<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TSMC &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/tsmc/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Jul 2026 07:29:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>TSMC &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชำแหละงบ TSMC ไตรมาส 2 ทุบสถิติ! ดีมานด์ชิป AI ดันรายได้พุ่ง 36% </title>
		<link>https://www.thesignals.net/tsmc-q2-revenue-record-ai-chip-demand/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/tsmc-q2-revenue-record-ai-chip-demand/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2026 06:51:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[TSMC]]></category>
		<category><![CDATA[งบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ชิป AI]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้ไตรมาส2]]></category>
		<category><![CDATA[เซมิคอนดักเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=6152</guid>

					<description><![CDATA[<p>คลื่นการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์กำลังส่งแรงกระเพื่อมจากโลกข [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/tsmc-q2-revenue-record-ai-chip-demand/">ชำแหละงบ TSMC ไตรมาส 2 ทุบสถิติ! ดีมานด์ชิป AI ดันรายได้พุ่ง 36% </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คลื่นการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์กำลังส่งแรงกระเพื่อมจากโลกของซอฟต์แวร์ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูล ระบบประมวลผล ไปจนถึงชิปขั้นสูงที่ทำหน้าที่เป็นขุมพลังเบื้องหลังโมเดล AI ระดับโลก และตัวเลขล่าสุดจาก<strong> Taiwan Semiconductor Manufacturing Company</strong> หรือ <strong>TSMC </strong>กำลังสะท้อนว่า ความต้องการดังกล่าวยังคงขยายตัวในระดับสูง<br></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ชำแหละงบ TSMC ไตรมาส 2 ทุบสถิติ! ดีมานด์ชิป AI ดันรายได้พุ่ง 36%&nbsp;</strong></h2>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="6199" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-7-819x1024.jpg" alt="ชำแหละงบ TSMC ไตรมาส 2 ทุบสถิติ! ดีมานด์ชิป AI ดันรายได้พุ่ง 36% " class="wp-image-6199" title="ชำแหละงบ TSMC ไตรมาส 2 ทุบสถิติ! ดีมานด์ชิป AI ดันรายได้พุ่ง 36% " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-7-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-7-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-7-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-7-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-7-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div></figure>



<p>TSMC รายงานรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 1.27 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือ 39.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของตลาดเล็กน้อย โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการชิปประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI และศูนย์ข้อมูลทั่วโลก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รายได้เดือนมิถุนายน บทสรุปของไตรมาสที่แข็งแกร่ง</strong></h3>



<p>รายได้รวมของ TSMC ในช่วงเดือนมิถุนายนพุ่งไปแตะระดับ 4.4268 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$) ซึ่งคิดเป็นการเติบโตถึง 67.9% แบบปีต่อปี และยังเพิ่มขึ้น 6.2% จากเดือนพฤษภาคม ทางบริษัทได้เปิดเผยออกมาล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมในวันที่ 10 กรกฎาคมเล็กน้อย เนื่องจากไต้หวันมีการประกาศวันหยุดฉุกเฉินจากเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่น</p>



<p>เมื่อนำตัวเลขของเดือนมิถุนายนมารวมกัน ส่งผลให้รายได้รวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ของ TSMC ทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 2.40448 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$) ทำให้ยอดรวมของไตรมาสนี้สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทเคยประเมินไว้เมื่อเดือนเมษายนเล็กน้อย ซึ่งอยู่ในกรอบ 3.9 หมื่นล้าน ถึง 4.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาได้ตอกย้ำให้เห็นถึงจุดยืนของ TSMC ที่ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ระดับโลก ผู้ผลิตชิปรายนี้ ซึ่งรับหน้าที่ผลิตหน่วยประมวลผลให้กับทั้ง Nvidia และบริษัทออกแบบชิปชั้นนำรายอื่นๆ ผลงานดังกล่าวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ซึ่ง TSMC มีกำไรสุทธิเติบโต 58.3% และนับเป็นอีกไตรมาสที่บริษัทสร้างการเติบโตในระดับสูงจากความต้องการชิป AI</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดีมานด์ AI ยังแข็งแกร่ง ขณะที่กำลังการผลิตขั้นสูงตึงตัวต่อเนื่อง</strong></h3>



<p>ผลงานเด่นของ TSMC ในครั้งนี้ เป็นภาพที่ต่อเนื่องมาจากช่วงไตรมาสแรก ซึ่งบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 5.7248 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$) หรือคิดเป็นการเติบโตระดับ 58% แบบปีต่อปี จากรายได้รวมประมาณ 3.59 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลานั้น ซีอีโออย่าง C.C. Wei ได้ออกมาระบุว่า ความต้องการในกลุ่ม AI ยังคง &#8220;แข็งแกร่งอย่างยิ่ง&#8221; และทางบริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ตลอดทั้งปี 2026 ขึ้นไปอยู่ในระดับมากกว่า 30% เมื่อคำนวณด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จากหลายแห่งเคยประเมินตัวเลขไว้ในบทความพรีวิวของ Forbes ก่อนการประกาศผลอย่างเป็นทางการว่า รายได้ในไตรมาสที่ 2 ของบริษัทน่าจะขยับเข้าใกล้ระดับ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการเติบโตราว 32% แบบปีต่อปี แต่ในท้ายที่สุด การเติบโตระดับ 36% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้</p>



<p>โดยสราวาน คุนโดจจาลา นักวิเคราะห์จาก SemiAnalysis ให้ความเห็นว่า ตัวเลขรายได้ล่าสุดของ TSMC ถือว่า “ค่อนข้างแข็งแกร่ง” โดยรายได้ในไตรมาส 2 ขยับเข้าใกล้กรอบบนของประมาณการบริษัทที่ 40.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนแรงส่งของความต้องการชิปประสิทธิภาพสูงที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งผลงานดังกล่าวมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รายได้เดือนมิถุนายนของ TSMC มักปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ในปีนี้กลับขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนภาวะอุปสงค์และอุปทานในอุตสาหกรรม AI ที่ยังคงตึงตัว</p>



<p>“สถานการณ์ด้านอุปสงค์และอุปทานในอุตสาหกรรม AI ยังคงค่อนข้างตึงตัว ขณะที่กำลังการผลิตชิปเทคโนโลยี 3 นาโนเมตร หรือ N3 ของ TSMC ถูกจองเต็มแล้ว เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ผู้ผลิต GPU และ CPU สำหรับ AI ชั้นนำต่างต้องการใช้งานในปีนี้” คุนโดจจาลากล่าว</p>



<p>TSMC ถือเป็นบริษัทรับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตเซมิคอนดักเตอร์สำหรับการใช้งานหลากหลายประเภท ตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึงระบบประมวลผล AI สมรรถนะสูง ลูกค้ารายสำคัญของบริษัทประกอบด้วยบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น Nvidia, Apple และ Advanced Micro Devices หรือ AMD คุนโดจจาลาประเมินเพิ่มเติมว่า “ในปี 2026 TSMC มีแนวโน้มสร้างรายได้จากชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI มากกว่า 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 25% ของรายได้รวมทั้งหมด”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จับตางบการเงินฉบับเต็มและทิศทางอนาคต</strong></h3>



<p>รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ฉบับเต็มของ TSMC ซึ่งจะครอบคลุมถึงรายละเอียดของกำไรสุทธิและอัตรากำไร (Margin) มีกำหนดการเปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมนี้ โดยจะมีการจัด Conference Call ในเวลา 14:00 น. ตามเวลาไทเป นักลงทุนและผู้ติดตามเทรนด์เทคโนโลยีต่างจับตาดูการอัปเดตแผนการลงทุน (Capital Expenditure) อย่างใกล้ชิด รวมถึงความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนมุมมองภาพรวมตลอดทั้งปีของบริษัท ในจังหวะที่ TSMC กำลังเร่งขยายกำลังการผลิตขั้นสูง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscale Cloud Providers) ซึ่งกำลังเดินหน้าสร้างศูนย์ข้อมูล AI อย่างเต็มกำลัง</p>



<p>ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ TSMC ได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นเกือบ 40% ตลอดช่วงไตรมาสระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong></h3>



<p>รายได้ไตรมาส 2 ที่ทำสถิติใหม่ของ TSMC ไม่ได้สะท้อนเพียงความแข็งแกร่งของบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ยังเป็นสัญญาณว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเดินหน้าต่อ และกำลังเปลี่ยนความต้องการด้านการประมวลผลให้กลายเป็นรายได้จริงตลอดห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์</p>



<p>อย่างไรก็ตาม รายได้ 39.62 พันล้านดอลลาร์ยังอยู่ภายในกรอบคาดการณ์ของบริษัท ขณะที่ข้อมูลกำไรและอัตรากำไรไตรมาส 2 ยังไม่ได้รับการเปิดเผย ดังนั้น ตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามในการประกาศงบฉบับเต็มคือแนวโน้มกำลังการผลิตขั้นสูง การลงทุน CapEx อัตรากำไร และการปรับประมาณการรายได้ทั้งปี เพราะปัจจัยเหล่านี้จะช่วยตอบคำถามว่าแรงส่งจาก AI กำลังสร้างวัฏจักรการเติบโตระยะยาว หรือเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและต้นทุนมากเพียงใด</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตารางสรุป : ตัวเลขเด่น TSMC ไตรมาส 2 ยุคทองแห่งขุมพลังชิป AI</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>หัวข้อสำคัญ</strong></td><td><strong>ข้อมูลอัปเดตล่าสุด</strong></td></tr><tr><td><strong>รายได้ไตรมาส 2 (เทียบปีก่อน)</strong></td><td>เติบโตขึ้น 36% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้</td></tr><tr><td><strong>รายได้รวมเดือนมิถุนายน</strong></td><td>4.4268 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน (โต 67.9% YoY)</td></tr><tr><td><strong>รายได้รวมครึ่งแรกปี 2026</strong></td><td>ทะยานแตะ 2.404 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน</td></tr><tr><td><strong>ตัวขับเคลื่อนหลัก</strong></td><td>ดีมานด์ชิป AI จากกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่</td></tr><tr><td><strong>ความเคลื่อนไหวของมูลค่าหุ้น</strong></td><td>ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 40% (เมษายน &#8211; มิถุนายน)</td></tr></tbody></table></figure>



<p>บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนม</p>



<p>อ้างอิงจาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.reuters.com/world/asia-pacific/tsmc-set-post-50-quarterly-profit-jump-extend-record-earnings-on-insatiable-ai-2026-04-16/" target="_blank" rel="noopener">https://www.reuters.com/world/asia-pacific/tsmc-set-post-50-quarterly-profit-jump-extend-record-earnings-on-insatiable-ai-2026-04-16/</a></li>



<li><a href="https://www.cnbc.com/2026/07/13/tsmc-june-revenue-rises-percent-ahead-second-quarter.html" target="_blank" rel="noopener">https://www.cnbc.com/2026/07/13/tsmc-june-revenue-rises-percent-ahead-second-quarter.html</a></li>



<li><a href="https://www.reuters.com/world/asia-pacific/tsmc-q2-revenue-jumps-36-year-earlier-beating-market-expectations-2026-07-13/" target="_blank" rel="noopener">https://www.reuters.com/world/asia-pacific/tsmc-q2-revenue-jumps-36-year-earlier-beating-market-expectations-2026-07-13/</a></li>



<li><a href="https://investor.tsmc.com/english/financial-calendar" target="_blank" rel="noopener">https://investor.tsmc.com/english/financial-calendar</a></li>



<li><a href="https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/tsmc-q2-earnings-preview-why-190000466.html" target="_blank" rel="noopener">https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/tsmc-q2-earnings-preview-why-190000466.html</a></li>
</ul>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/tsmc-q2-revenue-record-ai-chip-demand/">ชำแหละงบ TSMC ไตรมาส 2 ทุบสถิติ! ดีมานด์ชิป AI ดันรายได้พุ่ง 36% </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/tsmc-q2-revenue-record-ai-chip-demand/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TSMC ทะยานนิวไฮ! เปิดเบื้องหลังชิป AI เมื่อโลก AI ขาดพวกเขาไม่ได้</title>
		<link>https://www.thesignals.net/tsmc-stock-new-high-ai-chip-demand-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/tsmc-stock-new-high-ai-chip-demand-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 08:04:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Nvidia]]></category>
		<category><![CDATA[SK Hynix]]></category>
		<category><![CDATA[TSMC]]></category>
		<category><![CDATA[ชิป AI]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน AI]]></category>
		<category><![CDATA[เซมิคอนดักเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4222</guid>

					<description><![CDATA[<p>หุ้นของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/tsmc-stock-new-high-ai-chip-demand-2026/">TSMC ทะยานนิวไฮ! เปิดเบื้องหลังชิป AI เมื่อโลก AI ขาดพวกเขาไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หุ้นของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จนสามารถพุ่งทะลุทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์ได้สำเร็จ ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการหลอมรวมของหลายปัจจัยที่เข้ามาตอกย้ำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและจุดยืนที่ไม่มีใครโค่นได้ของ TSMC ในฐานะผู้กุมบังเหียนห่วงโซ่อุปทานแห่งโลก AI อย่างแท้จริง</span></p>
<h2><strong>TSMC ทะยานนิวไฮ! เปิดเบื้องหลังชิป AI เมื่อโลก AI ขาดพวกเขาไม่ได้</strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงกระเพื่อมสำคัญระลอกแรกมาจากข่าววงในที่ระบุว่า เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอคนสำคัญของ Nvidia มีแผนเตรียมกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรหลักอย่าง TSMC และ SK Hynix ภายในงานอีเวนต์ใหญ่ที่กำลังจะจัดขึ้นที่กรุงไทเป ยิ่งไปกว่านั้น กระแสข่าวเกี่ยวกับการเตรียมปรับขึ้นราคาชิปประมวลผลขั้นสูงอย่างก้าวกระโดด ยังกลายเป็นตัวจุดพลุดึงดูดความสนใจและสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่านักลงทุนได้อย่างมหาศาล</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4248" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_1-3-819x1024.jpg" alt="TSMC ทะยานนิวไฮ! เปิดเบื้องหลังชิป AI เมื่อโลก AI ขาดพวกเขาไม่ได้" width="819" height="1024" title="TSMC ทะยานนิวไฮ! เปิดเบื้องหลังชิป AI เมื่อโลก AI ขาดพวกเขาไม่ได้" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_1-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_1-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_1-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_1-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_1-3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>การก่อตัวของ &#8220;สามเหลี่ยมแห่ง AI&#8221; ณ กรุงไทเป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้าน ชเว แท-วอน (Chey Tae-won) ประธานกลุ่ม SK Group ก็เตรียมจัดทริปเดินทางมายังไต้หวันในสัปดาห์หน้า เพื่อพบปะหารือกับคุณหวงในงาน GTC Taipei ซึ่งกำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ และจะลากยาวไปจนถึงงานนวัตกรรมอย่าง Computex 2026 ข้อมูลจากสื่อชั้นนำของเกาหลีใต้อย่าง Maeil Business Newspaper ระบุว่า การโคจรมาพบกันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 แล้วในรอบ 7 เดือนที่ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองค่ายได้มานั่งถกประเด็นสำคัญ โดยเดินทางข้ามทวีปไปทั้งในเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมต่างจับตามองและนิยามการรวมตัวครั้งนี้ว่า เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ตอกย้ำภาพ </span><b>&#8220;สามเหลี่ยมเซมิคอนดักเตอร์แห่ง AI&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ให้ชัดเจนเหนือสิ่งอื่นใด นี่คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายตั้งแต่นวัตกรรมหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ของค่าย SK Hynix ไปจนถึงขุมพลังชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) จาก Nvidia และระบบโรงงานรับผลิตชิป (Foundry) ของ TSMC ซึ่งทั้งสามฟันเฟืองนี้ล้วนผูกพันกันอย่างแยกไม่ออกในห่วงโซ่การผลิตชิป AI ของโลก ปัจจุบัน SK Hynix จำเป็นต้องพึ่งพากระบวนการผลิตของ TSMC ในการสร้างแผ่นดายพื้นฐาน (Base Dies) สำหรับหน่วยความจำความเร็วสูง ในขณะที่ชิปประมวลผล AI ตัวท็อปของ Nvidia ก็ล้วนแต่ถูกผลิตขึ้นจากเตาของ TSMC ทั้งสิ้น โดยในทริปไทเปครั้งนี้ โน-จอง ควัก (Noh-Jung Kwak) ประธานของ SK Hynix พร้อมด้วยทีมผู้บริหารระดับสูงก็จะเดินทางร่วมกับประธานชเวด้วยเช่นกัน</span></p>
<h3><b>ขึ้นราคาแบบก้าวกระโดด สะท้อนดีมานด์ AI ที่ร้อนระอุ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอีกซีกหนึ่งของความเคลื่อนไหว มีรายงานว่า TSMC กำลังเตรียมความพร้อมที่จะขยับเพดานราคาสำหรับกระบวนการผลิตชิปล้ำยุคขนาด 3 นาโนเมตร (3nm) ขึ้นไปอีกสูงสุดถึง 15% ภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และมีโอกาสเปิดช่องปรับเพิ่มขึ้นอีกราว 5% &#8211; 10% ในช่วงปี 2027 อ้างอิงจากข้อมูลเชิงลึกของสถาบันวิจัย TrendForce ที่อ้างอิงแหล่งข่าวจากสื่อไต้หวัน Commercial Times การตัดสินใจเคาะราคาเพิ่มในครั้งนี้ถือเป็นรอบที่สองของปี ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนหลักก็หนีไม่พ้นความต้องการที่พุ่งสูงปรี๊ดจากกลุ่มลูกค้ายักษ์ใหญ่ในตลาดชิป AI ไม่ว่าจะเป็น Nvidia, Google รวมไปถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกอย่าง Amazon Web Services</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเรามาเจาะลึกกันถึงเรื่องต้นทุนในปัจจุบัน การผลิตแผ่นเวเฟอร์ขนาด 300 มิลลิเมตร ด้วยเทคโนโลยี 3nm นั้นจะมีราคาประเมินตกอยู่ที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อแผ่น โดยกำลังการผลิตชิป 3nm ของ TSMC สามารถเร่งเครื่องทะลุระดับ 150,000 แผ่นต่อเดือนไปได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา และยังคงเดินหน้าตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตให้เกินขีดจำกัดที่ 200,000 แผ่นภายในช่วงสิ้นปี 2026 นี้</span></p>
<h3><b>อัดฉีดโบนัสพนักงาน และโมเมนตัมตลาดที่ฉุดไม่อยู่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา TSMC ยังได้จัดการกับปัญหาภายในอย่างรวดเร็วเพื่อสยบความกังวลและรักษาขวัญกำลังใจของคนในองค์กร โดย ซี.ซี. เว่ย (C.C. Wei) ซีอีโอของบริษัท ได้ออกมายืนยันกับทีมงานด้วยตัวเองว่า พนักงานที่ประจำการอยู่ในไต้หวันเตรียมรับข่าวดี เพราะเม็ดเงินส่วนแบ่งกำไร (Profit-sharing) เฉลี่ยในปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตามรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg การออกมาการันตีถึงข่าวลือที่พนักงานต่างแอบกังวลกันว่าโบนัสอาจจะลดลง ซึ่งเมื่อย้อนไปดูตัวเลขกองทุนส่วนแบ่งกำไรของบริษัทในปี 2025 จะพบว่า เคยทำสถิติพุ่งไปแตะระดับเกือบ 103,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$103 billion) หรือกระโดดเติบโตขึ้นถึง 46.6% จากปีก่อนหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โมเมนตัมขาขึ้นที่รุนแรงของหุ้น TSMC ไม่เพียงแต่ผลักดันให้ตัวบริษัทเติบโตอย่างมหาศาล แต่ยังเป็นหัวหอกสำคัญที่ดันมูลค่าตลาดรวม (Market Capitalization) ของตลาดหุ้นไต้หวันให้สามารถเบียดแซงตลาดหุ้นอินเดียไปได้อย่างสวยงามเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลให้ไต้หวันผงาดขึ้นรั้งตำแหน่งตลาดหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยมูลค่าเม็ดเงินรวมสูงถึง 4.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></p>
<h3><b>บทสรุปแห่งอนาคต&#8230; คลื่นลูกใหม่ที่พร้อมพลิกโฉมโลกที่เราต้องตามให้ทัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากภาพรวมทั้งหมดที่เราเห็น ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความจริงที่ว่า โลกของเทคโนโลยีไม่ได้กำลังเดินหน้า แต่กำลังติดปีกบิน การที่บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับชิปที่ดีที่สุด เป็นสัญญาณชัดเจนว่าสมรภูมิ AI ในอนาคตจะดุเดือดขึ้นอีกหลายเท่าตัว ต้นทุนที่สูงขึ้นจะสร้างกำแพงขนาดใหญ่ที่ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่เจาะตลาดได้ยากขึ้น ในขณะเดียวกัน พันธมิตรอย่าง TSMC, Nvidia และ SK Hynix จะยิ่งกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของระบบดิจิทัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไร้คนขับ ระบบคลาวด์อัจฉริยะ หรือแม้แต่การแพทย์แม่นยำ</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป 4 ปรากฏการณ์ TSMC ผงาดคุมเกมชิป AI โลก</b></h3>
<table class=" aligncenter" style="height: 219px;" width="742">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นความเคลื่อนไหว</b></td>
<td><b>รายละเอียดและผลกระทบที่ตามมา</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>1. สามเหลี่ยมแห่ง AI</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การผนึกกำลังกันของ TSMC (ผู้ผลิต), Nvidia (ผู้ออกแบบ) และ SK Hynix (ผู้สร้างหน่วยความจำ)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>2. ดีมานด์ทะลัก ราคาพุ่ง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เตรียมขยับราคาชิป 3nm ขึ้นสูงสุด 15% ในปี 2026 ตามความต้องการของลูกค้ายักษ์ใหญ่ไอที</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>3. อัดฉีดโบนัสพนักงาน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เตรียมแจกส่วนแบ่งกำไรให้พนักงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นกว่า 30% สยบทุกข่าวลือด้านลบ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>4. ดันไต้หวันขึ้นแท่นโลก</b></td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">มูลค่าบริษัทพุ่งแรงจนดันตลาดหุ้นไต้หวันแซงหน้าอินเดีย ขึ้นเป็นเบอร์ 5 ของโลกสำเร็จ</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: revert; color: initial;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.mk.co.kr/en/business/12059331" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.mk.co.kr/en/business/12059331</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.tradingkey.com/analysis/stocks/us-stocks/261930703-tsmc-tsm-3nm-pricing-power-ai-demand-capacity-shortage-gross-margin-nvidia-analyst-upgrades-risk-tradingkey" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.tradingkey.com/analysis/stocks/us-stocks/261930703-tsmc-tsm-3nm-pricing-power-ai-demand-capacity-shortage-gross-margin-nvidia-analyst-upgrades-risk-tradingkey</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.eetimes.com/tsmc-price-hikes-end-the-era-of-cheap-transistors/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.eetimes.com/tsmc-price-hikes-end-the-era-of-cheap-transistors/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-27/tsmc-s-ceo-pledges-30-plus-incentive-bump-while-ai-profits-soar?embedded-checkout=true" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-27/tsmc-s-ceo-pledges-30-plus-incentive-bump-while-ai-profits-soar?embedded-checkout=true</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://intellectia.ai/news/stock/nvidia-ceo-to-strengthen-ai-semiconductor-alliance-with-sk-hynix-and-tsmc" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://intellectia.ai/news/stock/nvidia-ceo-to-strengthen-ai-semiconductor-alliance-with-sk-hynix-and-tsmc</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/tsmc-stock-new-high-ai-chip-demand-2026/">TSMC ทะยานนิวไฮ! เปิดเบื้องหลังชิป AI เมื่อโลก AI ขาดพวกเขาไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/tsmc-stock-new-high-ai-chip-demand-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมซีอีโอ Nvidia ถึงต้องบินไปบีบ TSMC ทุกเดือน กำลังเกิดวิกฤตชิป AI ? </title>
		<link>https://www.thesignals.net/nvidia-ceo-jensen-huang-tsmc-ai-chip-crisis/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/nvidia-ceo-jensen-huang-tsmc-ai-chip-crisis/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 11:54:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[Nvidia]]></category>
		<category><![CDATA[TSMC]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตชิป]]></category>
		<category><![CDATA[ชิปขาดแคลน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตชิป AI]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม AI]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเซ่น หวง]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน AI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4043</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ว่าในช่วงที่ผ่านมา เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/nvidia-ceo-jensen-huang-tsmc-ai-chip-crisis/">ทำไมซีอีโอ Nvidia ถึงต้องบินไปบีบ TSMC ทุกเดือน กำลังเกิดวิกฤตชิป AI ? </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">รู้หรือไม่ว่าในช่วงที่ผ่านมา เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) หัวเรือใหญ่แห่งค่ายเขียว Nvidia ต้องตีตั๋วบินไปไต้หวันแทบจะทุกเดือน เป้าหมายหลักไม่ใช่การไปพักผ่อน แต่เป็นการเดินหน้าเจรจากับพันธมิตรคนสำคัญอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) เพื่อขอเพิ่มกำลังการผลิตชิป GPU ให้มากขึ้น ข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผยจากรายงานของ Benzinga ที่อ้างอิงแหล่งข่าววงในอย่าง Parekh เพื่อนร่วมงานของ Colette Kress ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ซึ่งยืนยันชัดเจนว่าซีอีโอคนเก่งกำลัง &#8220;บินไปไต้หวันแทบจะทุกเดือน&#8221; เพื่อทวงถามและขอโควต้าชิปเพิ่มเติม</span></p>
<h2><b>ทำไมซีอีโอ Nvidia ถึงต้องบินไปบีบ TSMC ทุกเดือน กำลังเกิดวิกฤตชิป AI ? </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองนี้ถูกเปิดเผยออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเดินทางมาถึงกรุงไทเปของเจนเซ่น หวงในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฉากงานมหกรรมไอทีระดับโลกอย่าง Computex 2026 ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ Nvidia เพิ่งจะประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2027 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุบสถิติใหม่และสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการ</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4074" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-5-819x1024.jpg" alt="ทำไมซีอีโอ Nvidia ถึงต้องบินไปบีบ TSMC ทุกเดือน กำลังเกิดวิกฤตชิป AI ? " width="819" height="1024" title="ทำไมซีอีโอ Nvidia ถึงต้องบินไปบีบ TSMC ทุกเดือน กำลังเกิดวิกฤตชิป AI ? " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-5-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-5-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-5-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-5-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-5-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>คอขวดระดับล้านล้านดอลลาร์ ปัญหาใหญ่ที่มาพร้อมความสำเร็จ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการแถลงผลประกอบการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เจนเซ่น หวง ได้ฉายภาพใหญ่ให้ผู้ติดตามข่าวสารและนักลงทุนเห็นว่า เม็ดเงินที่อัดฉีดเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) กำลังทะยานขึ้นไปแตะระดับ 3 ล้านล้าน ถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วงสิ้นทศวรรษนี้ ซึ่งก้าวกระโดดขึ้นอย่างมหาศาลจากระดับประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ตัวเลขคาดการณ์นี้ คือ เครื่องสะท้อนให้เห็นถึงสเกลความต้องการอันมหาศาลที่ Nvidia กำลังเผชิญหน้า และนั่นคือ คำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า ทำไมท่านซีอีโอถึงต้องแวะเวียนไปเคาะประตูหน้าโรงงานของ TSMC ซ้ำแล้วซ้ำเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเจาะลึกลงไปที่ตัวเลขผลประกอบการ Nvidia กวาดรายได้ไปสูงถึง 81.6 พันล้านดอลลาร์ สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดในวันที่ 26 เมษายน 2026 พุ่งทะยานขึ้นถึง 85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีฟันเฟืองสำคัญคือรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Data Center ที่ทำตัวเลขสูงปรี๊ดถึง 75.2 พันล้านดอลลาร์ แถมทางบริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายรายได้ในไตรมาสที่สองไว้สูงถึง 91 พันล้านดอลลาร์อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ ย่อมมี TSMC เป็นผู้รับบทบาทสำคัญในการผลิตชิป AI ขั้นสูงส่วนใหญ่ให้กับ Nvidia ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม ระหว่างการเยือนไต้หวัน หวงเคยลั่นวาจาไว้ว่า TSMC จำเป็นต้อง &#8220;ทำงานหนักมากๆ&#8221; เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด พร้อมระบุว่าแค่ลำพังออเดอร์จาก Nvidia เจ้าเดียว ก็อาจทำให้ทางโรงงานต้องเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีกมากกว่าสองเท่าตัวในช่วงสิบปีข้างหน้า ซึ่งทาง TSMC ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและตอบสนองด้วยการเร่งเดินหน้าสร้างโรงงานแห่งใหม่ๆ อย่างเต็มสูบ ทว่าในความเป็นจริง ซัพพลายในตลาดก็ยังคงตึงตัวอย่างหนักหน่วง</span></p>
<h3><b>ส่องภาพรวมรายได้ TSMC เมื่อเบอร์หนึ่งเปลี่ยนมือ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อ Nvidia ได้ก้าวขึ้นแซงหน้า Apple กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ TSMC อย่างเป็นทางการ หากอ้างอิงจากการประเมินของนักวิเคราะห์ คาดว่า Nvidia สร้างสัดส่วนรายได้ให้กับ TSMC มากถึง 19% ในปี 2025 ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 12% ในปี 2024 และเมื่อนำออเดอร์ของทั้ง Apple และ Nvidia มารวมกัน สองยักษ์ใหญ่นี้ก็ครองสัดส่วนรายได้หลักของทางโรงงานไปอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีการคาดการณ์ว่า Apple จะยังคงรักษาสัดส่วนรายได้ที่ 22% ถึง 25% ตามเป้าหมายของปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเดือนเมษายน TSMC ได้ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในปี 2026 ขึ้นเป็นมากกว่า 30% ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมั่นใจในทิศทางความต้องการชิป AI ที่ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้น การที่เจนเซ่น หวง ยังคงต้องบินไปเยือนไต้หวันประหนึ่งการแสวงบุญในทุกๆ เดือน ก็เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทาน (Supply-Demand Gap) ในสมรภูมินี้ยังห่างไกลจากคำว่าสมดุล</span></p>
<h3><b>ก้าวต่อไปในโลกของ AI เส้นทางที่ยังไร้ขีดจำกัด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เจนเซ่น หวง มักจะวาดภาพโอกาสทางธุรกิจนี้ให้กว้างไกลอยู่เสมอ โดยในเดือนมีนาคม Nvidia ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า โอกาสในการสร้างรายได้จากชิป AI ของพวกเขาอาจมีมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 บริษัทยังระบุถึงตัวเลขการใช้จ่ายเพื่อซื้อชิปของลูกค้าในระยะใกล้ที่มองเห็นได้ชัดเจนถึง 500 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ หวงยังคงย้ำเตือนอยู่บ่อยครั้งว่า การทุ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบประมวลผล AI ทั้งหมดนี้ เพิ่งจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในเวลานี้ที่ Nvidia กำลังปักหลักอยู่ที่กรุงไทเปสำหรับงาน Computex 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่หลายฝ่ายคาดหวังจะได้เห็นเจนเซ่น หวง ออกมากางแผนที่โรดแมป (Roadmap) สินค้าเจเนอเรชันถัดไป คำถามตัวโตๆ ที่ยังคงทิ้งไว้ให้วงการเทคโนโลยีต้องติดตามกันต่อไป ก็คือ TSMC จะสามารถเร่งสปีดขยายกำลังการผลิตได้เร็วพอที่จะไล่ตามความต้องการแบบ &#8220;ก้าวกระโดดทวีคูณ&#8221; อย่างที่หวงได้บรรยายเอาไว้ได้หรือไม่?</span></p>
<h3><b>รอยต่อแห่งยุคสมัย สัญญาณชีพจรโลกที่เต้นไปตามจังหวะของสมองกล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองทะลุตัวเลขมหาศาลและเกมการแข่งขันของเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ สิ่งที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องของชิปเซ็ตหรือฮาร์ดแวร์ล้ำยุค แต่มันคือ การเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ความพยายามของ Nvidia ที่จะเร่งรัดกระบวนการผลิตจาก TSMC สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงข้อหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ AI กำลังจะกลายเป็น &#8220;โครงสร้างพื้นฐานใหม่&#8221; ของโลก คล้ายกับไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตที่เราขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตอันใกล้ ความตึงตัวของซัพพลายเชนอาจบีบบังคับให้เกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ เราอาจได้เห็นการกระจายความเสี่ยงไปยังผู้ผลิตรายอื่นๆ เพื่อลดการพึ่งพาเพียงเจ้าเดียว หรือเกิดนวัตกรรมการผลิตชิปรูปแบบใหม่ที่ล้ำหน้าเกินกว่าที่เราจะจินตนาการถึงในวันนี้ สำหรับผู้ที่ไขว่คว้าหาโอกาสและต้องการต่อยอดความรู้ การทำความเข้าใจพลวัตที่กำลังเกิดขึ้นกับทั้งซัพพลายเชน ต้นทุน และเทรนด์การปรับตัวของธุรกิจต่างๆ จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความได้เปรียบ คลื่นลูกใหม่ของ AI ไม่ได้เพียงแค่สร้างเทคโนโลยีที่เก่งกาจขึ้น แต่มันกำลังเขียนกฎเกณฑ์ของโลกอนาคตขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และเราทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในการเดินทางครั้งนี้ ไม่ว่าจะในฐานะผู้ใช้งาน ผู้สร้างสรรค์ หรือผู้ที่กำลังมองหาโอกาสเพื่อเติบโตไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ</span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ตารางเปิดเบื้องหลังคอขวดนวัตกรรม ทำไม Nvidia ต้องพึ่งพา TSMC ขั้นสุด?</strong></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>สถานการณ์</b></td>
<td><b>ข้อมูลอินไซต์ที่น่าสนใจ</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>วิกฤตการณ์หลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ความต้องการชิป AI ทะยานสูงเกินคาดการณ์ จนเกิดภาวะผลิตไม่ทัน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>แอคชั่นของบอสใหญ่</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ซีอีโอ เจนเซ่น หวง บินตรงจี้ TSMC ที่ไต้หวันแทบทุกเดือนเพื่อขอโควต้าชิป</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>มูลค่าความต้องการ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">งบโครงสร้างพื้นฐาน AI จ่อทะลุ 3-4 ล้านล้านดอลลาร์/ปี ในสิ้นทศวรรษนี้</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เบอร์หนึ่งเปลี่ยนมือ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด Nvidia แซงหน้า Apple กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ TSMC แล้ว</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/05/21/ai-spending-expected-to-top-1-trillion-in-2-years-why-that-estimate-may-be-too-low.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/05/21/ai-spending-expected-to-top-1-trillion-in-2-years-why-that-estimate-may-be-too-low.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nytimes.com/2026/05/20/business/nvidia-earnings.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2026/05/20/business/nvidia-earnings.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-announces-financial-results-for-first-quarter-fiscal-2027" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-announces-financial-results-for-first-quarter-fiscal-2027</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-16/tsmc-s-profit-beats-estimates-after-war-failed-to-dent-ai-demand?embedded-checkout=true" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-04-16/tsmc-s-profit-beats-estimates-after-war-failed-to-dent-ai-demand?embedded-checkout=true</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.smbom.com/news/45740" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.smbom.com/news/45740</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/nvidia-blows-past-revenue-targets-214804430.html?guccounter=1&amp;guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cucGVycGxleGl0eS5haS8&amp;guce_referrer_sig=AQAAAKLIZW9ef_WGfPenyiCtG56wthb2ch6h8eGdO4GaID3XrLlZcrGqVmYrZZEe1_hlIgANQdPxgqcKwi-nWTo78TPNMIWXh7T3oQF4DIqiD3J725544OQGJUq8VXs0WKPb9W3zxVgdUwQeZItJ2_sJwg_6_aBUpgv6P1JcR7EczlIe" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/nvidia-blows-past-revenue-targets-214804430.html?guccounter=1&amp;guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cucGVycGxleGl0eS5haS8&amp;guce_referrer_sig=AQAAAKLIZW9ef_WGfPenyiCtG56wthb2ch6h8eGdO4GaID3XrLlZcrGqVmYrZZEe1_hlIgANQdPxgqcKwi-nWTo78TPNMIWXh7T3oQF4DIqiD3J725544OQGJUq8VXs0WKPb9W3zxVgdUwQeZItJ2_sJwg_6_aBUpgv6P1JcR7EczlIe</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/nvidia-ceo-jensen-huang-tsmc-ai-chip-crisis/">ทำไมซีอีโอ Nvidia ถึงต้องบินไปบีบ TSMC ทุกเดือน กำลังเกิดวิกฤตชิป AI ? </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/nvidia-ceo-jensen-huang-tsmc-ai-chip-crisis/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม CPU กำลังจะขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นจากกระแส Agentic AI</title>
		<link>https://www.thesignals.net/why-cpu-shortage-price-increase-agentic-ai/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/why-cpu-shortage-price-increase-agentic-ai/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 04:05:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[AgenticAI]]></category>
		<category><![CDATA[CPUขาดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[LocalAI]]></category>
		<category><![CDATA[TSMC]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพียูแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาCPU]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ข้อมูลAI]]></category>
		<category><![CDATA[อัปเกรดคอม]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2968</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนที่ติดตามข่าวสารในแวดวงเทคโนโลยีคงสังเกตเห็นถึงคว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/why-cpu-shortage-price-increase-agentic-ai/">ทำไม CPU กำลังจะขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นจากกระแส Agentic AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนที่ติดตามข่าวสารในแวดวงเทคโนโลยีคงสังเกตเห็นถึงความท้าทายเรื่องราคา RAM ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาดังกล่าวได้ลากยาวมาตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา ชิ้นส่วนบางรุ่นมีราคาพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อตลาดไอทีและคอมพิวเตอร์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่สูงขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป หรือราคาโน้ตบุ๊กที่ปรับตัวตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ช่วงเวลาที่ผ่านมาบรรยากาศการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ ดูชะลอตัวลงไปบ้าง</span></p>
<h2><b>ทำไม CPU กำลังจะขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นจากกระแส Agentic AI</b></h2>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-3035" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_3-819x1024.jpg" alt="ทำไม CPU กำลังจะขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นจากกระแส Agentic AI" width="819" height="1024" title="ทำไม CPU กำลังจะขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นจากกระแส Agentic AI" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1_3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจากหลายแห่งยังชี้ให้เห็นว่า ศูนย์ข้อมูล AI มีแนวโน้มที่จะดึงปริมาณ RAM ไปใช้งานมากถึง 70% จากกำลังการผลิตทั้งหมดตลอดปีนี้ แม้ในบางพื้นที่ราคาอาจจะเริ่มทรงตัวหรือมีการปรับฐานราคา (Correction) ลดลงมาบ้างเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่โดยภาพรวมแล้ว ต้นทุนของหน่วยความจำก็ยังอยู่ในระดับที่สูงเมื่ออิงจากข้อมูลสัญญาซื้อขาย (Contract) ของสถาบันวิเคราะห์ตลาดชั้นนำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สัญญาณล่าสุดบ่งชี้ว่า </span><b>&#8220;CPU กำลังจะเป็นฮาร์ดแวร์ชิ้นต่อไปที่เข้าสู่วัฏจักรนี้&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ผลิตหลายค่ายเริ่มประกาศปรับราคา CPU อย่างเป็นทางการแล้ว แม้ในระยะเริ่มต้นการปรับตัวอาจจะยังไม่รุนแรงนัก แต่แนวโน้มความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างแท้จริงกำลังจะสร้างมาตรฐานราคาใหม่ในเร็ววันนี้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทิศทางของบริษัทยักษ์ใหญ่ และผลกระทบที่ผู้ใช้งานทั่วไปควรเตรียมพร้อมรับมือ </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><b>สู่ยุค Agentic AI เมื่อตรรกะและการวางแผนต้องการพลังจาก CPU</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากตั้งคำถามว่าในปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกำลังทุ่มงบประมาณลงทุนไปกับสิ่งใด คำตอบที่ชัดเจนที่สุดย่อมหลีกไม่พ้นปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งก่อนหน้านี้กระแสของ AI ได้เข้าไปดึงทรัพยากรจากฝั่งการ์ดจอ (GPU) และหน่วยความจำ (Memory) ไปอย่างมหาศาล จนทำให้แบรนด์ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์บางรายแทบจะปรับเปลี่ยนจุดยืนทางธุรกิจไปสู่การเป็นแบรนด์ AI อย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า ปัจจุบันกระแสของการพัฒนา AI กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากยุคของแชตบอต (Chatbot) ที่อาศัยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ไปสู่ยุคของ </span><b>Agentic AI</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ AI Agent</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ในยุคของแชตบอต การประมวลผลส่วนใหญ่จะพึ่งพา GPU เป็นหลัก เนื่องจากความโดดเด่นในการประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) การคำนวณเมทริกซ์ และการสร้างโทเคน (Token) แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ระบบไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ถาม-ตอบอีกต่อไป แต่ยกระดับสู่การเป็น &#8220;ผู้ช่วยอัจฉริยะ&#8221; ที่สามารถคิด วางแผน เรียกใช้เครื่องมือ (Tools) ดึงข้อมูลจากภายนอก วิเคราะห์ผลลัพธ์ และปรับเปลี่ยนแผนการทำงานแบบวนลูปได้อย่างอิสระ ภาระงานด้านการจัดการตรรกะ (Logic) และการจัดระบบ (Orchestration) เหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยศักยภาพของ CPU อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเปรียบเทียบกับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ CPU จะทำหน้าที่ประมวลผลตรรกะของตัวละคร (NPC) และระบบนิเวศภายในเมืองอันกว้างใหญ่ ก่อนที่จะส่งคำสั่งไปให้ GPU วาดภาพกราฟิกที่สวยงามออกมา ดังนั้นในโลกของ AI เมื่อภาระงานการตัดสินใจตกไปอยู่กับ Agentic AI มากขึ้น CPU จึงต้องทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย โดยรายงานหลายฉบับระบุว่า เวิร์กโหลดของ Agentic AI สำหรับการประมวลผลและการจัดการระบบนั้น อาจกินเวลาหน่วง (Latency) ของ CPU สูงถึง 50-90%</span></p>
<h3><b>การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนฮาร์ดแวร์ใน Data Center</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนไป โครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) จึงต้องปรับตัวตาม ในอดีตยุคที่เน้นการใช้งานแชตบอต อัตราส่วนระหว่าง CPU ต่อ GPU ในศูนย์ข้อมูล AI มักจะอยู่ที่ประมาณ 1:8 หรือ 1:4 แต่เมื่อเข้าสู่ยุค Agentic AI ที่ต้องเน้นการประมวลผลเชิงตรรกะ สัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะขยับเข้ามาใกล้เคียงระดับ 1:1 หรือ 1:2 มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมห้องปฏิบัติการ AI ระดับแนวหน้าจึงเริ่มเผชิญกับสภาวะขาดแคลน CPU สำหรับเวิร์กโหลดสาย Agentic บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Google, Meta และ Amazon ได้เริ่มเดินหน้าสั่งจอง CPU ระดับเซิร์ฟเวอร์แบบเต็มกำลัง ยกตัวอย่างเช่น Amazon ที่มีการเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ CPU ขึ้นถึง 3 เท่าตัว แต่ก็ยังมีแนวโน้มว่าอาจจะไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Gartner.com ระบุว่า แนวโน้มการเติบโตของ Agentic AI ได้รับการตอกย้ำโดยบทวิเคราะห์จาก Gartner ที่ระบุว่า AI Agents จะเป็นหนึ่งในเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความต้องการทรัพยากรประมวลผลพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามลำดับ </span></p>
<h3><b>ความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตชิปและการปรับกระบวนทัพทางธุรกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่ออุปสงค์ในตลาด AI พุ่งสูงขึ้น แบรนด์ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์จึงต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Intel </b><span style="font-weight: 400;">หลังจากผ่านพ้นวิกฤตครั้งใหญ่ในปี 2024 ที่ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 60% พร้อมการปลดพนักงานกว่า 15,000 ตำแหน่ง ปัจจุบันราคาหุ้นพุ่งขึ้นแตะ All-time high ครั้งแรกในรอบ 26 ปี เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ภายหลังจากตอบรับความต้องการด้าน AI และการจับมือกับพาร์ตเนอร์รายใหญ่ Intel มีการนำชิปบริเวณขอบเวเฟอร์ (Wafer) ที่อาจมีตำหนิ มาปรับลดสเปกเพื่อจำหน่ายเป็นรุ่นเริ่มต้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด พร้อมทั้งแบ่งกำลังการผลิตส่วนหนึ่งจากคอมพิวเตอร์ทั่วไป มุ่งหน้าสู่การผลิต CPU เซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>AMD </b><span style="font-weight: 400;">รายงานยอดขาย CPU ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดเกินความคาดหมาย พร้อมเตรียมแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับสภาวะตลาดปัจจุบัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ARM </b><span style="font-weight: 400;">แม้โดยปกติจะเป็นผู้พัฒนาสถาปัตยกรรมและขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทอื่นๆ ทว่าล่าสุดได้เปิดตัว ARM AGI CPU ที่ ออกแบบขึ้นมาเอง (ผลิตโดย TSMC บน process 3nm) เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในตลาดนี้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Nvidia</b><span style="font-weight: 400;"> เจ้าพ่อแห่งวงการฮาร์ดแวร์ AI  เดินหน้าเปิดตัว CPU ในชื่อ &#8220;Vera&#8221; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Vera Rubin Platform (Vera = CPU, Rubin = GPU) โดยใช้สถาปัตยกรรม ARM Neoverse และผลิตโดย TSMC ออกแบบมาสำหรับ Agentic AI workloads เพื่อลดการพึ่งพา CPU จาก Intel และ AMD ในระบบ data center ของตนเอง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Qualcomm, Broadcom, MediaTek และ Marvell ล้วนมีทิศทางการพัฒนาชิปประมวลผล AI ของตนเองเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คอขวดสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ยังคงอยู่ที่ขีดความสามารถในการผลิตของ TSMC ซึ่งรับหน้าที่ผลิตชิปให้กับแบรนด์ชั้นนำเกือบทั้งหมด ทำให้โรงงานต้องบริหารจัดการลำดับความสำคัญ โดยมักจะให้โควตากับผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงอย่าง GPU, ASIC และหน่วยความจำ HBM เป็นอันดับแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสำนักข่าว Reuters ได้มีการรายงานถึงสถานการณ์กำลังการผลิตของ TSMC ที่อยู่ในภาวะตึงตัวอย่างหนักจากคำสั่งซื้อชิป AI ขั้นสูง ซึ่งบริษัทกำลังเร่งลงทุนขยายโรงงานเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน </span></p>
<h3><b>ผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วไปและตลาดโน้ตบุ๊กในปี 2026</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยการมุ่งเน้นกำลังการผลิตไปยังตลาดองค์กรระดับสูง ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและโน้ตบุ๊กอาจต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ แม้ว่าโครงสร้างตลาดของ CPU จะมีการแข่งขันที่สูงกว่าฝั่งหน่วยความจำ (Memory) ซึ่งมีผู้ขายน้อยราย (Oligopoly ครองตลาดกว่า 90%) แต่การที่โควตาการผลิตถูกดึงไปฝั่ง AI อาจส่งผลให้ตลาดฝั่งคอนซูเมอร์ประสบปัญหาสินค้ามีจำนวนจำกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทวิเคราะห์ประเมินว่าราคาของ CPU สำหรับผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดย Tom&#8217;s Hardware รายงาน (เมษายน 2569) ว่า Server CPU ปรับราคาขึ้นแล้วกว่า 20% ขณะที่ผลกระทบต่อตลาด Consumer CPU คาดว่าจะตามมาในครึ่งปีหลัง 2569 โดยรุ่นระดับไฮเอนด์อาจเห็นสัดส่วนการปรับขึ้นที่ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Entry-level และ Mini PC อาจพบกับความยากลำบากในการควบคุมต้นทุน ทำให้เราอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในหมวดหมู่นี้ลดน้อยลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน Apple กลับเป็นหนึ่งในแบรนด์คอมพิวเตอร์ที่ถูกจับตามองว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากใช้ชิปประมวลผล Apple Silicon ของตนเอง แม้จะผลิตโดย TSMC เช่นเดียวกัน แต่กลยุทธ์การจองกำลังการผลิตล่วงหน้าระยะยาวอาจช่วยรักษาเสถียรภาพของปริมาณสินค้าในตลาดได้เป็นอย่างดี</span></p>
<h3><b>อนาคตของ Local AI ทางเลือกใหม่บนเครื่องส่วนตัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโซลูชัน Enterprise AI มีค่าใช้จ่ายที่สูงและอาจมีความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ผู้ใช้งานกลุ่มหนึ่งจึงเริ่มหันมาลงทุนพัฒนาระบบ Local AI ไว้ใช้งานเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำ Mac Mini ในงบประมาณระดับ 20,000 บาท ซึ่งเดิมทีตั้งเป้าหมายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป มาประยุกต์ใช้รันโมเดล AI ภายในองค์กรขนาดเล็กหรือระดับบุคคล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรัน Local AI มอบข้อได้เปรียบด้านความคุ้มค่าในระยะยาว และปกป้องข้อมูลไม่ให้รั่วไหลออกสู่อินเทอร์เน็ต สำหรับผู้ที่ต้องการรันโมเดลระดับพื้นฐาน การลงทุนในคอมพิวเตอร์งบประมาณ 30,000-40,000 บาทถือว่าตอบโจทย์ได้ดี ทว่าหากต้องการศักยภาพที่ใกล้เคียงกับโมเดลของเจ้าตลาด จำเป็นต้องใช้พารามิเตอร์ระดับ 27B ขึ้นไป ซึ่งต้องการการ์ดจอที่มี VRAM ขนาด 16GB หรือ 24GB (อาจมีการประมวลผลที่ล่าช้าบ้าง) หรือเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดควรใช้การ์ดจอระดับ 32GB ขึ้นไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าโมเดลส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดด้านคลังข้อมูลที่สิ้นสุด (Knowledge Cut-off) อยู่เพียงปี 2024 แต่ผู้ใช้งานก็สามารถเรียนรู้ที่จะปรับแต่ง (Modify) และเพิ่มเครื่องมือ (Tools) เพื่อดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ ซึ่งถือเป็นทักษะแห่งอนาคตที่เปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับนักพัฒนาสาย Local AI อย่างมากมาย</span></p>
<h3><b>มุมมองและทิศทางความเป็นไปได้ในอนาคต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้วิกฤตการณ์ขาดแคลนทรัพยากรประมวลผลอาจดูเป็นความท้าทายของตลาดคอนซูเมอร์ แต่หากวิเคราะห์ตามพื้นฐานความเป็นจริงของกลไกตลาดและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) สถานการณ์เช่นนี้จะนำไปสู่การปรับสมดุลในท้ายที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อราคาและการปรับตัวพุ่งไปถึงจุดสูงสุด บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ย่อมต้องเร่งขยายโรงงานการผลิต (Fab) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับอุปสงค์ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้สร้างเสร็จและเริ่มเดินสายการผลิตได้เต็มกำลัง ปริมาณชิปในตลาดจะกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ส่งผลให้ราคาค่อยๆ ปรับตัวลงมาสู่ระดับมาตรฐานใหม่ (New Normal Baseline) ที่สมเหตุสมผลมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การบุกเบิกเทคโนโลยีเพื่อ AI ในวันนี้ จะกลายเป็นรากฐานที่ผลักดันให้คอมพิวเตอร์สำหรับผู้บริโภคในเจเนอเรชันถัดไป มีประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดด การอดใจรอและวางแผนการอัปเกรดอย่างชาญฉลาด ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดงบประมาณ แต่ยังทำให้ผู้ใช้งานได้รับฮาร์ดแวร์ที่คุ้มค่าและทรงพลังที่สุดเมื่อพายุแห่งความต้องการชิปนี้พัดผ่านไป</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปจุดเปลี่ยนฮาร์ดแวร์: จากยุค Chatbot สู่ Agentic AI</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นเปรียบเทียบ</b></td>
<td><b>ยุค Chatbot (LLM)</b></td>
<td><b>ยุค Agentic AI</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ลักษณะการทำงานหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ถาม-ตอบ, สร้างข้อความ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คิด, วางแผน, ดึงข้อมูล, ลงมือทำอัตโนมัติ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ฮาร์ดแวร์ที่รับภาระหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">GPU (ประมวลผลคู่ขนานแบบมหาศาล)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">CPU (จัดการตรรกะ, วางระบบ Orchestration)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สัดส่วนฮาร์ดแวร์ใน Data Center (CPU : GPU)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">1 : 8 หรือ 1 : 4</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">1 : 1 หรือ 1 : 2</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ผลกระทบต่อตลาด</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การ์ดจอขาดตลาด / ราคาพุ่งสูง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เซิร์ฟเวอร์ CPU ราคากำลังพุ่ง / ลามสู่คอมฯ ผู้ใช้งานทั่วไป</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=CjvDQ_jb0MQ" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=CjvDQ_jb0MQ</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://semiconalpha.substack.com/p/arm-just-blew-up-its-business-model" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://semiconalpha.substack.com/p/arm-just-blew-up-its-business-model</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.electropages.com/blog/2025/03/arm-launch-its-own-chip-fabless-becomes-fab" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.electropages.com/blog/2025/03/arm-launch-its-own-chip-fabless-becomes-fab</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/video/intel-stock-hits-record-high-hut-8s-google-backed-data-center-171312836.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/video/intel-stock-hits-record-high-hut-8s-google-backed-data-center-171312836.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.trendforce.com/news/2026/04/22/news-server-cpu-prices-up-as-much-as-20-since-march-intel-may-raise-prices-another-8-10-in-2h26/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.trendforce.com/news/2026/04/22/news-server-cpu-prices-up-as-much-as-20-since-march-intel-may-raise-prices-another-8-10-in-2h26/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/nvidia-launches-vera-rubin-its-next-major-ai-platform-at-ces-2026-230045205.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/nvidia-launches-vera-rubin-its-next-major-ai-platform-at-ces-2026-230045205.html</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/why-cpu-shortage-price-increase-agentic-ai/">ทำไม CPU กำลังจะขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นจากกระแส Agentic AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/why-cpu-shortage-price-increase-agentic-ai/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้นเอเชียผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซเดือด ปะทะ ซูเปอร์ไซเคิลชิป AI</title>
		<link>https://www.thesignals.net/asian-markets-hormuz-crisis-vs-ai-chip-boom/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/asian-markets-hormuz-crisis-vs-ai-chip-boom/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 05:07:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[SK Hynix]]></category>
		<category><![CDATA[TSMC]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์ไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นชิป AI]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เซมิคอนดักเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2410</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดสัปดาห์มา ภาพรวมของตลาดหุ้นเอเชียก็ตกอยู่ในสภาวะกลื [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/asian-markets-hormuz-crisis-vs-ai-chip-boom/">หุ้นเอเชียผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซเดือด ปะทะ ซูเปอร์ไซเคิลชิป AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เปิดสัปดาห์มา ภาพรวมของตลาดหุ้นเอเชียก็ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นักลงทุนกำลังเจอไฟท์บังคับที่ต้องบาลานซ์พอร์ตท่ามกลางเกมชักเย่อระดับโลก ด้านหนึ่งคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเดือดจัดในช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนอีกด้านคือความคึกคักแบบฉุดไม่อยู่ของฤดูกาลประกาศผลประกอบการ โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่กลายมาเป็น &#8220;เดอะแบก&#8221; ของตลาดในรอบนี้</span></p>
<h2><b>หุ้นเอเชียผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซเดือด ปะทะ ซูเปอร์ไซเคิลชิป AI</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2441" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/werfgerg_9_11zon.webp" alt="หุ้นเอเชียผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซเดือด ปะทะ ซูเปอร์ไซเคิลชิป AI" width="1200" height="1500" title="หุ้นเอเชียผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซเดือด ปะทะ ซูเปอร์ไซเคิลชิป AI" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/werfgerg_9_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/werfgerg_9_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/werfgerg_9_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/werfgerg_9_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/werfgerg_9_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/werfgerg_9_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>วิกฤตฮอร์มุซ เมฆหมอกที่กดดันเซนติเมนต์นักลงทุน</b><span style="font-weight: 400;"> สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อ่าวเปอร์เซียกลับมาลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่ออิหร่านตัดสินใจกลับลำ ยกเลิกแผนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แถมกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Revolutionary Guard) ยังประกาศกร้าวว่า จะปิดตายเส้นทางน้ำสายสำคัญนี้ต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะยอมยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์บานปลายอย่างรวดเร็ว สำนักข่าว AP รายงานว่า มีเรือปืนของกองกำลังฯ ยิงเข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามจะแล่นผ่านช่องแคบ และยังมีเรือสินค้าอีกรำที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธปริศนา ความตึงเครียดพุ่งแตะจุดพีคในวันอาทิตย์ เมื่อสหรัฐฯ ตัดสินใจยึดเรือสินค้าที่ติดธงชาติอิหร่าน ซึ่งแน่นอนว่าฝั่งเตหะรานก็ออกมาสวนกลับทันควัน พร้อมประณามการกระทำนี้ว่าเป็น &#8220;การปล้นสะดมติดอาวุธ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีข่าวร้ายระดับโลก แต่ตลาดหุ้นเอเชียในเช้าวันจันทร์กลับไม่ได้ตอบรับในแง่ลบไปเสียทั้งหมด ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นยังคงเปิดบวก สานต่อความแรงจากสัปดาห์ก่อนที่พุ่งไปแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 59,518.34 จุด ส่วน Kospi ของเกาหลีใต้ก็กอดคอขยับขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ ASX 200 ของออสเตรเลียปรับตัวร่วงลงเล็กน้อย สอดคล้องกับฝั่งฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณย่อตัว นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดเอเชียโชคดีที่จังหวะเวลาเป็นใจ เพราะเหตุการณ์เปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ดันเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ตลาดหุ้นภูมิภาคนี้ปิดทำการพอดี ผลกระทบเลยถูกดูดซับไปได้มาก</span></p>
<h3><b>ชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) ขุมพลังดันตลาดเกาหลีใต้พุ่งทะยาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เข้ามาช่วยพยุงเซนติเมนต์ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ คือ ยุคทองของชิปหน่วยความจำที่โตระเบิดตามเทรนด์ AI ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics เพิ่งโชว์ผลงานไตรมาสแรกแบบเซอร์ไพรส์ตลาด กวาดกำไรจากการดำเนินงานเบื้องต้นไปถึง 57.2 ล้านล้านวอน จากรายได้รวม 133 ล้านล้านวอน! ตัวเลขกำไรนี้กระโดดขึ้นถึง 755% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการพุ่งขึ้นของราคาชิป DRAM ท่ามกลางภาวะซัพพลายขาดแคลน เพราะความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI ทะลักเข้ามาไม่หยุด ซึ่งผลงานระดับนี้ทุบความคาดหมายของตลาดที่เคยมองกำไรไว้เพียง 50 ล้านล้านวอนไปแบบขาดลอย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้สปอตไลต์ทุกดวงกำลังส่องไปที่ SK Hynix ที่เตรียมตั้งโต๊ะแถลงงบไตรมาสแรกในวันที่ 23 เมษายนนี้ ข้อมูลจาก FnGuide ชี้ว่า โบรกเกอร์ในประเทศประเมินกำไรจากการดำเนินงานของ SK Hynix ไว้ที่ราวๆ 34.9 ล้านล้านวอน และคาดว่ารายได้จะทำนิวไฮทะลุ 50.13 ล้านล้านวอน ความน่าสนใจคือบริษัทนี้ครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ทั่วโลกถึง 57% แถมยังกวาดออเดอร์ล่วงหน้าส่วนใหญ่สำหรับชิปซีรีส์ Vera Rubin ตัวใหม่ล่าสุดของค่าย Nvidia ไปกอดไว้เรียบร้อยแล้ว</span></p>
<h3><b>ความยิ่งใหญ่ของตลาดหุ้นไต้หวัน</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ขยับมาที่ไต้หวัน ดัชนี TAIEX ก็ท็อปฟอร์มไม่แพ้ใคร เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน ดันมูลค่าตลาดรวม (Market Cap) ของไต้หวันทะลุ 4.14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าสหราชอาณาจักรขึ้นแท่นเป็นตลาดหุ้นที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 7 ของโลกไปแล้ว (อ้างอิงจาก Bloomberg) แรงส่งหลักๆ แน่นอนว่ามาจากพี่ใหญ่ TSMC ที่โชว์กำไรไตรมาสแรกเติบโต 58% แบบปีต่อปี พร้อมกวาดรายได้ทำสถิติใหม่ที่ 1.13 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่</span></p>
<h3><b>ประเมินทิศทางตลาด มองข้ามช็อตสู่อนาคต</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองตามความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้น แรงกระเพื่อมในตลาดเอเชียช่วงนี้คือการวัดพลังกันระหว่าง &#8220;ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง&#8221; และ &#8220;ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งโคตรๆ ของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์&#8221; ตลาดมีแนวโน้มสูงที่จะแกว่งตัวในกรอบผันผวน (Choppy Range) ต่อไป หากสถานการณ์ในฮอร์มุซยืดเยื้อหรือมีการปะทะทางทหารที่รุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันและต้นทุนโลจิสติกส์จะเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อและฉุดรั้งตลาดในวงกว้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในขณะเดียวกัน เทรนด์ AI ก็เป็นเมกะเทรนด์ระดับโลกที่ไม่ยอมให้ใครมาดับไฟง่ายๆ การประกาศงบของ SK Hynix ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ชั้นดีที่จะชี้ขาดว่า เม็ดเงินลงทุนจะเลือกเทน้ำหนักไปที่ความกลัวสงคราม หรือเลือกที่จะลุยต่อกับซูเปอร์ไซเคิลของกลุ่มเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตาราง</span><b>สรุปปัจจัยชี้ชะตาตลาดหุ้นเอเชีย วิกฤตสงคราม VS ซูเปอร์ไซเคิล AI </b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นชี้ชะตาตลาด</b></td>
<td><b>🛑 ปัจจัยกดดัน (วิกฤตฮอร์มุซ)</b></td>
<td><b>🚀 ปัจจัยหนุน (ซูเปอร์ไซเคิลชิป AI)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เหตุการณ์สำคัญ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ / ปะทะสหรัฐฯ / ยึดเรือสินค้า</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">งบไตรมาส 1 ของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โตระเบิด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ผลกระทบ/ตัวเลข</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตลาดกังวลสงคราม, น้ำมันและค่าขนส่งส่อแววพุ่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Samsung กำไรพุ่ง 755% / TSMC รายได้ทำนิวไฮ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาพรวมตลาดหุ้น</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กดดันเซนติเมนต์, เสี่ยงเงินเฟ้อ, อาจแกว่งตัวผันผวน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หุ้นญี่ปุ่น (Nikkei) ไต้หวัน (TAIEX) และเกาหลีใต้ (Kospi) ได้แรงพยุง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สิ่งที่ต้องจับตา</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ความยืดเยื้อของการปะทะทางทหารในตะวันออกกลาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การประกาศงบ SK Hynix ผู้ครองตลาด HBM 57% ของโลก</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/01/29/sk-hynix-beats-samsung-2025-profit-ai-memory-hbm.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/01/29/sk-hynix-beats-samsung-2025-profit-ai-memory-hbm.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/04/16/asia-markets-today-nikkei225-hang-seng-sensex-kospi-iran-us-deal-trump.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/04/16/asia-markets-today-nikkei225-hang-seng-sensex-kospi-iran-us-deal-trump.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://apnews.com/article/us-iran-war-israel-hormuz-18-april-2026-ab475cb979825b956a10d60103026b37" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://apnews.com/article/us-iran-war-israel-hormuz-18-april-2026-ab475cb979825b956a10d60103026b37</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/asian-markets-hormuz-crisis-vs-ai-chip-boom/">หุ้นเอเชียผันผวนหนัก! วิกฤตฮอร์มุซเดือด ปะทะ ซูเปอร์ไซเคิลชิป AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/asian-markets-hormuz-crisis-vs-ai-chip-boom/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรัชญา 30 วันเกือบเจ๊ง บทเรียนที่พลิก Nvidia สู่ผู้นำชิป AI อันดับ 1 ของโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/nvidia%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9bai%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/nvidia%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9bai%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 16:31:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[CUDA]]></category>
		<category><![CDATA[DGX-1]]></category>
		<category><![CDATA[Jensen Huang]]></category>
		<category><![CDATA[Joe Rogan]]></category>
		<category><![CDATA[Nvidia]]></category>
		<category><![CDATA[TSMC]]></category>
		<category><![CDATA[ชิป AI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=673</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากจุดเริ่มต้น DGX-1 สู่พลัง AI ระดับโลก ‘Jensen Huang’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/nvidia%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9bai%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">ปรัชญา 30 วันเกือบเจ๊ง บทเรียนที่พลิก Nvidia สู่ผู้นำชิป AI อันดับ 1 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดเริ่มต้น DGX-1 สู่พลัง AI ระดับโลก ‘Jensen Huang’ เผยเบื้องหลัง Nvidia ที่เปลี่ยนวิกฤตเป็นตำนาน ใน Joe Rogan Podcast ล่าสุด ซีอีโอ Nvidia เปิดอกคุยเรื่องชิปยุคแรก พลังงานแห่งชาติ และบทเรียนธุรกิจที่พลิกโลก</span></p>
<h2><strong>ปรัชญา 30 วันเกือบเจ๊ง บทเรียนที่พลิก Nvidia สู่ผู้นำชิป AI อันดับ 1 ของโลก</strong></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-676" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/0202_4_11zon.webp" alt="ปรัชญา 30 วันเกือบเจ๊ง บทเรียนที่พลิก Nvidia สู่ผู้นำชิป AI อันดับ 1 ของโลก" width="1200" height="1500" title="ปรัชญา 30 วันเกือบเจ๊ง บทเรียนที่พลิก Nvidia สู่ผู้นำชิป AI อันดับ 1 ของโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/0202_4_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/0202_4_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/0202_4_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/0202_4_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/0202_4_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/0202_4_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากบทสัมภาษณ์ในรายการ The Joe Rogan Experience ทาง Joe Rogan ได้เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ Jensen Huang นำซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI เครื่องแรกที่ชื่อว่า </span><b>&#8220;DGX-1&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ไปส่งมอบให้กับ Elon Musk ด้วยตัวเองที่สำนักงานของ OpenAI ในปี 2016</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jensen เล่าว่าในเวลานั้น เครื่อง DGX-1 มีมูลค่าสูงถึง 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (และบริษัทใช้เงินลงทุนวิจัยไปหลายพันล้านดอลลาร์) มีพลังการประมวลผล 170 TFLOPS (FP16) แต่ในปัจจุบัน เครื่องรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า DGX Spark ซึ่งมีพลังประมวลผลเทียบเท่าในระดับ 1 Petaflops FP4/INT8 กลับมีราคาเพียง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีขนาดเล็กเท่าหนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเร็วในการพัฒนาของเทคโนโลยี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี Jensen ได้กล่าวถึงมุมมองของเขาที่มีต่อนโยบายของ Donald Trump (ประธานาธิบดีสหรัฐฯ) โดยระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในแง่ของ ‘Common Sense’ ทรัมป์มองว่าความมั่นคงของชาติขึ้นอยู่กับการดึงฐานการผลิตเทคโนโลยีระดับสูงกลับมายังประเทศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ถ้าเราไม่มีการเติบโตด้านพลังงาน เราก็ไม่อาจมีการเติบโตทางอุตสาหกรรม และถ้าอุตสาหกรรมไม่โต การจ้างงานก็จะไม่เกิด&#8230; การที่ทรัมป์ผลักดันนโยบายพลังงาน ถือเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตอุตสาหกรรม AI เอาไว้เลยก็ว่าได้ หากปราศจากนโยบายสนับสนุนพลังงาน เราคงไม่สามารถสร้างโรงงาน AI โรงงานผลิตชิป หรือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ได้เลย&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> — </span><b>Jensen Huang</b></p>
<h3><b>AI กับการแข่งขันทางเทคโนโลยี </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง คือ ทิศทางของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางยุคสมัยที่หลายฝ่ายต่างเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถของระบบคอมพิวเตอร์ โดย Joe Rogan ผู้ดำเนินรายการ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI และการแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีที่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่ง Rogan ได้หยิบยกมุมมองของ Elon Musk ที่เคยประเมินว่า เทคโนโลยีนี้มีโอกาส 80% ที่จะส่งผลดีต่อโลก แต่อีก 20% คือ ความเสี่ยงที่อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่หลวง สะท้อนให้เห็นถึงความหวาดหวั่นของสังคมต่อทิศทางของปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ได้อธิบายถึงภาวะการแข่งขันนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเขานำเสนอภาพรวมเชิงประวัติศาสตร์ว่า แท้จริงแล้วมนุษยชาติอยู่ท่ามกลาง &#8220;การแข่งขันทางเทคโนโลยี&#8221; มาโดยตลอดตั้งแต่อดีตกาล ไม่ว่าจะเป็นยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เริ่มต้นจากการนำพลังงานไอน้ำมาใช้ ไปจนถึงการแข่งขันในช่วงสงครามเย็นและโครงการแมนฮัตตัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเทคโนโลยี คือ รากฐานสำคัญที่มอบขีดความสามารถขั้นสูง หรือสิ่งที่เขาเปรียบเปรยว่าเป็นขุมพลังวิเศษให้กับมนุษย์ ซึ่งครอบคลุมทั้งความได้เปรียบด้านข้อมูล พลังงาน และความมั่นคงทางการทหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลด้านความปลอดภัย Jensen Huang ชี้แจงว่าศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น ไม่ได้ถูกพัฒนาไปเพื่อการสร้างอันตราย เขาระบุว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา ขีดความสามารถของ AI เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า แต่แทนที่พลังประมวลผลมหาศาลนี้จะถูกใช้อย่างไร้ทิศทาง นักพัฒนาได้จัดสรรทรัพยากรเหล่านั้นไปยังระบบความปลอดภัยและการไตร่ตรองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในจุดนี้ เขาได้เปรียบเทียบการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์กับวิวัฒนาการของยานยนต์ว่า รถยนต์ในปัจจุบันมีกำลังเครื่องยนต์และแรงม้าสูงกว่าในอดีตมาก ทว่ากลับมีความปลอดภัยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากพลังงานและเทคโนโลยีส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้กับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวและระบบเบรกป้องกันล้อล็อกเพื่อปกป้องผู้ใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทำนองเดียวกัน พลังประมวลผลของ AI ในปัจจุบันและอนาคตจะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนากระบวนการคิดของตัวระบบเอง เมื่อได้รับคำถาม ปัญญาประดิษฐ์จะใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในการแยกแยะปัญหา สืบค้นข้อมูลอย่างละเอียดรอบด้าน และทบทวนความถูกต้องของคำตอบก่อนที่จะนำเสนอออกมา นอกจากนี้ ระบบยังได้รับการออกแบบให้ตรวจสอบตนเองว่าข้อมูลที่ได้นั้นน่าเชื่อถือเพียงใด ซึ่งกระบวนการสะท้อนความคิดและการวางกรอบความปลอดภัยนี้จะช่วยลดปัญหาการสร้างข้อมูลเท็จหรืออาการคิดไปเองของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ การแข่งขันทางเทคโนโลยีในมุมมองของผู้นำ Nvidia จึงไม่ใช่การแข่งขันเพื่อสร้างระบบที่ทรงพลังจนเป็นอันตราย แต่เป็นการมุ่งหน้าสร้างเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำ ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ และมีกลไกความปลอดภัยสูงสุดเพื่อรองรับการใช้งานของมนุษย์ต่อไปในอนาคต</span></p>
<h3><b>วิกฤตล้มละลายของ Nvidia และเงิน 5 ล้านดอลลาร์ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ Jensen Huang ได้เปิดเผยถึงช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการบริหารองค์กร โดยย้อนกลับไปในปี 1993 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้งกิจการ เขาเล่าว่าบริษัทเริ่มต้นธุรกิจโดยที่ตลาดยังไม่ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในเวลานั้น ทีมผู้ก่อตั้งมีเป้าหมายที่จะสร้างชิปประมวลผลกราฟิกสามมิติสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทั้งที่อุตสาหกรรมเกมคอมพิวเตอร์สามมิติยังไม่ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แม้แต่เกมระดับตำนานที่เป็นตัวจุดประกายวงการอย่าง Doom ของ John Carmack ก็ยังไม่ออกวางจำหน่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ เพื่อค้นหาแหล่งรายได้และสร้างการเติบโตทางธุรกิจ Jensen Huang จึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาอุตสาหกรรมตู้เกมอาร์เคด ซึ่งในขณะนั้นบริษัท Sega ภายใต้การนำของนักพัฒนาระดับวิสัยทัศน์อย่าง Yu Suzuki กำลังบุกเบิกเกมกราฟิกสามมิติ อาทิ Virtua Fighter และ Daytona การเจรจาเชิงกลยุทธ์จึงเริ่มต้นขึ้น โดย Nvidia เสนอตัวรับจ้างผลิตชิปประมวลผลสำหรับเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ของ Sega เพื่อแลกกับการได้รับเงินทุนสนับสนุน และมีข้อตกลงร่วมกันว่า Sega จะพอร์ตเกมเหล่านั้นลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด วิกฤตการณ์ทางธุรกิจได้ก่อตัวขึ้นในช่วงกลางปี 1995 เมื่อทีมงานของ Nvidia ตระหนักว่า แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ที่บริษัทกำลังพัฒนานั้นเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jensen Huang อธิบายให้ผู้ดำเนินรายการฟังอย่างละเอียดว่า เทคโนโลยีหลักทั้งสามส่วนที่บริษัทเลือกใช้ล้วนเป็นแนวทางที่ผิดทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้พื้นผิวแบบโค้งแทนที่จะเป็นรูปสามเหลี่ยม การจับคู่พื้นผิวแบบไปข้างหน้าแทนที่จะเป็นแบบย้อนกลับ และการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ไม่มีระบบจัดเรียงความลึกของภาพโดยอัตโนมัติ ในขณะที่สตาร์ทอัพคู่แข่งกว่าร้อยบริษัทในซิลิคอนแวลลีย์ต่างเลือกใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้อง หาก Nvidia ยังคงดึงดันดำเนินการตามแผนเดิมต่อไป ผลิตภัณฑ์ของบริษัทก็จะไม่สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้ และกิจการย่อมต้องปิดตัวลงในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์ที่บริษัทกำลังเผชิญกับสภาวะสุญญากาศ Jensen Huang ในวัย 33 ปี ได้ตัดสินใจกระทำการที่ต้องอาศัยภาวะผู้นำและความกล้าหาญอย่างยิ่งยวด เขาเดินทางกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าพบ Shoichiro Irimajiri ผู้บริหารระดับสูงของ Sega ในเวลานั้น พร้อมทั้งสารภาพข้อเท็จจริง 3 ประการ อย่างตรงไปตรงมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประการแรก เทคโนโลยีที่ Nvidia สัญญาไว้ว่าจะพัฒนานั้นไม่สามารถใช้งานได้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประการที่สอง เขาแนะนำให้องค์กรระดับสากลอย่าง Sega ยกเลิกสัญญากับ Nvidia และไปแสวงหาพันธมิตรรายอื่น เพื่อพัฒนาเครื่องเกมคอนโซลแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายผู้ว่าจ้างต้องสูญเสียเวลาและทรัพยากรทางการเงินไปมากกว่านี้ และประการสุดท้าย แม้เขาจะเป็นผู้ขอให้ยกเลิกสัญญาด้วยตนเอง แต่เขาได้ร้องขอต่อผู้บริหารของ Sega ว่าจะสามารถเปลี่ยนเงินทุนงวดสุดท้ายจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กลายเป็นการลงทุนถือหุ้นในบริษัท Nvidia แทนได้ไหม เนื่องจากหากปราศจากเม็ดเงินจำนวนดังกล่าว กิจการของเขาย่อมต้องเข้าสู่สภาวะล้มละลายในทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพิจารณาจากมุมมองทางธุรกิจ โอกาสที่องค์กรขนาดใหญ่อย่าง Sega จะอนุมัติเงินลงทุนจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่งยอมรับความล้มเหลวทางเทคโนโลยีนั้น มีความเป็นไปได้แทบจะเท่ากับศูนย์ กระนั้นก็ตาม ด้วยความสัมพันธ์อันดีและความเชื่อใจในความสัตย์จริงของตัวผู้นำ ผู้บริหารของ Sega จึงใช้เวลาพิจารณาเพียงไม่กี่วันก่อนจะตอบตกลงรับข้อเสนอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งนั้นของ Sega ไม่เพียงแต่มอบเงินทุนก้อนสุดท้ายที่เป็นเสมือนสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตให้แก่ Nvidia แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทได้กลับมาทบทวนข้อผิดพลาด ปรับลดขนาดองค์กร และเริ่มต้นสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ถูกต้องใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งสามารถพลิกฟื้นวิกฤตและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกได้ในปัจจุบัน</span></p>
<h3><b>การซื้อความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยี Emulator และการเดิมพันกับ TSMC</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในช่วงเริ่มต้นกิจการ แม้บริษัทจะได้รับเงินทุนสนับสนุนจากพันธมิตรแล้วก็ตาม แต่ทรัพยากรที่มีอยู่นั้นก็ยังลดลงอย่างรวดเร็ว ในการให้สัมภาษณ์ Jensen Huang ได้เปิดเผยว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องปรับลดขนาดองค์กรและรื้อถอนกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด ในเวลานั้นบริษัทมีเงินสดคงเหลือเพียงประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินกระบวนการผลิตชิปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมในยุคนั้น โดยปกติแล้วการผลิตชิปจะต้องผ่านขั้นตอนการออกแบบ การส่งแบบร่างไปผลิตที่โรงงาน การรอรับชิ้นส่วนเพื่อนำมาทดสอบกับซอฟต์แวร์ และหากพบข้อบกพร่องก็จะต้องส่งแบบกลับไปแก้ไขและผลิตต้นแบบใหม่อีกครั้ง ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณมหาศาลเกินกว่าที่บริษัทจะแบกรับได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์ที่บีบคั้นและทรัพยากรทางการเงินกำลังจะหมดลง Jensen Huang จึงต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เขาเลือกที่จะนำเงินครึ่งหนึ่งของงบประมาณที่เหลืออยู่ ไปลงทุนจัดซื้อเครื่องจำลองฮาร์ดแวร์หรือที่เรียกว่า Emulator จากบริษัทที่มีชื่อว่า Ikos อุปกรณ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติในการจำลองการทำงานของชิปประมวลผล ทำให้วิศวกรสามารถทดสอบระบบซอฟต์แวร์ทั้งหมดได้โดยไม่ต้องรอผลิตชิ้นส่วนจริงออกมา Jensen Huang เล่าประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า เมื่อเขาติดต่อไปยังบริษัท Ikos เพื่อขอซื้อเครื่องทดสอบดังกล่าว ทางบริษัทแจ้งว่าพวกเขากำลังจะปิดกิจการและมีเครื่องรุ่นนี้เหลืออยู่ในคลังสินค้าเพียงเครื่องเดียว ทันทีที่ Nvidia ตกลงสั่งซื้อ บริษัทแห่งนั้นก็ยุติการดำเนินธุรกิจลงอย่างเป็นทางการ จากนั้นทีมวิศวกรของ Nvidia ได้นำเทคโนโลยีชิปของตนเข้าสู่กระบวนการจำลองและทำการทดสอบระบบทุกขั้นตอนบนเครื่อง Emulator จนเกิดความมั่นใจสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากกระบวนการทดสอบเสมือนจริงเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไปที่ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง คือ การผลิตจริง Jensen Huang ได้ติดต่อไปยังบริษัท TSMC ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเพียงโรงงานรับผลิตชิปขนาดเล็ก เพื่อหารือกับ Morris Chang ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง TSMC โดย Jensen Huang ได้ร้องขอให้ทางโรงงานนำแบบร่างของชิปเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อจำหน่ายจริงโดยตรง ซึ่งหมายความว่า จะเป็นการข้ามขั้นตอนการทดสอบชิ้นงานต้นแบบทั้งหมด เขาได้ระบุในรายการว่า ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ไม่เคยมีบริษัทใดที่ส่งแบบร่างชิปไปผลิตแล้วสามารถใช้งานได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก และไม่เคยมีใครเริ่มต้นสายการผลิตโดยไม่ผ่านการตรวจสอบชิ้นงานต้นแบบมาก่อน แม้จะเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่สูงมาก แต่ Morris Chang ก็ตัดสินใจรับความเสี่ยงและให้การสนับสนุนกิจการของ Nvidia อย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> การเดิมพันด้วยความเชื่อมั่นในนวัตกรรมครั้งนั้น ได้สร้างผลลัพธ์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรม ชิปประมวลผลรุ่น Riva 128 ที่ผลิตออกมาประสบความสำเร็จอย่างงดงามและมีประสิทธิภาพสูงเหนือความคาดหมาย ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ Nvidia เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ก้าวขึ้นสู่มูลค่าระดับหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ณ ช่วงเวลานั้น ยิ่งไปกว่านั้น แนวทางที่ Nvidia พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในยามวิกฤต โดยเฉพาะการนำเครื่อง Emulator มาใช้ทดสอบระบบอย่างละเอียดก่อนเข้าสู่สายการผลิตจริง ได้พลิกโฉมวงการและกลายมาเป็นมาตรฐานระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงระเบียบวิธีในการออกแบบชิปประมวลผลของทุกบริษัททั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน</span></p>
<h3><b>วิสัยทัศน์ที่ต้องแลกด้วยราคาหุ้น ‘กำเนิด CUDA และ AI’</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"> Jensen Huang ได้เปิดเผยถึงอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทสามารถรอดพ้นวิกฤตในช่วงก่อตั้งมาได้ นั่นคือ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในปี 2006 ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานให้กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปัจจุบัน เขาเล่าว่า บริษัทได้ตัดสินใจนำแพลตฟอร์มการประมวลผลที่เรียกว่า CUDA (Compute Unified Device Architecture) ติดตั้งลงไปในชิปกราฟิกทุกรุ่นที่บริษัททำการผลิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายหลักของการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว คือ การยกระดับชิปกราฟิกซึ่งเดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ให้สามารถรองรับการประมวลผลทางคณิตศาสตร์แบบคู่ขนาน (Parallel Computing) สำหรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการคำนวณที่ซับซ้อนในระดับสากลได้ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในครั้งนั้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กลุ่มลูกค้าและนักลงทุนในตลาดยังไม่เข้าใจถึงความจำเป็นของสถาปัตยกรรมนี้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jensen Huang ระบุในรายการว่า ท่าทีของตลาดในเวลานั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและการปฏิเสธ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Nvidia ร่วงลงอย่างหนัก จนมูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทหดตัวลงจากระดับหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเหลือเพียงประมาณ 2 ถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางแรงกดดันจากตัวเลขทางบัญชีและมูลค่าบริษัทที่ลดลง Jensen Huang ยังคงยืนหยัดและสั่งการให้ทีมงานเดินหน้าพัฒนาสถาปัตยกรรม CUDA ต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเขาอธิบายเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ว่า บริษัทอาศัยการประเมินสถานการณ์ผ่าน &#8220;หลักการคิดจากพื้นฐาน&#8221; (First Principles) โดยเขาได้ตั้งคำถามกับทีมงานว่า พวกเขามีความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีนี้อย่างแท้จริงหรือไม่ หากการวิเคราะห์ตามหลักการชี้ให้เห็นว่า นี่คือ สถาปัตยกรรมแห่งอนาคตที่สามารถแก้ปัญหาอันซับซ้อนของโลกได้ บริษัทก็มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการลงทุนระยะยาวและผลักดันเทคโนโลยีนี้ต่อไป แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนในระยะเวลาอันสั้นก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความมุ่งมั่นและการลงทุนระยะยาวของ Nvidia เริ่มแสดงผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในปี 2012 เมื่อทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทรอนโต นำโดย Geoffrey Hinton พร้อมด้วย Ilya Sutskever และ Alex Krizhevsky ได้สร้างความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ พวกเขาพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์และแยกแยะรูปภาพที่ชื่อว่า AlexNet โดยอาศัยขุมพลังจากชิปประมวลผลสถาปัตยกรรมแบบคู่ขนานของ Nvidia รุ่น GTX 580 จำนวนสองตัวทำงานร่วมกัน ความสำเร็จดังกล่าวได้ทำลายข้อจำกัดเดิมของระบบคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) และกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้โลกก้าวเข้าสู่ยุคของการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) อย่างเต็มรูปแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแม่นยำของวิสัยทัศน์ที่ Jensen Huang มีต่อระบบการประมวลผลแบบคู่ขนาน แต่ยังแสดงให้เห็นว่า การยอมแลกมูลค่าหุ้นในระยะสั้นเพื่อสร้างสรรค์โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ได้กลายมาเป็นรากฐานอันมั่นคงที่ส่งเสริมให้สถาปัตยกรรมของ Nvidia ก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานหลัก และผลักดันให้บริษัทกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกในเวลาต่อมา</span></p>
<h3><b>ปรัชญาของผู้นำ &#8220;30 วันก่อนเกือบล้มละลาย&#8221;</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ดำเนินรายการ Joe Rogan ได้ตั้งคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงาน โดยเขาสงสัยว่าเหตุใดบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก จึงยังคงเลือกที่จะทำงานหนักตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ และตื่นนอนตั้งแต่เวลาตี 4 ของทุกวันเพื่อมาอ่านและจัดการอีเมลจำนวนหลายพันฉบับ ทั้งที่องค์กรประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบข้อสงสัยดังกล่าว คุณ Jensen Huang ได้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เขาทำงานอย่างหนักหน่วง ไม่ใช่ความทะเยอทะยานหรือความกระหายในความสำเร็จแต่อย่างใด ทว่าแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงของเขากลับเป็น &#8220;ความกลัวต่อความล้มเหลว&#8221; (Fear of Failure) เขายอมรับว่าความรู้สึกวิตกกังวล ความรู้สึกไม่มั่นคง และความเปราะบางในการทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่ฝังลึกและไม่เคยเลือนหายไปจากจิตใจเลยแม้แต่วันเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ คุณ Jensen Huang ยังคงพูดถึงแนวคิดที่เขาใช้ยึดเหนี่ยวมาตลอดว่า ตลอดระยะเวลา 33 ปีของการก่อตั้งและบริหารกิจการ เขาใช้ชีวิตและขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ความรู้สึกที่ว่า บริษัทอยู่ห่างจากสภาวะล้มละลายเพียง 30 วันเสมอ ทัศนคติเช่นนี้ส่งผลให้เขาไม่เคยประมาทหรือหลงระเริงไปกับความสำเร็จในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังคงทำงานทุกวันโดยไม่มีวันหยุดพัก แม้กระทั่งในวันหยุดเทศกาลสำคัญ เพื่อทบทวนการตัดสินใจและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในแนวคิดด้านภาวะผู้นำของคุณ Jensen Huang คือ มุมมองที่มีต่อ &#8220;ความเปราะบาง&#8221; (Vulnerability) เขาอธิบายให้ผู้ดำเนินรายการฟังว่า การเป็นผู้นำที่กล้าเปิดเผยความเปราะบางและยอมรับว่าตนเองไม่ได้รู้ทุกเรื่องนั้น ถือเป็นกลยุทธ์การบริหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด องค์กรขนาดใหญ่ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เป็นอัจฉริยะและผูกขาดความถูกต้องไว้เพียงผู้เดียว แต่บริษัทต้องการผู้นำที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้พนักงานกว่า 40,000 คนทั่วโลกกล้าที่จะเดินเข้ามาทักท้วงและบอกกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า กลยุทธ์ที่กำลังทำอยู่นั้นอาจมีความผิดพลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้ว การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและยอมรับความเปราะบางของผู้นำ ย่อมส่งผลให้ทีมงานกล้าที่จะนำเสนอข้อมูลใหม่ๆ หรือชี้แนะแนวทางที่เหมาะสมกว่า ซึ่งกระบวนการสะท้อนกลับข้อมูลเหล่านี้ คือ หัวใจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถทบทวนข้อเท็จจริงตามหลักการคิดจากพื้นฐาน และดำเนินการปรับกลยุทธ์ (Pivot) เพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ความผิดพลาดเหล่านั้นจะลุกลามจนสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อบริษัท</span></p>
<h3><b>บทสรุป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">The Signals ขอเสริมข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงบริบทจากคำกล่าวของ Jensen Huang เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจไทย</span></p>
<p><b>1.โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ Data Center &#8211; </b><span style="font-weight: 400;">ตามที่ Jensen ระบุว่า AI ต้องการการเติบโตด้านพลังงาน สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ชี้ให้เห็นว่าทิศทางการลงทุนในไทยกำลังมุ่งไปที่กิจการ Data Center และ Cloud Service โดยข้อมูลล่าสุดจาก BOI (ม.ค. 2026) อนุมัติ 7 โครงการ Data Center มูลค่า 96 พันล้านบาท (รวม 2025 &gt;728 พันล้านบาท) โดยบริษัทจาก UK, Singapore, Japan, ไทย เพื่อผลักดันไทยเป็น Digital Hub ซึ่งความท้าทายหลักของไทยในอนาคตคือการจัดหา </span><b>พลังงานสะอาด (Green Energy)</b><span style="font-weight: 400;"> ให้เพียงพอต่อความต้องการของศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อรองรับการเป็น AI Hub ของภูมิภาค</span></p>
<p><b>2.การปรับตัวของธุรกิจ (Resilience &amp; Pivot) &#8211; เ</b><span style="font-weight: 400;">รื่องราวของ Nvidia สะท้อนภาพชัดเจนว่า ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่รอดด้วยความสมบูรณ์แบบ แต่รอดด้วยความสามารถในการยอมรับความจริงและปรับกลยุทธ์ (Pivot) เมื่อเทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามาทำหน้าที่แบบ Automation (ตามที่ Jensen เปรียบเทียบกับเครื่องหั่นผัก Cuisinart) พนักงานและธุรกิจไทยจำเป็นต้องยกระดับตนเองออกจาก &#8220;งานที่เป็นแค่กระบวนการ (Task)&#8221; ไปสู่ &#8220;งานที่เน้นการวินิจฉัยและสร้างคุณค่า (Diagnosis &amp; Value Creation)&#8221; เช่นเดียวกับอาชีพนักรังสีวิทยา (Radiologist) ที่เพิ่มจำนวนขึ้นหลังมี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The Signals มองว่า บทสัมภาษณ์นี้ คือ &#8220;Masterclass&#8221; ของผู้ประกอบการระดับโลก สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ความเก่งกาจในการสร้างเทคโนโลยี แต่คือ &#8220;ความฉลาดทางอารมณ์&#8221; (EQ) ของ Jensen Huang ในการเจรจาธุรกิจตอนที่บริษัทกำลังเข้าตาจน การกล้าเสี่ยงลงทุนในเครื่อง Emulator ด้วยเงินก้อนสุดท้าย และการอดทนต่อแรงกดดันจากตลาดหุ้นในช่วงที่สร้างสถาปัตยกรรม CUDA บทเรียนเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้กับผู้ประกอบการชาวไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่เทคโนโลยีโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน</span></p>
<p><b>FAQ ถามตอบท้ายบทสรุป</b></p>
<p><b>Q1 : อะไร คือ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Nvidia รอดพ้นจากการล้มละลายในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ?</b> <b>A :</b><span style="font-weight: 400;"> จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การที่ Jensen Huang กล้ายอมรับความผิดพลาดด้านเทคโนโลยีกับผู้บริหารของบริษัท Sega และเจรจาขอเปลี่ยนเงินชำระค่าสินค้าล่วงหน้างวดสุดท้าย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กลายเป็นเงินลงทุนใน Nvidia ทำให้บริษัทมีทุนก้อนสุดท้ายในการปรับกลยุทธ์</span></p>
<p><b>Q2 : เครื่อง Emulator มีความสำคัญอย่างไรต่อความสำเร็จของชิป Riva 128?</b> <b>A :</b><span style="font-weight: 400;"> ในช่วงที่บริษัทเงินใกล้หมด Nvidia นำเงินครึ่งหนึ่งที่มีไปซื้อเครื่อง Emulator เพื่อมาใช้ทดสอบการทำงานของซอฟต์แวร์บนตัวชิปแบบจำลอง ทำให้พวกเขาสามารถส่งแบบไปผลิตจริงที่โรงงาน (TSMC) ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำชิปต้นแบบ</span></p>
<p><b>Q3 : ทำไม Jensen Huang ถึงเชื่อว่า AI จะไม่แย่งงานของคนทั้งหมด?</b> <b>A :</b><span style="font-weight: 400;"> Jensen อธิบายว่า AI จะเข้ามาทำงานที่เป็น &#8220;กระบวนการตายตัว&#8221; (Task) เหมือนเครื่องหั่นผักอัตโนมัติ แต่มนุษย์ยังมีหน้าที่สำคัญในการใช้งานเครื่องมือนั้นเพื่อสร้างคุณค่าโดยรวม เช่น อาชีพนักรังสีวิทยา (Radiologist) ที่กลับมีจำนวนเพิ่มขึ้น เพราะ AI ช่วยให้วิเคราะห์ภาพได้เร็วและแม่นยำขึ้น ทำให้โรงพยาบาลรับผู้ป่วยได้มากขึ้น</span></p>
<p><b>Q4 : พลังงานมีความสำคัญอย่างไรต่ออุตสาหกรรม AI ตามมุมมองของซีอีโอ Nvidia?</b> <b>A :</b><span style="font-weight: 400;"> พลังงาน คือ คอขวด (Bottleneck) สำคัญที่สุดของ AI หากไม่มี &#8220;การเติบโตด้านพลังงาน&#8221; (Energy Growth) เราก็จะไม่สามารถสร้างโรงงานผลิตชิป ศูนย์ข้อมูล หรือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่จำเป็นต่อการพัฒนา AI ได้เลย</span></p>
<p><b>Q5 : อะไร คือ แรงผลักดันที่ทำให้ Jensen Huang ทุ่มเททำงานอย่างหนักทุกวัน?</b> <b>A :</b><span style="font-weight: 400;"> เขาเปิดเผยว่า ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความทะเยอทะยาน แต่ขับเคลื่อนด้วย &#8220;ความกลัวล้มเหลว&#8221; โดยเขาบริหารงานด้วยทัศนคติที่ว่าบริษัทอาจจะล้มละลายภายใน 30 วันข้างหน้าอยู่เสมอ ซึ่งช่วยให้เขาและทีมงานตื่นตัวตลอดเวลา</span></p>
<p><b>Q6 : หากเปรียบเทียบกับบริบทของประเทศไทย และทิศทางเทคโนโลยี AI สะท้อนโอกาสในด้านใด?</b> <b>A :</b><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนโอกาสในกลุ่มอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการจัดการพลังงานสะอาดเพื่อรองรับกระแส AI ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมการลงทุนของไทยในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทความนี้แปลและเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ผ่านรายการ The Joe Rogan Experience (ตอนสัมภาษณ์ Jensen Huang) เผยแพร่ผ่านทางแพลตฟอร์ม YouTube เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และถอดบทเรียนทางธุรกิจเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำทางการเงินส่วนบุคคล ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่มาโดยตรง และปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span><a href="https://www.youtube.com/watch?v=3hptKYix4X8&amp;t=7478s" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">PowerfulJRE</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/nvidia%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9bai%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">ปรัชญา 30 วันเกือบเจ๊ง บทเรียนที่พลิก Nvidia สู่ผู้นำชิป AI อันดับ 1 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/nvidia%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%9bai%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
