วันศุกร์, มิถุนายน 12, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap
The Signals
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy
  • Login
No Result
View All Result
The Signals
Home Trends

ทำไมอนาคตภายในไม่เกิน 2 ปี งานออฟฟิศจะหมดไป แล้วทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต

ทำไมอนาคตภายในไม่เกิน 2 ปี งานออฟฟิศจะหมดไป แล้วทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต
0
SHARES
1
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

Mustafa Suleyman ซีอีโอของ Microsoft AI และผู้ร่วมก่อตั้ง DeepMind ได้ออกมากล่าวในสัมภาษณ์กับ Financial Times เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 ว่างานประเภท white-collar ที่ทำหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นทนายความ นักบัญชี โปรเจกต์แมเนเจอร์ หรือนักการตลาด จะถูก AI ทำงานแทนได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 12-18 เดือน

ทำไมอนาคตภายในไม่เกิน 2 ปี งานออฟฟิศจะหมดไป แล้วทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต

ทำไมอนาคตภายในไม่เกิน 2 ปี งานออฟฟิศจะหมดไป แล้วทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต

Related posts

ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย

ทำไมคลิป YouTube คนกว่า 90% โหวตแบน คอนเทนต์ AI มักง่าย

มิถุนายน 4, 2026
ถอดรหัส 3 ปี ทำไมตลาด AI บูมขั้นสุด! เจาะลึกหุ้นเด็ด พลิกโฉมโลกการลงทุน 

ถอดรหัส 3 ปี ทำไมตลาด AI บูมขั้นสุด! เจาะลึกหุ้นเด็ด พลิกโฉมโลกการลงทุน 

มิถุนายน 4, 2026

โดยเขาคาดการณ์ว่า AI จะมี “human-level performance” ในงานมืออาชีพเกือบทั้งหมดภายในระยะเวลาดังกล่าว แต่ในขณะเดียวกัน รายงาน World Economic Forum Future of Jobs Report 2025 ระบุว่าจะมีงานใหม่เกิดขึ้น 170 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030 ทำให้เกิดงานเพิ่มสุทธิ 78 ล้านตำแหน่ง แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่

ทำไมคำพูดของ Mustafa Suleyman ถึงมีน้ำหนัก

เมื่อผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำออกมาพูดเรื่อง AI คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าเป็นเพียงการขายของ แต่สำหรับ Mustafa Suleyman กรณีนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ใช่ผู้บริหารธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในสถาปนิกสำคัญที่สร้าง AI ที่เราเห็นในปัจจุบัน

ผู้ร่วมสร้าง DeepMind — AI ที่เอาชนะแชมป์โลก Go

Mustafa Suleyman ร่วมก่อตั้ง DeepMind ในปี 2010 ร่วมกับ Demis Hassabis และ Shane Legg บริษัทนี้ได้สร้างระบบ AI ชื่อ AlphaGo ที่สามารถเอาชนะ Lee Sedol แชมป์โลก Go ซึ่งถือเป็นเกมกระดานที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ในปี 2016 ความสำเร็จนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พิสูจน์ว่า AI สามารถเรียนรู้และคิดเชิงกลยุทธ์ในระดับที่เหนือกว่ามนุษย์ได้ DeepMind ถูกซื้อโดย Google ในปี 2014 ในมูลค่าที่รายงานอยู่ระหว่าง 400-650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่ามากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็นหนึ่งในแล็บวิจัย AI ชั้นนำของโลก

จาก Inflection AI สู่ตำแหน่ง CEO ของ Microsoft AI

หลังจากออกจาก DeepMind ในปี 2022 Suleyman ได้ก่อตั้ง Inflection AI และพัฒนา Pi (personal intelligence) ซึ่งเป็น AI chatbot ที่เน้นความเป็นส่วนตัวและเข้าอกเข้าใจมนุษย์ ในเดือนมีนาคม 2024 Microsoft ได้ดึงตัวเขามาดำรงตำแหน่ง CEO of Microsoft AI โดยรับผิดชอบการพัฒนา Copilot, Bing และ Edge รวมถึงกำกับทิศทางการพัฒนา AI ทั้งหมดของ Microsoft

Track Record ที่พิสูจน์แล้วว่า “เขาเห็นอนาคตก่อนคนอื่น”

สิ่งที่ทำให้คำพูดของ Suleyman มีน้ำหนักคือ เขาเป็นคนที่ไม่ได้แค่พูด แต่เป็นคนที่สร้างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกจริงๆ AlphaGo ที่เขาร่วมสร้างไม่ใช่แค่เกม แต่เป็นการพิสูจน์ว่า AI สามารถเอาชนะความซับซ้อนที่มนุษย์คิดว่าจะเอาชนะได้ยากที่สุด เมื่อเขาบอกว่า AI จะทำงาน white-collar ได้เกือบหมดภายใน 18 เดือน นั่นไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นการมองเห็นจากข้อมูลพัฒนาการของ AI ที่เขาอยู่ใจกลางการพัฒนา

คำพูดที่ทำให้โลกหยุดนิ่งเมื่อ งาน White-Collar หายไปใน 12-18 เดือน

บทสัมภาษณ์ Financial Times ที่ออกมาเมื่อ 12 ก.พ. 2026 ในบทสัมภาษณ์ที่ตีพิมพ์โดย Financial Times เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 Mustafa Suleyman ได้กล่าวว่า “I think that we’re going to have a human-level performance on most, if not all, professional tasks” และเขาได้ขยายความว่า “So white-collar work, where you’re sitting down at a computer, either being a lawyer or an accountant or a project manager or a marketing person — most of those tasks will be fully automated by an AI within the next 12 to 18 months” คำพูดนี้ได้รับการรายงานโดย Fortune และ Business Insider ทำให้กลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจและเทคโนโลยีทั่วโลก

ความหมายของ “White-Collar Work” ที่ Suleyman กำหนดไว้

Suleyman ได้ให้นิยามที่ชัดเจนว่า white-collar work ที่เขาหมายถึงคืองานที่ “นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์” ซึ่งรวมถึง ทนายความ นักบัญชี โปรเจกต์แมเนเจอร์ นักการตลาด และอาชีพที่ใช้ทักษะการวิเคราะห์ การประมวลผลข้อมูล และการสื่อสารเป็นหลัก เขาเน้นว่าไม่ใช่แค่งานระดับล่าง แต่รวมถึงงานมืออาชีพที่ต้องใช้ปริญญาโท MBA หรือปริญญาทางกฎหมายด้วย

“Human-Level Performance” ใน AI หมายความว่าอย่างไร?

คำว่า “human-level performance” หมายถึง AI ที่สามารถทำงานได้ในระดับเดียวกับมนุษย์ที่มีความชำนาญ ไม่ใช่แค่ทำได้ แต่ทำได้ดีพอๆ หรือดีกว่า Suleyman ยกตัวอย่างว่าในวงการ software engineering ปัจจุบันโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่ใช้ “AI-assisted coding for the vast majority of their code production” และสิ่งนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ 6 เดือนที่ผ่านมา เขามองว่าความเร็วของการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นในอาชีพอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน

สัญญาณเตือนจากโลกจริง – 3 บริษัทชั้นนำที่เริ่มปลดคนเพราะ AI แล้ว

การคาดการณ์ของ Suleyman ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เรามีหลักฐานจากบริษัทชั้นนำที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว ทีม The Signals ขอยกกรณีศึกษา 3 บริษัทที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นจริง

Baker McKenzie สำนักกฎหมายระดับโลกปลดพนักงาน 700-1,000 คน

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026″ หรือ “ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Baker McKenzie หนึ่งในสำนักงานกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศปลดพนักงานสายสนับสนุนประมาณ 700-1,000 ตำแหน่ง โดยระบุชัดเจนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเพื่อนำ AI เข้ามาใช้งาน ตามรายงานของ Bloomberg Law และ Above the Law การปลดพนักงานครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในแผนก legal research, document review และ administrative support ซึ่งเป็นงานที่ AI สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่า

บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้คือ แม้จะเป็นวิชาชีพที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญสูง แต่งานที่เป็น “repetitive” และ “rule-based” ก็ถูกแทนที่ได้ ทนายความระดับซีเนียร์ที่ทำงานด้านกลยุทธ์และเจรจาต่อรองอาจจะยังปลอดภัย แต่ทนายความจบใหม่ที่ทำงาน document review อาจจะหางานยากขึ้นอย่างมาก

Klarna AI ทำงานแทนพนักงาน customer service 853 คน

Klarna บริษัท fintech จากสวีเดนได้ประกาศในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่า AI chatbot ของพวกเขาสามารถทำงานได้เทียบเท่าพนักงาน customer service 853 คน ตามรายงานของ Customer Experience Dive เมื่อเริ่มเปิดตัวในช่วงต้นปี 2024 ระบบ AI ของ Klarna สามารถจัดการคำถามของลูกค้าได้ 2.3 ล้านคำถามในเดือนแรก โดยมีระดับความพึงพอใจใกล้เคียงกับพนักงานมนุษย์ และที่สำคัญคือ ทำงานได้ 24/7 โดยไม่มีวันหยุด

สิ่งที่น่าสนใจ คือ Klarna ไม่ได้ปลดพนักงานทั้งหมดทันที แต่ใช้วิธี “natural attrition” คือ ไม่จ้างคนใหม่ เมื่อมีคนลาออก และค่อยๆ ลดจำนวนพนักงานลงตามธรรมชาติ วิธีการนี้ช่วยลดผลกระทบทางสังคม แต่ก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่าตำแหน่งงาน customer service แบบดั้งเดิมกำลังหายไป

Duolingo ปลดนักแปล 10% เพื่อให้ AI ทำงานแทน

Duolingo ประกาศในเดือนมกราคม 2024 ว่าได้ลดจำนวน contractors ในช่วงปลายปี 2023 ประมาณ 10% ที่เป็นนักแปลและผู้สร้างเนื้อหาประมาณ 10% เพราะบริษัทเริ่มใช้ generative AI ในการสร้างและแปลเนื้อหาการเรียนรู้ ตามรายงานของ CNN และ Tech.co การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Duolingo ทดสอบและพบว่า AI สามารถสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับมนุษย์ และทำได้เร็วกว่ามาก

Luis von Ahn ซีอีโอของ Duolingo ได้กล่าวว่าบริษัทไม่ได้เลิกใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาทั้งหมด แต่จะเปลี่ยนบทบาทของพวกเขาจาก “content creators” เป็น “content reviewers และ quality control” แสดงให้เห็นว่างานไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่เปลี่ยนรูปแบบไป

บทเรียนจาก 3 กรณีศึกษา ตำแหน่งไหนเสี่ยงที่สุด?

จากทั้ง 3 กรณีศึกษา  The Signals สรุปลักษณะงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI แทนที่ ดังนี้

งานที่มีความเสี่ยงสูง

  • งานที่เป็น repetitive และทำซ้ำๆ แบบเดิม (document review, data entry)
  • งานที่อิงกฎเกณฑ์ชัดเจน (basic accounting, legal research)
  • งานที่เป็น first-line customer service
  • งานแปลและสร้างเนื้อหาที่เป็น template-based
  • งานวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น (basic data analysis)

งานที่ยังปลอดภัยในระยะสั้น

  • งานที่ต้องใช้ judgment ซับซ้อนและประสบการณ์สะสม
  • งานที่ต้องสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับคน
  • งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ระดับสูงและ original thinking
  • งานที่ต้องตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีผลกระทบสูง
  • งานที่ต้องการ emotional intelligence และการเข้าใจบริบททางสังคม

Future of Jobs Report 2025  เมื่อ 92 ล้านงานจะหาย แต่ 170 ล้านงานจะเกิดขึ้น

แม้ว่าภาพที่วาดออกมาจะดูน่ากลัว แต่รายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ได้นำเสนอมุมมองที่สมดุลกว่า รายงานระบุว่าภายในปี 2030 จะมีงานประมาณ 92 ล้านตำแหน่งที่จะหายไปเพราะ automation และ AI แต่ในขณะเดียวกัน จะมีงานใหม่เกิดขึ้น 170 ล้านตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดงานเพิ่มขึ้นสุทธิ 78 ล้านตำแหน่ง

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาทำลายงานเท่านั้น แต่สร้างงานใหม่ที่ต้องใช้ทักษะใหม่ด้วย สิ่งสำคัญ คือ เราต้องเตรียมตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านจากงานเก่าไปสู่งานใหม่ ไม่ใช่แค่นั่งเฉยรอให้งานหายไป

งานประเภทไหนที่จะเพิ่มขึ้น?

ตามรายงานของ World Economic Forum งานที่คาดว่าจะเติบโตมากที่สุดในช่วง 5 ปีข้างหน้า คือ

กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยี

  • AI and Machine Learning Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Machine Learning)
  • Data Scientists and Analysts (นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลและนักวิเคราะห์)
  • Cybersecurity Professionals (ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์)
  • Software and Applications Developers (นักพัฒนาซอฟต์แวร์)

กลุ่มงานที่ต้องใช้ทักษะความเป็นมนุษย์

  • Healthcare Workers (บุคลากรทางการแพทย์)
  • Care Economy Workers (ผู้ดูแลผู้สูงอายุและเด็ก)
  • Education Professionals (ครูและนักการศึกษา)

กลุ่มงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์

  • Creative Economy Workers (ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา นักออกแบบ ศิลปิน)
  • Brand and Marketing Strategists (นักกลยุทธ์แบรนด์และการตลาดระดับสูง)

กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับ sustainability

  • Sustainability Specialists (ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน)
  • Environmental Engineers (วิศวกรสิ่งแวดล้อม)

ทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต?

World Economic Forum ระบุทักษะที่จะเป็นที่ต้องการมากที่สุดในอนาคตดังนี้

Cognitive Skills (ทักษะทางปัญญา)

  • Analytical Thinking and Innovation (การคิดวิเคราะห์และนวัตกรรม)
  • Complex Problem-Solving (การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน)
  • Critical Thinking (การคิดอย่างมีวิจารณญาณ)

Technological Skills (ทักษะด้านเทคโนโลยี)

  • AI and Big Data (ความรู้ด้าน AI และ Big Data)
  • Technology Design and Programming (การออกแบบและเขียนโปรแกรม)

Human Skills (ทักษะความเป็นมนุษย์)

  • Creativity, Originality and Initiative (ความคิดสร้างสรรค์และการริเริ่ม)
  • Emotional Intelligence (ความฉลาดทางอารมณ์)
  • Leadership and Social Influence (ความเป็นผู้นำและอิทธิพลทางสังคม)

Self-Management Skills (ทักษะการจัดการตนเอง)

  • Resilience, Stress Tolerance and Flexibility (ความยืดหยุ่นและการจัดการความเครียด)
  • Lifelong Learning (การเรียนรู้ตลอดชีวิต)

ผลกระทบต่อตลาดแรงงานและธุรกิจไทย

ภาคธุรกิจไทยที่ได้ประโยชน์จาก AI

ภาคเทคโนโลยีและดิจิทัล – บริษัทที่ให้บริการ cloud computing, AI solutions และ digital transformation กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทสตาร์ทอัพด้าน fintech และ e-commerce ในไทยหลายแห่งเริ่มใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ภาคการเงินและธนาคาร – ธนาคารพาณิชย์ไทยหลายแห่งกำลังลงทุนอย่างหนักในระบบ AI เพื่อ fraud detection, credit scoring และ personalized banking ธนาคารที่ปรับตัวเร็วจะได้เปรียบในการแข่งขัน

ภาคการศึกษาและ upskilling – สถาบันการศึกษาและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สอนทักษะด้าน AI, data science และ digital skills กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ตลาดการอบรมพนักงานในองค์กรก็กำลังขยายตัว

ภาคธุรกิจไทยที่ต้องปรับตัวเร่งด่วน

ภาค BPO (Business Process Outsourcing) -ไทยมีอุตสาหกรรม call center และ back-office services ขนาดใหญ่ หากธุรกิจเหล่านี้ไม่ปรับตัวเพื่อใช้ AI หรือยกระดับบริการเป็น high-value tasks อาจจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

ภาคบัญชีและกฎหมายแบบดั้งเดิม – สำนักงานบัญชีและกฎหมายขนาดเล็กที่ยังทำงานแบบเก่าจะต้องเผชิญกับความกดดันจากคู่แข่งที่ใช้ AI เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำ

ภาคการตลาดและโฆษณาแบบดั้งเดิม – งาน content writing, basic graphic design และ social media posting ที่เป็น template-based กำลังถูก AI เข้ามาแทนที่ นักการตลาดที่ไม่ยกระดับตัวเองเป็น strategic thinking อาจจะหางานยาก

โอกาสสำหรับ SME ไทยในการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ

สำหรับธุรกิจ SME ในไทย AI ไม่ใช่ภัยคุกคามเสมอไป แต่อาจเป็นโอกาสทองในการแข่งขันกับธุรกิจใหญ่

ตัวอย่างการใช้ AI สำหรับ SME

  • ใช้ AI chatbot เพื่อดูแลลูกค้า 24/7 โดยไม่ต้องจ้างพนักงานหลายกะ
  • ใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและทำ personalized marketing
  • ใช้ AI ในการจัดการสต๊อกและคาดการณ์ความต้องการสินค้า
  • ใช้ generative AI ในการสร้างเนื้อหาการตลาด (พร้อมการ review จากคน)
  • ใช้ AI ในการทำบัญชีและการเงินอัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาด

สิ่งสำคัญ คือ SME ไทยต้องเริ่มทดลองใช้ AI แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาล แต่ควรเริ่มจาก pilot project ขนาดเล็กเพื่อเรียนรู้และปรับปรุง

7 แนวทางปรับตัวจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก 

The Signals ได้รวบรวมแนวทางการปรับตัวจากผู้เชี่ยวชาญและสถาบันชั้นนำทั่วโลก เพื่อให้ผู้อ่านมีแนวทางที่ชัดเจนในการเตรียมพร้อม

  1. Upskill ทักษะที่ AI แทนไม่ได้ (จาก World Economic Forum)

โดยได้นำแนวทางจาก World Economic Forum ที่ระบุไว้ใน Future of Jobs Report 2025 ว่าทักษะที่ AI ยังแทนไม่ได้ในระยะใกล้คือ Emotional Intelligence, Creativity และ Complex Problem-Solving คนทำงานควรลงทุนเวลาในการพัฒนาทักษะเหล่านี้ เช่น การฝึก public speaking, การเรียนรู้การทำงานเป็นทีม, การฝึกคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และการพัฒนาทักษะการเจรจาต่อรอง

  1. เรียนรู้การใช้ AI เป็นเครื่องมือ (จาก Harvard-BCG Study)

โดยผลการศึกษาจาก Harvard Business School ร่วมกับ Boston Consulting Group ที่พบว่าคนทำงานที่เรียนรู้การใช้ AI เป็นเครื่องมือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 40% ในบางงาน แทนที่จะมองว่า AI เป็นศัตรู ควรมองว่าเป็น “ผู้ช่วย” ที่ทำงาน repetitive ให้ แล้วเราโฟกัสที่งานที่ต้องใช้ judgment และความคิดสร้างสรรค์

ตัวอย่างเครื่องมือ AI ที่ควรเรียนรู้

  • ChatGPT, Claude, Gemini สำหรับการเขียนและวิเคราะห์
  • Midjourney, DALL-E สำหรับการสร้างภาพ
  • GitHub Copilot สำหรับการเขียนโค้ด
  • Notion AI, Otter.ai สำหรับการจดบันทึกและสรุปประเด็น
  1. เน้นทักษะ Human-Centric (จาก McKinsey Report)

แนวทางจาก McKinsey Global Institute ที่ระบุในรายงานเรื่อง Generative AI and the Future of Work ว่างานที่เน้น “human connection” เช่น การให้คำปรึกษา การดูแลลูกค้าระดับสูง การสอน การดูแลผู้ป่วย จะยังคงต้องใช้มนุษย์เป็นหลัก หากคุณทำงานในสายที่เสี่ยง ควรพยายามยกระดับตัวเองไปสู่บทบาทที่เน้น relationship building และ empathy มากขึ้น

  1. สร้าง Personal Brand และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ในยุคที่ AI สามารถทำงาน generic ได้หมด สิ่งที่ทำให้คุณมีค่าคือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ลึกและแคบ การสร้าง personal brand ผ่าน LinkedIn, การเขียนบทความแสดงความรู้, การพูดในงานสัมมนา จะช่วยให้คุณกลายเป็น “subject matter expert” ที่องค์กรต้องการ แม้ว่า AI จะทำงานพื้นฐานได้ แต่ความเชี่ยวชาญระดับสูงที่มาจากประสบการณ์สะสมหลายปียังแทนไม่ได้ง่าย

  1. หันมา Lifelong Learning แทนการพึ่งปริญญาเดียว

ยุคที่เรียนจบแล้วใช้ความรู้ไปจนเกษียณได้นั้นผ่านไปแล้ว จากแนวทาง World Economic Forum ที่เน้นว่า “reskilling และ upskilling” ต้องเป็นเรื่องต่อเนื่อง คนทำงานควรจัดสรรเวลาอย่างน้อย 5-10 ชั่วโมงต่อเดือนในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ผ่าน Coursera, Udacity หรือการอ่านหนังสือและงานวิจัยใหม่ๆ

  1. สำหรับธุรกิจ Pilot AI ในทีมเล็กๆ ก่อนขยายผล

โดยแนวทางจาก McKinsey ที่แนะนำว่าธุรกิจไม่ควรรีบนำ AI มาใช้ทั้งองค์กรในคราวเดียว แต่ควรเริ่มจาก “pilot project” ในทีมเล็กๆ เพื่อทดสอบและเรียนรู้ก่อน เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแล้ว จึงค่อยขยายไปยังส่วนอื่น วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย และยังช่วยให้พนักงานปรับตัวได้ทีละน้อย

  1. สำหรับผู้บริหาร ลงทุนในทีม Reskilling

จากแนวทางWorld Economic Forum ที่เน้นว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุค AI คือ องค์กรที่ลงทุนใน “reskilling programs” สำหรับพนักงานที่มีอยู่ แทนที่จะรีบไล่ออกและจ้างคนใหม่ การลงทุนในการฝึกอบรมพนักงานให้ใช้ AI เป็นเครื่องมือ และยกระดับทักษะไปสู่งานที่ซับซ้อนขึ้น จะช่วยรักษา morale ของทีมและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กร

เมื่อโอกาสมากกว่าความกลัว ถ้าเราเตรียมพร้อม

คำเตือนของ Mustafa Suleyman ไม่ใช่การ “ทำให้กลัว” แต่เป็นการ “เตือน” ให้เราเตรียมพร้อม ประวัติศาสตร์บอกเราว่าทุกครั้งที่เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) หรือการมาถึงของอินเทอร์เน็ต จะมีงานบางอย่างหายไป แต่จะมีงานใหม่เกิดขึ้นมากกว่าเสมอ

รายงาน World Economic Forum ยืนยันว่าภายในปี 2030 จะมีงานเพิ่มขึ้นสุทธิ 78 ล้านตำแหน่ง แม้ว่าจะมีงาน 92 ล้านตำแหน่งหายไป แต่จะมีงานใหม่ 170 ล้านตำแหน่งถูกสร้างขึ้น คำถามสำคัญคือ เราจะอยู่ในกลุ่มคนที่ปรับตัวได้ หรือจะเป็นกลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเริ่มต้นวันนี้ ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบ เพียงแค่เริ่มเรียนรู้ เริ่มทดลอง เริ่มปรับตัว ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับว่าคุณเริ่มเมื่อไหร่

อ้างอิงจาก

  • https://www.businessinsider.com/microsoft-ai-ceo-mustafa-suleyman-white-collar-tasks-automation-prediction-2026-2
  • https://fortune.com/2026/02/13/when-will-ai-kill-white-collar-office-jobs-18-months-microsoft-mustafa-suleyman/
  • https://abovethelaw.com/2026/02/baker-mckenzie-blamed-ai-for-massive-layoff-but-the-problem-is-much-more-complicated/
  • https://americanbazaaronline.com/2026/02/13/baker-mckenzie-to-cut-1000-roles-in-ai-driven-restructuring-475053/
  • https://news.bloomberglaw.com/business-and-practice/wake-up-call-hundreds-laid-off-at-baker-mckenzie-as-ai-grows
  • https://www.customerexperiencedive.com/news/klarna-says-ai-agent-work-853-employees/805987/
  • https://tech.co/news/duolingo-ai-layoffs
  • https://www.cnn.com/2024/01/09/tech/duolingo-layoffs-due-to-ai
  • https://blog.coursera.org/wef-future-of-jobs-report-2025/
Tags: AIทำงานแทนคนMicrosoft AIMustafa Suleymanงาน white collarธุรกิจยุค AIปรับตัวยุค AIอนาคตงาน
Previous Post

Bitcoin ดิ่งหนักรับต้นปี 2026 สถาบันแห่เทขาย หรือแค่การปรับฐานครั้งใหญ่?

Next Post

มีเงิน 1000 บาท ลงทุนอะไรดี ที่จะเริ่มสร้างความมั่งคั่งระยะยาวได้จริงหรือ

Next Post
มีเงิน 1000 บาท ลงทุนอะไรดี ที่จะเริ่มสร้างความมั่งคั่งระยะยาวได้จริงหรือ

มีเงิน 1000 บาท ลงทุนอะไรดี ที่จะเริ่มสร้างความมั่งคั่งระยะยาวได้จริงหรือ

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

RECOMMENDED NEWS

ทะลุ 1 ล้านล้าน! ยอด BOI ดันไทยผงาดศูนย์กลาง AI และดิจิทัล 

ทะลุ 1 ล้านล้าน! ยอด BOI ดันไทยผงาดศูนย์กลาง AI และดิจิทัล 

1 เดือน ago
ไวรัสนิปาห์คืออะไร ถ้าระบาดใหญ่ เศรษฐกิจจะสะเทือนแค่ไหน 

ไวรัสนิปาห์คืออะไร? ถ้าระบาดใหญ่ เศรษฐกิจจะสะเทือนแค่ไหน?

5 เดือน ago
วิธีลงทะเบียนล้างแอร์ราคาถูกเพียง 300 บาท จำกัด 3 หมื่นสิทธิ์

วิธีลงทะเบียนล้างแอร์ราคาถูกเพียง 300 บาท จำกัด 3 หมื่นสิทธิ์

3 เดือน ago
จับตาค่าเงินเยนทะลุ 160! ทรัมป์ขีดเส้นตายถล่มอิหร่าน พลิกเกมดอกเบี้ยเฟดปี 2026

จับตาค่าเงินเยนทะลุ 160! ทรัมป์ขีดเส้นตายถล่มอิหร่าน พลิกเกมดอกเบี้ยเฟดปี 2026

2 เดือน ago

FOLLOW US

BROWSE BY CATEGORIES

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

BROWSE BY TOPICS

AI OpenAI กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์ธุรกิจ การลงทุน การลงทุนต่างประเทศ ข่าวเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ จัดพอร์ตลงทุน ชิป AI ช่องแคบฮอร์มุซ ดอกเบี้ยเฟด ตลาดหุ้นไทย ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า ราคาทองคำ ราคาทองวันนี้ ราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันพุ่ง ราคาน้ำมันโลก ลงทุนทองคำ วางแผนการเงิน วิกฤตตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ วิเคราะห์ราคาทอง วิเคราะห์หุ้น สงครามตะวันออกกลาง สงครามอิหร่าน สินทรัพย์ปลอดภัย หุ้นต่างประเทศ หุ้นพลังงาน หุ้นเทคโนโลยี หุ้นไทย อสังหาริมทรัพย์ เงินเฟ้อ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี AI เทรนด์เทคโนโลยี เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย แนวโน้มราคาทอง แนวโน้มเศรษฐกิจ

POPULAR NEWS

  • วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง รับ 4000 บาท ใครได้บ้างเช็กเลย!

    วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง รับ 4000 บาท ใครได้บ้างเช็กเลย!

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ส่อง 3 หุ้นซูชิยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เปลี่ยนมื้ออร่อยให้เป็นขุมทรัพย์

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ดัชนี Nikkei พุ่งทำนิวไฮทะลุ 65900 จุด เมื่อชิป AI คือ ขุมพลังขับเคลื่อนตลาดทุน

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ก้าวใหม่สาธารณสุข ข้อมูลสุขภาพบนบล็อกเชน คุณเป็นเจ้าของเอง

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
The Signals

In a world full of noise, leaders look for signals.

สื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจสำหรับผู้นำ ที่คัดกรองและตีความ “สัญญาณ” ของโลกเศรษฐกิจและธุรกิจ เพื่อให้เห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลง

Follow us on social media:

Recent News

  • คู่มือเข้าใจ SpaceX IPO ไขความลับมูลค่ามหาศาล สู่ยุคใหม่ของ Data Center บนอวกาศ
  • เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ 
  • เจาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ท่ามกลางความผันผวน ส่องโอกาสลงทุน Tech และ AI ที่คุณอาจพลาด

Category

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

Recent News

คู่มือเข้าใจ SpaceX IPO ไขความลับมูลค่ามหาศาล สู่ยุคใหม่ของ Data Center บนอวกาศ

คู่มือเข้าใจ SpaceX IPO ไขความลับมูลค่ามหาศาล สู่ยุคใหม่ของ Data Center บนอวกาศ

มิถุนายน 11, 2026
เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ 

เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ 

มิถุนายน 11, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.