ใครที่ชื่นชอบการทานอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะซูชิสายพาน น่าจะคุ้นเคยกับแบรนด์ดังที่เข้ามาเปิดสาขาในบ้านเราเป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังสายพานที่หมุนไปอย่างต่อเนื่องนั้น มีมูลค่าธุรกิจระดับมหาศาลซ่อนอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นแบรนด์เหล่านี้ยังจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจการได้
ส่อง 3 หุ้นซูชิยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เปลี่ยนมื้ออร่อยให้เป็นขุมทรัพย์
วันนี้ The Signals จะพาไปเจาะลึก 3 หุ้นซูชิยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องอาหาร แต่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการจัดการระดับโลก
เจาะลึกข้อมูลและสถิติสำคัญ 3 หุ้นซูชิยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น
| ข้อมูล / บริษัท | Food & Life Companies | Zensho Holdings | Kura Sushi |
| สัญลักษณ์ตลาด (Ticker) | TYO : 3563 | TYO : 7550 | TYO : 2695 |
| แบรนด์หลักที่รู้จัก | Sushiro (ซูชิโร่) | Hama Sushi (ฮามะ ซูชิ), Sukiya | Kura Sushi (คุระ ซูชิ) |
| ข้อมูลเบื้องต้น | เจ้าของ “Sushiro” พี่ใหญ่เบอร์ 1 ในวงการสายพานที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในญี่ปุ่น และเป็นขวัญใจคนไทยในขณะนี้ | อาณาจักรอาหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ไม่ได้มีดีแค่ซูชิแต่ยังมีแบรนด์อย่าง Sukiya (ข้าวหน้าเนื้อ) อยู่ในมือ | อาศัยจุดเด่นด้านนวัตกรรม เปลี่ยนร้านซูชิให้เป็นสวนสนุก ล่าสุดประสบความสำเร็จในการบุกตลาดสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ Kura Sushi USA (จดทะเบียนในตลาด NASDAQ) |
| จุดเด่น | การใช้ระบบ Data และ AI มาคำนวณการปล่อยซูชิบนสายพานเพื่อลด Food Waste รวมถึงการขยายสาขาในต่างประเทศอย่างดุดัน โดยเฉพาะในแถบเอเชีย | การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่แข็งแกร่งมาก ทำให้ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดี พร้อมเจาะกลุ่มตลาดแมสด้วยราคาประหยัด | โดดเด่นด้วยระบบ “Bikkura Pon” (หยอดจานครบ 5 ใบเพื่อลุ้นกาชาปอง) และฝาครอบซูชิ “Soba-kun” ที่สามารถป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคต่างๆ และสามารถเปิดฝาเองโดยอัตโนมัติ |
| MARKET CAPS | 1.112.2 trillion JPY | 1.38 trillion JPY | 131.07 billion JPY |
| PRICE (ราคาหุ้น) ณ ต้น พ.ค.2569 | 9,582 JPY | 8,824 JPY | 1,583 JPY |
| YTD Return | 21.09% | -1.68% | -2.58% |
1. Food & Life Companies (TYO : 3563)
ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ “Sushiro” ร้านซูชิสายพานอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ซึ่งวัดจากยอดขายร้านซูชิสายพานในญี่ปุ่น และเป็นขวัญใจคนไทยในยุคปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้ Sushiro โดดเด่นและทิ้งห่างคู่แข่งไม่ได้มีแค่รสชาติที่ถูกปาก แต่คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการร้านแบบจริงจัง โดยมีการใช้ Data และ AI บริษัทใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและอัลกอริทึมคาดการณ์ความต้องการลูกค้า เพื่อบริหารสต็อกและลด Food Waste ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้บริษัทยังมีกลยุทธ์ขยายสาขาในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบุกตลาดเอเชียที่มีอัตราการเติบโตสูง (อ้างอิงข้อมูลการใช้ Big Data ของ Sushiro จากเว็บไซต์ Finnomena)
ข้อมูลสำคัญทางการเงิน Market Cap : 1.112.2 trillion JPY Price : 9,582 JPY YTD Return : +21.09%
2. Zensho Holdings (TYO : 7550)
อาณาจักรอาหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นอย่าง Zensho Holdings (TYO : 7550) ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน บริษัทนี้เป็นเจ้าของร้านซูชิ “Hama Sushi” รวมถึงแบรนด์ข้าวหน้าเนื้อชื่อดังที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง Sukiya
จุดแข็งที่ทำให้ Zensho เติบโตอย่างมั่นคงคือระบบ Supply Chain ที่แข็งแกร่งและครอบคลุม บริษัทใช้ระบบบริหารจัดการที่เรียกว่า Mass Merchandising System (MMD) ซึ่งดูแลตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการเสิร์ฟถึงมือลูกค้า ส่งผลให้สามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดีเยี่ยม และเจาะกลุ่มตลาดแมสด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ทำให้รักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น (อ้างอิงข้อมูลระบบ MMD จากบทวิเคราะห์ของ MatrixBCG)
ข้อมูลสำคัญทางการเงิน Market Cap : 1.38 trillion JPY Price : 8,824 JPY YTD Return : -1.68%
3. Kura Sushi (TYO : 2695)
เจ้าของร้าน “Kura Sushi” ที่โดดเด่นด้านการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้สนุกเหมือนการไปเที่ยวสวนสนุก
ไฮไลต์สำคัญที่มัดใจลูกค้าวัยรุ่นและกลุ่มครอบครัว คือ ระบบ “Bikkura Pon” หรือตู้กาชาปองที่ให้ลูกค้าหย่อนจานซูชิลงช่องเพื่อลุ้นรับของรางวัล และการใช้ฝาครอบซูชิอัจฉริยะ “Soba-kun” ที่ช่วยรักษาความสะอาดและป้องกันเชื้อโรค ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังมีวิสัยทัศน์ไกลถึงการขยายธุรกิจสู่ตลาดตะวันตก ผ่านบริษัทลูกอย่าง Kura Sushi USA ที่สามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นระดับโลกอย่าง NASDAQ ได้สำเร็จ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับสากล (อ้างอิงข้อมูลการเติบโตในตลาดสหรัฐฯ จากเว็บไซต์ Simply Wall St)
ข้อมูลสำคัญทางการเงิน Market Cap : 131.07 billion JPY Price: 1,583 JPY YTD Return: -2.58%
บทส่งท้ายและแนวโน้มในอนาคต
ทั้ง 3 เจ้าแข่งกันที่ 3 เรื่อง ไม่ใช่แค่ซูชิ
- เทคโนโลยีร้านอาหาร : ระบบอัตโนมัติ ลดพนักงาน
- ซัพพลายเชนปลาและวัตถุดิบ : ใครควบคุมต้นน้ำได้ ต้นทุนดีกว่า
- การขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะไทย ไต้หวัน สิงคโปร์ สหรัฐฯ ซึ่งกำลังเป็นสนามใหม่ของเชนญี่ปุ่น
เมื่อมองลึกลงไป ธุรกิจซูชิสายพานไม่ใช่แค่ร้านอาหารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันของ Food Tech, โลจิสติกส์ และระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผู้ชนะในเกมนี้อาจไม่ใช่แบรนด์ที่ทำซูชิอร่อยที่สุด แต่คือ บริษัทที่บริหารข้อมูล ซัพพลายเชน และแรงงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด นั่นทำให้หุ้นซูชิญี่ปุ่นกำลังสะท้อนเทรนด์ใหญ่กว่าการบริโภค นั่นคือ “การลงทุนในระบบอาหารแห่งอนาคต”
อ้างอิงจาก
- https://th.investing.com/equities/sushiro-global-holdings-ltd
- https://finance.yahoo.com/quote/3563.T/
- https://th.tradingview.com/symbols/TSE-3563/
- https://www.morningstar.com/stocks/xtks/3563/quote
- https://markets.ft.com/data/equities/tearsheet/summary?s=7550:TYO
- https://www.stockopedia.com/share-prices/kura-sushi-TYO:2695/
- https://food-and-life.co.jp/en/sustainability/people-society/











