holdings ตัดสินใจเปิดแผนยุทธศาสตร์การเติบโตแบบดุดัน โดยประกาศเตรียมเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 5 แสนล้านเยน (ในช่วง 3 ปีจนถึงปีงบประมาณ 2028) เพื่อขอคว้าโอกาสจากกระแสความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่กำลังพุ่งทะยาน การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้ถูกประกาศออกมาพร้อมกับการเปิดเผยผลประกอบการปีงบประมาณ 2026 ที่ตัวเลขดูไม่ค่อยสวยงามนัก หลังกำไรสุทธิร่วงแรงถึง 48% ลงมาเหลือเพียง 1.895 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นผลพวงจากบาดแผลของต้นทุนการปรับโครงสร้างองค์กร และภาวะซบเซาของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กดดันผลกำไรอย่างหนัก</span></p>
<h2><b>ถอดรหัส Panasonic ทุ่ม 5 แสนล้านเยน เดิมพัน AI Data Center พลิกวิกฤตกำไรทรุด 48% </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายของกลุ่มทุนระดับโลกจากแดนปลาดิบรายนี้ไม่ได้มาเล่นๆ พวกเขาเล็งกวาดกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Operating Profit) ให้ทะลุ 7.5 แสนล้านเยน หรือมากกว่านั้น ภายในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2029 โดยมีหมุดหมายระยะสั้นสำหรับปีงบประมาณ 2027 ตั้งไว้ที่ 6 แสนล้านเยน ซึ่งเม็ดเงินลงทุนก้อนโตที่เตรียมไว้นี้ จะถูกเทหน้าตักไปที่การพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจกักเก็บพลังงาน เพื่อป้อนให้กับกลุ่ม Data Center ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเฉพาะ</span></p>
<h3><b><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-3672" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-11-5-819x1024.jpg" alt="ถอดรหัส Panasonic ทุ่ม 5 แสนล้านเยน เดิมพัน AI Data Center พลิกวิกฤตกำไรทรุด 48% " width="819" height="1024" title="ถอดรหัส Panasonic ทุ่ม 5 แสนล้านเยน เดิมพัน AI Data Center พลิกวิกฤตกำไรทรุด 48% " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-11-5-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-11-5-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-11-5-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-11-5-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-11-5-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-11-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>จุดเปลี่ยนสำคัญ สลัดภาพ EV สู่ขุมทรัพย์ Data Center</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แกนหลักของการพลิกเกมครั้งนี้ตกไปอยู่ที่แผนก Panasonic Energy ที่กำลังเร่งเครื่องปรับเปลี่ยนสายการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับยานยนต์ ให้พร้อมรองรับดีมานด์จากลูกค้ากลุ่ม Data Center โดยเริ่มคิกออฟตั้งแต่ไตรมาสปัจจุบัน ทางบริษัทเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า บรรดาลูกค้าระดับ Hyperscaler ได้ทำการจองโควต้ากำลังการผลิตล่วงหน้าไปแล้วกว่า 80% ลากยาวไปจนถึงปีงบประมาณ 2029 พร้อมตอกเสาเข็มตั้งเป้ายอดขายระบบกักเก็บพลังงานสำหรับ Data Center ให้แตะระดับ 8 แสนล้านเยนภายในกรอบเวลาเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเจาะลึกไปที่หน่วยธุรกิจแบตเตอรี่ คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะพุ่งไปแตะ 1.71 แสนล้านเยนในปีงบประมาณ 2027 ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับตัวเลข 6.98 หมื่นล้านเยนในปีที่เพิ่งจบลงไป แม้ว่าในไตรมาสเดือนมกราคม-มีนาคมที่ผ่านมา แผนกนี้จะเพิ่งเจอตัวแดงขาดทุนไป 3.8 พันล้านเยน ซึ่งเป็นผลกระทบลูกโซ่จากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ต้นทุนช่วงเริ่มต้นของการรันโรงงานในแคนซัส และดีมานด์จากฝั่งค่ายรถยนต์ที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<h3><b>ราคาที่ต้องจ่าย บาดแผลจากการผ่าตัดองค์กร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการเติบโตครั้งใหม่ย่อมมีราคาค่างวดที่ต้องจ่าย แผนการเดินหน้าหนนี้แลกมาด้วยการหั่นจำนวนพนักงานลงราว 12,000 ตำแหน่ง รวมทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ผ่านโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดและการควบรวมกิจการ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ขยับสูงขึ้นจากที่เคยประกาศไว้ 10,000 ตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 เพียงแค่ในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2026 ไตรมาสเดียว Panasonic ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กรไปมหาศาลถึง 1.8 แสนล้านเยน เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดให้กำไรสุทธิทั้งปีร่วงลงไปกองอยู่ต่ำกว่าตัวเลขของปีก่อนหน้า (ที่เคยทำไว้ 3.662 แสนล้านเยน) แบบน่าใจหาย</span></p>
<h3><b>แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จากพลังของ AI</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ภาพรวมฝั่งยานยนต์จะดูหนักหน่วง แต่ก็ยังพอมีข่าวดีให้ชื่นใจ เพราะหน่วยธุรกิจ Connect และ Industry ของบริษัท เริ่มเก็บเกี่ยวผลกำไรจากกระแสความต้องการด้าน AI อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยกลุ่ม Connect โกยกำไรจากการดำเนินงานไปได้ 7.72 หมื่นล้านเยน (พุ่งขึ้น 3.81 หมื่นล้านเยนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ในขณะที่กลุ่ม Industry ก็ได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากยอดขายตัวเก็บประจุ (Capacitors) และวัสดุแผงวงจรแบบหลายชั้น ที่ถือเป็นชิ้นส่วนหัวใจสำคัญในเซิร์ฟเวอร์ Generative AI</span></p>
<h3><b>สมรภูมิเดือด ขุมทรัพย์ที่ใครๆ ก็อยากครอบครอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นทางสู่การเป็นเจ้าพ่อ Data Center ของ Panasonic ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกเขาไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวที่กำลังไล่ล่าขุมทรัพย์ AI Data Center ในตลาดญี่ปุ่น เพราะบิ๊กเทคระดับโลกต่างก็ดาหน้าเข้ามาวางหมากลงทุนอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น Amazon Web Services ที่ให้คำมั่นว่าจะทุ่มเงิน 2.26 ล้านล้านเยน ภายในปี 2027 ทางด้าน Microsoft ก็เพิ่งประกาศอัดฉีดเม็ดเงินลงทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และ Oracle ที่อีก 8 พันล้านดอลลาร์ ลงทุน cloud/AI infra ในญี่ปุ่นช่วง 10 ปี ไม่ใช่ direct competitor battery</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเป้าหมายกำไรอันทะเยอทะยานนี้จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า Panasonic จะสามารถดำเนินการพลิกแกนธุรกิจ (Pivot) ได้รวดเร็วทันเกมแข่งเดือดนี้แค่ไหน ท่ามกลางความท้าทายในการบริหารจัดการความเสี่ยงเรื่องกำแพงภาษีที่บริษัทยังไม่ได้นำมาคำนวณไว้ในตัวเลขคาดการณ์อย่างเบ็ดเสร็จ สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าความฝันระดับหมื่นล้านจะกลายเป็นความจริง หรือเป็นเพียงแค่แผนบนหน้ากระดาษ</span></p>
<h3><b>มุมมองอนาคตการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ของ Panasonic ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าจับตามองในแวดวงการลงทุนอย่างยิ่ง การขยับตัวออกจากเรดโอเชียนอย่างตลาด EV ที่กำลังเผชิญสงครามราคาและอุปสงค์ที่ชะลอตัว เพื่อมากระโดดเกาะคลื่นเมกะเทรนด์ระดับโลกอย่าง AI Data Center ถือเป็นมูฟเมนต์ที่เฉียบขาด หาก Panasonic สามารถคุมเกมและส่งมอบกำลังการผลิตให้ลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler ได้ตรงตามที่ล็อกโควต้าไว้กว่า 80% ตลาดทุนอาจมีการประเมินมูลค่า (Re-rate) ธุรกิจนี้ใหม่ทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของเทคโนโลยีที่การแข่งขันวัดกันที่ความเร็ว การลงทุนระดับ 5 แสนล้านเยน คือ &#8220;ตั๋วผ่านประตู&#8221; ใบสำคัญ แต่สิ่งที่เราต้องตามต่อ คือ Execution หรือฝีมือในการลงมือทำจริง หากในระยะ 1-2 ปีนี้ อัตรากำไรจากธุรกิจกักเก็บพลังงานสามารถวิ่งเข้าใกล้เป้าหมาย 1.71 แสนล้านเยนได้ตามแผน หุ้นของ Panasonic อาจกลับมาเป็นที่สนใจของกองทุนระดับโลกในฐานะ AI Infrastructure Play ที่ได้เปรียบเรื่องเทคโนโลยีแบตเตอรี่ระดับหัวแถว แต่ในทางกลับกัน หากมีปัจจัยแทรกซ้อน เช่น นโยบายการค้าระหว่างประเทศ หรือคู่แข่งที่มีความยืดหยุ่นทางต้นทุนสูงกว่าเข้ามาปาดหน้าเค้ก เป้าหมาย 7.5 แสนล้านเยนในปี 2029 ก็อาจเป็นภูเขาที่สูงชันเกินกว่าจะปีนข้ามไปได้</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปแผนพลิกเกม Panasonic : สลัดภาพ EV ลุยสมรภูมิ AI Data Center</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นชี้ชะตา</b></td>
<td><b>สถานการณ์เดิมที่ฉุดรั้ง (วิกฤต)</b></td>
<td><b>กลยุทธ์ใหม่ชี้วัดอนาคต (โอกาส)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาพรวมผลกำไร</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทรุดตัว 48% (เหลือ 1.895 แสนล้านเยน)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตั้งเป้าทะยานข้าม 7.5 แสนล้านเยน ในปี 2029</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>โฟกัสตลาดหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังชะลอตัว</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">AI Data Center ที่กำลังเติบโตพุ่งทะยานสุดขีด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>การจัดสรรเม็ดเงิน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">จ่ายหนักกับค่าปรับโครงสร้างองค์กร</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อัดฉีดลงทุน 5 แสนล้านเยน ภายในเวลา 3 ปี</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ทิศทางการผลิต</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ป้อนเซลล์แบตเตอรี่ให้ค่ายรถยนต์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผลิตระบบกักเก็บพลังงานป้อนเซิร์ฟเวอร์ (ออเดอร์เต็ม 80%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>การลดความเสี่ยง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดพนักงาน 12,000 ตำแหน่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กอบโกยรายได้ชดเชยจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li><a href="https://www.japantimes.co.jp/business/2026/02/05/companies/panasonic-cut-profit-estimates/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.japantimes.co.jp/business/2026/02/05/companies/panasonic-cut-profit-estimates/</span></a></li>
<li><a href="https://www.networkworld.com/article/4150459/panasonic-says-datacenter-batteries-are-selling-out-and-ai-is-to-blame.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.networkworld.com/article/4150459/panasonic-says-datacenter-batteries-are-selling-out-and-ai-is-to-blame.html</span></a></li>
<li><a href="https://glitchwire.com/news/panasonic-expects-consolidated-net-profit-to-more-than-double-by-march-2027-driv/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://glitchwire.com/news/panasonic-expects-consolidated-net-profit-to-more-than-double-by-march-2027-driv/</span></a></li>
<li><a href="https://uk.finance.yahoo.com/news/panasonic-forecasts-profit-rebound-battery-072823126.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://uk.finance.yahoo.com/news/panasonic-forecasts-profit-rebound-battery-072823126.html</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/panasonic-500-billion-yen-ai-data-center-investment/">ถอดรหัส Panasonic ทุ่ม 5 แสนล้านเยน เดิมพัน AI Data Center พลิกวิกฤตกำไรทรุด 48% </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/panasonic-500-billion-yen-ai-data-center-investment/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกดีลยักษ์ GC-SCGC เล็งตั้ง JV ปิโตรเคมี สะเทือนตลาดโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/gc-scgc-joint-venture-petrochemical-study/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/gc-scgc-joint-venture-petrochemical-study/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 05:16:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมทุน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นGC]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นSCC]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โอเลฟินส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3013</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างมากในแว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/gc-scgc-joint-venture-petrochemical-study/">เจาะลึกดีลยักษ์ GC-SCGC เล็งตั้ง JV ปิโตรเคมี สะเทือนตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างมากในแวดวงอุตสาหกรรมไทย เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการปิโตรเคมีอย่าง </span><b>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>GC</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>SCGC</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ออกมาประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (MoU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (Joint Venture) แบบเจาะลึก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายหลักของการจับมือกันในครั้งนี้ โฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ (ครอบคลุมทั้งพอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมาย การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้มองแค่ตลาดในประเทศ แต่เป็นการวางหมากเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากล</span></p>
<h2><b>เจาะลึกดีลยักษ์ GC-SCGC เล็งตั้ง JV ปิโตรเคมี สะเทือนตลาดโลก</b></h2>
<p><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-3088" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_2-1-819x1024.jpg" alt="เจาะลึกดีลยักษ์ GC-SCGC เล็งตั้ง JV ปิโตรเคมี สะเทือนตลาดโลก" width="819" height="1024" title="เจาะลึกดีลยักษ์ GC-SCGC เล็งตั้ง JV ปิโตรเคมี สะเทือนตลาดโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_2-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_2-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_2-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_2-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_2-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></p>
<p><b>ทำไมถึงต้องเป็นธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์?</b><span style="font-weight: 400;"> หากอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (PTIT) จะพบว่า ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ ถือเป็นสารตั้งต้น (Building Blocks) ที่มีความสำคัญอย่างยวดยวดต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน การรวมพลังเพื่อบริหารจัดการซัพพลายเชนในส่วนนี้ จึงเท่ากับการกุมความได้เปรียบทางต้นทุนและประสิทธิภาพในระยะยาว </span></p>
<h3><b>วิสัยทัศน์จากหัวเรือใหญ่ ผสานจุดแข็ง สร้างความมั่นคงตลอดห่วงโซ่คุณค่า</b></h3>
<p><b>สิ่งที่น่าสนใจ คือ</b><span style="font-weight: 400;"> มุมมองของผู้นำจากทั้งสององค์กรที่สะท้อนทิศทางของดีลนี้ได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GC ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจไว้ว่า วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาความเป็นไปได้ในครั้งนี้ คือการมุ่งสร้างธุรกิจปิโตรเคมีให้มีศักยภาพในระดับแนวหน้าของภูมิภาค โดยเป็นการต่อยอดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการอยู่แล้ว</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;การผนึกความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งผ่านการบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนสามารถพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมปลายทางสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง แข่งขันได้ในระดับสากล และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> นายณะรงค์ศักดิ์กล่าว</span></p>
<p><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ทางฝั่งของ SCGC โดยนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ได้ขยายภาพให้เห็นถึงปลายทางของความร่วมมือนี้ว่า จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของไทย เพิ่มความยืดหยุ่น และยกระดับขีดความสามารถบนเวทีโลก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;อีกทั้ง ยังช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกในภูมิภาค สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยมีผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่หลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทย&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> นายศักดิ์ชัย ระบุเพิ่มเติม</span></p>
<h3><b>ไทม์ไลน์และเงื่อนไขที่ต้องจับตา </b></h3>
<p><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> ดีลระดับประเทศลักษณะนี้ย่อมมีกระบวนการที่ซับซ้อน บันทึกข้อตกลง (MoU) ที่เกิดขึ้นยังคงเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นและ &#8220;ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย&#8221; โดยถือเป็นจุดสตาร์ทของกระบวนการศึกษาเท่านั้น</span></p>
<p><b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> ไฟเขียวของการร่วมทุนจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยชี้วัดสำคัญ ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ผลการตรวจสอบสภาพกิจการอย่างละเอียด (Due Diligence)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของทั้งสองบริษัท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากเข้าข่ายต้องขออนุญาตตามกฎหมายป้องกันการผูกขาด)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากระบวนการศึกษาทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในช่วง </span><b>ไตรมาส 3 ปี 2569</b><span style="font-weight: 400;"> และในระหว่างที่กระบวนการเหล่านี้กำลังดำเนินไป ทั้ง GC และ SCGC จะยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกันโดยสมบูรณ์</span></p>
<h3><b>รู้จักกับ GC ผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลกตัวจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงตัวแปรสำคัญในดีลนี้อย่างบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ GC สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือความเป็นผู้นำด้าน ESG (Environment, Social, Governance &amp; Economic) ที่องค์กรให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ การส่งเสริมหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือหนึ่งในพันธกิจหลักที่ทำให้ GC โดดเด่นบนเวทีโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขและสถิติเหล่านี้คือเครื่องการันตีชั้นดี</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อันดับ 1 ระดับโลก</b><span style="font-weight: 400;"> ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ให้เป็นที่ 1 ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ด้วยคะแนนสูงสุด </span><b>7 ปีต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> ประเมินโดย S&amp;P Global</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การบริหารจัดการน้ำ</b><span style="font-weight: 400;"> คว้าอันดับผู้นำระดับ A จากการประเมินของ CDP ติดต่อกัน </span><b>6 ปีซ้อน</b><span style="font-weight: 400;"> (ปี พ.ศ. 2563-2568)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การจัดการสภาพภูมิอากาศ</b><span style="font-weight: 400;"> ได้รับการประเมินในระดับ B จาก CDP</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สเกลระดับโลก </b><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมีฐานการผลิตและจัดจำหน่ายกว่า </span><b>90 แห่ง</b><span style="font-weight: 400;"> มีศูนย์วิจัยและพัฒนากว่า </span><b>40 แห่ง</b><span style="font-weight: 400;"> กระจายอยู่ใน </span><b>20 ประเทศ</b><span style="font-weight: 400;">ทั่วโลก</span></li>
</ul>
<p><b>ท้ายที่สุด</b><span style="font-weight: 400;"> GC ได้วางเป้าหมายสูงสุดในการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี </span><b>พ.ศ. 2593</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อสร้างสมดุลให้กับโลกอนาคต</span></p>
<h3><b>สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต </b></h3>
<p><b>หากมองในมุมมองของความเป็นจริงตามกลไกตลาด</b><span style="font-weight: 400;"> การที่ GC และ SCGC จับมือกันศึกษาความเป็นไปได้ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ &#8220;การร่วมมือ (Collaboration)&#8221; อาจเป็นทางออกที่ดีกว่า &#8220;การแข่งขันแบบเบ็ดเสร็จ (Pure Competition)&#8221; โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนักที่มีต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานสูงและต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากดีลนี้ผ่านการประเมินและเกิดขึ้นจริง (Approved Joint Venture) เราน่าจะได้เห็นการรวมศูนย์ (Synergy) ของซัพพลายเชนปิโตรเคมีที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน โยกย้ายทรัพยากรไปพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น (High Value-Added Products) ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นฮับ (Hub) การผลิตที่นักลงทุนต่างชาติปฏิเสธไม่ได้</span></p>
<p><b>ในทางกลับกัน</b><span style="font-weight: 400;"> หากผลการศึกษา (Due Diligence) หรือข้อกฎหมายด้านการแข่งขันทางการค้า (Anti-trust regulations) ทำให้การร่วมทุนรูปแบบ JV ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เต็มรูปแบบ ทั้งสองบริษัทก็ยังคงสถานะผู้นำตลาดที่มีรากฐานมั่นคงอยู่ดี แต่อาจเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การจับมือกันแบบ Strategic Partnership ในบางโครงการแทน ซึ่งไม่ว่าจะออกหน้าไหน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ถือเป็นการตื่นตัวที่ช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยแอคทีฟและพร้อมรับมือกับความท้าทายในตลาดโลกแบบก้าวล้ำไปอีกขั้นอย่างแน่นอน</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>สรุปดีลยักษ์ GC x SCGC ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมทุนปิโตรเคมี ดันไทยสู่เวทีโลก</strong></h3>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นสำคัญ</b></td>
<td><b>รายละเอียดที่ต้องรู้</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ผู้เล่นหลัก</b></td>
<td><b>GC</b><span style="font-weight: 400;"> (พีทีที โกลบอล เคมิคอล) จับมือ </span><b>SCGC</b><span style="font-weight: 400;"> (เอสซีจี เคมิคอลส์)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ประเภทข้อตกลง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลงนาม MoU ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุน (JV) *ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อุตสาหกรรมเป้าหมาย</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ธุรกิจโอเลฟินส์ และ พอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เป้าหมายความร่วมมือ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เสริมแกร่งซัพพลายเชน, ดันไทยเป็นฮับการผลิต, เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันระดับโลก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ไทม์ไลน์ที่คาดการณ์</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กระบวนการศึกษาคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน </span><b>ไตรมาส 3 ปี 2569</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เงื่อนไขชี้ชะตาดีล</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขึ้นอยู่กับผล Due Diligence, การอนุมัติจากบอร์ดบริหาร และหน่วยงานแข่งขันทางการค้า</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/gc-scgc-joint-venture-petrochemical-study/">เจาะลึกดีลยักษ์ GC-SCGC เล็งตั้ง JV ปิโตรเคมี สะเทือนตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/gc-scgc-joint-venture-petrochemical-study/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมค่าไฟต้องขึ้น ไปที่ 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมเปิดกลไกบริหารต้นทุนพลังงาน</title>
		<link>https://www.thesignals.net/erc-electricity-rate-adjustment-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/erc-electricity-rate-adjustment-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Apr 2026 03:36:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[กกพ]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเอฟที]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟพุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=1855</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการติดตามสถานการณ์พลังงานและต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/erc-electricity-rate-adjustment-2026/">ทำไมค่าไฟต้องขึ้น ไปที่ 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมเปิดกลไกบริหารต้นทุนพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากการติดตามสถานการณ์พลังงานและต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) และโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงมติสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ</span></p>
<h2><strong>ทำไมค่าไฟต้องขึ้น ไปที่ 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมเปิดกลไกบริหารต้นทุนพลังงาน</strong></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1868" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/2323_8_11zon.webp" alt="ทำไมค่าไฟต้องขึ้น ไปที่ 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมเปิดกลไกบริหารต้นทุนพลังงาน" width="1200" height="1500" title="ทำไมค่าไฟต้องขึ้น ไปที่ 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมเปิดกลไกบริหารต้นทุนพลังงาน" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/2323_8_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/2323_8_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/2323_8_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/2323_8_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/2323_8_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/2323_8_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 13/2569 (ครั้งที่ 1,003) ซึ่งจัดขึ้นในวันเดียวกันนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นและมีมติเห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ </span><b>&#8220;ค่าเอฟที (Ft)&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 อย่างเป็นทางการ</span></p>
<p><b>โครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ตัวเลขที่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องรู้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับงวด 4 เดือนนี้ กกพ. ได้กำหนดค่าเอฟทีเรียกเก็บอยู่ที่ </span><b>16.23 สตางค์ต่อหน่วย</b><span style="font-weight: 400;"> ทั้งนี้ เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวไปรวมกับค่าไฟฟ้าฐานซึ่งอยู่ที่ </span><b>3.78 บาทต่อหน่วย</b><span style="font-weight: 400;"> จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยรวมอยู่ที่ </span><b>3.95 บาทต่อหน่วย</b><span style="font-weight: 400;"> (อัตรานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)</span></p>
<h3><b>เบื้องหลังตัวเลข 3.95 บาท ต้นทุนพลังงานและกลไกช่วยเหลือ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริงแล้ว ค่าเอฟทีในรอบนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งมีตัวเลขพุ่งสูงถึง 29.66 สตางค์ต่อหน่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ภาระตกไปอยู่กับประชาชนมากจนเกินไป กกพ. จึงได้ใช้แนวทางการบริหารจัดการต้นทุนเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ ผ่าน 2 กลไกหลัก ได้แก่</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การรับภาระต้นทุนคงค้าง (AF) </b><span style="font-weight: 400;">การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะยังคงเป็นผู้รับภาระต้นทุนคงค้างสะสมจำนวน </span><b>35,928 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> เอาไว้แทนประชาชนต่อไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้กลไก Claw back </b><span style="font-weight: 400;">กกพ. ได้พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน หรือที่เรียกว่าเงิน Claw back จำนวนประมาณ </span><b>9,472 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> (คิดเป็น 13.43 สตางค์ต่อหน่วย) เข้ามาอุดหนุนเพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกยังคงมีความผันผวนอย่างหนักจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.พูลพัฒน์ ได้เน้นย้ำว่า การกำหนดค่าเอฟทีในครั้งนี้ ดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับอัตราค่าบริการตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าการคิดค่าบริการต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับประกาศ กกพ. เรื่อง กรอบหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า พ.ศ. 2564 ข้อ 34 ที่ให้อำนาจ กกพ. ในการนำเงิน Claw back มาเป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าตามความเหมาะสม เพื่อเป้าหมายในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤติและรักษาระดับอัตราค่าไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพในรอบกำกับถัดไป</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;กกพ. ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงและการดูแลภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยใช้กลไกตามกฎหมาย เช่น การบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) และการนำเงิน Claw back มาช่วยบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระแทกต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในช่วงที่เศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ดร.พูลพัฒน์ กล่าวชี้แจง</span></p>
<h3><b>เสียงสะท้อนจากประชาชนและการคำนวณงบประมาณหากตรึงค่าไฟ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่จะมีมติออกมา สำนักงาน กกพ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ระหว่างวันที่ 25 &#8211; 31 มีนาคม 2569 ซึ่งมีผู้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนทั้งสิ้น </span><b>340 ความเห็น</b><span style="font-weight: 400;"> ผลปรากฏว่ากลุ่มผู้แสดงความคิดเห็น </span><b>ร้อยละ 49</b><span style="font-weight: 400;"> เห็นด้วยกับกรณีการปรับค่าไฟเฉลี่ยมาอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นแนวทางที่ดึงเอากลไก Claw back มาใช้เพื่อช่วยลดภาระ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมจากบางภาคส่วนที่ต้องการให้ภาครัฐตรึงค่าไฟฟ้าเอาไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งในประเด็นนี้ ดร.พูลพัฒน์ ได้อธิบายถึงผลกระทบในเชิงตัวเลขไว้อย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ </span><b>26 ล้านราย</b><span style="font-weight: 400;"> ในทางเศรษฐศาสตร์แล้ว การตรึงค่าไฟทุกๆ 1 สตางค์ จะต้องใช้งบประมาณอุดหนุนสูงถึงประมาณ </span><b>706 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้น หากต้องการตรึงค่าไฟเพิ่มอีก 7 สตางค์ (จาก 3.95 ให้เหลือ 3.88) ภาครัฐจะต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลถึงประมาณ </span><b>5,000 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น หากเจาะลึกลงไปเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย จะพบรายละเอียดงบประมาณที่ต้องใช้รองรับดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน </b><span style="font-weight: 400;">มีจำนวนประมาณ 14.3 ล้านราย (คิดเป็นร้อยละ 62 ของผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทั้งหมด) หากต้องอุดหนุนกลุ่มนี้ จะต้องใช้เงินประมาณ </span><b>366 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> ต่อรอบ 4 เดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน มี</b><span style="font-weight: 400;">จำนวนประมาณ 17.5 ล้านราย (คิดเป็นร้อยละ 76 ของผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทั้งหมด) จะต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึงประมาณ </span><b>591 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> ต่อรอบ 4 เดือน</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;การพิจารณาตรึงค่าไฟฟ้าจึงต้องคำนึงถึงทั้งภาระงบประมาณ ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และผลกระทบในระยะยาว โดย กกพ. ยังคงยึดหลักการกำกับดูแลที่สมดุล โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ดร.พูลพัฒน์ กล่าวย้ำ</span></p>
<h3><b>ปัจจัยภายนอกและข้อควรระวังในช่วงฤดูร้อน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากการบริหารจัดการภายในประเทศแล้ว กกพ. ยังต้องจับตาสถานการณ์ราคาพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งถือเป็นเชื้อเพลิงหลักที่สำคัญมากในการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าของประเทศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(ข้อมูลเพิ่มเติม: ตามรายงานสรุปสถานการณ์พลังงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ระบุว่าประเทศไทยพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ดังนั้นความผันผวนของราคา LNG ในตลาดโลกจึงแปรผันตรงกับต้นทุนค่าเอฟทีของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ &#8211; อ้างอิง: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน)</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันราคา LNG ยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการใช้พลังงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในงวดถัดไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประการสำคัญ สำนักงาน กกพ. ได้ออกโรงเตือนและย้ำถึงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในช่วงเดือนเมษายนซึ่งเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว สภาพอากาศที่ร้อนจัดจะส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งทะยานขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อต่อสู้กับอุณหภูมิภายนอก รวมถึงตู้เย็นที่ต้องตัดต่อการทำงานถี่ขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูง และอาจทำให้บิลค่าไฟรายเดือนของผู้ใช้ไฟฟ้าปรับตัวแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากโครงสร้างการคิดอัตราค่าไฟฟ้าของไทยเป็นรูปแบบขั้นบันได (Progressive Rate) ยิ่งใช้หน่วยเยอะ ค่าไฟต่อหน่วยก็ยิ่งแพงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว สำนักงาน กกพ. จึงได้เชิญชวนให้ประชาชนหันมาร่วมกันบริหารจัดการพลังงานผ่านแนวทางง่ายๆ อย่างยุทธศาสตร์ </span><b>&#8220;5 ป.&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งประกอบไปด้วย:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปลด</b><span style="font-weight: 400;"> ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปิด</b><span style="font-weight: 400;"> ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปรับ </b><span style="font-weight: 400;">ปรับตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ (ประมาณ 25-26 องศาเซลเซียส)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เปลี่ยน </b><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานประหยัดไฟเบอร์ 5</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปลูก </b><span style="font-weight: 400;">ปลูกต้นไม้บริเวณบ้านเพื่อสร้างร่มเงาและลดอุณหภูมิโดยรอบ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">การดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศได้เท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่ยั่งยืนที่สุดในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในกระเป๋าของทุกคนในระยะยาว</span></p>
<h3><b>แนวโน้มอนาคตพลังงานไทยและการปรับตัวของผู้บริโภค</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิจารณาจากภาพรวมของมติ กกพ. ในรอบพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 นี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าแม้ภาครัฐจะพยายามใช้กลไกทางการเงินอย่าง Claw back และการยืดหนี้ กฟผ. (AF) มาช่วยซับแรงกระแทกจนค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วยได้สำเร็จ แต่นี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะกลางเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หรือเกิดภาวะอุปทานก๊าซธรรมชาติ (LNG) ตึงตัวในช่วงปลายปี ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศย่อมมีโอกาสขยับตัวสูงขึ้นอีก และเมื่อกองทุนหรือกลไกที่ใช้รองรับเริ่มร่อยหรอลง ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญกับการปรับขึ้นของค่าเอฟทีที่สะท้อนต้นทุนจริงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ในยุคที่ราคาพลังงานมีความอ่อนไหวสูง การพึ่งพาเพียงมาตรการอุดหนุนจากรัฐอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนควรเริ่มหันมาพิจารณาการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency) อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบไฟภายในอาคาร การวางแผนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงกลางวัน หรือแม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก &#8220;5 ป.&#8221; อย่างเคร่งครัด เพราะในท้ายที่สุดแล้ว &#8220;พลังงานที่ประหยัดได้&#8221; คือพลังงานที่ต้นทุนถูกที่สุดและเป็นเกราะป้องกันความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">ตารางสรุป ผ่าโครงสร้างค่าไฟฟ้างวดใหม่ พ.ค &#8211; ส.ค 2569 ทำไม กกพ ต้องปรับเป็น 3.95 บาท</span></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">หัวข้อ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รายละเอียดสำคัญ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบที่เกิดขึ้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">มติค่าไฟฟ้างวดใหม่</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เคาะที่ 3.95 บาท/หน่วย (รวมค่าเอฟที 16.23 สตางค์)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายค่าไฟตามโครงสร้างแบบขั้นบันได</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">กลไกจัดการต้นทุน (AF)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กฟผ รับภาระต้นทุนคงค้าง 35,928 ล้านบาท</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ช่วยชะลอไม่ให้ค่าไฟปรับขึ้นแบบก้าวกระโดดรุนแรง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">เงินเรียกคืน (Claw back)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">นำเงิน 9,472 ล้านบาท มาช่วยอุดหนุนระบบ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ช่วยลดภาระค่าไฟให้ประชาชนได้ 13.43 สตางค์/หน่วย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">หากตรึงค่าไฟที่ 3.88 บ.</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้องใช้งบประมาณอุดหนุนสูงถึง 5,000 ล้านบาท</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สร้างภาระต่องบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาลในเวลา 4 เดือน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงในอนาคต</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคา LNG ผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในงวดถัดไป</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.pea.co.th/sites/default/files/ft/2025/Ft%20surcharge%20JAN-APR2026_Final_0.pdf" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.pea.co.th/sites/default/files/ft/2025/Ft%20surcharge%20JAN-APR2026_Final_0.pdf</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.thairath.co.th/news/local/2924051?fbclid=IwY2xjawQ57PBleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFyNmhkckJSeGdyQ2xkeXR3c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHrq5KIwOyhNmqWDEzSa3w66WhNZ5dw9bMj1UramC7w-6p9UCc7cSYPsIqOY-_aem_iznUX-m-VauKqoMBp_mk4w" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.thairath.co.th/news/local/2924051?fbclid=IwY2xjawQ57PBleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFyNmhkckJSeGdyQ2xkeXR3c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHrq5KIwOyhNmqWDEzSa3w66WhNZ5dw9bMj1UramC7w-6p9UCc7cSYPsIqOY-_aem_iznUX-m-VauKqoMBp_mk4w</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sanook.com/money/948767/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.sanook.com/money/948767/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://siamrath.co.th/economy/news/137115" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://siamrath.co.th/economy/news/137115</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/erc-electricity-rate-adjustment-2026/">ทำไมค่าไฟต้องขึ้น ไปที่ 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมเปิดกลไกบริหารต้นทุนพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/erc-electricity-rate-adjustment-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะแผนแสนสิริปี 69 เมื่อเบอร์ 1 อสังหาฯ พลิกเกมรับมือเศรษฐกิจผันผวน</title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-69-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-69-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2026 14:50:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์อสังหา]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=162</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ The Signals จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปถอดรหัสกรณีศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-69-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/">เจาะแผนแสนสิริปี 69 เมื่อเบอร์ 1 อสังหาฯ พลิกเกมรับมือเศรษฐกิจผันผวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ </span><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปถอดรหัสกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย กับการประกาศแผนธุรกิจล่าสุดของ &#8220;แสนสิริ&#8221; สำหรับปี 2569 </span></p>
<h2><b>เจาะแผนแสนสิริปี 69 เมื่อเบอร์ 1 อสังหาฯ พลิกเกมรับมือเศรษฐกิจผันผวน ด้วยรากฐานที่แกร่งกว่าเดิม</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-174" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-scaled.webp" alt="เจาะแผนแสนสิริปี 69 เมื่อเบอร์ 1 อสังหาฯ พลิกเกมรับมือเศรษฐกิจผันผวน" width="2048" height="2560" title="เจาะแผนแสนสิริปี 69 เมื่อเบอร์ 1 อสังหาฯ พลิกเกมรับมือเศรษฐกิจผันผวน" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-scaled.webp 2048w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-1229x1536.webp 1229w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-1638x2048.webp 1638w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/Temp_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมเราถึงต้องจับตาแสนสิริ? ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาเป็นแบรนด์อสังหาฯ อันดับ 1 แต่เพราะตัวเลขผลประกอบการและกลยุทธ์ที่พวกเขาวางไว้ เปรียบเสมือน &#8220;ลายแทง&#8221; ที่บอกทิศทางเศรษฐกิจไทยและโอกาสในการลงทุนที่คุณไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะไม่ได้แค่รายงานข่าว แต่จะวิเคราะห์เจาะลึกแบบ &#8220;บรรทัดต่อบรรทัด&#8221; เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมทั้งมหภาคและจุลภาค ไปเริ่มกันเลย</span></p>
<h3><b>ภาพรวมความแข็งแกร่งท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่เราจะไปดูเรื่องอนาคต เราต้องเข้าใจ &#8220;รากฐาน&#8221; ของปัจจุบันก่อน จากข้อมูลล่าสุดที่เราได้รับมา สถานการณ์ของแสนสิริในปี 2568 ถือว่าเป็นกรณีศึกษาของการบริหารความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยม ท่ามกลางภาวะที่หลายคนมองว่า &#8220;กำลังซื้อหดตัว&#8221;</span></p>
<h3><b>ผลงานปี 2568: ตัวเลขที่ไม่เคยโกหกใคร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจไทย จะทราบดีว่าปี 2568 ไม่ใช่ปีที่ง่าย หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ดอกเบี้ยยังคงกดดันกำลังซื้อ แต่แสนสิริกลับทำผลงานได้สวนทางกับตลาดรวม ข้อมูล ณ สิ้นสุดไตรมาส 3 (กันยายน 2568) ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจในทางที่ดี:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กำไรสุทธิสูงสุดในอุตสาหกรรม:</b><span style="font-weight: 400;"> ทำได้ถึง 3,029 ล้านบาท ครองแชมป์ในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Dividend Yield ที่น่าดึงดูด:</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูงราว </span><b>10%</b><span style="font-weight: 400;"> ตัวเลขนี้มีความสำคัญมากสำหรับนักลงทุนสาย Value Investor (VI) เพราะมันชนะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเงินฝากแบบขาดลอย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยอดขายและยอดโอนที่แข็งแกร่ง:</b><span style="font-weight: 400;"> ปิดปี 2568 ด้วยยอดขาย 51,000 ล้านบาท และยอดโอน 36,700 ล้านบาท</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอะไร? มันสะท้อนให้เห็นว่าในวิกฤตยังมีโอกาสเสมอ แสนสิริสามารถ Sold Out โครงการไปได้ถึง 29 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 28,800 ล้านบาท สิ่งนี้ยืนยันสมมติฐานทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่า &#8220;Real Demand&#8221; หรือความต้องการที่อยู่อาศัยจริงยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภค &#8220;เลือก&#8221; มากขึ้น และแบรนด์ที่สร้างความเชื่อมั่นได้เท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ</span></p>
<h3><b>ผ่าตัดแผนธุรกิจปี 2569 </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรากฐานแข็งแกร่งแล้ว ก้าวต่อไปคือสิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่า คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของแสนสิริ ได้วางเป้าหมายสำหรับปี 2569 ไว้อย่างชัดเจน โดยเน้นคำว่า &#8220;การเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมั่นคง&#8221;</span></p>
<h3><b>ตัวเลขเป้าหมายสำคัญปี 2569</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นักลงทุนและผู้ที่สนใจตลาดอสังหาฯ ต้องจดตัวเลขชุดนี้ไว้ เพราะนี่คือ Benchmark ของปีหน้า</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>1.เป้าหมายยอดขาย (Presale Target):</b><span style="font-weight: 400;"> 48,000 ล้านบาท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">2.</span><b>เป้าหมายยอดโอน (Transfer Target):</b><span style="font-weight: 400;"> 39,000 ล้านบาท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">3.</span><b>มูลค่าโครงการเปิดใหม่ (New Project Value):</b><span style="font-weight: 400;"> 51,000 ล้านบาท (จาก 33 โครงการ)</span></li>
</ul>
<p><b>วิเคราะห์เชิงลึก:</b><span style="font-weight: 400;"> สังเกตไหมว่า แสนสิริไม่ได้ตั้งเป้าตัวเลขที่ &#8220;เวอร์วัง&#8221; จนเกินจริง แต่เป็นตัวเลขที่สะท้อนความเป็นจริงและการเติบโตแบบ Organic การตั้งเป้ายอดโอนที่ 39,000 ล้านบาท สูงกว่าปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจใน Backlog (ยอดขายรอโอน) ที่มีอยู่ในมือ ซึ่งปัจจุบันมีตุนไว้แล้วกว่า 19,700 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ทันทีกว่า 10,000 ล้านบาท นี่คือ &#8220;เบาะรองรับ&#8221; ชั้นดีที่ทำให้กระแสเงินสดของบริษัทมีความเสถียร</span></p>
<h3><b>กลยุทธ์ 4 เสาหลัก </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ ได้ระบุถึง &#8220;4 กลยุทธ์หลัก&#8221; ในการรับมือเศรษฐกิจผันผวน หากเรามองในมุมของนักบริหารธุรกิจ นี่คือ MBA Case Study ที่น่าสนใจมาก</span></p>
<h3><b>1. การปรับพอร์ตโฟลิโอ: รุกตลาด Medium to Premium</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือ Highlight สำคัญที่สุดของแผนปีนี้ แสนสิริประกาศชัดเจนว่าจะเน้นเปิดโครงการในระดับ </span><b>Medium และ Premium ในสัดส่วนสูงถึง 80%</b></p>
<p><b>ทำไมต้องกลยุทธ์นี้?</b><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์ระบุชัดเจนว่า ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมักส่งผลกระทบต่อกลุ่มรากหญ้าและชนชั้นกลางระดับล่างมากที่สุด (K-Shaped Economy) ในขณะที่กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (High Net Worth Individuals) ได้รับผลกระทบน้อยกว่า การที่แสนสิริโฟกัสไปที่ตลาดบน จึงเป็นการ &#8220;Play Safe&#8221; และ &#8220;Play Smart&#8221; ไปพร้อมกัน</span></p>
<p><b>การบริหารสต็อก:</b><span style="font-weight: 400;"> บริษัทวางแผนรักษาสินค้าคงเหลือ (Inventory) ให้เหมาะสม โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมพร้อมโอนให้อยู่ในระดับ 3,200 – 3,400 ยูนิต เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน</span></p>
<h3><b>2. Branding is King: ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ใครๆ ก็สร้างบ้านขายได้ &#8220;แบรนด์&#8221; คือปราการด่านสุดท้าย แสนสิริไม่ได้ขายแค่อิฐและปูน แต่ขาย &#8220;Trust&#8221; หรือความเชื่อมั่น จุดแข็งที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยากคือ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดีไซน์และการออกแบบ:</b><span style="font-weight: 400;"> ที่มีเอกลักษณ์ (Signature Design)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บริการหลังการขาย:</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านบริษัทลูกอย่าง &#8220;พลัส พร็อพเพอร์ตี้&#8221; และระบบความปลอดภัย &#8220;LIV-24&#8221;</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Sustainability:</b><span style="font-weight: 400;"> การใส่ใจเรื่องความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์โลกที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ</span></li>
</ul>
<h3><b>3. New S-Curve: มากกว่าแค่อสังหาฯ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพึ่งพารายได้ทางเดียวคือความเสี่ยง แสนสิริจึงปั้นโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะโมเดล </span><b>&#8220;Crafted by Sansiri&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ธุรกิจรับสร้างบ้านที่เติบโตแบบก้าวกระโดด</span></p>
<p><b>เป้าหมาย:</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 100% แตะระดับ 500 ล้านบาท</span></p>
<p><b>กองทุนใหม่:</b><span style="font-weight: 400;"> มีการจัดตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ (Venture Capital Style) โดยหวังเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่เป็น 25% ภายใน 5 ปี</span></p>
<h3><b>4. พลังแห่งพันธมิตร (Joint Venture Strategy)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำธุรกิจยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินตัวเองทั้งหมด การจับมือกับพันธมิตร (JV) ช่วยให้:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บริหารจัดการงบดุล (Balance Sheet Management) ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ลดภาระหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการขยายตัว</span></li>
</ul>
<h3><b>เจาะลึกโปรดักต์ &#8220;แนวราบ&#8221; และ &#8220;แนวสูง&#8221;</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย หรือนักลงทุนที่อยากรู้เทรนด์สินค้า มาดูรายละเอียดเชิงลึกกันว่าปี 2569 แสนสิริมีไพ่ใบไหนอยู่ในมือบ้าง</span></p>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ตลาดแนวราบ: บ้านที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน</b></li>
</ul>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>จำนวนโครงการ:</b><span style="font-weight: 400;"> เปิดใหม่ 17 โครงการ มูลค่า 25,000 ล้านบาท</span></li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ไฮไลต์สำคัญ:</b></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดีไซน์ใหม่:</b><span style="font-weight: 400;"> ปรับโฉมแบรนด์หลักทั้ง นาราสิริ, เศรษฐสิริ, บุราสิริ และ อณาสิริ</span></li>
</ul>
<p><b>เจาะกลุ่ม Niche:</b><span style="font-weight: 400;"> มีแบบบ้านสำหรับกลุ่ม </span><b>DINKs</b><span style="font-weight: 400;"> (Double Income, No Kids &#8211; คู่รักรายได้สูงไม่มีลูก) และกลุ่ม </span><b>Silver</b><span style="font-weight: 400;"> (ผู้สูงอายุ) ซึ่งเป็น Mega Trend ของสังคมไทย</span></p>
<p><b>Sansiri Community แห่งใหม่:</b><span style="font-weight: 400;"> บนทำเลทอง &#8220;กรุงเทพกรีฑา&#8221; พื้นที่กว่า 142 ไร่ ที่เน้นเรื่อง Health and Wellness อย่างเต็มรูปแบบ</span></p>
<h3><b>ตลาดคอนโดมิเนียม: การฟื้นตัวครั้งใหญ</b></h3>
<p><b>จำนวนโครงการ:</b><span style="font-weight: 400;"> รุกหนัก 16 โครงการ มูลค่า 26,000 ล้านบาท</span></p>
<p><b>ไฮไลต์สำคัญ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แบรนด์ใหม่ &#8220;LOVE by Sansiri&#8221;:</b><span style="font-weight: 400;"> ประเดิมทำเลเจริญนคร ร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น &#8220;มิตซุย ฟุโดซัง&#8221;</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การกลับมาของตำนาน:</b><span style="font-weight: 400;"> แบรนด์ &#8220;XT&#8221; และ &#8220;THE MONUMENT&#8221; จะกลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Strategic Locations:</b><span style="font-weight: 400;"> บุกหนักใน </span><b>ภูเก็ต</b><span style="font-weight: 400;"> (หาดสุรินทร์) รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว และโครงการพร้อมอยู่ในแบรนด์ VIA ถึง 3 ทำเล</span></li>
</ul>
<h3><b>นัยสำคัญต่อการลงทุน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะที่ </span><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ด้านการลงทุน เราวิเคราะห์สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ข่าว PR นี้ออกมาเป็นประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจดังนี้:</span></p>
<ol>
<li><b> ความมั่นคงทางการเงิน</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แสนสิริมีสินทรัพย์รวมสูงถึง 148,426 ล้านบาท และได้รับการตอบรับที่ดีจากการออกหุ้นกู้ (Over Subscribe ตลอด) สิ่งนี้บ่งบอกถึง Creditworthiness หรือความน่าเชื่อถือทางเครดิตที่สูง ในภาวะที่ตลาดหุ้นกู้มีความผันผวน การเลือกลงทุนในบริษัทที่มี Cash Flow แข็งแกร่งถือเป็น Safe Haven</span></p>
<ol start="2">
<li><b> เงินปันผล คือพระเอก</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วย Dividend Yield ระดับราว 10% (อ้างอิงจากผลงานปี 68) หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ตัวนี้จะกลายเป็นเป้าหมายของนักลงทุนที่ต้องการ Passive Income โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกเบี้ยนโยบายอาจจะเริ่มทรงตัวหรือปรับลดลงในอนาคต การถือหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอคือกลยุทธ์ Defensvie ที่ดี</span></p>
<ol start="3">
<li><b> การเติบโตแบบ Inorganic ผ่าน JV</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่แสนสิริเน้น Joint Venture กับพันธมิตรต่างชาติ ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องเงินทุน แต่ยังเป็นการ Transfer Know-how และยกระดับมาตรฐานโครงการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อมูลค่าแบรนด์ในระยะยาว</span></p>
<ol start="4">
<li><b> เทรนด์ Pet-Friendly และ Well-being</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แสนสิริจับเทรนด์ &#8220;Pet Parent&#8221; (การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก) ได้อย่างแม่นยำ โดยตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตโครงการ Pet-friendly เป็น 20 โครงการ นี่ไม่ใช่แค่ลูกเล่นทางการตลาด แต่คือการสร้าง &#8220;Product Differentiation&#8221; ที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในการขายต่อ (Resale Value) และการปล่อยเช่า (Rental Yield) ได้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนรายย่อย</span></p>
<h2><b>บทสรุปและมุมมองสู่อนาคต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดแผนปี 2569 ของแสนสิริในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแถลงข่าวประจำปี แต่คือการส่งสัญญาณว่า &#8220;ผู้นำตลาด&#8221; มองเห็นอะไรในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปได้ว่า แสนสิริกำลังเล่นเกมรุกอย่างระมัดระวัง (Aggressive yet Defensive) ด้วยการโฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริง (Real Demand) ในตลาดกลางถึงบน ลดความเสี่ยงด้วยการร่วมทุน และสร้างรายได้ทางใหม่ๆ จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้อ่าน </span><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น นักเก็งกำไรอสังหาฯ หรือคนที่กำลังมองหาบ้าน การทำความเข้าใจกลยุทธ์ของแสนสิริจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าทิศทางลมกำลังพัดไปทางไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดคือการลงทุนโดยไม่มีข้อมูล หวังว่าบทความวิเคราะห์เจาะลึกชิ้นนี้ จะเป็นหนึ่งในข้อมูลคุณภาพที่ช่วยให้ท่านตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-69-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/">เจาะแผนแสนสิริปี 69 เมื่อเบอร์ 1 อสังหาฯ พลิกเกมรับมือเศรษฐกิจผันผวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%b5-69-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
