วันอาทิตย์, กรกฎาคม 26, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap
The Signals
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy
  • Login
No Result
View All Result
The Signals
Home Markets

รวมหุ้นปันผลสูงปี 2026 คัด หุ้นเด่นกำไรขาขึ้นครึ่งหลังปี 2026 – 2027

กองบรรณาธิการ THE SIGNALs by กองบรรณาธิการ THE SIGNALs
กรกฎาคม 26, 2026
in Markets
0
รวมหุ้นปันผลสูงปี 2026 คัด หุ้นเด่นกำไรขาขึ้นครึ่งหลังปี 2026 – 2027
0
SHARES
23
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

ท่ามกลางตลาดหุ้นที่ยังต้องรับมือทั้งความผันผวนของราคาพลังงาน ทิศทางดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ “หุ้นปันผล” กลับมาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่นักลงทุนให้ความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่ได้มีเพียงประวัติจ่ายเงินปันผลสูง แต่ยังมีกำไรและกระแสเงินสดจากธุรกิจหลักรองรับ

รวมหุ้นปันผลสูงปี 2026 คัด หุ้นเด่นกำไรขาขึ้นครึ่งหลังปี 2026 – 2027

รวมหุ้นปันผลสูงปี 2026 คัด หุ้นเด่นกำไรขาขึ้นครึ่งหลังปี 2026 - 2027

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 และการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล หลักทรัพย์บัวหลวง หรือ Bualuang Research จึงนำเสนอแนวทางคัดหุ้นแบบ “Upgraded Earnings–Dividend Play” เพื่อค้นหาบริษัทที่มีโอกาสจ่ายปันผลในระดับน่าสนใจ ควบคู่กับแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งหรือมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

Related posts

ราคาทองคำวันนี้ อัปเดตแนวโน้มและวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านที่ต้องรู้ 

ราคาทองคำวันนี้ อัปเดตแนวโน้มและวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านที่ต้องรู้ 

กรกฎาคม 24, 2026
เจาะลึกแนวโน้มค่าเงินบาทและเศรษฐกิจโลกประจำวัน 

เจาะลึกแนวโน้มค่าเงินบาทและเศรษฐกิจโลกประจำวัน 

กรกฎาคม 24, 2026

หุ้นที่ผ่านการคัดเลือกมีทั้งหมด 8 บริษัท ได้แก่ PTTEP, PTT, OSP, TU, CPF, TRUE, BDMS และ ADVANC ครอบคลุม 4 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ คือ พลังงาน สื่อสาร อาหารและเครื่องดื่ม และโรงพยาบาล บทความนี้อ้างอิงจาก Bualuang Research

ทำความเข้าใจสภาวะตลาดผ่านกรอบแนวคิด Dividend Yield Gap

รวมหุ้นปันผลสูงปี 2026 คัด หุ้นเด่นกำไรขาขึ้นครึ่งหลังปี 2026 - 2027

เพื่อที่จะประเมินความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในมิติของเงินปันผล เราจำเป็นต้องเปรียบเทียบผลตอบแทนจากเงินปันผลกับผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเครื่องมือหลักที่นักกลยุทธ์ใช้ในการวัดมูลค่าเชิงเปรียบเทียบนี้ คือ ส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผล หรือ Dividend Yield Gap (Yield Gap) 

ในการคำนวณ Yield Gap เราจะนำอัตราผลตอบแทนเงินปันผลคาดการณ์ของตลาดหุ้นไทย (SET Forward Dividend Yield) มาหักออกด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี (Thai 10-Year Government Bond Yield หรือ TH10Y)  ตัวเลขที่ได้จะสะท้อนถึง “ส่วนช่วยลดความเสี่ยง” ที่นักลงทุนจะได้รับจากการถือครองหุ้นแทนการถือพันธบัตร

ข้อมูลสถิติล่าสุดแสดงให้เห็นโครงสร้างตัวเลขที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดหุ้นไทย (SET Dividend Yield) คาดการณ์ปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 3.5% 
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี (TH10Y) เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 2.0% 
  • ส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield Gap) อยู่ที่ระดับประมาณ 1.5% 

เมื่อเราพิจารณาเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวในอดีต (10-Year Average) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.0% จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า Dividend Yield Gap ในปัจจุบันที่ระดับ 1.5% นั้นมีความกว้างและสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 0.5% ตัวเลขอัตราส่วนที่กว้างขึ้นนี้ สะท้อนว่า หุ้นปันผลยังคงมีความคุ้มค่าเชิงเปรียบเทียบในระดับสูงเมื่อเทียบกับการถือครองตราสารหนี้ระยะยาว  ท่ามกลางทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบัน ส่วนต่างนี้ทำหน้าที่เป็นแรงดึงดูดใจให้นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายย่อยหันกลับมาเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ที่ให้เงินปันผลสม่ำเสมอ

กลยุทธ์การคัดกรองหุ้นแบบ Upgraded Earnings-Dividend Play

อย่างไรก็ตาม การเลือกหุ้นปันผลเพียงเพราะเห็นตัวเลขอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในอดีตที่สูงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากหากบริษัทมีผลประกอบการที่แย่ลงในอนาคต ความสามารถในการจ่ายเงินปันผลย่อมลดลงตามไปด้วย หรือที่เรียกว่ากับดักเงินปันผล (Dividend Trap) ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องใช้กระบวนการคัดกรองที่มีความเข้มข้นและรอบคอบมากขึ้น

แนวคิดกลยุทธ์การลงทุนแบบ Upgraded Earnings-Dividend Play จึงถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นร่วมกันสองประการ

  1. แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง (High Interim Dividend) คัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ดีและมีแนวโน้มที่จะประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราที่สูงสำหรับรอบผลประกอบการครึ่งปีแรก 
  2. แนวโน้มกำไรสุทธิได้รับการปรับประมาณการขึ้น (Upward Earnings Revision) ข้อมูลคาดการณ์กำไรต้องได้รับการปรับน้ำหนักขึ้นจากนักวิเคราะห์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หรืออย่างน้อยที่สุดต้องไม่มีสภาวะการปรับลดประมาณการลงอย่างมีนัยสำคัญ (No Severe Earnings Downgrade) 

หลักเกณฑ์ดังกล่าวช่วยรับประกันได้ในระดับหนึ่งว่า เงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับจะตั้งอยู่บนฐานรากของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลังของปี 2026 ไปจนถึงปี 2027 ไม่ใช่การจ่ายเงินปันผลจากกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วหมดไป

ในการจัดพอร์ตตามกลยุทธ์นี้ มีการให้น้ำหนักไปยัง 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ที่มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเด่นชัด ควบคู่ไปกับทิศทางผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย

  1. กลุ่มพลังงาน (Energy Sector) 
  2. กลุ่มสื่อสาร (Information & Communication Technology Sector) 
  3. กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage Sector) 
  4. กลุ่มโรงพยาบาล (Healthcare Sector) 

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งเท่านั้น ทว่ายังมีปัจจัยขับเคลื่อนเฉพาะตัวในแต่ละกลุ่มที่ช่วยหนุนให้ผลประกอบการไตรมาสที่สองและครึ่งปีหลังเติบโตอย่างมั่นคง 

เปิดพอร์ตเจาะลึก 4 กลุ่มอุตสาหกรรมแกร่ง และ 8 หุ้นตัวตึงของตลาด

1. กลุ่มพลังงาน : กระแสเงินสดมั่นคงและราคาน้ำมันหนุนปันผล

กลุ่มพลังงานเป็นอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นด้านการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่สม่ำเสมอ  ในรอบบัญชีครึ่งปีหลังนี้ ผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มได้รับแรงหนุนที่สำคัญจากราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง  โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป  ส่งผลให้กำไรหลักและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานขยายตัวได้อย่างมั่นคง หนุนความสามารถในการจ่ายปันผลในอัตราที่สูง 

PTTEP : บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 4.4% 
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 6.1 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 4.5% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 7.8 เท่า 
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg) : -1.0 

ในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน PTTEP ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างต้นทุนที่ค่อนข้างคงที่ทำให้กำไรที่เพิ่มขึ้นจากการปรับตัวของราคาขายส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิและการปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากนักวิเคราะห์ถึง 4.5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา  ด้วยระดับ PER 26E ที่ต่ำเพียง 7.8 เท่า และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอยู่ที่ -1.0 สะท้อนว่า มูลค่าหุ้นยังไม่แพงและมีส่วนลดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเพื่อรับปันผล 

PTT : บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 3.2% 
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 1.2 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 6.8% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 10.5 เท่า 
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg) : -0.1 

PTT ในฐานะบริษัทแม่ได้รับผลบวกโดยตรงจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทลูกในกลุ่ม ทั้งในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและธุรกิจโรงกลั่น สอดคล้องกับเรื่องนี้ การปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นถึง 6.8% สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกของตลาดต่อความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจค้าปลีก  อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลที่ระดับ 3.2% ร่วมกับฐานะการเงินที่มั่นคงทำให้ PTT เป็นอีกหนึ่งหุ้นปันผลที่มีความปลอดภัยสูง 

2. กลุ่มสื่อสาร : Economy of Scale และการฟื้นตัวของรายได้ต่อเลขหมาย

กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมของไทยก้าวผ่านช่วงเวลาของการลงทุนโครงข่ายขนาดใหญ่และเข้าสู่ช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการควบรวมและการแข่งขันที่สมเหตุสมผลมากขึ้น ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการปรับตัวขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการหรือ Blended Mobile ARPU ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมรายจ่ายลงทุน (CAPEX) ที่เข้มงวด 

ADVANC : บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 1.8% 
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 6.7 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 8.9% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 21.5 เท่า 
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg) : +0.6 

คาดการณ์กำไรหลักในไตรมาสที่ 2/2569 ของ ADVANC มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างน่าประทับใจที่ 24% YoY โดยมีปัจจัยผลักดันหลักจาก ARPU ที่สูงขึ้นและการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนการดำเนินงานโครงข่าย  ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาสูงถึง 8.9% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในบรรดาหุ้นทั้ง 8 ตัวในรายการคัดสรร  แม้ว่าค่า PER 26E จะอยู่ที่ 21.5 เท่า ซึ่งสูงกว่ากลุ่มอื่นและสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเล็กน้อยที่ +0.6 แต่นักลงทุนก็พร้อมที่จะจ่ายส่วนเพิ่ม (Premium) แลกกับความแน่นอนในการเติบโตของธุรกิจและกระแสเงินสดปันผล 

TRUE : บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 2.1% 
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 0.3 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 3.7% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 18.8 เท่า 

ทิศทางการดำเนินงานของ TRUE แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่องภายหลังการควบรวมกิจการ โดยคาดการณ์กำไรหลักในไตรมาสที่สอง (2Q26) จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 48% YoY  การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงส่งจากการฟื้นตัวของจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ (Net Adds) ทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง  ส่งผลให้ความสามารถในการสร้างกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและช่วยเพิ่มความสามารถในการจ่ายเงินปันผล ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนระหว่างกาลคาดการณ์ที่ 2.1% 

3. กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม : ความสามารถในการปรับราคาขายและอานิสงส์วัตถุดิบ

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของไทยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละอุตสาหกรรมย่อย ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของราคาสินค้าเกษตร ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลง และความสามารถในการบริหารอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ 

OSP : บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 2.7% 
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 0.5 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 1.9% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 14.3 เท่า 
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg) : -1.7 

OSP เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความยืดหยุ่นในการบริหารอัตรากำไร (Margin Resilience)  โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ให้ทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ที่ระดับ 42.7% ขณะที่คาดการณ์กำไรไตรมาส 2Q26 จะเติบโต 8% YoY และต่อเนื่องในไตรมาส 3Q26 อีกประมาณ 5% YoY แม้ว่าจะต้องเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเต็มไตรมาสก็ตาม  ปัจจัยนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตภายในและการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ยิ่งไปกว่านั้น ระดับ PER 26E ที่ 14.3 เท่า ร่วมกับค่า SD ที่ต่ำกว่าปกติถึง -1.7 แสดงให้เห็นถึงระดับราคาที่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมาก 

TU : บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 2.6%
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 0.3 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 0.2% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 10.9 เท่า 
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg) : -1.1 

ธุรกิจของ TU ได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะราคาปลาทูน่าดิบที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา  ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนขายและหนุนให้อัตรากำไรฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน สอดคล้องกับเรื่องนี้ คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลที่ 2.6% และราคาหุ้นในปัจจุบันที่มีมูลค่าซื้อขาย (Valuation) ที่น่าสนใจด้วยระดับ PER เพียง 10.9 เท่า และค่า SD อยู่ที่ -1.1 ทำให้ TU เป็นทางเลือกในการออมเงินในหุ้นปันผลที่มีการกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ที่ดี 

CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 2.5%
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 0.6 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ปรับตัวลดลงเล็กน้อย -2.6% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 9.6 เท่า 
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg) : -0.3 

แม้ว่าประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาจะถูกปรับลดลงเล็กน้อยที่ -2.6% ซึ่งเกิดจากฐานที่สูงและปัจจัยผันผวนชั่วคราว ทว่าแนวโน้มในครึ่งปีหลังยังมีทิศทางที่เป็นบวกอย่างเด่นชัด โดย CPF มีโอกาสสูงที่จะได้รับอานิสงส์จากการทยอยฟื้นตัวของราคาสุกร (ราคาหมู) ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากปัญหาการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและสภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้อุปทานเนื้อสัตว์ในภูมิภาคตึงตัว  ปัจจัยนี้จะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นและเพิ่มขีดความสามารถในการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ระดับคาดการณ์ 2.5% 

4. กลุ่มโรงพยาบาล : การเปลี่ยนผ่านสู่กลุ่มผู้ป่วยประกันและการฟื้นตัวของต่างชาติ

กลุ่มบริการทางการแพทย์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีความทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจผันผวนสูง ในช่วงครึ่งปีแรก ผลประกอบการเผชิญกับปัจจัยท้าทายเล็กน้อยจากกลุ่มผู้ป่วยเงินสดทั่วไปที่ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ทว่ามีสัญญาณการพลิกฟื้นที่ดีตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาสที่สองเป็นต้นมา 

BDMS : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

  • อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลคาดการณ์ (Interim Dividend Yield) : 1.8% 
  • เงินปันผลที่เหลือคาดว่าจะจ่าย (DPS Remaining) : 0.4 บาท 
  • การปรับประมาณการกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M) : ปรับตัวลดลงเล็กน้อย -1.7% 
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ปี 2026 (PER 26E) : 19.0 เท่า 
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบค่าเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg) : -1.7 

เมื่อเราพิจารณาโครงสร้างรายได้ของ BDMS จะเห็นสัญญาณบวกที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยเริ่มกลับมาปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา  ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยประกันสุขภาพที่เข้ามาช่วยชดเชยดีมานด์ของผู้ป่วยกลุ่มจ่ายเงินสดที่ชะลอตัวลง 

ในส่วนของผู้ป่วยต่างชาตินั้น แม้ว่าภาพรวมในไตรมาสที่ 2/2569 รายได้จะชะลอตัวลดลงประมาณ 2% YoY ทว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้ป่วยจากภูมิภาคตะวันออกกลาง  สะท้อนผ่านตัวเลขยอดจองการรักษาพยาบาลล่วงหน้า (Booking) ที่มีการหดตัวแคบลงอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละเดือน ดังนี้:

  • ยอดจองเดือนเมษายน : หดตัวอยู่ที่ -36% YoY 
  • ยอดจองเดือนพฤษภาคม : หดตัวแคบลงเหลือ -20% YoY 
  • ยอดจองเดือนมิถุนายน : หดตัวแคบลงอย่างชัดเจนเหลือเพียง -15% YoY 

แนวโน้มตัวเลขยอดจองที่ติดลบน้อยลงเรื่อยๆ นี้บ่งชี้ว่า ปริมาณการเดินทางเข้ามารับการรักษาของผู้ป่วยต่างชาติกำลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดและพร้อมที่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรสะสมไปจนถึงปี 2027 ยิ่งไปกว่านั้น ค่า SD vs 10Y Avg ที่ระดับ -1.7 ร่วมกับระดับราคาปัจจุบันเป็นโอกาสอันดีสำหรับการเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำที่มีการเติบโตของกำไรระยะยาวรองรับ 

ตารางข้อมูลเชิงปริมาณประกอบการตัดสินใจ (Data-Driven Investment Table)

ชื่อหุ้นเงินปันผลที่เหลือคาดจ่าย (DPS Remaining) (บาท)ยีลด์ปันผลที่เหลือจ่าย (%Div Yld Remaining)ยีลด์ปันผลคาดการณ์ ปี 2026 (%Div Yld 26E)ยีลด์ปันผลคาดการณ์ ปี 2027 (%Div Yld 27E)การปรับกำไรในช่วง 3 เดือน (%EPS Revision 3M)อัตราส่วนราคาต่อกำไร (PER 26E) (เท่า)ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทียบเฉลี่ย 10 ปี (SD vs 10Y Avg)
PTTEP6.14.46.76.34.57.8-1.0
PTT1.23.25.65.66.810.5-0.1
OSP0.52.74.85.21.914.3-1.7
TU0.32.65.86.20.210.9-1.1
CPF0.62.54.65.0-2.69.6-0.3
TRUE0.32.13.74.23.718.8TBC
BDMS0.41.84.14.2-1.719.0-1.7
ADVANC6.71.84.44.78.921.50.6

หมายเหตุ : ข้อมูลอ้างอิงจากราคาตลาดและการคาดการณ์กำไร ณ เดือนกรกฎาคม 2026 โดยสถาบันวิจัยหลักทรัพย์บัวหลวง (Bualuang Research) ข้อมูลในช่อง SD vs 10Y Avg ของ TRUE ไม่ได้มีการระบุในรายงานเนื่องจากโครงสร้างบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงหลังการควบรวมกิจการ 

บทสรุป

จุดน่าสนใจของหุ้นทั้ง 8 บริษัทไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเงินปันผลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพยายามคัดบริษัทซึ่งมีผลประกอบการ กระแสเงินสด หรือปัจจัยฟื้นตัวรองรับการจ่ายเงินให้ผู้ถือหุ้น ถึงกระนั้น ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงประมาณการ เงินปันผลจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกำไร นโยบายของคณะกรรมการ ภาระลงทุน และสถานการณ์ตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันและ Bond Yield เคลื่อนไหวรวดเร็ว ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน นักลงทุนควรพิจารณาทั้ง Dividend Yield คุณภาพกำไร Valuation หนี้สิน และความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละธุรกิจ ไม่ควรเลือกหุ้นจากคำว่า “ปันผลสูง” เพียงเหตุผลเดียว

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

อ้างอิงจาก 

  • Bualuang Research

Tags: การเงินส่วนบุคคลจัดพอร์ตหุ้นปันผลระหว่างกาลหุ้นปันผล2026หุ้นปันผลสูงหุ้นพลังงานหุ้นสื่อสารหุ้นอาหารและเครื่องดื่มหุ้นโรงพยาบาลแนวโน้มตลาดหุ้น
Previous Post

ราคาทองคำวันนี้ อัปเดตแนวโน้มและวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านที่ต้องรู้ 

Next Post

วิธีคำนวนสูตรบำนาญ CARE จากประกันสังคมใหม่ ม.33 ม.39 ใครได้ใครเสีย 

กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

Next Post
วิธีคำนวนสูตรบำนาญ CARE จากประกันสังคมใหม่ ม.33 ม.39 ใครได้ใครเสีย 

วิธีคำนวนสูตรบำนาญ CARE จากประกันสังคมใหม่ ม.33 ม.39 ใครได้ใครเสีย 

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

RECOMMENDED NEWS

ทำไมสหรัฐฯ แบน Claude AI? รอยร้าวกลาโหม & ก้าวต่อไป OpenAI

ทำไมสหรัฐฯ แบน Claude AI? รอยร้าวกลาโหม & ก้าวต่อไป OpenAI

4 เดือน ago
หนี้ครัวเรือนไทยทะลุ 86.7% ต่อ GDP เจาะอินไซต์เศรษฐกิจและทางรอดปี 2026

หนี้ครัวเรือนไทยทะลุ 86.7% ต่อ GDP เจาะอินไซต์เศรษฐกิจและทางรอดปี 2026

3 เดือน ago
Samsung เปิดดีลลับ ปักหมุดเวียดนามด้วยบิ๊กโปรเจกต์ 1.5 พันล้านดอลลาร์

Samsung เปิดดีลลับ ปักหมุดเวียดนามด้วยบิ๊กโปรเจกต์ 1.5 พันล้านดอลลาร์

2 เดือน ago
อัปเดตประกันสังคม ฐานใหม่ 17500 เกษียณได้บำนาญเท่าไหร่?

อัปเดตประกันสังคม ฐานใหม่ 17500 เกษียณได้บำนาญเท่าไหร่?

3 เดือน ago

FOLLOW US

BROWSE BY CATEGORIES

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

BROWSE BY TOPICS

AI กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์ธุรกิจ การลงทุน การลงทุนต่างประเทศ การเงินส่วนบุคคล ข่าวเศรษฐกิจโลก ค่าครองชีพ จัดพอร์ตลงทุน ชิป AI ช่องแคบฮอร์มุซ ดอกเบี้ยเฟด ตลาดหุ้นไทย ทิศทางเศรษฐกิจ ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า ราคาทองคำ ราคาทองวันนี้ ราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันโลก ลงทุนทองคำ วางแผนการเงิน วิกฤตตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ วิเคราะห์ราคาทอง วิเคราะห์หุ้น สงครามตะวันออกกลาง สงครามอิหร่าน สินทรัพย์ปลอดภัย หุ้นพลังงาน หุ้นเทคโนโลยี หุ้นไทย อสังหาริมทรัพย์ เงินเฟ้อ เงินเฟ้อสหรัฐ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี AI เทรนด์เทคโนโลยี เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย แนวโน้มราคาทอง แนวโน้มเศรษฐกิจ

POPULAR NEWS

  • สรุปสาเหตุหุ้นเทคฯ ร่วงทั่วโลก ฉุด Nikkei 225 ปรับฐานแรง ท่ามกลางแรงเทขายทั่วโลก

    สรุปสาเหตุหุ้นเทคฯ ร่วงทั่วโลก ฉุด Nikkei 225 ปรับฐานแรง ท่ามกลางแรงเทขายทั่วโลก

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • เจาะลึกแนวโน้มค่าเงินบาทและเศรษฐกิจโลกประจำวัน 

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • เศรษฐกิจโลก 2026 กับยุคที่ สมอง แพงกว่าราคาน้ำมัน เราจะปรับตัวอย่างไรให้รอด? 

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง รับ 4000 บาท ใครได้บ้างเช็กเลย!

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ทำไม Micron Technology กำลังเป็นเจ้าบัลลังก์ชิป AI โลก

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
The Signals

In a world full of noise, leaders look for signals.

สื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจสำหรับผู้นำ ที่คัดกรองและตีความ “สัญญาณ” ของโลกเศรษฐกิจและธุรกิจ เพื่อให้เห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลง

Follow us on social media:

Recent News

  • แสนสิริ จับมือ SCB ชูโมเดล Green Loan ปั้นคอนโดซูเปอร์ลักซ์ชัวรีรักษ์โลก
  • วิธีคำนวนสูตรบำนาญ CARE จากประกันสังคมใหม่ ม.33 ม.39 ใครได้ใครเสีย 
  • รวมหุ้นปันผลสูงปี 2026 คัด หุ้นเด่นกำไรขาขึ้นครึ่งหลังปี 2026 – 2027

Category

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

Recent News

แสนสิริ จับมือ SCB ชูโมเดล Green Loan ปั้นคอนโดซูเปอร์ลักซ์ชัวรีรักษ์โลก

แสนสิริ จับมือ SCB ชูโมเดล Green Loan ปั้นคอนโดซูเปอร์ลักซ์ชัวรีรักษ์โลก

กรกฎาคม 26, 2026
วิธีคำนวนสูตรบำนาญ CARE จากประกันสังคมใหม่ ม.33 ม.39 ใครได้ใครเสีย 

วิธีคำนวนสูตรบำนาญ CARE จากประกันสังคมใหม่ ม.33 ม.39 ใครได้ใครเสีย 

กรกฎาคม 26, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.