<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Macroeconomics &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/category/macroeconomics/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Jun 2026 07:48:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>Macroeconomics &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ </title>
		<link>https://www.thesignals.net/ai-server-market-trends-2030/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/ai-server-market-trends-2030/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 07:48:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[AI 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Goldman Sachs]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด AI]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทค]]></category>
		<category><![CDATA[เซิร์ฟเวอร์ AI]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4597</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-server-market-trends-2030/">เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><b>เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครกำลังมองหาทิศทางของโลกอนาคต หรือต้องการเจาะลึกว่ากระแสเงินทุนกำลังไหลไปในทิศทางไหน ข้อมูลล่าสุดจากหนึ่งในสถาบันการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ตอบคำถามนั้นได้ ทุกวันนี้เทรนด์การค้นหาข้อมูลและการทำความเข้าใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี กำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้คนทั่วโลก และนี่คือ ข้อมูลที่จะเปิดภาพรวมของตลาดอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น</span></p>
<h3><b><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4696" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/เทรนAI-819x1024.jpg" alt="เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ " width="819" height="1024" title="เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/เทรนAI-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/เทรนAI-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/เทรนAI-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/เทรนAI-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/เทรนAI-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/เทรนAI.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>Goldman Sachs ปรับเป้าตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI พุ่งทะยานแตะ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคลื่นความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) กำลังเข้าไปพลิกโฉมหน้าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีขององค์กรต่างๆ ทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง ล่าสุดทาง </span><b>Goldman Sachs</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ตัดสินใจปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์มูลค่าตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI ระดับโลกขึ้นสู่ระดับ </span><b>1.24 ล้านล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ภายในปี 2030 ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นถึง </span><b>18%</b><span style="font-weight: 400;"> จากตัวเลขเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ </span><b>9.61 แสนล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> และไม่ใช่แค่ฝั่ง AI เท่านั้นที่เติบโต โกลด์แมน แซคส์ ยังได้ขยับเป้าหมายของตลาดเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิม (Traditional Server Market) ขึ้นไปอยู่ที่ </span><b>1.64 แสนล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ภายในปี 2030 เช่นเดียวกัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง </span><b>31%</b><span style="font-weight: 400;"> จากคาดการณ์เดิมที่ </span><b>1.05 แสนล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ความต้องการที่แข็งแกร่งและยั่งยืนนั้น เกิดขึ้นครอบคลุมทั้งระบบไอทีแบบดั้งเดิมและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI</span></p>
<h3><b>Dell ก้าวขึ้นแท่นผู้รับผลประโยชน์สูงสุดแห่งยุค</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสมรภูมิการขยายโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่นี้ </span><b>Dell Technologies</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ฉายแววโดดเด่นในฐานะผู้รับผลประโยชน์หลักแบบเต็มๆ  ตามข้อมูลที่ Goldman Sachs ใช้ในการวิเคราะห์ รายได้ AI Server ของ Dell เพิ่มขึ้น <strong>622%</strong> สู่ 1<strong>1.3 พันล้านดอลลาร์</strong></span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากยอดขายอุปกรณ์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง </span><b>300%</b><span style="font-weight: 400;"> จากปรากฏการณ์นี้ Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น Dell ขึ้นสู่ระดับ </span><b>500 ดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยให้เหตุผลถึง &#8220;ความมั่นใจที่เพิ่มสูงขึ้นในศักยภาพของ Dell ไม่ว่าจะเป็นสเกลธุรกิจที่แตกต่างและได้เปรียบ ส่วนผสมของธุรกิจที่ลงตัว รวมถึงโอกาสการเติบโตในระยะยาวที่ถูกผลักดันจากความต้องการใช้งาน Agentic AI อย่างมหาศาล&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า ตัวเลขคาดการณ์ที่ถูกปรับขึ้นใหม่นี้ </span>นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า อุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์ AI อาจเผชิญภาวะตึงตัวของอุปทานต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 โ<span style="font-weight: 400;">ดยทางสถาบันการเงิน Mizuho ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ผลิตและจัดหาเซิร์ฟเวอร์จะยังคงเผชิญกับภาวะคอขวด หรือการตึงตัวของฝั่งซัพพลายยาวไปจนถึง </span><b>ปี 2027</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งนั่นหมายความว่า ยังมีช่องว่างให้ภาคอุตสาหกรรมนี้เติบโต (Upside) ได้อีกมาก</span></p>
<h3><b>มหกรรมทุ่มเม็ดเงินลงทุน AI ของยักษ์ใหญ่แดนมังกร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้ามมาดูฝั่งเอเชียกันบ้าง ในรายงานอีกฉบับที่เผยแพร่เมื่อวันที่ </span><b>8 มิถุนายน (ปี 2026)</b><span style="font-weight: 400;"> โกลด์แมน แซคส์ ได้ยกให้กลุ่มหุ้นคลาวด์และศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าลงทุนที่สุดสำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยชี้เป้าหุ้นเด่นที่น่าจับตา ได้แก่ </span><b>Alibaba, GDS Holdings, VNET Group</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Kingsoft Cloud</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางสถาบันประเมินว่า 4 เสาหลักวงการเทคจีนอย่าง </span><b>ByteDance, Baidu, Alibaba</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>Tencent</b><span style="font-weight: 400;"> จะมีเม็ดเงินลงทุน (Capital Expenditures หรือ Capex) รวมกันทะลุ </span><b>1 แสนล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ตลอดทั้งปี 2026 โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี ตัวเลขนี้สะท้อนภาพการเร่งเครื่องลงทุนที่สูงกว่าในอดีตอย่างเห็นได้ชัด แค่เฉพาะ </span><b>ByteDance</b><span style="font-weight: 400;"> เพียงบริษัทเดียว ก็มีแผนจะทุ่มงบลงทุนด้านนี้สูงถึง </span><b>7 หมื่นล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ในปีนี้ ซึ่งตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า นั่นคือ ตัวเลขที่กระโดดขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับงบลงทุนราว </span><b>2.5 หมื่นล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ในปี 2025</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้โทเค็น (Token Usage) รายวันในประเทศจีน จะพุ่งสูงแตะระดับ </span><b>350 ล้านล้านโทเค็น</b><span style="font-weight: 400;"> ภายในเดือนธันวาคม 2026 ซึ่งเมื่อผสานกับการปรับขึ้นราคาค่าบริการคลาวด์ และการขยายตัวของระบบโทเค็นอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ และขยายอัตรากำไร (Margin) ให้กับกลุ่มผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลได้อย่างมหาศาล</span></p>
<h3><b>สมรภูมิโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลกที่ยังไม่มีจุดสิ้นสุด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมของตัวเลขคาดการณ์เหล่านี้ ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงการแข่งขันระดับโลกในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2025 โกลด์แมน แซคส์ เคยประเมินไว้ว่า กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI จะทุ่มเม็ดเงินลงทุนรวมกัน</span><b>มากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ภายในปี 2026 แต่จากการที่ตลาดเซิร์ฟเวอร์ถูกปรับเป้าหมายสูงขึ้นในครั้งนี้ มันส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า ตัวเลขที่เคยประเมินไว้นั้นอาจจะ &#8220;น้อยเกินไป&#8221; ด้วยซ้ำ เพราะความต้องการพลังการประมวลผล (Compute Demand) จากฝั่งองค์กรและกลุ่ม Hyperscaler นั้นเติบโตเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิดไว้มาก</span></p>
<h3><b>เมื่อคลื่น AI ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือจุดเปลี่ยนโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การพุ่งทะยานของตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเก็งกำไรในหน้ากระดาษ แต่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในระดับโลก ในความเป็นจริง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่ใช้งบประมาณมหาศาลเช่นนี้ มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงในเรื่องการกระจุกตัวของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) รวมถึงภาวะขาดแคลนชิปหรือทรัพยากรบุคคลผู้เชี่ยวชาญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกแห่งความเป็นจริง การประยุกต์ใช้งานย่อมมีทั้งช่วงที่เติบโตแบบติดจรวดและช่วงที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากกฎระเบียบของแต่ละประเทศ (Regulation) รวมถึงข้อจำกัดด้านพลังงานไฟฟ้าที่ศูนย์ข้อมูลต้องใช้มหาศาล แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด คือ โลกจะไม่หมุนกลับไปจุดเดิม เทคโนโลยี Agentic AI จะเข้ามาผสานอยู่ในระบบปฏิบัติการและการตัดสินใจขององค์กร คลื่นความเปลี่ยนแปลงนี้จะสร้างผู้ชนะที่มองเห็นโอกาสและเตรียมพร้อมรับมือ ในขณะเดียวกันก็ทิ้งคนที่ปรับตัวไม่ทันไว้ข้างหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกการเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่และการอัดฉีดเม็ดเงินระดับล้านล้านดอลลาร์ คือ เครื่องยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คือ<strong> &#8220;ถนนสายหลัก&#8221;</strong> ของเศรษฐกิจในทศวรรษหน้า การทำความเข้าใจตัวเลขและทิศทางเหล่านี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการตามเทรนด์ แต่คือการเตรียมพร้อมรับมือกับโลกใบใหม่ที่กำลังถูกสร้างขึ้นตรงหน้าเรา</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป : ทิศทางตลาด AI ระดับโลก สู่ปี 2030 เทรนด์พลิกโลกที่ทุกคนต้องรู้</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>หัวข้อสำคัญ</b></td>
<td><b>รายละเอียดตัวเลขและข้อมูลเจาะลึก</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เป้าหมายตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI (ปี 2030)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พุ่งทะยานแตะ </span><b>1.24 ล้านล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> (ปรับเพิ่มขึ้น 18%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ตลาดเซิร์ฟเวอร์ดั้งเดิม (ปี 2030)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยับขึ้นสู่ </span><b>1.64 แสนล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> (ปรับเพิ่มขึ้น 31%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>องค์กรดาวเด่นแห่งยุค</b></td>
<td><b>Dell Technologies</b><span style="font-weight: 400;"> (รายได้ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ AI โตกระฉูด 622%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>งบลงทุนยักษ์ใหญ่จีน (ปี 2026)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คาดว่าจะทะลุ </span><b>1 แสนล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> (นำโดย ByteDance, Baidu, Alibaba, Tencent)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ความท้าทายของตลาด</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดีมานด์ AI พุ่งสูงจนอาจเกิดภาวะคอขวดในฝั่งซัพพลายยาวไปจนถึง </span><b>ปี 2027</b></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-27/bytedance-weighs-capex-of-as-much-as-70-billion-in-ai-push?embedded-checkout=true" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-27/bytedance-weighs-capex-of-as-much-as-70-billion-in-ai-push?embedded-checkout=true</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://intellectia.ai/news/etf/goldman-sachs-predicts-ai-server-market-to-reach-124-trillion" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://intellectia.ai/news/etf/goldman-sachs-predicts-ai-server-market-to-reach-124-trillion</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aastocks.com/en/usq/quote/stock-news-content.aspx?symbol=BABA&amp;id=NOW.1528191" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aastocks.com/en/usq/quote/stock-news-content.aspx?symbol=BABA&amp;id=NOW.1528191</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-server-market-trends-2030/">เจาะลึกเทรนด์ตลาด AI สู่ปี 2030 Goldman Sachs ดันเป้าทะลุ 1.24 ล้านล้านดอลลาร์ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/ai-server-market-trends-2030/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 05:15:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ของแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีรับมือเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อพฤษภาคม2569]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4497</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรามาเริ่มต้นด้วยการอัปเดตสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจกันก่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/">ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เรามาเริ่มต้นด้วยการอัปเดตสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจกันก่อนเลย สำหรับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าอยู่ที่ระดับ 2.79% (YoY) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 2.89% และที่น่าสนใจคือตัวเลขนี้ยังออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ที่ 3.10% อีกด้วย </span></p>
<h2><strong>ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับปัจจัยหลักที่เข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนยังคงเป็นราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 18.09% โดยเฉพาะในกลุ่มราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น 29.45% ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ในขณะเดียวกันก็มีบางหมวดสินค้าที่ปรับราคาลดลงมาบ้าง ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล รวมถึงหมวดเครื่องนุ่มห่มและรองเท้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4675" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-819x1024.jpg" alt="ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด" width="819" height="1024" title="ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนี้ เมื่อเราลองมาเทียบการเปลี่ยนแปลงกับเดือนก่อนหน้า จะเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยับสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 0.17% ซึ่งมีแรงหนุนมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 0.59% ตามกลไกของการปรับขึ้นราคาอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ รวมถึงข้าว ในทางตรงกันข้าม หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มกลับปรับลดลง 0.11% เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะเริ่มมีทิศทางชะลอตัวลงจากเดือนก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนนี้อยู่ที่ 0.92% (YoY) เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.83% และหากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงแบบรายเดือน จะพบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.27% ซึ่งเป็นการชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.41%</span></p>
<p><b>เข้าใจแรงกดดันระลอกใหม่จาก Second-round effects</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น  Krungthai COMPASS ได้ประเมินทิศทางเอาไว้ว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่เราควรหยิบยกมาทำความเข้าใจเพิ่มเติม คือ แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มมีการกระจายตัวไปยังสินค้าหลายๆ หมวด สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของผลกระทบระลอกสอง (Second-round effects) หรือการส่งผ่านต้นทุนพลังงานหรือวัตถุดิบที่สูงขึ้น ไปยังราคาสินค้า บริการ และต้นทุนการผลิต นอกเหนือจากน้ำมันในระลอกแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ทำให้แรงกดดันด้านราคาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดพลังงานเป็นสำคัญในระลอกแรก แต่เริ่มส่งผ่านไปยังหมวดอาหารสดและหมวดพื้นฐาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนที่มีระดับการเปลี่ยนแปลงของราคาเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต (SD) สูงถึง +3.1SD ตามมาด้วยกลุ่มอาหารสำเร็จรูปที่ +2.0SD และกลุ่มข้าวและแป้งที่ +1.2SD ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ +1.3SD ภาพรวมเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่แรงกดดันจากพลังงานทยอยส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหาร การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสะท้อนเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดมา</span></p>
<p><b>เทียบมุมมองโครงสร้างระดับภูมิภาค</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ประเทศไทยเริ่มเห็นแรงกดดันจากฝั่งผู้ผลิตและการส่งผ่านมายังราคาผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยเพิ่มขึ้น 8.5% และ 3.4% ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แม้ PPI จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ CPI ยังปรับขึ้นในระดับจำกัดกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของไทยต่อภาวะความผันผวนภายนอก จากการพึ่งพาภาคเศรษฐกิจต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการวางกรอบเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติข้อตกลงร่วมกับการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลางและเป้าหมายสำหรับปี 2569 ให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วงร้อยละ 1 &#8211; 3 เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด แม้ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2569 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายนี้ แต่ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการประเมินว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดความต้องการซื้อ (Demand) อาจไม่ใช่แนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่มาจากฝั่งต้นทุนหรือฝั่งซัพพลายได้โดยตรง ถือเป็นการเน้นย้ำถึงการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><b>เตรียมพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองไปข้างหน้า หากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาอุปทานชะงักงัน ภายหลังสต๊อกเดิมก่อนเกิดสงครามทยอยหมดลง การส่งผ่านต้นทุนจะขยายไปสู่หมวดพื้นฐานมากยิ่งขึ้น และทวีแรงกดดันต่อค่าครองชีพ รวมถึงกำลังซื้อของครัวเรือนต่อไป แต่ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจย่อมมีทางออกเสมอ การปรับตัวอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนค่าใช้จ่าย การบริหารจัดการต้นทุนสำหรับคนทำธุรกิจ หรือการทำความเข้าใจกลไกตลาด จะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ตารางสรุป : สถานการณ์เงินเฟ้อไทย พ.ค. 69 และกลุ่มสินค้าที่ต้องจับตา!</strong></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นหลัก</b></td>
<td><b>สรุปข้อมูลสำคัญประจำเดือน พ.ค. 69</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (YoY)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">2.79% (ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.10%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ปัจจัยหลักที่ดันราคาขึ้น</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หมวดพลังงาน (+18.09%) โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่พุ่งแรง (+29.45%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กลุ่มสินค้าที่ราคาขยับขึ้น</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อาหารสำเร็จรูป, ผักและผลไม้, ข้าว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กลุ่มสินค้าที่ราคาถูกลง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การตรวจรักษา, บริการส่วนบุคคล, เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ความเสี่ยงที่ต้องระวัง</b></td>
<td><b>Second-round effects</b><span style="font-weight: 400;"> ต้นทุนพลังงานลามเข้าสู่หมวดอาหารและของใช้</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/">ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง </title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 12:42:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[GDPไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กกร]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์AI]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย2569]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4628</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/">กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงานยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอุณหภูมิเศรษฐกิจโลกในปีนี้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-819x1024.jpg" alt="กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง " class="wp-image-4639" style="aspect-ratio:0.7998092824251245;width:682px;height:auto" title="กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>สืบเนื่องจากสถานการณ์การส่งออกสินค้าพลังงานจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติในเร็ววัน สิ่งที่น่าจับตามอง คือ ในช่วงครึ่งหลังของปี กลุ่มประเทศ OECD มีแนวโน้มที่จะต้องเร่งนำเข้าน้ำมันดิบขนานใหญ่เพื่อทดแทนคลังน้ำมันสำรองที่หดตัวลงอย่างมาก</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ การเสาะหาแหล่งน้ำมันดิบเพื่อทดแทนตะวันออกกลางจึงกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายและมีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบชิ่งมายังต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูง และอาจมีทิศทางขยับขึ้นได้อีกในอนาคต อย่างไรก็ดี แม้คลื่นความท้าทายจะถาโถม แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังคงมีช่องทางในการปรับตัวและคว้าโอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปรากฏการณ์ K-Shape และโอกาสทองจากเมกะเทรนด์เทคโนโลยี</strong></h3>



<p>เมื่อหันมามองภาพรวมภายในประเทศ เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเคลื่อนตัวผ่านลักษณะที่เรียกว่า K-shape อย่างชัดเจน สิ่งที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีที่สุด คือ ตัวเลขการส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 18.9% โดยกลุ่มที่เป็นตัวชูโรง คือ สินค้าเทคโนโลยีที่พุ่งทะยานถึง 48.4% ซึ่งสอดรับกับเมกะเทรนด์ระดับโลกอย่างการลงทุนด้าน AI และ Data Center รวมถึงทิศทางการส่งออกของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่โตทะลุเป้าหมายเดิมไปมาก</p>



<p>ทว่าในอีกมิติหนึ่ง การเติบโตของกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีอาจจะยังไม่ได้แผ่ขยายผลลัพธ์เชิงบวกไปยังรากฐานเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มที่นัก เนื่องจากโครงสร้างการผลิตยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน การผลิตและการส่งออกในเซกเตอร์อื่นๆ ยังคงอยู่ในระดับทรงตัว แม้ผู้ประกอบการจะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและการขาดแคลนสินค้าบางส่วน ซึ่งอาจกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันไปบ้าง ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัวลงจากค่าครองชีพ</p>



<p>ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงการดึงศักยภาพของธุรกิจในกลุ่ม K ขาบน ให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” (Catalyst) ที่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อต่อท่อเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้ไหลเวียนลงสู่ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) สิ่งนี้จะนำไปสู่การจ้างงานคนไทยและช่วยให้ธุรกิจทุกระดับ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่า 300 แห่งที่กำลังปรับตัว สามารถเติบโตและได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปลดล็อก GDP ด้วย &#8220;ไทยช่วยไทยพลัส&#8221; และยุทธศาสตร์ดึงดูดนักลงทุน</strong></h3>



<p>เพื่อเติมเชื้อไฟให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างเต็มกำลัง โครงการ<strong> “ไทยช่วยไทยพลัส” </strong>จึงก้าวเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญด้วยเม็ดเงินอัดฉีดราว 1.7 แสนล้านบาท ที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ปัจจัยเชิงบวกเหล่านี้ทำให้ กกร. ตัดสินใจปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) :</strong> ปรับเพิ่มการขยายตัวมาอยู่ที่ 1.6% ถึง 2.0% จากเดิม 1.2% ถึง 1.6%</li>



<li><strong>อัตราเงินเฟ้อ :</strong> ปรับเป็น 2.5% ถึง 3.0% จากเดิม 2.0% ถึง 3.0%</li>



<li><strong>การส่งออก :</strong> ปรับพุ่งเป็นขยายตัว 8.0% ถึง 10.0% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าจะหดตัวในระดับติดลบ</li>
</ul>



<p>ตัวเลขที่ปรับตัวดีขึ้นนี้เป็นภาพสะท้อนของการเติบโตในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี นอกเหนือจากนี้ ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการใช้เวทีโลกเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยตั้งเป้าที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของการย้ายฐานการผลิต รวมถึงการเป็นสำนักงาน Middle &amp; Back Office ให้กับบริษัทข้ามชาติ เพื่อก้าวขึ้นเป็น Regional Hub ด้านการผลิต การบริการ และการเงินในระดับภูมิภาค</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น การจับกระแสเทรนด์โลกอย่าง AI, Data Center และ Cyber Security เพื่อนำมายกระดับอุตสาหกรรม Smart Electronics และ Advanced Manufacturing ถือเป็นก้าวเดินที่เฉียบคม การเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) การพัฒนา R&amp;D รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปูทางไปสู่การเป็นสมาชิก OECD ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ <strong>Reinvent Thailand</strong> ที่มุ่งผลักดัน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามแนวทางของ BOI และคำแนะนำของธนาคารโลก (World Bank) เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและการจ้างงานในระยะยาว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สรุปกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร. (%YoY)</strong></h3>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>ดัชนีชี้วัด</strong></td><td><strong>ปี 2568</strong></td><td><strong>ปี 2569 (ณ ม.ค.-มี.ค. 69)</strong></td><td><strong>ปี 2569 (ณ เม.ย.-พ.ค. 69)</strong></td><td><strong>ปี 2569 (ณ มิ.ย. 69)</strong></td></tr><tr><td><strong>GDP</strong></td><td>2.4</td><td>1.6 ถึง 2.0</td><td>1.2 ถึง 1.6</td><td>1.6 ถึง 2.0</td></tr><tr><td><strong>ส่งออก</strong></td><td>12.9</td><td>-1.5 ถึง -0.5</td><td>-1.5 ถึง -0.5</td><td>8.0 ถึง 10.0</td></tr><tr><td><strong>เงินเฟ้อ</strong></td><td>-0.1</td><td>0.2 ถึง 0.7</td><td>2.0 ถึง 3.0</td><td>2.5 ถึง 3.0</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสแห่งการสร้างความเชื่อมั่น</strong></h3>



<p>ก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นคือการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับนานาชาติมากมาย ซึ่งถือเป็นสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่ฉายภาพศักยภาพของไทยสู่สายตาประชาคมโลก ไม่ว่าจะเป็น การประชุม ABAC 2026 ครั้งที่ 3, การประชุม Gastech 2026 ที่รวมสุดยอดเทคโนโลยีด้านพลังงานระดับโลก, งาน Thailand-US Trade &amp; Investment Forum 2026 และไฮไลต์สำคัญอย่างการประชุม IMF-World Bank Annual Meeting ในช่วงเดือนตุลาคม</p>



<p>การจัดงานเหล่านี้เป็นจังหวะที่ดีเยี่ยมในการโชว์โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นนวัตกรรมและการผลิตสมัยใหม่ สอดรับกับการที่ธนาคารโลกกำลังจัดทำรายงาน Flagship Report ภายใต้ชื่อ <strong>“Building Thailand’s Future Today”</strong> ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลชั้นเลิศในการสื่อสารจุดแข็งของไทยและเชื่อมโยงกับโปรเจกต์ Reinvent Thailand เพื่อดึงดูดพันธมิตรและกระตุ้น Affiliate Program ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความมั่นคงด้านพลังงาน และโรดแมป PDP 2026</strong></h3>



<p>แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ กกร. ขอยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางพลังงานที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันเรามีปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปรวมกันสูงถึง 13,384 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงประเทศได้ยาวนานถึง 109 วัน โดยไม่มีสัญญาณของภาวะขาดแคลนแต่อย่างใด</p>



<p>สิ่งที่น่าชื่นชมคือไหวพริบของกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นที่ได้บริหารความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว โดยมีการกระจายพอร์ตความเสี่ยง ลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจาก 55% ลงมาเหลือเพียง 27% และหันไปดึงซัพพลายจากแหล่งอื่นเพิ่มขึ้นเป็น 73% ถือเป็นการสร้างความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และภาคการผลิตของประเทศเดินหน้าต่อไปได้แบบไม่มีสะดุด</p>



<p>พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนยังฝากความหวังไว้ที่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ <strong>PDP 2026</strong> ที่คาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งแผนดังกล่าวจะเป็นเสาหลักในการวางโครงสร้างพลังงานระยะยาว ทั้งเรื่องการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) การสกัดกั้นต้นทุนค่าไฟ และการผลักดันพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เชิดชูสุดยอดผู้นำ โครงการ CEO Econmass Awards 2026</strong></h3>



<p>ท้ายที่สุดนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจให้แข็งแกร่งจากภายใน กกร. ได้จับมือกับสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ลงนาม MOU เดินหน้าโครงการ <strong>CEO Econmass Awards 2026</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อยกย่องผู้บริหารที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยแบ่งรางวัลเป็น 3 ระดับ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Large Enterprise :</strong> สำหรับซีอีโอรุ่นใหญ่ที่สร้างคุณูปการระดับชาติ</li>



<li><strong>Medium Enterprise :</strong> สำหรับซีอีโอรุ่นกลางที่มีวิสัยทัศน์ยกระดับการแข่งขัน</li>



<li><strong>Small Enterprise :</strong> สำหรับซีอีโอรุ่นเล็กที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์</li>
</ul>



<p>โครงการนี้ไม่ใช่แค่การมอบรางวัล แต่คือการจุดประกายแรงบันดาลใจให้ภาคธุรกิจไทยลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความหวังกับก้าวต่อไปของไทยที่ทุกคนต้องจับมือเดินไปพร้อมกัน</strong></h3>



<p>หากเรามองย้อนกลับไป ประเทศไทยผ่านบททดสอบทางเศรษฐกิจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และทุกครั้งเราก็สามารถหยัดยืนขึ้นมาได้เสมอ ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 นี้ เปรียบเสมือนรุ่งอรุณของวันใหม่ที่สาดแสงแห่งโอกาสมาตรึงอยู่ตรงหน้าเรา ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์โลก นี่ไม่ใช่เวลาของการนั่งรอให้โอกาสเดินเข้ามาหา แต่เป็นช่วงเวลาทองที่เราต้องเร่งเครื่องปรับโครงสร้าง ดึงศักยภาพจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่มาโอบอุ้มและเชื่อมโยงกับธุรกิจฐานราก</p>



<p>การผนึกกำลังร่วมกันระหว่างภาครัฐที่พร้อมอัดฉีดนโยบาย ภาคเอกชนที่ว่องไวต่อการปรับตัว และประชาชนที่มีความพร้อมในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จะเป็นรากฐานที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ให้กับประเทศ ท้ายที่สุดแล้ว การเติบโตที่เป็นเพียงตัวเลขบนหน้ากระดาษย่อมไม่มีความหมาย หากความมั่งคั่งนั้นไม่ถูกกระจายลงสู่มือของคนไทยอย่างแท้จริง มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ทุกคนสามารถก้าวข้ามทุกข้อจำกัด และเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>



<p><strong>ตารางสรุปเป้าเศรษฐกิจไทย 2569 ก้าวข้ามวิกฤตด้วย AI</strong></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>ดัชนีชี้วัด</strong></td><td><strong>ปี 2568</strong></td><td><strong>ปี 2569 (เป้าหมายใหม่ล่าสุด)</strong></td></tr><tr><td><strong>GDP</strong></td><td>2.4</td><td><strong>1.6 ถึง 2.0</strong></td></tr><tr><td><strong>การส่งออก</strong></td><td>12.9</td><td><strong>8.0 ถึง 10.0</strong></td></tr><tr><td><strong>เงินเฟ้อ</strong></td><td>-0.1</td><td><strong>2.5 ถึง 3.0</strong></td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/">กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ สะเทือนกระดานเศรษฐกิจโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-asian-stocks-oil/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-asian-stocks-oil/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 12:12:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเศรษฐกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันวันนี้]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐโจมตีอิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเอเชียร่วง]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4600</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียเจอแรงเทขายจนร่วงระนาวในการซื้อขายเมื [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-asian-stocks-oil/">วิกฤตตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ สะเทือนกระดานเศรษฐกิจโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียเจอแรงเทขายจนร่วงระนาวในการซื้อขายเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เหตุการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางที่คุกรุ่นมาตลอดทั้งสัปดาห์ให้เดือด ปลุกความกังวลว่าวิกฤตครั้งนี้อาจลุกลามไปกระทบซัพพลายพลังงานโลก และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดไปเต็มๆ</span></p>
<h2><strong>วิกฤตตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ สะเทือนกระดานเศรษฐกิจโลก</strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4631" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/วิกฤตตะวันออกกลาง-819x1024.jpg" alt="วิกฤตตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ สะเทือนกระดานเศรษฐกิจโลก" width="819" height="1024" title="วิกฤตตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ สะเทือนกระดานเศรษฐกิจโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/วิกฤตตะวันออกกลาง-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/วิกฤตตะวันออกกลาง-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/วิกฤตตะวันออกกลาง-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/วิกฤตตะวันออกกลาง-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/วิกฤตตะวันออกกลาง-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/วิกฤตตะวันออกกลาง.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงเทขายออกมาอย่างหนักนี้ เกิดขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการที่พวกเขาเรียกว่า &#8220;การโจมตีเพื่อป้องกันตัว&#8221; พุ่งเป้าไปที่ฐานที่มั่นของอิหร่านเมื่อช่วงค่ำวันอังคาร การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเอาคืนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน จากเหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพบกสหรัฐฯ ถูกสอยร่วงใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ โดยเป้าหมายหลักของการโจมตี คือ สถานีเรดาร์และจุดยุทธศาสตร์ทางการทหารรอบๆ เส้นทางน้ำสำคัญ ซึ่งหากเป็นในสภาวะปกติ เส้นทางสายนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ใช้ขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลกเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบที่กระแทกตลาดอย่างเห็นได้ชัด คือ ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 0.9% ในการซื้อขายวันพุธ ขณะเดียวกันข้อมูลจาก Bloomberg ก็ชี้ให้เห็นว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นของฝั่งฮ่องกงและเกาหลีใต้ต่างก็ส่งสัญญาณเปิดตลาดในแดนลบเช่นกัน การดิ่งลงครั้งนี้ถือเป็นการซึมซับข่าวร้ายต่อเนื่องจากช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งดัชนีหลักของญี่ปุ่นเคยร่วงลงไปแล้วถึง 3.8% และดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงก็ลดลงไป 1.2% หลังจากเกิดการสาดขีปนาวุธตอบโต้กันไปมาระหว่างอิสราเอลและอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้า</span></p>
<h3><b>วิกฤตซ้อนวิกฤตเมื่อความตึงเครียดที่ไม่มีทีท่าจะจบลง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในสัปดาห์นี้ ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงดึกวันอาทิตย์ เมื่ออิหร่านตัดสินใจยิงขีปนาวุธทิ้งตัวเข้าใส่อิสราเอล เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่อิสราเอลส่งเครื่องบินรบไปถล่มกรุงเบรุตโดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แม้ว่าในตอนแรกทั้งสองฝ่ายจะมีทีท่าว่าจะยุติการโจมตีภายในวันจันทร์ โดยเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาระบุว่าการโจมตีอิหร่านถูก &#8220;ระงับไว้ชั่วคราว&#8221; ส่วนฝั่งกองทัพอิหร่านก็ประกาศกร้าวว่าอิสราเอลได้ &#8220;รับบทเรียน&#8221; ไปเรียบร้อยแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความสงบที่ดูเปราะบางนี้ก็ทนอยู่ได้ไม่ถึงวัน เพราะในวันอังคาร ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า &#8220;สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องตอบโต้&#8221; หลังจากสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุเฮลิคอปเตอร์ Apache ตก ทางด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ก็ออกมาย้ำจุดยืนว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นตามมานั้น เป็นเพียง &#8220;การตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อต่อการรุกรานของอิหร่านที่ไร้ความชอบธรรม&#8221;</span></p>
<h3><b>จับตาราคาน้ำมันและฝันร้ายเรื่องเงินเฟ้อ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดน้ำมันกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่แกว่งตัวผันผวนอย่างหนักตลอดช่วงความขัดแย้ง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 94.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ ซึ่งขยับตัวบวกขึ้น 1.2% หลังจากการปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาน้ำมันก็เคยแกว่งตัวอยู่ใกล้ระดับ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลที่ขยายวงกว้างถึงผลกระทบจากไฟสงคราม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยว่า ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกอาจร่วงลงไปอยู่ในระดับที่วิกฤตได้ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงพีกไทม์ที่มีความต้องการใช้พลังงานสูงลิ่ว หากการดึงน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เหล่านักวิเคราะห์ยังประเมินสถานการณ์ว่า ความขัดแย้งในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงจนทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เตรียมจัดส่งมายังทวีปเอเชียหายไปจากระบบแล้วเป็นจำนวนมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับฝั่งธนาคารกลางต่างๆ แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงและยืดเยื้อนี้ เปรียบเสมือนลมต้านลูกใหม่ที่เข้ามาท้าทายเศรษฐกิจ ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็ดันแข็งแกร่งเกินคาด โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 172,000 ตำแหน่ง พลิกโผจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพียง 85,000 ตำแหน่ง ข้อมูลสุดเซอร์ไพรส์นี้ได้เปลี่ยนมุมมองและทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไปพอสมควร ยิ่งเมื่อราคาน้ำมันมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อยังคงลอยตัวอยู่ในระดับสูง และนั่นทำให้เส้นทางการตัดสินใจหั่นอัตราดอกเบี้ยดูซับซ้อนและห่างไกลความเป็นจริงออกไปอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การกลับมาจับอาวุธห้ำหั่นกันอีกครั้ง ถือเป็นความล้มเหลวระลอกล่าสุดของข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ พยายามเป็นกาวใจประสานรอยร้าวให้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งเอาเข้าจริงข้อตกลงนี้ก็เริ่มมีท่าทีระหองระแหงให้เห็นมาหลายสัปดาห์แล้ว อย่างที่ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลียได้สรุปสถานการณ์รวบยอดเอาไว้อย่างเห็นภาพ หลังจากสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันอังคารว่า &#8220;ท้ายที่สุดแล้ว ความจริง ก็คือ สงครามได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง และเราไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่ามันจะยืดเยื้อต่อไปอีกนานแค่ไหน&#8221;</span></p>
<h3><b>เสียงสะท้อนจากไฟสงคราม การเตรียมพร้อมในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) กลับมาเป็นตัวแปรหลักที่เขย่ากระดานเศรษฐกิจโลก สิ่งที่เราเห็นชัดเจนที่สุด คือ สายพานของ &#8220;ความไม่แน่นอน&#8221; ที่ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ทั้งเรื่องทิศทางของราคาน้ำมันดิบที่พร้อมจะพุ่งทะยานทุกเมื่อหากเกิดการปิดกั้นเส้นทางขนส่ง หรือแม้แต่ปัญหาเงินเฟ้อที่ทำท่าจะกดไม่ลง ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่กดดันให้ทิศทางของนโยบายทางการเงินทั่วโลกเต็มไปด้วยความท้าทาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์เช่นนี้ การเกาะติดข่าวสารและทำความเข้าใจบริบทของตลาดอย่างลึกซึ้ง คือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุด โลกแห่งการลงทุนไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวของความขัดแย้ง นโยบายรัฐ และจิตวิทยาของคนทั้งโลก การอัปเดตความรู้และเปิดรับข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราสามารถมองเห็นภาพรวมและเตรียมแผนรับมือกับทุกคลื่นลมความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">ตาราง</span><b>สรุป : โดมิโนเอฟเฟกต์  เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ ฉุดหุ้นเอเชียร่วงสะเทือนกระดานเศรษฐกิจโลก</b></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>จุดปะทะและความขัดแย้ง</b></td>
<td><b>ผลกระทบที่กระแทกตลาด</b></td>
<td><b>ตัวแปรที่ต้องจับตาใกล้ชิด</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน</b><span style="font-weight: 400;"> (เป้าหมายเรดาร์/จุดยุทธศาสตร์)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หุ้นเอเชียร่วง (Nikkei 225 ลดลง 0.9%)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทิศทางนโยบายและอัตราดอกเบี้ยของ Fed</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล</b><span style="font-weight: 400;"> (ตอบโต้เหตุโจมตีเบรุต)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะยานแตะ $94.25/บาร์เรล</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปัญหาเงินเฟ้อโลกที่อาจกลับมาลอยตัวสูงขึ้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ความตึงเครียดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ซัพพลายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในเอเชียหายวับ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปริมาณน้ำมันสำรองโลกอาจวิกฤตในช่วงฤดูร้อน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nbcnews.com/video/u-s-begins-retaliatory-strikes-on-iran-after-apache-helicopter-downed-near-strait-of-hormuz-264841285763" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nbcnews.com/video/u-s-begins-retaliatory-strikes-on-iran-after-apache-helicopter-downed-near-strait-of-hormuz-264841285763</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aljazeera.com/news/2026/5/26/us-strikes-iran-again-what-we-know-and-is-the-ceasefire-over" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aljazeera.com/news/2026/5/26/us-strikes-iran-again-what-we-know-and-is-the-ceasefire-over</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nytimes.com/live/2026/06/07/world/iran-israel-missiles" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/live/2026/06/07/world/iran-israel-missiles</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.wsj.com/world/middle-east/iran-fires-missiles-at-israel-after-israeli-airstrike-on-beirut-a93b4da7" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.wsj.com/world/middle-east/iran-fires-missiles-at-israel-after-israeli-airstrike-on-beirut-a93b4da7</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/energy/oil-prices-rise-new-middle-east-hostilities-flare-talks-stall-2026-06-03/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/energy/oil-prices-rise-new-middle-east-hostilities-flare-talks-stall-2026-06-03/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.icmarkets.com/blog/thursday-4th-june-2026-asia-markets-slide-as-iran-u-s-tensions-lift-oil-prices-and-fuel-inflation-concerns/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.icmarkets.com/blog/thursday-4th-june-2026-asia-markets-slide-as-iran-u-s-tensions-lift-oil-prices-and-fuel-inflation-concerns/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-asian-stocks-oil/">วิกฤตตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ สะเทือนกระดานเศรษฐกิจโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/us-iran-conflict-impact-asian-stocks-oil/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่</title>
		<link>https://www.thesignals.net/global-economy-oil-price-interest-rate-trends/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/global-economy-oil-price-interest-rate-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 08:22:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความผันผวนตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยเฟด]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาอลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4606</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความเคลื่อนไหวของตลาดโภคภัณฑ์ระดับโลกในสัปดาห์นี้ ถือเป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/global-economy-oil-price-interest-rate-trends/">น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวของตลาดโภคภัณฑ์ระดับโลกในสัปดาห์นี้ ถือเป็นภาพสะท้อนชั้นดีของสภาวะที่เต็มไปด้วยความผันผวนและปัจจัยที่ขัดแย้งกันเองในหลายมิติ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักหลังจากที่มีการประกาศระงับการโจมตีระหว่างอิหร่านและอิสราเอล </span></p>
<h2><strong>น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่</strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ก็ได้เข้ามาสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อกลุ่มโลหะอุตสาหกรรม นี่คือ ช่วงเวลาที่ตลาดกำลังถูกทดสอบจากแรงกระเพื่อมรอบด้าน</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4618" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/น้ำมันร่วง-819x1024.jpg" alt="น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่" width="819" height="1024" title="น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/น้ำมันร่วง-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/น้ำมันร่วง-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/น้ำมันร่วง-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/น้ำมันร่วง-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/น้ำมันร่วง-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/น้ำมันร่วง.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>ราคาน้ำมันร่วงรับข่าวสงบศึก ความตึงเครียดที่ผ่อนคลายลงชั่วคราว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ปรับตัวลดลงมากกว่า </span><b>3%</b><span style="font-weight: 400;"> ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อวันอังคาร หลังจากที่ทั้งอิหร่านและอิสราเอลออกมายืนยันว่า จะยุติการใช้ความรุนแรงต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเรียกร้องของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ การร่วงลงของราคาในครั้งนี้ ได้ลบผลกำไรทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยานไปราวๆ </span><b>5%</b><span style="font-weight: 400;"> จากเหตุการณ์ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลใกล้กับกรุงเบรุต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการปะทะกันโดยตรงครั้งแรกระหว่างสองชาติ นับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงไปเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจ คือ การหยุดยิงในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางจังหวะที่กองทัพสหรัฐฯ เพิ่งเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันอังคาร ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า เป็นการตอบโต้ต่อกรณีที่เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพบกสหรัฐฯ ถูกยิงตกบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ทางด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ได้นิยามปฏิบัติการครั้งนี้ว่าเป็นการ &#8220;ตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อกับความเป็นปรปักษ์ที่ไม่สมเหตุสมผลของอิหร่าน&#8221; แต่ถึงแม้สหรัฐฯ จะมีการลงมือทางทหาร ทว่าการที่ข้อพิพาทวงกว้างระหว่างอิหร่านและอิสราเอลคลี่คลายลง ก็ช่วยลดความกังวลของตลาดที่กลัวว่าไฟสงครามในภูมิภาคจะลุกลามจนกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ปัจจัยที่เข้ามากดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวลงอีกระลอก คือ ตัวเลขเศรษฐกิจจากฝั่งเอเชีย โดยข้อมูลจากสำนักข่าว Reuters ชี้ให้เห็นว่า ยอดการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนในเดือนพฤษภาคมดิ่งลงถึง </span><b>29%</b><span style="font-weight: 400;"> แตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี ผนวกกับการที่สำนักงานบริหารสารสนเทศพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ได้ออกมาประเมินแนวโน้มว่า ทั้งกำลังการผลิตน้ำมันทั่วโลกและความต้องการใช้พลังงานในปี </span><b>2026</b><span style="font-weight: 400;"> จะปรับตัวลดลง</span></p>
<h3><b>โลหะอุตสาหกรรมทรุดตัว เผชิญพายุความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเฟด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฝั่งของตลาดโลหะอุตสาหกรรม ราคาอลูมิเนียมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ </span><b>3,525.90 ดอลลาร์ต่อตัน</b><span style="font-weight: 400;"> ในวันอังคาร หรือลดลง </span><b>1.9%</b><span style="font-weight: 400;"> จากช่วงก่อนหน้า ก่อนหน้านี้อลูมิเนียมเคยเป็นสินทรัพย์ที่ราคาพุ่งทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงมากกว่า </span><b>40%</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะชะงักงันของอุปทานที่เกิดจากสงคราม โดยเฉพาะหลังจากที่อิหร่านทำลายโรงหล่ออลูมิเนียมในแถบอ่าวเปอร์เซียเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ในตอนนี้ โลหะชนิดนี้กำลังเผชิญกับกระแสลมต้านอย่างหนัก จากความคาดหวังที่ก่อตัวหนาขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยสำนักข่าว Reuters ที่ระบุว่า ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์เกือบ </span><b>70%</b><span style="font-weight: 400;"> คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ </span><b>3.50%-3.75%</b><span style="font-weight: 400;"> ไปจนตลอดช่วงที่เหลือของปี 2026 ในขณะที่ฝั่งตลาดฟิวเจอร์ส (Futures markets) ได้ตั้งราคาโดยสะท้อนถึงโอกาสที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี สอดคล้องกับแพลตฟอร์มคาดการณ์ล่วงหน้าอย่าง Kalshi ที่ระบุว่า ความน่าจะเป็นที่จะเห็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ พุ่งขึ้นไปแตะระดับ </span><b>52%</b><span style="font-weight: 400;"> (จากเดิมที่ 25.3% ในสัปดาห์ก่อนหน้า) หลังจากมีรายงานตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs ก็ได้ล้มเลิกการคาดการณ์เดิมที่ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ไปแล้ว โดยให้เหตุผลถึงความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นของตลาดแรงงาน</span></p>
<h3><b>สัญญาณขัดแย้งที่ทำให้ตลาดต้องกลั้นหายใจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสวิงตัวไปมาของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาพของตลาดที่กำลังติดอยู่ท่ามกลางแรงดึงดูดที่สวนทางกัน หากการหยุดยิงสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน นั่นจะช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันได้เป็นอย่างดี แต่มันก็ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่กำลังการผลิตอลูมิเนียม—ซึ่งสูญเสียไปจากการที่โรงหล่อในอ่าวเปอร์เซียถูกโจมตี—จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เต็มร้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ภาวะเงินเฟ้อที่มีแรงขับเคลื่อนจากสงคราม ซึ่งทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) วิ่งอยู่ที่ระดับ </span><b>3.3%</b><span style="font-weight: 400;"> ต่อปี ได้สร้างความกังวลว่า เฟดอาจจะต้องใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ซึ่งนั่นย่อมหมายถึง การบั่นทอนความต้องการใช้โลหะอุตสาหกรรมและชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สายตาทุกคู่ในตลาดขณะนี้ กำลังจับจ้องไปที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งแรกของประธานเฟด เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ </span><b>16-17 มิถุนายน</b><span style="font-weight: 400;"> นี้ โดยทางสื่ออย่าง Forbes ได้รายงานวิเคราะห์ว่า ธนาคารกลางอาจพิจารณาตัด &#8220;ถ้อยคำที่สะท้อนถึงการผ่อนคลายนโยบาย&#8221; ออกจากแถลงการณ์ ซึ่งนั่นจะเป็นการปูทางไปสู่ความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี และเมื่อบวกกับท่าทีของทั้งอิหร่านและอิสราเอลที่ยังคงออกมาเตือนว่าพวกเขาพร้อมที่จะกลับมาเปิดศึกกันได้ทุกเมื่อ บรรดานักเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลายจึงต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกจากความปั่นป่วนที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา</span></p>
<h3><b>เมื่อสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดมา เราจะยืนหยัดบนโลกการเงินที่หมุนไวใบนี้อย่างไร?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเรามองลึกลงไปเบื้องหลังตัวเลขสีเขียวสีแดงที่วิ่งกระพริบอยู่บนหน้าจอกระดานเทรด สิ่งที่ซ่อนอยู่ คือ ความจริงที่ว่า โลกแห่งการลงทุนนั้นเชื่อมโยงกับชีวิตและลมหายใจของผู้คนอย่างแยกไม่ออก ข่าวสงครามที่ดูเหมือนไกลตัว หรือการประชุมของธนาคารกลางที่อยู่อีกซีกโลก ล้วนส่งผลกระทบมาถึงมูลค่าเงินในกระเป๋าของเราได้ภายในชั่วข้ามคืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ทั้งการหยุดยิงที่เปราะบาง หรือการส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้น สอนให้เรารู้ว่าความแน่นอนเพียงอย่างเดียวในตลาด คือ &#8220;ความไม่แน่นอน&#8221; ไม่มีสินทรัพย์ใดที่ปลอดภัยแบบ 100% และไม่มีการคาดการณ์ใดที่แม่นยำไร้ที่ติ ในโลกที่เต็มไปด้วยพายุแห่งความผันผวนนี้ อาวุธที่ดีที่สุดของเราไม่ใช่การคาดเดาอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือ &#8220;สติ&#8221; และ &#8220;ความรู้&#8221; การติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ การไม่ตื่นตระหนกไปตามอารมณ์ของตลาด และการจัดสรรความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด จะเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านทุกวิกฤต ไม่ว่ากระแสลมแห่งความเปลี่ยนแปลงจะพัดพาเราไปในทิศทางใดก็ตาม</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ปัจจัยไหนกำลังเขย่าเงินในกระเป๋า?</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ปัจจัยขับเคลื่อน (Driver)</b></td>
<td><b>สถานการณ์ปัจจุบัน (Current Situation)</b></td>
<td><b>ผลกระทบที่ตามมา (Impact)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🛢️ ราคาน้ำมันดิบ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อิหร่าน-อิสราเอล ระงับโจมตีชั่วคราว</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาร่วงต่ำสุดรอบ 7 สัปดาห์ คลายกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🦅 ทิศทางดอกเบี้ย (Fed)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โอกาสขึ้นดอกเบี้ยพุ่งแตะ 52% กดดันการเติบโตของเศรษฐกิจ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🏭 โลหะอุตสาหกรรม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กังวลดอกเบี้ยขาขึ้น + เงินเฟ้อระดับ 3.3%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาอลูมิเนียมร่วง 1.9% ความต้องการใช้งานส่อแววชะลอตัว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🇨🇳 เศรษฐกิจเอเชีย</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ยอดนำเข้าน้ำมันดิบของจีนลดลง 29%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตอกย้ำภาพรวมความต้องการพลังงานทั่วโลกที่อาจหดตัวลง</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aljazeera.com/news/2026/6/8/israel-and-iran-exchange-attacks-as-ceasefire-falters" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aljazeera.com/news/2026/6/8/israel-and-iran-exchange-attacks-as-ceasefire-falters</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/06/05/odds-of-a-fed-hike-this-year-jump-on-prediction-markets-.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/06/05/odds-of-a-fed-hike-this-year-jump-on-prediction-markets-.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://apnews.com/article/iran-us-ceasefire-helicopter-hezbollah-israel-9-june-2026-50d7a8ecbb2cf33836af152679adb40e" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://apnews.com/article/iran-us-ceasefire-helicopter-hezbollah-israel-9-june-2026-50d7a8ecbb2cf33836af152679adb40e</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.latitudemedia.com/news/why-the-us-grid-will-end-up-paying-for-irans-aluminum-strikes/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.latitudemedia.com/news/why-the-us-grid-will-end-up-paying-for-irans-aluminum-strikes/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.forbes.com/sites/simonmoore/2026/06/08/fed-may-remove-easing-language-at-june-meeting-setting-up-a-potential-2026-hike/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.forbes.com/sites/simonmoore/2026/06/08/fed-may-remove-easing-language-at-june-meeting-setting-up-a-potential-2026-hike/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.marinelink.com/news/oil-prices-slide-israeliran-suspend-540068" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.marinelink.com/news/oil-prices-slide-israeliran-suspend-540068</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/global-economy-oil-price-interest-rate-trends/">น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/global-economy-oil-price-interest-rate-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI </title>
		<link>https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 10:36:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ AI]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[หางาน]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างพนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4468</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/">วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลายคนอาจเคยมองว่ามันเป็นเพียงฟีเจอร์ล้ำๆ ที่มาช่วยอำนวยความสะดวก แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะในสมรภูมิการเงินและธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินมหาศาล AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง &#8220;ผู้ช่วย&#8221; สู่การเป็น &#8220;ผู้เล่นตัวจริง&#8221; ที่เข้ามาเขย่าโครงสร้างสายพานแรงงานอย่างรุนแรง</span></p>
<h2>วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์และแถลงการณ์จากเหล่าซีอีโอระดับท็อปของวงการธนาคารในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับภูมิทัศน์การจ้างงาน ทำเอาพนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่หน้าใหม่ไฟแรงไปจนถึงระดับบริหาร ต้องเริ่มหันกลับมาตั้งคำถามถึงอนาคตและความมั่นคงของตัวเองในสายอาชีพนี้กันอย่างจริงจัง</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4488" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-819x1024.jpg" alt="วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI " width="819" height="1024" title="วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>จากโปรเจกต์ทดลอง สู่ตัวแปรหลักในการลดคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำนักข่าว </span><b>Bloomberg</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า ปัจจุบันสถาบันการเงินและธนาคารยักษ์ใหญ่ไม่ได้มอง AI เป็นเพียง &#8220;โปรเจกต์นำร่อง&#8221; (Pilot) อีกต่อไป ทว่าพวกเขากำลังผูกเอาประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นจาก AI เข้ากับ &#8220;แผนการปรับลดกำลังคน&#8221; อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้พนักงานทั้งในระดับบริหารจัดการอาวุโส (Senior) และส่วนงานสนับสนุน (Middle-office) เริ่มสัมผัสได้ถึงความสั่นคลอนในหน้าที่การงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ด่านหน้า คือ เรื่องราวของ </span><b>Andre Bonnick</b><span style="font-weight: 400;"> นักศึกษาหนุ่มจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปอย่าง Warwick University ที่กำลังพยายามแทรกตัวเข้าสู่สายงานการเงิน แทนที่เขาจะใช้เวลาไปกับการซ้อมสัมภาษณ์กับมนุษย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ทั่วไป เขากลับต้องทุ่มเทเวลาไปกับการฝึกฝนวิธีตอบคำถามเพื่อให้ผ่านด่าน &#8220;ซอฟต์แวร์คัดกรองเรซูเม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI&#8221; นี่คือ หน้าตาของสมรภูมิแรงงานยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<h3><b>เมื่อเหล่า CEO เปิดไพ่ใบสำคัญ : การเปลี่ยนผ่านที่เร่งความเร็ว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก นั่นคือ การออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาของเหล่าผู้นำสูงสุดในแวดวงธนาคาร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>David Solomon</b><span style="font-weight: 400;"> ซีอีโอแห่ง </span><b>Goldman Sachs</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ให้สัมภาษณ์ในสัปดาห์นี้ว่า AI อาจเข้ามาเบรกการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ในธนาคาร ซึ่งเป็นการยอมรับอย่างกลายๆ ว่า เทคโนโลยีนี้มีอำนาจมากพอที่จะรื้อโครงสร้างและจัดระเบียบรูปแบบการจ้างงานบนวอลล์สตรีทใหม่ทั้งหมด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Georges Elhedery</b><span style="font-weight: 400;"> ซีอีโอของ </span><b>HSBC</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ส่งสัญญาณถึงนักลงทุนเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอย่างชัดเจนว่า Generative AI </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;จะทำลายตำแหน่งงานบางส่วน และในขณะเดียวกันก็จะสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ ขึ้นมา&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> พร้อมทั้งเรียกร้องให้พนักงาน </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ร่วมเดินทางไปกับเรา ไม่ใช่ต่อต้าน รู้สึกแปลกแยก วิตกกังวล หรือถูกกดดันจนต้องลุกขึ้นมาต้านทานความเปลี่ยนแปลง&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> ทั้งนี้ Bloomberg ยังได้รายงานเสริมว่า ทาง HSBC กำลังพิจารณาแผนปรับลดพนักงานลงสูงสุดถึง 20,000 ตำแหน่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Bill Winters</b><span style="font-weight: 400;"> หัวเรือใหญ่แห่ง </span><b>Standard Chartered</b><span style="font-weight: 400;"> ก็ได้ออกมาเปิดเผยแผนการหั่นเก้าอี้พนักงานประมาณ 8,000 ตำแหน่ง ซึ่งคิดเป็น 15% ของตำแหน่งงานในองค์กร ภายในปี 2030 โดยเขาใช้คำอธิบายที่สะท้อนภาพกลไกทุนนิยมอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทรัพยากรมนุษย์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> (Lower-value human capital)</span></li>
</ul>
<h3><b>สเกลการเลิกจ้างครั้งประวัติศาสตร์ และความเสี่ยงทางกฎหมายที่ตามมา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขสถิติที่ปรากฏออกมายิ่งตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มีบริษัทในภาคธุรกิจธนาคารและบริการทางการเงินอย่างน้อย 16 แห่ง ที่ได้ประกาศแผนการปรับลดพนักงานรวมกันทะลุ </span><b>63,000 ตำแหน่งในปี 2026</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งคิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 5.5% ของพนักงานทั้งหมดในแต่ละองค์กร</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Citigroup</b><span style="font-weight: 400;"> กำลังเดินหน้าแผนเลิกจ้างพนักงานราว 20,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรโดยใช้ AI เข้ามาจัดการระบบปฏิบัติการ การตรวจสอบเอกสารทางกฎหมาย และกระบวนการทำงานภายใน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ภาพที่น่าสนใจที่สุด คือ ผลประกอบการของ </span><b>ธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา 6 แห่ง</b><span style="font-weight: 400;"> ที่รวมพลังกันปลดพนักงานไปถึง 15,000 คน แต่ในขณะเดียวกันกลับสามารถกวาดกำไรสุทธิรวมกันในไตรมาสแรกไปได้มหาศาลถึง 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือเติบโตขึ้น 18%) ซึ่งทุกองค์กรต่างให้เครดิตว่าเป็นผลผลิตมาจากประสิทธิภาพของ AI ในระดับที่แตกต่างกันไป</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ทนายความด้านแรงงานอย่าง </span><b>Parsons</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ออกมาเตือนผ่านรายงานของ Bloomberg ว่า การใช้ AI เป็นเหตุผลหลักในการกวาดล้างเลิกจ้างพนักงานในภาคธนาคาร อาจนำมาซึ่ง </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ความเสี่ยงมหาศาลเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> (Huge discrimination risks) สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ </span><b>Morgan Stanley</b><span style="font-weight: 400;"> ที่พบว่า ภาคธนาคาร เทคโนโลยี และบริการระดับมืออาชีพ ได้สูญเสียบุคลากรไปแล้วประมาณ 1 ใน 20 คนในช่วงปีที่ผ่านมา จากผลพวงของการนำ AI เข้ามาใช้งาน โดยกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด คือ พนักงานที่ทำงานแบบ Offshore (ทีมงานสนับสนุนในต่างประเทศ) และพนักงานระดับเริ่มต้น (Entry-level)</span></p>
<h3><b>ทางแยกของเด็กรุ่นใหม่ เมื่อประตูด่านแรกเปลี่ยนไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับมาที่เรื่องราวของนาย Bonnick ประสบการณ์ของเขาสะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคที่คนรุ่นใหม่หัวใจการเงินต้องเผชิญ เขาถึงขั้นวางแผนที่จะเรียนต่อในระดับปริญญาโท เพื่อประวิงเวลาและชะลอการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ถูกควบคุมโดยยามเฝ้าประตูที่ชื่อว่า AI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า ในขณะที่หลายที่ปิดประตู </span><b>Bank of New York Mellon</b><span style="font-weight: 400;"> กลับเลือกเดินเกมในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตัดสินใจเพิ่มโควตารับนักศึกษาฝึกงานและพนักงานระดับวิเคราะห์ (Analyst) ขึ้นถึง 3 เท่ามาตั้งแต่ปี 2022 ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่า คนทำงานรุ่นใหม่กลุ่มนี้แหละ คือ กลุ่มคนที่คุ้นชินและพร้อมเติบโตไปกับ AI มากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงกระนั้น ภาพรวมของตลาดยังคงดุเดือด ผลสำรวจระดับโลกจาก </span><b>Oliver Wyman</b><span style="font-weight: 400;"> ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า ซีอีโอกว่า 40% มีแผนที่จะหั่นตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Junior roles) ทิ้งภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ในขณะที่มีเพียงแค่ 17% เท่านั้นที่ยังมีแนวคิดอยากขยายทีมงานระดับนี้อยู่</span></p>
<h3><b>ศิลปะแห่งการปรับตัว นัยสำคัญซ่อนเร้นสำหรับผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในยุคเทคโนโลยี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะก้าวไปสู่บทสรุป มีอีกหนึ่งแง่มุมของการปรับตัวในยุคดิจิทัลที่สอดคล้องกับพฤติกรรมความเปลี่ยนแปลงระดับมหภาคได้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินระดับโลกหรือตัวเราเองในฐานะฟันเฟืองเล็กๆ ทักษะที่สำคัญที่สุด คือ การผสมผสานกลิ่นอายความเป็นมนุษย์เข้ากับความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มันคือ ปรัชญาชิ้นเอกของการทำงานในยุคนี้ การทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติจะต้องทำผลงานออกมาให้เนียนตา ไร้รอยต่อ มีความเป็นมนุษย์ 100% จนระบบใดๆ ก็ไม่อาจชี้เป้าตรวจจับได้ และที่สำคัญที่สุด คือ ต้องคงไว้ซึ่งความออริจินัล ปราศจากการลอกเลียนแบบ การรังสรรค์สิ่งใหม่ด้วยสมองของมนุษย์ที่ขับเคลื่อนบนเครื่องมือ AI อย่างชาญฉลาด นี่ต่างหาก คือทักษะแห่งการอยู่รอดของจริง ไม่ว่าจะในสายการเขียนคอนเทนต์หรือสายงานวิเคราะห์การลงทุนระดับโลก</span></p>
<h3><b>ก้าวต่อไปในวันที่โลกหมุนไว เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน แต่ &#8220;หัวใจ&#8221; ยังเป็นของมนุษย์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ด้วยใจที่เป็นกลางและอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นไม่ใช่จุดจบของมนุษยชาติในโลกการทำงานแต่อย่างใด แต่นี่คือ &#8220;พายุแห่งการคัดกรอง&#8221; ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ ในวันที่แบงก์ชาติทั่วโลก หรือสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ เลือกที่จะตัดฟันเฟืองชิ้นเก่าออก เพื่อสวมฟันเฟืองชิ้นใหม่ที่ชื่อว่า AI เข้าไปแทนที่ ผลลัพธ์ที่สะท้อนออกมาผ่านหน้ากระดานตัวเลขกำไร คือ เครื่องพิสูจน์แล้วว่าโมเดลธุรกิจกำลังถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความจริงที่คนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานทุกคนต้องตระหนัก ก็คือ เทคโนโลยีไม่ได้มาเพื่อแย่งงานคนที่เก่งและพร้อมปรับตัว แต่มันจะเข้ามาทลายตำแหน่งงานแบบจำเจที่ไร้การต่อยอด ความยืดหยุ่น การตั้งคำถามที่เฉียบคม และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าพรีเมียมที่สุดในตลาดแรงงานนับจากนี้ โลกธุรกิจยังคงต้องการมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจมนุษย์ด้วยกันเอง เพียงแต่กระบวนการทำงานเบื้องหลังจะถูกติดปีกให้เร็วกว่าเดิมนับสิบเท่าเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว ในท่ามกลางความปั่นป่วนของการโยกย้ายตำแหน่งงานนับหมื่นตำแหน่ง โอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและการลงทุนรูปแบบใหม่ก็จะผุดขึ้นมาเป็นเงาตามตัว การเรียนรู้ที่จะ &#8220;เต้นรำ&#8221; ไปพร้อมกับจังหวะของ AI แทนที่จะวิ่งหนีมัน คือ หนทางเดียวที่จะทำให้เราสามารถเติบโตได้อย่างสง่างามในอนาคตอันใกล้นี้</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป : วิกฤต AI ถล่มคนทำงาน แบงก์ยักษ์ใหญ่เตรียมปลดใครบ้าง?</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>🏢 องค์กรระดับโลก</b></td>
<td><b>📉 แผนการปรับลดบุคลากร</b></td>
<td><b>🤖 บทบาทของ AI ในการลดคน</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Goldman Sachs</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เบรกการจ้างวิศวกรซอฟต์แวร์เพิ่ม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ใช้จัดระเบียบรูปแบบการจ้างงานใหม่</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>HSBC</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เล็งลดพนักงานสูงสุด 20,000 ตำแหน่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">AI จะทำลายงานเดิมและสร้างงานรูปแบบใหม่</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Standard Chartered</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หั่น 8,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2030</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>Citigroup</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปรับลดพนักงานราว 20,000 ตำแหน่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">จัดการระบบปฏิบัติการและตรวจสอบเอกสาร</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>รวม 16 องค์กรการเงิน</b></td>
<td><b>เลิกจ้างทะลุ 63,000 ตำแหน่งในปี 2026</b></td>
<td><b>เพิ่มประสิทธิภาพ ลดคน ลดต้นทุนมหาศาล</b></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-04/goldman-ceo-says-ai-may-halt-steep-rise-in-banks-engineer-ranks?embedded-checkout=true" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-04/goldman-ceo-says-ai-may-halt-steep-rise-in-banks-engineer-ranks?embedded-checkout=true</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/world-at-work/stanchart-cut-more-than-7000-jobs-bank-steps-up-ai-adoption-2026-05-19/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/world-at-work/stanchart-cut-more-than-7000-jobs-bank-steps-up-ai-adoption-2026-05-19/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nytimes.com/2026/04/21/business/ai-job-cuts-wall-street.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2026/04/21/business/ai-job-cuts-wall-street.html</span></a></li>
<li aria-level="1">https://bfsi.economictimes.indiatimes.com/articles/global-banking-job-cuts-cross-63000-this-year-as-ai-restructuring-takes-centerstage/131214682</li>
<li aria-level="1">https://www.4cornerresources.com/job-market-news/wall-street-ai-job-cuts-2026/</li>
<li aria-level="1">https://qz.com/hsbc-ceo-ai-jobs-warning-staff-052026</li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/">วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/ai-job-cuts-banking-crisis-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกค่าครองชีพอาเซียน 2026 เทียบชัดๆ ประเทศไหนแพงแต่อยู่สบาย </title>
		<link>https://www.thesignals.net/asean-cost-of-living-vs-purchasing-power-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/asean-cost-of-living-vs-purchasing-power-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 00:29:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ2026]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศน่าอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เฉลี่ย]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[อินโฟกราฟิกเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจอาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4432</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาที่เราอยากรู้ว่าประเทศไหน &#8220;น่าอยู่&#8221; หรื [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/asean-cost-of-living-vs-purchasing-power-2026/">เจาะลึกค่าครองชีพอาเซียน 2026 เทียบชัดๆ ประเทศไหนแพงแต่อยู่สบาย </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เวลาที่เราอยากรู้ว่าประเทศไหน &#8220;น่าอยู่&#8221; หรือ &#8220;ใช้ชีวิตยาก&#8221; หลายคนมักจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องของ </span><b>&#8220;ค่าครองชีพ&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การมองแค่ว่าของกินของใช้ราคาเท่าไหร่อาจยังบอกภาพรวมไม่ได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญที่ตีคู่กันมาและขาดไม่ได้เลย ก็คือ </span><b>&#8220;อำนาจซื้อ&#8221; </b><span style="font-weight: 400;"> หรือความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของคนในพื้นที่นั้นๆ นั่นเอง</span></p>
<h2><b>เจาะลึกค่าครองชีพอาเซียน 2026 เทียบชัดๆ ประเทศไหนแพงแต่อยู่สบาย </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ THE SIGNALs จะมาดูข้อมูลล่าสุดจาก </span><b>South-Eastern Asia : Cost of Living Index by Country 2026 โดย NUMBEO</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อส่องดูตัวเลขของไทยและเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งบอกได้เลยว่า มีอินไซต์หลายอย่างที่น่าสนใจและอาจทำให้เราต้องมองภาพเศรษฐกิจเพื่อนบ้านใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4463" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_3-819x1024.jpg" alt="เจาะลึกค่าครองชีพอาเซียน 2026 เทียบชัดๆ ประเทศไหนแพงแต่อยู่สบาย " width="819" height="1024" title="เจาะลึกค่าครองชีพอาเซียน 2026 เทียบชัดๆ ประเทศไหนแพงแต่อยู่สบาย " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลนี้มาจากนิวยอร์ก (New York City) ซึ่งเป็นฐานอ้างอิงที่ระดับ 100 โดยแบ่งดัชนีชี้วัดออกเป็น 2 แกนหลัก ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดัชนีค่าครองชีพ :</b><span style="font-weight: 400;"> สะท้อน ต้นทุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ ไฟ) โดย </span><b>ไม่รวม</b><span style="font-weight: 400;"> ค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย ยิ่งตัวเลขนี้สูง แปลว่าข้าวของเครื่องใช้ยิ่งแพง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดัชนีกำลังซื้อ :</b><span style="font-weight: 400;"> วัดความสามารถในการซื้อสินค้าและบริการของคนในประเทศนั้น โดยคำนวณจากรายได้สุทธิหลังหักภาษีเทียบกับค่าครองชีพ ยิ่งค่านี้สูง แปลว่าคนในประเทศมีกำลังซื้อมาก หาเงินมาแล้วช้อปปิ้งหรือใช้ชีวิตได้สบาย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำทั้งสองดัชนีมาวางทาบกัน เราจะเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขของแต่ละประเทศดังนี้</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>ตารางเปรียบเทียบค่าครองชีพและกำลังซื้อของชาวอาเซียน</b></h3>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>อันดับ</b></td>
<td><b>ประเทศ</b></td>
<td><b>ดัชนีค่าครองชีพ</b></td>
<td><b>ดัชนีกำลังซื้อ</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>1</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สิงคโปร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">87.7</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">105.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>2</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">บรูไน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">48.2</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">134.4</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>3</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไทย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">38.0</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">45.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>4</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เมียนมา</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">38.0</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">19.8</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>5</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กัมพูชา</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">34.8</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">22.7</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>6</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มาเลเซีย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">34.0</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">80.1</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>7</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ฟิลิปปินส์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">30.1</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">33.9</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>8</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เวียดนาม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">26.4</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">42.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>9</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อินโดนีเซีย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">26.1</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">29.3</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3 style="text-align: left;"><b>บรูไน แชมป์ตัวจริงที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากกวาดสายตาดูที่ตัวเลขค่าครองชีพ บรูไนรั้งตำแหน่งอันดับ 2 ของอาเซียนด้วยดัชนีค่าครองชีพ 48.2 ซึ่งถือว่า ค่อนข้างสูง ทว่าสิ่งที่ทำให้บรูไนโดดเด่นจนต้องยกตำแหน่ง &#8220;แชมป์ตัวจริง&#8221; ให้ คือ ตัวเลขดัชนีอำนาจซื้อที่พุ่งทะยานไปถึง 134.4 ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่า ถึงแม้ข้าวของเครื่องใช้ในบรูไนจะไม่ได้มีราคาถูก แต่ด้วยรายได้เฉลี่ยของประชากรที่อยู่ในระดับสูงมาก ทำให้พวกเขาสามารถรับมือกับค่าครองชีพได้อย่างไร้รอยต่อ </span><b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> หากดูข้อมูลของธนาคารโลกเกี่ยวกับ Brunei จะพบว่า ประเทศมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อจีดีพี อยู่ในระดับสูงมาก สะท้อนเศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้จากภาคพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการจัดสรรรายได้ดังกล่าวผ่านนโยบายด้านสวัสดิการและการอุดหนุน ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนของประชาชนลดลง แม้ค่าครองชีพจะอยู่ในระดับสูง ทำให้เม็ดเงินในกระเป๋าเหลือพอสำหรับการจับจ่ายใช้สอยอย่างแท้จริง</span></p>
<h3><b>สิงคโปร์ แพง! แต่ศักยภาพคนในประเทศยัง &#8220;เอาอยู่&#8221;</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิงคโปร์ยังคงครองแชมป์ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในอาเซียนอย่างเหนียวแน่น ด้วยดัชนีที่ทะลุไปถึง 87.7 ซึ่งเมื่อเทียบกับบรูไนที่เป็นอันดับสองแล้ว ถือว่าทิ้งห่างกันเกือบ 2 เท่า หลายคนอาจจะคิดว่าการใช้ชีวิตในสิงคโปร์ต้องตึงเครียดมากแน่ๆ</span></p>
<p><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> ดัชนีกำลังซื้อของสิงคโปร์ก็สูงลิ่วตามไปด้วยที่ 105.5 สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นกลไกของประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Country) ที่แม้ต้นทุนการใช้ชีวิตจะพุ่งสูง แต่โครงสร้างเงินเดือนและรายได้ของประชากรก็ถูกออกแบบมาให้สอดรับกัน ทำให้ชาวสิงคโปร์ยังมีศักยภาพในการจับจ่ายและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีเอาไว้ได้ รายงานด้านขีดความสามารถในการแข่งขันและระบบการเงินของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ได้จัดให้สิงคโปร์เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีสัดส่วนภาคบริการทางการเงินสูงและดึงดูดรายได้ระดับสูงจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินและสร้างรายได้ขั้นสูงให้แก่คนในประเทศ</span></p>
<h3><b>เทียบฟอร์ม เมียนมา กับ ไทย เมื่อค่าครองชีพเท่ากัน แต่กำลังซื้อเดินคนละเส้นทาง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไฮไลต์ที่น่าสนใจและชวนให้ตั้งข้อสังเกต คือ กรณีของเมียนมาและไทย ทั้งสองประเทศมีดัชนีค่าครองชีพเท่ากันเป๊ะที่ 38.0 </span><b>แต่ในทางกลับกัน</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเราหันไปมองที่อำนาจซื้อ กลับพบช่องว่างที่ห่างกันอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดัชนีกำลังซื้อของไทยอยู่ที่ 45.5 ในขณะที่เมียนมาหล่นไปอยู่ที่ 19.8 ซึ่งต่ำกว่าไทยเกินครึ่ง ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างหนักที่ชาวเมียนมากำลังเผชิญ รายได้ของประชาชนทั่วไปไม่สามารถวิ่งตามต้นทุนการใช้ชีวิตที่สูงขึ้นได้ทัน ซึ่งรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Outlook) ระบุว่า ประเทศเมียนมาต้องเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านเสถียรภาพมหภาคหลายประการ ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของครัวเรือน เมื่อประกอบกับดัชนี NUMBEO ที่ชี้ว่าค่าครองชีพอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไทย แต่ดัชนีกำลังซื้อกลับน้อยกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมจึงสะท้อนภาวะ “ค่าครองชีพสูงกว่าที่รายได้รองรับได้” ทำให้แม้ของจะราคาพอกับไทย แต่คนเมียนมากลับรู้สึกว่า &#8220;แพงกว่าและอยู่ยากกว่า&#8221; อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<h3><b>เทียบฟอร์ม ไทย กับ มาเลเซีย : คู่เปรียบเทียบที่ชวนให้คนไทยต้องกลับมาคิด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งคู่ที่สะท้อนภาพความเป็นจริง คือ ไทยและมาเลเซีย หากดูที่ต้นทุนการดำรงชีวิต มาเลเซียมีค่าครองชีพอยู่ที่ 34.0 ซึ่งถูกกว่าไทย (38.0) เล็กน้อย </span><b>สิ่งที่น่าทึ่ง คือ</b><span style="font-weight: 400;"> คนมาเลเซียกลับมีดัชนีกำลังซื้อสูงถึง 80.1 ซึ่งมากกว่าคนไทย (45.5) เกือบ 2 เท่า!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อดูเฉพาะดัชนี NUMBEO ปี 2026 จะเห็นว่า ค่าครองชีพของไทย (38.0) อยู่ในระดับใกล้เคียงกับมาเลเซีย (34.0) แต่ดัชนีอำนาจซื้อของไทย (45.5) ต่ำกว่าของมาเลเซีย (80.1) อย่างชัดเจน สะท้อนว่า “ในมุมของผู้ตอบแบบสอบถามบน NUMBEO” รายได้เฉลี่ยของคนไทยอาจยืดหยุ่นน้อยกว่ามาเลเซียเมื่อเทียบกับต้นทุนการใช้ชีวิต ปัจจัยหนุนสำคัญของฝั่งมาเลเซีย นอกจากโครงสร้างรายได้ที่ขยับตัวสูงขึ้นแล้ว มาเลเซียมีนโยบายอุดหนุนราคาสินค้าจำเป็นบางรายการ เช่น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งช่วยกดต้นทุนการใช้ชีวิตของครัวเรือน เมื่อผสานกับโครงสร้างรายได้ที่ขยับตัวสูงขึ้น ดัชนีกำลังซื้อของมาเลเซียตาม NUMBEO ปี 2026 จึงอยู่ที่ 80.1 ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<h3><b>มองภาพรวมเพื่อนบ้านอื่นๆ : เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ตัวเลขก็บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เวียดนาม :</b><span style="font-weight: 400;"> ค่าครองชีพค่อนข้างเป็นมิตรที่ 26.4 ขณะที่กำลังซื้ออยู่ที่ 42.5 (ใกล้เคียงกับไทย) สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตและค่าครองชีพที่ยังเอื้อต่อการใช้ชีวิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ฟิลิปปินส์ :</b><span style="font-weight: 400;"> ค่าครองชีพ 30.1 แต่กำลังซื้ออยู่ที่ 33.9 ซึ่งถือว่า ค่อนข้างตึงตัว รายได้และรายจ่ายแทบจะพอดีกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อินโดนีเซีย :</b><span style="font-weight: 400;"> ครองแชมป์ค่าครองชีพถูกที่สุดในตารางนี้ที่ 26.1 โดยมีอำนาจซื้ออยู่ที่ 29.3</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กัมพูชา :</b><span style="font-weight: 400;"> ค่าครองชีพ 34.8 แต่อำนาจซื้ออยู่ที่ 22.7 ซึ่งเผชิญสถานการณ์คล้ายคลึงกับเมียนมา คือ ค่าครองชีพแซงหน้ารายได้ไปพอสมควร</span></li>
</ul>
<h3><b>ปลายทางของตัวเลข : สะท้อนชีวิตจริงที่เราต้องก้าวเดินต่อไป</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินคุณภาพชีวิตของคนในประเทศใดประเทศหนึ่ง ไม่สามารถใช้แว่นตาที่มองแค่ป้ายราคาสินค้าเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องมองลึกซึ้งไปถึง &#8220;ความอิ่มท้องและความอุ่นใจ&#8221; ว่ารายได้ที่หามาได้นั้น มันเพียงพอกับบิลค่าใช้จ่ายที่รออยู่ปลายเดือนหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศที่ดูเหมือนแพงอาจจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลที่สุด และในประเทศที่ดูเหมือนข้าวของราคาถูก อาจซ่อนความเหนื่อยล้าในการดิ้นรนหาเช้ากินค่ำเอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกในปี 2026 และอนาคตข้างหน้า ทิศทางของเงินเฟ้อและต้นทุนชีวิตมีแนวโน้มที่จะท้าทายเรามากขึ้นเรื่อยๆ ทักษะที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่แค่การหาวิธีประหยัด แต่คือ การมองหาโอกาสในการอัปสกิล พัฒนาศักยภาพ เพื่อยกระดับ &#8220;กำลังซื้อ&#8221; ในกระเป๋าของตัวเราเองให้เติบโตทันโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วใบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.numbeo.com/cost-of-living/rankings_by_country.jsp?title=2026&amp;region=035" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.numbeo.com/cost-of-living/rankings_by_country.jsp?title=2026&amp;region=035</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.numbeo.com/cost-of-living/region_rankings_current.jsp?region=035" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.numbeo.com/cost-of-living/region_rankings_current.jsp?region=035</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.numbeo.com/cost-of-living/region_rankings_current.jsp?displayColumn=5&amp;region=035" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.numbeo.com/cost-of-living/region_rankings_current.jsp?displayColumn=5&amp;region=035</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.theglobaleconomy.com/Brunei/gdp_per_capita_ppp/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.theglobaleconomy.com/Brunei/gdp_per_capita_ppp/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://wheretoemigrate.io/blog/cost-of-living-malaysia-detailed-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://wheretoemigrate.io/blog/cost-of-living-malaysia-detailed-2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.vietnam.vn/en/quoc-gia-nao-co-muc-song-re-nhat-dong-nam-a" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.vietnam.vn/en/quoc-gia-nao-co-muc-song-re-nhat-dong-nam-a</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/pulse/understanding-cost-living-purchasing-power-what-numbers-putnoki-uivle" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.linkedin.com/pulse/understanding-cost-living-purchasing-power-what-numbers-putnoki-uivle</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/asean-cost-of-living-vs-purchasing-power-2026/">เจาะลึกค่าครองชีพอาเซียน 2026 เทียบชัดๆ ประเทศไหนแพงแต่อยู่สบาย </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/asean-cost-of-living-vs-purchasing-power-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง</title>
		<link>https://www.thesignals.net/how-to-prepare-for-home-loan-in-downtrend/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/how-to-prepare-for-home-loan-in-downtrend/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 12:15:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[กู้ซื้อบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[กู้บ้านให้ผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยขาลง]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการLTV]]></category>
		<category><![CDATA[รีไฟแนนซ์บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเตรียมตัวกู้บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4158</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน นโยบายการเงินของธนาคารกลางแต่ละประเทศทั่วโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/how-to-prepare-for-home-loan-in-downtrend/">ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบัน นโยบายการเงินของธนาคารกลางแต่ละประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่การปรับฐานครั้งใหญ่ หรือที่แวดวงการเงินเรียกกันว่า </span><b>&#8220;Regime Shift&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ส่งผลให้สภาวะตลาดเงินต้องเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&#8230;</span></p>
<h2><strong>ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง</strong></h2>
<p><b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเราหันกลับมามองสินทรัพย์ทางการเงินที่เคยให้ผลตอบแทนสูงลิ่วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี หรือสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ต่างก็กลับมามีความผันผวนอย่างรุนแรง และเริ่มส่งสัญญาณถึงความเปราะบางเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสภาวะดอกเบี้ยสูงในบางภูมิภาค</span></p>
<p><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4261" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_0-5-819x1024.jpg" alt="ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง" width="819" height="1024" title="ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_0-5-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_0-5-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_0-5-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_0-5-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_0-5-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1_0-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></p>
<p><b>ด้วยเหตุนี้</b><span style="font-weight: 400;"> &#8220;อสังหาริมทรัพย์&#8221; ในฐานะสินทรัพย์ที่จับต้องได้จริง (Hard Asset) จึงก้าวขึ้นมาเป็นปราการด่านสุดท้ายที่แข็งแกร่งสำหรับการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งในยุคนี้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกและสำรวจ “อัตราดอกเบี้ย” จากประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์เทรนด์ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อ “บ้าน” เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคงและส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานในอนาคต</span></p>
<h3><b>เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศเศรษฐกิจหลัก (ข้อมูลอัปเดตปี 2569)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและตอบโจทย์คนที่กำลังค้นหาข้อมูล (Search Intent) ตารางด้านล่างนี้คือสรุปภาพรวมของทิศทางดอกเบี้ยในแต่ละประเทศแบบกระชับและเข้าใจง่าย</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศ</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน (ปี 2569)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">อัตราดอกเบี้ยปีก่อนหน้า</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ทิศทางนโยบายการเงิน</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">สวิตเซอร์แลนด์</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">1.20-1.80% (Fixed)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">1.66%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">คงที่ที่ระดับ Zero Rate (ถึงจุดต่ำสุดของวัฏจักร)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ญี่ปุ่น</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">Variable: 0.55-0.75% / Fixed 10Y: 2.20-2.80% / Flat35: 2.26-2.50%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">Variable: 0.375% / Fixed: 2.00%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาขึ้น (BoJ สกัดเงินเฟ้อ)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">สหราชอาณาจักร</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">4.52% (บางผลิตภัณฑ์ Fixed) / SVR เฉลี่ย 7.15%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">4.57%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ทรงตัว (BoE คง 3.75% เม.ย. 2569 &#8211; เฝ้าระวังเงินเฟ้อ)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ออสเตรเลีย</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">5.50% (อัตราตลาด) / Cash Rate: 4.35%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">6.22%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาขึ้น (RBA ขึ้นต่อเนื่อง &#8211; คุมเงินเฟ้อ CPI 4.6%)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">สหรัฐอเมริกา</span></p>
</td>
<td>
<p><b>6.38-6.65% (30Y Fixed ณ พ.ค. 2569)</b></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">เกือบ 7.00%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ทรงตัวในระดับสูง (Fed ยังไม่ลดต่อ)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">เยอรมนี</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">3.50-3.70%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">3.85%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาลง (ECB ลดดอกเบี้ย &#8211; Deposit Rate 2.00%)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">แคนาดา</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">4.09-5.29% (5 ปีคงที่)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">5.00%+</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ทรงตัว (BoC คง 2.25% ครั้งที่ 4 ติดต่อกัน)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">สิงคโปร์</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">1.60-2.00% (SORA-linked)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">2.50-3.00%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาลง (SORA ลดต่ำลง)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ฝรั่งเศส</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">2.90-3.70% (ผู้มีถิ่นพำนัก) / 3.80-4.50% (ไม่มีถิ่นพำนัก)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">4.00-4.20%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาลง (ECB ผ่อนคลาย)</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">เกาหลีใต้</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">4.23%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">3.90%</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ทรงตัว (BoK คง 2.50% &#8211; คุมราคาบ้านในโซล)</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>เจาะลึกสถานการณ์ดอกเบี้ยสินเช่ือที่อยู่อาศัยของ 10 ประเทศทั่วโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลนี้สะท้อนถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและทิศทางตลาดเงินของแต่ละภูมิภาค ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง มาดูกันว่าแต่ละประเทศมีมูฟเมนต์อย่างไรบ้าง</span></p>
<p><b>สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งดอกเบี้ยต่ำ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> 1.20-1.80% (Fixed) / คงที่ที่ระดับศูนย์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงทิศทางนโยบายจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ยังคงรักษาแนวทางการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยเป็นศูนย์ (</span><span style="font-weight: 400;">Zero Rate</span><span style="font-weight: 400;">) มาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 ปัจจัยหลักมาจากการที่อัตราเงินเฟ้อภายในประเทศอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีเยี่ยม โดยอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.1% </span><b>นอกจากนี้</b><span style="font-weight: 400;"> ความแข็งแกร่งของค่าเงินฟรังก์สวิสยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยกดดันให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินทรงตัวอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง</span></li>
</ul>
<p><b>ญี่ปุ่น ก้าวผ่านยุคดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน : </b><span style="font-weight: 400;">Variable Rate 0.55-0.75% / Fixed Rate 10 ปี 2.20-2.80% / Flat 35 (สินเชื่อบ้านคงที่ตลอดอายุสัญญา) 2.26-2.50%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงข้อมูลนโยบายจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ประเทศญี่ปุ่นกำลังก้าวออกจากยุคที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษอย่างเต็มตัว โดย BoJ ได้เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดกั้นอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มขยับตัวเข้าใกล้กรอบเป้าหมายที่ระดับ 2% ทั้งนี้มีการคาดการณ์ตามกลไกตลาดว่า BoJ จะพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปสู่ระดับ 1% ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลโดยตรงให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในญี่ปุ่นอยู่ในทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน</span></li>
</ul>
<p><b>สหราชอาณาจักร สถานการณ์ที่ต้องจับตา</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> 4.52% (อยู่ในสถานะทรงตัว โดยลดลงเล็กน้อยจาก 4.57% ในปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> แม้ว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะมีมติในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ในเดือนเมษายน 2569 </span><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น สิ่งนี้สร้างความกังวลว่า อัตราเงินเฟ้ออาจกลับมาพุ่งทะยานทะลุระดับ 6% ได้อีกครั้ง ทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยบ้านในสหราชอาณาจักรยังคงรายล้อมไปด้วยความไม่แน่นอน</span></li>
</ul>
<p><b>ออสเตรเลีย ความท้าทายของภาระผ่อนบ้าน</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> 5.50% (ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ระดับ 6.22%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงการประกาศจากธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เพิ่งมีการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 สู่ระดับ 4.35% เพื่อรับมือกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ดีดตัวสูงถึง 4.6% ตลาดมีการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจขยับไปแตะระดับ 4.7% ภายในช่วงสิ้นปี 2569 ซึ่งปัจจัยนี้จะส่งผลให้ภาระการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยของชาวออสเตรเลียปรับตัวสูงขึ้น</span></li>
</ul>
<p><b>สหรัฐอเมริกา สัญญาณการคลายตัวของตลาด</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> ประมาณ 6.38-6.65% สำหรับสินเชื่อบ้านแบบ Conventional 30 Year Fixed Rate ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2567-2568 และคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแบบคงที่ 30 ปี อาจปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบ 5.50% &#8211; 5.75% ภายในกลางปี 2569 </span><b>ถึงกระนั้น</b><span style="font-weight: 400;"> ยังคงมีความเสี่ยงแฝงอยู่ว่าดอกเบี้ยอาจจะขยับตัวขึ้นได้อีกครั้งในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 หากปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศเข้ามากดดันเศรษฐกิจ</span></li>
</ul>
<p><b>เยอรมนี ฟื้นตัวจากยุคดอกเบี้ยสูง</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> 3.50-3.70% (ลดลงจากระดับ 3.85% ในปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ Bundesbank ตลาดสินเชื่อบ้านในเยอรมนีเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่อัตราดอกเบี้ยเคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 4.15% ในช่วงปี 2566 </span><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> ในช่วงต้นปี 2569 ยังคงมีความผันผวนอยู่บ้าง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2567 ก่อนจะปรับตัวลงมาตามทิศทางนโยบายของ ECB ที่ค่อยๆ ผ่อนคลาย สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในยุโรป เยอรมนีถือเป็นตลาดที่น่าจับตามองในสภาวะดอกเบี้ยขาลงนี้</span></li>
</ul>
<p><b>แคนาดา รอจังหวะในความไม่แน่นอน</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b> <span style="font-weight: 400;">4.09-5.29%</span><span style="font-weight: 400;">(สินเชื่อบ้านคงที่ 5 ปี) (ลดลงจากระดับเกิน 5.00% ในปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงการประกาศจากธนาคารกลางแคนาดา (Bank of Canada) ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ในเดือนเมษายน 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านยังคงอยู่ในสถานะ &#8220;รอดู&#8221; โดยในเมษายน 2569 Bank of Canada คงดอกเบี้ยที่ 2.25% เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน และตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะทรงตัวตลอดปี 2569 อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องต่ออายุสัญญาสินเชื่อในปีนี้อาจพบว่าภาระการผ่อนชำระเพิ่มขึ้นราว 15-20% เนื่องจากอัตราสินเชื่อบ้าน 5 ปีในปัจจุบัน (4.09-5.29%) สูงกว่าที่ทำสัญญาไว้เมื่อ 5 ปีก่อน </span></li>
</ul>
<p><b>สิงคโปร์ โอกาสทองในตลาดดอกเบี้ยต่ำ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> 1.60-2.00% (สินเชื่อบ้านแบบลอยตัว SORA-linked) (ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 2.50-3.00% ในปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงข้อมูลจาก PropertyGuru Singapore และ MortgageMaster ณ เดือนพฤษภาคม 2569 อัตราอ้างอิง 3-Month Compounded SORA ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับต่ำประมาณ 1.11% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจริงของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ราว 1.60% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วงจุดสูงสุดที่ระดับ 4.5% ในช่วงปลายปี 2565 ทำให้ตลาดสินเชื่อบ้านสิงคโปร์กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้</span></li>
</ul>
<p><b>ฝรั่งเศส ยุโรปตะวันตกก้าวสู่ดอกเบี้ยขาลง</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้มีถิ่นพำนัก 2.90-3.70% / ไม่มีถิ่นพำนัก 3.80-4.50%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงข้อมูลจาก France Home Finance ซึ่งรวบรวมอัตราสินเชื่อบ้านในฝรั่งเศสอัปเดตล่าสุด ณ เดือนเมษายน 2569 อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในฝรั่งเศสเริ่มต้นที่ประมาณ 2.90% สำหรับผู้มีถิ่นพำนัก และอยู่ที่ 3.80-4.50% สำหรับผู้ที่ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศ ทิศทางนี้สะท้อนนโยบายของ ECB ที่ทยอยลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยูโรโซน ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ที่วางแผนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในฝรั่งเศสและยุโรปตะวันตกในปัจจุบัน</span></li>
</ul>
<p><b>เกาหลีใต้ สมดุลระหว่างการเติบโตและเสถียรภาพ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัตราปัจจุบัน :</b><span style="font-weight: 400;"> 4.23% (ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ~3.90% ในช่วงกลางปีที่แล้ว)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มุมมองเชิงลึก :</b><span style="font-weight: 400;"> อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารกลางเกาหลี (Bank of Korea) ซึ่งมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% อย่างต่อเนื่องในปี 2569 สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่อง &#8220;เสถียรภาพทางการเงิน&#8221; โดยเฉพาะการพุ่งสูงขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงโซล ซึ่งทำให้ BoK ต้องชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปก่อน แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะต้องการแรงกระตุ้น แต่ตลาดคาดว่า BoK จะยังคงรักษาระดับดอกเบี้ยนี้ไว้ตลอดปี 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาบ้านในพื้นที่ควบคุมพิเศษร้อนแรงเกินไป</span></li>
</ul>
<p><b>สรุปภาพรวมทั้ง 10 ประเทศ :</b><span style="font-weight: 400;"> สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเดินหน้าสู่ยุคดอกเบี้ยขาลงในหลายภูมิภาค โดยสิงคโปร์ ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกาในทิศทางผ่อนคลาย </span><b>ในทางกลับกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ยังต้องต่อสู้กับเงินเฟ้อและราคาบ้านที่ร้อนแรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(อ้างอิงข้อมูลเสริมเทรนด์เศรษฐกิจมหภาคและการปรับตัวของนโยบายการเงินทั่วโลกจาก Bloomberg Economics อัปเดตปี 2569)</span></p>
<h3><b>ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในไทย กำลังเดินหน้าไปทางไหน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหันกลับมาโฟกัสที่ประเทศไทย หากเราย้อนดูทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ประกาศโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จะพบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปี 2565 :</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% ต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปี 2566 :</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.50% ต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปี 2567 :</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.25% ต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปี 2568 :</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.25% ต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เม.ย. 2569 :</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.00% ต่อปี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถิติชี้ให้เห็นว่า ในช่วงปี 2566 อัตราดอกเบี้ยนโยบายถูกปรับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี เพื่อควบคุมความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ก่อนที่จะเริ่มทยอยส่งสัญญาณเข้าสู่สภาวะ &#8220;ขาลง&#8221; อย่างชัดเจน โดยปรับลดลงเหลือร้อยละ 2.25 ต่อปีในวัฏจักรปี 2567 จนกระทั่งอัปเดตล่าสุดในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ลดต่ำลงมาแตะระดับเพียงร้อยละ 1.00 ต่อปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเชิงบวกนี้ได้ส่งผ่านไปยังกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยตรง ทำให้ผู้ที่ต้องการกู้ซื้อบ้านได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ จากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเฉลี่ยในช่วง 3 ปีแรกที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณร้อยละ 2 &#8211; 3 ต่อปีเท่านั้น</span></p>
<p><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ธปท. ยังได้ออกมาตรการสนับสนุนตลาดด้วยการประกาศต่ออายุมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ยาวออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2570 นโยบายนี้เปรียบเสมือนการปลดล็อกกุญแจสำคัญให้ผู้ซื้อบ้านแทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม First Jobber ที่ต้องการมีบ้านหลังแรก ครอบครัวขยายที่มองหาบ้านหลังที่สอง หรือแม้แต่นักลงทุน ให้สามารถยื่นขอกู้เงินได้เต็มเพดานสูงสุดถึง 100% ของมูลค่าหลักประกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทิศทางที่เอื้ออำนวยเช่นนี้ ทำให้ปี 2569 กลายเป็นจังหวะเวลาที่ &#8220;ต้นทุนการกู้ซื้อบ้านถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ&#8221; เมื่อนำไปเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา</span></p>
<h3><b>บริบทเศรษฐกิจโลก ความแตกต่างของนโยบายการเงิน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูล</span><b>อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน</b><span style="font-weight: 400;">จาก 10 เศรษฐกิจหลักทั่วโลกในปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของนโยบายการเงินที่แบ่งแยกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ตามบริบททางเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td>
<p><b>ทิศทางนโยบาย</b></p>
</td>
<td>
<p><b>กลุ่มประเทศ</b></p>
</td>
<td>
<p><b>ลักษณะเด่นของตลาดสินเชื่อ</b></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><b>ผ่อนคลาย (ขาลง/ต่ำ)</b></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, แคนาดา, สิงคโปร์, ฝรั่งเศส</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">อัตราดอกเบี้ยลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (สิงคโปร์ต่ำถึง 1.60-2.00%) เอื้อต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><b>ตึงตัว (ขาขึ้น/ทรงตัว)</b></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เกาหลีใต้</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ธนาคารกลางคุมเข้มเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ภาระการผ่อนชำระของผู้กู้ยังคงอยู่ในระดับสูง</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">จากภาพรวมดังกล่าว จะเห็นได้ว่าโอกาสในการลงทุนและการก่อหนี้ระยะยาวกำลังเปิดกว้างสำหรับภูมิภาคที่มีนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มนี้</span></p>
<h3><strong>วิเคราะห์ทิศทางประเทศไทย เมื่อจังหวะเวลาเป็นใจให้ผู้ซื้อ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพิจารณาจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะพบว่า วัฏจักรดอกเบี้ยของไทยได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2566 (2.50%) และกำลังปรับฐานลงอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดในเดือนเมษายน 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ลดต่ำลงมาอยู่ที่ 1.00% ต่อปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกโดยตรงต่อตลาด</span><b>สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับคนไทยในสภาวะความเป็นจริงได้ใน 3 มิติหลัก ดังนี้</span></p>
<h3><b>1. ต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.00% ได้สร้างแรงเหวี่ยงเชิงบวกไปยังธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้</span><b>อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน</b><span style="font-weight: 400;">ในช่วง 3 ปีแรกโดยเฉลี่ยลดลงมาอยู่ในกรอบร้อยละ 2-3 ต่อปี สิ่งนี้หมายถึง &#8220;อำนาจซื้อ (Purchasing Power)&#8221; ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค ด้วยค่างวดผ่อนชำระรายเดือนที่ต่ำลง ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงโครงการที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพสูงขึ้น หรือมีกระแสเงินสดคงเหลือในแต่ละเดือนเพื่อนำไปจัดสรรสำหรับการลงทุนเชิงรับอื่นๆ</span></p>
<h3><b>2. การปลดล็อกข้อจำกัดด้วยมาตรการ LTV</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากสภาวะ</span><b>ดอกเบี้ยขาลง</b><span style="font-weight: 400;"> ธปท. ยังได้ขยายเวลามาตรการผ่อนคลายเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2570 นโยบายนี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) :</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถเข้าถึงบ้านหลังแรกได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินเก็บก้อนใหญ่สำหรับวางดาวน์ เนื่องจากสถาบันการเงินสามารถอนุมัติวงเงินได้เต็ม 100% ของมูลค่าหลักประกัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มครอบครัวขยายและนักลงทุน :</b><span style="font-weight: 400;"> สามารถวางแผนซื้อบ้านหลังที่สองเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิต หรือเพื่อปล่อยเช่าสร้างผลตอบแทนได้คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยปราศจากข้อจำกัดด้านเพดานเงินกู้</span></li>
</ul>
<h3><b>3. โอกาสเชิงกลยุทธ์ในการรีไฟแนนซ์ (Refinance)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่มีภาระผ่อนบ้านอยู่เดิมและกำลังจะพ้นระยะเวลาดอกเบี้ยคงที่โปรโมชั่นในช่วง 1-2 ปีนี้ นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ย (Retention) กับสถาบันการเงินเดิม หรือการย้ายฐานหนี้ (Refinance) เพื่อล็อกต้นทุนในอัตราที่ต่ำลง ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายตลอดอายุสัญญาได้อย่างมหาศาล</span></p>
<h3><strong>จำลองผลลัพธ์ ความแตกต่างของภาระดอกเบี้ย</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงในสภาวะปัจจุบัน เครื่องมือด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณจำลองและเปรียบเทียบภาระการผ่อนชำระตามโครงสร้างสินเชื่อจริง</span></p>
<p><b>ตัวอย่างการเปรียบเทียบสินเชื่อบ้าน</b></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4159 aligncenter" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Screenshot-2026-05-26-202422.jpg" alt="ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง" width="985" height="541" title="ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Screenshot-2026-05-26-202422.jpg 985w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Screenshot-2026-05-26-202422-300x165.jpg 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Screenshot-2026-05-26-202422-768x422.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Screenshot-2026-05-26-202422-750x412.jpg 750w" sizes="(max-width: 985px) 100vw, 985px" /></p>
<p><b>ข้อสังเกต:</b><span style="font-weight: 400;"> อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงเพียง 1-2% ในช่วงเริ่มต้นสัญญา สามารถประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยไปได้หลักแสนถึงหลักล้านบาทเมื่อคำนวณตลอดอายุสินเชื่อ ซึ่งถือเป็นการรักษาความมั่งคั่งส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<h3><b>วิธีเตรียมตัวกู้สินเชื่อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าการก้าวเข้าสู่ยุค </span><b>&#8220;ดอกเบี้ยขาลง&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงมาตรการผ่อนคลาย LTV (Loan-to-Value) ที่เปิดทางให้ผู้กู้สามารถเข้าถึงวงเงินได้สูงสุดถึง 100% ถือเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการถือครอง</span><b>อสังหาริมทรัพย์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทว่า ท่ามกลางโอกาสที่เปิดกว้าง สถาบันการเงินยังคงรักษากระบวนการพิจารณาความเสี่ยงอย่างรัดกุม การเตรียมความพร้อมทางการเงินและการสร้างประวัติบัญชี (Statement) ที่น่าเชื่อถือ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นขอ</span><b>อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน</b><span style="font-weight: 400;">ผ่านการอนุมัติได้อย่างราบรื่นและได้วงเงินเต็มจำนวนตามเป้าหมาย นี่คือ หลักการเตรียมตัวระดับมืออาชีพที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที</span></p>
<ol>
<li><b> การเดินบัญชีดีมีชัยไปกว่าครึ่ง</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินบัญชีธนาคารไม่ใช่เพียงการมีเงินฝาก แต่คือการสร้าง &#8220;ร่องรอยทางวินัยทางการเงิน&#8221; ที่สถาบันการเงินสามารถตรวจสอบและเชื่อถือได้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับพนักงานประจำ :</b><span style="font-weight: 400;"> ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ารายได้สุทธิโอนเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอในวันและเวลาเดิมของทุกเดือน หลีกเลี่ยงการถอนเงินออกจนหมดบัญชีในทันที ควรคงเหลือยอดเงินสดติดบัญชีไว้อย่างน้อย 10-15% ของรายได้ในแต่ละเดือน เพื่อสะท้อนถึงสภาพคล่องและวินัยในการออม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ (Freelance/เจ้าของกิจการ) :</b><span style="font-weight: 400;"> จำเป็นต้องสร้างรอบบัญชีที่รับรู้ได้ง่าย เมื่อมีรายได้เข้ามา ควรนำฝากเข้าบัญชีหลักก่อนเสมอเพื่อสร้างยอดเงินสะพัด (Cash Flow) และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมเงินสดที่ตรวจสอบแหล่งที่มาไม่ได้ การเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องล่วงหน้าอย่างน้อย 6-12 เดือน ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ</span></li>
</ul>
<ol start="2">
<li><span style="font-weight: 400;"> การบริหารจัดการภาระหนี้สินต่อรายได้ </span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะอยู่ในสภาวะ</span><b>ดอกเบี้ยขาลง</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งทำให้ค่างวดถูกลง แต่สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ผ่านสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) เป็นแกนหลัก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รักษาสัดส่วนหนี้ให้อยู่ในโซนปลอดภัย :</b><span style="font-weight: 400;"> โดยทั่วไป ภาระหนี้รวมทั้งหมด (รวมค่างวด</span><b>อสังหาริมทรัพย์</b><span style="font-weight: 400;">ที่กำลังจะกู้) ไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้สุทธิต่อเดือน หากผู้กู้มีภาระหนี้เดิมสูง โอกาสที่จะได้รับอนุมัติวงเงินเต็ม 100% ตามมาตรการ LTV จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลยุทธ์การเคลียร์หนี้ระยะสั้น :</b><span style="font-weight: 400;"> ก่อนยื่นกู้สินเชื่อบ้านล่วงหน้า 3-6 เดือน ผู้กู้ควรวางแผนปิดชำระหนี้ระยะสั้นที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อลดยอดภาระหนี้รายเดือนในระบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่าง (Room) สำหรับวงเงินกู้บ้านได้มากขึ้น</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">3.สร้างและรักษาประวัติเครดิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประวัติเครดิต คือ สมุดพกทางการเงินที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมาที่สุด</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ชำระตรงเวลาและเต็มจำนวน :</b><span style="font-weight: 400;"> สถาบันการเงินจะตรวจสอบประวัติย้อนหลังอย่างน้อย 12-24 เดือน ผู้กู้ต้องไม่มีประวัติการค้างชำระ (Late Payment) และหากเป็นไปได้ควรชำระเต็มจำนวน (Full Payment) แทนการชำระขั้นต่ำ เพื่อแสดงถึงศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตรวจสอบสถานะเครดิตล่วงหน้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้กู้ควรขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ของตนเองก่อนทำการยื่นกู้ เพื่อประเมินสถานะ และจัดการแก้ไขทันทีหากพบรายการที่ผิดพลาดหรือหนี้สินคงค้างที่หลงลืม</span></li>
</ul>
<ol start="4">
<li><b> ปัจจัยเสริมเพื่อคว้าวงเงิน 100% ตามลักษณธ LTV</b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะได้รับอนุมัติเต็มเพดานสูงสุด 100% ของมูลค่าหลักประกัน นอกเหนือจากประวัติการเงินที่ไร้ที่ติแล้ว ยังต้องอาศัยปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความน่าเชื่อถือของโครงการ :</b><span style="font-weight: 400;"> วงเงิน 100% จะอ้างอิงจากราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า) การเลือกซื้อโครงการจากบริษัทพัฒนา</span><b>อสังหาริมทรัพย์</b><span style="font-weight: 400;">ชั้นนำ มักจะมีความร่วมมือทางการเงินกับธนาคาร ซึ่งช่วยให้การประเมินราคาและการอนุมัติวงเงินเต็มจำนวนทำได้ง่ายขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เงินออมสำรอง (Buffer Fund) :</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะกู้ได้เต็ม 100% แต่สถาบันการเงินมักจะนำ &#8220;เงินออมส่วนตัว&#8221; ในบัญชีมาประกอบการพิจารณา เพื่อดูความพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าจดจำนอง ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และค่าตกแต่ง การมีเงินออมสำรองประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน จะช่วยเพิ่มคะแนน (Credit Scoring) ในสายตาของผู้พิจารณาสินเชื่อ</span></li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป : เช็กลิสต์ปั้นโปรไฟล์ เตรียมตัวกู้บ้านยุคดอกเบี้ยขาลง</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนเตรียมตัว</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">รายละเอียดที่ต้องทำ</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ทริคเด็ดพิชิตใจแบงก์</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">1. เดินบัญชีให้สวย</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้รายได้เข้าสม่ำเสมอตรงวันทุกเดือน</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">เหลือเงินติดบัญชีไว้ 10-15% เสมอ ห้ามถอนเกลี้ยง!</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">2. คุมภาระหนี้ (DSR)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">หนี้รวมทุกอย่างห้ามเกิน 40-50% ของรายได้</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">รีบเคลียร์หนี้บัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคลก่อนยื่นกู้ 3-6 เดือน</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">3. รักษาเครดิตบูโร</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">จ่ายหนี้ตรงเวลา จ่ายเต็มจำนวน (ถ้าทำได้)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">เช็กเครดิตตัวเองล่วงหน้า ถ้ามีค้างชำระให้รีบปิดจบ</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">4. เตรียมเงินสำรอง</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">เตรียมเงินเผื่อค่าใช้จ่ายแฝง (โอน, จดจำนอง, ตกแต่ง)</span></p>
</td>
<td>
<p><span style="font-weight: 400;">มีเงินออมนอนนิ่งๆ ในบัญชี 10-15% ของราคาบ้าน ช่วยบวกคะแนนความน่าเชื่อถือ</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3 style="text-align: left;"><b>บ้าน&#8230; พื้นที่เพาะปลูกความทรงจำและจุดเริ่มต้นของคำว่า &#8216;ครอบครัว&#8217;</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่กลไกเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตัวเลขเปอร์เซ็นต์และกราฟดอกเบี้ยอาจมีขึ้นมีลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ </span><b>แต่สิ่งหนึ่งที่คงที่</b><span style="font-weight: 400;"> และไม่เคยเปลี่ยนมูลค่าไปตามกาลเวลา คือ &#8220;ความอบอุ่นของการมีพื้นที่ส่วนตัว&#8221; การเลือกซื้อบ้านสักหลังไม่ใช่แค่การประเมินความคุ้มค่าทางการเงินหรือการมองหาจังหวะดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดเท่านั้น แต่มันคือ การสร้างจุดเริ่มต้นของรอยยิ้ม ความผูกพัน และเรื่องราวดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จังหวะนี้ที่ดอกเบี้ยเป็นใจและนโยบายต่างๆ เปิดกว้าง อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับใครหลายคนที่กำลังรอคอยความพร้อม หากคุณวางแผนการเงินอย่างรอบคอบและเลือกที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้จริง &#8220;หนี้ก้อนใหญ่&#8221; ก้อนนี้ จะแปรเปลี่ยนเป็นรากฐานความมั่นคง เป็นที่หลบภัยจากความวุ่นวายภายนอก และกลายเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดที่คุณจะสามารถส่งมอบให้คนที่คุณรักได้อย่างภาคภูมิใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.snb.ch/en/the-snb/mandates-goals/statistics/statistics-pub/current_interest_exchange_rates" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Swiss National Bank (SNB)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bankofengland.co.uk/monetary-policy/the-interest-rate-bank-rate" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Bank of England (BoE)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.rba.gov.au/statistics/cash-rate/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Reserve Bank of Australia (RBA)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.federalreserve.gov/monetarypolicy/openmarket.htm" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Federal Reserve (Fed)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.ecb.europa.eu/press/pr/date/2026/html/ecb.mp260430~81b7179e6f.en.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">European Central Bank (ECB)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bankofcanada.ca/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Bank of Canada (BoC)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.mas.gov.sg/monetary-policy/sora" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Monetary Authority of Singapore (MAS) – SORA</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://tradingeconomics.com/south-korea/interest-rate" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Bank of Korea (BoK)</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://app.bot.or.th/BTWS_STAT/statistics/BOTWEBSTAT.aspx?reportID=1011&amp;language=ENG" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) – FM_RT_001_S3</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://data.ecb.europa.eu/data/datasets/MIR/MIR.M.DE.B.A2C.A.C.A.2250.EUR.N" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ECB MIR – Germany House Purchase Loans</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.ubs.com/ch/en/services/mortgages-and-financing/mortgages/interest-rates.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">UBS Switzerland Mortgage Rates</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://relocation-genevoise.ch/en/blog/bank-interest-rates-in-switzerland" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Relocation Genevoise – Switzerland Bank Interest Rates 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://arealty.jp/blog/japan-housing-loan-interest-rates-2026-trends/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Arealty Japan – Japan Housing Loan Rates April 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hoa.org.uk/advice/guides-for-homeowners/for-owners/mortgage-rate-forecast/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">HOA UK – Mortgage Rate Forecast 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aussie.com.au/insights/news/expert-predictions-rba-rates/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Aussie.com.au – RBA Rate Predictions May 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://themortgagereports.com/30-year-mortgage-rates" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">The Mortgage Reports – 30-Year Rates May 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://fortune.com/article/current-mortgage-rates-05-06-2026/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Fortune – Mortgage Rates May 6, 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.ratehub.ca/best-mortgage-rates/5-year/fixed" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Ratehub.ca – Best 5-Year Fixed Mortgage Rates Canada</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://hypotheques.ca/en/blog/mortgage-rate-forecast-canada-2026/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Hypotheques.ca – Mortgage Rate Forecast Canada 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.moneysmart.sg/home-loan/sora-trend-ms" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">MoneySmart Singapore – SORA Trend</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.francehomefinance.com/resources/best-french-mortgage-rates" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">France Home Finance – Best French Mortgage Rates</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://think.ing.com/snaps/bank-of-korea-holds-rates-april-2026/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ING Think – Bank of Korea Holds April 2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.apthai.com/th/blog/know-how/latest-update-on-home-interest-rate-of-each-bank" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">AP Thai – อัปเดตดอกเบี้ยบ้าน 2569</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/how-to-prepare-for-home-loan-in-downtrend/">ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/how-to-prepare-for-home-loan-in-downtrend/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องทุ่มงบทำ FX Hedging สูงสุดเป็นประวัติการณ์?</title>
		<link>https://www.thesignals.net/why-global-companies-record-high-fx-hedging/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/why-global-companies-record-high-fx-hedging/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 04:25:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ความผันผวน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเงินยูโร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกันความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตอิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราแลกเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4214</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในโลกของการลงทุนและการเงินที่หมุนไวเพียงแค่ปลายนิ้ว การ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/why-global-companies-record-high-fx-hedging/">ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องทุ่มงบทำ FX Hedging สูงสุดเป็นประวัติการณ์?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกของการลงทุนและการเงินที่หมุนไวเพียงแค่ปลายนิ้ว การจับกระแสความเปลี่ยนแปลง คือ หัวใจสำคัญของการเอาตัวรอด ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 เราได้เห็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจอย่างมาก เมื่อบรรดาผู้บริหารฝ่ายการเงินขององค์กรชั้นนำทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ต่างพร้อมใจกันเร่งเครื่องเพิ่มสัดส่วนการทำประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) กันอย่างก้าวกระโดด ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลกระทบโดยตรงจากไฟสงครามในอิหร่านที่เข้ามาเขย่าตลาดเงินตราให้ผันผวนอย่างหนัก จนทำให้หลายบริษัทต้องดิ้นรนเพื่อปกป้องผลกำไรบรรทัดสุดท้าย (Bottom Line) ของตัวเองไม่ให้พังทลาย</span></p>
<h2><b>ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องทุ่มงบทำ FX Hedging สูงสุดเป็นประวัติการณ์?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเราเจาะลึกไปที่ข้อมูลจาก MillTech ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการเงินสดและป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน จะพบตัวเลขที่น่าสนใจทีเดียว สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า องค์กรต่างๆ มีการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยสูงถึง 57% ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ ซึ่งถือเป็นการพุ่งทะยานอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 49% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 และที่น่าตกใจคือ นี่คือ สถิติที่พุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ที่ทาง MillTech เริ่มเก็บข้อมูลการทำ Hedging ของภาคองค์กรธุรกิจในต้นปี 2024</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4294" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-7-819x1024.jpg" alt="ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องทุ่มงบทำ FX Hedging สูงสุดเป็นประวัติการณ์?" width="819" height="1024" title="ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องทุ่มงบทำ FX Hedging สูงสุดเป็นประวัติการณ์?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-7-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-7-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-7-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-7-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-7-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_2-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>บทเรียนราคาแพง เมื่อความสูญเสียเปลี่ยนวิธีคิด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงกระเพื่อมที่ทำให้เกิดการพลิกโฉมมาตั้งรับแบบเต็มรูปแบบนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่หลายองค์กรต้องกลืนเลือดจากภาวะขาดทุนอย่างหนักจากการปล่อยให้พอร์ตเปิดรับความเสี่ยงโดยไม่มีการป้องกัน ผลสำรวจรายไตรมาสก่อนหน้านี้ของ MillTech เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนมาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>80% (หรือ 4 ใน 5 ของบริษัททั้งหมด) :</b><span style="font-weight: 400;"> รายงานผลขาดทุนจากการไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงินในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>มูลค่าความเสียหายเฉลี่ย :</b><span style="font-weight: 400;"> ตัวเลขพุ่งไปถึง 6.71 ล้านปอนด์สำหรับบริษัทในฝั่งอังกฤษ และ 9.85 ล้านดอลลาร์สำหรับบริษัทในสหรัฐฯ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตัวเลขทะลุเพดาน :</b><span style="font-weight: 400;"> มีบางบริษัทที่บอบช้ำหนักจนต้องแบกรับผลขาดทุนที่พุ่งทะลุ 25 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ความขัดแย้งในอิหร่านที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้สาดคลื่นความผันผวนเข้าใส่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่องและฝังรากลึก รายงานจาก Reuters เมื่อเดือนมีนาคมชี้ให้เห็นว่า สงครามครั้งนี้ได้ &#8221; ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวน&#8221; สภาพคล่องที่หดหายยิ่งไปกระตุ้นให้ราคาสวิงตัวรุนแรงขึ้น และทำให้ส่วนต่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย (Bid-ask spreads) ถ่างกว้างออกไปอีก การทำ FX Hedging ของภาคธุรกิจจึงถูกยกระดับจากการเป็นเพียง &#8216;ทางเลือก&#8217; มาสู่การเป็น &#8216;ความจำเป็นระดับปฏิบัติการ&#8217; ซึ่งรายงาน Global FX Report ประจำปี 2025 ของ MillTech ก็สะท้อนภาพนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า 81% ขององค์กรธุรกิจเริ่มทำการป้องความเสี่ยงที่สามารถคาดการณ์ได้ และตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มที่จะขยับสูงขึ้นไปอีกในปัจจุบัน</span></p>
<h3><b>ชั้นเชิงของนโยบายการเงิน สายเหยี่ยวของ ECB</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแต่เรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ แต่ทิศทางของธนาคารกลางก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับสมการนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรมีการซื้อขายกันอยู่ที่บริเวณ 1.1636 ต่อดอลลาร์ โดยจ่อคอหอยทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1.1650 คู่เงิน EUR/USD กำลังถูกกดดันและดึงรั้งจากสองแรงบวก-ลบที่สวนทางกัน นั่นคือท่าทีที่แข็งกร้าว (Hawkish) อย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และปัจจัยฉุดรั้งทางภูมิรัฐศาสตร์จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2% แต่สิ่งที่น่าจับตาคือการที่ประธาน คริสติน ลาการ์ด ออกมาระบุว่า คณะกรรมการได้มีการถกเถียงกัน &#8220;อย่างยาวนานและลงลึก ถึงการตัดสินใจที่อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย&#8221; สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดให้น้ำหนักไปแล้วถึง 86% ว่ามีโอกาสที่ ECB จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 25 Basis-point ในการประชุมวันที่ 11 มิถุนายนนี้ แรงกดดันสำคัญมาจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนที่พุ่งทะยานทะลุ 3% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ ECB วางไว้อย่างชัดเจน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสงครามที่ดันให้ราคาพลังงานพุ่งกระฉูด</span></p>
<h3><b>บริบทของตลาดโลกที่เชื่อมโยงถึงกัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไฟสงครามยังคงส่งแรงกระเพื่อมออกไปเป็นวงกว้าง ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงลิ่ว จากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงการไหลเวียนของพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดก็พอจะได้รับสัญญาณเชิงบวกอยู่บ้างในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาระบุว่า การเจรจากับอิหร่านนั้น &#8220;กำลังดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและสร้างสรรค์&#8221; แม้จะย้ำชัดว่า ไม่ได้มีความเร่งรีบที่จะต้องบรรลุข้อตกลงในทันทีก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้บริหารจัดการการเงินขององค์กร การคำนวณหมากเกมนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา ในเมื่อความผันผวนของค่าเงินยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง และต้นทุนของการไม่ทำ Hedging ตอนนี้มีมูลค่าสูงถึงหลักล้าน ท่าทีการตั้งรับเชิงรับที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ต้นปี 2026 นี้ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่คงอยู่ต่อไปอีกระยะยาว</span></p>
<h3><b>รอยยิ้มท่ามกลางพายุ เข็มทิศชีวิตและบทเรียนของนักเดินทางในโลกการลงทุน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรามองย้อนดูการขยับตัวของโลกธุรกิจระดับมหภาคผ่านตัวเลขและสถิติเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนกลับมาถึงตัวเราทุกคนในฐานะผู้ที่สนใจในศาสตร์ของการบริหารเงินและการลงทุน คือ <strong>&#8220;สัจธรรมของความไม่แน่นอน&#8221;</strong> โลกใบนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง และวิกฤตการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะมาจากสงคราม โรคระบาด หรือความเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย มักจะมาเยือนโดยไม่ได้เคาะประตูบอกล่วงหน้าเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้จากองค์กรยักษ์ใหญ่ที่ยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อความปลอดภัย (Hedging) สอนให้เรารู้ว่า การมีอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการลงทุน ไม่ใช่การคาดเดาอนาคตได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คือ<strong> &#8216;การเตรียมพร้อม&#8217;</strong> ที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดต่างหาก ในอนาคตอันใกล้ เราอาจต้องเผชิญกับคลื่นเงินเฟ้อที่ยังคงคุกรุ่น โครงสร้างซัพพลายเชนของโลกที่อาจเปลี่ยนหน้าตาไปตลอดกาล รวมถึงค่าเงินที่อาจสวิงตัวรุนแรงในชั่วข้ามคืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ความรู้</strong> คือ เกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุด การเปิดใจศึกษาเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ทำความเข้าใจกลไกของโลก และรู้จักกระจายความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด จะเป็นเข็มทิศชั้นดีที่พาเราเดินข้ามผ่านพายุความผันผวนนี้ไปได้ สิ่งสำคัญคือการมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และพร้อมที่จะปรับตัวตามสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว หลังพายุฝนผ่านพ้นไป ท้องฟ้ามักจะเปิดกว้างและมีโอกาสใหม่ๆ ซ่อนอยู่เสมอ สำหรับคนที่เตรียมพร้อมรับมือไว้เป็นอย่างดี</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป : สถิติช็อกโลก เมื่อความผันผวนบีบให้ต้องสร้างเกราะป้องกันตัว</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นสำคัญ</b></td>
<td><b>ข้อมูลอัปเดตล่าสุด (ปี 2025 &#8211; 2026)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สัดส่วนการทำ FX Hedging</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พุ่งแตะ 57% ใน Q1/2026 (สูงสุดเป็นประวัติการณ์)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>องค์กรที่ขาดทุนจากค่าเงิน</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูงถึง 80% (4 ใน 5 บริษัท) ในช่วง Q4/2025</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>มูลค่าความเสียหายเฉลี่ย (US)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">9.85 ล้านดอลลาร์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>มูลค่าความเสียหายเฉลี่ย (UK)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">6.71 ล้านปอนด์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ปัจจัยเร่งความผันผวนหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ความขัดแย้งในอิหร่าน &amp; ทิศทางดอกเบี้ยของ ECB</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;">
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-17/companies-ramp-up-currency-hedging-as-trump-tariffs-spark-losses?embedded-checkout=true" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-17/companies-ramp-up-currency-hedging-as-trump-tariffs-spark-losses?embedded-checkout=true</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/markets/currencies/geopolitical-angst-prompts-over-60-companies-hedge-fx-longer-survey-shows-2025-03-28/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/markets/currencies/geopolitical-angst-prompts-over-60-companies-hedge-fx-longer-survey-shows-2025-03-28/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bbh.com/us/en/insights/blog/mind-on-the-markets/Drivers-for-the-Week-of-May-25-2026.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbh.com/us/en/insights/blog/mind-on-the-markets/Drivers-for-the-Week-of-May-25-2026.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=DD_qOBwm3ec" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=DD_qOBwm3ec</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/why-global-companies-record-high-fx-hedging/">ทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องทุ่มงบทำ FX Hedging สูงสุดเป็นประวัติการณ์?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/why-global-companies-record-high-fx-hedging/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </title>
		<link>https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[deawbb3@gmail.com]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2026 05:07:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ดุลการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวเลขการส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกเดือนเมษายน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกไทย2569]]></category>
		<category><![CDATA[สนค]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตรส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4105</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชำแหละตัวเลขการส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 โตต่อเนื่อง 23 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/">ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ชำแหละตัวเลขการส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 โตต่อเนื่อง 23.1% กวาดรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท เจาะลึกพิกัดสินค้าดาวเด่น ตลาดมาแรง พร้อมวิเคราะห์เทรนด์เศรษฐกิจฉบับเข้าใจง่าย</span></p>
<h2><strong>ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </strong></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4108" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="1125" height="1625" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon.webp 1125w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-208x300.webp 208w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-709x1024.webp 709w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-768x1109.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-1063x1536.webp 1063w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/4.-Info-One-Page-Export-Apr-26-rev_page-0001_10_11zon-750x1083.webp 750w" sizes="(max-width: 1125px) 100vw, 1125px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นอีกหนึ่งไทม์ไลน์สำคัญที่สร้างรอยยิ้มให้กับแวดวงเศรษฐกิจและการค้าของบ้านเรา เมื่อตัวเลขการส่งออกของไทยยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและแข็งแกร่ง นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า การส่งออกของไทยในเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่าสูงถึง </span><b>31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือคิดเป็นเงินบาทไทยที่ </span><b>1,022,354 ล้านบาท</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน โดยเติบโตถึง </span><b>23.1%</b></p>
<p><b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> หากเราลองวิเคราะห์เจาะลึกลงไป โดยหักลบกลุ่มสินค้าที่มีความผันผวนสูงอย่างสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออกไป จะพบว่าตัวเลขการส่งออกที่แท้จริงขยายตัวได้สูงถึง </span><b>25.7%</b><span style="font-weight: 400;"> เลยทีเดียว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานและศักยภาพของภาคการผลิตไทย (Real Sector) ที่ยังคงเดินหน้าได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเป็น &#8220;เดอะแบก&#8221; หนุนให้ตัวเลขพุ่งสูงขนาดนี้ มาจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงอัญมณีและเครื่องประดับ </span><b>นอกเหนือจากนี้</b><span style="font-weight: 400;"> ฝั่งผู้นำเข้าในหลายประเทศเริ่มเร่งสั่งซื้อสินค้าตุนไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคาและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่อาจสะดุดลงจากสถานการณ์โลก รวมไปถึงต้นทุนที่คาดว่าจะดีดตัวสูงขึ้น </span><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ผลไม้ไทยตามฤดูกาลอย่าง ทุเรียน เงาะ และลิ้นจี่ ก็ยังคงฮอตฮิตติดลมบน เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของการส่งออกรายตลาดนั้น แทบทุกตลาดขยายตัวได้ดีเยี่ยม สอดรับกับการเติบโตของภาคการผลิตและการบริโภคของแต่ละประเทศ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">สรุปการส่งออก 4 เดือนแรกของปี 2569:</span></i><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัวที่ 18.9% และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะพบว่าขยายตัวที่ 19.1%</span></p>
<h3><b>ผ่าโครงสร้างมูลค่าการค้ารวม ทั้งฝั่งเงินดอลลาร์และเงินบาท</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพรวมที่กว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เรามาดูรายละเอียดตัวเลขการค้ารวมแบบละเอียด ทั้งในฝั่งดอลลาร์สหรัฐและเงินบาทกัน</span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4110" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8.webp 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-300x169.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-1024x576.webp 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-768x432.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-1536x864.webp 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-750x422.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0003_0_8-1140x641.webp 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<p><b>มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ (เดือนเมษายน 2569)</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 23.1% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 45.0%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 (ดอลลาร์สหรัฐ)</span></i></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 127,752.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 18.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 147,250.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขยายตัว 35.7%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 19,497.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</span></li>
</ul>
<p><b>มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท (เดือนเมษายน 2569)</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 1,022,354 ล้านบาท (ขยายตัว 19.1% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 1,363,082 ล้านบาท (ขยายตัว 40.2%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 340,727 ล้านบาท</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 (เงินบาท)</span></i></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การส่งออก :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 4,003,125 ล้านบาท (ขยายตัว 10.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การนำเข้า :</b><span style="font-weight: 400;"> มีมูลค่า 4,680,371 ล้านบาท (ขยายตัว 26.3%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดุลการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขาดดุล 677,245 ล้านบาท</span></li>
</ul>
<p><i><span style="font-weight: 400;">(อ้างอิงข้อมูลสถิติจาก: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า &#8211; สนค. และบทวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจมหภาค)</span></i></p>
<h3><b>เจาะพิกัดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ผลไม้ไทย คือ ซอฟต์พาวเวอร์ของแทร่</b></h3>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4111" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1.webp 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-300x169.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-1024x576.webp 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-768x432.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-1536x864.webp 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-750x422.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0004_0_1-1140x641.webp 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมขยายตัวอยู่ที่ </span><b>5.5%</b><span style="font-weight: 400;"> (YoY) ซึ่งถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 </span><b>โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจคือ</b><span style="font-weight: 400;"> สินค้าเกษตร ขยายตัว 17.9% พลิกฟื้นกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในรอบ 9 เดือน </span><b>ในทางกลับกัน</b><span style="font-weight: 400;"> สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 8.9% ซึ่งเป็นการกลับมาหดตัวหลังจากที่เคยขยายตัวไปในเดือนก่อนหน้า</span></p>
<p><b>สินค้าดาวรุ่งที่ขยายตัวได้ดีเยี่ยม</b></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4112" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2.webp" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2.webp 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-300x169.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-1024x576.webp 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-768x432.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-1536x864.webp 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-750x422.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0005_0_2-1140x641.webp 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัวสูงถึง 74.3% กลับมาบวกได้อีกครั้งอย่างสวยงามหลังจากหดตัวในเดือนก่อน (กวาดรายได้หลักในตลาดจีน สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องเทศและสมุนไพร :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 55.6% ตัวตึงที่โตต่อเนื่องยาวนานถึง 24 เดือน (ขยายตัวรัวๆ ในตลาดบังกลาเทศ ปากีสถาน และอินเดีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สิ่งปรุงรสอาหาร :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 8.1% โตต่อเนื่อง 5 เดือน (มัดใจผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อาหารสัตว์เลี้ยง :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 6.4% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 รับเทรนด์ Pet Humanization (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเยอรมนี)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไก่แปรรูป :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 6.1% โตต่อเนื่อง 5 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์)</span></li>
</ul>
<p><b>สินค้าที่อยู่ในช่วงชะลอตัว (หดตัว)</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยางพารา :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 18.1% (หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน) ลดลงในจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ </span><b>ทว่า</b><span style="font-weight: 400;">ยังขยายตัวได้ดีในตลาดมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 23.1% (กลับมาหดตัวในรอบ 9 เดือน) ลดลงในอินเดีย เมียนมา และญี่ปุ่น แต่ไปได้สวยในตลาดมาเลเซีย จีน และเวียดนาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 16.6% (หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) ลดลงในจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมียนมา แต่โตในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 8.2% (หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) ลดลงในจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และเมียนมา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำตาลทราย :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 49.1% (กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า) หดตัวในอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และจีน แต่ยังมีช่องทางขยายตัวในมาเลเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม</span></li>
</ul>
<p><b>บทสรุปของหมวดนี้ :</b><span style="font-weight: 400;"> ภาพรวม 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวเพียงเล็กน้อยที่ 0.02%</span></p>
<h3><b>สินค้าอุตสาหกรรม ฟันเฟืองหลักที่พาตัวเลขทะยานฟ้า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสินค้าอุตสาหกรรม คือ แรงขับเคลื่อนหลักของรอบนี้ ด้วยมูลค่าการส่งออกที่ขยายตัวพุ่งสูงถึง </span><b>27.5%</b><span style="font-weight: 400;"> (YoY) และที่สำคัญ คือ เป็นการเติบโตต่อเนื่องยาวนานถึง 25 เดือน บ่งบอกถึงศักยภาพการผลิตที่สอดรับกับเทรนด์โลก</span></p>
<p><b>สินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่โตแรงแบบฉุดไม่อยู่</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> พุ่งกระฉูดถึง 140.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (เติบโตหนักมากในสหรัฐฯ สิงคโปร์ และเม็กซิโก)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 68.7% โตต่อเนื่อง 25 เดือน (ยอดสั่งซื้อหลักไหลมาจากสหรัฐฯ สิงคโปร์ และมาเลเซีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 29.5% โตต่อเนื่อง 2 เดือน (ได้รับความนิยมสูงในสหรัฐฯ ฮ่องกง และสวิตเซอร์แลนด์)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 29.3% โตต่อเนื่อง 12 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แผงวงจรไฟฟ้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 19.4% โตต่อเนื่อง 16 เดือน (รับอานิสงส์เทรนด์เทคโนโลยี โตในฮ่องกง มาเลเซีย และจีน)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลิตภัณฑ์ยาง :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 14.0% โตต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 9.4% พลิกกลับมาบวกได้สำเร็จหลังจากหดตัวในเดือนก่อน (ตลาดออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ อ้าแขนรับ)</span></li>
</ul>
<p><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มที่ปรับตัวลดลง ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 6.7% (หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน) ลดลงในตลาดญี่ปุ่น อียิปต์ และเกาหลีใต้ แต่ดันไปขยายตัวได้ดีในจีน สหรัฐฯ และมาเลเซีย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ :</b><span style="font-weight: 400;"> หดตัว 3.2% (หดตัวในรอบ 13 เดือน) หดตัวในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเบลเยี่ยม แต่สดใสในตลาดจีน กัมพูชา และฟิลิปปินส์</span></li>
</ul>
<p><b>สรุปหมวดอุตสาหกรรม:</b><span style="font-weight: 400;"> 4 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวสุดปังที่ 22.8%</span></p>
<h3><b>อัปเดตตลาดส่งออกสำคัญ สัญญาณบวกรอบโลกดันยอดขายกระฉูด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองไปที่แผนที่การส่งออก จะพบว่า ไทยเราสามารถเจาะตลาดสำคัญและขยายตัวอย่างแข็งแกร่งได้ในเกือบทุกพื้นที่ สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตโลกในเดือน เม.ย. ที่ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี (อ้างอิงแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคจากองค์กรเศรษฐกิจระดับโลก) ซึ่งเป็นตัวสะท้อนชัดเจนว่าภาคการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ของประเทศคู่ค้ากำลังเร่งตัวขึ้น </span><b>นอกจากนี้</b><span style="font-weight: 400;"> ยังมีปัจจัยหนุนจากการที่หลายประเทศเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนที่จ่อคิวแพงขึ้น </span><b>มากไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> ตลาดตะวันออกกลางที่เคยเจอมรสุมจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็สามารถพลิกวิกฤตกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง</span></p>
<ol>
<li><b> กลุ่มตลาดหลัก (ขยายตัว 24.8%)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สหรัฐอเมริกา :</b><span style="font-weight: 400;"> โตสุดปัง 44.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 31 เดือน) สินค้าชูโรง คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ส่วนสินค้าที่หดตัว คือ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และอาหารสัตว์เลี้ยง (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 42.4%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อาเซียน (5) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 34.3% (ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน) สินค้านำโชค คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัวคือ น้ำตาลทราย รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 26.8%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ญี่ปุ่น :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 23.4% (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) ขยายตัวในสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนสินค้าที่หดตัวคือ ยางพารา และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 10.9%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>จีน :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 21.9% (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าฮอต คือ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ทองแดงและของทำด้วยทองแดง และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 13.3%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สหภาพยุโรป (27) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 19.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน) สินค้าหลักที่ขยายตัว คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนที่หดตัว คือ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ยางพารา และเลนซ์ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 19.9%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><i><span style="font-weight: 400;">ตลาด CLMV :</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นกลุ่มเดียวในตลาดหลักที่หดตัว 13.4% (หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน) โดยมีอัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำตาลทรายที่หดตัว แต่กลุ่มที่ยังขยายตัวได้ คือ สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (ภาพรวม 4 เดือนแรก หดตัว 8.2%)</span></li>
</ul>
<ol start="2">
<li><b> กลุ่มตลาดรอง (ขยายตัว 19.2%)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทวีปออสเตรเลีย :</b><span style="font-weight: 400;"> พุ่งกระฉูด 53.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าดาวรุ่ง คือ อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเม็ดพลาสติก ส่วนที่หดตัวคือ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 52.1%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ลาตินอเมริกา :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 26.8% (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าที่โต คือ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 23.3%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตะวันออกกลาง (15) :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 19.3% (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าเด่น คือ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว และไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (ภาพรวม 4 เดือนแรก หดตัว 7.1%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทวีปแอฟริกา :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 15.4% (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าที่ไปได้สวย คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ส่วนที่หดตัว คือ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์พลาสติก (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 9.4%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สหราชอาณาจักร :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 11.7% (ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) สินค้านำ คือ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ส่วนที่หดตัว คือ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และไก่แปรรูป (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 15.9%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เอเชียใต้ :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 9.2% (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าขยายตัว คือ เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์พลาสติก สินค้าที่หดตัว คือ อัญมณีและเครื่องประดับ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และเคมีภัณฑ์ (ภาพรวม 4 เดือนแรก ขยายตัว 19.7%)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รัสเซียและกลุ่ม CIS :</b><span style="font-weight: 400;"> ขยายตัว 3.4% (กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน) สินค้าขยายตัว คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนที่หดตัวคือ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (ภาพรวม 4 เดือนแรก หดตัว 19.6%)</span></li>
</ul>
<ol start="3">
<li><b> กลุ่มตลาดอื่น ๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ภาพรวมขยายตัว 8.8%</span></li>
</ol>
<h3><strong>Krungthai Compass ชี้เศรษฐกิจไทยมีปัจจัยเสี่ยงต้องจับตาศูนย์วิจัย</strong></h3>
<p><strong> Krungthai COMPASS ประเมินว่า</strong> แม้ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย.จะขยายตัวสูง แต่เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ดังนี้</p>
<ol>
<li>ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การส่งออกมีความไม่แน่นอนมากขึ้น สะท้อนจากการจัดหาวัตถุดิบและต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น หลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญเสียหาย ประกอบกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบการขนส่งจากแหล่งวัตถุดิบ โดยเห็นได้จากโมเมมตัมมการส่งออกในกลุ่มพลาสติก และเคมีภัณฑ์ที่อ่อนแอลง และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะยิ่งส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบและสินค้ารุนแรงมากขึ้น ทั้งยังส่งผ่านไปยังสินค้าปลายน้ำที่ต้องพึ่งพาพลาสติกและเคมีภัณฑ์ในการผลิต เช่น บรรจุภัณฑ์ รวมถึงชิ้นส่วนต่อเนื่องในอุตสาหกรรมขั้นสูง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างได้</li>
<li>เสถียรภาพในต่างประเทศที่ยังเปราะบางมากขึ้น เมื่อมองไปข้างหน้า การส่งออกและเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ยังมีความท้าทาย ทั้งปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และการขาดดุลการค้าที่จะกระทบต่อดุลการชำระเงินให้แย่ลงได้ โดยการนำเข้าใน 4M69 ขยายตัวถึง 35.7% ส่วนการส่งออกโต 18.9% เทียบจากปีก่อน ปัจจัยหลักจาก (1) การนำเข้าสินค้ากลุ่ม Tech ขยายตัว 65.8% สูงกว่าการส่งออกที่ 48.4% เนื่องจากสินค้าดังกล่าวอยู่ในขั้นกลางและปลายน้ำ ซึ่งต้องนำเข้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สะท้อนการส่งผ่านการเติบโตไปยังภาคการผลิตในประเทศจำกัด และ (2) การนำเข้ากลุ่มเชื้อเพลิงโต 24.3% ตามราคาพลังงาน</li>
</ol>
<h3><b>ก้าวเดินต่อไปของคนไทย&#8230; สู่บททดสอบที่หัวใจต้องแข็งแกร่งกว่าเดิม</b></h3>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-4117" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0.jpg" alt="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " width="2000" height="1125" title="ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0.jpg 2000w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-300x169.jpg 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-1024x576.jpg 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-768x432.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-1536x864.jpg 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-750x422.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/PPT_Export_Apr_2026-ส่งนักข่าว_page-0002_0-1140x641.jpg 1140w" sizes="(max-width: 2000px) 100vw, 2000px" /></p>
<p><strong>เมื่อมองไปข้างหน้า การนำเข้าสินค้ากลุ่ม </strong><strong>Tech</strong><strong> มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง </strong>จากกระแสการลงทุนใน Data Center และ AI สะท้อนจากการส่งออกล่าสุดของเกาหลีใต้ 20 วันแรกในพ.ค. 69 ที่เซมิคอนดักเตอร์โตถึง  3%YoY (สูงกว่า 100% เป็นเดือนที่ 4) <strong>อีกทั้ง มูลค่าการนำเข้าเชื้อเพลิงจะยังอยู่ในระดับสูง </strong>ตามทิศทางราคาพลังงานโลก <strong>การส่งออกและเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี</strong><strong> 69 </strong><strong>ยังมีความท้าทาย ทั้งจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ      </strong><strong>และการขาดดุลการค้าที่จะกระทบต่อดุลการชำระเงินให้แย่ลง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกางแผนที่อนาคตตลอดช่วงระยะเวลาของปี 2569 แนวโน้มการส่งออกของไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง </span><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เรายังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในสมการการค้าโลก </span><b>ท้ายที่สุดนี้</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจไทยคือ &#8220;ความยืดหยุ่นและไหวพริบ&#8221; ของผู้ประกอบการส่งออกและสายเรือขนส่งสินค้าที่สามารถประเมินความเสี่ยงและปรับตัวรับมือกับต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยท้าทายในระยะข้างหน้าที่อาจกลายมาเป็นบททดสอบสำคัญ คือ ต้นทุนค่าขนส่งทางเรือที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคุกรุ่น และปัญหาภัยแล้งจากเอลนีโญที่อาจสร้างผลกระทบสะเทือนถึงผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรในช่วงครึ่งหลังของปี</span></p>
<p><b>เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม</b><span style="font-weight: 400;"> กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งเดินหน้า 5 นโยบายหลัก เพื่อเป็นเกราะป้องกันและรับมือกับ &#8220;วิกฤตซ้อนวิกฤต&#8221; พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างเป็นระบบ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การดูแลค่าครองชีพ :</b><span style="font-weight: 400;"> บรรเทาภาระประชาชนเพื่อรักษากำลังซื้อในประเทศ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยกระดับเกษตรกร :</b><span style="font-weight: 400;"> นำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เสริมแกร่ง SMEs :</b><span style="font-weight: 400;"> ดันธุรกิจรายย่อยให้มีเขี้ยวเล็บพร้อมสู้ในตลาดโลก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กระจายตลาดส่งออกและเพิ่มการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล :</b><span style="font-weight: 400;"> ลดการพึ่งพาตลาดเดียว และใช้ Data นำทางธุรกิจ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การปลดล็อกกฎระเบียบด้านการค้า :</b><span style="font-weight: 400;"> ทลายกำแพงเงื่อนไขที่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไปในอนาคต</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่แค่การฝ่าวิกฤต แต่คือ การสร้างเส้นทางเดินใหม่ที่เข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อพาเศรษฐกิจไทยก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ตารางสรุปไฮไลต์ ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะลุล้านล้าน!</strong></h3>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>หมวดหมู่</b></td>
<td><b>ตัวเลขการเติบโต</b></td>
<td><b>สินค้า/ตลาด ดาวเด่นที่น่าจับตา</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาพรวมส่งออกไทย</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 23.1%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กวาดรายได้ 1,022,354 ล้านบาท (โตต่อเนื่อง 22 เดือน)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สินค้าอุตสาหกรรม</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 27.5%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โทรศัพท์และอุปกรณ์ (+140.5%), คอมพิวเตอร์ (+68.7%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>สินค้าเกษตรฯ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 5.5%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผลไม้สด/แช่แข็ง (+74.3%), เครื่องเทศ/สมุนไพร (+55.6%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ตลาดส่งออกหลัก</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขยายตัว 24.8%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สหรัฐฯ (+44.2%), อาเซียน (+34.3%), ญี่ปุ่น (+23.4%)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;"> </p>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/">ส่งออกไทย เม.ย. 69 โตทะยาน 23.1% กวาดทะลุล้านล้าน เช็กเทรนด์เศรษฐกิจด่วน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thai-export-growth-april-2026-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
