ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่กลับมาอยู่ในความสนใจของตลาด หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด และทำให้ตลาดปรับเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
ราคาทองคำวันนี้ อัปเดตแนวโน้มและวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านที่ต้องรู้
ภาพทางเทคนิคของราคาทองคำในระยะสั้นจึงยังอยู่ในลักษณะ Sideways Down หรือการแกว่งตัวออกด้านข้างโดยมีแนวโน้มอ่อนตัว แม้ราคาจะเริ่มฟื้นขึ้นหลังลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณสองสัปดาห์ก็ตาม โดยตลาดกำลังรอผลดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ และการให้การต่อสภาคองเกรสของประธานเฟด เควิน วอร์ช ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองในระยะถัดไป

ราคาทองประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569
ล่าสุดราคาทองคำมีการปรับระดับลง -$119.61 จากวันก่อนหน้า โดยมีตัวแปรสำคัญจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบในการประเมินทิศทาง สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา ตัวเลขสถิติมีความน่าสนใจดังนี้
- Gold Spot (ราคาทองคำโลก): เคลื่อนไหวทำจุดสูงสุดที่ระดับ 4,119 ดอลลาร์ และมีจุดต่ำสุดอยู่ที่ 3,986 ดอลลาร์
- ราคาทองคำแท่งภายในประเทศ: ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 64,450 บาท และลงมาทดสอบจุดต่ำสุดที่ 64,100 บาท

วิเคราะห์ปัจจัยมหภาคและภาพรวมทางเศรษฐกิจ
ในแง่ของสภาวะตลาดโลก ราคาทองคำในตลาดโลกมีแรงส่งให้ปรับตัวขึ้นมาได้บ้าง ปัจจัยหลักเกิดจากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) มีการขยับตัวสูงขึ้น
สอดคล้องกับข้อมูลอ้างอิงจากเครื่องมือคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยอย่าง CME Group (FedWatch Tool) ที่ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ความน่าจะเป็นขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 43.3% (จากเดิม 34.2%) ซึ่งสะท้อนมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้
มิติทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อตลาด นอกเหนือจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินแล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ขับเคลื่อนบรรยากาศของตลาด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการระบุข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ควบคู่ไปกับการเตรียมเข้าควบคุมพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซเพื่อปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยทางทะเล โดยทางสหรัฐฯ จะมีการเรียกเก็บเงินชดเชยในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่มีการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว เพื่อนำมาครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินภารกิจ
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหราชอาณาจักร ได้ออกมาแถลงการณ์ตอบโต้ว่า เส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซฝั่งใต้ใกล้น่านน้ำของโอมานนั้นอยู่ในสภาวะที่ไม่ปลอดภัย ไม่น่าเชื่อถือ และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา
จากปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ อาจเป็นตัวเร่งที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบ อัตราเงินเฟ้อ และแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟดมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้มักจะถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่กดดันความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ นอกจากนี้ ข้อมูลสถิติจากกองทุน SPDR Gold Trust ยังคงระบุถึงการถือครองทองคำในปริมาณเท่าเดิม สะท้อนถึงการรอดูสถานการณ์ของกลุ่มผู้มีส่วนร่วมในตลาดอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เพื่อประกอบการประเมินสถานการณ์ในระยะสั้น ค่ำคืนนี้มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่
เวลา 19.30 น.
- เวลา 19.30 น. การรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานและดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน (เทียบรายเดือนและรายปี) อ้างอิงตารางการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ กำหนดประกาศข้อมูลเวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งหาก CPI สูงกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้ความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ แต่กดดันราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ราคาทองอาจได้รับแรงหนุนจากการลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ย
- เวลา 21.00 น. ควิน วอร์ช ประธานเฟด มีกำหนดเข้าให้การเรื่องรายงานนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ตลาดจะให้ความสำคัญกับมุมมองเรื่องเงินเฟ้อ ผลกระทบจากราคาพลังงาน และเงื่อนไขที่จะทำให้เฟดพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอบครึ่งปี
การประเมินทิศทางและแนวรับ-แนวต้าน ในมุมมองของการเคลื่อนไหวทางราคา ราคาทองโลกยังคงพยายามยืนหยัดเหนือระดับแนวรับที่ 3,985 ดอลลาร์ แต่ด้วยภาพรวมที่เคลื่อนตัวในระยะ Sideways Down จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาอาจมีการอ่อนตัวลงมาทดสอบระดับต่างๆ อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านการทดสอบแนวต้าน 4,030 ดอลลาร์ไปแล้ว ทั้งนี้ หากราคาหลุดลงต่ำกว่าแนวรับถัดไปที่ระดับ 3,945 ดอลลาร์ ทิศทางอาจมีการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระยะขาลงได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)

- แนวรับ : 3,985 และ 3,945 ดอลลาร์
- แนวต้าน : 4,030 และ 4,045 ดอลลาร์
แนวทางการพิจารณา: แนะนำทยอยซื้อสะสมหากราคาปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับที่ 3,985 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับที่ 3,945 ดอลลาร์ลงไป ควรพิจารณาขายตัดขาดทุน เพื่อบริหารความเสี่ยง ในขณะเดียวกัน บริเวณแนวต้าน 4,030 ดอลลาร์ ถือเป็นจุดที่น่าสนใจในการพิจารณาขายทำกำไรตามความเหมาะสม
ราคาทองคำแท่ง 96.5%

- แนวรับ : 63,250 และ 62,350 บาท
- แนวต้าน : 64,700 และ 64,850 บาท
แนวทางการพิจารณา: สามารถทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับระดับลงมาที่บริเวณแนวรับ 63,250 บาท แต่หากราคาปรับลดลงต่ำกว่าแนวรับ 62,350 บาท ควรมีการขายตัดขาดทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง และพิจารณาขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้านที่ 64,700 บาท
ตารางสุรป : อัปเดตกรอบราคาและแนวโน้มทองคำวันนี้
| ประเภทสินทรัพย์ | จุดสูงสุด/ต่ำสุด | แนวรับสำคัญ | แนวต้านสำคัญ |
| Gold Spot | สูงสุด 4,119 / ต่ำสุด 3,986 ดอลลาร์ | 3,985 และ 3,945 ดอลลาร์ | 4,030 และ 4,045 ดอลลาร์ |
| ทองคำแท่ง 96.5% | สูงสุด 64,450 / ต่ำสุด 64,100 บาท | 63,250 และ 62,350 บาท | 64,700 และ 64,850 บาท |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา : https://www.huasengheng.com/news/daily-recap-gold-spot-14-07-2569/










