<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แนวโน้มเศรษฐกิจไทย &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Jul 2026 06:38:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>แนวโน้มเศรษฐกิจไทย &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ค่าครองชีพพุ่ง? เจาะเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 พร้อมวิธีรับมือครึ่งปีหลัง</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thai-inflation-rate-june-2026-cost-of-living-trends/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thai-inflation-rate-june-2026-cost-of-living-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 06:38:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ2569]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีราคาผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือของแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีประหยัดเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อเดือนมิถุนายน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=5846</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้คำว่า &#8220;เงินเฟ้อ&#8221; จะเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-inflation-rate-june-2026-cost-of-living-trends/">ค่าครองชีพพุ่ง? เจาะเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 พร้อมวิธีรับมือครึ่งปีหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แม้คำว่า <strong>&#8220;เงินเฟ้อ&#8221; </strong>จะเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจที่หลายคนคุ้นหู แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขนี้สะท้อนต้นทุนการใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละวันได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ราคาน้ำมัน ค่าโดยสาร ไปจนถึงอาหารจานโปรดที่อาจมีราคาสูงขึ้นโดยไม่ทันสังเกต<strong> ข้อมูลล่าสุดของเดือนมิถุนายน 2569 </strong>ชี้ให้เห็นว่า เงินเฟ้อไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้ภาพรวมจะยังอยู่ในกรอบที่ภาครัฐประเมินไว้ </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าครองชีพพุ่ง? เจาะเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 พร้อมวิธีรับมือครึ่งปีหลัง</strong></h2>



<p>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ซึ่งเปิดเผยโดย<strong>นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า </strong>ได้ฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางของดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 ไว้อย่างน่าสนใจ บทความนี้<strong> THE SIGNALs</strong> จะพาไปเจาะลึกตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด สำรวจว่าสินค้าและบริการกลุ่มใดที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นหรือปรับลดลง พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยที่กำลังส่งผลต่อค่าครองชีพ และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="5852" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-3-819x1024.jpg" alt="ค่าครองชีพพุ่ง? เจาะเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 พร้อมวิธีรับมือครึ่งปีหลัง" class="wp-image-5852" title="ค่าครองชีพพุ่ง? เจาะเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 พร้อมวิธีรับมือครึ่งปีหลัง" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อ การขยับตัวขึ้นท่ามกลางปัจจัยท้าทาย</strong></h3>



<p>เริ่มต้นด้วยตัวเลขสำคัญ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 102.85 ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (มิถุนายน 2568) ที่ระดับ 100.42 จะพบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 2.42 (YoY) </p>



<p><strong>แน่นอนว่า</strong> การปรับตัวสูงขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้สาเหตุ แต่มีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลพวงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ <strong>ส่งผลต่อเนื่อง</strong>ให้ต้นทุนค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย</p>



<p><strong>นอกจากนี้</strong> สิ่งที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ชัดเจน คือ ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ทำให้ค่าครองชีพในหมวดนี้เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ <strong>ในขณะเดียวกัน</strong> ราคาสินค้าและบริการในหมวดอื่นๆ กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อมากนัก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เงินเฟ้อไทยอยู่จุดไหน? เทียบชั้นบนเวทีโลก</strong></h3>



<p>หากเราถอยออกมามองภาพกว้างในระดับสากล โดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้นร้อยละ 2.79 (YoY) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยอยู่ในอันดับที่ 44 จาก 139 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีการประกาศตัวเลขออกมา <strong>สอดคล้องกับ</strong>ภาพรวมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งไทยอยู่ในอันดับที่ 5 จาก 9 ประเทศ (ได้แก่ บรูไน ติมอร์-เลสเต สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสปป.ลาว) สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพที่ยังคงรักษาระดับไว้ได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อะไรแพงขึ้น อะไรถูกลง?</strong></h3>



<p>การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการในเดือนมิถุนายน 2569 มีรายละเอียดที่น่าติดตาม โดยสามารถแบ่งออกเป็นสองหมวดหลัก ดังนี้</p>



<p><strong>1. หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม</strong> ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 3.31 (YoY) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) และค่าโดยสารสาธารณะที่ครอบคลุมตั้งแต่ ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ รถตู้ รถประจำทางปรับอากาศ รถจักรยานยนต์รับจ้าง ไปจนถึงรถเมล์เล็กและรถสองแถว รวมไปถึงค่าเช่าบ้าน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ค่าบริการขนขยะ)</p>



<p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong> ยังมีสินค้าสำคัญที่ปรับราคาลดลงมาช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายบ้าง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ครีมนวดผม น้ำยาระงับกลิ่นกาย แป้งผัดหน้า คลีนซิ่ง) รวมถึงเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)</p>



<p><strong>2. หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์</strong> ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1.03 (YoY) แรงหนุนมาจากราคาอาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ข้าวสารเจ้า เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟร้อน/เย็น) และผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม องุ่น ฝรั่ง มะละกอสุก)</p>



<p><strong>ในทางกลับกัน</strong> มีสินค้าหลายรายการที่เป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคเพราะราคาลดลง เช่น เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว และกลุ่มผักสด (ผักชี มะเขือเทศ พริกสด ขิง ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาว)</p>



<p><strong>ที่น่าสนใจคือ</strong> เมื่อเราหักล้างกลุ่มอาหารสดและพลังงานออกไป จะพบว่า &#8220;อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน&#8221; ปรับสูงขึ้นร้อยละ 1.23 (YoY) ซึ่งเป็นการเร่งตัวขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 0.92 (YoY)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทิศทางระยะสั้นการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายเดือน </strong></h3>



<p>เมื่อเจาะดูดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเทียบระหว่างเดือนมิถุนายน 2569 กับพฤษภาคม 2569 จะพบว่าปรับตัว &#8220;ลดลง&#8221; ร้อยละ 0.34 (MoM) สาเหตุหลักมาจากการลดลงของหมวดสินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม (ลดลงร้อยละ 0.66) โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก <strong>ซึ่งเป็นผลดีจาก</strong>ความชัดเจนของสหรัฐฯ และอิหร่านในการยุติความขัดแย้งและปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายยังทำให้ค่าห้องพักโรงแรมลดลง รวมถึงค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศที่ปรับลดตามช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) และต้นทุนเชื้อเพลิงที่เบาลง</p>



<p><strong>แม้ว่า</strong>ภาพรวมรายเดือนจะลดลง แต่ก็ยังมีสินค้าบางกลุ่มที่ราคาปรับสูงขึ้น เช่น ของใช้ส่วนบุคคล สิ่งเกี่ยวกับการทำความสะอาด ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ อาหารสัตว์เลี้ยง และค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ขยับขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.15 (MoM) จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหาร และการสิ้นสุดโปรโมชั่นของสินค้าบางประเภท (ข้าวสารเจ้า กาแฟผง น้ำอัดลม) ขณะที่อาหารโทรสั่ง (Delivery) เนื้อสุกร ผลไม้สด และผักสดบางชนิด ราคาปรับตัวลง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สรุปภาพรวมไตรมาสและประเมินทิศทางอนาคต</strong></h3>



<p>สำหรับผลงานในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.70 (YoY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสูงขึ้นร้อยละ 3.08 (QoQ) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนภาพรวมครึ่งปีแรก (มกราคม – มิถุนายน) ขยับขึ้นร้อยละ 1.08 (AoA)</p>



<p><strong>ก้าวต่อไปในไตรมาสที่ 3 ปี 2569</strong> แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมี <strong>4 ปัจจัยสนับสนุนหลัก</strong> ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน</li>



<li>ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่ขยับขึ้นอย่างถาวร</li>



<li>ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะรถประจำทางที่อิงตามราคาน้ำมัน</li>



<li>ราคาผักสดที่อาจสูงกว่าปีก่อนเนื่องจากฐานราคาเดิมที่ต่ำ และความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ</li>
</ol>



<p><strong>ท้ายที่สุดแล้ว</strong> ยังคงมี <strong>ปัจจัยกดดัน</strong> ที่ช่วยดึงอัตราเงินเฟ้อไม่ให้พุ่งสูงเกินไป นั่นคือ ค่ากระแสไฟฟ้าในช่วงเดือนพฤษภาคม &#8211; สิงหาคม 2569 ที่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้าเล็กน้อย และราคาเนื้อสัตว์ที่มีแนวโน้มลดลงจากปริมาณที่เข้าสู่ตลาดอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงรักษากรอบคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของปี 2569 ไว้ที่ระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 2.0)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong></h3>



<p>แม้ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และกระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 1.5–2.5 แต่สัญญาณจากเดือนมิถุนายนสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านค่าครองชีพยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน การเดินทาง และอาหารสำเร็จรูปที่ยังส่งผลต่อการใช้จ่ายของประชาชน ขณะเดียวกัน การปรับลดลงของค่าไฟฟ้าและราคาสินค้าบางประเภทก็ช่วยบรรเทาภาระได้ในระดับหนึ่ง</p>



<p>สำหรับผู้บริโภค การติดตามทิศทางเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดไม่ใช่เพียงการรับรู้ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการเงินและบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนภาคธุรกิจและนักลงทุนก็ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงทั้งจากราคาพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง และมีบทบาทต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตารางสรุป : สแกนชีพจรเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 อะไรแพงขึ้น อะไรถูกลง?</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>📈 หมวดสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น (กระเทือนเป๋าตังค์)</strong></td><td><strong>📉 หมวดสินค้าที่ปรับราคาลดลง (เซฟเงินในกระเป๋า)</strong></td></tr><tr><td>• น้ำมันเชื้อเพลิง (ดีเซล, แก๊สโซฮอล์, เบนซิน)</td><td>• ค่ากระแสไฟฟ้า</td></tr><tr><td>• ค่าโดยสารสาธารณะ (รถเมล์, รถตู้, เครื่องบินตปท.)</td><td>• ค่าห้องพักโรงแรม</td></tr><tr><td>• อาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง, ก๋วยเตี๋ยว, ตามสั่ง)</td><td>• เนื้อสุกร และ ข้าวสารเหนียว</td></tr><tr><td>• ของใช้ทำความสะอาด (น้ำยาซักผ้า, ล้างจาน)</td><td>• ผักสด (ผักชี, มะเขือเทศ, พริกสด, ผักกาดขาว)</td></tr><tr><td>• ผลไม้สด (ส้ม, แตงโม, องุ่น)</td><td>• ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู, ครีมนวด, คลีนซิ่ง)</td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-inflation-rate-june-2026-cost-of-living-trends/">ค่าครองชีพพุ่ง? เจาะเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 พร้อมวิธีรับมือครึ่งปีหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thai-inflation-rate-june-2026-cost-of-living-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </title>
		<link>https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 05:07:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ดุลการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวเลขการส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกเดือนเมษายน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกไทย2569]]></category>
		<category><![CDATA[สนค]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตรส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4105</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชำแหละตัวเลขการส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 โตต่อเนื่อง 23 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/">ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ชำแหละตัวเลขการส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 โตต่อเนื่อง 23.1% กวาดรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท เจาะลึกพิกัดสินค้าดาวเด่น ตลาดมาแรง พร้อมวิเคราะห์เทรนด์เศรษฐกิจฉบับเข้าใจง่าย</span></p>
<h2><strong>ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </strong></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4108" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="1125" height="1625" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon.webp 1125w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-208x300.webp 208w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-709x1024.webp 709w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-768x1109.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-1063x1536.webp 1063w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-750x1083.webp 750w" sizes="(max-width: 1125px) 100vw, 1125px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นอีกหนึ่งไทม์ไลน์สำคัญที่สร้างรอยยิ้มให้กับแวดวงเศรษฐกิจและการค้าของบ้านเรา เมื่อตัวเลขการส่งออกของไทยยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและแข็งแกร่ง นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า การส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่าสูงถึง </span><b>31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือคิดเป็นเงินบาทไทยที่ </span><b>1,022,354 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน โดยเติบโตถึง </span><b>23.1%</b></p>
<p><b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> หากเราลองวิเคราะห์เจาะลึกลงไป โดยหักลบกลุ่มสินค้าที่มีความผันผวนสูงอย่างสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออกไป จะพบว่าตัวเลขการส่งออกที่แท้จริงขยายตัวได้สูงถึง </span><b>25.7%</b><span style="font-weight: 400;"> เลยทีเดียว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานและศักยภาพของภาคการผลิตไทย (Real Sector) ที่ยังคงเดินหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเป็น &#8220;เดอะแบก&#8221; หนุนให้ตัวเลขพุ่งสูงขนาดนี้ มาจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงอัญมณีและเครื่องประดับ </span><b>นอกเหนือจากนี้</b><span style="font-weight: 400;"> ฝั่งผู้นำเข้าในหลายประเทศเริ่มเร่งสั่งซื้อสินค้าตุนไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคาและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่อาจสะดุดลงจากสถานการณ์โลก รวมไปถึงต้นทุนที่คาดว่าจะดีดตัวสูงขึ้น </span><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ผลไม้ไทยตามฤดูกาลอย่าง ทุเรียน เงาะ และลิ้นจี่ ก็ยังคงฮอตฮิตติดลมบน เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของการส่งออกรายตลาดนั้น แทบทุกตลาดขยายตัวได้ดีเยี่ยม สอดรับกับการเติบโตของภาคการผลิตและการบริโภคของแต่ละประเทศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">สรุปการส่งออก 4 เดือนแรกของปี 2569:</span></i><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัวที่ 18.9% และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะพบว่าขยายตัวที่ 19.1%</span></p>
<h3><b>ผ่าโครงสร้างมูลค่าการค้ารวม ทั้งฝั่งเงินดอลลาร์และเงินบาท</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพรวมที่กว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เรามาดูรายละเอียดตัวเลขการค้ารวมแบบละเอียด ทั้งในฝั่งดอลลาร์สหรัฐและเงินบาทกัน</span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4110" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8.webp 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-300x169.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-1024x576.webp 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-768x432.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-1536x864.webp 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-750x422.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-1140x641.webp 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<p><b>มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ (เดือนเมษายน 2569)</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 23.1% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 45.0%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 (ดอลลาร์สหรัฐ)</span></i></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 127,752.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 18.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 147,250.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 35.7%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 19,497.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></li>
</ul>
<p><b>มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท (เดือนเมษายน 2569)</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 1,022,354 ล้านบาท (ขยายตัว 19.1% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 1,363,082 ล้านบาท (ขยายตัว 40.2%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 340,727 ล้านบาท</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 (เงินบาท)</span></i></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 4,003,125 ล้านบาท (ขยายตัว 10.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 4,680,371 ล้านบาท (ขยายตัว 26.3%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 677,245 ล้านบาท</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(อ้างอิงข้อมูลสถิติจาก: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า &#8211; สนค. และบทวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจมหภาค)</span></i></p>
<h3><b>เจาะพิกัดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ผลไม้ไทย คือ ซอฟต์พาวเวอร์ของแทร่</b></h3>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4111" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1.webp 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-300x169.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-1024x576.webp 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-768x432.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-1536x864.webp 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-750x422.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-1140x641.webp 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมขยายตัวอยู่ที่ </span><b>5.5%</b><span style="font-weight: 400;"> (YoY) ซึ่งถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 </span><b>โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจคือ</b><span style="font-weight: 400;"> สินค้าเกษตร ขยายตัว 17.9% พลิกฟื้นกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในรอบ 9 เดือน </span><b>ในทางกลับกัน</b><span style="font-weight: 400;"> สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 8.9% ซึ่งเป็นการกลับมาหดตัวหลังจากที่เคยขยายตัวไปในเดือนก่อนหน้า</span></p>
<p><b>สินค้าดาวรุ่งที่ขยายตัวได้ดีเยี่ยม</b></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4112" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2.webp 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-300x169.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-1024x576.webp 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-768x432.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-1536x864.webp 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-750x422.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-1140x641.webp 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัวสูงถึง 74.3% กลับมาบวกได้อีกครั้งอย่างสวยงามหลังจากหดตัวในเดือนก่อน (กวาดรายได้หลักในตลาดจีน สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องเทศและสมุนไพร :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 55.6% ตัวตึงที่โตต่อเนื่องยาวนานถึง 24 เดือน (ขยายตัวรัวๆ ในตลาดบังกลาเทศ ปากีสถาน และอินเดีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สิ่งปรุงรสอาหาร :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 8.1% โตต่อเนื่อง 5 เดือน (มัดใจผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อาหารสัตว์เลี้ยง :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 6.4% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 รับเทรนด์ Pet Humanization (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเยอรมนี)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไก่แปรรูป :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 6.1% โตต่อเนื่อง 5 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์)</span></li>
</ul>
<p><b>สินค้าที่อยู่ในช่วงชะลอตัว (หดตัว)</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยางพารา :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 18.1% (หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน) ลดลงในจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ </span><b>ทว่า</b><span style="font-weight: 400;">ยังขยายตัวได้ดีในตลาดมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 23.1% (กลับมาหดตัวในรอบ 9 เดือน) ลดลงในอินเดีย เมียนมา และญี่ปุ่น แต่ไปได้สวยในตลาดมาเลเซีย จีน และเวียดนาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 16.6% (หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) ลดลงในจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมียนมา แต่โตในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 8.2% (หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) ลดลงในจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และเมียนมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำตาลทราย :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 49.1% (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า) หดตัวในอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และจีน แต่ยังมีช่องทางขยายตัวในมาเลเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม</span></li>
</ul>
<p><b>บทสรุปของหมวดนี้ :</b><span style="font-weight: 400;"> ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวเพียงเล็กน้อยที่ 0.02%</span></p>
<h3><b>สินค้าอุตสาหกรรม ฟันเฟืองหลักที่พาตัวเลขทะยานฟ้า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสินค้าอุตสาหกรรม คือ แรงขับเคลื่อนหลักของรอบนี้ ด้วยมูลค่าการส่งออกที่ขยายตัวพุ่งสูงถึง </span><b>27.5%</b><span style="font-weight: 400;"> (YoY) และที่สำคัญ คือ เป็นการเติบโตต่อเนื่องยาวนานถึง 25 เดือน บ่งบอกถึงศักยภาพการผลิตที่สอดรับกับเทรนด์โลก</span></p>
<p><b>สินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่โตแรงแบบฉุดไม่อยู่</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> พุ่งกระฉูดถึง 140.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (เติบโตหนักมากในสหรัฐฯ สิงคโปร์ และเม็กซิโก)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 68.7% โตต่อเนื่อง 25 เดือน (ยอดสั่งซื้อหลักไหลมาจากสหรัฐฯ สิงคโปร์ และมาเลเซีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 29.5% โตต่อเนื่อง 2 เดือน (ได้รับความนิยมสูงในสหรัฐฯ ฮ่องกง และสวิตเซอร์แลนด์)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 29.3% โตต่อเนื่อง 12 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แผงวงจรไฟฟ้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 19.4% โตต่อเนื่อง 16 เดือน (รับอานิสงส์เทรนด์เทคโนโลยี โตในฮ่องกง มาเลเซีย และจีน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลิตภัณฑ์ยาง :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 14.0% โตต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 9.4% พลิกกลับมาบวกได้สำเร็จหลังจากหดตัวในเดือนก่อน (ตลาดออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ อ้าแขนรับ)</span></li>
</ul>
<p><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มที่ปรับตัวลดลง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 6.7% (หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน) ลดลงในตลาดญี่ปุ่น อียิปต์ และเกาหลีใต้ แต่ดันไปขยายตัวได้ดีในจีน สหรัฐฯ และมาเลเซีย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 3.2% (หดตัวในรอบ 13 เดือน) หดตัวในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเบลเยี่ยม แต่สดใสในตลาดจีน กัมพูชา และฟิลิปปินส์</span></li>
</ul>
<p><b>สรุปหมวดอุตสาหกรรม:</b><span style="font-weight: 400;"> 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวสุดปังที่ 22.8%</span></p>
<h3><b>อัปเดตตลาดส่งออกสำคัญ สัญญาณบวกรอบโลกดันยอดขายกระฉูด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองไปที่แผนที่การส่งออก จะพบว่า ไทยเราสามารถเจาะตลาดสำคัญและขยายตัวอย่างแข็งแกร่งได้ในเกือบทุกพื้นที่ สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตโลกในเดือน เม.ย. ที่ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี (อ้างอิงแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคจากองค์กรเศรษฐกิจระดับโลก) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนชัดเจนว่าภาคการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ของประเทศคู่ค้ากำลังเร่งตัวขึ้น </span><b>นอกจากนี้</b><span style="font-weight: 400;"> ยังมีปัจจัยหนุนจากการที่หลายประเทศเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนที่จ่อคิวแพงขึ้น </span><b>มากไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> ตลาดตะวันออกกลางที่เคยเจอมรสุมจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็สามารถพลิกวิกฤตกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง</span></p>
<ol>
<li><b> กลุ่มตลาดหลัก (ขยายตัว 24.8%)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สหรัฐอเมริกา :</b><span style="font-weight: 400;"> โตสุดปัง 44.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 31 เดือน) สินค้าชูโรง คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ส่วนสินค้าที่หดตัว คือ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และอาหารสัตว์เลี้ยง (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 42.4%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อาเซียน (5) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 34.3% (ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน) สินค้านำโชค คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัวคือ น้ำตาลทราย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 26.8%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ญี่ปุ่น :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 23.4% (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) ขยายตัวในสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนสินค้าที่หดตัวคือ ยางพารา และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 10.9%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>จีน :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 21.9% (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าฮอต คือ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 13.3%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สหภาพยุโรป (27) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 19.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน) สินค้าหลักที่ขยายตัว คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนที่หดตัว คือ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ยางพารา และเลนซ์ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 19.9%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">ตลาด CLMV :</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นกลุ่มเดียวในตลาดหลักที่หดตัว 13.4% (หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน) โดยมีอัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำตาลทรายที่หดตัว แต่กลุ่มที่ยังขยายตัวได้ คือ สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (ภาพรวม 4 เดือนแรก หดตัว 8.2%)</span></li>
</ul>
<ol start="2">
<li><b> กลุ่มตลาดรอง (ขยายตัว 19.2%)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทวีปออสเตรเลีย :</b><span style="font-weight: 400;"> พุ่งกระฉูด 53.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าดาวรุ่ง คือ อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเม็ดพลาสติก ส่วนที่หดตัวคือ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 52.1%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ลาตินอเมริกา :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 26.8% (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าที่โต คือ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 23.3%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตะวันออกกลาง (15) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 19.3% (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าเด่น คือ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (ภาพรวม 4 เดือนแรก หดตัว 7.1%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทวีปแอฟริกา :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 15.4% (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าที่ไปได้สวย คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ส่วนที่หดตัว คือ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์พลาสติก (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 9.4%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สหราชอาณาจักร :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 11.7% (ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) สินค้านำ คือ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และไก่แปรรูป (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 15.9%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เอเชียใต้ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 9.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าขยายตัว คือ เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์พลาสติก สินค้าที่หดตัว คือ อัญมณีและเครื่องประดับ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และเคมีภัณฑ์ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 19.7%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รัสเซียและกลุ่ม CIS :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 3.4% (กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน) สินค้าขยายตัว คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนที่หดตัวคือ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (ภาพรวม 4 เดือนแรก หดตัว 19.6%)</span></li>
</ul>
<ol start="3">
<li><b> กลุ่มตลาดอื่น ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ภาพรวมขยายตัว 8.8%</span></li>
</ol>
<h3><strong>Krungthai Compass ชี้เศรษฐกิจไทยมีปัจจัยเสี่ยงต้องจับตาศูนย์วิจัย</strong></h3>
<p><strong> Krungthai COMPASS ประเมินว่า</strong> แม้ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย.จะขยายตัวสูง แต่เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ดังนี้</p>
<ol>
<li>ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การส่งออกมีความไม่แน่นอนมากขึ้น สะท้อนจากการจัดหาวัตถุดิบและต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น หลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญเสียหาย ประกอบกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบการขนส่งจากแหล่งวัตถุดิบ โดยเห็นได้จากโมเมมตัมมการส่งออกในกลุ่มพลาสติก และเคมีภัณฑ์ที่อ่อนแอลง และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะยิ่งส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบและสินค้ารุนแรงมากขึ้น ทั้งยังส่งผ่านไปยังสินค้าปลายน้ำที่ต้องพึ่งพาพลาสติกและเคมีภัณฑ์ในการผลิต เช่น บรรจุภัณฑ์ รวมถึงชิ้นส่วนต่อเนื่องในอุตสาหกรรมขั้นสูง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างได้</li>
<li>เสถียรภาพในต่างประเทศที่ยังเปราะบางมากขึ้น เมื่อมองไปข้างหน้า การส่งออกและเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ยังมีความท้าทาย ทั้งปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และการขาดดุลการค้าที่จะกระทบต่อดุลการชำระเงินให้แย่ลงได้ โดยการนำเข้าใน 4M69 ขยายตัวถึง 35.7% ส่วนการส่งออกโต 18.9% เทียบจากปีก่อน ปัจจัยหลักจาก (1) การนำเข้าสินค้ากลุ่ม Tech ขยายตัว 65.8% สูงกว่าการส่งออกที่ 48.4% เนื่องจากสินค้าดังกล่าวอยู่ในขั้นกลางและปลายน้ำ ซึ่งต้องนำเข้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สะท้อนการส่งผ่านการเติบโตไปยังภาคการผลิตในประเทศจำกัด และ (2) การนำเข้ากลุ่มเชื้อเพลิงโต 24.3% ตามราคาพลังงาน</li>
</ol>
<h3><b>ก้าวเดินต่อไปของคนไทย&#8230; สู่บททดสอบที่หัวใจต้องแข็งแกร่งกว่าเดิม</b></h3>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4117" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0.jpg" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0.jpg 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-300x169.jpg 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-1024x576.jpg 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-768x432.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-1536x864.jpg 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-750x422.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-1140x641.jpg 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<p><strong>เมื่อมองไปข้างหน้า การนำเข้าสินค้ากลุ่ม </strong><strong>Tech</strong><strong> มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง </strong>จากกระแสการลงทุนใน Data Center และ AI สะท้อนจากการส่งออกล่าสุดของเกาหลีใต้ 20 วันแรกในพ.ค. 69 ที่เซมิคอนดักเตอร์โตถึง  3%YoY (สูงกว่า 100% เป็นเดือนที่ 4) <strong>อีกทั้ง มูลค่าการนำเข้าเชื้อเพลิงจะยังอยู่ในระดับสูง </strong>ตามทิศทางราคาพลังงานโลก <strong>การส่งออกและเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี</strong><strong> 69 </strong><strong>ยังมีความท้าทาย ทั้งจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ      </strong><strong>และการขาดดุลการค้าที่จะกระทบต่อดุลการชำระเงินให้แย่ลง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกางแผนที่อนาคตตลอดช่วงระยะเวลาของปี 2569 แนวโน้มการส่งออกของไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง </span><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เรายังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในสมการการค้าโลก </span><b>ท้ายที่สุดนี้</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจไทยคือ &#8220;ความยืดหยุ่นและไหวพริบ&#8221; ของผู้ประกอบการส่งออกและสายเรือขนส่งสินค้าที่สามารถประเมินความเสี่ยงและปรับตัวรับมือกับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยท้าทายในระยะข้างหน้าที่อาจกลายมาเป็นบททดสอบสำคัญ คือ ต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคุกรุ่น และปัญหาภัยแล้งจากเอลนีโญที่อาจสร้างผลกระทบสะเทือนถึงผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรในช่วงครึ่งหลังของปี</span></p>
<p><b>เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม</b><span style="font-weight: 400;"> กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งเดินหน้า 5 นโยบายหลัก เพื่อเป็นเกราะป้องกันและรับมือกับ &#8220;วิกฤตซ้อนวิกฤต&#8221; พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างเป็นระบบ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การดูแลค่าครองชีพ :</b><span style="font-weight: 400;"> บรรเทาภาระประชาชนเพื่อรักษากำลังซื้อในประเทศ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยกระดับเกษตรกร :</b><span style="font-weight: 400;"> นำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เสริมแกร่ง SMEs :</b><span style="font-weight: 400;"> ดันธุรกิจรายย่อยให้มีเขี้ยวเล็บพร้อมสู้ในตลาดโลก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กระจายตลาดส่งออกและเพิ่มการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล :</b><span style="font-weight: 400;"> ลดการพึ่งพาตลาดเดียว และใช้ Data นำทางธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การปลดล็อกกฎระเบียบด้านการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ทลายกำแพงเงื่อนไขที่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไปในอนาคต</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่แค่การฝ่าวิกฤต แต่คือ การสร้างเส้นทางเดินใหม่ที่เข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อพาเศรษฐกิจไทยก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ตารางสรุปไฮไลต์ ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะลุล้านล้าน!</strong></h3>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>หมวดหมู่</b></td>
<td><b>ตัวเลขการเติบโต</b></td>
<td><b>สินค้า/ตลาด ดาวเด่นที่น่าจับตา</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาพรวมส่งออกไทย</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 23.1%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กวาดรายได้ 1,022,354 ล้านบาท (โตต่อเนื่อง 22 เดือน)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สินค้าอุตสาหกรรม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 27.5%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โทรศัพท์และอุปกรณ์ (+140.5%), คอมพิวเตอร์ (+68.7%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สินค้าเกษตรฯ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 5.5%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผลไม้สด/แช่แข็ง (+74.3%), เครื่องเทศ/สมุนไพร (+55.6%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ตลาดส่งออกหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 24.8%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สหรัฐฯ (+44.2%), อาเซียน (+34.3%), ญี่ปุ่น (+23.4%)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;"> </p>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/">ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 04:16:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[จดทะเบียนรถใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถกระบะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดขายรถ EV ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถ BEV]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติรถยนต์ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4132</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนเมษายน 2569 สะท้อนให้เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/">เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในเดือนเมษายน 2569 สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ระหว่างตลาดยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปดั้งเดิมและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ </span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจาก </span><b>นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ฉายภาพให้เห็นสถิติเชิงลึกแบบครบทุกมิติ ทั้งการผลิต ยอดขายในประเทศ การส่งออก ไปจนถึงตัวเลขจดทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็น Data ที่คนทำงานสายกลยุทธ์และนักลงทุนต้องจับตา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้ได้รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลสถิติอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมบริบททางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4151" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-819x1024.jpg" alt="เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก" width="819" height="1024" title="เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>ภาพรวมการผลิตยานยนต์ การปรับสมดุลท่ามกลางปัจจัยท้าทาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นกันที่ตัวเลขการผลิต จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2569 มีทั้งสิ้น </span><b>103,794 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ร้อยละ 22.20 และลดลงเล็กน้อยจากเดือนเมษายน 2568 ที่ร้อยละ 0.44 สาเหตุหลักมาจากการผลิตเพื่อขายในประเทศที่ปรับลดลงร้อยละ 1.70 โดยเป็นการลดลงของรถยนต์นั่งทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้ารวมกันร้อยละ 16.77 เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มส่งผลให้การผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางลดลง ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินสามเดือน อาจทำให้ยอดผลิตเพื่อส่งออกไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อดูยอดสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้รวมทั้งสิ้น </span><b>473,545 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 4</span></p>
<h4><b>เจาะลึกสถิติการผลิตรถยนต์นั่ง (เมษายน 2569)</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลิตได้รวม 36,650 คัน (ลดลงร้อยละ 8.43 จากเมษายน 2568) แบ่งเป็น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Internal Combustion Engine (ICE):</b><span style="font-weight: 400;"> 11,870 คัน (ลดลงร้อยละ 24.15)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Battery Electric Vehicle (BEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 4,716 คัน (ลดลงร้อยละ 1.01)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 1,738 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 68.57)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Hybrid Electric Vehicle (HEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 18,326 คัน (ลดลงร้อยละ 1.37)</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(ยอดสะสมรถยนต์นั่ง ม.ค. &#8211; เม.ย. 2569 รวม 156,599 คัน คิดเป็นร้อยละ 33.07 ของยอดผลิตทั้งหมด ลดลงร้อยละ 1.83 โดย ICE ผลิตได้ 60,402 คัน ลดลงร้อยละ 11.87, BEV ผลิตได้ 15,211 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.98, PHEV 6,551 คัน ลดลงร้อยละ 15.83 และ HEV 74,435 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.71)</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">อนึ่ง รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ไม่มีการผลิตทั้งในเดือนเมษายน และสะสม 4 เดือนแรกของปี 2569</span></i></p>
<h4><b>สถิติการผลิตรถยนต์บรรทุกและรถกระบะ</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอดผลิตรถยนต์บรรทุกรวมในเดือนเมษายน 2569 ทำได้ </span><b>67,144 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.54) และยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 316,946 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.15) หากเจาะจงเฉพาะรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายนผลิตได้ 65,933 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.44) และสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 311,290 คัน (คิดเป็นร้อยละ 65.74 ของยอดผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.35) แบ่งรายละเอียดสะสมดังนี้:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะบรรทุก: 46,796 คัน (ลดลงร้อยละ 6.55)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะดับเบิลแค็บ: 200,592 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.41)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV: 1,536 คัน (เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38,300)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">รถกระบะ PPV: 62,366 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.27) </span><i><span style="font-weight: 400;">(สำหรับรถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน ถึงมากกว่า 10 ตัน เดือนเมษายนผลิตได้ 1,211 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 149.69 และสะสม 4 เดือนรวม 5,656 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 83.58)</span></i></li>
</ul>
<h3><b>ผลิตเพื่อส่งออก VS ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สัดส่วนของการผลิตยังคงเทน้ำหนักไปที่การส่งออก โดยในเดือนเมษายน 2569 </span><b>ผลิตเพื่อส่งออกได้ 67,262 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (คิดเป็นร้อยละ 64.80 ของยอดผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.26) ยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 316,605 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.56)</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่งเพื่อส่งออก:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 14,252 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.68) สะสม 4 เดือนรวม 67,975 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.75)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ 1 ตันเพื่อส่งออก:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 53,010 คัน (ลดลงร้อยละ 1.78) สะสม 4 เดือนรวม 248,630 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.13) แบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก 25,280 คัน (ลดลงร้อยละ 18.71), ดับเบิลแค็บ 176,543 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.98) และ PPV 46,807 คัน (ลดลงร้อยละ 1.32)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน </span><b>การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนอยู่ที่ </span><b>36,532 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (คิดเป็นร้อยละ 35.20 ของยอดผลิตทั้งหมด ลดลงร้อยละ 1.70) ยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 156,940 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.90)</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่งเพื่อจำหน่ายในประเทศ:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 22,398 คัน (ลดลงร้อยละ 16.77) สะสม 4 เดือนรวม 88,624 คัน (ลดลงร้อยละ 15.62)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ 1 ตันเพื่อจำหน่ายในประเทศ:</b><span style="font-weight: 400;"> เมษายนผลิตได้ 12,923 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.29) สะสม 4 เดือนรวม 62,660 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.10) แบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก 21,516 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.37), ดับเบิลแค็บ 25,585 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.67) และ PPV 15,559 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.99)</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(สำหรับรถจักรยานยนต์ เดือนเมษายนผลิตได้รวม 181,539 คัน ลดลงร้อยละ 4.22 แบ่งเป็น CBU 146,306 คัน ลดลงร้อยละ 6.87 และ CKD 35,233 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.56 ส่วนยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 817,426 คัน ลดลงร้อยละ 4.29 แบ่งเป็น CBU 649,233 คัน และ CKD 168,193 คัน)</span></i></p>
<h3><b>ยอดขายในประเทศ พลังของยานยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนตลาด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดที่น่าสนใจและสะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคชัดเจนที่สุดคือ </span><b>ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายน 2569 ปิดตัวเลขที่ </span><b>48,394 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะลดลงจากเดือนมีนาคมร้อยละ 19.16 แต่เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้วพบว่า </span><b>เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.54</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจัยบวกมาจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองทะลักเกินครึ่งของยอดจองรวมในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากผลกระทบการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และการเริ่มผลิตรถบรรทุกจากโรงงานที่ย้ายฐานการผลิตใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า ยอดขายรถกระบะยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยลดลงร้อยละ 9.7 สาเหตุหลักมาจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตต่ำ รวมถึงอำนาจซื้อที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดี หากการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงเม็ดเงินกู้สี่แสนล้านบาทของรัฐบาลขับเคลื่อนได้จริงตามแผน จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างงานและพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือต้นทุนชิ้นส่วนที่อ้างอิงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจซ้ำเติมยอดขายในภาวะที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่</span></p>
<h4><b>โครงสร้างยอดขายเดือนเมษายน 2569 (เทียบกับเมษายนปีที่แล้ว)</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์:</b><span style="font-weight: 400;"> 33,654 คัน (ร้อยละ 69.54 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.07)</span>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">สันดาปภายใน (ICE): 7,109 คัน (ลดลงร้อยละ 35.18)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">ไฟฟ้า (BEV): 13,882 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.35)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV): 1,023 คัน (ลดลงร้อยละ 5.54)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">REEV: 436 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 100)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">ไฟฟ้าผสม (HEV): 11,204 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.75)</span></li>
</ul>
</li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ:</b><span style="font-weight: 400;"> 9,831 คัน (ลดลงร้อยละ 10.11) โดยในกลุ่มนี้มีกระบะไฟฟ้า (BEV) 109 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.35), REEV 4 คัน และ HEV 3 คัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถ PPV:</b><span style="font-weight: 400;"> 2,619 คัน (ลดลงร้อยละ 16.57)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถบรรทุก 5 – 10 ตัน:</b><span style="font-weight: 400;"> 1,401 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.01) มีกลุ่มไฟฟ้า (BEV) 16 คัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถประเภทอื่นๆ:</b><span style="font-weight: 400;"> 757 คัน (ลดลงร้อยละ 30.93)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถจักรยานยนต์:</b><span style="font-weight: 400;"> 136,992 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.82)</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(ยอดขายสะสม 4 เดือนแรกของปี 2569 รถยนต์มียอดขายรวม 230,477 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.02 โดยรถยนต์นั่ง BEV สะสมอยู่ที่ 64,109 คัน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 90.61 ขณะที่รถจักรยานยนต์สะสมอยู่ที่ 605,601 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.13)</span></i></p>
<h3><b>ตัวเลขการส่งออก ความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนเมษายน 2569 ทำได้ </span><b>60,190 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> ลดลงร้อยละ 8.43 จากปีที่แล้ว ผลกระทบหลักมาจากการส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางที่ลดลงฮวบฮาบถึงร้อยละ 91.76 (หายไปกว่า 11,053 คัน) สืบเนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ตลอดจนการปรับตัวลดลงในยุโรปและอเมริกาใต้ อย่างไรก็ตาม ตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย โอเชียเนีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ยังคงมีการส่งออกเพิ่มขึ้น ช่วยพยุงสถานการณ์ไม่ให้ทรุดตัวหนัก</span></p>
<h4><b>รายละเอียดการส่งออก เมษายน 2569</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ:</b><span style="font-weight: 400;"> 36,615 คัน (ลดลงร้อยละ 16.97)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถกระบะ BEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 6 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 100)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง ICE:</b><span style="font-weight: 400;"> 2,031 คัน (ลดลงร้อยละ 75)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง BEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 1,924 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 191.52)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง PHEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 358 คัน (ปี 2568 ไม่มีการส่งออก)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์นั่ง HEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 6,713 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.80)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถ PPV:</b><span style="font-weight: 400;"> 12,543 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.98)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">มูลค่าการส่งออกรถยนต์รวมเครื่องยนต์และชิ้นส่วนในเดือนเมษายนอยู่ที่ 62,637.24 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 6.86) ส่วนยอดส่งออกสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 280,184 คัน (ลดลงร้อยละ 3.45) มูลค่ารวม 267,903.26 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 6.16)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฝั่งของ </span><b>รถจักรยานยนต์</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนส่งออกได้ 68,170 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.35) มูลค่ารวมชิ้นส่วน 5,268.70 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.53) ยอดสะสม 4 เดือนส่งออกได้ 320,343 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.61) มูลค่ารวม 24,771.68 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.86) ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรมในเดือนเมษายนปิดที่ 67,905.94 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5.60) และสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 292,674.94 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5.25)</span></p>
<h3><b>ข้อมูลจดทะเบียนยานยนต์ใหม่ (รย.1) สัญญาณแห่งยุค EV</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขจดทะเบียนใหม่ตอกย้ำให้เห็นว่ากระแสไฟฟ้าไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร ในเดือนเมษายน 2569 มียานยนต์ใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ จดทะเบียน 42,152 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.48) โดยแบ่งเป็น:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไฟฟ้า (BEV):</b><span style="font-weight: 400;"> 9,963 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.54)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันเบนซิน:</b><span style="font-weight: 400;"> 8,311 คัน (ลดลงร้อยละ 23.60)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันดีเซล:</b><span style="font-weight: 400;"> 9,954 คัน (ลดลงร้อยละ 1.73)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>HEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 12,645 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.21)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>PHEV:</b><span style="font-weight: 400;"> 1,279 คัน (ลดลงร้อยละ 61.10)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอดสะสม 4 เดือนแรกของปี 2569 ทะลุ 211,962 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.88) โดยกลุ่ม BEV พุ่งสูงถึง 65,247 คัน (เติบโตร้อยละ 110)</span></p>
<h4><b>เจาะลึกป้ายแดงกลุ่มพลังงานไฟฟ้า (BEV, HEV, PHEV)</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประเภท BEV:</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนจดทะเบียนใหม่รวม 12,512 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.84) ประกอบด้วยรถยนต์นั่ง 9,974 คัน, กระบะและแวน 23 คัน, จักรยานยนต์ 2,453 คัน เป็นต้น ส่วนยอดสะสม 4 เดือนอยู่ที่ 75,493 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 88.64) ปัจจุบันประเทศไทยมียานยนต์ BEV จดทะเบียนสะสม ณ 30 เม.ย. 2569 ทั้งสิ้น </span><b>447,351 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.63)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประเภท HEV:</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนจดทะเบียนใหม่ 12,704 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.27) นำโดยรถยนต์นั่ง 12,645 คัน ยอดสะสม 4 เดือน 60,756 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.91) ยอดจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศทะลุ </span><b>665,034 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.49)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประเภท PHEV:</b><span style="font-weight: 400;"> เดือนเมษายนจดทะเบียนใหม่ 1,280 คัน (ลดลงร้อยละ 61.07) ยอดสะสม 4 เดือน 5,448 คัน (ลดลงร้อยละ 26.58) ยอดจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ </span><b>86,708 คัน</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.93)</span></li>
</ul>
<h3><b>อนาคตยานยนต์ไทยกับความท้าทายที่ต้องก้าวผ่าน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถิติทั้งหมดในเดือนเมษายน 2569 เราสามารถประเมินแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ว่า </span><b>&#8220;ตลาดยานยนต์ไฟฟ้ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักใหม่ของการเติบโตในประเทศ&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ตัวเลขการเติบโตของ BEV และ HEV ทั้งฝั่งยอดขายและการจดทะเบียนสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ตอบรับกับเทคโนโลยีใหม่ ประกอบกับความกังวลด้านราคาพลังงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตและการส่งออกยังคงต้องเผชิญกับคลื่นลมจากความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่อลอจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานโดยตรง ความหวังสำคัญในระยะยาวคือการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งเม็ดเงินลงทุนใหม่และการผลักดันอุตสาหกรรมในประเทศให้ปรับตัวรับ Supply Chain ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มรูปแบบ หากไทยสามารถรักษาสมดุลระหว่างการรักษาฐานการผลิตรถยนต์สันดาปและการเร่งสปีดอุตสาหกรรม EV ได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะยังคงเป็นฮับยานยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคได้อย่างแน่นอน</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปสถิติยานยนต์ไทย เม.ย. 2569 จุดเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV</b></h3>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>รายการ (เมษายน 2569)</b></td>
<td><b>จำนวน (คัน)</b></td>
<td><b>เปลี่ยนแปลง (เทียบ เม.ย. 68)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ยอดผลิตรถยนต์รวม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">103,794</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดลง 0.44%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ยอดขายในประเทศ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">48,394</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เพิ่มขึ้น 2.54%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">60,190</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดลง 8.43%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จดทะเบียนใหม่ (น้ำมันเบนซิน)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">8,311</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดลง 23.60%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>จดทะเบียนใหม่ (BEV เติบโตสูงสุด)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">9,963</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เพิ่มขึ้น 63.54%</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/">เจาะลึกสถิติรถยนต์ไทย เม.ย. 69 EV พุ่งกระฉูด ส่งออกสะดุดรับวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-auto-stats-april-2026-ev-growth/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตฮอร์มุซ 2026 น้ำมันแพง บาทผันผวน ธุรกิจไทยรอดอย่างไร?</title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%8b-2026-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87-3/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%8b-2026-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 10:57:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัวของธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเงินบาทผันผวน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=923</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อช่องแคบเล็กๆ สั่นสะเทือนโลกทั้งใบ ช่องแคบที่แคบที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%8b-2026-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87-3/">วิกฤตฮอร์มุซ 2026 น้ำมันแพง บาทผันผวน ธุรกิจไทยรอดอย่างไร?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อช่องแคบเล็กๆ สั่นสะเทือนโลกทั้งใบ ช่องแคบที่แคบที่สุดเพียงแค่ 39 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านกับโอมาน คือ ,จุดที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของปริมาณที่ใช้ทั่วโลกต้องผ่านไปทุกวัน และเมื่อจุดนั้นถูกปิดในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ผลที่ตามมาคือคลื่นกระแทกที่ส่งแรงไปถึงตลาดน้ำมันโลก ห่วงโซ่การผลิตระดับโลก และหลังคาบ้านทุกหลังที่ต้องพึ่งพาพลังงาน ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">วิกฤตฮอร์มุซ 2026 น้ำมันแพง บาทผันผวน ธุรกิจไทยรอดอย่างไร?</span></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-944" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/03_36_11zon.webp" alt="วิกฤตฮอร์มุซ 2026 น้ำมันแพง บาทผันผวน ธุรกิจไทยรอดอย่างไร?" width="1200" height="1500" title="วิกฤตฮอร์มุซ 2026 น้ำมันแพง บาทผันผวน ธุรกิจไทยรอดอย่างไร?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/03_36_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/03_36_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/03_36_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/03_36_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/03_36_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/03_36_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The Signals จะนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และผลกระทบที่ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญในขณะนี้</span></p>
<h3><b>ลำดับเหตุการณ์ จาก Operation Epic Fury สู่วิกฤต Supply Chain</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก Krungthai Global Markets ฉบับวันที่ 9 มีนาคม 2026 จัดทำโดยคุณพูน พานิชพิบูลย์ Krungthai Global Markets ธนาคารกรุงไทย สถานการณ์เริ่มต้นจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการ &#8220;Epic Fury&#8221; โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและหน่วยงานภายในของอิหร่าน รวมถึงฐานยิงมิสไซล์ และเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ต่างๆ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝั่งอิหร่านตอบโต้ด้วยการปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยบทความจาก The Economist ที่มีชื่อว่า &#8220;The Iran War has entered a new phase&#8221; ซึ่งอ้างอิงในรายงานของ Krungthai Global Markets ระบุว่า การตอบโต้จากอิหร่านเริ่มหันมาพึ่งโดรนพลีชีพมากขึ้น หลังฐานยิงมิสไซล์ถูกโจมตี ซึ่งเป็นยุทธวิธีเพื่อสร้างภาระให้กับระบบป้องกันทางอากาศของบรรดาพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค ก่อนที่จะกลับมาใช้มิสไซล์โจมตีในลำดับถัดไป​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลที่ตามมาโดยตรง คือ การขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz หยุดชะงักลง ซึ่งไม่ได้กระทบแค่น้ำมันและก๊าซ แต่ยังรวมถึงสินค้าอื่นอย่าง Fertilizer (ปุ๋ย), แก๊ส Helium และ Sulfur ที่ต้องผ่านเส้นทางเดียวกัน </span></p>
<h3><b>ตัวเลขพลังงานที่บอกว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ราคาน้ำมัน WTI (West Texas Intermediate) ณ วันที่ 9 มีนาคม 2026 อยู่ที่ 90.9 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 35.6% ในช่วงเพียง 1 สัปดาห์ และพุ่งขึ้นถึง 58.3% นับตั้งแต่ต้นปี ส่วนราคาน้ำมัน Brent อยู่ที่ 92.7 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 27.9% ในสัปดาห์เดียวกัน และสูงขึ้น 52.3% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรับรู้ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานอย่างรวดเร็วและรุนแรง​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน Bloomberg Commodity Index ปรับตัวขึ้น 23.7% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 สะท้อนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลากหลายประเภทกำลังปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน ทั้งเกษตร พลังงาน และวัตถุดิบอุตสาหกรรม และเมื่อสินค้าโภคภัณฑ์แพงขึ้น ต้นทุนธุรกิจทั่วโลกก็ตามมาด้วย​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The Signals ขอเสริมมุมมองจาก Economic Intelligence Center (EIC) ซึ่งระบุว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งลุกลามสู่สงครามระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัว ราคาน้ำมัน Brent อาจพุ่งขึ้นไปสู่ระดับ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยปี 2026 ให้ชะลอลงได้​</span></p>
<h3><b>ผลกระทบต่อธุรกิจไทย 4 กลุ่มหลัก</b></h3>
<p><b>กลุ่มที่ 1 &#8211; ธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเกิน 90 ดอลลาร์/บาร์เรลจึงกระทบโดยตรงต่อต้นทุนโรงกลั่น ผู้ผลิตปิโตรเคมี รวมถึงราคาก๊าซ LPG และ NGV ที่ผู้บริโภคและภาคขนส่งต้องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเส้นทางขนส่ง LNG จากกาตาร์ซึ่งผ่านช่องแคบ Hormuz เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของภูมิภาคเอเชียและไทย เมื่อเส้นทางนี้หยุดชะงัก ความพร้อมด้านพลังงานของโรงงานและครัวเรือนอาจได้รับผลกระทบตามมาในระยะต่อเนื่อง</span></p>
<p><b>กลุ่มที่ 2 &#8211; ธุรกิจเกษตรและอาหาร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม คือ ผลกระทบที่ลามไปถึงภาคเกษตร ซึ่งการหยุดชะงักของช่องแคบ Hormuz ยังกระทบ Fertilizer (ปุ๋ยเคมี) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการเกษตร เมื่อต้นทุนปุ๋ยพุ่งสูง ราคาสินค้าเกษตรก็มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตาม นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนจัดในปีนี้ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีความเสี่ยงด้านสูงเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ฐานเศรษฐกิจ (Thansettakij) ระบุว่าสถานการณ์นี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อ Supply Chain สินค้าเกษตรและอาหารในวงกว้าง​​</span></p>
<p><b>กลุ่มที่ 3 &#8211; ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่เรือบรรทุกสินค้าต้องเลี่ยงช่องแคบ Hormuz หมายความว่า ระยะทางขนส่งยาวขึ้นอย่างมาก ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือสูงขึ้น และเวลาในการส่งมอบสินค้ายาวนานขึ้น สะท้อนจาก Baltic Dry Index ที่เพิ่มขึ้น 7.1% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 ซึ่งบริษัทนำเข้า-ส่งออกที่ไม่ได้ Lock ต้นทุนขนส่งล่วงหน้าจะรับแรงกดดันด้านต้นทุนนี้โดยตรง และอาจส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าปลายน้ำในที่สุด​</span></p>
<p><b>กลุ่มที่ 4 &#8211; ธุรกิจการผลิตที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลางหรือใช้ก๊าซ Helium (สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์) หรือ Sulfur (สำหรับการผลิตยาง ปุ๋ย และสารเคมี) จะเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นขณะนี้ สินค้าเหล่านี้ล้วนขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz ทั้งสิ้น ทำให้ภาคการผลิตต้องตรวจสอบ Stock วัตถุดิบและพิจารณาหาแหล่งทดแทนหรือเส้นทางขนส่งทางเลือก​</span></p>
<h3><b>ค่าเงินบาทในยุคความผันผวนสูง โอกาสและกับดัก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวล่าสุดที่ 32.12 บาท/ดอลลาร์ (open 31.83 high 32.13 low 31.83 ณ 9 มี.ค. 2026) โดยอ่อนค่าลง 2.6% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และคุณพูนได้ประเมินกรอบสัปดาห์นี้ 31.75-32.50 พร้อม 1 month Volatility 9.7% (+1 SD) ซึ่งยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 2010 5% พร้อมระบุว่าหากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย เงินบาทอาจอ่อนค่าทดสอบโซน 33 บาท/ดอลลาร์ ได้ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ Volatility ของเงินบาทในช่วง 1 เดือน (1-month Volatility) ขณะนี้อยู่ที่ 9.7% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าระดับ +1 SD ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยความผันผวนนับตั้งแต่ปี 2010 ราว 5% ความผันผวนในระดับนี้หมายความว่าธุรกิจที่ไม่ได้บริหารความเสี่ยงค่าเงินอาจประสบกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงได้มากในระยะสั้น​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับภาคธุรกิจ เงินบาทที่อ่อนค่ามีผลในสองทิศทางพร้อมกัน ฝั่งผู้ส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต้นทุนหลักอยู่ในบาท จะได้รับประโยชน์จากรายได้ที่เปลี่ยนเป็นบาทได้มากขึ้น แต่ฝั่งธุรกิจที่นำเข้าวัตถุดิบหรือเครื่องจักรด้วยดอลลาร์จะแบกต้นทุนที่หนักขึ้นทันที </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกปัจจัยที่น่าติดตาม คือ โฟลว์เงินปันผลในช่วง Q2/2026 ซึ่งคุณพูน พานิชพิบูลย์ จาก Krungthai Global Markets ประเมินว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติสูงราว 1 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่ายอดการจ่ายปันผลในปี 2025 กว่า 80% โฟลว์ขนาดนี้จะกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 2 อีกระลอก​</span></p>
<h3><b>ธนาคารกลางโลกเปลี่ยนทิศ ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลพลอยได้ที่มักถูกมองข้าม คือการที่ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเปลี่ยนแผนดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก และนั่นหมายความว่าต้นทุนทางการเงินของธุรกิจในทุกประเทศจะไม่ลดลงเร็วอย่างที่เคยคาดไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากรายงาน Krungthai Global Markets ณ 7 มีนาคม 2026 (จาก Bloomberg) สรุปการประเมินของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ย ดังนี้​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตารางสรุปทิศทางดอกเบี้ยที่ตลาดคาดการณ์ ณ 7 มีนาคม 2026</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ธนาคารกลาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การปรับดอกเบี้ยที่ตลาดคาดในปี 2026 (bps)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทิศทาง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">FED (สหรัฐฯ)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-44</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลด (คาดลด 2 ครั้ง, 76%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ECB (ยุโรป)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+39</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขึ้น (คาดขึ้น 2 ครั้ง, 56%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">BOE (อังกฤษ)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-8</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดเล็กน้อย (คาดลด 1 ครั้ง, 34%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">BOJ (ญี่ปุ่น)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+45</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขึ้น (คาดขึ้น 2 ครั้ง, 82%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">BOT (ไทย)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+4</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คงที่ถึงขึ้นเล็กน้อย</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ที่มา: Bloomberg และ Krungthai Global Markets, ข้อมูล ณ 7 มีนาคม 2026</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสังเกต คือ ECB ที่ปกติมักเป็นฝ่ายลดดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว กลับถูกตลาดประเมินว่ามีโอกาส 56% ที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้นกำลังหนุนให้เงินเฟ้อในยุโรปฟื้นตัวอีกครั้ง โดยคุณพูน พานิชพิบูลย์ ระบุในรายงานว่า ทั้ง ECB และ BOE อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่เคยประเมินไว้​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศไทย Krungthai Global Markets ประเมินว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% และยังเปิดโอกาสที่ ธปท. อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยได้หากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวแย่กว่าที่คาดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นมุมมองที่แตกต่างจากที่ตลาดส่วนใหญ่ประเมินอยู่ในขณะนี้​</span></p>
<h3><b>ตลาดทุนและสินทรัพย์โลก ภาพที่ต้องเข้าใจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ดัชนีหุ้นไทย SET อยู่ที่ 1,410.4 จุด ปรับตัวลง 8.0% ในช่วงสัปดาห์เดียว สะท้อนความกังวลของตลาดต่อผลกระทบของสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในมุมปีปัจจุบัน SET ยังบวก 13.4% นับตั้งแต่ต้นปี 2026​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฝั่งตลาดพัฒนาแล้ว S&amp;P 500 อยู่ที่ 6,740 จุด ปรับตัวลง 1.3% ในวันเดียว และ -2.0% ในสัปดาห์ ขณะที่ MSCI Emerging Markets ปรับตัวลง 6.9% ในสัปดาห์ สะท้อนว่าตลาดเกิดใหม่ได้รับแรงกดดันมากกว่า เพราะมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทองคำปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5,171.7 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 19.7% นับตั้งแต่ต้นปี และ 77.6% ใน 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนกำลังหนีเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์​</span></p>
<h3><b>ตัวแปรการเมืองสหรัฐฯ Trump กับ Midterm ที่อาจเปลี่ยนเกม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้เห็นว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจมีตัวแปรทางการเมืองสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญ ในปีนี้จะมีการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election) ของสหรัฐฯ ซึ่งผลกระทบต่อที่นั่งในสภาคองเกรสมีความสำคัญต่อวาระของประธานาธิบดี Trump อย่างมาก​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประธานาธิบดี Donald Trump ได้กล่าวไว้หลังเริ่มปฏิบัติการ Epic Fury ว่าคาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายลงภายในกรอบระยะเวลา 4-5 สัปดาห์ โดยข้อมูลจาก Washington Post, Bloomberg Economics และ Silver Bulletin  ระบุว่า ชาวอเมริกันเกินครึ่งไม่เห็นด้วยกับ Operation Epic Fury (จากการสำรวจ 1,003 คน เมื่อ 1 มีนาคม 2026) ซึ่งสะท้อนว่าแรงกดดันทางการเมืองภายในสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้มีการหาทางออกทางการทูตมากขึ้น​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับภาคธุรกิจ ตัวแปรนี้มีความสำคัญเพราะหากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายตามที่ประเมิน ราคาพลังงานก็มีโอกาสปรับตัวลงในระยะกลาง อย่างไรก็ดี การวางแผนธุรกิจควรเตรียมรับมือทั้งสองสถานการณ์ไว้ก่อน</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกผันผวน ธุรกิจไทยต้องพร้อมปรับตัว</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด วิกฤตการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซในปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาททางทหารที่อยู่ไกลตัว แต่เป็นชนวนสำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาสินทรัพย์และเศรษฐกิจทั่วโลก และการเดินเรือที่หยุดชะงักได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของทั้งพลังงานและสินค้าสำคัญอื่นๆ เช่น ปุ๋ยเคมี (Fertilizer) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ราคาสินค้าเกษตรและอาหารมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เราต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน โดยความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ในทางเทคนิคหากเงินบาทยังคงอ่อนค่าทะลุกรอบที่ประเมินไว้ ก็มีความเสี่ยงที่เป้าราคาอาจอ่อนค่าไปถึงระดับ 33 ถึง 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ดังนั้น ภาคธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจึงควรเร่งพิจารณาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนบริษัท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนก็ยังมีปัจจัยที่พอจะนำมาประกอบการวางแผนธุรกิจได้ โดยมีการประเมินว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ระดับ 1% ซึ่งมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่อาจคาดหวังทิศทางดอกเบี้ยไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนี้ ได้เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจและนักลงทุนสามารถเข้าไปบริหารจัดการและปิดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยของไทยได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สรุปแล้ว ไม่ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะยืดเยื้อหรือทยอยคลี่คลายลงภายใน 4 &#8211; 5 สัปดาห์ตามที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวไว้ การเตรียมพร้อมรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการวางแผนการเงินอย่างรัดกุมคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจก้าวผ่านความท้าทายครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%8b-2026-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87-3/">วิกฤตฮอร์มุซ 2026 น้ำมันแพง บาทผันผวน ธุรกิจไทยรอดอย่างไร?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%8b-2026-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทย ก.พ. 69 หุ้นไทยพุ่ง ทุนต่างชาติไหลเข้า ทำไมถึงน่าลงทุน?</title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2026 08:27:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[SET Index]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนต่างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปภาวะตลาดหุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นไทย 2569]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=917</guid>

					<description><![CDATA[<p>สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทย ก.พ. 69 หุ้นไทยพุ่ง ทุนต่างชาติไห [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%81/">สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทย ก.พ. 69 หุ้นไทยพุ่ง ทุนต่างชาติไหลเข้า ทำไมถึงน่าลงทุน?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><b>สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทย ก.พ. 69 หุ้นไทยพุ่ง ทุนต่างชาติไหลเข้า ทำไมถึงน่าลงทุน?</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-919" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/010.jpg" alt="สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทย ก.พ. 69 หุ้นไทยพุ่ง ทุนต่างชาติไหลเข้า ทำไมถึงน่าลงทุน?" width="1200" height="1500" title="สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทย ก.พ. 69 หุ้นไทยพุ่ง ทุนต่างชาติไหลเข้า ทำไมถึงน่าลงทุน?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/010.jpg 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/010-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/010-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/010-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/010-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/010-1140x1425.jpg 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเรามองย้อนกลับไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยถือว่ามีความน่าสนใจและเต็มไปด้วยพลวัตที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ วันนี้ The Signals ขอเสนอภาพรวม ข้อมูลเชิงลึก และสถิติที่สำคัญของตลาดหุ้นไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แบบเจาะลึกทุกประเด็นครับ</span></p>
<h3><b>ดัชนีพุ่งรับความเชื่อมั่น ทะยานสู่ 1,528.26 จุด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมของดัชนี SET Index ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สามารถปิดยอดไปได้อย่างสวยงามที่ระดับ 1,528.26 จุด ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 15.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ยิ่งไปกว่านั้น หากนับตั้งแต่เริ่มต้นปี (Year-to-Date) ดัชนีมีการปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 21.3%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยหลักที่เข้ามาเป็นแรงหนุนสำคัญ คือ กระแสเงินทุนไหลเข้า (Fund Flow) จากกลุ่มผู้ลงทุนต่างประเทศที่กลับมาเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยอีกครั้ง หลังจากผลการเลือกตั้งภายในประเทศมีความชัดเจน ส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเมือง ประกอบกับตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักได้คาดการณ์เอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากฝั่งต่างประเทศที่ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทยโดยตรง นั่นคือ กรณีที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยเรื่องการใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ว่าการใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างนั้น ถือเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของประธานาธิบดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลจากคำวินิจฉัยนี้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเปลี่ยนมาใช้อำนาจภายใต้มาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) แทน โดยประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นเป็น 15% ในเวลาต่อมา สิ่งที่น่าสนใจ คือ อัตราภาษีใหม่นี้ยังคงต่ำกว่าอัตราที่เคยตั้งเป้าจัดเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA เดิม จึงกลายเป็นผลเชิงบวกที่ช่วยลดแรงกดดันและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคการส่งออกของประเทศไทยในตลาดโลก</span></p>
<h3><b>หุ้นกลุ่มไหนมาแรง? และการรับมือกับความผันผวน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้าน</span><b>นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจว่า ดัชนีอุตสาหกรรมในทุกกลุ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างถ้วนหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีหัวหอกสำคัญคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ในคำนวณของ MSCI Thailand Index</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเจาะลึกลงไปในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถทำผลงานได้ดีกว่าตลาด (Outperform SET Index) เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2568 ได้แก่ </span><b>กลุ่มเทคโนโลยี</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>กลุ่มทรัพยากร</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนในระดับสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การลงทุนย่อมมาพร้อมกับความท้าทาย ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มมีแนวโน้มรุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนปรับพอร์ตเข้าสู่ภาวะ Risk-Off คือการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและโยกย้ายเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) แม้ว่าตลาดทุนไทยอาจเผชิญความผันผวนในระยะสั้นจากปัจจัยภายนอกเหล่านี้ แต่สถิติในอดีตได้พิสูจน์แล้วว่า SET Index มีความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) จากเหตุการณ์กระทบกระเทือนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดไว้อย่างรัดกุม และพร้อมที่จะนำมาบังคับใช้ทันทีหากมีความจำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนมีเวลาในการพิจารณาข้อมูลและตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด</span></p>
<h3><b>สถิติการซื้อขายและสัดส่วนนักลงทุน ต่างชาติยังคงเป็นผู้นำ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวเลขมูลค่าการซื้อขายกันครับ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของทั้ง SET และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ที่ 72,999 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 40.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ผลลัพธ์นี้ทำให้ภาพรวมในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 59,748 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของเม็ดเงินลงทุน </span><b>นักลงทุนต่างประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> คือ ฟันเฟืองสำคัญ โดยในเดือนกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียว มียอดซื้อสุทธิสูงถึง 54,560 ล้านบาท นับเป็นการซื้อสุทธิที่ต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และหากรวมยอดตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นักลงทุนกลุ่มนี้มียอดซื้อสุทธิรวมแล้วถึง 58,905 ล้านบาท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน มีรายละเอียด ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผู้ลงทุนต่างประเทศ </b><span style="font-weight: 400;">ครองสัดส่วนสูงสุดที่ 51.74% ของมูลค่าการซื้อขายรวม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 32.79%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> มีสัดส่วนอยู่ที่ 8.79%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บริษัทหลักทรัพย์</b><span style="font-weight: 400;"> มีสัดส่วนอยู่ที่ 6.68%</span></li>
</ul>
<h3><b>ความน่าสนใจด้านมูลค่า (Valuation) และเงินปันผล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยที่ดึงดูดใจนักลงทุนไม่แพ้กัน คือ เรื่องของมูลค่าหุ้นและผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ค่า Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ที่ระดับ 16.0 เท่า (ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในระดับ 15.1 เท่าเล็กน้อย) ในขณะที่ค่า Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.1 เท่า ซึ่งตัวเลขนี้ยังถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ระดับ 18.6 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าหุ้นไทยหลายตัวยังคงมีราคาที่น่าเข้าสะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น </span><b>อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ สิ้นกุมภาพันธ์ 2569 ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 3.68% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย 2.67% อย่างเห็นได้ชัด จึงกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ</span></p>
<h3><b>ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) คึกคักรับเทรนด์ตลาด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่ตลาดหุ้นเท่านั้นที่มีความคึกคัก ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก็เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 668,476 สัญญา ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 47.1% จากเดือนก่อนหน้า แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของกลุ่ม SET50 Index Futures และ Single Stock Futures</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่งผลให้ภาพรวมในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ TFEX ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 561,465 สัญญา ซึ่งเพิ่มขึ้น 34.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสรุปแล้ว ภาวะตลาดทุนไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก แม้จะมีปัจจัยท้าทายจากภายนอกประเทศ แต่ด้วยผลประกอบการที่ดี เสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจน และผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จูงใจ ทำให้ SET Index ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการลงทุนที่น่าจับตามองในภูมิภาคนี้</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%81/">สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทย ก.พ. 69 หุ้นไทยพุ่ง ทุนต่างชาติไหลเข้า ทำไมถึงน่าลงทุน?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
