<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Quantum Computing &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/quantum-computing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Jun 2026 07:32:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>Quantum Computing &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดแผนสะท้านโลก! IBM ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโลกควอนตัมและ AI </title>
		<link>https://www.thesignals.net/ibm-15-billion-investment-quantum-computing-ai/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/ibm-15-billion-investment-quantum-computing-ai/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 07:32:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[AI Security]]></category>
		<category><![CDATA[IBM]]></category>
		<category><![CDATA[Project Lightwell]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Computing]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ควอนตัมคอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม AI]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีควอนตัม]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โอเพนซอร์ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4282</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลกเทคโนโลยีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แบบเต็มตัว และใครที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ibm-15-billion-investment-quantum-computing-ai/">เปิดแผนสะท้านโลก! IBM ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโลกควอนตัมและ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">โลกเทคโนโลยีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แบบเต็มตัว และใครที่จับทางถูกก่อน ย่อมมีโอกาสคว้าความได้เปรียบในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติของการหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาด ล่าสุดมีบิ๊กมูฟระดับโลกที่สั่นสะเทือนวงการเทคฯ อย่างรุนแรง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง IBM ออกมาเปิดเผยแผนการลงทุนครั้งมโหฬารที่เดิมพันด้วยเม็ดเงินกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเร่งสปีดการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) และความปลอดภัยด้าน AI (AI Security)</span></p>
<h2><b>เปิดแผนสะท้านโลก! IBM ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโลกควอนตัมและ AI </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่กำลังบอกเราว่า ทิศทางของโลกการเงิน ธุรกิจ และการลงทุนในช่วงทศวรรษหน้ากำลังจะหมุนไปทางไหน มาร่วมเจาะลึกความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์นี้ไปพร้อมๆ กัน</span></p>
<h3><strong><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4382" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-8-819x1024.jpg" alt="เปิดแผนสะท้านโลก! IBM ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโลกควอนตัมและ AI " width="819" height="1024" title="เปิดแผนสะท้านโลก! IBM ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโลกควอนตัมและ AI " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-8-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-8-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-8-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-8-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-8-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" />การเดิมพัน 1 หมื่นล้านดอลลาร์กับอนาคตของ Quantum Computing</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา IBM ได้ออกมาประกาศแผนการลงทุนระดับบล็อกบัสเตอร์ โดยเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินมากกว่า </span><b>10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 1 หมื่นล้านเหรียญ)</b><span style="font-weight: 400;"> เข้าสู่วงการควอนตัมคอมพิวติ้งในช่วง 5 ปีนับจากนี้ เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการสร้าง &#8220;คอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับสเกลใหญ่ที่ทำงานได้แบบไร้ข้อผิดพลาด (Large-scale fault-tolerant quantum computer)&#8221; เครื่องแรกของโลกให้สำเร็จภายในปี </span><b>2029</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทันทีที่ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยผ่านเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ตลาดก็ตอบรับด้วยความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ดันให้ราคาหุ้นของ IBM พุ่งทะยานขึ้นไปสูงสุดถึง </span><b>5.3%</b><span style="font-weight: 400;"> ในช่วงการซื้อขายภาคเช้า สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อวิสัยทัศน์นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เม็ดเงินมหาศาลก้อนนี้ไม่ได้ถูกหว่านลงไปแบบไร้ทิศทาง แต่จะถูกกระจายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งอย่างเป็นระบบ ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) :</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อทะลวงขีดจำกัดทางเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditures) :</b><span style="font-weight: 400;"> การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นรองรับนวัตกรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างพาร์ทเนอร์ชิพในอีโคซิสเต็ม :</b><span style="font-weight: 400;"> ดึงพันธมิตรระดับท็อปมาร่วมขับเคลื่อน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การขยายฐานการผลิต :</b><span style="font-weight: 400;"> เตรียมพร้อมสำหรับการสเกลเทคโนโลยีออกสู่ตลาดวงกว้าง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&amp;A) :</b><span style="font-weight: 400;"> ดึงดูดเทคโนโลยีและหัวกะทิที่เกี่ยวข้องกับควอนตัมเข้ามาเสริมทัพ</span></li>
</ul>
<h3><b>การก่อร่างสร้างตัวของ &#8220;Quantum Foundry&#8221; แห่งแรก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แผนการนี้ยิ่งดูทรงพลังมากขึ้นเมื่อนำไปประกอบกับดีลประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า โดย IBM และกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Commerce) ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกัน เพื่อก่อตั้ง </span><b>Anderon</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งจะเป็นโรงงานผลิตชิปควอนตัม (Quantum chip foundry) ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะแห่งแรกของอเมริกา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Anderon จะตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองออลบานี รัฐนิวยอร์ก โดยจะดำเนินงานในฐานะบริษัทเอกเทศ (Standalone company) ทำหน้าที่บริหารจัดการโรงงานผลิตเวเฟอร์ควอนตัมขนาด </span><b>300 มิลลิเมตร</b><span style="font-weight: 400;"> ที่น่าสนใจคือ โรงงานแห่งนี้จะเปิดรับให้บริการผลิตชิปแก่บริษัทฮาร์ดแวร์ควอนตัมรายอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งด้วย เรียกว่าเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานกลางที่ทุกคนต้องวิ่งเข้ามาหา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้ข้อตกลงนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะมอบเงินทุนสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาผ่านกฎหมาย CHIPS Act จำนวน </span><b>1,000 ล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ในขณะที่ IBM จะควักกระเป๋าสมทบทุนด้วยเงินสดอีก </span><b>1,000 ล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> พร้อมกับขนทรัพย์สินทางปัญญา เครื่องไม้เครื่องมือ และบุคลากรระดับมันสมองเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลงทุนจากภาครัฐในครั้งนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนด้านควอนตัมมูลค่ารวม </span><b>2,000 ล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่กระจายไปยัง 9 บริษัท ซึ่งนับเป็นความมุ่งมั่นด้าน R&amp;D สำหรับเทคโนโลยีควอนตัมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว</span></p>
<h3><strong>Project Lightwell เม็ดเงิน 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อความปลอดภัยของ Open-Source</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากเรื่องควอนตัมแล้ว ในวันเดียวกัน IBM และ Red Hat (บริษัทในเครือ) ยังได้เซอร์ไพรส์วงการด้วยการเปิดตัว </span><b>Project Lightwell</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นโปรเจกต์ระดับบิ๊กที่ใช้เงินลงทุนสูงถึง </span><b>5,000 ล้านดอลลาร์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์นี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะพวกเขาเตรียมระดมวิศวกรมากกว่า </span><b>20,000 ชีวิต</b><span style="font-weight: 400;"> ผนวกเข้ากับขุมพลัง AI ขั้นสูง เพื่อเข้ามาช่วยองค์กรต่างๆ อุดรอยรั่วและรักษาความปลอดภัยให้กับซอฟต์แวร์ประเภทโอเพนซอร์ส (Open-source software)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายหลักของ Project Lightwell คือ การสร้าง <strong>&#8220;ศูนย์กลางคัดกรองและประสานงาน (Clearinghouse)&#8221;</strong> ซึ่งจะเป็นเลเยอร์ความปลอดภัยส่วนกลางที่องค์กรต่างๆ สามารถเข้ามาแจ้งเบาะแสช่องโหว่ได้อย่างเป็นความลับ รอรับแพตช์แก้ไขที่ผ่านการตรวจสอบมาแล้วอย่างเข้มงวด และแชร์วิธีการแก้ไขเหล่านั้นกลับคืนสู่ชุมชนโอเพนซอร์สในวงกว้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริการนี้จะเปิดให้ใช้งานในรูปแบบของการสมัครสมาชิกเชิงพาณิชย์ (Commercial subscriptions) โดยถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นคือ การที่แฮกเกอร์ใช้โมเดล AI อัจฉริยะในการสแกนหาและโจมตีช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากในยุคปัจจุบัน</span></p>
<h3><b>การเดิมพันเชิงกลยุทธ์มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำข่าวการลงทุนทั้งสองส่วนมารวมกัน นี่คือ บิ๊กมูฟมูลค่ารวมกว่า </span><b>15,000 ล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ IBM วางหน้าตักเดิมพันกับอนาคต ถือเป็นการผลักดันเทคโนโลยีครั้งมโหฬารที่ครอบคลุมทั้งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับควอนตัม และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งยุค AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">IBM ได้ย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนมาตลอดว่า พวกเขาคาดหวังที่จะได้เห็นระบบควอนตัมสเกลใหญ่ที่ไร้ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายทศวรรษนี้ และไทม์ไลน์ของการลงทุนทั้งหมดก็ถูกเซ็ตมาให้สอดคล้องกับโรดแมปนั้นอย่างพอดิบพอดี โดยมีองค์กรระดับโลกอย่าง Citigroup เข้ามาเป็นหนึ่งในพันธมิตรกลุ่มแรกที่ร่วมลุยใน Project Lightwell เรียบร้อยแล้ว</span></p>
<h3><b>เส้นขอบฟ้าแห่งโลกใหม่ โอกาสที่ซ่อนอยู่ในคลื่นความเปลี่ยนแปลง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ตรงหน้า คือ การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยทางเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของมวลมนุษยชาติ เทคโนโลยี Quantum Computing ไม่ใช่แค่นิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่มันกำลังถูกสร้างขึ้นจริงด้วยการผนึกกำลังระดับประเทศ และเมื่อมันสำเร็จ การประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เคยต้องใช้เวลานับหมื่นปี จะถูกย่อลงมาเหลือเพียงไม่กี่นาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน การก้าวขึ้นมาของ AI ก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่ทรงพลัง การที่ยักษ์ใหญ่มองเห็นถึงภัยคุกคามและรีบสร้างเกราะป้องกันอย่าง Project Lightwell ย่อมแปลว่ามูลค่าของข้อมูลและความปลอดภัยในโลกยุคหน้าจะมีราคาที่สูงลิบลิ่ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของโลก ไม่ว่าจะทำธุรกิจหรือมองหาโอกาสในการต่อยอดความมั่งคั่ง การทำความเข้าใจเมกะเทรนด์เหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่สร้างความได้เปรียบ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวของบริษัทๆ หนึ่ง แต่เป็นแผนที่นำทางชั้นดีที่บอกเราว่า ทรัพยากรและเม็ดเงินของโลกกำลังไหลไปรวมกันที่จุดไหน โลกยุคใหม่พร้อมต้อนรับคนที่เตรียมตัวมาดีเสมอ และนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเรียนรู้และก้าวไปพร้อมกับอนาคตที่กำลังก่อตัวขึ้น</span></p>
<p><b>ตารางสรุปแผนพลิกโลก IBM ทุ่ม 15,000 ล้านดอลลาร์ สร้างอนาคตควอนตัมและ AI</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>โปรเจกต์สำคัญ</b></td>
<td><b>เม็ดเงินลงทุน</b></td>
<td><b>เป้าหมายระดับโลก</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Quantum Computing</b></td>
<td><b>&gt; 10,000 ล้านดอลลาร์</b></td>
<td><b>สร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมไร้ข้อผิดพลาดเครื่องแรกของโลก (ภายในปี 2029)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Anderon (Quantum Foundry)</b></td>
<td><b>2,000 ล้านดอลลาร์ (ร่วมกับรัฐบาล)</b></td>
<td><b>สร้างโรงงานผลิตชิปเวเฟอร์ควอนตัม 300 มม. แห่งแรกของอเมริกา</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Project Lightwell</b></td>
<td><b>5,000 ล้านดอลลาร์</b></td>
<td><b>ระดมวิศวกร 20k คน + AI ขั้นสูง ปกป้องความปลอดภัยซอฟต์แวร์ Open-Source</b></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.tomshardware.com/tech-industry/quantum-computing/ibm-spins-off-americas-first-quantum-chip-foundry-with-2-billion-in-federal-and-private-funding" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.tomshardware.com/tech-industry/quantum-computing/ibm-spins-off-americas-first-quantum-chip-foundry-with-2-billion-in-federal-and-private-funding</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://thequantuminsider.com/2026/05/28/ibm-plans-10-billion-quantum-push-as-efforts-to-commercialize-quantum-intensifies/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://thequantuminsider.com/2026/05/28/ibm-plans-10-billion-quantum-push-as-efforts-to-commercialize-quantum-intensifies/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.gurufocus.com/news/8888164/project-lightwell-ibm-and-red-hats-5b-opensource-initiative-for-enterprises" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.gurufocus.com/news/8888164/project-lightwell-ibm-and-red-hats-5b-opensource-initiative-for-enterprises</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.morningstar.com/news/dow-jones/202605283480/ibm-red-hat-pledge-5-billion-for-ai-driven-open-source-security-initiative" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.morningstar.com/news/dow-jones/202605283480/ibm-red-hat-pledge-5-billion-for-ai-driven-open-source-security-initiative</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.freemalaysiatoday.com/category/business/2026/05/28/ibm-says-to-boost-open-source-security-with-us5bil-project" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.freemalaysiatoday.com/category/business/2026/05/28/ibm-says-to-boost-open-source-security-with-us5bil-project</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.channelnewsasia.com/business/ibm-commits-5-billion-secure-open-source-software-6147096" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.channelnewsasia.com/business/ibm-commits-5-billion-secure-open-source-software-6147096</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ibm-15-billion-investment-quantum-computing-ai/">เปิดแผนสะท้านโลก! IBM ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมโลกควอนตัมและ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/ibm-15-billion-investment-quantum-computing-ai/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</title>
		<link>https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 09:52:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[AI Agents]]></category>
		<category><![CDATA[AI Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum Computing]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนหุ้น AI]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ AI 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=301</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2026 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/">7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2026 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก AI </span><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> ขอนำเสนอบทความแปลและเรียบเรียงจากบทความ &#8220;What&#8217;s next in AI: 7 trends to watch in 2026&#8221; ของ Microsoft Source  </span></p>
<h2><b>7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-304 aligncenter" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1.webp" alt="7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft" width="1080" height="1350" title="7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1.webp 1080w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/7-เทรนด์-AI-ปี-2026-ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน-จาก-Microsoft-1-750x938.webp 750w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้รวบรวมมุมมองจากผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft 7 ท่าน ที่แชร์ทิศทางการพัฒนา AI ในปีหน้าที่จะส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ ไปจนถึง Quantum Computing</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเทรนด์เหล่านี้จะช่วยให้มองเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี หุ้นสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตอันใกล้</span></p>
<h3><b>AI กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ จากเครื่องมือสู่พันธมิตรตัวจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Aparna Chennapragada หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของ Microsoft กล่าวว่าปี 2026 จะเป็นยุคแห่ง &#8220;พันธมิตรระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์&#8221; หลังจากที่ผ่านมาหลายปีที่ AI ทำหน้าที่ตอบคำถามและแก้ปัญหาต่างๆ คลื่นลูกใหม่จะเป็นเรื่องของการร่วมมือกันอย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;อนาคตไม่ได้เกี่ยวกับการแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการขยายศักยภาพของมนุษย์&#8221; Chennapragada กล่าวตามรายงานของ Microsoft Source​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจ คือ AI Agents หรือ &#8220;ตัวแทน AI&#8221; กำลังจะกลายเป็น &#8220;เพื่อนร่วมงานดิจิทัล&#8221; ที่ช่วยให้บุคคลและทีมเล็กๆ ทำงานได้เหนือระดับ Chennapragada วาดภาพอนาคตที่ทีมงานเพียง 3 คนสามารถเปิดแคมเปญระดับโลกได้ภายในไม่กี่วัน โดยมี AI คอยช่วยประมวลผลข้อมูล สร้างคอนเทนต์ และปรับแต่งให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ในขณะที่มนุษย์ดูแลด้านกลยุทธ์และความคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Chennapragada คาดการณ์ว่าอองค์กรที่ออกแบบให้คนเรียนรู้และทำงานร่วมกับ AI จะได้ประโยชน์สูงสุด ช่วยให้ทีมงานรับมือกับงานที่ท้าทายมากขึ้นและส่งมอบผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น คำแนะนำของเธอสำหรับมืออาชีพคือ: อย่าแข่งขันกับ AI แต่จงเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับมัน &#8220;ปีหน้าเป็นของผู้ที่ยกระดับบทบาทของมนุษย์ ไม่ใช่กำจัดมนุษย์&#8221;​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับนักธุรกิจ : บริษัทที่พัฒนา AI Agents, แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน และเครื่องมือ AI สำหรับองค์กรขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ น่าจะเป็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในปี 2026</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 1 : AI Agents จะมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ AI Agents เริ่มแพร่หลายและมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตการทำงานประจำวัน จะกลายเป็นมากกว่าเครื่องมือ แต่เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทีมตัวจริง Vasu Jakkal รองประธานอาวุโสฝ่ายความปลอดภัยของ Microsoft กล่าวว่า เมื่อองค์กรต่างๆ เริ่มพึ่งพา AI Agents ในการช่วยงานและตัดสินใจ การสร้างความเชื่อมั่นในตัว Agents เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และทุกอย่างเริ่มต้นที่ &#8220;ความปลอดภัย&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทุก Agent ควรได้รับการป้องกันด้านความปลอดภัยในระดับเดียวกับมนุษย์ เพื่อให้มั่นใจว่า Agents จะไม่กลายเป็น &#8216;สายลับสองหน้า&#8217; ที่นำความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้เข้ามา&#8221; Jakkal กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่า แต่ละ Agent ต้องมี &#8220;ตัวตน&#8221; ที่ชัดเจน มีการจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและระบบต่างๆ มีการจัดการข้อมูลที่สร้างขึ้น และได้รับการป้องกันจากผู้โจมตีและภัยคุกคาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jakkal กล่าวว่า ระบบความปลอดภัยจะต้อง &#8220;ฝังอยู่ในตัว&#8221; ไม่ใช่เพิ่มเข้ามาทีหลัง นอกจากนี้ เมื่อผู้โจมตีใช้ AI ในรูปแบบใหม่ๆ ผู้ปกป้องก็จะใช้ Security Agents เพื่อตรวจจับภัยคุกคามและตอบสนองได้เร็วขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ความเชื่อมั่น คือ สกุลเงินของนวัตกรรม&#8221; Jakkal กล่าว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้องค์กรต่างๆ ทันกับความเสี่ยงใหม่ๆ ในขณะที่ AI กลายเป็นศูนย์กลางของการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทที่ทำงานด้าน Cybersecurity โดยเฉพาะที่มีโซลูชันสำหรับป้องกัน AI Agents และ Identity Management จะมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 2 : AI พร้อมลดช่องว่างด้านสุขภาพของโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI ในวงการสุขภาพกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ดร. Dominic King รองประธานฝ่ายสุขภาพของ Microsoft AI กล่าวว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราจะเห็นหลักฐานว่า AI กำลังก้าวข้ามขอบเขตเดิมที่เคยเก่งแค่การวินิจัยโรค ไปสู่พื้นที่ใหม่อย่างการคัดกรองอาการและการวางแผนการรักษา และที่สำคัญคือ ความก้าวหน้าจะเริ่มเคลื่อนจากห้องวิจัยสู่โลกแห่งความจริง ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการ AI แบบ Generative ที่พร้อมใช้สำหรับผู้บริโภคและผู้ป่วยนับล้านคน&#8221; King กล่าว​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญมากเพราะการเข้าถึงบริการสุขภาพเป็นวิกฤติระดับโลก องค์การอนามัยโลก (World Health Organization &#8211; WHO) คาดการณ์ว่าโลกจะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ถึง 11 ล้านคนภายในปี 2030 (ค.ศ.) ช่องว่างนี้ทำให้ประชากร 4.5 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">King ชี้ไปที่ความสำเร็จของ Microsoft AI&#8217;s Diagnostic Orchestrator (MAI-DxO) ที่แสดงให้เห็นในปี 2025 โดยสามารถแก้ปัญหาทางการแพทย์ที่ซับซ้อนได้แม่นยำ 85.5% ซึ่งสูงกว่าแพทย์ที่มีประสบการณ์มากถึง 4 เท่า (แพทย์เฉลี่ยทำได้แค่ 20%) ด้วย Copilot และ Bing ที่ตอบคำถามด้านสุขภาพมากกว่า 50 ล้านคำถามต่อวันอยู่แล้ว King มองว่าความก้าวหน้าของ AI จะช่วยให้ผู้คนมีอำนาจและควบคุมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของตัวเองได้มากขึ้น</span></p>
<p><b>The Signals </b><span style="font-weight: 400;">ขอเสริมข้อมูลว่า ประเทศไทยก็เผชิญปัญหาคล้ายกัน ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยมีแพทย์เพียง 0.9 คนต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน WHO ที่แนะนำ 1 คนต่อ 1,000 คน การนำ AI มาช่วยในการคัดกรองโรคเบื้องต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับระบบสาธารณสุขไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับหุ้นกลุ่ม Healthcare Technology (HealthTech) โดยเฉพาะที่พัฒนา AI สำหรับการวินิจัยโรค, Telemedicine และ Digital Health Platform จะเป็นหุ้นที่น่าสนใจ</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 3 : AI จะกลายเป็นศูนย์กลางของกระบวนการวิจัย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">AI กำลังเร่งความเร็วในการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในสาขาต่างๆ เช่น การสร้างแบบจำลองภูมิอากาศ พลวัตของโมเลกุล และการออกแบบวัสดุใหม่ Peter Lee ประธาน Microsoft Research กล่าวว่า ความก้าวกระโดดครั้งต่อไปกำลังจะมาถึงในปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;AI จะไม่ได้แค่สรุปงานวิจัย ตอบคำถาม หรือเขียนรายงานอีกต่อไป แต่จะเข้าร่วมกระบวนการค้นพบอย่างแท้จริงในสาขาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา&#8221; Lee กล่าว​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;AI จะสร้างสมมติฐาน ใช้เครื่องมือและแอปพลิเคชันที่ควบคุมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานทั้งที่เป็นมนุษย์และ AI&#8221; Lee อธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังสร้างโลกที่นักวิจัยทุกคนจะมี &#8220;ผู้ช่วยแล็บ AI&#8221; ที่สามารถแนะนำการทดลองใหม่ๆ และแม้กระทั่งดำเนินการบางส่วนของการทดลองได้ นั่นคือ ก้าวต่อไปตามตรรกะ Lee กล่าว โดยสร้างขึ้นจากแนวทางที่ AI ทำงานร่วมกับนักพัฒนาแบบ &#8220;pair programming&#8221; และใช้แอปพลิเคชันในการทำงานประจำวันอย่างการช็อปปิ้งและการจัดตารางงานอัตโนมัติในด้านอื่นๆ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือ การเปลี่ยนแปลงที่จะเร่งการวิจัยและเปลี่ยนวิธีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ Lee กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับนักธุรกิจ : บริษัทในกลุ่ม Biotechnology, Pharmaceutical และ Materials Science ที่นำ AI มาใช้ในกระบวนการ R&amp;D จะมีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วและถูกกว่าคู่แข่ง</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 4 : โครงสร้างพื้นฐาน AI จะฉลาดและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตของ AI ไม่ได้เกี่ยวกับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ขึ้นและมากขึ้นอีกต่อไป Mark Russinovich ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี รองหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยสารสนเทศ และ Technical Fellow ของ Microsoft Azure กล่าวว่า คลื่นลูกใหม่เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรการประมวลผลทุกหยดให้คุ้มค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจะบรรจุพลังการประมวลผลแบบหนาแน่นมากขึ้นผ่านเครือข่ายแบบกระจาย&#8221; Russinovich กล่าว ปีหน้าจะเห็นการเติบโตของระบบ AI ที่ยืดหยุ่นและทั่วโลก ซึ่งเป็น &#8220;ซูเปอร์แฟคทอรี่ AI&#8221; รุ่นใหม่ที่เชื่อมโยงกันซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;AI จะถูกวัดจากคุณภาพของความฉลาดที่สร้างขึ้น ไม่ใช่แค่ขนาดมหึมา&#8221; Russinovich กล่าว​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลองนึกภาพเหมือนศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศสำหรับงาน AI : พลังการประมวลผลจะถูกบรรจุแบบหนาแน่นและกระจายแบบไดนามิกเพื่อไม่ให้มีอะไรว่างเปล่า ถ้างานหนึ่งช้าลง งานอื่นก็เข้ามาแทนทันที เพื่อให้แน่ใจว่าทุกรอบการประมวลผลและทุกวัตต์ไฟฟ้าถูกนำไปใช้งาน การเปลี่ยนแปลงนี้จะแปลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ฉลาดกว่า ยั่งยืนกว่า และปรับตัวได้มากกว่า เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ในระดับโลก Russinovich กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพิ่มเติม Microsoft ได้เปิดตัว AI Superfactory แห่งแรกในสหรัฐอเมริกาโดยเชื่อมโยงดาต้าเซ็นเตอร์ในรัฐวิสคอนซินและจอร์เจียเข้าด้วยกัน ตามรายงานของ Microsoft เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ระบบนี้ใช้สถาปัตยกรรม &#8220;Infinite Scale&#8221; ที่สามารถจัดสรรทรัพยากรแบบเรียลไทม์ข้ามดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทที่ให้บริการ Cloud Infrastructure, Data Center และ AI-as-a-Service จะได้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้หุ้นกลุ่ม Semiconductor และ Network Equipment ที่รองรับ AI Workload ก็น่าสนใจ</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 5 : AI กำลังเรียนรู้ภาษาของโค้ด และบริบทเบื้องหลังมัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังระเบิดความเร็ว กิจกรรมบน GitHub บันทึกสถิติใหม่ในปี 2025 ทุกเดือนนักพัฒนารวม Pull Requests (การเสนอและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงโค้ด) จำนวน 43 ล้านรายการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า จำนวน Commits ที่ Push (การบันทึกการเปลี่ยนแปลง) ต่อปีกระโดดขึ้น 25% เป็น 1 พันล้านรายการ จังหวะการเติบโตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม เนื่องจาก AI กลายเป็นศูนย์กลางของวิธีการสร้างและปรับปรุงซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mario Rodriguez หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ GitHub กล่าวว่า ปริมาณงานมหาศาลนี่เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมปี 2026 จะนำมาซึ่ง &#8220;repository intelligence&#8221; หรือ &#8220;ความฉลาดในคลังเก็บโค้ด&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดง่ายๆ คือ AI ที่เข้าใจไม่ใช่แค่บรรทัดของโค้ด แต่เข้าใจความสัมพันธ์และประวัติเบื้องหลังมันด้วย​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยการวิเคราะห์รูปแบบในคลังเก็บโค้ด (repository) ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ทีมเก็บและจัดระบบทุกอย่างที่สร้างขึ้น AI สามารถเข้าใจว่าอะไรเปลี่ยนแปลง ทำไมเปลี่ยน และส่วนต่างๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร บริบทนี้ช่วยให้ AI เสนอคำแนะนำที่ฉลาดขึ้น จับข้อผิดพลาดได้เร็วกว่า และแม้กระทั่งแก้ไขปัญหาทั่วไปได้อัตโนมัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือซอฟต์แวร์คุณภาพสูงขึ้นที่ช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้เร็วขึ้น Rodriguez กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ชัดเจนว่าเรากำลังอยู่ที่จุดเปลี่ยน&#8221; Rodriguez กล่าว Repository Intelligence &#8220;จะกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันโดยการให้โครงสร้างและบริบทสำหรับ AI ที่ฉลาดและเชื่อถือได้มากขึ้น&#8221;​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบริษัทที่ให้บริการ DevOps, Code Repository, และ AI-powered Development Tools จะเติบโตตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทซอฟต์แวร์ทั่วไปที่นำ AI มาใช้ในการพัฒนาจะมีประสิทธิภาพและความเร็วที่สูงขึ้น</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 6 : ความก้าวกระโดดครั้งต่อไปของ Computing ใกล้เข้ามาแล้ว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Quantum Computing เคยรู้สึกเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน แต่นักวิจัยกำลังเข้าสู่ยุค &#8220;อีกไม่กี่ปีจะเป็นจริง ไม่ใช่อีกหลายสิบปี&#8221; ที่เครื่อง Quantum จะเริ่มแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์แบบคลาสสิกทำไม่ได้ Jason Zander รองประธานบริหารฝ่าย Microsoft Discovery and Quantum กล่าว ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่กำลังมาถึงนี้เรียกว่า &#8220;quantum advantage&#8221; ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาที่ท้าทายที่สุดของสังคม Zander กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่แตกต่างในตอนนี้ คือ การเติบโตของ &#8220;hybrid computing&#8221; ที่ Quantum ทำงานร่วมกับ AI และ Supercomputers AI หารูปแบบในข้อมูล Supercomputers รันการจำลองขนาดใหญ่ และ Quantum เพิ่มชั้นใหม่ที่จะขับเคลื่อนความแม่นยำที่สูงกว่ามากสำหรับการสร้างแบบจำลองโมเลกุลและวัสดุ Zander กล่าว ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นพร้อมกับความก้าวหน้าใน logical qubits ซึ่งเป็น quantum bits ทางกายภาพที่จัดกลุ่มเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดและประมวลผลได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญต่อความน่าเชื่อถือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Microsoft Majorana 1 เป็นการพัฒนาครั้งสำคัญสู่ระบบ Quantum ที่แข็งแกร่งกว่า Zander กล่าว มันคือชิป Quantum แรกที่สร้างโดยใช้ topological qubits ซึ่งเป็นการออกแบบที่ทำให้ qubits ที่เปราะบางมีความเสถียรและเชื่อถือได้มากขึ้นโดยธรรมชาติ มันยังเป็นโซลูชัน Quantum เพียงตัวเดียวที่ออกแบบมาเพื่อจับและแก้ไขข้อผิดพลาดได้ สถาปัตยกรรมนี้เปิดทางสู่เครื่องที่มี qubits นับล้านบนชิปเดียว ให้พลังการประมวลผลที่จำเป็นสำหรับปัญหาทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;Quantum advantage จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าในวัสดุ การแพทย์ และอื่นๆ อีกมาก&#8221; Zander กล่าว &#8220;อนาคตของ AI และวิทยาศาสตร์จะไม่ได้แค่เร็วขึ้น แต่จะถูกนิยามใหม่อย่างสิ้นเชิง&#8221;​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพิ่มเติม Microsoft ประกาศเปิดตัว Majorana 1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตามรายงานของ Microsoft ชิปนี้ใช้เทคโนโลยี topological qubits ที่มีอัตราข้อผิดพลาดต่ำกว่าเทคโนโลยี qubit แบบอื่นมาก ทำให้สามารถสเกลขึ้นได้มากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นแม้ว่า Quantum Computing จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่นักลงทุนระยะยาวอาจพิจารณาบริษัทที่ลงทุนวิจัย Quantum เช่น IBM, Google (Alphabet), Microsoft, และบริษัท pure-play อย่าง IonQ หรือ Rigetti นอกจากนี้บริษัทในกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จาก Quantum เช่น Pharmaceutical, Materials Science และ Cryptography ก็น่าติดตาม</span></p>
<h3><b>เทรนด์ที่ 7 : ปี 2026 คือ ปีแห่งการทำงานร่วมกันระหว่าง AI กับมนุษย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากทั้ง 7 เทรนด์ที่ผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft แชร์ มีด้ายเงินที่ทอดผ่านทั้งหมด: AI จะไม่มาแทนที่มนุษย์ แต่จะทำงานร่วมกับมนุษย์เพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะทำคนเดียวได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็น AI Agents ที่กลายเป็นเพื่อนร่วมงาน, AI ที่ช่วยลดช่องว่างด้านสุขภาพ, AI ผู้ช่วยวิจัยในห้องแล็บ, โครงสร้างพื้นฐานที่ฉลาดขึ้น, AI ที่เข้าใจบริบทของโค้ด หรือ Quantum Computing ที่ทำงานร่วมกับ AI &#8211; ทุกเทรนด์ชี้ไปที่อนาคตที่มนุษย์และเทคโนโลยีเสริมพลังซึ่งกันและกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2026 จะเป็นปีที่ต้องจับตาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าของบริษัทต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<h3><b>สรุปในมุมมองของ The Signals</b></h3>
<p><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> มองว่า AI กำลังเข้าสู่ &#8220;ยุคที่ 2&#8221; ที่เน้นการใช้งานจริงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ มากกว่าแค่การทดลองและพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนจาก &#8220;AI Hype&#8221; สู่ &#8220;AI Value&#8221; : บริษัทที่สามารถแสดงผลลัพธ์ชัดเจนจากการใช้ AI (เช่น Microsoft ที่แสดงว่า AI วินิจัยโรคได้แม่นยำ 85.5%) จะได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่าบริษัทที่แค่พูดถึง AI</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญของ Infrastructure : โครงสร้างพื้นฐานอย่าง Cloud, Data Center และ Network จะเป็นรากฐานของการเติบโตของ AI ดังนั้นหุ้นกลุ่มนี้จึงมีพื้นฐานการเติบโตที่แข็งแกร่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">Quantum Computing ยังเร็วเกินไป? : แม้ Quantum จะน่าตื่นเต้น แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปอาจยังเร็วเกินไปที่จะลงทุนโดยตรง ควรติดตามพัฒนาการและรอจนมีผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนมากขึ้น</span></li>
</ol>
<p><b>สำหรับภาคเอกชน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการทำงานร่วมกันระหว่าง AI และมนุษย์ จากรายงานของ Microsoft ผ่านผู้บริหาร 7 ท่าน เราได้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนขึ้นว่า AI จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในชีวิตการทำงาน การรักษาพยาบาล การวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าใจเทรนด์เหล่านี้จะช่วยให้สามารถระบุโอกาสการลงทุนในภาคส่วนต่างๆ ที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนา AI, บริษัทที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ, หรือบริษัทที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายเหตุ: ความเห็นข้างต้นเป็นมุมมองของ The Signals เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<p><a href="https://news.microsoft.com/source/features/ai/whats-next-in-ai-7-trends-to-watch-in-2026/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://news.microsoft.com/source/features/ai/whats-next-in-ai-7-trends-to-watch-in-2026/</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/">7 เทรนด์ AI ปี 2026 ที่จะเปลี่ยนโลกการลงทุน จาก Microsoft</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/7-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-ai-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2026-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
