สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านล่วงเลยมากว่าสัปดาห์แล้ว แต่เชื่อไหมครับว่าพันธมิตรกลุ่ม BRICS กลับไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันได้เลยแม้แต่ฉบับเดียว! ความเงียบงันในขณะที่สมาชิกของตัวเองกำลังตกอยู่ในกองเพลิง สะท้อนให้เห็นถึงขีดจำกัดของขั้วอำนาจ 11 ประเทศที่เคยหวังจะจัดระเบียบโลกใหม่ได้อย่างชัดเจน
ศึกสายเลือด BRICS! สงครามอิหร่านทำกลุ่มแตก สิ้นสุดยุคระเบียบโลกใหม่?

ท่าทีนี้ ต่างจากตอนเดือนมิถุนายนปี 2025 อย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นบราซิลนั่งแท่นประธาน BRICS และรีบออกมาประณามการโจมตีอิหร่านอย่างรวดเร็วว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่รอบนี้ ภายใต้การนำของอินเดีย กลุ่ม BRICS กลับรูดซิปปากเงียบกริบนับตั้งแต่ปฏิบัติการ Operation Epic Fury เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 1,230 รายในช่วง 6 วันแรก
รอยร้าวในกลุ่มพันธมิตร
แน่นอนว่ารอยร้าวนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน จีน รัสเซีย และบราซิล ขยับตัวไวมากในการประณามการโจมตีครั้งนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนซัดแรงว่า การสังหารผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถือเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของอิหร่านอย่างร้ายแรง และเหยียบย่ำกฎบัตรสหประชาชาติ พร้อมจี้ให้หยุดยิงทันที ฝั่งรัสเซียก็ไม่น้อยหน้า ตอกย้ำว่า นี่คือ การรุกรานด้วยกำลังอาวุธที่ไตร่ตรองไว้ก่อนต่อรัฐเอกราช
แต่อินเดียกลับเดินเกมคนละกระดาน นายกฯ นเรนทรา โมดี เพิ่งบินไปเยือนอิสราเอลไม่กี่วันก่อนเกิดการโจมตี พร้อมยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์พิเศษ” และลั่นวาจาว่า “อินเดียขอยืนหยัดเคียงข้างอิสราเอลอย่างแน่วแน่” รัฐบาลนิวเดลีทอดเวลาถึง 3 วันกว่าจะออกแถลงการณ์แบบแบ่งรับแบ่งสู้ เรียกร้องให้ใช้ “การทูตและการเจรจา” โดยเลี่ยงที่จะวิจารณ์สหรัฐฯ หรืออิสราเอล แต่กลับหันไปประณามอิหร่านที่ยิงขีปนาวุธตอบโต้ใส่ยูเออี (UAE) แทน
ศึกสายเลือด BRICS ซัดกันเอง
สถานการณ์ยิ่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่ออิหร่านตัดสินใจยิงขีปนาวุธหลายร้อยลูกและโดรนกว่า 1,400 ลำ ถล่มใส่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ซึ่งก็เป็นสมาชิก BRICS มาตั้งแต่ปี 2024!) เป้าหมายคือฐานทัพสหรัฐฯ แต่เคราะห์ร้ายที่สร้างความเสียหายให้กับพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทั่วอาบูดาบีและดูไบ กระทรวงกลาโหมยูเออีรายงานยอดผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 112 คน พร้อมประกาศกร้าวว่าเตรียมรับมือกับทุกภัยคุกคาม
ภาพที่สมาชิก BRICS ถล่มกันเองแบบนี้ ทำให้คำว่า “ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” กลายเป็นแค่เรื่องตลก Paulo Nogueira Batista อดีตรองประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาของ BRICS ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times อย่างตรงไปตรงมาว่า “กลุ่มนี้ไม่มีความสามัคคีเลยแม้แต่น้อย และมันทำลายแนวคิดการขับเคลื่อนร่วมกันไปจนหมดสิ้น”
หรือจะเป็นแค่เสือกระดาษ?
Priyal Singh นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงในพริทอเรีย ให้มุมมองกับ Middle East Eye ว่า ความสนิทสนมระหว่างอินเดียกับอิสราเอล บวกกับการที่อิหร่านถล่มยูเออี ทำให้การหาฉันทามติแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่วน Patrick Bond ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงทางสังคม มหาวิทยาลัยโจฮันเนสเบิร์ก สับแหลกกว่านั้น โดยระบุว่า “ไม่มีชนชั้นนำของ BRICS ประเทศไหนยอมยื่นมือช่วยอิหร่านหรอก ในเมื่อผลประโยชน์ของพวกเขาผูกติดอยู่กับความมั่งคั่งของอิสราเอล”
การประชุมใหญ่ของ BRICS ครั้งต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นที่นิวเดลีในเดือนกันยายนนี้ คำถามตัวโตๆ คือ ขั้วอำนาจนี้จะกอบกู้ความน่าเชื่อถือกลับมาได้หรือไม่ ในเมื่อแค่ปัญหาความขัดแย้งของสมาชิกในกลุ่ม ยังไร้ศักยภาพที่จะจัดการได้อย่างสิ้นเชิง
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปราะบางเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุน ราคาน้ำมัน และทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับนักลงทุนที่ไม่อยากพลาดทุกจังหวะสำคัญของตลาด
อนาคตของระเบียบโลกใหม่ ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์
ท้ายที่สุดแล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม BRICS สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายครั้งสำคัญในการก้าวขึ้นมาเป็นขั้วอำนาจใหม่ของโลก อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างทางด้านนโยบายต่างประเทศและผลประโยชน์แห่งชาติของแต่ละรัฐสมาชิก โดยเฉพาะรอยร้าวระหว่างอินเดีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้การบูรณาการความร่วมมือในระดับพหุภาคีอาจเกิดการชะงักงันในระยะสั้นถึงระยะกลาง การขาดฉันทามติในประเด็นความมั่นคงระดับนานาชาติทำให้บทบาทของกลุ่มในการคานอำนาจกับชาติตะวันตกถูกตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ความยืดเยื้อของสงครามอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่กดดันเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานและทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ด้วยเหตุนี้ ภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายจึงต้องประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวอย่างรัดกุม
ดังนั้น เราควรติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม BRICS และการดำเนินนโยบายของชาติมหาอำนาจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนเหล่านี้มีนัยสำคัญต่อการปรับฐานของตลาดทุนระดับสากล การกระจายความเสี่ยงและการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจมหภาค จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อ้างอิงจาก
- https://clashreport.com/world/articles/brics-divided-over-us-israel-war-on-iran-after-indias-chairmanship-784zyb133wh
- https://www.nytimes.com/2026/03/08/world/middleeast/brics-iran-allies-us-israel-war.html
- https://www.fddaction.org/policy-alerts/2026/02/28/policy-alert-u-s-launches-operation-epic-fury-to-eliminate-irans-nuclear-and-
- https://www.breitbart.com/national-security/2026/03/03/uae-president-greets-shoppers-in-dubai-mall-after-attack-from-fellow-bric
- https://www.theguardian.com/us-news/2026/feb/28/khamenei-likely-killed-us-israel-iran-strikes
- https://westbridgeinsight.com/articles/news-update-2026-03-08-0930
- https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Iranian_strikes_on_the_United_Arab_Emirates
- https://www.middleeasteye.net/news/brics-missing-in-action-israel-war-permanent-member-iran-spirals
- https://mof.gov.ae/en/public-finance/international-relations/our-participation-in-brics/
- https://testbook.com/blog/18th-brics-summit-2026-host-country/









