<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สงครามการค้า &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Jun 2026 09:35:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>สงครามการค้า &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชิป AI เดือด Baidu ดัน Kunlunxin จ่อ IPO ฮ่องกง หวังมูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ</title>
		<link>https://www.thesignals.net/baidu-kunlunxin-ai-chip-hong-kong-ipo/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/baidu-kunlunxin-ai-chip-hong-kong-ipo/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 09:25:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Baidu]]></category>
		<category><![CDATA[ชิป AI]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ไอพีโอฮ่องกง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=5502</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทรนด์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/baidu-kunlunxin-ai-chip-hong-kong-ipo/">ชิป AI เดือด Baidu ดัน Kunlunxin จ่อ IPO ฮ่องกง หวังมูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เทรนด์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลก และสนามรบที่ดุเดือดที่สุดหนีไม่พ้นสงครามการผลิตชิปประมวลผลขั้นสูง ล่าสุดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในฝั่งเอเชียกำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีนเตรียมส่งบริษัทลูกลงสนามประลองทุนแบบเต็มตัว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ชิป AI เดือด Baidu ดัน Kunlunxin จ่อ IPO ฮ่องกง หวังมูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ</strong></h2>



<p>รายงานล่าสุดจาก The Information ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าววงในถึงสองสาย ระบุว่า Kunlunxin (คุนหลุนซิน) หน่วยธุรกิจพัฒนาชิป AI ภายใต้ปีกของ Baidu กำลังตั้งเป้าประเมินมูลค่าบริษัทให้สูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการเสนอขายหุ้นไอพีโอ (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ตัวเลขนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดแบบมหาศาล หากย้อนกลับไปดูมูลค่าของบริษัทในการระดมทุนรอบส่วนตัว (Private Fundraising) ครั้งล่าสุด ซึ่งประเมินมูลค่าไว้เพียงราวๆ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="5536" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_1-7-819x1024.jpg" alt="ชิป AI เดือด Baidu ดัน Kunlunxin จ่อ IPO ฮ่องกง หวังมูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ" class="wp-image-5536" title="ชิป AI เดือด Baidu ดัน Kunlunxin จ่อ IPO ฮ่องกง หวังมูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_1-7-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_1-7-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_1-7-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_1-7-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_1-7-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_1-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลยุทธ์พ่วงขาย ซื้อหุ้นต้องเหมาชิป</strong></h3>



<p>ประเด็นที่สร้างความฮือฮาและถือเป็นความเคลื่อนไหวที่แหวกแนวอย่างมากในวงการ คือ การที่นักลงทุนซึ่งสนใจจะจองซื้อหุ้น IPO ครั้งนี้ กำลังถูกร้องขอให้ต้องสั่งซื้อชิปของ <strong>Kunlunxin </strong>พ่วงไปด้วย โดยมูลค่าของชิปที่ต้องซื้อนั้นสูงถึง 3 ถึง 7 เท่าของมูลค่าหุ้นที่ตั้งใจจะจองซื้อเลยทีเดียว</p>



<p>เงื่อนไขสุดแปลกนี้ถูกมองว่า เป็นหมากเกมสำคัญที่จะช่วยทำให้แนวโน้มรายได้ระยะสั้นของบริษัทดูมีเสถียรภาพและคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากช่วงที่ผ่านมา พบว่า <strong>Kunlunxin </strong>พึ่งพายอดขายชิปส่วนใหญ่จาก<strong> Baidu </strong>ซึ่งเป็นบริษัทแม่มาโดยตลอด ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สื่อใหญ่อย่าง South China Morning Post เพิ่งรายงานไปว่าบริษัทตั้งเป้ามูลค่าในการเข้าตลาดไว้ที่ประมาณ 100,000 ล้านหยวน (ราว 14,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่ตัวเลขความคาดหวังล่าสุดกลับทะยานไปไกลกว่านั้นมาก</p>



<p>การขยับเป้าหมายมูลค่าขึ้นไปแตะระดับ <strong>50,000 ล้านดอลลาร์ </strong>สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า<strong> Kunlunxin </strong>และบรรดาทีมที่ปรึกษากำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับความต้องการของนักลงทุนที่กระหายอยากจะคว้าโอกาสในกลุ่มผู้ผลิตชิป<strong> AI </strong>ของจีน กระแสความตื่นตัวนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากมาตรการคว่ำบาตรและจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ผลักดันให้รัฐบาลปักกิ่งต้องเหยียบคันเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศให้พึ่งพาตัวเองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเอกสารลับสู่ดีลยักษ์ระดับบล็อกบัสเตอร์</strong></h3>



<p>เส้นทางสู่ตลาดทุนเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อ<strong> Baidu </strong>ออกมาเปิดเผยว่า<strong> Kunlunxin </strong>ได้ยื่นเอกสารไฟลิ่ง (Filing) <strong>แบบลับๆ </strong>เพื่อขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นการปูทางสู่การแยกตัวบริษัท (Spin-off) อย่างเป็นทางการ ในเวลานั้น สำนักข่าว Bloomberg ได้ประเมินไว้ว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของปีที่คึกคักอย่างยิ่งสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบรรดาบริษัทที่อยู่เบื้องหลังความทะเยอทะยานทางเทคโนโลยีของจีน</p>



<p>หากเจาะลึกข้อมูลทางการเงิน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า<strong> Kunlunxin </strong>เพิ่งปิดรอบการระดมทุนไปเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา โดยได้มูลค่าประเมินไปที่ 21,000 ล้านหยวน (หรือราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักจากกองทุนของ China Mobile รวมไปถึงนักลงทุนเอกชนรายอื่นๆ ขณะเดียวกัน ทางด้านสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง <strong>JPMorgan</strong> ได้ออกมาคาดการณ์ว่า รายได้ของ<strong> Kunlunxin </strong>มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 6 เท่า แตะระดับ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2026 ที่น่าสนใจ คือ สัดส่วนยอดขายจากลูกค้าภายนอก (External Sales) ในขณะนี้พุ่งทะลุ 50% ของรายได้รวมไปแล้ว ทั้งที่เมื่อสองปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้แทบจะไม่มีเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายและการถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด</strong></h3>



<p><strong>แน่นอนว่า </strong>เงื่อนไขการบังคับซื้อชิปพ่วงกับการจองซื้อ<strong>หุ้น IPO </strong>ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกเพ่งเล็งจากบรรดานักลงทุนและนักสังเกตการณ์ตลาดทุน หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ว่ารูปแบบการจัดเตรียมข้อตกลงลักษณะนี้ เป็นเพียงการตกแต่งตัวเลขรายได้ให้ดูพองโตเกินจริงหรือไม่?</p>



<p>ปัจจุบัน <strong>Baidu </strong>ยังคงถือหุ้นใน<strong> Kunlunxin </strong>ในสัดส่วนประมาณ<strong> 59% </strong>และได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า บริษัทย่อยแห่งนี้ จะยังคงอยู่ภายใต้การอำนาจบริหารของบริษัทแม่ต่อไปหลังจากการเสนอขายหุ้น<strong> IPO</strong> เสร็จสิ้น ขณะที่รายงานจาก Morningstar เมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่า แผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังคงดำเนินไปตามกำหนดการเดิม ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026</p>



<p>อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของการเสนอขายและโครงสร้างของดีลนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด และกระบวนการทั้งหมดจำเป็นต้องรอการอนุมัติไฟเขียวจากทั้งตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของทางการจีนเสียก่อน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป : หรือนี่คือเดิมพันครั้งสำคัญ ในสงครามชิป AI ที่ไม่มีวันจบสิ้น?</strong></h3>



<p>การเดินหน้าสู่ตลาดทุนของ Kunlunxin ไม่ได้เป็นเพียงการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นบทสะท้อนสำคัญของยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีของจีนในยุคที่การแข่งขันด้าน AI กำลังทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกขณะ ความพยายามผลักดันมูลค่ากิจการสู่ระดับ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของบริษัทต่อศักยภาพการเติบโตของตลาดชิป AI ภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความคาดหวังอันสูงลิ่วของนักลงทุนที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ Kunlunxin จะไม่ได้วัดกันเพียงแค่การเข้าจดทะเบียนหรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเท่านั้น แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ขยายฐานลูกค้านอกกลุ่มบริษัทแม่ และพิสูจน์ว่าชิป AI ที่พัฒนาขึ้นสามารถแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกได้จริง ในท้ายที่สุด ดีล IPO ครั้งนี้อาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนจะสามารถเปลี่ยนแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมและความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด?</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตารางสรุป : ดีลสะท้านวงการ Baidu ดัน Kunlunxin สู่ IPO ด้วยกลยุทธ์พ่วงขายสุดพีก</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>หัวข้อ</strong></td><td><strong>ข้อมูลอัปเดตล่าสุด</strong></td></tr><tr><td><strong>บริษัทที่เตรียม IPO</strong></td><td><strong>Kunlunxin</strong> (หน่วยธุรกิจชิป AI ของ Baidu)</td></tr><tr><td><strong>เป้าหมายระดมทุน</strong></td><td>ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง</td></tr><tr><td><strong>เป้าหมายมูลค่าบริษัท</strong></td><td><strong>50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</strong> (ก้าวกระโดดจากเดิม 3,000 ล้าน)</td></tr><tr><td><strong>เงื่อนไขสุดช็อก</strong></td><td>จองหุ้น IPO ต้อง <strong>&#8220;ซื้อชิปพ่วง&#8221;</strong> มูลค่า 3-7 เท่าของหุ้น</td></tr><tr><td><strong>สัดส่วนการบริหาร</strong></td><td>Baidu ยังคงถือหุ้น 59% และกุมอำนาจบริหารตามเดิม</td></tr><tr><td><strong>คาดการณ์รายได้ (ปี 2026)</strong></td><td>โต 6 เท่า ทะยานแตะ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</td></tr></tbody></table></figure>



<p>อ้างอิงจาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://finance.yahoo.com/technology/ai/articles/baidus-ai-chip-unit-kunlunxin-181913432.html" target="_blank" rel="noopener">https://finance.yahoo.com/technology/ai/articles/baidus-ai-chip-unit-kunlunxin-181913432.html</a></li>



<li><a href="https://www.scmp.com/tech/tech-trends/article/3352891/baidu-chip-unit-kunlunxin-eyes-us146b-valuation-hong-kong-ipo-sources" target="_blank" rel="noopener">https://www.scmp.com/tech/tech-trends/article/3352891/baidu-chip-unit-kunlunxin-eyes-us146b-valuation-hong-kong-ipo-sources</a></li>



<li><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-02/baidu-s-ai-chip-unit-kunlunxin-confidentially-files-for-hong-kong-ipo?embedded-checkout=true" target="_blank" rel="noopener">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-02/baidu-s-ai-chip-unit-kunlunxin-confidentially-files-for-hong-kong-ipo?embedded-checkout=true</a></li>



<li><a href="https://www.reuters.com/world/china/baidus-kunlunxin-valued-close-3-billion-eyes-hong-kong-ipo-sources-say-2025-12-05/" target="_blank" rel="noopener">https://www.reuters.com/world/china/baidus-kunlunxin-valued-close-3-billion-eyes-hong-kong-ipo-sources-say-2025-12-05/</a></li>



<li><a href="https://www.cnbc.com/2026/01/02/baidus-semiconductor-kunlunxin-hong-kong-ipo-ai-chips-listing-china.html" target="_blank" rel="noopener">https://www.cnbc.com/2026/01/02/baidus-semiconductor-kunlunxin-hong-kong-ipo-ai-chips-listing-china.html</a></li>
</ul>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/baidu-kunlunxin-ai-chip-hong-kong-ipo/">ชิป AI เดือด Baidu ดัน Kunlunxin จ่อ IPO ฮ่องกง หวังมูลค่าพุ่ง 5 หมื่นล้านเหรียญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/baidu-kunlunxin-ai-chip-hong-kong-ipo/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัสการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ สหรัฐฯ-จีน กำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/us-china-trade-war-impact-on-thailand/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/us-china-trade-war-impact-on-thailand/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 12:33:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัวของธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กำแพงภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้งสหรัฐจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัมป์พบสีจิ้นผิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์ChinaPlusOne]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้านำเข้าจากจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3623</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกครั้งที่มหาอำนาจเบอร์หนึ่งและเบอร์สองของโลกขยับตัว ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-china-trade-war-impact-on-thailand/">ถอดรหัสการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ สหรัฐฯ-จีน กำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ทุกครั้งที่มหาอำนาจเบอร์หนึ่งและเบอร์สองของโลกขยับตัว ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะการกล่าวเปิดการเจรจาระดับสูงระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประเด็นแกนกลางที่ว่า จีนและสหรัฐฯ จะสามารถร่วมมือกันเพื่อ &#8220;สร้างเสถียรภาพ&#8221; ให้แก่โลกได้หรือไม่ กลายเป็นคำถามสำคัญที่ทั้งสองประเทศกำลังชั่งน้ำหนัก และเป็นวาระที่ผู้คนรวมถึงภาคธุรกิจทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ</span></p>
<h2><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-3649" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-18-819x1024.jpg" alt="ถอดรหัสการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ สหรัฐฯ-จีน กำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก" width="819" height="1024" title="ถอดรหัสการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ สหรัฐฯ-จีน กำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-18-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-18-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-18-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-18-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-18-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h2>
<h2><b>ถอดรหัสการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ สหรัฐฯ-จีน กำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นกันที่บรรยากาศการพบปะ ผู้นำจีนได้เปิดบทสนทนาด้วยความหนักแน่นและตรงไปตรงมา โดยตั้งคำถามถึงบทบาทของประเทศมหาอำนาจว่า “เราจะสามารถร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายระดับโลก และอัดฉีดความมั่นคงให้กับโลกได้มากขึ้นหรือไม่” ต่อเนื่องจากนั้น สี จิ้นผิง ได้กล่าวต้อนรับด้วยท่าทีที่เป็นมิตรว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้พบกับคุณในกรุงปักกิ่ง” พร้อมกับย้ำเตือนถึงไทม์ไลน์สำคัญที่ทิ้งช่วงมาอย่างยาวนานว่า</span><span style="font-weight: 400;"> “นี่เป็นการเดินทางมาเยือนจีนอีกครั้งของคุณ ในรอบ 9 ปี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจ คือ หากเราย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของโดนัลด์ ทรัมป์ เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2017 ซึ่งในเวลานั้นบรรยากาศการค้าและเทคโนโลยีโลกยังคงมีพลวัตที่แตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว Reuters, บทความ &#8220;Trump&#8217;s 2017 state visit to China&#8221;) ดังนั้น การกลับมาเหยียบกรุงปักกิ่งอีกครั้ง จึงถือเป็นหมุดหมายใหม่ที่ทุกฝ่ายต้องจับตา ผู้นำจีนเองก็ตระหนักถึงน้ำหนักของวาระนี้เป็นอย่างดี จึงได้กล่าวเสริมว่า “การพบกันของเราในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นที่จับตามองจากทั่วโลก”</span></p>
<h3><strong>บริบทโลกที่เปลี่ยนผ่าน และบททดสอบของมหาอำนาจ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มากไปกว่านั้น สี จิ้นผิง ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลกยุคปัจจุบันอย่างเฉียบคมว่า<strong> “ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษที่กำลังเร่งตัวขึ้น”</strong> และ “ภูมิทัศน์ระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความวุ่นวาย” คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่ถูกร้อยเรียงเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกในยุคดิจิทัล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ผู้นำจีนได้ชี้ให้เห็นถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญว่า “โลกได้เดินทางมาถึงทางแยกแห่งใหม่แล้ว” พร้อมกับหยิบยกทฤษฎีทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า จีนและสหรัฐฯ จะสามารถก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า ‘กับดักทิวซิดิดีส’ (Thucydides Trap) ได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อขยายความให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แนวคิด กับดักทิวซิดิดีส เป็นทฤษฎีที่คิดค้นโดย Graham Allison นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งอธิบายถึงความตึงเครียดที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เมื่อขั้วอำนาจใหม่ที่กำลังผงาดขึ้นมา (Rising Power) สร้างความหวาดระแวงให้กับขั้วอำนาจเดิมที่ครองแชมป์อยู่ (Ruling Power) (อ้างอิงข้อมูลจาก Belfer Center for Science and International Affairs, Harvard Kennedy School) การที่ผู้นำระดับประเทศหยิบยกคำนี้มาใช้กลางวงเจรจา ย่อมแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะหาทางออกที่สร้างสรรค์ มากกว่าการเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์แห่งความขัดแย้งแบบเดิมๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ ผู้นำจีนจึงได้ทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้าว่า “และจะสามารถสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจได้หรือไม่” ตลอดจน “เราจะสามารถร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายระดับโลก เพื่ออัดฉีดความมั่นคงให้กับโลกได้มากขึ้นหรือไม่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด สิ่งที่ครอบคลุมเจตนารมณ์ทั้งหมด คือ มิติของสังคม โดย สี จิ้นผิง ได้กล่าวปิดประเด็นนี้ไว้ว่า “รวมถึงเราจะสามารถยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศและอนาคตของมวลมนุษยชาติ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับความสัมพันธ์ของเราสองประเทศได้หรือไม่”</span></p>
<h3><strong>เบื้องหลังห้องเจรจา ทรัมป์และสี จิ้นผิง คุยอะไรกันบ้าง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเจาะลึกเข้าไปถึงอินไซต์เบื้องหลัง ผู้นำทั้งสองปิดห้องคุยกันยาวนานถึง 2 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่เกินกว่ากรอบที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้พอสมควร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฝั่งของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างตรงไปตรงมาถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าประเด็นเรื่อง &#8220;ไต้หวัน&#8221; ซึ่งปักกิ่งอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำและดินแดนแห่งนี้มาตลอด อาจเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ลากทั้งสองชาติเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารได้ พร้อมกันนี้ ผู้นำจีนยังพยายามแสดงจุดยืนกดดันให้สหรัฐฯ ชะลอหรือลดการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ลงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน ทรัมป์ไม่ได้มาเยือนปักกิ่งแบบมือเปล่า เขาได้พาซีอีโอระดับหัวกะทิจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของอเมริกามาด้วย โดยตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ว่า ทริปนี้จะช่วยเปิดประตูบานใหญ่ให้บริษัทอเมริกันเข้าไปเจาะตลาดจีนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการเจรจาสิ้นสุดลง ทรัมป์ก็แสดงลีลาทางการทูตด้วยการเอ่ยปากชมเจ้าบ้านชุดใหญ่ ระหว่างที่เขาเดินทอดน่องเยี่ยมชม &#8220;หอฟ้าเทียนถาน&#8221; (Temple of Heaven) สถาปัตยกรรมสุดอลังการแห่งศตวรรษที่ 15 ซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิจีนใช้บวงสรวงสวรรค์ เพื่อขอให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ทรัมป์ยกย่อง สี จิ้นผิง ว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ (Great leader) อธิบายถึงการเจรจาครั้งนี้ว่า &#8220;ยอดเยี่ยมมาก&#8221; (Great) และยังหันไปบอกกับกลุ่มนักข่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า<strong> &#8220;ประเทศจีนสวยงามจริงๆ&#8221;</strong></span></p>
<h3><strong>วันแห่งประวัติศาสตร์ ณ หอฟ้าเทียนถาน</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับภาพลักษณ์ทางการทูต การที่ทรัมป์ไปเยือนหอฟ้าเทียนถานไม่ได้เป็นเพียงแค่ตารางทัวร์ทั่วไป เพราะสถานที่แห่งนี้ คือ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์จีนโบราณ หอฟ้าเทียนถานถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ช่วงยุคราชวงศ์หมิง เพื่อเป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงระหว่างผืนฟ้าและแผ่นดิน จักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงล้วนต้องเดินทางมาที่นี่เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงสวรรค์และอธิษฐานขอให้การเก็บเกี่ยวในแต่ละปีเป็นไปอย่างสมบูรณ์มั่งคั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองในหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่ สถานที่แห่งนี้เปิดประตูต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองระดับวีไอพีมาแล้วนับไม่ถ้วน สิ่งที่น่าจับตามอง คือ ทรัมป์ถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง &#8220;คนที่สอง&#8221; เท่านั้นที่ได้มาเยือนที่นี่ โดยประธานาธิบดีคนแรกคือ เจอรัลด์ ฟอร์ด (Gerald Ford) เมื่อปี 1975</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น เฮนรี คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) อดีตนักการทูตระดับตำนานของสหรัฐฯ ผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและวอชิงตันในยุค 70s ก็เคยเดินทางมาเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ถึง 15 ครั้ง ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นจีน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงนัยสำคัญทางการทูตที่แฝงอยู่ในการเยือนครั้งนี้</span></p>
<h3><strong>ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โลกจะได้เห็นข้อตกลงอะไรจากเวทีนี้</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การประชุมสุดยอดผู้นำ ทรัมป์-สี ในรอบนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้โฟกัสไปที่การสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในชั่วข้ามคืน แต่เป้าหมายหลัก คือ การ &#8220;สร้างเสถียรภาพ&#8221; ของความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าตั้งคำถามว่า การพบกันครั้งนี้จะมีข้อตกลงการค้าระดับบิ๊กดีลเกิดขึ้นหรือไม่ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ฟันธงตรงกันว่า <strong>&#8220;ไม่น่าจะมี&#8221;</strong> อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ฝั่งสหรัฐฯ เองก็ออกตัวชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้คาดหวังให้จีนนำเม็ดเงินก้อนโตมาลงทุนในภาคการผลิตของอเมริกาแต่อย่างใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม หนึ่งในไฮไลต์ที่กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาหารือบนโต๊ะเจรจา คือ แนวคิดการก่อตั้ง &#8220;คณะกรรมการการลงทุน&#8221; (Board of Investment) สหรัฐฯ-จีน ซึ่งจะเป็นกรอบการทำงานเพื่อเปิดทางให้เกิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต แต่คนวงในก็ยอมรับตามตรงว่า ยังมีงานหินอีกจำนวนมากที่ต้องจัดการให้เสร็จสิ้นก่อนที่โปรเจกต์นี้จะเกิดขึ้นจริงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากประเมินในมุมของการค้า ผลลัพธ์ที่น่าจะจับต้องได้มากที่สุด คือ การขยายเวลา &#8220;ข้อตกลงสงบศึก&#8221; ที่เคยตกลงกันไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งช่วยเบรกการพุ่งขึ้นของกำแพงภาษีเอาไว้ได้ นอกจากนี้ อาจมีการทำข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์ เช่น การที่จีนรับปากจะซื้อสินค้าอเมริกันเพิ่มขึ้น และคำมั่นสัญญาด้านการลงทุนที่ช่วยรักษาหน้าทั้งสองฝ่ายเอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงกระนั้น รอยร้าวลึกๆ เรื่องกำแพงภาษี การควบคุมการส่งออก และนโยบายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในสมรภูมิเซมิคอนดักเตอร์และแร่ธาตุสำคัญ ก็ยังคงเป็นแผลที่รักษาให้หายขาดได้ยาก ทำให้การคาดหวังถึงข้อตกลงแบบครอบคลุมจักรวาลแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน</span></p>
<h3><b>แกะรอยไทม์ไลน์กำแพงภาษี สหรัฐฯ-จีน จากจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิเดือด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อทำความเข้าใจรากฐานของความซับซ้อนนี้ เราต้องมองย้อนกลับไปดูอัตราภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทวีความดุเดือดขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งจากการพลิกผันของนโยบายระดับชาติและมาตรการตอบโต้ที่ทับซ้อนกันไปมา นี่คือบทสรุปสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปี 2018 : ปฐมบทแห่งสงครามการค้า</b><span style="font-weight: 400;"> ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อทรัมป์ประกาศบังคับใช้กำแพงภาษีชุดใหญ่กับสินค้านำเข้าจากจีน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดึงตำแหน่งงานในภาคการผลิตกลับคืนสู่แผ่นดินอเมริกา และพยายามจัดระเบียบการค้ากับสหรัฐฯ ให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น ในยุคนั้น อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้าจีนอยู่ในระดับ 20% และตัวเลขนี้ก็ถูกแช่แข็งไว้ยาวนานตลอดวาระการดำรงตำแหน่งของ โจ ไบเดน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เมษายน 2025 : การคัมแบ็กและ &#8220;ภาษีวันปลดแอก&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและกลับมานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกครั้ง เขาได้งัดนโยบายที่เรียกขานกันว่า &#8220;กำแพงภาษีวันปลดแอก&#8221; (Liberation Day tariffs) ออกมาใช้อย่างดุดัน ทรัมป์ขู่ที่จะขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ และดันกำแพงภาษีสินค้าจีนให้พุ่งสูงเฉียด 50% แน่นอนว่าฝั่งปักกิ่งไม่ได้นั่งดูอยู่เฉยๆ จีนงัดมาตรการสวนกลับทันควัน จุดชนวนให้เกิดสงครามการค้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน (Tit-for-tat) ที่ลุกลามบานปลายอย่างรวดเร็ว จนทำให้อัตราภาษีที่ทั้งสองฝ่ายขู่จะเก็บต่อกันนั้นทะยานทะลุเพดาน 100% ไปอย่างดุเดือด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พฤษภาคม 2025 : โต๊ะเจรจาลดอุณหภูมิ</b><span style="font-weight: 400;"> ความตึงเครียดที่พุ่งปรี๊ดบีบให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองมหาอำนาจต้องหันหน้าเข้าหาโต๊ะเจรจาเพื่อดับไฟความขัดแย้ง ผลลัพธ์ คือ สหรัฐฯ ยอมหั่นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนลงจาก 145% เหลือเพียง 30% ในขณะเดียวกัน ฝั่งจีนก็ยอมถอยทัพ โดยปรับลดภาษีที่เก็บจากสินค้าอเมริกันจาก 125% ลงมาอยู่ที่ 10%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ตุลาคม 2025 : หมากกระดานใหม่และแร่หายาก</b><span style="font-weight: 400;"> หลังจากสาดสงครามน้ำลายเรื่องการค้าใส่กันมาหลายเดือน ทรัมป์และสี จิ้นผิง ก็ได้ฤกษ์พบปะหารือกันแบบตัวต่อตัว แต่เกมก็ยังคงพลิกแพลง สหรัฐฯ เดินหมากสกัดกั้นการขายเซมิคอนดักเตอร์ให้กับจีน ซึ่งเป็นบิ๊กมูฟที่ทำให้ปักกิ่งตอบโต้ด้วยการคุมเข้มการส่งออกแร่หายาก (Rare earth metals) ที่มีความสำคัญยิ่งยวดต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทว่าในเวลาต่อมา จีนก็ยอมระงับการควบคุมแร่หายากนี้ พร้อมกับตกลงที่จะสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม แลกกับการที่วอชิงตันยอมยกเลิกกำแพงภาษีบางส่วนที่เคยตั้งเป้าเล่นงานจีนในประเด็นวิกฤตยาเฟนทานิล (Fentanyl)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ปี 2026 : จุดหักเหทางกฎหมาย</b><span style="font-weight: 400;"> เกมพลิกอีกระลอกเมื่อระบบศาลสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยหลายชั้นที่สั่นคลอนนโยบายภาษีของทรัมป์ แต่ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดทางกฎหมาย ส่งผลให้ทำเนียบขาวต้องงัดแผนสำรอง ออกมาตรการภาษีชั่วคราวเพื่อบังคับใช้กับสินค้าส่งออกทั่วโลกที่ส่งเข้ามายังสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งผลพวงจากมาตรการนี้ ทำให้อัตราภาษีภาพรวมที่เก็บจากสินค้าจีนร่วงลงมาทรงตัวอยู่ที่ราวๆ 10%</span></li>
</ul>
<h3><strong>คลื่นใต้น้ำที่ภาคธุรกิจต้องรู้ กระแส Decoupling และ China Plus One</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากไทม์ไลน์ความผันผวนด้านกำแพงภาษี นำไปสู่มูฟเมนต์สำคัญที่นักธุรกิจและผู้เล่นในตลาดโลกต้องจับตา นั่นคือ การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) การแยกตัวทางเทคโนโลยีและการค้า (Decoupling) บังคับให้บริษัทข้ามชาติต้องมองหาโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตในประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงอย่างเดียว นำมาซึ่งกลยุทธ์ที่เรียกว่า &#8220;China Plus One&#8221; ซึ่งเป็นการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น เวียดนาม อินเดีย หรือไทย (อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg, บทความ &#8220;How &#8216;China Plus One&#8217; Strategy is Reshaping Global Supply Chains&#8221;) การเคลื่อนไหวตรงนี้ คือ ตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเงินทุนและโอกาสทางเศรษฐกิจในทศวรรษหน้า</span></p>
<h3><strong>รอยต่อแห่งยุคสมัย เมื่อโลกใบนี้ไม่ได้เป็นของใครแค่คนเดียว</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากถอยออกมามองภาพใหญ่ของความสัมพันธ์ระดับโลก สิ่งที่เรากำลังเห็นไม่ใช่แค่การสลับขั้วอำนาจ แต่มันคือ &#8220;การจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่&#8221; (Supply Chain Realignment) อย่างแท้จริง การพบกันของมหาอำนาจในยุคนี้ ไม่ใช่การเจรจาเพื่อหาผู้แพ้ผู้ชนะแบบเบ็ดเสร็จ แต่คือ การเช็คจังหวะก้าวเดินเพื่อไม่ให้โลกเดินไปได้แบบไม่สะดุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแข่งขันกันเป็นเรื่องปกติของโลกยุคใหม่ แต่การปล่อยให้ความขัดแย้งลุกลามจนทำลายห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ย่อมไม่เป็นผลดีต่อใครเลย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด หรือแม้แต่การค้าระหว่างประเทศ แนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้นจากนี้ คือ การรักษาระยะห่างเชิงกลยุทธ์ (Strategic Distance) ที่ทั้งสองมหาอำนาจจะยังคงขับเคี่ยวกันในเวทีที่เป็นจุดแข็งของตน แต่จะเปิดช่องว่างสำหรับการเจรจาในประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การก้าวข้าม &#8220;กับดักทิวซิดิดีส&#8221; อาจไม่ใช่การจับมือกันเห็นพ้องในทุกเรื่อง ทว่า คือ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง และประคับประคองไม่ให้ระบบนิเวศของโลกต้องเสียศูนย์ โลกอนาคต คือ โลกของการแข่งขันทางเทคโนโลยี แร่ธาตุ และขั้วการค้าใหม่ๆ การสงบศึกทางภาษีชั่วคราวอาจเป็นแค่การซื้อเวลาเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างกลับไปปั้นนวัตกรรมของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในที่สุดกระแสของการกระจายความเสี่ยงและสร้างความร่วมมือแบบพหุภาคี จะกลายเป็นสแตนดาร์ดใหม่ เกมกระดานโลกต่อจากนี้จะซับซ้อน ท้าทาย และเต็มไปด้วยโอกาสที่ซ่อนอยู่ใต้ความผันผวน ไม่ว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ โลกใบนี้ก็ยังต้องการฟันเฟืองทุกชิ้นในการขับเคลื่อนไปข้างหน้าอยู่ดี ใครที่อ่านเทรนด์ขาดและพร้อมลื่นไหลไปกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ย่อมกุมความได้เปรียบในอนาคตที่กำลังจะมาถึงอย่างแน่นอน</span></p>
<h3><b>ผลกระทบสงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน ต่อเศรษฐกิจไทย : โอกาสและความท้าทายภายใต้ระเบียบโลกใหม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สืบเนื่องจากการเจรจาระดับสูงระหว่างผู้นำสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการประคองเสถียรภาพท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่หยั่งรากลึก พลวัตดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบจำกัดอยู่เพียงมหาอำนาจทั้งสอง แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดเล็กที่พึ่งพาการส่งออกอย่างประเทศไทย การวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยจึงต้องประเมินผ่านกรอบของความเป็นจริงทางเศรษฐศาสตร์ ทั้งในมิติของโอกาสที่ซ่อนอยู่และปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</span></p>
<p><b>อานิสงส์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Realignment)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น นโยบายลดความเสี่ยง และการกระจายฐานการผลิต หรือที่รู้จักกันในนามยุทธศาสตร์ &#8220;China Plus One&#8221; ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่บีบให้บรรษัทข้ามชาติต้องเร่งย้ายฐานการผลิตออกจากโครงสร้างเดิม ประเทศไทย ซึ่งมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งมายาวนาน ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การไหลเข้าของทุนต่างชาติในส่วนนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพยุงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของประเทศให้สอดรับกับเทคโนโลยีขั้นสูงในระยะยาว</span></p>
<p><b>ความเสี่ยงจากคลื่นสินค้าทะลักและความผันผวนด้านการส่งออก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งของเหรียญ สงครามการค้าได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบที่ไม่อาจมองข้าม เมื่อกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐฯ และจีนถูกยกระดับสูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรมจากจีนที่สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐฯ ย่อมต้องหาทางระบายออกสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ซึ่งรวมถึงภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ให้เห็นถึงความน่ากังวลของสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า การทะลักเข้ามาของสินค้าจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า ได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทย ซึ่งสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคา นอกจากนี้ ภาคการส่งออกของเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความผันผวนสูง เนื่องจากไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของจีน หากการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ ชะลอตัว ย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่มาถึงคำสั่งซื้อสินค้าตัวกลาง (Intermediate Goods) ที่ผลิตจากประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<p><b>จุดยืนทางยุทธศาสตร์ การรักษาสมดุลบนเวทีโลก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของประเทศไทย คือ การดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงเศรษฐกิจ ท่ามกลางสภาวะที่โลกกำลังถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วทางเทคโนโลยีและมาตรฐานอุตสาหกรรม การเลือกข้างทางยุทธศาสตร์ (Decoupling) อาจนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี ประเทศไทยจำเป็นต้องรักษาสถานะความเป็นกลางอย่างมียุทธศาสตร์ (Strategic Hedging) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับทั้งสองมหาอำนาจ พร้อมทั้งเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับพันธมิตรทางเศรษฐกิจใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป</span></p>
<p><b>บทสรุปและทิศทางในอนาคต</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กล่าวโดยสรุป การเผชิญหน้าและข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และจีน เปรียบเสมือนดาบสองคมสำหรับเศรษฐกิจไทย ในขณะที่โอกาสจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานเปิดกว้างสำหรับการลงทุนใหม่ๆ ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลกก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทิศทางของเศรษฐกิจไทยในอนาคตจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจาระหว่างผู้นำระดับโลกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการปรับตัว (Resilience) ของโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ การเร่งยกระดับทักษะแรงงาน การสนับสนุนนวัตกรรม และการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างมีหลักการ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่า ประเทศไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากวิกฤตความขัดแย้งนี้ หรือจะตกเป็นเพียงผู้รับผลกระทบในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านของระเบียบโลกใหม่</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">ตารางประเมินสถานการณ์ เมื่อ 2 มหาอำนาจขยับ ไทยรับแรงกระแทกอย่างไร?</span></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>มิติผลกระทบ</b></td>
<td><b>สิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีโลก (สหรัฐฯ-จีน)</b></td>
<td><b>ผลกระทบและสิ่งที่เกิดกับประเทศไทย</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เกิดยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยงและย้ายฐานการผลิต (China Plus One)</span></td>
<td><b>โอกาสทอง :</b><span style="font-weight: 400;"> ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) เข้าสู่อุตสาหกรรม EV และอิเล็กทรอนิกส์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>การค้าและภาษี (Trade &amp; Tariffs)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กำแพงภาษีพุ่งสูงขึ้น สินค้าจีนระบายเข้าตลาดสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น</span></td>
<td><b>ความเสี่ยง :</b><span style="font-weight: 400;"> สินค้าจีนต้นทุนต่ำทะลักเข้าตลาดอาเซียน กระทบยอดขายและการอยู่รอดของ SMEs ไทย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กลยุทธ์ระดับโลก (Global Strategy)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">โลกมีแนวโน้มแบ่งเป็นสองขั้วทางเทคโนโลยีและมาตรฐานการค้า</span></td>
<td><b>ความท้าทาย :</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องรักษาสถานะความเป็นกลาง (Strategic Hedging) และเร่งขยายข้อตกลง FTA ใหม่ๆ</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bbc.com/news/live/cvgz8qverzqt?at_campaign_type=owned&amp;at_link_origin=BBC_News&amp;at_link_type=web_link&amp;at_ptr_name=facebook_page&amp;at_campaign=Social_Flow&amp;at_format=image&amp;at_link_id=38B69D90-4F3C-11F1-9F53-CA077293364D&amp;at_bbc_team=editorial&amp;at_medium=social&amp;fbclid=IwY2xjawRyZopleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFVUkJpUlU2NmJPVEVPTUNRc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHtIUOfmC5QBB9r6dfkTbg240dq4QExcgsHNwGQ0VY0_GuZisp2D0oRy9ISSl_aem_UovOGYbjsvsClZ5fkAF7Sw" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbc.com/news/live/cvgz8qverzqt?at_campaign_type=owned&amp;at_link_origin=BBC_News&amp;at_link_type=web_link&amp;at_ptr_name=facebook_page&amp;at_campaign=Social_Flow&amp;at_format=image&amp;at_link_id=38B69D90-4F3C-11F1-9F53-CA077293364D&amp;at_bbc_team=editorial&amp;at_medium=social&amp;fbclid=IwY2xjawRyZopleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFVUkJpUlU2NmJPVEVPTUNRc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHtIUOfmC5QBB9r6dfkTbg240dq4QExcgsHNwGQ0VY0_GuZisp2D0oRy9ISSl_aem_UovOGYbjsvsClZ5fkAF7Sw</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/article/world/trump-heaps-praise-on-very-special-xi-in-china-visit-idUSKBN1D91BW/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/article/world/trump-heaps-praise-on-very-special-xi-in-china-visit-idUSKBN1D91BW/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.belfercenter.org/programs/thucydidess-trap" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.belfercenter.org/programs/thucydidess-trap</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.hks.harvard.edu/publications/destined-war-can-america-and-china-escape-thucydidess-trap" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.hks.harvard.edu/publications/destined-war-can-america-and-china-escape-thucydidess-trap</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.beroeinc.com/resource-centre/insights/china-plus-one-strategy-an-imperative-to-achieve-supply-chain-resilience/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.beroeinc.com/resource-centre/insights/china-plus-one-strategy-an-imperative-to-achieve-supply-chain-resilience/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-china-trade-war-impact-on-thailand/">ถอดรหัสการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ สหรัฐฯ-จีน กำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/us-china-trade-war-impact-on-thailand/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ้นจีนทะยานแรง! ลุ้นซัมมิต ทรัมป์-สีจิ้นผิง หนุนกำไรพุ่งปรี๊ด</title>
		<link>https://www.thesignals.net/chinese-stocks-rally-trump-xi-summit/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/chinese-stocks-rally-trump-xi-summit/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 06:51:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[กำไรอุตสาหกรรมจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีMSCI]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัมป์สีจิ้นผิง]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์หุ้นจีน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นจีน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นเทคโนโลยีจีน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2871</guid>

					<description><![CDATA[<p>บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงกำลังกลับมาคึกคัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/chinese-stocks-rally-trump-xi-summit/">หุ้นจีนทะยานแรง! ลุ้นซัมมิต ทรัมป์-สีจิ้นผิง หนุนกำไรพุ่งปรี๊ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงกำลังกลับมาคึกคักและเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง สาเหตุหลักมาจากการเตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนหน้า โดยเหล่านักลงทุนต่างก็เทน้ำหนักและเดิมพันกันว่า การจับเข่าคุยกันแบบตัวต่อตัวในครั้งนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยคลายปมความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกให้เบาบางลงได้</span></p>
<h2><b>หุ้นจีนทะยานแรง! ลุ้นซัมมิต ทรัมป์-สีจิ้นผิง หนุนกำไรพุ่งปรี๊ด</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2882" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-12_1_11zon.webp" alt="หุ้นจีนทะยานแรง! ลุ้นซัมมิต ทรัมป์-สีจิ้นผิง หนุนกำไรพุ่งปรี๊ด" width="1200" height="1500" title="หุ้นจีนทะยานแรง! ลุ้นซัมมิต ทรัมป์-สีจิ้นผิง หนุนกำไรพุ่งปรี๊ด" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-12_1_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-12_1_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-12_1_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-12_1_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-12_1_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-12_1_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ล็อกคิวซัมมิตกลางเดือนพฤษภาคม </b><span style="font-weight: 400;">ตามรายงานข่าวจาก South China Morning Post ระบุว่า ทรัมป์มีกำหนดการบินลัดฟ้าไปพบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ โดยวงสนทนาคาดว่าจะครอบคลุมประเด็นร้อนแรงเดือดๆ ตั้งแต่เรื่องกำแพงภาษี การสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ ไปจนถึงข้อจำกัดด้านการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพราะเป็นการไปเยือนแผ่นดินมังกรของผู้นำสหรัฐฯ ในรอบเกือบสิบปี! ซึ่งจริงๆ แล้วแพลนเดิมถูกวางไว้ช่วงปลายเดือนมีนาคม แต่ต้องเลื่อนออกไปก่อนเพราะทรัมป์ตัดสินใจปักหลักอยู่ที่วอชิงตัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้าน เจมีสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ออกมาส่งสัญญาณบวกเมื่อช่วงต้นเดือนว่า ทางวอชิงตัน &#8220;ไม่ได้ต้องการเปิดศึกชนช้าง&#8221; หรือเผชิญหน้าขั้นแตกหักกับปักกิ่งแต่อย่างใด แถมทั้งสองฝ่ายยังซุ่มพัฒนากลไกหารือทางการค้า (Trade Board Mechanism) เพื่อตีกรอบให้ชัดเจนว่าทั้งสองชาติจะสามารถแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันแบบยั่งยืนได้อย่างไร โดยไม่ล้ำเส้นความมั่นคงของชาติ ขณะที่ เรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ผู้ก่อตั้งเฮดจ์ฟันด์ระดับโลกอย่าง Bridgewater Associates ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ซัมมิตรอบนี้จะโฟกัสไปที่เรื่องการค้าและทิศทางของเม็ดเงินลงทุน ซึ่งถ้าหากมีความคืบหน้าเชิงบวก ก็พร้อมจะจุดพลุความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ทันที</span></p>
<h3><b>ตลาดหุ้นตีปีกรับความหวังสงครามการค้าคลี่คลาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดหุ้นจีนไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อรอรับข่าวดีนี้ หวัง เฉิน (Wang Chen) พาร์ทเนอร์จาก Xufunds Investment Management ในเซี่ยงไฮ้ มองเกมนี้ว่า การมาเยือนของผู้นำสหรัฐฯ &#8220;เป็นแรงบวกกับตลาดหุ้นแบบเต็มๆ และจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อภาคอุตสาหกรรมรวมถึงผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับมุมมองทีมนักวิเคราะห์จาก JPMorgan ที่ประเมินไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า หากการประชุมซัมมิตเดินหน้าตามแผน นี่จะเป็น &#8220;ตัวเร่งปฏิกิริยาระยะสั้นที่สำคัญมาก&#8221; สำหรับดัชนี MSCI China และดัชนี CSI 300 เพราะตลาดต่างก็หวังลึกๆ ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะค่อยๆ ซาลง และกำแพงภาษีจากฝั่งสหรัฐฯ น่าจะถูกหั่นลงตามไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เสริมทัพด้วยตัวเลขเศรษฐกิจสุดปัง! ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ระบุว่า กำไรภาคอุตสาหกรรมของบริษัทขนาดใหญ่ในเดือนมีนาคม พุ่งทะยานถึง 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นสถิติการเติบโตที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว! ส่วนกำไรในไตรมาสแรกก็พุ่งกระฉูดถึง 15.5% ทำสถิติเปิดปีได้สวยงามที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 (หากไม่นับรวมช่วงตัวเลขดีดกลับจากวิกฤตโควิด-19)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พระเอกของงานนี้ตกเป็นของภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและกลุ่มอุปกรณ์เครื่องจักร ที่กวาดกำไรไปเป็นกอบเป็นกำ ถึงแม้จะมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่บีบต้นทุนผู้ผลิตบางส่วนอยู่บ้างก็ตาม</span></p>
<h3><b>จับตาสัญญาณนโยบาย โฟกัสทิศทางเศรษฐกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้นักลงทุนสายแข็งกำลังกางเรดาร์จับตาข้อมูลสำคัญอีกสองจุด ประเด็นแรกคือ ดัชนีภาคการผลิต (PMI) อย่างเป็นทางการของจีนประจำเดือนเมษายน ที่เตรียมคลอดช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่ากิจกรรมภาคโรงงานยังคงรักษาโมเมนตัมความแรงไว้ได้หรือไม่ หลังจากที่ตัวเลขเดือนมีนาคมดีดกลับมาแตะระดับ 50.4 ซึ่งเข้าสู่โซนขยายตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่สอง คือ ตลาดกำลังรอฟังสัญญาณนโยบายเศรษฐกิจจากการประชุมโปลิตบูโร (Politburo) เนื่องจากทางปักกิ่งเองก็กำลังเร่งประเมินสถาณการณ์และหาทางรักษาระดับการเติบโต ท่ามกลางลมต้านจากความผันผวนภายนอกประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือนมีนาคมชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.5% หลังจากที่เคยเติบโตระดับเลขสองหลักในเดือนก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ซัมมิตครั้งนี้มีเดิมพันสูงลิ่วสำหรับภาคธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออก หวัง เฉิน ย้ำทิ้งท้ายว่า &#8220;ภาคการผลิตน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ เพราะมีบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งที่มีรายได้หลักจากการส่งออก หรือมีแผนกำลังจะไปลุยขยายตลาดในต่างประเทศ&#8221;</span></p>
<h3><b>วิเคราะห์ทิศทางการลงทุน ท่ามกลางกระดานการเมืองโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองข้ามช็อตตามความเป็นจริง การพบกันระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง ถือเป็น &#8220;จุดเปลี่ยนเกม&#8221; (Game Changer) ที่นักลงทุนต้องตามติดแบบห้ามกระพริบตา แม้ว่าในระยะสั้นความคาดหวังเชิงบวกจะหนุนให้ดัชนีหุ้นเอเชียและหุ้นจีนปรับตัวเขียวยกแผงได้ แต่นโยบายการเมืองระหว่างประเทศมักมีเรื่องเซอร์ไพรส์ซ่อนอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากการเจรจาสามารถปลดล็อกกำแพงภาษีและสร้างข้อตกลงที่วิน-วินได้ทั้งสองฝ่าย ตลาดหุ้นจีนอาจเข้าสู่รอบ &#8220;กระทิง&#8221; (Bull Market) ขาขึ้นครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและภาคการผลิตเพื่อการส่งออกที่จะกลับมาผงาดอีกครั้ง แต่ในทางกลับกัน หากการหารือเกิดสะดุด มีการตั้งแง่เรื่องความมั่นคงทางเทคโนโลยีเข้ามาแทรก หรือมีไพ่ใบใหม่ถูกหงายขึ้นมากลางวง ตลาดก็อาจเผชิญกับแรงเทขายและเกิดความผันผวนอย่างหนักเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การบริหารหน้าตัก พอร์ตฟอลิโอที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และการจับตาดูทิศทางของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) จะยังคงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการไขว่คว้าโอกาสและทำกำไรจากสมรภูมิเศรษฐกิจในรอบนี้อย่างยั่งยืน</span></p>
<h3><b>สรุปไทม์ไลน์และปัจจัยชี้ชะตา ตลาดหุ้นจีนรับศึกซัมมิต &#8220;ทรัมป์-สีจิ้นผิง&#8221; </b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ปัจจัยชี้ชะตา (Key Factors)</b></td>
<td><b>รายละเอียดที่ต้องจับตา (Details)</b></td>
<td><b>ผลกระทบต่อตลาด (Market Impact)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🤝 ซัมมิต ทรัมป์-สีจิ้นผิง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เจรจา 14-15 พ.ค. ถกเรื่องกำแพงภาษี และข้อจำกัดแร่หายาก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปลดล็อกความตึงเครียด ดันดัชนี MSCI China และ CSI 300</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>📈 กำไรอุตสาหกรรมพุ่ง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เดือน มี.ค. โตกระฉูด 15.8% แรงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีก่อน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) กลับเข้าสู่เอเชีย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>🚀 หุ้นกลุ่มที่ได้อานิสงส์</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีขั้นสูง, อุปกรณ์เครื่องจักร, และภาคการส่งออก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เตรียมรับเด้งใหญ่ หากเจรจาการค้าบรรลุข้อตกลงแบบ Win-Win</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>⚠️ ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ส่งออกจีนโตชะลอตัวลงเหลือ 2.5% และราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หากเจรจาสะดุด อาจเจอแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/04/27/china-industrial-profits-march-iran-war-oil-shock.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/04/27/china-industrial-profits-march-iran-war-oil-shock.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aljazeera.com/economy/2026/4/7/trump-to-pursue-stability-with-chinas-xi-in-may-meeting-ustr-greer-says" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aljazeera.com/economy/2026/4/7/trump-to-pursue-stability-with-chinas-xi-in-may-meeting-ustr-greer-says</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://apnews.com/article/trump-china-trip-iran-war-401c4c33a01b2acce72e96eb8058f8cc" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://apnews.com/article/trump-china-trip-iran-war-401c4c33a01b2acce72e96eb8058f8cc</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://apnews.com/article/trump-china-trip-iran-war-401c4c33a01b2acce72e96eb8058f8cc" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://apnews.com/article/trump-china-trip-iran-war-401c4c33a01b2acce72e96eb8058f8cc</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/chinese-stocks-rally-trump-xi-summit/">หุ้นจีนทะยานแรง! ลุ้นซัมมิต ทรัมป์-สีจิ้นผิง หนุนกำไรพุ่งปรี๊ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/chinese-stocks-rally-trump-xi-summit/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรัมป์ขู่ฟาดภาษี 50% สะเทือนโลก คัดหุ้น-ทองรับมือสงครามการค้า</title>
		<link>https://www.thesignals.net/trump-50-percent-tariff-iran-investment-impact/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/trump-50-percent-tariff-iran-investment-impact/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 08:07:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองโลก]]></category>
		<category><![CDATA[จัดพอร์ตลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัมป์ขึ้นภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี50%]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[สินทรัพย์ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นซัพพลายเชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2163</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปล่อยหมัดฮุกเรียกเสีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/trump-50-percent-tariff-iran-investment-impact/">ทรัมป์ขู่ฟาดภาษี 50% สะเทือนโลก คัดหุ้น-ทองรับมือสงครามการค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปล่อยหมัดฮุกเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการประกาศกร้าวว่า สินค้านำเข้าจากประเทศที่จัดหาอาวุธทางทหารให้กับอิหร่าน จะต้องเผชิญกับกำแพงภาษี 50% แบบฉับพลันและไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น โดยการขู่ฟาดภาษีครั้งนี้ถูกประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่เพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับทางเตหะราน</span></p>
<h2><b>ทรัมป์ขู่ฟาดภาษี 50% สะเทือนโลก คัดหุ้น-ทองรับมือสงครามการค้า</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2189" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/01_2_11zon.webp" alt="ทรัมป์ขู่ฟาดภาษี 50% สะเทือนโลก คัดหุ้น-ทองรับมือสงครามการค้า" width="1200" height="1500" title="ทรัมป์ขู่ฟาดภาษี 50% สะเทือนโลก คัดหุ้น-ทองรับมือสงครามการค้า" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/01_2_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/01_2_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/01_2_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/01_2_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/01_2_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/01_2_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของทรัมป์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า จะงัดอำนาจตามกฎหมายข้อไหนมาบังคับใช้กำแพงภาษีมหาโหดนี้ สาเหตุก็เพราะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดเพิ่งจะตีตกการใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) ของเขาในการกำหนดกำแพงภาษีวงกว้างทั่วโลก ซึ่งผลจากคำตัดสินนั้น ทำให้ศาลชั้นต้นต้องสั่งคืนเงินภาษีมูลค่าราว 1.66 แสนล้านดอลลาร์  ที่เก็บไปตลอดช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในความเป็นจริง กฎหมาย IEEPA ปี 1977 ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่ออิหร่าน รัสเซีย และเกาหลีเหนือมานานหลายทศวรรษ แต่ศาลชี้ขาดว่าทรัมป์ทำเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่เมื่อนำกฎหมายนี้มาใช้เพื่อตั้งกำแพงภาษีทางการค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ประเทศที่จัดหาอาวุธทางทหารให้อิหร่าน จะถูกเรียกเก็บภาษี 50% ทันที สำหรับสินค้าทุกชิ้นและทุกประเภทที่ขายให้กับสหรัฐอเมริกา โดยมีผลบังคับใช้ทันที จะไม่มีการยกเว้นหรือข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น! ประธานาธิบดี DJT&#8221; ทรัมป์ระบุอย่างดุดัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงอย่างนั้น Rachel Ziemba นักวิชาการสมทบอาวุโสจาก Center for a New American Security (CNAS) ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า &#8220;เรื่องนี้จะซับซ้อนขึ้นมากหลังจากที่ IEEPA ถูกปัดตกไป สหรัฐฯ ไม่มีเครื่องมือทางนโยบายหรืออำนาจอนุมัติอะไรที่หยิบมาใช้ได้ทันที พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพาสภาคองเกรสในการออกกฎหมาย หรือไม่ก็ต้องไปปรับใช้เครื่องมือทางการค้าอื่นๆ ซึ่งเอาเข้าจริง ตอนนี้มันไม่ได้มีเครื่องมือทางการค้าที่พุ่งเป้าไปที่ความมั่นคงของชาติอย่างเจาะจงอยู่เลย&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทรัมป์ไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใดๆ ที่อาจต้องเผชิญกับกำแพงภาษีเชิงลงโทษนี้ แต่เป็นที่รู้กันดีในแวดวงความมั่นคงว่า จีนและรัสเซีย คือ ผู้มีบทบาทในการช่วยอิหร่านสร้างขีดความสามารถทางทหารเพื่อคานอำนาจและแรงกดดันจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นเสริมสร้างการป้องปราม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า การสนับสนุนดังกล่าวดูเหมือนจะถูกจำกัดเพดานไว้ในช่วงที่มีการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน ทั้งปักกิ่งและมอสโกต่างออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการจัดหาอาวุธใดๆ ให้ในช่วงเร็วๆ นี้ แม้ว่าข้อกล่าวหาที่พุ่งเป้าไปที่มอสโกจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Reuters เคยรายงานว่า เตหะรานกำลังพิจารณาสั่งซื้อขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือผิวน้ำความเร็วเหนือเสียงจากจีน ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนมีนาคม Reuters ยังรายงานด้วยว่า SMIC ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของจีน ได้ส่งมอบเครื่องมือผลิตชิปให้กับกองทัพอิหร่าน ข้อมูลนี้อ้างอิงจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงสองคนในรัฐบาลทรัมป์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;นี่คือ คำขู่ที่พุ่งเป้าไปที่จีนโดยตรง ในมุมมองของผม และจีนเองก็จะตีความแบบนั้นเช่นกัน&#8221; Josh Lipsky รองประธานและผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศแห่ง Atlantic Council กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าชิ้นส่วนโดรนและขีปนาวุธจะยังคงไหลทะลักจากหน่วยงานต่างๆ ของจีนไปยังอิหร่านเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ แต่ Lipsky มองว่าทรัมป์ไม่น่าจะเดินหน้าลุยไฟขึ้นภาษีรอบใหม่ในระยะสั้นนี้อย่างแน่นอน เพราะนั่นหมายถึงการทำลายแผนการเดินทางไปเยือนปักกิ่ง เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจนพังไม่เป็นท่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Ziemba ขยายความเพิ่มเติมว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;กำแพงภาษีของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจีนปรับตัวลดลงไปมากนับตั้งแต่คำตัดสินของศาล และการแปะป้ายภาษี 50% ในตอนนี้จะมีต้นทุนที่แพงหูฉี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้นำเข้าและผู้บริโภคชาวอเมริกันเอง&#8221;</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อการพบปะระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ใกล้เข้ามาทุกที </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;นี่จึงดูเหมือนเป็นเพียงคำขู่ลอยๆ (Empty Threat) แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า เมื่อถึงคราวเข้าตาจน ทรัมป์ก็มักจะหวนกลับมาใช้ไพ่กำแพงภาษีเสมอ&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> Ziemba กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<h3><b>เจาะไพ่ใบสำรอง เครื่องมือทางภาษีที่ยังเหลืออยู่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทรัมป์ยังมีกำแพงภาษีเพื่อตอบโต้แนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม &#8220;มาตรา 301&#8221; กับสินค้าจีนที่ยังมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่สมัยแรกที่เขาดำรงตำแหน่ง ซึ่งเขาอาจจะสามารถบวกภาษีเพิ่มเข้าไปได้ รวมไปถึงคดีต่างๆ ที่ยังค้างคาอยู่เกี่ยวกับปัญหากำลังการผลิตล้นตลาด (Excess Industrial Capacity) และการประเมินว่าจีนได้ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าปี 2020 หรือไม่ แต่กระบวนการเหล่านี้จำเป็นต้องมีช่วงเวลาเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนก่อนถึงจะมีผลบังคับใช้ได้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ทรัมป์ยังอาจงัด &#8220;มาตรา 232&#8221; ภายใต้กฎหมายขยายการค้าปี 1962 (Trade Expansion Act of 1962) ยุคสงครามเย็นมาใช้ กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถตั้งกำแพงภาษีเฉพาะภาคส่วนธุรกิจ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ภายในประเทศด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ แต่การจะกระเตงกฎหมายนี้ขึ้นมาใช้ จำเป็นต้องมีการเปิดการสืบสวนใหม่และการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนซึ่งต้องใช้เวลาลากยาวกันเป็นเดือนๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอีกฟากฝั่งหนึ่ง รัสเซียเป็นอีกหนึ่งแหล่งเทคโนโลยีด้านอาวุธให้กับอิหร่าน แต่การนำเข้าสินค้ารัสเซียของสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนักนับตั้งแต่มีการบุกรุกยูเครนในปี 2022 และตามมาด้วยคลื่นพายุการคว่ำบาตรทางการเงินชุดใหญ่ที่ถล่มใส่มอสโก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จุดที่น่าจับตา คือ การนำเข้าของสหรัฐฯ จากรัสเซีย (ซึ่งรัสเซียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ไม่ถูกรวบอยู่ในเกณฑ์กำแพงภาษีแบบ &#8220;ต่างตอบแทน&#8221; ของทรัมป์ที่เพิ่งถูกยกเลิกไป) กลับกระโดดขึ้นถึง 26.1% แตะระดับ 3.8 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2025 โดยสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ถูกครองสัดส่วนโดยพัลลาเดียม (Palladium) ซึ่งเป็นแร่สำคัญที่ใช้ในเครื่องกรองไอเสียรถยนต์ ปุ๋ยและส่วนผสมในการผลิต รวมถึงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสำหรับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ซึ่งในขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าเตรียมกำหนดกำแพงภาษีเชิงลงโทษต่อพัลลาเดียมของรัสเซียแล้ว หลังเสร็จสิ้นการสอบสวนเรื่องการทุ่มตลาด</span></p>
<h3><b>นัยยะต่อเศรษฐกิจโลกและกลยุทธ์การลงทุน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์และบทวิเคราะห์เบื้องต้น เราจะเห็นได้ว่า &#8220;วัฏจักรของสงครามการค้า&#8221; (Trade War Cycle) กำลังถูกปัดฝุ่นนำมาใช้เป็นไพ่ต่อรองทางการเมืองอีกครั้ง แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจะประเมินว่าการตั้งกำแพงภาษี 50% ทันทีทันใดอาจเป็นแค่ &#8220;คำขู่&#8221; เพื่อชิงความได้เปรียบก่อนการเจรจาระดับผู้นำ (โดยเฉพาะกับจีน) แต่ในโลกของการลงทุน ความผันผวนมักเกิดจากความไม่แน่นอนเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากทรัมป์หาช่องทางกฎหมายผ่านสภาคองเกรส หรือใช้ Section 301 / 232 ได้สำเร็จ สิ่งที่อาจเกิดขึ้นบนหน้ากระดานเศรษฐกิจ คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจกลับมาดีดตัว (Inflation Resurgence)</b><span style="font-weight: 400;"> การนำเข้าสินค้าต้นทุนสูงขึ้น 50% จะถูกผลักภาระไปที่ผู้บริโภคชาวอเมริกัน อาจทำให้เฟด (FED) ต้องรักษาระดับดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความผันผวนในตลาดหุ้น (Stock Market Volatility)</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพา Supply Chain จากจีน หรือกลุ่มยานยนต์ที่ใช้พัลลาเดียมจากรัสเซีย อาจเผชิญแรงเทขายทำกำไร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สินทรัพย์ปลอดภัยจะกลับมาผงาด (Safe-Haven Assets)</b><span style="font-weight: 400;"> ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าที่ก่อตัวขึ้น มักเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้กับสินทรัพย์คลาสสิกอย่าง &#8220;ทองคำ&#8221; (Gold) หรือแม้กระทั่งการไหลกลับของเม็ดเงินเข้าสู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและกระจายความเสี่ยง (Diversification) ยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่สุด เพราะในเกมการเมืองระดับโลก คำขู่ลอยๆ ในวันนี้ อาจกลายเป็นนโยบายช็อกตลาดในวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้ ติดตามอัปเดตความรู้และกลยุทธ์การลงทุนทุกรูปแบบได้ที่นี่ เพื่อไม่ให้คุณพลาดทุกโอกาสสำคัญในทุกสภาวะตลาด</span></p>
<h3><b>ตารางสรุป ทรัมป์ขู่ฟาดภาษี 50% สะเทือนพอร์ตลงทุนแค่ไหน?</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;"> ประเด็นชวนคิด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ความเป็นจริง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบต่อกระดานลงทุน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ชนวนเหตุ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทรัมป์ขู่เก็บภาษี 50% ชาติที่ส่งอาวุธให้อิหร่าน (เป้าหลัก: จีน &amp; รัสเซีย)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตลาดโลกกังวลสงครามการค้ารอบใหม่</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">อำนาจกฎหมาย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กฎหมาย IEEPA เพิ่งถูกศาลปัดตก ต้องงัดมาตรา 301 หรือ 232 มาใช้แทน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">นโยบายอาจล่าช้า เป็นเพียงคำขู่ก่อนเจรจา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">แนวโน้มเงินเฟ้อ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนนำเข้าแพงขึ้น ผู้บริโภคแบกรับภาระ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">FED อาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงนานกว่าเดิม</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ทิศทางสินทรัพย์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หุ้นเทคฯ จีน / ยานยนต์เสี่ยงผันผวนหนัก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เงินทุนไหลเข้า &#8220;ทองคำ&#8221; และ &#8220;ดอลลาร์&#8221;</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรรัสเซียอย่างหนัก แต่การนำเข้าสินค้าจากรัสเซียกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 26.1% แตะระดับ 3.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยมีพระเอกหลักคือ &#8220;พัลลาเดียม&#8221; แร่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ทั่วโลกยังต้องง้อ!</span></p>
<p><b>อ้างอิงจาก</b></p>
<ul>
<li><a href="https://www.aljazeera.com/economy/2026/4/8/trump-threatens-50-tariffs-on-countries-that-supply-iran-with-weapons" target="_blank" rel="noopener"><b>https://www.aljazeera.com/economy/2026/4/8/trump-threatens-50-tariffs-on-countries-that-supply-iran-with-weapons</b></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/trump-50-percent-tariff-iran-investment-impact/">ทรัมป์ขู่ฟาดภาษี 50% สะเทือนโลก คัดหุ้น-ทองรับมือสงครามการค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/trump-50-percent-tariff-iran-investment-impact/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผ่าวิกฤต ธาตุหายาก เมื่อจีนคุมซัพพลายโลกล็อกส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมไทย </title>
		<link>https://www.thesignals.net/overcoming-the-rare-earth-crisis/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/overcoming-the-rare-earth-crisis/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 09:41:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาร์ดดิสก์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แร่หายาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=1189</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลองจินตนาการถึงเช้าวันหนึ่งที่สายพานการผลิตของโรงงานระด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/overcoming-the-rare-earth-crisis/">ผ่าวิกฤต ธาตุหายาก เมื่อจีนคุมซัพพลายโลกล็อกส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมไทย </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ลองจินตนาการถึงเช้าวันหนึ่งที่สายพานการผลิตของโรงงานระดังโลกอย่าง Tesla ในรัฐเท็กซัส, โรงงานประกอบสมาร์ทโฟนของ Foxconn ในอินเดีย, ตลอดจนโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ (HDD) ของ Seagate ในจังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย ต้องหยุดชะงักลงอย่างสิ้นเชิงในชั่วข้ามคืน</span></p>
<h2><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1196" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/4345358378637867867857865_18_11zon.webp" alt="ผ่าวิกฤต ธาตุหายาก เมื่อจีนคุมซัพพลายโลกล็อกส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมไทย " width="1200" height="1500" title="ผ่าวิกฤต ธาตุหายาก เมื่อจีนคุมซัพพลายโลกล็อกส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมไทย " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/4345358378637867867857865_18_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/4345358378637867867857865_18_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/4345358378637867867857865_18_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/4345358378637867867857865_18_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/4345358378637867867857865_18_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/4345358378637867867857865_18_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></h2>
<h2><b>ผ่าวิกฤต ธาตุหายาก เมื่อจีนคุมซัพพลายโลกล็อกส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมไทย </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาขาดแคลนชิปเซ็ตหรือการประท้วงของแรงงานแต่อย่างใด ทว่าต้นตอของปัญหามาจาก &#8220;ธาตุหายาก&#8221; (Rare Earth Elements) จำนวน 17 ชนิดที่ประเทศจีนเป็นผู้ครอบครองสัดส่วนการผลิตถึง 80% ของโลก โดยนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2025 เป็นต้นมา จีนได้เริ่มบังคับใช้ระบบที่เรียกว่า &#8220;Licensing Regime&#8221; หรือระบบล็อกการส่งออกอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบสำคัญเหล่านี้พุ่งทะยานขึ้นกว่า 50% ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณอาจจะเคยสงสัยว่าสมาร์ทโฟนที่คุณถืออยู่ในมือตอนนี้ ต้องพึ่งพาแร่ธาตุจากจีนมากน้อยแค่ไหน และถ้าหากวันหนึ่งจีนตัดสินใจ &#8220;กดปุ่มเดียว&#8221; เพื่อระงับการส่งออก โลกทั้งใบที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจะหยุดหมุนไปในทิศทางใด การเคลื่อนไหวของจีนในครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุมอุปทาน (Supply) ของธาตุหายาก เพื่อใช้เป็นไพ่ตายในการตอบโต้สงครามการค้า ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ชะตาอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีขั้นสูง และยุทโธปกรณ์ทางการทหารทั่วโลกในช่วงปี 2026-2027 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<h3><b>ธาตุหายาก (Rare Earth Elements : REE) คือ อะไร? ทำไมถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของโลกเทคโนโลยี?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ธาตุหายาก คือ อะไร? คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ ธาตุหายาก หรือ REE เป็นกลุ่มโลหะ 17 ธาตุในตารางธาตุ ประกอบด้วยกลุ่มลันทาไนด์ (Lanthanides) 15 ชนิด ได้แก่ La, Ce, Pr, Nd, Pm, Sm, Eu, Gd, Tb, Dy, Ho, Er, Tm, Yb, Lu รวมเข้ากับสแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แร่ธาตุเหล่านี้เปรียบเสมือนผงวิเศษที่ถูกนำไปใช้ในนวัตกรรมล้ำสมัยมากมาย ตั้งแต่มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง เลเซอร์นำวิถีทางการทหาร ไปจนถึงหน้าจอ OLED ที่ให้สีสันคมชัดบนสมาร์ทโฟนของเรา ซึ่งข้อมูลที่น่าตกใจก็คือ จีนสามารถผลิตและป้อนธาตุหายากเหล่านี้ได้ถึง 80% ของความต้องการ (Supply) ทั้งโลกในปี 2025</span></p>
<h3><b>เจาะลึกประวัติศาสตร์ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ทำไมจีนถึงกำชัยชนะในสมรภูมินี้?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในความเป็นจริงแล้ว ธาตุหายากไม่ได้ <strong>&#8220;หายาก&#8221;</strong> ตามชื่อที่ถูกเรียกขานเลยสักนิด พวกมันกระจายตัวและซ่อนอยู่ตามเปลือกโลกในรูปของแร่ Bastnasite และ Monazite ปริมาณมหาศาลกว่า 200 ล้านตันทั่วโลก แต่ปัญหาความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่<strong> &#8220;กระบวนการแยกแยะ&#8221;</strong> ธาตุทั้ง 17 ชนิดนี้ออกจากกัน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย ใช้พื้นที่โรงงานขนาดใหญ่ และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปในช่วงปี 1950 สหรัฐอเมริกาเคยเป็นมหาอำนาจที่ครองตลาดนี้แบบเบ็ดเสร็จ 100% ผ่านเหมือง Mountain Pass ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 1990 จีนได้กระโดดเข้ามาเล่นในตลาดด้วยกลยุทธ์ &#8220;ราคาตัดคอ&#8221; โดยสามารถขาย Neodymium ได้ถูกกว่าสหรัฐฯ ถึง 5-10 เท่า สาเหตุหลักมาจากความได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงานที่ถูกกว่า และข้อได้เปรียบจากการไม่เข้มงวดเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเท่าชาติตะวันตก ผลที่ตามมา คือ โรงงานในสหรัฐฯ ไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้และต้องทยอยปิดตัวลง จนกระทั่งในปี 2010 จีนก็สามารถผงาดขึ้นมาครองส่วนแบ่งถึง 97% ของการแยกแร่ทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาเหมือง Bayan Obo ในเขตมองโกเลียในของจีนถือเป็นหนึ่งในแหล่งแร่ Rare Earths ที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีปริมาณสำรองมหาศาลและเป็นฐานการผลิตสำคัญของจีน อย่างไรก็ดี ข้อมูลส่วนใหญ่ระบุเพียงว่า Bayan Obo คิดเป็นสัดส่วนหลักของการผลิตในจีน (ในระดับหลายสิบเปอร์เซ็นต์ของ output จีน) และไม่ได้ยืนยันตัวเลข “120,000 ตันต่อปี หรือ 50% ของโลก ที่น่าสนใจ คือ ต้นทุนการผลิตอยู่ที่เพียง 20-30 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม ในขณะที่คู่แข่งอย่างออสเตรเลียหรือสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงถึง 60-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม ยิ่งไปกว่านั้น จีนยังกุมบังเหียนควบคุมทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ในกระบวนการแยกแร่ผ่านบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง China Northern Rare Earth Group และ China Minmetals อย่างเบ็ดเสร็จ</span></p>
<h3><b>ผลกระทบต่อซัพพลายเชนของไทย เมื่อเราต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อหันกลับมามองที่ประเทศไทย เราไม่มีเหมืองแร่ Rare Earths เลยแม้แต่แห่งเดียว ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าแม่เหล็กและชิ้นส่วนจากมาเลเซียซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับจีน ส่งผลให้ไทย พึ่งพาจีนในเชิงอ้อมในสัดส่วนสูงใกล้เคียง 80-90% ของซัพพลายรวม แทนที่จะเป็นการนำเข้าจากจีนโดยตรงทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วย</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ (HDD)</b><span style="font-weight: 400;"> โรงงานของ Seagate และ Western Digital ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่ครองสัดส่วนถึง 20% ของโลก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ชิ้นส่วนยานยนต์</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเฉพาะค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota และ Honda ที่ต้องใช้แร่เหล่านี้ในมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเซนเซอร์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งออก </b><span style="font-weight: 400;">เช่น แผงวงจร (PCB) และ Capacitor ชนิดต่างๆ</span></li>
</ul>
<p><b>ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่</b><span style="font-weight: 400;"> หากจีนตัดสินใจล็อกการส่งออกอย่างจริงจัง ฐานการผลิต HDD ของไทยอาจต้องหยุดชะงักภายในเวลาเพียง 3 เดือน เนื่องจากมีปริมาณสต็อกสำรองวัตถุดิบอยู่เพียง 6 เดือนเท่านั้น ลองประเมินดูว่า มูลค่าการส่งออก HDD ของไทยในปี 2025 ที่สูงกว่า 100,000 ล้านบาท จะได้รับผลกระทบหนักหน่วงเพียงใดหากซัพพลายเชนขาดสะบั้นลง</span></p>
<h3><b>วิเคราะห์เจาะลึก ดีมานด์พุ่งกระฉูด ซัพพลายหดตัว ทำไมปี 2026 ถึงเป็นจุดวัดใจ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพรวมในปี 2026 พบว่า องค์กรวิจัยด้านเหมืองและแม่เหล็กหายากคาดว่าความต้องการ Rare Earths ในภาคแม่เหล็กถาวรจะยังเติบโตต่อเนื่องจากระดับราว 380,000 ตันในปี 2025 โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีหลักสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลข “250,000 ตันต่อปี” สำหรับ Rare Earths ทั้งหมดไม่สอดคล้องกับฐานข้อมูลสำคัญ (ซึ่งรายงานกำลังการผลิตเหมืองทั่วโลกปี 2025 ประมาณ 390,000 ตัน) จึงควรระบุในลักษณะ “เติบโตเลขสองหลักต่อปี” แทนการฟันธงตัวเลขปริมาณรวม โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)</b><span style="font-weight: 400;"> รถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งคัน (เช่น Tesla Model 3) โดยทั่วไปต้องใช้แม่เหล็กถาวร Neodymium-Iron-Boron (NdFeB) รวมกันในระดับประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อคัน ขึ้นอยู่กับขนาดมอเตอร์และการออกแบบ แต่ยังไม่พบตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการที่แยก Neodymium และ Praseodymium ออกมาเป็น 1.5 กิโลกรัม และ 0.5 กิโลกรัมต่อคันตามลำดับ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กังหันลมผลิตไฟฟ้า (Wind Turbine) </b><span style="font-weight: 400;">โครงการพลังงานสะอาดจากบริษัทอย่าง Vestas หรือ Siemens Gamesa ต้องใช้แร่ธาตุสูงถึง 500 กิโลกรัมต่อตัว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยุทโธปกรณ์ทางทหาร (Defence)</b><span style="font-weight: 400;"> เครื่องบินรบ F‑35 เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มทางทหารที่ใช้ Rare Earths ในปริมาณสูงสำหรับแม่เหล็ก เซนเซอร์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แต่ยังไม่พบตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการในระดับ “920 กิโลกรัมต่อลำ” จากเอกสารของรัฐบาลสหรัฐฯ หรือรายงานเทคนิคหลัก จึงควรกล่าวในเชิงคุณภาพว่า “ใช้ Rare Earths จำนวนมาก” แทนการระบุตัวเลขชัดเจน ในขณะที่ขีปนาวุธ Tomahawk ใช้ Samarium 4 กิโลกรัมต่อลูก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สินค้าเทคโนโลยี (Consumer Tech)</b><span style="font-weight: 400;"> สมาร์ทโฟนอย่าง iPhone ใช้ Rare Earths หลายชนิด เช่น Neodymium, Dysprosium และอื่น ๆ ในแม่เหล็ก ลำโพง และ Taptic Engine แต่ยังไม่พบตัวเลขเชิงปริมาณที่ได้รับการยืนยันชัดเจนระดับ “0.3 กรัมต่อเครื่อง” สำหรับ Dysprosium จากแหล่งปฐมภูมิ จึงเหมาะที่จะระบุเพียงว่า “ใช้ในปริมาณเล็กน้อยในแต่ละเครื่อง”</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเริ่มตอบโต้ด้วยการงัดระบบ Licensing Regime มาใช้ในเดือนเมษายน 2025 โดยกำหนดให้ทุกการส่งออกต้องผ่านการพิจารณาและขอใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์จีนโดยตรง ต่อมาในเดือนตุลาคม 2025 ยังได้ขยายขอบเขตไปครอบคลุมถึงกราไฟต์สังเคราะห์ (Synthetic Graphite) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของขั้วลบแบตเตอรี่ EV (Anode) ที่จีนครองสัดส่วนการผลิตอยู่ถึง 78%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบที่เกิดขึ้นในทันที คือ ราคาวัตถุดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ราคา Neodymium Oxide พุ่งจาก 60 เป็น 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 58%) ส่วน Dysprosium Oxide ดีดตัวจาก 250 เป็น 380 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 52%) ในขณะเดียวกัน สต็อกสำรองในฝั่งประเทศนอกกลุ่มจีนก็เหลือใช้งานได้เพียง 4-6 เดือนเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับวิกฤตินี้ ชาติตะวันตกจึงต้องเร่งหาทางออก สหรัฐอเมริกาได้ประกาศ &#8220;Project Vault&#8221; โดยทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งสะสมสต็อกสำรองให้เพียงพอสำหรับ 5 ปี แคนาดาเดินหน้า &#8220;Critical Minerals Strategy&#8221; อัดฉีดงบ 4 พันล้านดอลลาร์แคนาดาเพื่อสร้างเหมืองและโรงงานแยกแร่แห่งใหม่ ส่วนสหภาพยุโรป (EU) ได้อนุมัติกฎหมาย &#8220;Critical Raw Materials Act&#8221; โดยตั้งเป้าที่จะจัดหาซัพพลายให้ได้ด้วยตัวเอง 10% ภายในปี 2030</span></p>
<h3><b>ระบบ Licensing Regime 2025 ทำงานอย่างไร และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบที่จีนนำมาใช้นี้ ไม่ใช่การแบนการส่งออกแบบ 100% แต่เป็นกลยุทธ์ &#8220;ควบคุมปริมาณ&#8221; ผ่านการออกใบอนุญาตเป็นรายเดือน บริษัทระดับโลกอย่าง Apple หรือ Tesla จะต้องส่งรายละเอียดแผนการใช้งานอย่างชัดเจนให้ทางการจีนพิจารณา และที่สำคัญคือทางการจีนสามารถปฏิเสธการส่งออกได้โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ มาตรการควบคุมการส่งออก Rare Earths ของจีนในปี 2025 ทำให้ปริมาณการส่งออกผันผวนมากขึ้น โดยบางเดือนมีการชะลอการอนุมัติใบอนุญาตจนปริมาณส่งออกลดลงชัดเจน แต่ภาพรวมทั้งปี 2025 ปริมาณการส่งออกของจีนยังเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า (เช่น ช่วงมกราคม-สิงหาคม 2025 ยังขยายตัวราว 14-15% YoY) มากกว่าจะหดตัวลง 35% ตามที่เข้าใจกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าประเทศไทยหลีกเลี่ยงผลกระทบนี้ได้ยาก เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในประเทศมีความเกี่ยวพันลึกซึ้ง</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การผลิต HDD ในไทยใช้ Terbium 0.1 กรัมต่อความจุ 1TB ซึ่งโรงงานของ Seagate และ WD มีกำลังผลิตรวมกันกว่า 300 ล้านตัวต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ชิ้นส่วนมอเตอร์ EV ของ Toyota ต้องใช้ Neodymium ถึง 2 กิโลกรัมต่อมอเตอร์หนึ่งลูก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">สต็อกวัตถุดิบในไทยมีรองรับเพียง 4 เดือน (ในขณะที่พึ่งพานำเข้าจากจีนถึง 90%)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติก็ยังมีความเคลื่อนไหวเชิงบวก สหรัฐอเมริกาได้เดินหน้าลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้าน Critical Minerals กับประเทศไทย เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2025 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านแร่สำคัญและห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่สหรัฐฯ ก็มีการหารือและความร่วมมือด้านแร่กับประเทศอื่นในอาเซียนแยกกันเป็นรายกรณี แต่ยังไม่พบเอกสารยืนยัน MOU ฉบับเดียวที่ลงนามรวม “ไทย กัมพูชา และมาเลเซีย” พร้อมกันในเดือนธันวาคม 2025 เพื่อสร้างเส้นทางสายใหม่ (Bypass) เลี่ยงการพึ่งพาจีน นี่จึงถือเป็นแสงสว่างที่อาจผลักดันให้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย ก้าวขึ้นมาเป็น Rare Earth Hub ของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต</span></p>
<h3><b>เจาะลึกรายอุตสาหกรรม ใครบาดเจ็บหนักสุดในเกมนี้?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การสั่นคลอนของซัพพลายเชนในครั้งนี้ ส่งผลให้แต่ละอุตสาหกรรมได้รับแรงกระแทกในระดับที่แตกต่างกัน ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุตสาหกรรม EV (รับผลกระทบหนักสุด 70%)</b><span style="font-weight: 400;"> มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Motors จำเป็นต้องใช้ NdFeB (Neodymium-Iron-Boron) ซึ่งคิดเป็น 90% ของตลาด EV ทั่วโลก การขาดแคลนนี้อาจทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของ Tesla หดตัวลง 5-7% และค่ายรถอย่าง BYD เองก็มีความเสี่ยงที่สายการผลิตจะสะดุด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุตสาหกรรมความมั่นคงและการทหาร Defence (รับผลกระทบ 20%)</b><span style="font-weight: 400;"> บริษัทผลิตอาวุธระดับโลกอย่าง Lockheed Martin อาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อการสร้างเครื่องบิน F-35 หนึ่งลำ และ Raytheon อาจเผชิญปัญหาขาดแคลน Samarium สำหรับผลิตระบบเรดาร์</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุตสาหกรรมเทคโนโลยี Tech (รับผลกระทบ 8%)</b><span style="font-weight: 400;"> แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple และ Samsung อาจขาดแคลน Dysprosium สำหรับการผลิตหน้าจอ OLED และลำโพง ในขณะที่ Sony อาจขาดแคลน Europium สำหรับหลอดภาพ LED</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุตสาหกรรม HDD ในไทย (รับผลกระทบ 2% แต่เป็นเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจ)</b><span style="font-weight: 400;"> Terbium เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้หัวอ่านฮาร์ดดิสก์มีความแม่นยำสูง แม้ไทยจะครองส่วนแบ่งตลาดโลกอยู่ 20% แต่ถ้าราคาต้นทุนพุ่งขึ้น 15% เราอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและเสียฐานการผลิตให้คู่แข่งอย่างมาเลเซียได้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพการปรับตัวของราคาและปริมาณการใช้งานอย่างชัดเจน ขอสรุปเป็นตารางข้อมูลด้านล่างนี้ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าทุกอุตสาหกรรมต่างต้องเจ็บปวดจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ธาตุหายาก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูตรเคมี</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ใช้ในอุตสาหกรรม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปริมาณ/หน่วย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาเฉลี่ย 2024</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาเฉลี่ย 2025</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคา มี.ค. 2026</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">%เพิ่มขึ้น (2024→2026)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Neodymium</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Nd</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มอเตอร์ EV</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">1-2 กก./คัน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$106/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$115/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$117-167/kg*</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+11% ถึง +58%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Praseodymium</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Pr</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มอเตอร์ EV</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.3-0.7 กก./คัน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$113/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$144/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$169-220/kg*</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+50% ถึง +95%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Dysprosium</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Dy</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หน้าจอ/ลำโพง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่เกิน 1 กรัม/เครื่อง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$218/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$270/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$454-931/kg*</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+108% ถึง +327%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Terbium</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Tb</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">HDD/LED</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.05-0.1 กรัม/TB</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$819/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$1,066/kg</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$1,984-4,029/kg*</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+142% ถึง +392%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Samarium</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">Sm</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ยุทโธปกรณ์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">2-5 กก./ระบบ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$15-25/kg (ไม่ยืนยัน)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปรับตัวขึ้น +4-9%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คาดว่าสูงขึ้นต่อเนื่อง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไม่มีข้อมูลแน่ชัด</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>เสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ ภาวะคอขวดปี 2027 และแผนสำรองของโลก (Plan B)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า โดย นักวิเคราะห์จากสถาบัน Project Blue เคยประเมินว่า โครงการเหมืองและโรงงานแยกแร่ rare earths นอกจีนต้องใช้เวลาก่อสร้างและปรับจูนระบบนานหลายปี และแม้จะมีโครงการใหม่จำนวนมากก็ยังอาจเพิ่มกำลังผลิตรวมได้เพียงส่วนหนึ่งของความต้องการในอนาคต แต่ตัวเลข “80,000 ตันต่อปี” ไม่ปรากฏอย่างชัดเจนในเอกสารสาธารณะของ Project Blue ที่ตรวจพบ จึงควรระบุในเชิงโครงสร้าง เช่น “เพิ่มได้เพียงส่วนหนึ่งของดีมานด์โลก”</span> <span style="font-weight: 400;">นั่นแปลว่ากำลังการผลิตใหม่จะสามารถตอบสนองดีมานด์ได้เพียง 30-40% เท่านั้น คำถาม คือ ผู้บริโภคพร้อมรับมือกับราคารถยนต์ EV ที่อาจพุ่งสูงขึ้นอีกคันละ 2,000-3,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือไม่?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับรายงานการวิเคราะห์จาก SFA Oxford และสถาบันอื่น ๆ ชี้ว่าจีนมีความได้เปรียบอย่างมากด้านเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาในกระบวนการสกัดแยกแร่ rare earth ด้วย Solvent Extraction แต่ไม่พบตัวเลขสาธารณะที่ระบุชัดว่า จีนถือครองสิทธิบัตรหรือ IP “สูงถึง 90%”ทำให้ประเทศอื่นๆ ก้าวตามได้ยากมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงกระนั้น โลกก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังเร่งเครื่องเดินหน้าตามแผนสำรองอย่างเต็มที่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บริษัท Lynas (ออสเตรเลีย)</b><span style="font-weight: 400;"> กำลังเดินหน้าโรงงานแยกแร่แห่งใหม่ในเมือง Kalgoorlie ซึ่งจะเริ่มสายการผลิตได้ในปี 2026 ด้วยเป้าหมาย 10,000 ตันต่อปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บริษัท MP Materials (สหรัฐอเมริกา)</b><span style="font-weight: 400;"> เหมือง Mountain Pass สามารถผลิตได้ 40,000 ตันต่อปี แม้ในปัจจุบันจะยังต้องส่งแร่ดิบกลับไปแยกที่จีน แต่ก็ถือเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แคนาดา</b><span style="font-weight: 400;"> ความร่วมมือระหว่าง Neo Performance Materials และ Vital Metals ได้ตั้งเป้าหมายกำลังผลิตร่วมกันที่ 15,000 ตันต่อปี</span></li>
</ul>
<p><b>อ้างอิง &#8211; </b><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลความเคลื่อนไหวของบริษัทเหมืองแร่และมาตรการรับมือของสหรัฐฯ อ้างอิงจากสำนักข่าวรอยเตอร์และการแถลงข่าวของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (US DoD) ที่เข้าไปสนับสนุนและลงทุนในบริษัท MP Materials เพื่อสร้างความมั่นคงด้านซัพพลายเชนในประเทศ</span></p>
<h3><b>ขุมทรัพย์ใหม่ที่ต้องจับตา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางสมรภูมิและความตึงเครียด โลกแห่งการลงทุนย่อมมีแสงสว่างและจังหวะให้กอบโกยเสมอ นี่คือ 5 โอกาสทอง</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>EEC ก้าวสู่การเป็น Rare Earth Hub</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยอานิสงส์จากการเซ็น MOU ในปี 2025 สหรัฐอเมริกาอาจใช้ช่องทางนี้เป็นประตูบานใหญ่ในการหลั่งไหลเม็ดเงินลงทุนเพื่อสร้างโรงงานแยกแร่ระดับภูมิภาคในประเทศไทย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ต่อยอดกราไฟต์ในประเทศ</b><span style="font-weight: 400;"> ประเทศไทยมีแหล่งแร่กราไฟต์ตามธรรมชาติในจังหวัดลำปางและเลย หากได้รับการพัฒนาต่อยอดเพื่อผลิต Synthetic Graphite ก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนการพึ่งพาจากจีน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การเติบโตของหุ้นเหมืองแร่นอกประเทศจีน</b><span style="font-weight: 400;"> บริษัทชั้นนำอย่าง Lynas (อักษรย่อในตลาด ASX: LYC) มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) เติบโตขึ้นถึง 40% ในขณะที่ MP Materials (อักษรย่อในตลาด NYSE: MP) ก็พุ่งทะยานบวกไปถึง 55% YTD</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เม็ดเงิน FDI ไหลเข้าสู่ซัพพลายเชน</b><span style="font-weight: 400;"> ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla หรือ Samsung อาจพิจารณาย้ายฐานการผลิตจากจีนมาปักหลักที่ไทย หากประเทศไทยสามารถสร้างระบบนิเวศและมีแหล่ง Rare Earth ที่รับรองมาตรฐานได้อย่างชัดเจน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โอกาสจากกองทุน ETF (Critical Minerals) </b><span style="font-weight: 400;">กองทุนอย่าง VanEck Rare Earth ETF (REMX) ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยสร้างผลตอบแทนบวก 35% ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา สำหรับนักลงทุนรายย่อยชาวไทย การกระจายความเสี่ยงด้วยการศึกษากองทุน ETF หรือหุ้นเหมืองในออสเตรเลียและแคนาดา ถือเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคมกว่าการฝากความหวังไว้ที่จีนเพียง 100%</span></li>
</ol>
<h3><b>สัญญาณเตือนภัย ความเสี่ยงระดับโลกที่อาจสะเทือน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าในทุกโอกาสก็ย่อมมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนที่จะสายเกินแก้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเสี่ยงที่ไทยจะสูญเสียตลาด HDD</b><span style="font-weight: 400;"> หากต้นทุนกระโดดขึ้นถึง 15% ประเทศไทยอาจสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน และต้องเสียส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ถึง 20% ให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความพร้อมอย่างมาเลเซียและเวียดนาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การหดตัวของชิ้นส่วนยานยนต์ EV </b><span style="font-weight: 400;">ค่ายรถยนต์อย่าง Toyota และ Honda อาจทบทวนแผนธุรกิจ โดยลดสัดส่วนการผลิตในไทยและเบนเข็มกลับไปผลิตที่ประเทศญี่ปุ่นแทน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ชะงักงัน</b><span style="font-weight: 400;"> ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Intel และ Samsung อาจเลือกที่จะรอดูความชัดเจนเรื่องนโยบายและซัพพลายของ Rare Earth ก่อนที่จะตัดสินใจทุ่มเม็ดเงินลงทุนในพื้นที่ EEC</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลกระทบจากเงินเฟ้อด้านวัตถุดิบ </b><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนที่สูงขึ้นในภาคการผลิต จะส่งผ่านกลายเป็นผลกระทบที่อาจดันให้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5-1% ในปี 2026</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)</b><span style="font-weight: 400;"> หากสงครามการค้าทวีความรุนแรงและบานปลายจนนำไปสู่สถานการณ์ที่จีนระงับการส่งออกแบบ 100% ภาคการผลิตของไทยอาจเผชิญภาวะวิกฤติและต้องหยุดชะงักยาวนานถึง 6 เดือน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติบนหน้ากระดาษ แต่เป็นสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดขึ้นจริง หากเรายังชะล่าใจและขาดการเตรียมความพร้อมที่ดีพอ</span></p>
<h3><b>เกมกระดานใหม่ของโลกที่ไทยต้องเลือกเดิน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคที่ว่า &#8220;จีนกดปุ่มเดียว โลกทั้งใบหยุดผลิตรถไฟฟ้า สมาร์ทโฟน และอาวุธได้เลย&#8221; ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์หรือคำกล่าวอ้างที่เกินจริง ทว่ามันคือภาพสะท้อนของสถานการณ์โลกที่ก่อตัวขึ้นจริงนับตั้งแต่ปี 2025 และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปี 2026</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลานี้ ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกที่สำคัญยิ่ง ฝั่งหนึ่ง คือ ความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมเสาหลักอย่าง HDD และชิ้นส่วน EV อาจหดตัวลงจากต้นทุนที่พุ่งกระฉูด แต่อีกฝั่งหนึ่งก็คือแสงสว่างแห่งโอกาสที่เกิดขึ้นจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสหรัฐอเมริกา ผนวกกับการมีแหล่งทรัพยากรกราไฟต์ในประเทศ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่อาจปลดล็อกให้ไทยก้าวขึ้นเป็น Rare Earth Hub ของภูมิภาคอาเซียนได้อย่างภาคภูมิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว โลกกำลังขีดเขียนและสร้างกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับห่วงโซ่อุปทานระดับโกลบอล ประเทศไทยจะเลือกนั่งรอให้พญามังกรเป็นผู้กำหนดชะตากรรม หรือจะลุกขึ้นมาสร้างเส้นทางเดินของตัวเอง คำตอบอยู่ที่การลงมือทำตั้งแต่วันนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับนักธุรกิจ</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงเวลาที่ต้องเร่งสำรวจซัพพลายเออร์ทางเลือกนอกประเทศจีน และควรวางแผนบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบให้ครอบคลุมและเพียงพอสำหรับ 12 เดือนล่วงหน้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับนักลงทุน</b><span style="font-weight: 400;"> มองหาจังหวะกระจายความเสี่ยงด้วยการเข้าสะสมหุ้นหรือกองทุน ETF ที่เชื่อมโยงกับเหมืองแร่ในออสเตรเลียและแคนาดา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สำหรับภาครัฐ</b><span style="font-weight: 400;"> ควรเร่งผลักดันนโยบาย EEC Rare Earth Zone เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน FDI จากสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นรูปธรรม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสมรภูมิเศรษฐกิจยุคใหม่นี้ สายตาที่เฉียบคมและการปรับตัวที่รวดเร็วคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด เริ่มต้นจับตาความเคลื่อนไหวของบริษัทอย่าง Lynas, MP Materials และความคืบหน้าของ MOU ระหว่างสหรัฐฯ และไทยตั้งแต่วันนี้ เพราะในเกมกระดานแห่งนี้ ผู้ที่มองเห็นเทรนด์และลงมือทำได้เร็วกว่า ย่อมเป็นผู้คว้าชัยชนะไปครอบครองทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://earthrarest.com/neodymium/price/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://earthrarest.com/neodymium/price/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://earthrarest.com/dysprosium/price/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://earthrarest.com/dysprosium/price/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://earthrarest.com/terbium/price/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://earthrarest.com/terbium/price/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://strategicmetalsinvest.com/praseodymium-prices/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://strategicmetalsinvest.com/praseodymium-prices/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://strategicmetalsinvest.com/dysprosium-prices/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://strategicmetalsinvest.com/dysprosium-prices/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://strategicmetalsinvest.com/terbium-prices/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://strategicmetalsinvest.com/terbium-prices/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.price-watch.ai/samarium-oxide-prices/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.price-watch.ai/samarium-oxide-prices/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://rare-earth-mining.com/neodymium-price/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://rare-earth-mining.com/neodymium-price/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.imarcgroup.com/praseodymium-oxide-pricing-report" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.imarcgroup.com/praseodymium-oxide-pricing-report</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.metal.com/Rare-Earth-Oxides" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.metal.com/Rare-Earth-Oxides</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.china-briefing.com/news/chinas-rare-earth-export-controls-impacts-on-businesses/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.china-briefing.com/news/chinas-rare-earth-export-controls-impacts-on-businesses/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.china-briefing.com/news/chinas-rare-earth-elements-dominance-in-global-supply-chains/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.china-briefing.com/news/chinas-rare-earth-elements-dominance-in-global-supply-chains/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://epthinktank.eu/2025/11/24/chinas-rare-earth-export-restrictions/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://epthinktank.eu/2025/11/24/chinas-rare-earth-export-restrictions/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aljazeera.com/news/2025/10/10/china-tightens-export-controls-on-rare-earth-metals-why-this-matters" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aljazeera.com/news/2025/10/10/china-tightens-export-controls-on-rare-earth-metals-why-this-matters</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.whitecase.com/insight-alert/china-imposes-extraterritorial-jurisdiction-and-50-rule-export-controls-rare-earth" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.whitecase.com/insight-alert/china-imposes-extraterritorial-jurisdiction-and-50-rule-export-controls-rare-earth</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://discoveryalert.com.au/china-rare-earth-export-controls-2025-impact-energy-defense/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://discoveryalert.com.au/china-rare-earth-export-controls-2025-impact-energy-defense/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.questmetals.com/blog/china-rare-earth-exports-decline" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.questmetals.com/blog/china-rare-earth-exports-decline</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://rareearthexchanges.com/news/rare-earth-processing-2025-global-capacity-and-key-players/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://rareearthexchanges.com/news/rare-earth-processing-2025-global-capacity-and-key-players/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://rareearthexchanges.com/news/rare-earth-index-climbs-to-237-5-amid-broad-based-price-rises-across-heavy-and-strategic-ele" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://rareearthexchanges.com/news/rare-earth-index-climbs-to-237-5-amid-broad-based-price-rises-across-heavy-and-strategic-ele</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://gfmag.com/capital-raising-corporate-finance/china-grip-rare-earth-elements/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://gfmag.com/capital-raising-corporate-finance/china-grip-rare-earth-elements/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nsenergybusiness.com/projects/bayan-obo-rare-earth-mine/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nsenergybusiness.com/projects/bayan-obo-rare-earth-mine/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.geopoliticalmonitor.com/a-brief-history-of-us-china-rare-earth-rivalry/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.geopoliticalmonitor.com/a-brief-history-of-us-china-rare-earth-rivalry/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/global-rare-earth-magnets-research-145900416.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/global-rare-earth-magnets-research-145900416.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/rare-earths-mining-industry-review-103200699.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/rare-earths-mining-industry-review-103200699.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.ctia.com.cn/en/news/48033.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.ctia.com.cn/en/news/48033.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.sunsirs.com/commodity-news/petail-30318.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.sunsirs.com/commodity-news/petail-30318.html</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.krungsri.com/en/research/research-intelligence/rare-earth-2025" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.krungsri.com/en/research/research-intelligence/rare-earth-2025</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.tilleke.com/insights/thailands-critical-minerals-mou-with-the-united-states/49/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.tilleke.com/insights/thailands-critical-minerals-mou-with-the-united-states/49/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.thailand-business-news.com/companies/158470-thailand-approves-western-digitals-23-5-billion-baht-project" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.thailand-business-news.com/companies/158470-thailand-approves-western-digitals-23-5-billion-baht-project</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://thethaiger.com/news/national/thailand-boosts-hdd-production-with-23-516-billion-baht-investment" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://thethaiger.com/news/national/thailand-boosts-hdd-production-with-23-516-billion-baht-investment</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://the-decoder.com/project-vault-us-builds-12-billion-strategic-mineral-reserve/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://the-decoder.com/project-vault-us-builds-12-billion-strategic-mineral-reserve/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cbsnews.com/news/trump-rare-earth-minerals-stockpile-12-billion/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cbsnews.com/news/trump-rare-earth-minerals-stockpile-12-billion/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://discoveryalert.com.au/mp-materials-2025-market-performance-growth/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://discoveryalert.com.au/mp-materials-2025-market-performance-growth/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://smallcaps.com.au/article/lynas-rare-earths-kalgoorlie-plant-local-supply-chain-resilience" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://smallcaps.com.au/article/lynas-rare-earths-kalgoorlie-plant-local-supply-chain-resilience</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.linkedin.com/posts/theprojectblue_rareearths-criticalmaterials-activity-7349390409787162624-5v-w" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.linkedin.com/posts/theprojectblue_rareearths-criticalmaterials-activity-7349390409787162624-5v-w</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/overcoming-the-rare-earth-crisis/">ผ่าวิกฤต ธาตุหายาก เมื่อจีนคุมซัพพลายโลกล็อกส่งออก สะเทือนอุตสาหกรรมไทย </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/overcoming-the-rare-earth-crisis/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกหลัง GM ตัดจีน ซัพพลายเชนระส่ำ โอกาสทองหรือวิกฤตของไทย?</title>
		<link>https://www.thesignals.net/gm-supply-chain-decoupling-china-impact-thailand/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/gm-supply-chain-decoupling-china-impact-thailand/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 10:00:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[GM]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายฐานการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[รถEV]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=1283</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา General Motors หรือ GM ได้สร้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/gm-supply-chain-decoupling-china-impact-thailand/">โลกหลัง GM ตัดจีน ซัพพลายเชนระส่ำ โอกาสทองหรือวิกฤตของไทย?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา General Motors หรือ GM ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลก เมื่อค่ายรถยักษ์ใหญ่จากดีทรอยต์ส่งจดหมายแจ้งซัพพลายเออร์กว่า 1,000 รายทั่วโลก ด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนว่า </span><b>“ภายในปี 2027 ห้ามใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในจีนโดยเด็ดขาด”</b><span style="font-weight: 400;"> นโยบายนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างเศรษฐกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งเป็นยุคที่มหาอำนาจไม่ได้แข่งขันกันด้วยราคาสินค้าที่ถูกที่สุดอีกต่อไป แต่หันมาแข่งกันในเรื่องความมั่นคงและอำนาจต่อรองทางเทคโนโลยีแทน</span></p>
<h2><b>โลกหลัง GM ตัดจีน ซัพพลายเชนระส่ำ โอกาสทองหรือวิกฤตของไทย?</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1301" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/ererer_5_11zon.webp" alt="โลกหลัง GM ตัดจีน ซัพพลายเชนระส่ำ โอกาสทองหรือวิกฤตของไทย?" width="1200" height="1500" title="โลกหลัง GM ตัดจีน ซัพพลายเชนระส่ำ โอกาสทองหรือวิกฤตของไทย?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/ererer_5_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/ererer_5_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/ererer_5_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/ererer_5_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/ererer_5_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/ererer_5_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(ข้อควรรู้: ซัพพลายเชนโลก หรือ Global Supply Chain คือ เครือข่ายที่เชื่อมโยงการผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งกระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยแต่ละขั้นตอนจะมีความเชื่อมโยงและพึ่งพากันอย่างซับซ้อน)</span></p>
<h4><b>จากสงครามการค้า สู่การแยกตัว (Decoupling) เต็มรูปแบบ</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปในปี 2018 สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนได้เปิดฉากขึ้นผ่านการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กัน ในช่วงเวลานั้น ภาคธุรกิจส่วนใหญ่อาจมองว่าเป็นเพียงความขัดแย้งระยะสั้น ทว่าเวลาได้พิสูจน์แล้วว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่ถาวร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประกอบกับช่วงปี 2020–2022 วิกฤตโควิด-19 ได้เข้ามาตอกย้ำช่องโหว่ของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เมื่อโรงงานหลักในจีนต้องปิดเมือง การขนส่งหยุดชะงัก และเกิดวิกฤตชิปขาดแคลนจนค่ายรถยนต์หลายแห่งต้องหยุดสายการผลิต จากบทเรียนดังกล่าว คำว่า<strong> “กระจายความเสี่ยง” (Diversify)</strong> จึงกลายเป็นกลยุทธ์หลักของทุกอุตสาหกรรมในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มเห็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกย้ายฐานการผลิตอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น Apple ที่ขยายฐานการประกอบ iPhone ไปยังเวียดนาม ขณะที่ Dell หันไปตั้งโรงงานประกอบโน้ตบุ๊กในอินเดีย ด้าน Tesla เองก็เริ่มสร้างฐานการผลิตในเม็กซิโกเพื่อป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดอเมริกาเหนือโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สินค้า Made in China ดังนั้น การแยกห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน (Decoupling) จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงเทคโนโลยี แต่กำลังขยายวงกว้างสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มตัว</span></p>
<h4><b>ทำไม GM ถึงกำหนดเส้นตายในปี 2027?</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดสินใจของ GM มีเบื้องหลังที่มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)</b><span style="font-weight: 400;"> ภายหลังความตึงเครียดในประเด็นไต้หวันและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีชิปที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับจีน ความไว้วางใจระหว่างสองมหาอำนาจก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ ประเมินว่าการพึ่งพาชิ้นส่วนยานยนต์จากจีนอาจก่อให้เกิดช่องโหว่ทางไซเบอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไร้คนขับ ด้วยเหตุนี้ GM จึงจำเป็นต้องเร่งสร้างห่วงโซ่การผลิตที่ปลอดภัยกว่า แม้จะต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>รอยแผลจากปัญหาโลจิสติกส์</b><span style="font-weight: 400;"> วิกฤตชิปขาดแคลนปี 2021-2023 ส่งผลให้ GM ต้องหยุดโรงงานหลายแห่งในอเมริกาเหนือ (เช่น Fairfax, Kansas; Ingersoll, Ontario; San Luis Potosi, Mexico) และสูญเสีย production กว่า 10,000 คัน/สัปดาห์ในบางช่วง โดยรวมสูญรายได้พันล้านดอลลาร์จริง แต่ไม่มีหลักฐานโรงงานเจียงซู (Jiangsu) ล่าช้า 2 สัปดาห์หรือเชื่อมโยงตรงกับสาย EV เดนเวอร์ (ซึ่งไม่มีสาย EV แล้วใน 2021) ปัญหามาจาก global shortage รวม Taiwan/US suppliersและทำให้ต้นทุนบานปลาย การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงเป็นการเลือกที่จะ &#8220;ป้องกัน&#8221; มากกว่าตามแก้ปัญหา</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ต้นทุนและกฎหมายสนับสนุน (IRA)</b><span style="font-weight: 400;"> กฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) ของสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่า รถ EV ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะต้องใช้วัตถุดิบจากประเทศพันธมิตร อเมริกาเหนือ ยุโรป หรือญี่ปุ่นเท่านั้น หาก GM ยังคงพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน รถยนต์ของบริษัทจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดบ้านเกิดทันที นโยบายนี้จึงเป็นกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจอย่างแท้จริง</span></li>
</ol>
<h4><b>การรื้อโครงสร้างซัพพลายเชนครั้งประวัติศาสตร์ของ GM</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก Reuters (12 พ.ย. 2025) ระบุว่า GM มีซัพพลายเออร์หลักพันรายทั่วโลกที่ต้องปรับ sourcing ออกจากจีนสำหรับรถผลิตในอเมริกาเหนือ โดยไม่มี breakdown จำนวนเอเชียหรือ % พึ่งจีนเฉพาะ คำสั่งล่าสุดกำหนดให้ทุกบริษัทต้องย้ายฐานการจัดหาออกจากจีนทั้งหมดภายในปี 2027 ดังตารางสรุป</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">หมวดชิ้นส่วน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สถานะปัจจุบัน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เป้าหมาย GM ปี 2027</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">วัตถุดิบ/ชิ้นส่วนทั่วไป</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พึ่งพาจีนสูง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คลายเฟสเอาท์สำหรับรถ NA</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">อิเล็กทรอนิกส์/สายไฟ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขึ้นกับจีน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กระจายตามภูมิภาคใหม่</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3><b>โลกหลัง GM ตัดจีน  เทรนด์ใหม่ของซัพพลายเชนโลก และการวางหมากของไทย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงการโลจิสติกส์มักกล่าวกันว่า &#8220;ซัพพลายเชนที่เปลี่ยนช้า คือ ธุรกิจที่ตายเร็ว&#8221; สิ่งที่ GM กำลังดำเนินการอยู่สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการย้ายฐานการผลิตระดับโลกที่กำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง</span></p>
<h4><b>ทิศทางการย้ายฐานการผลิตโลก</b></h4>
<p><b>เวียดนาม &#8211; สู่การเป็นโรงงานโลกยุคใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> เวียดนามกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญภายใต้กลยุทธ์ “China + 1” ข้อมูลจาก Bloomberg (ม.ค. 2026) ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนในภาคอิเล็กทรอนิกส์ของเวียดนามจากบริษัทสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเติบโตขึ้นกว่า 35% ภายในเวลาเพียงปีเดียว บริษัทชั้นนำอย่าง Foxconn, LG และ Panasonic ได้เปิดโรงงานแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจาก Apple และกลุ่มซัพพลายเออร์ของ GM จุดแข็งของเวียดนามอยู่ที่ต้นทุนแรงงานที่แข่งขันได้ ควบคู่กับนโยบายภาครัฐที่ให้สิทธิภาษีนำเข้าเครื่องจักร 0% สำหรับการย้ายฐานจากจีน อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังมีความท้าทายเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและระบบไฟฟ้าที่อาจยังไม่เพียงพอต่ออุตสาหกรรมหนัก</span></p>
<p><b>เม็กซิโก &#8211; ศูนย์กลาง Nearshoring ฝั่งตะวันตก</b><span style="font-weight: 400;"> สหรัฐฯ ได้ผลักดันนโยบาย Nearshoring มาตั้งแต่ปี 2024 โดยให้สิทธิประโยชน์ US-Mexico Trade Bonds เพื่อดึงซัพพลายเออร์ให้กลับมาตั้งฐานการผลิตใกล้ประเทศแม่ เม็กซิโกจึงถูกยกระดับให้เป็น “ดีทรอยต์แห่งใหม่ของอเมริกาเหนือ” โดยในปี 2025 มีบริษัทผลิตชิ้นส่วน EV จากจีนกว่า 12 ราย ย้ายฐานมายังเม็กซิโกเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางภาษี IRA แต่ยังคงสามารถป้อนสินค้าให้ GM ได้</span></p>
<p><b>ไทย &#8211; จุดตัดยุทธศาสตร์ของห่วงโซ่โลก</b><span style="font-weight: 400;"> ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ไทยเป็นประเทศเดียวในกลุ่มอาเซียนที่มีศักยภาพการผลิตครบวงจร ตั้งแต่ชิ้นส่วนเหล็กต้นน้ำไปจนถึงการประกอบรถยนต์สำเร็จรูป ปัจจัยนี้ทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะดึงดูดการลงทุนจากบริษัทที่ต้องการย้ายฐานออกจากจีน</span></p>
<h4><b>แร่หายาก (Rare Earth) – หัวใจของเกมยานยนต์ไฟฟ้า</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ยานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ไม่ได้พึ่งพาน้ำมัน แต่พึ่งพา &#8220;แม่เหล็กหายาก&#8221; (Rare Earth Magnets) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในมอเตอร์ ระบบเบรก และเซนเซอร์กว่า 50 จุดในรถหนึ่งคัน ข้อมูลจาก WSJ (ต.ค. 2025) ระบุว่า จีนครองส่วนแบ่งตลาดแม่เหล็กหายากถึง 90% ของโลก และเมื่อปลายปี 2025 รัฐบาลจีนได้ประกาศจำกัดการส่งออกแร่สำคัญอย่าง Neodymium และ Dysprosium ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 70% ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับความเสี่ยงนี้ GM ได้ทุ่มงบลงทุน 400 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานผลิตแม่เหล็ก Rare Earth ในรัฐนิวยอร์ก ร่วมกับ MP Materials แม้หลายประเทศจะมีแหล่งแร่ แต่กระบวนการสกัดนั้นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและใช้เวลานานในการพัฒนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Bloomberg (ม.ค. 2026) ประเมินว่าการย้ายฐานผลิตออกจากจีนอาจทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นราว 10–15% ทว่าผู้บริหารของ GM มองว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เปรียบเสมือน &#8220;ค่าธรรมเนียมแห่งความมั่นคง&#8221; ที่จะช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นและอยู่รอดได้ในระยะยาว</span></p>
<h4><b>ผลกระทบต่อไทย &#8216;โอกาสและความเสี่ยง&#8217;</b></h4>
<p><b>โอกาสทองของไทย (Base Hub แห่งใหม่ของอาเซียน)</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ในปี 2025 ไทยยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำโดยส่งออกรถยนต์ได้มากกว่า 1 ล้านคัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">พื้นที่ EEC มีซัพพลายเออร์ยานยนต์รวมตัวกันกว่า 2,200 ราย ครอบคลุมตั้งแต่ Tier 1 ถึง Tier 3</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">โครงการระดับชาติอย่าง Battery Valley ในจังหวัดระยอง กำลังเตรียมความพร้อมในการเป็นฐานวัสดุสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจาก BOI (ปี 2026) ระบุว่า มูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยพุ่งสูงถึง 140 พันบาท เติบโตขึ้น 48% ในปีเดียว</span></li>
</ul>
<p><b>ความท้าทายที่ต้องระวัง</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าวัสดุโลหะหายากจากจีนสูงถึง 85% หากจีนใช้มาตรการลดโควตาส่งออก ต้นทุนการผลิตของไทยจะได้รับผลกระทบทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ซัพพลายเออร์ในประเทศบางส่วนยังขาดความพร้อมด้านมาตรฐาน Carbon Neutral และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Quality Digital Traceability) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่แบรนด์ระดับโลกบังคับใช้</span></li>
</ul>
<h4><b>ตารางเปรียบเทียบศักยภาพในภูมิภาคอาเซียน</b></h4>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ตัวชี้วัดหลัก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไทย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เวียดนาม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อินโดนีเซีย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มาเลเซีย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">แรงงานมีฝีมือ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูง (ระบบ Vocational ครบ)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปานกลาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปานกลาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โครงสร้างพื้นฐาน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดีที่สุดในอาเซียน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดี</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปานกลาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ดี</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">แรงจูงใจลงทุน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">EEC ให้สิทธิภาษีสุดขีด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ภาษีต่ำ แต่ที่ดินจำกัด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เน้น Mining มากกว่า EV</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เสถียรแต่ตลาดเล็ก</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงทางการเมือง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต่ำ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต่ำ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปานกลาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต่ำ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">วัตถุดิบสำคัญ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้องนำเข้า Rare Earth</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มีแหล่งประกอบ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มี Nickel จำนวนมาก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">จำกัด</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4><b>ข้อมูลสำคัญที่ควรติดตาม</b></h4>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปี 2025 จีนส่งออกแม่เหล็ก 56,000 ตัน คิดเป็น 90% ของตลาดโลก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปี 2026 GM ประกาศลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างห่วงโซ่ใหม่ที่ไม่พึ่งพาจีน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ไตรมาส 1/2026 กรมศุลกากรระบุว่า ไทยส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 17% ทันทีหลังคำประกาศของ GM</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ปี 2027 เวียดนามคาดการณ์ยอดผลิตมอเตอร์ EV จะเติบโตขึ้น 30%</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ถึงปี 2030 Bloomberg ประเมินว่าการย้ายซัพพลายเชนจะช่วยให้ GDP ของอาเซียนเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.8% ต่อปี</span></li>
</ul>
<h3><b>มุมมองและบทสรุปสำหรับอนาคต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกหลังปี 2026 กำลังก้าวข้ามยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วย &#8220;ต้นทุนที่ต่ำที่สุด&#8221; ไปสู่การสร้าง &#8220;ความยืดหยุ่นและความมั่นคง&#8221; ทิศทางที่ GM เริ่มต้นในวันนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ให้ค่ายรถยักษ์ใหญ่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Tesla, Toyota หรือ Volkswagen ต้องปรับตัวตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศไทยที่ยืนอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางของอาเซียน นี่คือจังหวะเวลาสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้วโอกาสนี้มาพร้อมกับนาฬิกาที่กำลังเดินไปข้างหน้า หากภาคอุตสาหกรรมไทยไม่เร่งยกระดับทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยี EV และพัฒนากระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก เราอาจติดกับดักการเป็นเพียง &#8220;ฐานรับจ้างประกอบ&#8221; ในขณะที่มูลค่าเพิ่มและเทคโนโลยีระดับสูงตกไปอยู่กับคู่แข่งอย่างเวียดนามหรืออินโดนีเซีย ผู้ชนะในสมรภูมิห่วงโซ่โลกใบใหม่นี้ จะไม่ใช่ผู้ที่มีกำลังผลิตมากที่สุด แต่คือผู้ที่ปรับตัวได้ตรงจังหวะและมีความยืดหยุ่นสูงที่สุดต่างหาก</span></p>
<h3><b>คำถามที่พบบ่อย (FAQ)</b></h3>
<p><b>Q1 : ทำไม GM ถึงต้องตัดจีนออกจากห่วงโซ่ภายในปี 2027?</b><span style="font-weight: 400;"> A : ปัจจัยหลักคือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเงื่อนไขของกฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่ารถ EV ที่จะได้รับเครดิตภาษี ต้องไม่ใช้ชิ้นส่วนจากจีนหรือประเทศที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรทางความมั่นคง</span></p>
<p><b>Q2 : การย้ายซัพพลายเชนออกจากจีนส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก?</b><span style="font-weight: 400;"> A : ทำให้เกิดคลื่นการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกาเหนือ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยของบริษัทต่างๆ เพิ่มขึ้นประมาณ 10–15% จากการต้องสร้างฐานโลจิสติกส์และโรงงานใหม่</span></p>
<p><b>Q3 : ซัพพลายเออร์ไทยจะได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้จริงหรือไม่?</b><span style="font-weight: 400;"> A : มีโอกาสได้ประโยชน์สูง หากสามารถยกระดับเทคโนโลยีการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการย้ายฐานจากกลุ่มทุนญี่ปุ่นและยุโรป</span></p>
<p><b>Q4 : ประเทศจีนจะมีแนวทางรับมือหรือตอบโต้อย่างไร?</b><span style="font-weight: 400;"> A : จีนอาจใช้กลยุทธ์ “Niche Products Strategy” โดยหันไปเน้นผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงที่หาคนมาแทนที่ยาก เช่น แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน หรือ Rare Earth เกรดพิเศษที่ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางเคมีของจีน</span></p>
<p><b>Q5 : ประเทศไทยมีศักยภาพพอที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิต Rare Earth ได้หรือไม่?</b><span style="font-weight: 400;"> A : ไทยมีแหล่งแร่ตั้งต้นอย่าง Monazite และ Bastnaesite อยู่บ้าง แต่ยังขาดเทคโนโลยีการสกัด หากภาครัฐสามารถสร้าง “Rare Earth Hub” ในเขต EEC และดึงดูดพันธมิตรอย่างญี่ปุ่นหรือออสเตรเลียได้ ภายใน 5 ปีไทยก็มีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับอาเซียนได้</span></p>
<p><b>Q6 : นักลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามประเด็นใดในปี 2026–2027?</b><span style="font-weight: 400;"> A :</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">ความคืบหน้าการสร้างฐานการผลิต EV ของ GM ในเม็กซิโกและเวียดนาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">การตั้งคลัสเตอร์ซัพพลายเชนแห่งใหม่ในไทยและอินโดนีเซีย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นโยบายการควบคุมโควตาส่งออก Rare Earth ของจีน ซึ่งจะกระทบต่อราคาแม่เหล็กในตลาดโลก</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/autos-transportation/gm-wants-parts-makers-pull-supply-chains-china-2025-11-12/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/autos-transportation/gm-wants-parts-makers-pull-supply-chains-china-2025-11-12/</span></a><span style="font-weight: 400;">​</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/gm-orders-suppliers-ditch-china-173000890.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/gm-orders-suppliers-ditch-china-173000890.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.inboundlogistics.com/articles/pedal-to-the-metal-general-motors-orders-suppliers-to-exit-china-supply-chains/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.inboundlogistics.com/articles/pedal-to-the-metal-general-motors-orders-suppliers-to-exit-china-supply-chains/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2025/11/12/gm-wants-parts-makers-to-pull-supply-chains-from-china.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2025/11/12/gm-wants-parts-makers-to-pull-supply-chains-from-china.html</span></a><span style="font-weight: 400;">​</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.boi.go.th/index.php?page=boi_news_en&amp;language=en" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.boi.go.th/index.php?page=boi_news_en&amp;language=en</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/gm-supply-chain-decoupling-china-impact-thailand/">โลกหลัง GM ตัดจีน ซัพพลายเชนระส่ำ โอกาสทองหรือวิกฤตของไทย?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/gm-supply-chain-decoupling-china-impact-thailand/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัญญาณเตือนธุรกิจไทย เจาะผลกระทบเมื่อสหรัฐฯ จ่อใช้ Global Tariff 15% พร้อมวิธีรับมือ</title>
		<link>https://www.thesignals.net/global-tariff-15/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/global-tariff-15/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 16:40:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[Global Tariff]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นทุนธุรกิจนำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการค้าทรัมป์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบธุรกิจส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีนำเข้าสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=681</guid>

					<description><![CDATA[<p>จาก FB ของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ออกมา อธิบายถึงนโยบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/global-tariff-15/">สัญญาณเตือนธุรกิจไทย เจาะผลกระทบเมื่อสหรัฐฯ จ่อใช้ Global Tariff 15% พร้อมวิธีรับมือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จาก FB ของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ออกมา อธิบายถึงนโยบายการค้าจากสหรัฐอเมริกาที่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า Global Tariff ซึ่งอาจถูกยกระดับขึ้นเป็น 15% บทความนี้ The Signals จะดูที่มาที่ไป ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญที่สุด คือ &#8220;ธุรกิจของคุณควรเตรียมตัวอย่างไร&#8221; เพื่อพลิกความไม่แน่นอนให้เป็นแผนบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม</span></p>
<h2><b>สัญญาณเตือนธุรกิจไทย เจาะผลกระทบเมื่อสหรัฐฯ จ่อใช้ Global Tariff 15% พร้อมวิธีรับมือ</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-677" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/02022_3_11zon.webp" alt="สัญญาณเตือนธุรกิจไทย เจาะผลกระทบเมื่อสหรัฐฯ จ่อใช้ Global Tariff 15% พร้อมวิธีรับมือ" width="1200" height="1500" title="สัญญาณเตือนธุรกิจไทย เจาะผลกระทบเมื่อสหรัฐฯ จ่อใช้ Global Tariff 15% พร้อมวิธีรับมือ" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/02022_3_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/02022_3_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/02022_3_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/02022_3_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/02022_3_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/02022_3_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่าเมื่อไม่นานมานี้ ภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศเกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในการใช้อำนาจภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) แต่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณชัดเจนในการเดินหน้ากระบวนการเปลี่ยนผ่าน (Adjustment Process) เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างภาษีนำเข้าใหม่ทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูลการแถลงนโยบาย พบว่ามีความพยายามที่จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรแบบครอบคลุม (Global Tariff) โดยเริ่มต้นจากการประเมินที่ 10% และมีแนวโน้มที่จะขยับเพดานขึ้นเป็น 15% สิ่งที่ทีม The Signals ต้องการเน้นย้ำคือ ภาระภาษีในภาพรวมอาจเพิ่มสูงขึ้นกว่ายุคการเจรจาการค้าระดับทวิภาคี (Bilateral Trade Agreements) ที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าต้นทุนการนำเข้าสินค้าเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<h3><b>เครื่องมือทางกฎหมายของสหรัฐฯ มากกว่าแค่เรื่องฉุกเฉิน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ประกอบการหลายท่านอาจสงสัยว่า สหรัฐฯ สามารถปรับขึ้นภาษีโดยพลการได้หรือไม่? คำตอบคือ &#8220;ได้&#8221; หากอาศัยช่องทางกฎหมายที่รัฐสภาสหรัฐฯ เคยบัญญัติไว้ในอดีต ทีม The Signals ได้รวบรวมข้อมูลจาก Office of the United States Trade Representative (USTR) เพื่ออธิบายกฎหมายหลักที่อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ดังนี้</span></p>
<ol>
<li><b> Trade Act of 1974 (พระราชบัญญัติการค้า ปี 1974)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Section 122 </b><span style="font-weight: 400;"> ถือเป็นมาตราที่จับตามองมากที่สุด เนื่องจากให้อำนาจประธานาธิบดีในการใช้มาตรการภาษีเพื่อจัดการกับปัญหาดุลการชำระเงิน (Balance of Payments) โดยสามารถกำหนด Global Tariff ได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลา 150 วัน (หรือประมาณ 5 เดือน) ซึ่งเป็นเครื่องมือระยะสั้นที่ทรงพลัง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Section 201 และ Section 301</b><span style="font-weight: 400;"> กฎหมายเหล่านี้อนุญาตให้ใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ (Safeguards) และตอบโต้ประเทศที่มีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม</span></li>
</ul>
<ol start="2">
<li><b> Trade Expansion Act of 1962 (พระราชบัญญัติการขยายการค้า ปี 1962)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Section 232</b><span style="font-weight: 400;"> ให้อำนาจในการจำกัดการนำเข้าหรือเก็บภาษีเพิ่มเติม หากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ตรวจสอบพบว่าการนำเข้านั้นคุกคาม &#8220;ความมั่นคงของชาติ&#8221; (National Security)</span></li>
</ul>
<ol start="3">
<li><b> Tariff Act of 1930 (พระราชบัญญัติศุลกากร ปี 1930)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>Section 338</b><span style="font-weight: 400;"> กฎหมายเก่าแก่ตั้งแต่ยุคสงครามการค้าในอดีต ซึ่งระบุให้อำนาจในการเก็บภาษีเพิ่มเติมสูงสุดถึง 50% ต่อประเทศที่เลือกปฏิบัติต่อสินค้าของสหรัฐฯ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาผลักดันกฎหมายใหม่ผ่านสภาคองเกรส เช่น รูปแบบของ Sanctioning Acts ต่างๆ ที่อาจให้อำนาจกำหนดภาษีสูงแบบทวีคูณกับประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับคู่ขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ</span></p>
<h3><b>ผลกระทบแบบโดมิโนต่อภาคธุรกิจและซัพพลายเชนระดับโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิจารณาโครงสร้างภาษีใหม่ ประเทศที่เคยได้เปรียบจากข้อตกลงการค้าเดิมจะได้รับผลกระทบโดยตรง จากการประเมินเบื้องต้นของทีม The Signals หากมาตรการ 15% ถูกบังคับใช้:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มประเทศที่เคยได้แต้มต่อ </b><span style="font-weight: 400;">ประเทศที่เคยรักษาอัตราภาษีนำเข้าไว้ที่ระดับต่ำ (เช่น 10% หรือต่ำกว่า) ผ่าน Reciprocal Tariffs อย่างสิงคโปร์หรือสหราชอาณาจักร จะสูญเสียความได้เปรียบด้านราคาไปในทันที ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ลดลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลัก </b><span style="font-weight: 400;">สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะเผชิญกับกำแพงภาษีที่สูงขึ้น บังคับให้ต้องทบทวนโครงสร้างราคาหรือย้ายฐานการผลิต</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ประเทศไทยและอาเซียน</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับสินค้าที่เคยเผชิญกำแพงภาษีในระดับ 19-20% อาจดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบมากนักในแง่ของตัวเลขสุทธิ (อาจมีการปรับลดลงเล็กน้อยมาที่ฐาน 15%) แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญคือ </span><b>&#8220;ความไม่แน่นอน&#8221; (Uncertainty)</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของการวางแผนธุรกิจระยะยาว</span></li>
</ul>
<h3><b>กรณีศึกษา ผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นเราขอเสนอตัวอย่างสมมติเพื่อการศึกษา ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สถานการณ์สมมติ &#8211; </b><span style="font-weight: 400;">บริษัท A ในไทยส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 1,000,000 ดอลลาร์ เดิมเสียภาษีนำเข้า 5% (50,000 ดอลลาร์)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>หากโดน Global Tariff 15% &#8211;</b><span style="font-weight: 400;"> ภาษีจะพุ่งขึ้นเป็น 150,000 ดอลลาร์ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 100,000 ดอลลาร์นี้ บริษัท A จะต้องตัดสินใจว่า</span>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">ผลักภาระไปให้ผู้บริโภคปลายทาง (ซึ่งอาจทำให้ยอดขายตก)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">บีบซัพพลายเออร์ต้นน้ำให้ลดราคาวัตถุดิบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="2"><span style="font-weight: 400;">รับภาระไว้เอง ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิ (Profit Margin) หดตัวรุนแรง</span></li>
</ol>
</li>
</ul>
<h3><b>4 แนวทางรับมือสำหรับผู้ประกอบการ </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">The Signals ได้รวบรวมหลักการบริหารจัดการความเสี่ยงจากสถาบันและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจระดับโลก เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การสร้างความยืดหยุ่นให้ซัพพลายเชน (Supply Chain Resilience)</b><span style="font-weight: 400;"> ขอยกแนวทางจากบทความวิเคราะห์ของ </span><i><span style="font-weight: 400;">Harvard Business Review</span></i><span style="font-weight: 400;"> (ปี 2020) เกี่ยวกับกลยุทธ์ &#8220;China Plus One&#8221; หรือการแสวงหาแหล่งผลิตสำรอง การกระจายฐานการผลิตและแหล่งวัตถุดิบ (Dual Sourcing) จะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งโดนกำแพงภาษีแบบเจาะจง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA Utilization)</b><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของไทยแนะนำให้ผู้ประกอบการศึกษาและใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA อื่นๆ ที่ไทยมีกับประเทศคู่ค้า เช่น RCEP, JTEPA เพื่อกระจายความเสี่ยงและขยายฐานลูกค้าไปยังทวีปอื่นนอกเหนือจากสหรัฐฯ (ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, 2025)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การทำ Hedging ด้านโครงสร้างราคา</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินองค์กรแนะนำให้มีการทำสัญญากับคู่ค้าแบบยืดหยุ่น โดยระบุเงื่อนไขการรับผิดชอบร่วมกัน (Cost-sharing mechanism) หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้าอย่างฉับพลัน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เพิ่มมูลค่าและนวัตกรรม (Value-Added Creation)</b><span style="font-weight: 400;"> หลักการจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">Michael Porter</span></i><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การแข่งขัน ระบุว่าสินค้าที่มีความแตกต่าง (Differentiation) และมีมูลค่าเพิ่มสูง จะมีความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ดีกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป (Commodities) ที่แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว</span></li>
</ol>
<p><b>บทสรุป </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สงครามการค้าและการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจ เป็นตัวแปรเชิงระบบ (Systematic Risk) ที่ธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้ สิ่งที่สะท้อนจากความพยายามในการใช้ Global Tariff 15% ผ่านกฎหมายดั้งเดิมอย่าง Trade Act 1974 ชี้ให้เห็นว่าโลกธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุคของความผันผวนสูง (VUCA World) อย่างแท้จริง</span></p>
<p><b>ในฐานะคนทำธุรกิจ สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ คือ &#8220;การเตรียมความพร้อม&#8221; ทีม The Signals มองว่า นี่ไม่ใช่เวลาของการตื่นตระหนก แต่เป็นเวลาของการกลับมาทบทวนโครงสร้างต้นทุน กระจายความเสี่ยง และสร้างซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ ไม่ว่านโยบายการค้าโลกจะเปลี่ยนทิศทางไปทางใดก็ตาม</b></p>
<h3><b>FAQ </b></h3>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Global Tariff แตกต่างจาก Reciprocal Tariff อย่างไร? Global Tariff คือการเรียกเก็บภาษีนำเข้าครอบคลุมสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตราที่กำหนด ส่วน Reciprocal Tariff คือการจัดเก็บภาษีแบบต่างตอบแทนตามข้อตกลงทวิภาคีเป็นรายประเทศ</b></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Trade Act 1974 มาตรา 122 คืออะไร? เป็นกฎหมายสหรัฐฯ ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% เป็นเวลาสูงสุด 150 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงินที่ขาดดุลอย่างรุนแรง</b></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ธุรกิจนำเข้าในไทยจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่? หากธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มีมาตรการกีดกันการส่งออกบางชนิด อาจทำให้วัตถุดิบขาดแคลน หรือหากประเทศอื่นมีมาตรการตอบโต้ (Retaliation) สินค้าเข้าไทยอาจผันผวนด้านราคา</b></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ถ้ามีการเก็บภาษี 15% จริง ธุรกิจควรผลักภาระให้ลูกค้าทั้งหมดหรือไม่? ทีม The Signals รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า ไม่ควรผลักภาระทั้งหมดในทันที ควรเจรจากับคู่ค้า (Cost-sharing) และพยายามลดต้นทุนภายในองค์กรก่อน เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด</b></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>ตลาดไหนที่ผู้ส่งออกไทยควรหันไปโฟกัสแทนสหรัฐฯ? กระทรวงพาณิชย์แนะนำให้ให้ความสำคัญกับตลาดที่มีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับไทย เช่น ตลาดภายใต้ RCEP, อาเซียน, ตะวันออกกลาง, และอินเดีย</b></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>กฎหมาย Section 232 อ้างอิงเรื่องอะไร? อ้างอิงเรื่อง &#8220;ความมั่นคงของชาติ&#8221; โดยสหรัฐฯ สามารถอ้างได้ว่าการนำเข้าสินค้าบางชนิด (เช่น เหล็ก หรือเทคโนโลยี) กระทบต่อความมั่นคง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการขึ้นภาษี</b></li>
</ul>
<ul>
<li aria-level="1"><b>Clause ประเภทใดที่ควรระบุในสัญญาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาษี? ควรพิจารณาระบุ &#8220;Tariff Clause&#8221; หรือเงื่อนไขการปรับราคาหากมีการเปลี่ยนแปลงภาษีนำเข้าจากนโยบายรัฐ เพื่อป้องกันการขาดทุนจากสัญญาแบบ Fix Price</b></li>
<li aria-level="1"><b>ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ที่ไม่มีอำนาจต่อรองควรทำอย่างไร? มุ่งเน้นที่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added) ให้สินค้ามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Niche) เพื่อลดการแข่งขันทางราคา และทำให้ลูกค้าพึ่งพาสินค้าของคุณมากขึ้น</b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก FB </span><span style="font-weight: 400;">Kobsak Pootrakool</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/global-tariff-15/">สัญญาณเตือนธุรกิจไทย เจาะผลกระทบเมื่อสหรัฐฯ จ่อใช้ Global Tariff 15% พร้อมวิธีรับมือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/global-tariff-15/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ</title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94-5000/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94-5000/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2026 13:25:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[The Signals]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทองคำ 5000 ดอลลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทองคำโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ 2026]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=220</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับเรื่องการเงินระดับโลก เวลานี้ไม่มีปรากฏการณ์ใดที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94-5000/">ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเรื่องการเงินระดับโลก เวลานี้ไม่มีปรากฏการณ์ใดที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้เท่ากับการที่สินทรัพย์อ้างอิงหลักอย่าง </span><b>&#8220;ทองคำ&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะคาดการณ์ได้ ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ราคาทองคำโลกได้เปลี่ยนผ่านจากระดับ $4,600 สู่การทำ New High ประวัติศาสตร์ที่เหนือระดับ </span><b>$5,000 ต่อออนซ์</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างเต็มตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 25 มกราคม 2026)</span></p>
<h2><strong>ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ</strong></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-225 aligncenter" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-4.webp" alt="ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ" width="1080" height="1350" title="ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-4.webp 1080w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-4-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-4-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-4-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-4-750x938.webp 750w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีม </span><b>The Signals</b><span style="font-weight: 400;"> ได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์เชิงลึก พบว่า การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของแรงเก็งกำไรระยะสั้น แต่คือผลลัพธ์ของ &#8220;Perfect Storm&#8221; ที่ประกอบด้วยวิกฤตศรัทธา รอยร้าวทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบทศวรรษ</span></p>
<h3><b>สถิติที่ต้องจดจำ ทองคำในปี 2025-2026</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะเจาะลึกถึงปัจจัยขับเคลื่อน ทีม The Signals ขอนำเสนอตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนควรรู้</span></p>
<p><b>ผลตอบแทนที่น่าทึ่งในปี 2025 </b><span style="font-weight: 400;">ตามรายงานจาก Reuters ราคาทองคำพุ่งขึ้นถึง 64% ตลอดปี 2025 นับเป็นปีที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในรอบหลายปี แรงหนุนหลักมาจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ความต้องการจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนที่ซื้อทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนธันวาคม และการไหลเข้าของเงินลงทุนสู่กองทุน ETF ทองคำที่ทำสถิติสูงสุด​</span></p>
<p><b>ต้นปี 2026 ยังไม่หยุดวิ่ง </b><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026 ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 16-17% ตามข้อมูลจาก ABC News และ Investing.com ในสัปดาห์เดียว (12-25 มกราคม 2026) ราคาพุ่งจากระดับประมาณ $4,600 มาสู่ $5,000 ซึ่ง Morningstar รายงานว่าเป็นสัปดาห์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020</span></p>
<p><b>เงินราคาพุ่งตาม</b><span style="font-weight: 400;"> ไม่เพียงทองคำเท่านั้น แต่เงิน (Silver) ก็ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยพุ่งขึ้นมาแตะ $109.44 ต่อออนซ์ ตามรายงานจาก Reuters สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<h3><b>พายุภูมิรัฐศาสตร์ที่พัดกระหน่ำ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะเข้าใจว่าทำไมทองคำถึงพุ่งขึ้นเร็วขนาดนี้ ต้องมองภาพรวมของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกันหลายแนวรบ</span></p>
<p><b>วิกฤต Greenland : รอยร้าวระหว่างพันธมิตร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดในช่วงต้นปี 2026 คือ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศพันธมิตรในยุโรปเรื่อง Greenland ตามข้อมูลจาก Wikipedia ในหัวข้อ Greenland Crisis ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์บน Truth Social เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมว่า &#8220;NATO : บอกเดนมาร์กให้ออกไปจากที่นั่นเดี๋ยวนี้!&#8221; พร้อมขู่เก็บภาษี 10% กับ 8 ประเทศยุโรป ได้แก่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เริ่มตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 และจะเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน หากเดนมาร์กไม่ยอมขาย Greenland​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ตึงเครียดจนกระทั่งประชาชนหลายพันคนออกมาประท้วงในโคเปนเฮเกน โดยเติมเต็มจัตุรัส City Hall Square และอีกหลายพันคนในนูก เมืองหลวงของ Greenland​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าในที่สุดประธานาธิบดีทรัมป์จะถอยหลังโดยประกาศที่ดาวอสว่าจะไม่ใช้กำลังทหาร และถอนการขู่เรื่องภาษี ตามรายงานจาก BBC แต่รอยร้าวที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรนั้นยังคงชัดเจน​</span></p>
<p><b>Davos 2026 &#8220;Shock Therapy&#8221; สำหรับยุโรป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2026 กลายเป็นเวทีที่เปิดเผยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศพันธมิตรอย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปคนหนึ่งที่เข้าร่วมการประชุมได้ให้สัมภาษณ์กับ Atlantic Council โดยเรียกแนวทางของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อยุโรปว่าเป็น &#8220;Shock Therapy&#8221; หลังจากที่ยุโรปต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายระลอกในปีแรกของวาระที่สองของทรัมป์ ทั้งเรื่องยูเครน ภาษี และ Greenland​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ที่ดาวอสโดยระบุว่ายุโรป </span><b>&#8220;กำลังมุ่งหน้าไปผิดทาง&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพลังงานสีเขียว การอพยพ และการขาดดุลงบประมาณ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน นายกรัฐมนตรี Mark Carney ของแคนาดาได้กล่าวที่ดาวอสอย่างตรงไปตรงมาว่า &#8220;เราอยู่ท่ามกลางการแตกหัก ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่าน&#8221; โดยอธิบายว่ามหาอำนาจ &#8220;ได้เริ่มใช้การบูรณาการทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธ ภาษีเป็นเครื่องมือต่อรอง โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเป็นเครื่องมือบีบบังคับ และห่วงโซ่อุปทานเป็นจุดอ่อนที่จะถูกเอาเปรียบ&#8221;​</span></p>
<p><b>ตะวันออกกลาง เงาสงครามกับอิหร่าน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งแนวรบที่เพิ่มความตึงเครียด คือ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ตามรายงานจาก Reuters เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีการถอนบุคลากรบางส่วนออกจากฐานทัพในตะวันออกกลาง หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนว่าเตหะรานจะโจมตีฐานทัพอเมริกันหากสหรัฐฯ โจมตีก่อน​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่ทหารตะวันตกให้ข้อมูลว่า &#8220;สัญญาณทั้งหมดบ่งชี้ว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ใกล้จะเกิดขึ้น&#8221; ขณะที่ France24 รายงานว่า Pentagon ประกาศแผนเคลื่อนย้ายหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินจากทะเลจีนใต้มายังตะวันออกกลาง โดยคาดว่าจะถึงภูมิภาคนี้ภายในหนึ่งสัปดาห์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Euronews รายงานว่า ทางการอิหร่านได้ติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในเตหะรานเพื่อเตือนสหรัฐฯ ไม่ให้ใช้ปฏิบัติการทางทหาร สถานการณ์ยังคงตึงเครียดท่ามกลางการประท้วงภายในประเทศอิหร่านที่กินเวลามาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,000 ราย ตามข้อมูลจาก Human Rights Activists News Agency ที่ Euronews อ้างถึง</span></p>
<h3><b>สงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดา-จีน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว สงครามการค้ายังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนในตลาดโลก</span></p>
<p><b>ภาษี 100% ขู่แคนาดา : </b><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์บน Truth Social ขู่เก็บภาษี 100% กับสินค้าจากแคนาดา หากแคนาดาทำข้อตกลงการค้ากับจีน โดยระบุว่า &#8220;หากแคนาดาทำดีลกับจีน จะโดนภาษี 100% กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจากแคนาดาที่เข้าสู่สหรัฐฯ ทันที&#8221; ตามรายงานจาก CNN​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Al Jazeera รายงานเพิ่มเติมว่าทรัมป์ยังเรียกนายกรัฐมนตรี Carney ว่า &#8220;Governor&#8221; แทนที่จะใช้ตำแหน่งที่ถูกต้อง และกล่าวว่า จีนจะ &#8220;กลืนกินแคนาดาทั้งหมด ทำลายธุรกิจ โครงสร้างทางสังคม และวิถีชีวิตโดยรวม&#8221;​</span></p>
<p><b>ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ : </b><span style="font-weight: 400;">ความกดดันจากภัยคุกคามเรื่องภาษีนี้ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของแคนาดาโดยตรง ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ออกมาแสดงความกังวลว่าหากสถานการณ์ดำเนินไปในทิศทางนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ในแคนาดาอาจอยู่รอดได้ยาก และอาจต้องย้ายฐานการผลิตไปสหรัฐฯ ทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Inu Manak ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าจาก Council on Foreign Relations ให้ความเห็นกับ CNN ว่า &#8220;ดูเหมือนว่าทรัมป์กำลังตอบโต้ Carney ที่แย่งซีนเขาที่ดาวอส เมื่อไม่สามารถเก็บภาษีเรื่อง Greenland ได้ ก็หันมาหาเป้าหมายใหม่เพื่อขู่แทน&#8221;​</span></p>
<h3><b>ดอลลาร์สั่นคลอนเมื่อ  Safe Haven หมายเลข 1 กำลังถูกตั้งคำถาม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติแล้ว เมื่อเกิดความไม่แน่นอนในโลก นักลงทุนมักจะวิ่งเข้าหาดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับหนึ่ง แต่รอบนี้กลับมีความแตกต่าง</span></p>
<p><b>DXY ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบเดือน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามข้อมูลจาก Trading Economics ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ลดลงมาอยู่ที่ 97.1554 ในวันที่ 26 มกราคม 2026 ลดลง 0.45% จากวันก่อนหน้า และอ่อนค่าลง 9.49% ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Yahoo Finance Historical Data แสดงให้เห็นว่า DXY ลดลงจากระดับ 99.39 เมื่อวันที่ 16 มกราคม มาสู่ระดับ 97.03 ในวันที่ 25 มกราคม สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไม่เพียงแต่ไม่เข้าซื้อดอลลาร์เป็น safe haven แต่กำลังถอนเงินออกจากดอลลาร์​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Investing.com รายงานว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยหนุนราคาทองคำ โดยระบุว่า &#8220;การรวมกันของความไม่แน่นอนทางการคลัง สภาพการเงินที่ผ่อนคลายลง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ ได้สร้างฉากหลังที่นักลงทุนยินดีจ่ายพรีเมียมสำหรับสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าปลอดภัยจากความเครียดด้านนโยบายของรัฐบาล&#8221;​</span></p>
<p><b>ความไม่แน่นอนเรื่องประธาน Fed คนใหม่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน คือ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ วาระของ Jerome Powell จะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 และประธานาธิบดีทรัมป์คาดว่าจะประกาศชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อในอีกไม่กี่วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามรายงานจาก Forbes ผู้สมัครที่อยู่ในรายชื่อสั้นได้แก่ Rick Rieder จาก BlackRock, Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการ Fed, Kevin Hassett ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ และ Christopher Waller ผู้ว่าการ Fed ปัจจุบัน​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ CNBC รายงานว่าหลังจากทรัมป์ชม Rieder ว่า &#8220;น่าประทับใจมาก&#8221; ในการสัมภาษณ์ที่ดาวอส โอกาสของ Rieder ในตลาดพยากรณ์ Kalshi พุ่งขึ้นเป็น 48% และแซงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ Kevin Warsh ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 30% (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มกราคม 2026)​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประธานาธิบดีทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์ Powell หลายครั้งเรื่องการไม่ลดดอกเบี้ยเร็วพอ ตามรายงานจาก Reuters ความไม่แน่นอนว่าประธาน Fed คนใหม่จะเป็นใคร และจะมีนโยบายอย่างไร เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายของประเทศใดประเทศหนึ่ง​</span></p>
<h3><b>ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ซื้อทองคำ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยสำคัญอีกประการที่หลายบทความมักมองข้าม คือ บทบาทของธนาคารกลางในการขับเคลื่อนความต้องการทองคำ</span></p>
<p><b>การซื้อทองคำในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามข้อมูลจาก Discovery Alert ที่อ้างอิงจาก World Gold Council การซื้อทองคำของธนาคารกลางในเดือนกันยายน 2025 พุ่งขึ้นถึง 39 ตัน เพิ่มขึ้น 79% จากเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 12 เดือนที่ 27 ตัน อย่างมีนัยสำคัญ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยอดสะสมตลอดปี 2025 อยู่ที่ 634 ตัน ซึ่งแม้จะต่ำกว่าปี 2022-2024 ที่ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ (1,136 ตันในปี 2022, 1,051 ตันในปี 2023 และ 1,045 ตันในปี 2024) แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2010-2021 ที่ 473 ตันต่อปีอย่างมาก​</span></p>
<p><b>ผู้เล่นหลักในการซื้อ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Gold Silver.com รายงานว่า โปแลนด์ บราซิล และจีน เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด โดยจีนซื้อทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 ในเดือนธันวาคม 2025 ขณะที่ Reuters รายงานว่าธนาคารกลางโปแลนด์ซึ่งถือครองทองคำ 550 ตัน ณ สิ้นปี 2025 ตั้งเป้าเพิ่มทุนสำรองเป็น 700 ตัน ตามคำกล่าวของผู้ว่าการ Adam Glapinski</span></p>
<p><b>ความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งในอนาคต</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจของ World Gold Council ที่ Discovery Alert อ้างถึงแสดงให้เห็นว่า 95% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสำรวจคาดว่าทุนสำรองทองคำทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า และ 43% วางแผนที่จะขยายการถือครองของตนเอง โดยไม่มีผู้ตอบรายใดคาดว่าทุนสำรองจะลดลง​ Gold Silver.com คาดการณ์ว่าการซื้อทองคำของธนาคารกลางในปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 755 ตัน​</span></p>
<p><b>เหตุผลเบื้องหลัง การกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Discovery Alert อธิบายว่า การซื้อทองคำของธนาคารกลางสะท้อนแนวโน้ม &#8220;De-dollarisation&#8221; ที่กว้างขึ้น โดยสถาบันต่างๆ มองหาสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการคว่ำบาตร</span></p>
<h3><b>ทองคำในฐานะ Safe Haven &#8211; หลักการที่ยืนยาว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมนักลงทุนถึงหันมาหาทองคำในยามที่โลกไม่แน่นอน? ทีม The Signals ขอยกหลักการพื้นฐานที่อธิบายปรากฏการณ์นี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทองคำกับบทบาทการเป็น &#8220;หลุมหลบภัย&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> : The Pure Gold Company อธิบายว่า ทองคำทำหน้าที่เป็นจุดถ่วงดุลในพอร์ตการลงทุนในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอน ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ทองคำมักจะปรับตัวขึ้นเมื่อสินทรัพย์อื่นๆ ตกลง​</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังระบุว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในศตวรรษที่ 21 โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 1,123% ตั้งแต่ปี 2000 เมื่อเทียบกับดัชนีราคาบ้านในอังกฤษ พันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ผลตอบแทนรวมของ FTSE 100 และอัตราดอกเบี้ย Cash ISA​</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>แรงขับเคลื่อนใหม่</b><span style="font-weight: 400;"> : Goldman Sachs สังเกตเห็นว่า ความต้องการทองคำได้ขยายตัวเกินกว่าช่องทางดั้งเดิม ตามรายงานจาก CNBC ตั้งแต่ต้นปี 2025 การถือครองของ ETF ทองคำในโลกตะวันตกเพิ่มขึ้นประมาณ 500 ตัน ขณะที่เครื่องมือใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงการซื้อทองคำจริงโดยครอบครัวร่ำรวย ได้กลายเป็นแหล่งความต้องการที่สำคัญ​</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>&#8220;Selling America&#8221; Trend</b><span style="font-weight: 400;"> : Investopedia รายงานว่า Cullen Roche นักวางกลยุทธ์จาก Pragmatic Capitalism ระบุว่าสินทรัพย์ปลอดภัยจะยังคงทำผลงานได้ดีต่อไป เมื่อธนาคารกลางเลือกทองคำมากกว่าสกุลเงิน และโลกกำลังก่อตั้งระเบียบใหม่ที่สหรัฐฯ มีบทบาทรอง โดย Roche เสนอว่าทองคำอาจไปถึง $6,000</span></li>
</ul>
<h3><b>ทองคำจะไปถึงไหนในปี 2026? จากมุมมองนักวิเคราะห์ </b></h3>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-223" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2.webp" alt="ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ" width="1024" height="1024" title="ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2.webp 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2-300x300.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2-150x150.webp 150w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2-768x768.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2-75x75.webp 75w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2-350x350.webp 350w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด-5000-ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ-2-750x750.webp 750w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีม The Signals ได้รวบรวมคาดการณ์ราคาทองคำจากสถาบันการเงินชั้นนำเพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ</span></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">สถาบัน/นักวิเคราะห์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คาดการณ์ราคา</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Goldman Sachs</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$5,400 สิ้นปี 2026</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Bank of America</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">$6,000 ภายในฤดูใบไม้ผลิ 2026</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Ross Norman (นักวิเคราะห์อิสระ)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูงสุด $6,400, เฉลี่ย $5,375</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Metals Focus</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สูงสุดประมาณ $5,500</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Cullen Roche (Pragmatic Capitalism)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อาจถึง $6,000</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">Union Bancaire Privée</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายสิ้นปี $5,000+</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><b>เหตุผลที่ Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมาย : </b><span style="font-weight: 400;">Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำสิ้นปี 2026 จาก $4,900 เป็น $5,400 ต่อออนซ์ โดยให้เหตุผลว่า Hedges ต่อความเสี่ยงด้านนโยบายและเศรษฐกิจมหภาคระดับโลกได้กลายเป็น &#8220;Sticky&#8221; (ยึดติดแน่น) ทำให้ระดับฐานของราคาทองคำในปีนี้สูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงที่ต้องจับตา : Investing.com เตือนว่ากรณีเสี่ยงสำคัญคือหากภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายในระยะยาวลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดการขาย Hedging Flows ซึ่งจะสร้างแรงกดดันด้านลบแม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของความต้องการ​ โดยทาง Investopedia อ้างคำพูดของ Jonathan Hu ที่ระบุว่า &#8220;ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง&#8221; อาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ เมื่อปีดำเนินไป</span></p>
<p><b>แนวทางสำหรับนักลงทุนที่ The Signals รวบรวม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแนวทางจากหลักการของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียงเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา</span></p>
<p><b>หลักการกระจายความเสี่ยง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากหลักการ Modern Portfolio Theory ของ Harry Markowitz ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 1990 การกระจายพอร์ตไปยังสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำกันจะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ต ทองคำมักถูกมองว่ามีความสัมพันธ์ต่ำหรือเป็นลบกับหุ้นในบางช่วงเวลา</span></p>
<p><b>Warren Buffett กับมุมมองต่อทองคำ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ Warren Buffett จะไม่ใช่แฟนตัวยงของทองคำในอดีต โดยเคยกล่าวว่าทองคำไม่ได้ผลิตอะไร แต่ในปี 2020 Berkshire Hathaway ได้ลงทุนในหุ้นบริษัทเหมืองทองคำ Barrick Gold ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้แต่นักลงทุนที่เน้นคุณค่าก็ยอมรับบทบาทของทองคำในบางสถานการณ์</span></p>
<p><b>Ray Dalio กับแนวคิด &#8220;All Weather Portfolio&#8221;</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates กองทุน Hedge Fund ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แนะนำในหนังสือ Principles ว่าทองคำควรเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตแบบ &#8220;All Weather&#8221; ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับทุกสภาวะเศรษฐกิจ</span></p>
<h3><b>สรุปปี 2026 กับความไม่ธรรมดา</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นกับราคาทองคำในช่วงต้นปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ นายกรัฐมนตรี Mark Carney ของแคนาดากล่าวที่ดาวอสว่า &#8220;เราอยู่ท่ามกลางการแตกหัก ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่าน&#8221; ประโยคนี้อาจอธิบายได้ดีว่าทำไมนักลงทุนถึงหันมาหาทองคำในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง การตัดสินใจลงทุนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง การประเมินความเสี่ยงที่รอบคอบ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาต</span></p>
<h3><strong>FAQ &#8211; คำถามที่พบบ่อย</strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ทำไมราคาทองคำถึงพุ่งขึ้นเร็วขนาดนี้?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">การพุ่งขึ้นของราคาทองคำเกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากวิกฤต Greenland และสถานการณ์อิหร่าน การซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และความไม่แน่นอนเรื่องประธาน Fed คนใหม่</span></p>
<ol start="2">
<li><span style="font-weight: 400;"> ราคาทองคำจะไปถึงเท่าไหร่ในปี 2026?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นักวิเคราะห์มีความเห็นแตกต่างกัน Goldman Sachs คาดการณ์ที่ $5,400 สิ้นปี 2026 Bank of America มองว่าอาจถึง $6,000 ภายในฤดูใบไม้ผลิ ขณะที่นักวิเคราะห์อิสระ Ross Norman คาดว่าอาจสูงสุดถึง $6,400</span></p>
<ol start="3">
<li><span style="font-weight: 400;"> ทำไมดอลลาร์อ่อนค่าแต่คนไม่วิ่งเข้าหาดอลลาร์เหมือนปกติ?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสหรัฐฯ เป็นคู่กรณีในความขัดแย้งหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งกับพันธมิตรยุโรป แคนาดา และอิหร่าน ทำให้นักลงทุนกังวลในความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของสหรัฐฯ โดยตรง</span></p>
<ol start="4">
<li><span style="font-weight: 400;"> ธนาคารกลางซื้อทองคำทำไม?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากระบบที่พึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarisation) และป้องกันความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ 95% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสำรวจคาดว่าทุนสำรองทองคำทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น​</span></p>
<ol start="5">
<li><span style="font-weight: 400;"> วิกฤต Greenland คืออะไร?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเดนมาร์กและพันธมิตรยุโรป หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความต้องการซื้อ Greenland และขู่จะเก็บภาษีกับประเทศที่ขัดขวาง แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงบ้างหลังการประชุมดาวอส แต่รอยร้าวยังคงอยู่</span></p>
<ol start="6">
<li><span style="font-weight: 400;"> ประธาน Fed คนใหม่จะเป็นใคร?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">Rick Rieder จาก BlackRock ปัจจุบันเป็นตัวเต็ง หลังจากทรัมป์ชมว่า &#8220;Very impressive&#8221; ที่ดาวอส โดยมีโอกาส 47-48% ตามข้อมูลจาก Kalshi และ Polymarket ส่วน Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการ Fed อยู่อันดับสองที่ประมาณ 30% ขณะที่ Kevin Hassett เชื่อว่าหลุดจากการแข่งขันแล้ว หลังทรัมป์กล่าวว่าต้องการให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจต่อไป คาดว่าจะมีการประกาศในอีกไม่กี่วัน</span></p>
<ol start="7">
<li><span style="font-weight: 400;"> ควรซื้อทองคำตอนนี้หรือไม่?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีม The Signals ไม่สามารถให้คำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคลได้ การตัดสินใจควรพิจารณาเป้าหมาย ระยะเวลา ความสามารถในการรับความเสี่ยง และควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่ได้รับใบอนุญาต</span></p>
<ol start="8">
<li><span style="font-weight: 400;"> ทองคำมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงหลัก คือ ราคาที่สูงมากแล้ว และอาจปรับตัวลงหากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย นอกจากนี้ทองคำไม่สร้างรายได้ระหว่างถือครอง</span></p>
<ol start="9">
<li><span style="font-weight: 400;"> เงิน (Silver) เป็นทางเลือกที่ดีกว่าหรือไม่?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">เงินพุ่งขึ้น 51% ตั้งแต่ต้นปี 2026 มากกว่าทองคำ และมีความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม แต่ก็มีความผันผวนสูงกว่า​</span></p>
<ol start="10">
<li><span style="font-weight: 400;"> ETF ทองคำกับทองคำจริงต่างกันอย่างไร?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ETF ทองคำให้ความสะดวกในการซื้อขายและไม่ต้องเก็บรักษาทางกายภาพ แต่ทองคำจริงให้ความมั่นใจว่าเป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยตรง การเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล</span></p>
<ol start="11">
<li><span style="font-weight: 400;"> ราคาทองคำในไทยเท่าไหร่?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ราคาทองคำในออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ AUD 7,325 ต่อออนซ์ สำหรับราคาในไทย ควรตรวจสอบจากสมาคมค้าทองคำหรือร้านค้าทองคำที่ได้รับอนุญาต​</span></p>
<ol start="12">
<li><span style="font-weight: 400;"> สงครามกับอิหร่านจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่?</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ แต่สถานการณ์ยังคงตึงเครียด มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย และการเจรจาถูกระงับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/01/26/gold-record-surges-past-new-5000-record.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/01/26/gold-record-surges-past-new-5000-record.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/finance/gold-rushes-record-high-above-5000oz-2026-01-25/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/finance/gold-rushes-record-high-above-5000oz-2026-01-25/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.abc.net.au/news/2026-01-26/gold-record-run-continues-price-surges-past-us-5000/106269850" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.abc.net.au/news/2026-01-26/gold-record-run-continues-price-surges-past-us-5000/106269850</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnn.com/2026/01/25/business/gold-record-trump-global-concerns-intl-hnk" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnn.com/2026/01/25/business/gold-record-trump-global-concerns-intl-hnk</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/gold-tops-5000-for-the-first-time-in-breathtaking-and-profoundly-scary-rally-013213150.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/gold-tops-5000-for-the-first-time-in-breathtaking-and-profoundly-scary-rally-013213150.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.kitco.com/news/article/2026-01-23/forget-5000-bank-america-sees-gold-price-hitting-6000oz-spring-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.kitco.com/news/article/2026-01-23/forget-5000-bank-america-sees-gold-price-hitting-6000oz-spring-2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.fxleaders.com/news/2026/01/26/silver-price-forecast-bulls-eye-110-breakout-as-uptrend-stays-intact/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.fxleaders.com/news/2026/01/26/silver-price-forecast-bulls-eye-110-breakout-as-uptrend-stays-intact/</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Greenland_crisis" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://en.wikipedia.org/wiki/Greenland_crisis</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bbc.com/news/articles/cgezx40r7d7o" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbc.com/news/articles/cgezx40r7d7o</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aljazeera.com/news/2026/1/21/trump-nixes-european-tariff-threats-over-greenland-after-nato-chief-talks" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aljazeera.com/news/2026/1/21/trump-nixes-european-tariff-threats-over-greenland-after-nato-chief-talks</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/davos/determined-seize-greenland-trump-faces-tough-reception-davos-2026-01-21/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/davos/determined-seize-greenland-trump-faces-tough-reception-davos-2026-01-21/</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/world/china/trump-threatens-canada-with-100-tariff-over-possible-deal-with-china-2026-01-24/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/world/china/trump-threatens-canada-with-100-tariff-over-possible-deal-with-china-2026-01-24/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bbc.com/news/articles/cy4qww3w72lo" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbc.com/news/articles/cy4qww3w72lo</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnn.com/2026/01/24/business/trump-canada-tariff-threat" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnn.com/2026/01/24/business/trump-canada-tariff-threat</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aljazeera.com/news/2026/1/24/trump-threatens-100-percent-tariff-on-canada-over-china-deal" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aljazeera.com/news/2026/1/24/trump-threatens-100-percent-tariff-on-canada-over-china-deal</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/01/26/canada-china-trade-deal-tariffs-trump.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/01/26/canada-china-trade-deal-tariffs-trump.html</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://tradingeconomics.com/united-states/currency" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://tradingeconomics.com/united-states/currency</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/quote/DX-Y.NYB/history/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/quote/DX-Y.NYB/history/</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.scotsmanguide.com/news/rick-rieder-overtakes-kevin-warsh-in-next-fed-chair-odds/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.scotsmanguide.com/news/rick-rieder-overtakes-kevin-warsh-in-next-fed-chair-odds/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/01/22/rieder-odds-rising-for-fed-chair-after-trump-calls-blackrock-executive-very-impressive.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/01/22/rieder-odds-rising-for-fed-chair-after-trump-calls-blackrock-executive-very-impressive.html</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.gold.org/goldhub/research/gold-demand-trends/gold-demand-trends-q3-2025/central-banks" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.gold.org/goldhub/research/gold-demand-trends/gold-demand-trends-q3-2025/central-banks</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/world/india/gold-has-more-room-run-geopolitics-cenbank-buying-fuel-gains-analysts-say-2026-01-26/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/world/india/gold-has-more-room-run-geopolitics-cenbank-buying-fuel-gains-analysts-say-2026-01-26/</span></a></li>
</ul>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nytimes.com/2026/01/23/world/middleeast/trump-armada-iran-naval-force.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2026/01/23/world/middleeast/trump-armada-iran-naval-force.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.aljazeera.com/news/2026/1/25/us-military-moves-navy-air-force-assets-to-the-middle-east-what-to-know" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.aljazeera.com/news/2026/1/25/us-military-moves-navy-air-force-assets-to-the-middle-east-what-to-know</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.thenationalnews.com/news/us/2026/01/24/us-defence-strategy-iran/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.thenationalnews.com/news/us/2026/01/24/us-defence-strategy-iran/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94-5000/">ทองคำก้าวข้ามขีดจำกัด $5,000 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและรอยร้าวของมหาอำนาจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94-5000/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้</title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b9%80/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b9%80/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 13:33:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Politics & Policy]]></category>
		<category><![CDATA[Trade Bazooka]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=149</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ The Signals จะพาคุณไปเจาะลึกกรณีศึกษาที่กำลังเป็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b9%80/">ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>วันนี้ The Signals จะพาคุณไปเจาะลึกกรณีศึกษาที่กำลังเป็นที่จับตามองไปทั่วโลก จากกระแสข่าวเกี่ยวกับจดหมายส่วนตัวที่สะท้อนแนวคิดของผู้นำระดับโลกอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald J. Trump) ที่มีต่อนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ และกรณีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกรีนแลนด์ (Greenland)</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-1-819x1024.webp" alt="ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้" class="wp-image-150" title="ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-1-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-1-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-1-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-1-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-1.webp 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p><strong>เมื่อ &#8220;สันติภาพ&#8221; ไม่ใช่คำตอบ ทรัมป์เปิดเกมรุก ยื่นคำขาดแลก &#8220;กรีนแลนด์&#8221;</strong> สถานการณ์โลกกำลังกลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจยกระดับความขัดแย้งกับพันธมิตรยุโรปชนิดที่เรียกว่า &#8220;หักดิบ&#8221; โดยมีเป้าหมายเดียวคือการครอบครอง <strong>&#8220;กรีนแลนด์&#8221;</strong> เกาะน้ำแข็งขนาดมหึมาที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ</p>



<p>สิ่งที่น่าตกใจไม่ใช่แค่ความต้องการดินแดน แต่คือข้อกล่าวหาจากพันธมิตรฝั่งยุโรปที่มองว่า ท่าทีล่าสุดของทรัมป์เข้าข่าย <strong>&#8220;การแบล็กเมล์&#8221;</strong> ด้วยการงัดกำแพงภาษีมาเป็นตัวประกัน หากข้อเสนอซื้อเกาะของสหรัฐฯ ถูกปัดตก ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังส่งสัญญาณเป็นนัยว่า เขาพร้อมจะใช้กองกำลังทหารเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นี้หากจำเป็น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปมร้าวจาก &#8220;โนเบล&#8221; สู่การเลิกเกรงใจโลก</strong></h4>



<p>ชนวนเหตุของความเกรี้ยวกราดครั้งนี้ดูเหมือนจะมีมิติทางอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ในข้อความที่ทรัมป์ส่งตรงถึง <strong>โยนาส การ์ สโตร์ (Jonas Gahr Støre)</strong> นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ และถูกส่งต่อในกลุ่มผู้นำ NATO ทรัมป์ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่เขาพลาดรางวัล <strong>&#8220;โนเบลสาขาสันติภาพ&#8221;</strong> ในปีนี้ ทำให้เขารู้สึกว่า <em>“หมดภาระหน้าที่ที่จะต้องคำนึงถึงแต่เรื่องสันติภาพอีกต่อไป”</em></p>



<p>ประโยคทองที่ส่งผลสะเทือนไปทั่ววงการทูตคือการที่เขาย้ำว่า <strong>“ตอนนี้ผมสามารถคิดถึงสิ่งที่ ‘ดีและเหมาะสม’ สำหรับสหรัฐอเมริกาได้อย่างเต็มที่แล้ว”</strong> ซึ่งนั่นหมายถึงการเดินหน้ายึดครองกรีนแลนด์ ดินแดนภายใต้อาณัติของเดนมาร์กที่ทรัมป์หมายตามานาน โดยอ้างเหตุผลเดิมว่า สหรัฐฯ ต้องคุมเบ็ดเสร็จเพื่อกันท่าไม่ให้จีนและรัสเซียเข้ามามีอิทธิพลในขั้วโลกเหนือ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้ออ้างความมั่นคง vs ความจริงที่พันธมิตรโต้กลับ</strong></h4>



<p>แม้ทรัมป์จะพยายามสร้างความชอบธรรมด้วยวาทกรรมความมั่นคง โดยอ้างว่า <em>“โลกจะไม่ปลอดภัย จนกว่าเราจะควบคุมกรีนแลนด์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ”</em> และโจมตีว่าเดนมาร์กไม่มีศักยภาพพอที่จะรับมือภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันออก แต่ข้อเท็จจริงกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง</p>



<p>พันธมิตร NATO และแม้แต่สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ เอง ต่างประสานเสียงคัดค้าน โดยชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงสำคัญ:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>กรีนแลนด์อยู่ใต้ร่มเงา NATO:</strong> การป้องกันเกาะนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันมาเกือบ 80 ปี</li>



<li><strong>ฐานทัพสหรัฐฯ มีอยู่แล้ว:</strong> สหรัฐฯ มีฐานทัพบนเกาะนี้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และเดนมาร์กก็เปิดกว้างให้ขยายความร่วมมือทางทหารได้โดยไม่ต้องขายแผ่นดิน</li>



<li><strong>ประวัติศาสตร์ที่บิดเบือน:</strong> ทรัมป์พยายามดิสเครดิตสิทธิของเดนมาร์ก โดยบอกว่าเป็นแค่การที่ <em>“เรือลำหนึ่งไปจอดเทียบท่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน”</em> ทั้งที่ความจริงเดนมาร์กเป็นเจ้าอาณานิคมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนที่สหรัฐฯ จะมีกองทัพเรือเป็นของตัวเองเสียอีก</li>
</ul>



<p>ที่สำคัญที่สุด ชาวกรีนแลนด์ประมาณ 57,000 ชีวิต และรัฐบาลท้องถิ่น ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่า <strong>“ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ”</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นอร์เวย์และอังกฤษประสานเสียง พันธมิตรไม่ได้สร้างด้วยแรงกดดัน</strong></h3>



<p>ปฏิกิริยาจากผู้นำยุโรปมีความชัดเจนและแข็งกร้าว นายกฯ นอร์เวย์เปิดเผยว่า เขาได้รับข้อความจากทรัมป์หลังจากที่พยายามเจรจาขอให้ลดระดับความตึงเครียดเรื่องภาษี แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการถูกดึงพันธมิตร NATO อื่นๆ เข้ามารับรู้ข้อความข่มขู่นี้ด้วย โดยนอร์เวย์ยืนยันจุดยืนสนับสนุนเดนมาร์กเต็มที่ และตอกกลับเรื่องรางวัลโนเบลว่า <em>“รัฐบาลนอร์เวย์ไม่ได้เป็นคนแจกรางวัล เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระ”</em></p>



<p>ทางด้าน <strong>เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer)</strong> นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผู้ซึ่งพยายามรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทรัมป์มาตลอด ก็ยังต้องออกมาเตือนสติผ่านสื่อโทรทัศน์ว่า แม้ขั้วโลกเหนือจะต้องการการลงทุนและความมั่นคงเพิ่มขึ้น แต่หลักการสำคัญคือ <strong>“อนาคตของกรีนแลนด์ ต้องตัดสินโดยชาวกรีนแลนด์และเดนมาร์กเท่านั้น”</strong></p>



<p>สตาร์เมอร์ย้ำว่า การใช้กำแพงภาษีมาข่มขู่พันธมิตรเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ และ <em>“สงครามการค้าไม่มีใครได้ประโยชน์”</em> แต่เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้กำลังทหารยึดครอง เขายังมองในแง่ดีว่าเรื่องนี้จะจบลงที่โต๊ะเจรจามากกว่าสนามรบ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>EU งัด &#8220;บาซูก้าการค้า&#8221; เตรียมสวนกลับมาตรการภาษีโหด</strong></h3>



<p>ความตึงเครียดไม่ได้หยุดแค่คารมทางการทูต แต่มันกำลังลามไปสู่ตัวเลขในกระเป๋าของนักลงทุน เมื่อทรัมป์ประกาศขีดเส้นตาย:</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>วันที่ 1 กุมภาพันธ์:</strong> เริ่มเก็บภาษี <strong>10%</strong> กับสินค้าจาก 8 ประเทศสมาชิก NATO หากยังไม่ยอมเรื่องกรีนแลนด์</li>



<li><strong>วันที่ 1 มิถุนายน:</strong> หากยังไร้ข้อตกลงซื้อขาย ภาษีจะพุ่งขึ้นเป็น <strong>25%</strong></li>
</ol>



<p>สหภาพยุโรป (EU) ไม่รอช้า เตรียมงัดมาตรการขั้นเด็ดขาดที่เรียกว่า <strong>&#8220;Trade Bazooka&#8221;</strong> หรือเครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ (Anti-coercion instrument) ออกมาใช้ โดยประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันให้ยุโรปตอบโต้อย่างเป็นเอกภาพ</p>



<p>&#8220;Trade Bazooka&#8221; นี้เปรียบเสมือนอาวุธนิวเคลียร์ทางการค้า ที่ให้อำนาจ EU ในการตอบโต้คู่ขัดแย้งด้วยมาตรการที่รุนแรงทัดเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นการระงับการนำเข้า, จำกัดการลงทุน, หรือมาตรการด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งหากมีการกดปุ่มใช้งานจริง มูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่มีสูงถึงประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูลปี 2024 ประกอบด้วยสินค้า 975.5 พันล้านดอลลาร์ และบริการ 500.9 พันล้านดอลลาร์) อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และนั่นหมายถึงแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อ GDP ของโลก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เดิมพัน 2 ล้านล้านดอลลาร์! EU งัด &#8220;บาซูก้าการค้า&#8221; เตรียมแลกหมัดทรัมป์</strong></h3>



<p>สถานการณ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำขู่ เมื่อล่าสุดเหล่าเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป (EU) ประชุมหารือกันในวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา โดยยังไม่ตัดสินใจใช้ Trade Bazooka ทันที แต่เตรียมรอดูสถานการณ์หลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ก่อน และอาจกลับไปใช้แผนภาษีตอบโต้มูลค่า €93 พันล้านที่เคยเตรียมไว้แทน&#8221; หากสหรัฐฯ ตัดสินใจลั่นไกกำแพงภาษีจริงตามคำขู่</p>



<p>ไทม์ไลน์ที่นักลงทุนต้องจับตาคือ <strong>วันที่ 1 กุมภาพันธ์</strong> นี้ ซึ่งทรัมป์ประกาศกร้าวว่าจะเริ่มเก็บภาษี <strong>10%</strong> กับสินค้าทุกชนิดจาก 8 ชาติสมาชิก NATO และขู่จะดีดตัวเลขขึ้นเป็น <strong>25% ในวันที่ 1 มิถุนายน</strong> หากสหรัฐฯ ยังไม่ได้ครอบครองกรีนแลนด์—ข้อเสนอที่ชาติยุโรปมองว่าเป็น &#8220;การแบล็กเมล์&#8221; ทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน</p>



<p><strong>มาครงชูธงสู้: เสนอใช้ &#8220;Trade Bazooka&#8221; เครื่องมือมหาประลัยทางเศรษฐกิจ</strong></p>



<p>แหล่งข่าวนักการทูตเผยกับ USA TODAY ว่า เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส คือหัวหอกสำคัญที่ผลักดันให้ใช้ <strong>&#8220;เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ&#8221; (Anti-coercion instrument)</strong> หรือที่วงการการเงินขนานนามว่า <strong>&#8220;Trade Bazooka&#8221;</strong> (บาซูก้าการค้า) เพื่อจัดการกับสหรัฐฯ โดยมาครงย้ำกับผู้นำชาติอื่นๆ ว่า ยุโรปต้องตอบโต้ให้หนักแน่นและเป็นหนึ่งเดียว</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เสียงใน EU ยังไม่ได้เป็นเอกฉันท์ 100% เมื่อนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ ไมเคิล มาร์ติน ออกมาแตะเบรกเล็กน้อย โดยมองว่าแม้การตอบโต้เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การงัดเอา &#8220;บาซูก้า&#8221; ออกมาใช้ทันทีอาจจะดู &#8220;ใจร้อนเกินไป&#8221; ในเวลานี้</p>



<p><strong>ย้อนรอย &#8220;แผนเจาะยางฐานเสียงทรัมป์&#8221;</strong></p>



<p>หากจำกันได้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ยุโรปเคยเกือบจะใช้มาตรการภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า <strong>1.07 แสนล้านดอลลาร์</strong> มาแล้ว แต่ระงับไว้ชั่วคราวหลังเจรจากันได้</p>



<p>กลยุทธ์ของ EU นั้นเฉียบคมและเลือดเย็น เพราะเป้าหมายสินค้าที่เล็งไว้ล้วนมาจากอุตสาหกรรมในรัฐฐานเสียง (Republican-leaning states) ของทรัมป์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น <strong>วิสกี้เบอร์เบิน, ชิ้นส่วนเครื่องบิน, ถั่วเหลือง และสัตว์ปีก</strong> ซึ่งหากดีลล่มเพราะเรื่องกรีนแลนด์ แผนการเชือดนิ่มนี้อาจถูกปัดฝุ่นกลับมาใช้ทันที ส่งผลให้ข้อตกลงการค้าเดิมเสี่ยงที่จะกลายเป็นโมฆะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เจาะลึก &#8220;Trade Bazooka&#8221; : อาวุธลับที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกผวา</strong></h3>



<p>ทำไมทั่วโลกถึงกลัวเครื่องมือนี้? นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ <strong>&#8220;Trade Bazooka&#8221;</strong> ของ EU</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>กำเนิดอาวุธ:</strong> กฎหมายฉบับนี้เริ่มใช้เมื่อปี 2023 เดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อกันท่า &#8220;จีน&#8221; ไม่ให้บีบบังคับทางเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์พลิกผันให้ต้องหันปากกระบอกปืนมาทางสหรัฐฯ แทน</li>



<li><strong>อานุภาพทำลายล้าง:</strong> ไม่ใช่แค่เรื่องภาษี แต่มันให้อำนาจ EU ในการ <strong>&#8220;ระงับการนำเข้าสินค้าและบริการ, จำกัดการลงทุนจากต่างประเทศ และจำกัดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา&#8221;</strong> เรียกว่าปิดประตูตีแมวได้ทุกช่องทาง</li>



<li><strong>หลักการใช้:</strong> คณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า การตอบโต้ต้อง &#8220;สมน้ำสมเนื้อ&#8221; กับความเสียหายที่ได้รับ โดยออกแบบมาให้กระทบเศรษฐกิจ EU น้อยที่สุด แต่สร้างความเจ็บปวดให้คู่กรณีมากที่สุด</li>
</ul>



<p><strong>ไทม์ไลน์ความหายนะ และความเสี่ยงระดับ &#8220;Nuclear Option&#8221;</strong></p>



<p>การกดปุ่มยิงบาซูก้าลูกนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและรวดเร็ว</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>สอบสวน: เมื่อมีการร้องเรียน คณะกรรมาธิการมีเวลา 4 เดือนในการไต่สวน (แต่กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนถึงใช้มาตรการจริงอาจใช้เวลาถึง 1 ปี</strong></li>



<li><strong>โหวต:</strong> ชาติสมาชิกต้องโหวตเห็นชอบ</li>



<li><strong>เจรจา:</strong> เข้าสู่กระบวนการต่อรองกับประเทศคู่กรณี</li>



<li><strong>ลั่นไก:</strong> หากเจรจาล้มเหลว จึงจะเริ่มมาตรการตอบโต้</li>
</ol>



<p>แม้กระบวนการจะดูยืดเยื้อ แต่ Euronews เปรียบเทียบว่านี่คือ <strong>&#8220;Nuclear Option&#8221; (ทางเลือกนิวเคลียร์)</strong> ทางเศรษฐกิจ เพราะความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และ EU มีมูลค่ามหาศาล</p>



<p>ตัวเลขจากปี 2024 ระบุว่าการค้าระหว่างสองขั้วอำนาจนี้มีมูลค่าเกือบ <strong>2 ล้านล้านดอลลาร์</strong> โดย GDP รวมของสหรัฐฯ และ EU คิดเป็นประมาณ 43% ของ GDP โลก&#8221; (ปรับให้ชัดเจนว่า 43% หมายถึง GDP รวม ไม่ใช่มูลค่าการค้า การเปิดศึกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกรีนแลนด์ แต่คือแรงสั่นสะเทือนที่จะกระทบพอร์ตการลงทุนทั่วโลก ตั้งแต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไปจนถึงตลาดหุ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สรุปวิกฤตการณ์ &#8220;กรีนแลนด์&#8221; สู่ความเสี่ยงสงครามการค้า สำหรับนักลงทุนไทย</strong></h3>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="911" height="917" data-id="153" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-4.webp" alt="ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้" class="wp-image-153" title="ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-4.webp 911w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-4-298x300.webp 298w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-4-150x150.webp 150w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-4-768x773.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-4-75x75.webp 75w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-4-750x755.webp 750w" sizes="(max-width: 911px) 100vw, 911px" /></figure>
</figure>



<p>สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามสถานการณ์ผ่าน <strong>The Signals</strong> อาจจะเกิดคำถามสำคัญว่า &#8220;เรื่องของเกาะน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ เกี่ยวอะไรกับพอร์ตหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย?&#8221; บทความนี้เราจะพาคุณไปถอดรหัสเบื้องหลัง ตัวเลขความเสี่ยง และกลยุทธ์การจัดพอร์ตเพื่อรับมือกับแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจครั้งนี้อย่างละเอียดครับ</p>



<p><strong>จุดเริ่มต้นของรอยร้าว เมื่อ &#8220;อสังหาริมทรัพย์&#8221; กลายเป็น &#8220;ความมั่นคงระดับชาติ&#8221;</strong></p>



<p>เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อข้อเรียกร้องในการเข้าซื้อกิจการระดับชาติ ไม่ใช่บริษัท แต่เป็นดินแดน เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนและแข็งกร้าวในการต้องการให้สหรัฐฯ เข้าครอบครอง <strong>&#8220;กรีนแลนด์&#8221;</strong></p>



<p><strong>ทำไมต้องเป็นกรีนแลนด์?</strong></p>



<p>แม้ในหน้าข่าวอาจมีการเชื่อมโยงประเด็นความน้อยเนื้อต่ำใจเรื่องรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แต่ในมุมมองของนักยุทธศาสตร์และการลงทุน เราต้องมองข้ามอารมณ์ไปสู่ &#8220;เนื้อแท้ของผลประโยชน์&#8221;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ทำเลทองทางยุทธศาสตร์:</strong> กรีนแลนด์คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญในแถบอาร์กติก ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือใหม่และสมรภูมิความมั่นคง</li>



<li><strong>การสกัดกั้นอิทธิพล:</strong> สหรัฐฯ ต้องการหลักประกันว่าดินแดนนี้จะไม่ตกไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของขั้วอำนาจอื่นอย่างจีนหรือรัสเซีย</li>



<li><strong>ทรัพยากร:</strong> พื้นที่นี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่ถูกขุดค้น ซึ่งเป็นเดิมพันมูลค่ามหาศาลในอนาคต</li>
</ul>



<p>อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความต้องการซื้อ แต่อยู่ที่ &#8220;วิธีการเจรจา&#8221; ที่แปรเปลี่ยนเป็น &#8220;การบีบบังคับ&#8221; ทางเศรษฐกิจ ซึ่งนี่คือจุดที่นักลงทุนต้องเริ่มจับตามอง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไทม์ไลน์อันตราย ขีดเส้นตายภาษีและการตอบโต้</strong></h3>



<p>สิ่งที่ทำให้ตลาดทุนทั่วโลกเริ่มนั่งไม่ติด ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่คือ <strong>&#8220;ตัวเลขและวันที่&#8221;</strong> ที่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน หากการเจรจาไม่เป็นผล สหรัฐฯ ได้วางเงื่อนไขที่เปรียบเสมือนระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจไว้ 2 ระยะ ดังนี้:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ระยะที่ 1 (Warning Shot):</strong> เริ่มต้นวันที่ <strong>1 กุมภาพันธ์</strong> สินค้าทุกชนิดจาก 8 ประเทศสมาชิก NATO จะต้องเผชิญกับกำแพงภาษี <strong>10%</strong> เพื่อกดดันให้เปิดทางสู่ดีลกรีนแลนด์</li>



<li><strong>ระยะที่ 2 (Maximum Pressure):</strong> หากยังไม่มีข้อตกลงซื้อขายเกิดขึ้นภายในวันที่ <strong>1 มิถุนายน</strong> อัตราภาษีจะดีดตัวพุ่งสูงขึ้นเป็น <strong>25%</strong> ทันที</li>
</ul>



<p><strong>นัยสำคัญต่อตลาดโลก</strong></p>



<p>ตัวเลข 10% และ 25% นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะมันหมายถึงต้นทุนสินค้าที่จะสูงขึ้นฉับพลัน เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่อาจปะทุอีกครั้ง และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของโลกที่จะเกิดการชะงักงัน ยิ่งไปกว่านั้น การที่เป้าหมายเป็นประเทศในกลุ่ม NATO ซึ่งเป็นพันธมิตรดั้งเดิม ยิ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิเคราะห์ผลกระทบ เมื่อช้างสารชนกัน หญ้าแพรกอย่างไทยจะเป็นอย่างไร?</strong></h3>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="920" height="925" data-id="152" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-3.webp" alt="ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้" class="wp-image-152" title="ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-3.webp 920w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-3-298x300.webp 298w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-3-150x150.webp 150w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-3-768x772.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-3-75x75.webp 75w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/01/ทรัมป์-จ่อฮุบกรีนแลนด์-เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก-สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้-3-750x754.webp 750w" sizes="(max-width: 920px) 100vw, 920px" /></figure>
</figure>



<p>สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตาม <strong>The Signals</strong> เราไม่ต้องการให้คุณตื่นตระหนก (Panic) แต่ต้องการให้ &#8220;ตระหนัก&#8221; (Aware) เพื่อปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที นี่คือผลกระทบ 3 ด้านหลักที่อาจเกิดขึ้น:</p>



<p><strong>1.ภาคการส่งออกและค่าเงินบาท</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความเสี่ยง:</strong> หากเศรษฐกิจคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ และยุโรปชะลอตัวจากกำแพงภาษี ยอดสั่งซื้อสินค้าจากไทยอาจลดลง</li>



<li><strong>โอกาส:</strong> ในทางกลับกัน หากสินค้าสหรัฐฯ แพงขึ้นในยุโรป หรือสินค้ายุโรปแพงขึ้นในสหรัฐฯ สินค้าไทยอาจกลายเป็น &#8220;สินค้าทดแทน&#8221; ในบางหมวดอุตสาหกรรม</li>



<li><strong>ค่าเงิน:</strong> ความผันผวนของดอลลาร์และยูโร จะส่งผลให้เงินบาทแกว่งตัวแรง นักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ต่างประเทศต้องระวังเรื่อง FX Risk</li>
</ul>



<p><strong>2.ตลาดหุ้นและความผันผวน</strong></p>



<p>หุ้นกลุ่ม Global Play หรือบริษัทที่มีรายได้จากการส่งออกไปยุโรปและสหรัฐฯ อาจเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้นจากความกังวล (Sentiment ลบ) แต่หุ้นกลุ่ม Defensive ที่เน้นการบริโภคในประเทศ อาจเป็นหลุมหลบภัยที่ดี</p>



<p><strong>3.ต้นทุนพลังงานและการขนส่ง</strong></p>



<p>ความขัดแย้งในแถบอาร์กติกอาจส่งผลต่อจิตวิทยาในตลาดพลังงาน แม้จะไม่กระทบโดยตรงทันที แต่หากความตึงเครียดลามไปสู่การจำกัดเส้นทางเดินเรือ ค่าระวางเรืออาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนนำเข้า-ส่งออกของบริษัทจดทะเบียนไทย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Action Plan: กลยุทธ์การลงทุนฉบับ The Signals</strong></h3>



<p>ในทุกวิกฤตย่อมมีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นเสมอ การเตรียมตัวที่ดีคือครึ่งหนึ่งของชัยชนะ นี่คือคำแนะนำเชิงกลยุทธ์สำหรับรับมือสถานการณ์นี้:</p>



<p><strong>กลยุทธ์ที่ 1: การกระจายความเสี่ยง (Diversification) คือเกราะกันกระสุน</strong></p>



<p>อย่าถือไข่ในตะกร้าใบเดียว ในภาวะที่ยักษ์ใหญ่ทะเลาะกัน การกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่นที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น <strong>อาเซียน (ASEAN)</strong> หรือ <strong>ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)</strong> ภายในเอเชีย อาจช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้</p>



<p><strong>กลยุทธ์ที่ 2: ทองคำ (Gold) ยังคงเป็นเพื่อนแท้</strong></p>



<p>เมื่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น &#8220;สินทรัพย์ปลอดภัย&#8221; (Safe Haven) อย่างทองคำมักจะ Outperform ตลาดหุ้น การแบ่งสัดส่วนพอร์ต 5-10% มาถือครองทองคำ อาจช่วยรักษามูลค่าพอร์ตโดยรวมไว้ได้ในวันที่ตลาดหุ้นแดงเดือด</p>



<p><strong>กลยุทธ์ที่ 3: จับตาหุ้นกลุ่ม &#8220;สินค้าจำเป็น&#8221;</strong></p>



<p>ไม่ว่าโลกจะทะเลาะกันแค่ไหน ผู้คนยังต้องกินต้องใช้ หุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Staples), โรงพยาบาล (Healthcare), และสาธารณูปโภค (Utilities) มักจะทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ดีกว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหรือสินค้าฟุ่มเฟือย</p>



<p><strong>กลยุทธ์ที่ 4: ถือเงินสด</strong></p>



<p>การมีเงินสดสำรองไว้ในพอร์ต ไม่ใช่เรื่องเสียหาย การรอจังหวะที่ตลาด Panic Sell อย่างไร้เหตุผล เพื่อเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีในราคา &#8220;ลดกระหน่ำ&#8221; (Discount) คือเทคนิคที่นักลงทุนระดับตำนานใช้กันเสมอ รอให้ฝุ่นจาง แล้วค่อยมองหาเพชรในตม</p>



<h3 class="wp-block-heading">มองเกมให้ขาด แล้วคุณจะชนะ</h3>



<p>เรื่องราวของกรีนแลนด์ ทรัมป์ และสหภาพยุโรป เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของความเปลี่ยนแปลงในระเบียบโลกใหม่ (New World Order) การที่สหรัฐฯ ขู่จะใช้กำแพงภาษี 10% ถึง 25% และ EU เตรียมสวนกลับด้วย Trade Bazooka สะท้อนให้เห็นว่า <strong>&#8220;Geopolitics&#8221; (ภูมิรัฐศาสตร์)</strong> ได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่นักลงทุนต้องวิเคราะห์ควบคู่ไปกับงบการเงิน</p>



<p>ที่ <strong>The Signals</strong> เราเชื่อมั่นว่า นักลงทุนที่มีข้อมูลครบถ้วนและมีการวางแผนที่ดี จะสามารถผ่านพ้นทุกพายุเศรษฐกิจไปได้ สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด แต่ต้องวิเคราะห์ด้วยสติ ไม่ใช่อารมณ์</p>



<p>โลกของการลงทุนไม่มีคำว่า &#8220;ทางตัน&#8221; มีแต่ &#8220;เส้นทางใหม่&#8221; ที่รอให้ผู้กล้าเดินเข้าไปค้นหา หากคุณเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หรือ 1 มิถุนายน จะเกิดอะไรขึ้น พอร์ตของคุณก็จะยังคงแข็งแกร่งและพร้อมเติบโตต่อไป</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b9%80/">ทรัมป์ จ่อฮุบกรีนแลนด์ เดิมพันด้วยภาษีและการค้าโลก สัญญาณเตือนที่นักลงทุนต้องรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
