อุตสาหกรรมการบินทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ เมื่อสายการบินหลายแห่งต้องจำใจงัดมาตรการฉุกเฉินออกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกเที่ยวบิน การปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ไปจนถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharges) สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งที่ลุกลามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งไปกระชากราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet fuel) ให้พุ่งทะยานสู่ระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายปี สถานการณ์นี้กำลังสั่นคลอนความอยู่รอดทางการเงินของสายการบินที่เดิมทีก็มีอัตรากำไร (Margin) ค่อนข้างบางเฉียบอยู่แล้ว
ตั๋วแพง เที่ยวบินหด สายการบินเอเชีย-แปซิฟิกอ่วมหนัก สังเวยราคาน้ำมันพุ่งทะลุเดือด

หากพูดถึงสายการบินที่ออกมาเทกแอ็กชันแรงที่สุดในสัปดาห์นี้ ต้องยกให้ Air New Zealand ที่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินรวดเดียวราว 1,100 เที่ยวบิน (คิดเป็น 5% ของตารางบินทั้งหมด) ลากยาวไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารประมาณ 44,000 คน
Nikhil Ravishankar ซีอีโอของบริษัท ระบุว่า การหั่นเที่ยวบินครั้งนี้จะพุ่งเป้าไปที่เส้นทางบินในประเทศช่วงนอกเวลาเร่งด่วนเป็นหลัก โดยให้เหตุผลว่าเป็นความจำเป็นเพื่อให้สายการบินยังคงกดราคาตั๋วให้เข้าถึงได้มากที่สุด และบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ทางบริษัทยังตัดสินใจ “ระงับ” การประเมินคาดการณ์ผลกำไรในปีงบประมาณ 2026 โดยชี้แจงว่า ราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150-200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดมิโนเอฟเฟกต์ราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” ค่าธรรมเนียมน้ำมันลามทั่วภูมิภาค
แรงกระเพื่อมไม่ได้หยุดอยู่แค่นิวซีแลนด์ สายการบินอื่นๆ ทั่วเอเชียต่างต้องดิ้นรนปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”
- Air India และ Air India Expressราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” เริ่มมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มแบบ 3 ระยะมาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม โดยเริ่มจากเก็บเพิ่ม**Rs 399 (ประมาณ 4.60-4.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ)**สำหรับไฟลต์ในประเทศ และเตรียมขยับไปแตะระดับสูงสุดที่ 200 ดอลลาร์สำหรับเส้นทางอเมริกาเหนือและออสเตรเลียภายในวันที่ 18 มีนาคม
- Korean Airราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” อยู่ระหว่างหารือเตรียมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในเดือนเมษายน ซึ่งอาจทำให้ไฟลต์ระยะไกลอย่าง อินชอน-นิวยอร์ก มีค่าธรรมเนียมพุ่งกระฉูดมากกว่า 3 เท่า ไปแตะที่ 325,000 วอน (ราว 220 ดอลลาร์) ต่อตั๋วหนึ่งใบ ซึ่งเป็นระดับราคาที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนวิกฤตราคาน้ำมันปี 2022 (ช่วงที่รัสเซียลุยยูเครน)
- Qantasราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” ส่งสัญญาณเตรียมปรับขึ้นราคาตั๋วโดยรวมประมาณ 5% พร้อมเตือนว่าบางเส้นทางอาจไม่คุ้มทุนอีกต่อไปถ้าราคาน้ำมันยังค้างเติ่งอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- การปรับแผนเส้นทางบินราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” Cathay Pacific ประกาศขยายเวลาระงับเที่ยวบินไปดูไบและริยาดจนถึง 31 มีนาคม แต่หันไปเพิ่มรอบบินไปลอนดอนและซูริกแทนเพื่ออุดดีมานด์ที่เปลี่ยนทิศ ส่วน Singapore Airlines ยกเลิกเที่ยวบินไปดูไบจนถึง 28 มีนาคม ขณะที่สายการบินลูกอย่าง Scoot ก็ระงับไฟลต์ไปเจดดาห์จนถึงวันที่ 17 มีนาคมเป็นอย่างน้อย
รัฐบาลนั่งไม่ติด ต้นทุนพุ่งทะลุเพดาน
ผลกระทบนี้รุนแรงจนภาครัฐต้องยื่นมือเข้ามาแทรกแซงราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”
- มาเลเซียราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” กระทรวงคมนาคมต้องเรียกประชุมด่วนกับผู้บริหารสายการบิน ผู้ให้บริการสนามบิน และผู้ค้าเชื้อเพลิงเมื่อวันที่ 12 มีนาคม โดยรัฐมนตรี Anthony Loke เตือนแรงว่า สายการบินอาจต้องระงับบางเที่ยวบินถ้าน้ำมันยังแพงไม่หยุด เพราะตอนนี้ค่าน้ำมันกินสัดส่วน “เกือบครึ่งหนึ่ง” ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไปแล้ว ด้านสายการบินในประเทศ (Malaysia Airlines, Firefly, Batik Air) ก็เริ่มทยอยเก็บค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม หลังราคาน้ำมันที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
- เวียดนามราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” สำนักงานการบินพลเรือนเวียดนาม (CAAV) เปิดเผยว่าต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินพุ่งขึ้น 60–70% เนื่องจากราคาน้ำมันเจ็ตเกือบสามเท่าตัวนับตั้งแต่ปะทุความขัดแย้ง และเตือนว่าราคาตั๋วอาจปรับขึ้นตามมา ทางด้าน Vietnam Airlines และ VietJet ได้ยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลยกเว้นการจัดเก็บภาษีแล้ว หลังจากต้นทุนพุ่งพรวด 60-70%
ตัวเลขจากสำนักข่าว Reuters ย้ำภาพวิกฤตนี้ชัดเจนว่าราคาน้ำมันเจ็ตที่สิงคโปร์พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 231.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ก่อนจะยังคงสูงที่ 225.44 ดอลลาร์ในวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งโดยรวมคิดเป็นการพุ่งขึ้นกว่า 140% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
และหากมองภาพใหญ่ ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การบิน Cirium (อ้างอิงโดย Bloomberg) ระบุว่า มีเที่ยวบินเข้าและออกจากตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปแล้วกว่า 43,000 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 10 มีนาคมที่ผ่านมา
บทสรุป
ในฐานะนักลงทุน สถานการณ์วิกฤตสายการบินจากพิษสงครามและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงปรี๊ดนี้ มีประเด็นสำคัญที่ต้องนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์การลงทุนดังนี้ราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”
- หุ้นกลุ่มการบิน (Aviation) และท่องเที่ยว (Tourism) คือจุดเปราะบางราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” ในระยะสั้นถึงกลาง หุ้นสายการบินจะถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้ (Uncontrollable costs) แม้จะมีการผลักภาระไปให้ผู้บริโภคผ่านค่าธรรมเนียม แต่ก็จะไปกดดันดีมานด์การเดินทางให้ลดลงอยู่ดี นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังสูงสุด หากมีกำไรควรพิจารณาลดน้ำหนักพอร์ต (Underweight) ในกลุ่มนี้ลงก่อน
- ระวังโดมิโนสู่กลุ่มโลจิสติกส์และ Supply Chainราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” การยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากไม่ได้กระทบแค่คนเดินทาง แต่กระทบถึง “การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight)” ด้วย เมื่อพื้นที่ใต้ท้องเครื่องหายไป ค่าระวางสินค้าจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจไปซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อและกดดันอัตรากำไรของบริษัทที่ต้องพึ่งพาการส่งออก-นำเข้า
- Hedge พอร์ตด้วยหุ้นพลังงาน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม” ตามหลักการจัดพอร์ตรับมือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical risk) การมีหุ้นกลุ่มต้นน้ำ (อย่างโรงกลั่น หรือผู้ผลิตน้ำมัน) ติดพอร์ตไว้บ้าง จะช่วยลดแรงกระแทกจากความผันผวนของตลาดภาพรวมได้ดี เพราะบริษัทเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
วิกฤตครั้งนี้เตือนให้เรารู้ว่า ปัจจัยภายนอกเพียงตัวเดียวก็สามารถพลิกกระดานธุรกิจที่กำลังจะฟื้นตัวให้กลับไปสู่จุดต่ำสุดได้ การกระจายความเสี่ยงจึงยังเป็น “กฎเหล็ก” ที่นักลงทุนต้องยึดถือเสมอ
อ้างอิงจาก
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.reuters.com/business/energy/air-new-zealand-cut-flights-fuel-price-surge-wreaks-havoc-travel-2026-03-12/
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.channelnewsasia.com/world/air-new-zealand-cuts-flights-fuel-price-fear-5988331
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//economictimes.com/wealth/save/costly-flight-tickets-from-march-12-2026-how-air-indias-fuel-surcharge-on-domestic-interna
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.chosun.com/english/industry-en/2026/03/08/D3UUYU7P75GYPLD6LMBWH2XGIU/
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.reuters.com/world/asia-pacific/qantas-hikes-fares-international-routes-fuel-costs-surge-mideast-conflict-2026-03-10/
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-10/qantas-hikes-fares-on-international-routes-as-fuel-prices-surge
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.reuters.com/markets/commodities/jet-fuels-huge-price-surge-points-coming-pain-iran-war-2026-03-05/
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.malaymail.com/news/malaysia/2026/03/12/transport-ministry-holds-talks-with-aviation-sector-over-rising-fuel-costs/21
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//e.vnexpress.net/news/news/traffic/vietnam-s-airline-costs-jump-60-70-as-middle-east-conflict-triples-jet-fuel-prices-504
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//www.travelandtourworld.com/news/article/vietnam-airlines-faces-60-70-surge-in-operating-costs-as-middle-east-conflict-tr
- httpsราคาน้ำมันเจ็ตที่เคยวิ่งอยู่แถวๆ 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลช่วงก่อนสงคราม ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอยู่ในระดับ 150–200 ดอลลาร์ และยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 231.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม”//mexicobusiness.news/aerospace/news/middle-east-tensions-trigger-37000-flight-cancellations









