<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เงินทุนไหลออก &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jul 2026 11:48:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>เงินทุนไหลออก &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?</title>
		<link>https://www.thesignals.net/indonesia-capital-flight-2026-lessons-vs-thailand/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/indonesia-capital-flight-2026-lessons-vs-thailand/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 11:48:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ขาดดุลงบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีหุ้นอินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายรัฐบาลอินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจอินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทุนไหลออก]]></category>
		<category><![CDATA[เงินรูเปียห์อ่อนค่า]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยอินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจอาเซียน2026]]></category>
		<category><![CDATA[เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=5754</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากวัดศักยภาพของประเทศจากตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/indonesia-capital-flight-2026-lessons-vs-thailand/">วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากวัดศักยภาพของประเทศจากตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว อินโดนีเซียควรเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกต้องการเข้าไปมากที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตของ GDP ที่สูงกว่าไทย หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับต่ำ ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และประชากรกว่า 280 ล้านคน ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบของเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต </p>



<p>แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินกลับส่งสัญญาณตรงกันข้าม นักลงทุนต่างชาติทยอยลดการถือครองหุ้น พันธบัตร และค่าเงินรูเปียห์เผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ <strong>&#8220;ทำไมเศรษฐกิจอินโดนีเซียยังโต แต่เงินทุนกลับไหลออก&#8221; </strong>หากแต่เป็น &#8220;<strong>ตลาดกำลังมองเห็นความเสี่ยงอะไร ที่ซ่อนอยู่เหนือกว่าตัวเลข GDP&#8221;</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?</strong></h2>



<p>เพราะในโลกการลงทุนยุคใหม่ การตัดสินใจของนักลงทุนไม่ได้ประเมินประเทศจากตัวเลขการเติบโตเพียงมิติเดียว แต่ยังให้น้ำหนักกับความน่าเชื่อถือของนโยบาย เสถียรภาพของสถาบัน และความสามารถในการรักษาความเชื่อมั่นในระยะยาว บทความนี้ <strong>THE SIGNALs </strong>จะพาไปถอดรหัสว่า เหตุใดอินโดนีเซียจึงกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของภูมิภาค และประเทศไทยควรเรียนรู้อะไรจากแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="5994" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1_0-1-819x1024.jpg" alt="วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?" class="wp-image-5994" title="วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1_0-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1_0-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1_0-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1_0-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1_0-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1-1_0-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div></figure>



<p>ความผันผวนของกระแสเงินทุนโลกเราได้เห็นภาพของเม็ดเงินลงทุนที่เร่งไหลออกจากตลาดในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีความเชื่อมโยง หรือพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบจากฝั่งตะวันออกกลาง เพื่อโยกย้ายไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย</p>



<p>หนึ่งในประเทศที่ได้รับแรงกระแทกจากการเทขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างหนักหน่วงที่สุด คือ <strong>&#8220;อินโดนีเซีย&#8221;</strong> หากดูจากผลตอบแทนของสินทรัพย์ในปีนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2026) ดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงลงไปแล้วราว 30% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งทะยานขึ้นกว่า 100 bps ยิ่งไปกว่านั้น ค่าเงินรูเปียห์ยังอ่อนค่าลงกว่า 6% ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่าที่หนักที่สุดในภูมิภาคและทำสถิติระดับอ่อนค่าสุดเป็นประวัติการณ์ ในทางกลับกัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย กลับได้รับผลกระทบในวงจำกัดกว่ามาก แม้ในความเป็นจริง ไทยจะมีสัดส่วนการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานที่สูงกว่าอินโดนีเซียก็ตาม</p>



<p>ประเด็นนี้จึงนำมาสู่คำถามสำคัญที่น่าขบคิดว่า เหตุใดพี่ใหญ่แห่งอาเซียนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด ขาดดุลพลังงานไม่สูงมากนัก แถมยังมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบในประเทศได้บางส่วน ถึงต้องเผชิญกับพายุลูกนี้รุนแรงกว่าใคร แท้จริงแล้ว ต้นตอของปัญหาอาจไม่ได้มาจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่เป็นผลพวงจาก <strong>&#8220;แนวทางการดำเนินนโยบายของภาครัฐ&#8221;</strong> และโครงสร้างตลาดที่ยังขาดความแข็งแกร่ง ซึ่งกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติตัดสินใจดึงเงินกลับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พื้นฐานเศรษฐกิจไม่ได้แย่ แต่มุมมองต่างหากที่เปลี่ยนไป</strong></h3>



<p>หากกางตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคและประเมินเสถียรภาพในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมของอินโดนีเซียไม่ได้สะท้อนความเปราะบางจนถึงขั้นวิกฤตแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม ตัวเลขบางมิติยังดูดีกว่าไทยด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่น ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2025 ที่ขยายตัวได้ราว 5.1% เมื่อเทียบกับไทยที่เติบโตเพียง 2.4% ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงโมเมนตัมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในที่ยังมีพลัง</p>



<p>นอกจากนี้ ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ อินโดนีเซียยังสามารถบริหารจัดการอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ และเมื่อดูสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีก็ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศไทย อย่างไรก็ดี <strong>จุดที่อาจดูเป็นรองไทย</strong> คือ มิติของ <strong>&#8220;เสถียรภาพภายนอก&#8221;</strong> เนื่องจากอินโดนีเซียมีระดับเงินสำรองระหว่างประเทศที่ต่ำกว่า ประกอบกับการที่ดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกกลับมาอยู่ในภาวะขาดดุลในช่วง 2-3 ปีหลังสุด ทำให้เศรษฐกิจมีความอ่อนไหวต่อตัวแปรภายนอกได้ง่ายขึ้น เช่น ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายและการอ่อนค่าของรูเปียห์ ถึงกระนั้น ภาระหนี้ต่างประเทศของพวกเขาก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงจนน่าตกใจเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล จึงยังไม่ใช่ระเบิดเวลาที่ต้องกังวลในทันที</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สแกนโครงสร้างเศรษฐกิจ &#8220;ไทย vs อินโดนีเซีย&#8221; ตัวเลขดูดี แต่ทำไมเงินถึงหนี?</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="553" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image-1024x553.jpeg" alt="วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?" class="wp-image-5755" title="วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image-1024x553.jpeg 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image-300x162.jpeg 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image-768x415.jpeg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image-1536x830.jpeg 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image-750x405.jpeg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image-1140x616.jpeg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/image.jpeg 1566w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จากรูปความขัดแย้งระหว่าง <strong>&#8220;ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ&#8221;</strong> กับ <strong>&#8220;ความเชื่อมั่นของนักลงทุน&#8221;</strong> ได้อย่างตรงจุด โดยแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 2 มิติหลัก ดังนี้</p>



<p><strong>1. มิติเปรียบเทียบตัวเลขเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ (ด้านซ้ายของภาพ)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เครื่องชี้ทางเศรษฐกิจที่ดูโดดเด่น :</strong> ภาพนี้สะท้อนชัดเจนว่า อินโดนีเซียมีโมเมนตัมการเติบโตที่สูงกว่าไทย จีดีพี (ปี 2025) พุ่งสูงถึง 5.1% YoY (ขณะที่ไทยอยู่ที่ 2.4% YoY) แถมสัดส่วนหนี้สาธารณะก็อยู่ในระดับต่ำเพียง 41% (ไทย 65.6%)</li>



<li><strong>จุดเปราะบางที่ซ่อนอยู่ :</strong> อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกถึงเสถียรภาพภายนอก กลับพบจุดอ่อนสำคัญ ดุลบัญชีเดินสะพัดของอินโดนีเซียติดลบที่ -0.11% และมีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียง 144.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ต่ำกว่าไทยที่มีถึง 287.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)</li>



<li><strong>ภาพสะท้อนเงินทุนไหลออก :</strong> ข้อมูล Asset movement (ณ 29 มิ.ย. 26) ตอกย้ำวิกฤตความเชื่อมั่นได้อย่างทรงพลัง ดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงดิ่งถึง -32.68% (สวนทางกับไทยที่พุ่งขึ้น 25.26%) ยิ่งไปกว่านั้น กราฟด้านล่างยังแสดงให้เห็นเส้นกราฟเงินทุนสะสมที่ทิ้งดิ่งลงอย่างหนัก สอดคล้องกับสัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติที่วูบหายจาก 46% ในปี 2021 เหลือเพียง 14% ในปี 2025</li>
</ul>



<p><strong>2. มิติความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ (ด้านขวาของภาพ)</strong> จากภาพได้ทำการขมวดปมสาเหตุที่นักลงทุนเทขาย โดยแบ่งเป็น 3 เสาหลัก ซึ่งสอดรับกับเนื้อหาในบทความอย่างสมบูรณ์ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความเสี่ยงเชิงสถาบัน :</strong> การที่รัฐบาลขยายอำนาจเข้ามาแทรกแซงตลาดผ่านกองทุน Danantara และการตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลาง </li>



<li><strong>ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค :</strong> สัญญาณอันตรายจากนโยบายประชานิยมที่กระตุ้นให้รัฐใช้จ่ายเกินตัว จนความเสี่ยงขาดดุลงบประมาณจ่อทะลุเพดาน 3% ของ GDP</li>



<li><strong>ความเสี่ยงด้านตลาดทุน :</strong> ปัญหาโครงสร้างเดิมๆ ทั้งเรื่องความโปร่งใส สภาพคล่องจำกัด และฟางเส้นสุดท้ายอย่างการที่ MSCI ถอดหุ้นออกจากดัชนี</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อรัฐขยายบทบาท คือ ต้นตอความกังวลของนักลงทุน</strong></h3>



<p>ปัจจัยที่สร้างแรงสั่นสะเทือนที่แท้จริงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากยุคของประธานาธิบดี Joko Widodo สู่ยุคของ Prabowo Subianto ซึ่งมาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่มุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ สู่แนวทางที่ <strong>&#8220;รัฐบาลเข้ามาเป็นผู้เล่นหลัก&#8221;</strong> มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอัดฉีดการใช้จ่าย นโยบายสวัสดิการ และการลงมาชี้นำอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ด้วยตัวเอง</p>



<p>เป้าหมายของรัฐบาลนั้นชัดเจน คือ ต้องการดันจีดีพีให้โตทะลุ 5% ยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศให้มีมูลค่าเพิ่ม และแทรกตัวเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลก ให้ลึกขึ้น แต่ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ การที่รัฐขยายอำนาจเข้ามาแทรกแซงตลาดมากเกินไป ได้ก่อให้เกิดความระแวง ยิ่งเมื่อนำมาผสมโรงกับความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง ภาพความน่ากังวลจึงยิ่งถูกขยายให้ชัดเจนขึ้น โดยสามารถแบ่งความเสี่ยงหลักออกเป็น 3 มิติ ดังนี้</p>



<p><strong>1. ความเสี่ยงเชิงสถาบัน รัฐเป็นทั้งกรรมการและผู้เล่น</strong>&nbsp;</p>



<p>การตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติแห่งใหม่ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการดึงอำนาจรัฐเข้ามาลงทุนโดยตรงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย แม้เจตนาคือการปูทางสู่การเติบโตระยะยาว แต่นักลงทุนกลับมองว่ารัฐกำลังสวมหมวกสองใบ เป็นทั้งผู้คุมกฎและผู้เล่นในกระดานเดียวกัน ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดสรรเม็ดเงินที่ให้น้ำหนักกับผลประโยชน์ทางการเมืองหรือยุทธศาสตร์รัฐ มากกว่าผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่แท้จริง</p>



<p>นอกเหนือจากนี้ การตัดสินใจเชิงนโยบายแบบสายฟ้าแลบ เช่น การคุมเข้มการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ หรือการประกาศตัวเป็นคนกลางรับซื้อสินค้าโภคภัณฑ์หลักเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำความไม่แน่นอนทางนโยบาย ทำให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงและวางแผนระยะยาวได้ยาก อีกประเด็นที่อ่อนไหวมากคือ <strong>ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง (Bank Indonesia: BI)</strong> ที่ถูกตีกรอบให้ต้องมาช่วยดูแลเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย ตลาดจึงกังวลว่า BI อาจขาดความเป็นอิสระในการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อหรือพยุงค่าเงินในยามจำเป็น</p>



<p><strong>2. ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค&nbsp;</strong></p>



<p><strong>จากวินัยการคลังที่เริ่มสั่นคลอน</strong> แม้เพดานการขาดดุลงบประมาณจะถูกล็อกไว้ที่ 3% ของจีดีพี แต่ตัวเลขจริงกลับกำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จาก 2.3% ในปี 2024 เป็น 2.9% ในปี 2025 และสำหรับแผนงบประมาณปี 2026 (APBN) ก็คาดว่าจะขาดดุลที่ 2.68%</p>



<p>รายจ่ายที่โป่งพองนี้ส่วนใหญ่มาจากนโยบายประชานิยมและสวัสดิการ โดยเฉพาะโครงการแจกอาหารกลางวันฟรี (Makan Bergizi Gratis: MBG) ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงที่สูบงบประมาณไปถึง 7-8% ของรายจ่ายทั้งหมด ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2026 การใช้จ่ายภาครัฐพุ่งพรวดถึง 31.4% (YoY) สวนทางกับฝั่งรายได้ที่เก็บได้น้อยนิด เนื่องจากโครงสร้างฐานภาษีของอินโดนีเซียแคบมาก มีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อจีดีพี&nbsp; เพียงราว 12% (อิงตัวเลขปี 2023) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 19.5% อย่างเห็นได้ชัด</p>



<p>นอกจากนี้ รัฐยังมีภาระต้องแบกรับต้นทุนการอุดหนุนราคาพลังงานในช่วงวิกฤต บวกกับแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ปัจจัยเหล่านี้กำลังบีบให้ตัวเลขขาดดุลจ่อทะลุเพดาน 3% สิ่งนี้ทำลายความเชื่อมั่นต่อวินัยทางการคลังที่อินโดนีเซียเคยทำได้ดีมาตลอด จนสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง Moody’s และ Fitch ต้องออกมาปรับลดมุมมองจาก Stable ลงสู่ Negative</p>



<p><strong>3. ความเสี่ยงด้านโครงสร้างตลาดทุน</strong></p>



<p><strong>จุดอ่อนที่แก้ไม่ตก</strong> โครงสร้างตลาดทุนอินโดนีเซียยังคงมีอุปสรรคหลายประการที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติขยาด ทั้งในเรื่องความโปร่งใสของข้อมูล สภาพคล่อง สัดส่วนหุ้นรายย่อยที่ซื้อขายได้จริง (Free Float) ที่ค่อนข้างจำกัด รวมถึงกฎเกณฑ์ที่กีดกันการเข้าถึงตลาด ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ฟางเส้นสุดท้ายที่เข้ามากระทบความเชื่อมั่นในช่วงวิกฤตพลังงาน คือ การที่ MSCI (Morgan Stanley Capital International) ออกมาแสดงความกังวลต่อคุณภาพของตลาดทุนอินโดนีเซีย และตัดสินใจถอดหุ้นอินโดนีเซียบางตัวออกจากดัชนี ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้กระบวนการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ (Valuation) ทำได้ยากขึ้น และลดทอนเสน่ห์ของตลาดอินโดนีเซียในสายตานักลงทุนต่างชาติไปโดยปริยาย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทำไมจึงต้านทานกระแสเงินทุนไหลออกได้?</strong></h3>



<p>เมื่อพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยเปรียบเทียบกับวิกฤตกระแสเงินทุนที่เกิดขึ้น จะพบประเด็นสำคัญที่ช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าประเทศไทยจะมีข้อจำกัดด้านสัดส่วนการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงมีอัตราการเติบโตของจีดีพี (GDP) ในปี 2025 ที่ระดับ 2.4% ซึ่งขยายตัวต่ำกว่าอินโดนีเซียที่ระดับ 5.1% แต่ผลกระทบที่ได้รับจากความผันผวนของกระแสเงินทุนโลกกลับอยู่ในวงจำกัด</p>



<p>ปัจจัยหลักที่ทำหน้าที่เป็นกันชน ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย คือความแข็งแกร่งของ<strong> &#8220;เสถียรภาพภายนอก&#8221;</strong> ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีระดับทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูงถึง 287.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับการรักษาระดับดุลบัญชีเดินสะพัดให้เกินดุลได้ที่ 2.8% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงขีดความสามารถในการรองรับแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ที่ยังคงประเมินแนวโน้มความน่าเชื่อถือ ของประเทศไทยไว้ที่ระดับเสถียรภาพ</p>



<p>ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงมีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย สะท้อนผ่านการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์อย่างชัดเจน โดยดัชนีตลาดหุ้นไทย สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ถึง 25.26% ซึ่งสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม แม้เสถียรภาพภายนอกจะมีความมั่นคง แต่โครงสร้างเศรษฐกิจภายในของไทยยังคงมีความท้าทายที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะสัดส่วนหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับ 65.6% ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ภาครัฐต้องบริหารจัดการอย่างรัดกุม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาวต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong> : <strong>เมื่อความไว้วางใจ คือ สินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุด</strong></h3>



<p>สิ่งที่เกิดขึ้นกับอินโดนีเซียอาจไม่ใช่วิกฤตเศรษฐกิจ แต่คือบททดสอบของ <strong>&#8220;ความเชื่อมั่น&#8221;</strong> ซึ่งกลายเป็นปัจจัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดต่อการเคลื่อนย้ายของเงินทุนโลกในยุคปัจจุบัน แม้ประเทศจะมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ หรือมีศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว หากนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อทิศทางนโยบาย วินัยการคลัง หรือความเป็นอิสระของสถาบัน เม็ดเงินก็สามารถไหลออกได้เร็วกว่าที่ตัวเลขเศรษฐกิจจะสะท้อนความเปลี่ยนแปลง</p>



<p>สำหรับประเทศไทย นี่ไม่ใช่เรื่องของการเปรียบเทียบว่าใครดีกว่าหรือแย่กว่า แต่คือบทเรียนว่าการรักษาเสถียรภาพมหภาคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ในโลกที่เงินทุนเคลื่อนย้ายได้ภายในเสี้ยววินาที ความโปร่งใส ความต่อเนื่องของนโยบาย และความน่าเชื่อถือของสถาบันทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็น &#8220;สินทรัพย์&#8221; ที่มีมูลค่าไม่ต่างจากทุนสำรองระหว่างประเทศหรืออัตราการเติบโตของ GDP</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว ตลาดทุนไม่ได้ตอบแทนประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดเสมอไป แต่ตอบแทนประเทศที่ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นได้ว่า กติกาจะไม่เปลี่ยนกลางเกม เพราะในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ <strong>&#8220;Trust&#8221; </strong>ไม่ใช่เพียงความรู้สึก หากแต่เป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของเศรษฐกิจและเงินทุนโลกมากที่สุด</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตาราง : สแกนโครงสร้างเศรษฐกิจ &#8220;ไทย VS อินโดนีเซีย&#8221; ทำไมเงินถึงหนี?</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>เครื่องชี้ทางเศรษฐกิจ</strong></td><td><strong>🇹🇭 ไทย</strong></td><td><strong>🇮🇩 อินโดนีเซีย</strong></td><td><strong>💡 บทวิเคราะห์ความต่าง</strong></td></tr><tr><td><strong>การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP ปี 2025)</strong></td><td>2.4% (YoY)</td><td>5.1% (YoY)</td><td>อินโดนีเซียมีโมเมนตัมเติบโตดุดันกว่า</td></tr><tr><td><strong>สัดส่วนหนี้สาธารณะ</strong></td><td>65.6%</td><td>41%</td><td>อินโดนีเซียยังคุมหนี้สาธารณะได้ดีกว่า</td></tr><tr><td><strong>ทุนสำรองระหว่างประเทศ</strong></td><td>287.5 พันล้าน USD</td><td>144.9 พันล้าน USD</td><td><strong>จุดแข็งไทย!</strong> มีทุนสำรองเยอะกว่าเป็นกันชน</td></tr><tr><td><strong>ดุลบัญชีเดินสะพัด</strong></td><td>เกินดุล +2.8%</td><td>ขาดดุล -0.11%</td><td><strong>จุดเปราะบางอินโดฯ</strong> อ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก</td></tr><tr><td><strong>ผลตอบแทนดัชนีหุ้น (YTD 2026)</strong></td><td>พุ่งขึ้น +25.26%</td><td>ร่วงดิ่ง -32.68%</td><td>ต่างชาติเทขายอินโดฯ โยกเงินมาไทย</td></tr></tbody></table></figure>



<p>บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/indonesia-capital-flight-2026-lessons-vs-thailand/">วิกฤตทุนไหลออกอินโดนีเซีย 2026 ทำไมต่างชาติเทขาย ทั้งที่ GDP โต?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/indonesia-capital-flight-2026-lessons-vs-thailand/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินเอเชียร่วงระนาว วิกฤตอิหร่านดันดีมานด์ดอลลาร์พุ่งปรี๊ด</title>
		<link>https://www.thesignals.net/asian-currency-crisis-iran-war-us-dollar-impact/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/asian-currency-crisis-iran-war-us-dollar-impact/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 07:16:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเงินเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันพุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามอิหร่านสหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สินทรัพย์ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราแลกเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินดอลลาร์แข็งค่า]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทุนไหลออก]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มการลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2055</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดสัปดาห์มาแบบตึงเครียดสุดๆ เมื่อสกุลเงินทั่วเอเชียต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/asian-currency-crisis-iran-war-us-dollar-impact/">เงินเอเชียร่วงระนาว วิกฤตอิหร่านดันดีมานด์ดอลลาร์พุ่งปรี๊ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เปิดสัปดาห์มาแบบตึงเครียดสุดๆ เมื่อสกุลเงินทั่วเอเชียต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักหน่วง ต้นตอหลักหนีไม่พ้นข้อพิพาทระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ลากยาวมาอย่างต่อเนื่อง ผสมโรงกับราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้นไม่หยุด สถานการณ์นี้กำลังบีบให้นักลงทุนแห่โยกเม็ดเงินเข้าหา &#8220;ดอลลาร์สหรัฐ&#8221; ซึ่งเปรียบเสมือนหลุมหลบภัย ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียต้องเผชิญกับความท้าทายขั้นสุด</span></p>
<h2><b>เงินเอเชียร่วงระนาว วิกฤตอิหร่านดันดีมานด์ดอลลาร์พุ่งปรี๊ด</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2068" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/371166_1_11zon.webp" alt="เงินเอเชียร่วงระนาว วิกฤตอิหร่านดันดีมานด์ดอลลาร์พุ่งปรี๊ด" width="1200" height="1500" title="เงินเอเชียร่วงระนาว วิกฤตอิหร่านดันดีมานด์ดอลลาร์พุ่งปรี๊ด" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/371166_1_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/371166_1_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/371166_1_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/371166_1_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/371166_1_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/371166_1_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>สกุลเงินภูมิภาคกอดคอร่วง อาการหนักแค่ไหน? </b><span style="font-weight: 400;">ลองมาเจาะดูตัวเลขที่น่าสนใจกันเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น เริ่มที่ </span><b>รูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวปริ่มๆ แถวระดับ 17,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์ โดยระหว่างวันพุ่งไปทำจุดสูงสุดเหนือระดับ 17,000 ไปแล้ว ทำเอาธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) ต้องงัดสารพัดวิธีมารับมือกับความผันผวนที่พุ่งทะลุปรอท ย้อนกลับไปในการประชุมเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางธนาคารกลางได้ส่งสัญญาณเบรกนโยบายผ่อนคลายทางการเงินแบบชัดเจน เพื่อเตรียมตั้งรับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังก่อตัว ค่าเงินรูเปียห์ถือว่าอ่อนค่าลงมาแบบสไลด์เดอร์ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่วิกฤตอิหร่านเริ่มระอุ โดยเสียศูนย์ร่วงลงมาจากระดับ 16,675 ในช่วงต้นปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้ามมาดูฝั่ง </span><b>เปโซฟิลิปปินส์ (PHP)</b><span style="font-weight: 400;"> ปิดตลาดไปที่ 60.05 เปโซต่อดอลลาร์ (อ้างอิงจากสื่อ Philstar News) สะท้อนภาพรวมของสกุลเงินในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทั่วภูมิภาคที่กอดคอกันอ่อนค่าลงถ้วนหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน </span><b>รูปีอินเดีย (INR)</b><span style="font-weight: 400;"> ก็เผชิญแรงกระเพื่อมหนักไม่แพ้กัน โดยระหว่างวันมีการแกว่งตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 93.28 ก่อนจะดึงกลับมาปิดใกล้ๆ 92.96 ถือว่ายังพอหายใจหายใจคอได้บ้างเมื่อเทียบกับช่วงปลายเดือนมีนาคมที่รูปีร่วงดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 95 ดอลลาร์ จนธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ต้องออกโรงเข้ามาแทรกแซงแบบเด็ดขาด โดยสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ จำกัดการถือครองเงินดอลลาร์ไว้สูงสุดแค่ 100 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นสุดวันทำการในแต่ละวัน</span></p>
<h3><b>ช็อกสองเด้ง ราคาน้ำมันและสภาวะ &#8220;ดอลลาร์บีบคั้น&#8221;</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงกดดันที่ถาโถมใส่ค่าเงินเอเชียระลอกนี้มีที่มาจากวิกฤตแบบ &#8220;Double Shock&#8221; ราคาน้ำมันดิบยืนตระหง่านอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากความขัดแย้งกับอิหร่านที่ไปสกัดกั้นเส้นทางการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่รองรับซัพพลายน้ำมันดิบถึง 20% ของโลก) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เคยพุ่งทะลุ 116 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ก่อนจะลงมาพักตัวแถวๆ 103 ดอลลาร์ ส่วนฝั่งน้ำมันดิบดูไบ (Dubai Crude) ซึ่งเป็นตัวเกณฑ์อ้างอิงของฝั่งผู้ซื้อในเอเชีย ยิ่งดีดตัวสูงขึ้นไปกว่านั้นอีก สะท้อนให้เห็นเลยว่ากลุ่มโรงกลั่นในภูมิภาคเรากำลังตกอยู่ในสภาวะที่เปราะบางมากๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สำนักข่าว The New York Times ได้ตีแผ่ไว้เมื่อปลายเดือนมีนาคม วิกฤตครั้งนี้ช่วยตอกย้ำให้โลกเห็นถึง &#8220;มหาอำนาจผูกขาด&#8221; ของเงินดอลลาร์ในแวดวงการค้าโลกอย่างแท้จริง เพราะการทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศกว่า 90% (แน่นอนว่ารวมถึงน้ำมันดิบที่ราคาแพงหูฉี่ตอนนี้ด้วย) ล้วนต้องอิงราคาประเมินเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กลไกแบบนี้ยิ่งไปซ้ำเติมกลุ่มผู้นำเข้าฝั่งเอเชียให้เจ็บหนักขึ้นไปอีก เพราะต้องควักเงินสกุลท้องถิ่นไปซื้อดอลลาร์ในราคาที่แพงขึ้น เพื่อเอาไปจ่ายค่าพลังงานที่แพงขึ้นตามไปด้วย เรียกว่าโดนผลกระทบทั้งขึ้นทั้งล่อง</span></p>
<h3><b>ธนาคารกลางตั้งป้อมรับมือขั้นสูงสุด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงจุดนี้ ธนาคารกลางทั่วเอเชียจำต้องเปลี่ยนโหมดมาเป็น &#8220;ตั้งรับ&#8221; เต็มกำลัง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางค่าย CNBC ได้อ้างอิงมุมมองจากคุณ Gareth Berry หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยจากค่าย Macquarie ที่ออกมาเตือนว่า </span><b>เงินเยนญี่ปุ่น (JPY)</b><span style="font-weight: 400;"> อาจจะอ่อนค่าทะลุแนวดิ่งลงไปได้อีกหากความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อ โดยตั้งข้อสังเกตว่าหากเงินเยนอ่อนค่าทะลุแนว 163 ต่อดอลลาร์เมื่อไหร่ นั่นอาจจะเป็นจุดพอยต์ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องกดปุ่มเข้ามาแทรกแซงทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อขยับไปดูตลาดหุ้นอินเดีย ดัชนี Sensex และ Nifty 50 ร่วงหลุดหน้าผาไปแล้ว 10.8% และ 9.5% ตามลำดับนับตั้งแต่เริ่มต้นปี การปรับตัวลงแรงระดับนี้ก่อให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออก (Capital Outflows) ซึ่งยิ่งเป็นเหมือนสมอเรือที่ถ่วงให้เงินรูปีจมดิ่งลงไปอีก ในขณะเดียวกัน กองทุน Port Shelter Investment Management ให้ความเห็นผ่าน CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) น่าจะยังคงเหยียบเบรกและตรึงดอกเบี้ยต่อไป และแน่นอนว่าเงินดอลลาร์ก็จะยังคงกินรวบ ได้รับอานิสงส์เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากสถานะความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-haven) ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความปั่นป่วน</span></p>
<h3><b>อ่านเกมขาด ทิศทางการลงทุนในยุคความผันผวน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากมรสุมเศรษฐกิจที่ก่อตัวขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกมการเงินโลก ณ ปัจจุบันกำลังถูกขับเคลื่อนด้วย &#8220;ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์&#8221; เป็นแกนหลัก หากข้อพิพาทระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่ปรากฏแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในเร็ววันนี้ สิ่งที่นักลงทุนต้องเตรียมรับมือในโลกความเป็นจริงคือ ต้นทุนการนำเข้าของประเทศในแถบเอเชียจะยิ่งบานปลายจนนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อที่ฝังรากลึก ส่งผลบีบบังคับให้ธนาคารกลางในหลายประเทศอาจต้องจำใจงัดนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อสกัดเงินทุนไหลออก ซึ่งนั่นจะยิ่งไปฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจภายในภูมิภาค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสภาวะตลาดที่มีแต่น้ำเชี่ยวแบบนี้ การกระจายความเสี่ยง (Asset Diversification) ไม่ใช่แค่แนวทางเลือก แต่คือ &#8220;วิถีแห่งการอยู่รอด&#8221; การติดตามท่าทีของเฟดและมาตรการแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางในฝั่งเอเชียจึงเป็นเรื่องที่ต้องมอนิเตอร์กันแบบวันต่อวัน การปรับพอร์ตเพื่อถือครองสินทรัพย์ที่อิงกับดอลลาร์หรือสินทรัพย์ปลอดภัยทางเลือกอื่นๆ ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยซับแรงกระแทกจากพายุความผันผวนลูกนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<h3><strong>ตารางสรุปแรงกระแทก &#8220;วิกฤตอิหร่าน&#8221; สะเทือนสกุลเงินเอเชีย</strong></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">สกุลเงิน / สินทรัพย์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ล่าสุด (ณ จุดพีก)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบและการรับมือของทางการ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">รูเปียห์ (IDR)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทะลุ 17,000 / ดอลลาร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">แบงก์ชาติอินโดฯ ยกเลิกนโยบายผ่อนคลาย รับมือเงินเฟ้อ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">เปโซ (PHP)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อ่อนค่าแตะ 60.05 / ดอลลาร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สะท้อนภาพรวมตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทรุดตัว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">รูปี (INR)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">แกว่งตัวแตะ 93.28 / ดอลลาร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">แบงก์ชาติอินเดียสั่งจำกัดแบงก์พาณิชย์ถือครองดอลลาร์</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">เยน (JPY)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เสี่ยงทะลุ 163 / ดอลลาร์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">นักวิเคราะห์เตือน รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมจ่อคิวแทรกแซง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันดิบ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ทะลุ 100 ดอลลาร์ / บาร์เรล</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนพลังงานฝั่งเอเชียพุ่งปรี๊ด ดันเงินเฟ้อพุ่ง</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.poundsterlinglive.com/history/USD-IDR-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.poundsterlinglive.com/history/USD-IDR-2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.wsws.org/en/articles/2026/04/02/ugql-a02.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.wsws.org/en/articles/2026/04/02/ugql-a02.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.exchange-rates.org/exchange-rate-history/usd-idr-2026" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.exchange-rates.org/exchange-rate-history/usd-idr-2026</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/crude-oil-prices-surpass-100-221922295.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/crude-oil-prices-surpass-100-221922295.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://edition.cnn.com/2026/03/30/business/oil-prices-rise-116-iran-intl" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://edition.cnn.com/2026/03/30/business/oil-prices-rise-116-iran-intl</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nytimes.com/2026/03/25/business/iran-war-dollar-rupee-won.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nytimes.com/2026/03/25/business/iran-war-dollar-rupee-won.html</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/asian-currency-crisis-iran-war-us-dollar-impact/">เงินเอเชียร่วงระนาว วิกฤตอิหร่านดันดีมานด์ดอลลาร์พุ่งปรี๊ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/asian-currency-crisis-iran-war-us-dollar-impact/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 11:56:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[จัดพอร์ตลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเกิดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางดอกเบี้ยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทุนไหลออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=1002</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตราคาน้ำมันที่เป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/">น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤตราคาน้ำมันที่เป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ไปทั่วทั้ง &#8220;ตลาดเกิดใหม่&#8221; (Emerging Markets) สถานการณ์นี้ได้เข้ามาสกัดกั้นกระแสเงินทุนที่เคยไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งมานานหลายเดือนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ และบีบให้นักลงทุนต้องรื้อแผนประเมินทิศทางนโยบายการเงินและการลดดอกเบี้ยในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเสียใหม่</span></p>
<h2><b>น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-971" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon.webp" alt="น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก " width="1200" height="1500" title="น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (Institute of International Finance &#8211; IIF) ระบุชัดเจนว่า กระแสเงินทุนไหลเข้าพอร์ตการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ของต่างชาติในเดือนกุมภาพันธ์ ทรุดตัวลงอย่างหนักเหลือไม่ถึง </span><b>21,700 ล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงอย่างน่าตกใจเมื่อเทียบกับตัวเลขเงินทุนไหลเข้าที่เคยทำสถิติสูงสุดถึง </span><b>9.88 หมื่นล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นไปจ่อระดับ </span><b>120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งแทบจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวภายในเวลาเพียงเดือนเดียว หลังจากความขัดแย้งลุกลามจนกระทบเส้นทางการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาขึ้นของราคาน้ำมันในครั้งนี้ได้พลิกโผการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ตลาดเงินในปัจจุบันคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจต้องนำประเด็นเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้นสู่การขึ้นดอกเบี้ยของ ECB สองครั้งในปีนี้ (0.50% โดยรวม) ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นการกลับทิศทางแบบ 180 องศาจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า</span></p>
<h4><b>จุดเปลี่ยนฉับพลัน ‘จากยุคดอกเบี้ยขาลง สู่การกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง’</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หากย้อนกลับไปช่วงก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลจากการคำนวณของ JPMorgan ชี้ว่า ธนาคารกลาง EM ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยใน 2026 แต่หลัง oil shock ตัวเลขธนาคารกลางที่คาด cut rates หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แถมขนาดของการลดดอกเบี้ยที่เคยคาดหมายไว้ก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ประเทศที่เคยกอบโกยประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่ยาวนาน เช่น อินเดีย, ฟิลิปปินส์, แอฟริกาใต้ และฮังการี ตอนนี้ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า อาจจะต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม หรือหนักกว่านั้น คือต้องกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด หากตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงไต่ระดับสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;นี่คือ ปัจจัยลบที่กระแทกการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างจัง&#8221; James Lord ผู้อำนวยการระดับโลกฝ่ายกลยุทธ์ FX และตลาดเกิดใหม่จาก Morgan Stanley กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน Goldman Sachs ประเมินว่า แค่การที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นจาก </span><b>70 ดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ไปเป็น </span><b>85 ดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> จากปัญหาด้านอุปทาน ก็สามารถดันให้เงินเฟ้อในตลาดเกิดใหม่โซนเอเชียพุ่งขึ้นได้ถึง </span><b>0.7%</b><span style="font-weight: 400;"> และจะกดดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจหดตัวลง </span><b>0.5%</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะที่ Citigroup ออกมาเตือนว่า หากภาวะช็อกนี้ยืดเยื้อออกไป มันอาจทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อ &#8220;หลุดกรอบการควบคุมอย่างรุนแรง&#8221; (Aggressively de-anchor) โดยประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำอย่าง อาร์เจนตินา, ศรีลังกา และปากีสถาน จะตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุดที่จะเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกขนานใหญ่</span></p>
<h4><b>เงินทุนไหลออกกระจายวงกว้าง แต่มีความยืดหยุ่นต่างกันในแต่ละภูมิภาค</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลการรับฝากทรัพย์สินจาก BNY Mellon เผยให้เห็นภาพเงินทุนที่ไหลออกจากทั้งตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ และตลาดค่าเงินของตลาดเกิดใหม่พร้อมๆ กัน โดยภูมิภาคละตินอเมริกาเผชิญกับแรงเทขายหนักหน่วงที่สุด สัดส่วนเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นสูงถึง </span><b>12.4%</b><span style="font-weight: 400;"> ตามมาด้วยยุโรปตะวันออกที่ </span><b>9.8%</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างไรก็ตาม ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น (Resilience) ได้ดีกว่า โดยมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเพียง </span><b>4.2%</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งสถานะดุลบัญชีเดินสะพัดและทุนสำรองระหว่างประเทศก้อนใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็แข็งค่าขึ้นกวาดล้างแทบทุกสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ โดยสกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ และฟอรินต์ของฮังการี เจ็บหนักที่สุดจากการที่นักลงทุนแห่ปิดสถานะ Carry Trade นอกจากนี้ Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนาที่กรุงเทพฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนว่า ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น </span><b>10%</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกขยับขึ้นได้ถึง </span><b>40 Basis Points</b><span style="font-weight: 400;"> พร้อมทั้งเร่งเร้าให้ประเทศที่มีความเปราะบางเตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น</span></p>
<h4><b>บททดสอบความแข็งแกร่งของตลาดเกิดใหม่</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไฟสงครามในครั้งนี้ ได้เข้ามาดับฝันช่วงเวลาอันสดใสของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามาได้อย่างมหาศาลในช่วงต้นปี 2026 ท่ามกลางความหวังว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าและดอกเบี้ยจะลดลงต่อเนื่อง เครื่องชี้วัดจาก IIF ในเดือนมีนาคมชี้ให้เห็นว่า แม้กระแสเงินในตลาดตราสารหนี้จะยังคงเป็นเสาหลักประคองตลาดไว้ได้ที่ </span><b>1.43 หมื่นล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เงินทุนในตลาดหุ้นกลับชะลอตัวลงเหลือเพียง </span><b>7.4 พันล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากนักลงทุนหันมาจัดพอร์ตแบบระมัดระวังและเลือกตัวเล่นมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตราบใดที่ความขัดแย้งในอิหร่านยังไร้แววคลี่คลาย และเส้นทางขนส่งน้ำมันยังคงตีบตัน ผู้กำหนดนโยบายในตลาดเกิดใหม่จะต้องเผชิญกับโจทย์สุดท้าทายที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการต้องงัดมาตรการปกป้องค่าเงินของตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการพยุงเศรษฐกิจที่กำลังส่งสัญญาณชะลอตัว</span></p>
<h3><b>แนวโน้มเข้าสู่โหมด &#8220;Risk-Off&#8221; </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์จริงที่กำลังก่อตัวขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลาดกำลังเปลี่ยนเข้าสู่โหมด &#8220;Risk-Off&#8221; หรือการปิดรับความเสี่ยง หากวิกฤตสงครามยืดเยื้อและราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง (Higher for Longer) สิ่งที่เรามีแนวโน้มจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เงินเฟ้อฝังรากลึก (Sticky Inflation)</b><span style="font-weight: 400;"> การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และแบงก์ชาติทั่วโลกจะถูกเลื่อนออกไป ทรัพย์สินที่ได้เปรียบในช่วงดอกเบี้ยต่ำจะเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การแยกทางของ EM (EM Divergence) </b><span style="font-weight: 400;">จะไม่สามารถเหมารวมตลาดเกิดใหม่ได้อีกต่อไป ประเทศที่เป็น Net Exporter ด้านพลังงาน หรือมีทุนสำรองแกร่ง (อย่างหลายประเทศในอาเซียนรวมถึงไทย) จะทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันนำเข้ามหาศาล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โอกาสในวิกฤต</b><span style="font-weight: 400;"> จังหวะนี้กระแสเงินทุนอาจไหลหลบภัยไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Havens) อย่างทองคำ หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯระยะสั้น รวมไปถึงหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำที่จะได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากน้ำมันแพง</span></li>
</ol>
<p><b>ถึงเวลาจัดพอร์ตใหม่ (Rebalancing)</b><span style="font-weight: 400;"> กระจายความเสี่ยงให้รัดกุมขึ้น ถือเงินสดสำรองไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรอจังหวะที่ Valuation ของตลาดหุ้นเกิดใหม่พื้นฐานดีปรับตัวลงมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจ การลงทุนแบบ &#8220;เลือกเป็นรายตัว&#8221; (Stock/Country Selection) จะเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการสร้างผลตอบแทนในสภาวะตลาดเช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.kitco.com/news/off-the-wire/2026-03-10/portfolio-flows-emerging-markets-slow-22-billion-february-says-iif" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.kitco.com/news/off-the-wire/2026-03-10/portfolio-flows-emerging-markets-slow-22-billion-february-says-iif</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://longbridge.com/en/news/275529602" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://longbridge.com/en/news/275529602</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.ainvest.com/news/traders-boost-ecb-rate-bets-fully-price-ecb-hikes-year-2603-22/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.ainvest.com/news/traders-boost-ecb-rate-bets-fully-price-ecb-hikes-year-2603-22/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-09/energy-shock-rewrites-europe-s-rate-path-as-traders-bet-on-hikes" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-09/energy-shock-rewrites-europe-s-rate-path-as-traders-bet-on-hikes</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.jpmorgan.com/insights/global-research/outlook/market-outlook" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.jpmorgan.com/insights/global-research/outlook/market-outlook</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://kpmg.com/us/en/articles/2026/february-2026-central-bank-scanner.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://kpmg.com/us/en/articles/2026/february-2026-central-bank-scanner.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.washingtontimes.com/news/2026/mar/9/crude-oil-prices-spike-near-120-barrel-war-iran-impedes-production/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.washingtontimes.com/news/2026/mar/9/crude-oil-prices-spike-near-120-barrel-war-iran-impedes-production/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://longbridge.com/en/news/277715082" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://longbridge.com/en/news/277715082</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/energy/oil-shock-could-strain-emerging-markets-beyond-inflation-analysts-say-2026-03-03/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/energy/oil-shock-could-strain-emerging-markets-beyond-inflation-analysts-say-2026-03-03/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/imf-says-10-oil-rise-064303934.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/imf-says-10-oil-rise-064303934.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://bitcoinworld.co.in/emerging-market-liquidation-safe-haven-bny/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bitcoinworld.co.in/emerging-market-liquidation-safe-haven-bny/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/">น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
