<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>USDT &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/usdt/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Mar 2026 06:07:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>USDT &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดอลลาร์ไม่ตายแค่กลายร่าง ทำไม Stablecoin ถึงปฏิวัติการเงินโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/the-dollar-is-dead/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/the-dollar-is-dead/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 06:07:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[Stablecoin]]></category>
		<category><![CDATA[USDT]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินโลก]]></category>
		<category><![CDATA[คริปโตเคอร์เรนซี]]></category>
		<category><![CDATA[ดอลลาร์ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[โอนเงินข้ามประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=1122</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลองจินตนาการภาพว่าคุณอาศัยอยู่ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/the-dollar-is-dead/">ดอลลาร์ไม่ตายแค่กลายร่าง ทำไม Stablecoin ถึงปฏิวัติการเงินโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ลองจินตนาการภาพว่าคุณอาศัยอยู่ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เงินในกระเป๋าที่คุณถือไว้เมื่อเช้า พอตกค่ำกลับซื้อของได้น้อยลงอย่างน่าตกใจ ในความเป็นจริงแล้ว เงินเปโซของอาร์เจนตินาเคยเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงถึง 117.8% ต่อปีในปี 2024 (และสูงกว่า 211% ในปี 2023) ในขณะเดียวกัน ระบบธนาคารก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้มากนัก เพราะตั้งแต่ปี 2019 ถึงเมษายน 2025 รัฐบาลได้จำกัดโควตาการซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ ไว้เพียง 200 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือน เท่านั้น ก่อนที่รัฐบาล Milei จะยกเลิกมาตรการนี้ในเดือนเมษายน 2025 หลังบรรลุข้อตกลงกับ IMF</span></p>
<h2>ดอลลาร์ไม่ตายแค่กลายร่าง ทำไม Stablecoin ถึงปฏิวัติการเงินโลก</h2>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-963" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/13_37_11zon.webp" alt="ดอลลาร์ไม่ตายแค่กลายร่าง ทำไม Stablecoin ถึงปฏิวัติการเงินโลก" width="1200" height="1500" title="ดอลลาร์ไม่ตายแค่กลายร่าง ทำไม Stablecoin ถึงปฏิวัติการเงินโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/13_37_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/13_37_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/13_37_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/13_37_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/13_37_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/13_37_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ คนอาร์เจนตินาจึงต้องดิ้นรนหาทางออก และพวกเขาเลือกที่จะหันมาใช้ </span><b>Stablecoin</b><span style="font-weight: 400;"> หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า &#8220;ดอลลาร์ดิจิทัล&#8221; ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ไม่มีรัฐบาลใดสามารถเข้ามาควบคุมได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบันธุรกรรมคริปโตในอาร์เจนตินาทั้งหมดเป็น Stablecoin สูงถึง 61.8% เลยทีเดียว เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ในอาร์เจนตินาเท่านั้น แต่มันกำลังแพร่กระจายและเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถือเป็นนัยสำคัญที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังมองไม่เห็น</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">Stablecoin คืออะไร และมีที่มาอย่างไร?</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงโลกของคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หลายคนมักจะคุ้นเคยกับ Bitcoin ที่ราคาสามารถแกว่งตัวขึ้นลงได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม Stablecoin กลับถูกออกแบบมาให้ทำงานในทิศทางที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ทุกๆ 1 USDT หรือ 1 USDC ที่หมุนเวียนและถูกใช้งานอยู่ในระบบ จะมีเงินดอลลาร์จริง 1 ดอลลาร์ (หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าเทียบเท่ากัน) ค้ำประกันเอาไว้ในคลังสำรองเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลไกที่ชัดเจนนี้ทำให้ Stablecoin ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างโลกดิจิทัลกับระบบการเงินแบบดั้งเดิมเข้าด้วยกัน หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ถ้าเรามองว่า Bitcoin คือ &#8220;ทองคำดิจิทัล&#8221; ที่มีความหายากแต่ราคาผันผวน Stablecoin ก็เปรียบเสมือน </span><b>&#8220;ธนบัตรดอลลาร์ดิจิทัล&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ที่สามารถนำมาใช้จ่ายและประเมินมูลค่าได้จริงในชีวิตประจำวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า Stablecoin ตัวแรกๆ จะถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2014 ทว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดดกลับเพิ่งมาเกิดขึ้นในช่วงปี 2022-2025 ที่ผ่านมานี้เอง สาเหตุหลักมาจากผู้คนในประเทศที่ต้องเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อสูง สกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่า หรือระบบธนาคารขาดความน่าเชื่อถือ เริ่มมองหาทางเลือกในการรักษามูลค่าเงินที่จับต้องได้และปลอดภัยกว่า</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">ทำไม Stablecoin ถึงทวีความสำคัญในปี 2025-2026?</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขสถิติคือหลักฐานที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ดีที่สุด ในปี 2025 มูลค่าการทำธุรกรรม Stablecoin ทั่วโลกพุ่งทะยานแตะระดับ 33 ล้านล้านดอลลาร์ตลอดทั้งปี (เฉลี่ยราว 2.75 ล้านล้านดอลลาร์ต่อเดือน) ซึ่งคิดเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 72% เมื่อนำไปเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขมหาศาลนี้ไม่ได้เกิดจากการเก็งกำไรในตลาดคริปโตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มาจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้า ชำระค่าเช่าที่พักอาศัย ไปจนถึงการโอนเงินกลับบ้านเกิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือ อัตราการเติบโตเหล่านี้มักจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มประเทศที่ระบบการเงินเผชิญกับความเปราะบางหรือล้มเหลว โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโต +69% ละตินอเมริกาเติบโต +89% และแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา เติบโต +52% สถิติเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า Stablecoin ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่ระบบการเงินที่ดีอยู่แล้ว แต่มันกำลังเข้ามา </span><b>เติมเต็มช่องว่าง</b><span style="font-weight: 400;"> ในพื้นที่ที่ธนาคารแบบดั้งเดิมไม่สามารถเข้าถึงได้</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">ทำไมกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Global South) ถึงแห่ใช้ Stablecoin?</span></h3>
<p><b>อาร์เจนตินา  เมื่อเงินในกระเป๋าละลายหายไปทุกวัน &#8211; </b><span style="font-weight: 400;">คงไม่มีกรณีศึกษาใดที่สะท้อนภาพได้ชัดเจนและน่าตกใจไปกว่าประเทศอาร์เจนตินา ข้อมูลในปี 2025 ระบุว่าประชากรชาวอาร์เจนตินากว่า 19.8% หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ หันมาใช้สินทรัพย์ดิจิทัลกันแล้ว และเมื่อเจาะลึกไปที่บรรดาธุรกรรมคริปโตทั้งหมด จะพบว่ามีสัดส่วนการใช้ Stablecoin มากกว่า 61.8% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั้งโลก (44.7%) อย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลเบื้องหลังนั้นตรงไปตรงมามาก เนื่องจากเงินเปโซสูญเสียมูลค่าและอำนาจซื้ออย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความทรงจำอันเลวร้ายที่ระบบธนาคารเคยล้มครืนมาแล้วในปี 2001 รวมไปถึงการที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงและจำกัดการถือครองดอลลาร์จริง ประชาชนจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันมาเก็บหอมรอมริบในรูปแบบของ USDT และ USDC แทน เพราะสิ่งเหล่านี้คือ </span><b>&#8220;เงินดอลลาร์ที่รัฐบาลไม่สามารถยึดเอาไปได้&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ส่งผลให้ในปี 2025 อาร์เจนตินามีปริมาณธุรกรรมผ่าน Stablecoin พุ่งสูงถึง 47 พันล้านดอลลาร์ และมียอดผู้ใช้งานแตะระดับ 11.2 ล้านคน</span></p>
<p><b>ไนจีเรีย  เมื่อธนาคารเป็นของคนรวย แต่มือถือเป็นของทุกคน &#8211; </b><span style="font-weight: 400;">หลายคนมักมีภาพจำว่าทวีปแอฟริกาเป็นภูมิภาคที่ล้าหลังในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ทว่าความเป็นจริงในปัจจุบันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในไนจีเรียที่ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการใช้ Stablecoin รวดเร็วที่สุดในโลก ข้อมูลในช่วงปี 2023-2024 ชี้ให้เห็นว่าไนจีเรียมีปริมาณธุรกรรม Stablecoin รวมกันสูงถึง 22 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ทั้งภูมิภาค Sub-Saharan Africa มีปริมาณธุรกรรม Stablecoin รวมกว่า 25 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2024–2025 โดยไนจีเรียเพียงประเทศเดียวมีธุรกรรมสูงถึง 22 พันล้านดอลลาร์ตลอดปี 2023–2024</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุรากฐานไม่ต่างจากที่อื่น นั่นคือสกุลเงินไนรา (Naira) สูญเสียคุณค่าอย่างรุนแรง นอกจากนี้ประชากรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและไม่มีบัญชีธนาคาร แต่พวกเขากลับมีสมาร์ทโฟนใช้งานกันแทบทุกคน ดังนั้น Stablecoin ที่สามารถใช้งานผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) บนโทรศัพท์มือถือ จึงกลายสภาพมาเป็นบัญชีเงินฝากและช่องทางรับ-ส่งเงินที่สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงง่ายกว่าสถาบันการเงินใดๆ</span></p>
<p><b>ละตินอเมริกา  ตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก &#8211; </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองภาพรวมทั้งภูมิภาคละตินอเมริกา ตัวเลขยิ่งทวีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีก ในปี 2025 ปริมาณธุรกรรม Stablecoin ทั่วภูมิภาคพุ่งทะยานแตะ 324 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 89% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เฉพาะประเทศบราซิลเพียงแห่งเดียวก็มีปริมาณธุรกรรมสูงถึง 89 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าปริมาณธุรกรรมของทั้งทวีปแอฟริการวมกันในปีเดียวกันเสียอีก ที่สำคัญคือ ปัจจุบันกว่า 75% ของนักลงทุนสถาบันในละตินอเมริกาได้มีการจัดสรรพอร์ตการลงทุนส่วนหนึ่งไว้ในสินทรัพย์ประเภท Stablecoin เรียบร้อยแล้ว</span></p>
<h3><b>ตารางเปรียบเทียบ การโอนเงินผ่าน Stablecoin เทียบกับระบบดั้งเดิม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ลองมาดูข้อเปรียบเทียบระหว่างช่องทางดั้งเดิมกับช่องทางดิจิทัลแบบใหม่</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">รายการเปรียบเทียบ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โอนเงินผ่านธนาคาร / Western Union</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โอนเงินผ่าน Stablecoin บน Blockchain</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ค่าธรรมเนียม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">5–7% ของยอดโอน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.1–3% ของยอดโอน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาดำเนินการ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">1–5 วันทำการ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่กี่วินาที–ไม่กี่นาที</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ความจำเป็นของบัญชีธนาคาร</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้องมี</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่จำเป็น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ความยุ่งยากของเอกสาร</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้องใช้ (Passport, ID Card)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขั้นต่ำมาก หรือไม่ต้องใช้เลย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ความพร้อมใช้งาน (24/7)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่รองรับในบางช่องทาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รองรับและใช้งานได้ตลอดเวลา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">สกุลเงินที่ได้รับปลายทาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สกุลเงินท้องถิ่น</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">USDT/USDC (ดอลลาร์ดิจิทัล)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูง (ขึ้นอยู่กับสกุลเงินประเทศปลายทาง)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต่ำมาก (เพราะมูลค่าผูกติดกับเงินดอลลาร์)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>มิติซ่อนเร้นระดับโลกที่คนส่วนใหญ่มองข้าม</b></h3>
<p><b>ดอลลาร์ขยายอำนาจโดยไม่ต้องพึ่งพากองทัพ </b><span style="font-weight: 400;">นี่คือแง่มุมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่น่าขบคิดมากที่สุด ทุกครั้งที่ประชาชนในประเทศอย่างไนจีเรียหรืออาร์เจนตินาตัดสินใจเก็บออมเงินในรูปแบบ USDT แทนการถือสกุลเงินท้องถิ่นของตนเอง พวกเขากำลัง </span><b>เพิ่มอุปสงค์ความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐฯ</b><span style="font-weight: 400;"> ในตลาดโลกโดยปริยาย เพราะบริษัทอย่าง Tether ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญ USDT มีความจำเป็นต้องนำเงินไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อมาเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันเหรียญดิจิทัลที่ผลิตออกมาทุกๆ เหรียญ นั่นหมายความว่า ผู้ใช้งาน Stablecoin นับล้านคนทั่วโลกกำลังสวมบทบาทเป็น </span><b>นักลงทุนทางอ้อมในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ</b><span style="font-weight: 400;"> โดยที่พวกเขาเองก็อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงาน White House Crypto Summit เดือนมีนาคม 2025 รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ Scott Bessent ได้ประกาศชัดเจนว่ารัฐบาล Trump วางแผนใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือหลักในการรักษาอำนาจของเงินดอลลาร์ในระดับโลก นอกจากนี้ IMF ยังได้ออกบทวิเคราะห์ในปี 2025 ระบุว่า Tether และ USDC ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมกันมากกว่าซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Stablecoin กำลังกลายเป็น &#8216;เสาค้ำดิจิทัล&#8217; ที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับอภิสิทธิ์ของดอลลาร์ ท่ามกลางยุคสมัยที่หลายชาติมหาอำนาจพยายามผลักดันนโยบายลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarize) อธิบายให้เข้าใจง่ายก็คือ สหรัฐฯ แทบไม่ต้องออกแรงกดดันทางการทูตหรือใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจใดๆ เลย เพราะประชาชนระดับรากหญ้าทั่วโลกต่าง </span><b>ยินดีและเลือกที่จะใช้เงินดอลลาร์ด้วยความสมัครใจ</b><span style="font-weight: 400;"> ผ่านทาง Stablecoin</span></p>
<p><b>จีนกับหมากกระดานใหม่ ขยายอิทธิพลผ่านฮ่องกง </b><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม มหาอำนาจฝั่งตะวันออกอย่างจีนก็ไม่ได้นิ่งดูดายกับปรากฏการณ์นี้ แม้ว่ารัฐบาลปักกิ่งจะยังมีท่าทีแข็งกร้าวและสั่งแบนการใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีภายในประเทศอย่างเด็ดขาด แต่กลับใช้วิธีเปิดทางให้เขตปกครองพิเศษ &#8220;ฮ่องกง&#8221; ทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการสร้างระบบนิเวศของ Stablecoin ที่มีกฎหมายรองรับอย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 เป็นต้นมา ฮ่องกงได้บังคับใช้กฎหมาย &#8220;Stablecoins Ordinance&#8221; ซึ่งเปิดทางให้สามารถออกเหรียญ Stablecoin ที่ผูกกับเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) เงินหยวนนอกประเทศ (Offshore RMB) หรือแม้แต่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ได้อย่างถูกกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือ บริษัทเทคโนโลยีการเงินยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Ant Group ได้ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ &#8216;ANTCOIN&#8217; ต่อสำนักทรัพย์สินทางปัญญาฮ่องกงในเดือนมิถุนายน 2025 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งได้สั่งให้บริษัทเทคโนโลยีจีนระงับโครงการ Stablecoin ในเวลาต่อมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการเดินหมากของจีนระหว่างการสนับสนุนผ่านฮ่องกงและการควบคุมภายในประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการออก Stablecoin ภายใต้กรอบกติกาของทางการฮ่องกง ลองนึกภาพตามว่า หากในอนาคตมี Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับเงินหยวน (RMB-pegged) ถูกปล่อยออกมาจากฮ่องกง มันจะสามารถถูกนำไปใช้งานได้อย่างกว้างขวางในกว่า 140 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมเป็นคู่ค้าในโครงการเส้นทางสายไหมยุคใหม่ (Belt and Road Initiative) ของจีน นี่คือกลยุทธ์อันแยบยลที่จีนใช้เพื่อขยายอิทธิพลทางการเงินผ่าน Stablecoin โดยใช้ฮ่องกงเป็นฉากหน้า เพื่อคงภาพลักษณ์ที่ว่ารัฐบาลแผ่นดินใหญ่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคริปโตโดยตรง</span></p>
<h3><b>ความท้าทายที่รัฐบาลปลายทางต้องเผชิญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อประชาชนในประเทศเทใจไปถือครองดอลลาร์ดิจิทัลแทนสกุลเงินหลักของชาติ รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลย่อมต้องเผชิญกับผลกระทบหนักหน่วง 3 ประการ ได้แก่:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สูญเสียอำนาจในการดำเนินนโยบายการเงิน:</b><span style="font-weight: 400;"> ธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ จะพบกับความยากลำบากในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือพิมพ์เงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะกลไกเหล่านี้จะไร้ผลทันทีหากประชาชนส่วนใหญ่ไม่นิยมถือครองสกุลเงินท้องถิ่นอีกต่อไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การจัดเก็บภาษีที่ยากลำบากขึ้น:</b><span style="font-weight: 400;"> ธุรกรรมการเงินที่หลั่งไหลไปอยู่บนเทคโนโลยี Blockchain นั้นยากต่อการติดตามและตรวจสอบมากกว่าระบบธนาคารดั้งเดิม ทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีไปอย่างมหาศาล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภาวะเงินทุนไหลออกนอกประเทศ:</b><span style="font-weight: 400;"> ในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือความไม่สงบทางการเมือง ประชาชนสามารถโยกย้ายความมั่งคั่งของตนเองด้วยการแปลงสินทรัพย์เป็น Stablecoin แล้วโอนออกไปเก็บไว้ในต่างประเทศได้ภายในพริบตา โดยก้าวข้ามกำแพงมาตรการควบคุมเงินทุน (Capital Control) แบบเดิมๆ ไปได้อย่างสิ้นเชิง</span></li>
</ul>
<p><b>สัญญาณเตือนจากกฎระเบียบทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นานาประเทศเริ่มตื่นตัวและตระหนักถึงทั้งพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงของ Stablecoin ไปพร้อมๆ กัน ในฝั่งของสหรัฐอเมริกา สภาคองเกรสได้พิจารณาผ่านร่างกฎหมาย GENIUS Act ในช่วงปี 2025 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่เข้ามากำหนดมาตรฐานให้บริษัทผู้ออก Stablecoin จะต้องมีสินทรัพย์สำรองหนุนหลังในอัตราส่วน 1:1 อย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบบัญชีจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ ในขณะเดียวกัน ประเทศบราซิลก็ได้คลอดกฎระเบียบควบคุม Stablecoin ผ่าน BCB Instruction No. 701/2026 ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 กำหนดให้การซื้อขายและโอน Stablecoin ข้ามพรมแดนถูกจัดประเภทเป็นธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ พร้อมกำหนดมาตรฐานการพิสูจน์เงินสำรองและธรรมาภิบาลที่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านทวีปยุโรปก็มีกฎหมาย MiCA (Markets in Crypto-Assets) ที่มีผลบังคับใช้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคแล้ว ส่วนทางสิงคโปร์ก็มีกรอบการกำกับดูแลจากธนาคารกลาง (MAS) ที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ให้บริการต้องมีสินทรัพย์สำรองครอบคลุม 100% เต็ม ทิศทางทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า โลกของเรากำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ &#8220;Stablecoin เป็นดินแดนเถื่อนที่ไร้กฎเกณฑ์ (Wild West)&#8221; ไปสู่ยุคที่ </span><b>&#8220;Stablecoin กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีกฎหมายรองรับ (Regulated Financial Infrastructure)&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งความชัดเจนทางกฎหมายนี่เองที่จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เทคโนโลยีนี้แพร่กระจายเข้าสู่กระแสหลักได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<h3><b>ช่องทางคว้าโอกาส พลิกโฉมธุรกิจและการลงทุนด้วย Stablecoin</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเติบโตอย่างร้อนแรงของ Stablecoin ได้เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจที่คุณอาจคาดไม่ถึง:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ต่อยอดธุรกิจโอนเงินข้ามประเทศที่มีต้นทุนต่ำ:</b><span style="font-weight: 400;"> ตลาดการโอนเงินระหว่างประเทศ (Remittance) เฉพาะในละตินอเมริกามีมูลค่าสูงถึง 142 พันล้านดอลลาร์ และกำลังถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยี Stablecoin บริษัทสตาร์ทอัพที่สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับแลกเปลี่ยนเงินกระดาษเป็นคริปโต (Fiat to Stablecoin) หรือในทางกลับกัน กำลังมีโอกาสเติบโตและแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เพิ่มขีดความสามารถให้ SME ไทยในการเจาะตลาด Global South:</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับผู้ประกอบการในไทยที่มีการค้าขายกับฝั่งแอฟริกาหรือละตินอเมริกา การนำ Stablecoin มาประยุกต์ใช้ในการรับชำระเงิน จะช่วยหั่นต้นทุนค่าธรรมเนียมราคาแพง และลดระยะเวลาการรอคอยเงินโอนจากหลายวันให้เหลือเพียงไม่กี่นาที ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยในต่างแดน:</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจุบันค่าธรรมเนียมในการโอนเงินกลับประเทศอาจสูงถึง 5–7% ทว่าเทคโนโลยีนี้สามารถกดต้นทุนให้ลดลงเหลือเพียง 1–3% ได้ ลองคำนวณดูง่ายๆ สำหรับแรงงานที่ส่งเงินกลับบ้าน 20,000 บาทต่อเดือน พวกเขาจะสามารถประหยัดเงินค่าธรรมเนียมได้ถึง 800–1,200 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นเงินออมที่เพิ่มขึ้น 10,000–14,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว</span></li>
</ul>
<h3><b>เกราะป้องกันพอร์ต เช็คลิสต์ความเสี่ยงที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้โอกาสจะเปิดกว้าง แต่การก้าวเข้าสู่โลกการเงินดิจิทัลก็มาพร้อมกับความท้าทาย นี่คือ 5 ความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องประเมินและบริหารจัดการให้ดี:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเสี่ยงจากบริษัทผู้ออกเหรียญ (Counterparty Risk):</b><span style="font-weight: 400;"> ในกรณีที่บริษัทผู้ออกเหรียญอย่าง Tether หรือ Circle ประสบปัญหาล้มละลาย หรือถูกตรวจสอบพบว่ามีเงินสำรองไม่เพียงพอ มูลค่าของเหรียญ Stablecoin ที่คุณถือครองอยู่อาจระเหยกลายเป็นศูนย์ได้ภายในชั่วข้ามคืน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเสี่ยงด้านกฎหมายและนโยบายรัฐ (Regulatory Risk):</b><span style="font-weight: 400;"> รัฐบาลของประเทศต่างๆ อาจประกาศใช้กฎหมายสั่งห้ามทำธุรกรรมด้วย Stablecoin อย่างกะทันหัน หรืออาจมีคำสั่งให้อายัด (Freeze) กระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้ใช้งานได้หากพบความเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเสี่ยงเชิงเทคนิคบนเครือข่าย (Technical Risk):</b><span style="font-weight: 400;"> ระบบเครือข่าย Blockchain ที่เหรียญ Stablecoin วิ่งอยู่ อาจเกิดปัญหาขัดข้อง มีช่องโหว่ทางเทคนิค หรือโชคร้ายที่สุดคือถูกกลุ่มแฮกเกอร์โจมตีและโจรกรรมสินทรัพย์ไป</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk):</b><span style="font-weight: 400;"> ในยามที่ตลาดเกิดภาวะตื่นตระหนกขั้นสุด หากผู้ใช้งานทุกคนต่างพยายามแห่เทขาย Stablecoin เพื่อแลกกลับเป็นเงินสดพร้อมๆ กัน อาจนำไปสู่ปรากฏการณ์วิกฤตความเชื่อมั่น หรือ Bank Run ในรูปแบบดิจิทัลได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเสี่ยงด้านภาระภาษี (Tax Risk):</b><span style="font-weight: 400;"> จนถึงปัจจุบัน หลายประเทศยังคงไม่มีความชัดเจนในการออกเกณฑ์การจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งการทำกำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนของ Stablecoin อาจกลายมาเป็นภาระภาษีย้อนหลังที่สร้างความปวดหัวได้ในอนาคต</span></li>
</ul>
<h3><b>ดอลลาร์ไม่ได้ตาย มันแค่กลายร่าง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มีคำกล่าวประโยคหนึ่งในแวดวงเศรษฐศาสตร์ที่น่าเก็บไปคิดตามว่า </span><b>&#8220;การเงินที่ดีที่สุด คือระบบการเงินที่คุณมีสิทธิ์เลือกใช้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ระบบการเงินที่คุณถูกบังคับให้ต้องทนใช้&#8221;</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยี Stablecoin กำลังทำให้ประโยคนี้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้เป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์โลก สำหรับพ่อค้าแม่ขายในเมืองลากอส กลุ่มแม่บ้านในกรุงบัวโนสไอเรส หรือแม้กระทั่งแรงงานข้ามชาติที่ทำงานอยู่ในสิงคโปร์ Stablecoin ไม่ใช่เรื่องของการเก็งกำไรที่ฉาบฉวย หรือเป็นเพียง &#8220;เทคโนโลยีแห่งอนาคต&#8221; ที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป แต่มันคือเครื่องมือวิเศษที่พวกเขาใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อปกป้องหยาดเหงื่อแรงงานและความมั่งคั่งของครอบครัวให้รอดพ้นจากระบบเศรษฐกิจที่กำลังล่มสลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราถอยออกมายืนมองในภาพที่กว้างขึ้น สิ่งที่กำลังก่อตัวอยู่ตรงหน้าคือการรื้อถอนและเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอำนาจทางการเงินของโลกครั้งยิ่งใหญ่ โดยปราศจากการประกาศสงคราม ไม่ต้องรอให้มีการจัดประชุมผู้นำ G20 และไม่มีความจำเป็นต้องรอฟังแถลงการณ์ใดๆ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังเดินหน้าขยายอาณาเขตและอิทธิพลของตนเองด้วยบรรทัดคำสั่งโค้ด (Code) คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ด้วยกระบอกปืน ในขณะเดียวกัน จีนก็กำลังซุ่มสร้างทางเลือกใหม่เพื่อท้าทายขั้วอำนาจเดิม โดยใช้ฮ่องกงเป็นห้องทดลองนวัตกรรมทางการเงินระดับโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามสำคัญที่ถูกทิ้งไว้ให้คนไทยและนักลงทุนได้ขบคิดก็คือ เราจะยอมจำนนเป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบจากคลื่นความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ หรือเราจะรีบทำความเข้าใจกติกาของโลกยุคใหม่ แล้วพลิกแพลงใช้มันเพื่อสร้างความได้เปรียบ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.info.gov.hk/gia/general/202506/06/P2025060600275.htm" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.info.gov.hk/gia/general/202506/06/P2025060600275.htm</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2025/07/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2025/07/</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://news.bloomberglaw.com/crypto/stablecoin-transactions-rose-to-record-33-trillion-led-by-usdc" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://news.bloomberglaw.com/crypto/stablecoin-transactions-rose-to-record-33-trillion-led-by-usdc</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://batimes.com.ar/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://batimes.com.ar/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.chainalysis.com/blog/2024-latin-america-crypto-adoption/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.chainalysis.com/blog/2024-latin-america-crypto-adoption/</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.chainalysis.com/blog/latin-america-crypto-adoption-2025/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.chainalysis.com/blog/latin-america-crypto-adoption-2025/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://nairametrics.com/2025/08/19/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://nairametrics.com/2025/08/19/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.morganlewis.com/pubs/2025/06/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.morganlewis.com/pubs/2025/06/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.mayerbrown.com/en/insights/publications/2025/07/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.mayerbrown.com/en/insights/publications/2025/07/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.debevoise.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.debevoise.com/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/the-dollar-is-dead/">ดอลลาร์ไม่ตายแค่กลายร่าง ทำไม Stablecoin ถึงปฏิวัติการเงินโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/the-dollar-is-dead/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
