ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาผงาดอีกครั้งแบบพลิกความคาดหมายในช่วงวันจันทร์และวันอังคารที่ผ่านมาครับ สาเหตุหลักมาจากท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่าสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมา 10 วัน “ใกล้จะจบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว” ข่าวนี้ทำให้นักลงทุนที่กำลังใจตุ๊มๆ ต่อมๆ หายใจทั่วท้องขึ้นมาทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันที่เคยพุ่งทะลุเพดานร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว ตลาดเริ่มเต็มไปด้วยความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย แต่ทว่าความโล่งใจนี้ก็อยู่ได้ไม่นานครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาดันเกิดเหตุโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในกรุงอาบูดาบี ตอกย้ำให้เหล่านักลงทุนเห็นว่า หนทางสู่สันติภาพและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงเปราะบางเหลือเกิน
หุ้นตีกลับแรง! ทรัมป์ส่อจบศึกอิหร่าน แต่อย่าวางใจราคาน้ำมัน

จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อบ่ายวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว CBS News ส่งตรงจากสนามกอล์ฟ Doral ในฟลอริดา โดยเขาระบุอย่างมั่นใจว่าแสนยานุภาพทางทหารของอิหร่านถูกทำลายไปมากแล้ว
“ผมคิดว่าสงครามน่าจะจบลงแล้วล่ะ พวกเขาไม่มีทั้งกองทัพเรือ ระบบสื่อสารพังทลาย และไร้ซึ่งกองทัพอากาศ” ทรัมป์ระบุ พร้อมทั้งกล่าวเสริมในการแถลงข่าวเวลาต่อมาว่า ความขัดแย้งนี้จะสิ้นสุดลง “ในเร็วๆ นี้” แม้จะไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจน โดยให้เหตุผลในเชิงกลยุทธ์ว่า สหรัฐฯ “ยังเหลือเป้าหมายสำคัญบางจุดที่เก็บไว้จัดการทีหลัง”
ปฏิกิริยาตอบรับจากตลาดหุ้นและราคาน้ำมัน
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของผู้นำสหรัฐฯ กลายเป็น ‘จุดกลับตัว’ ของตลาดการลงทุนทันทีครับ
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – ดัชนี S&P 500 ที่ร่วงลงไปลึกสุดถึง 1.5% ในช่วงต้นตลาดของวันจันทร์ พลิกกลับมาปิดบวกได้อย่างสวยงามที่ 0.83% ขณะที่ดัชนี Nasdaq กระโดดขึ้น 1.4% และ Dow Jones ขยับบวก 0.5%
- ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรป – ข้ามฝั่งมาที่ตลาดเอเชียในวันอังคาร ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งทะยานนำโด่งระดับภูมิภาคถึง 5.35% ส่วนตลาดหุ้นฝั่งยุโรปก็เปิดตลาดด้วยแดนบวกเช่นเดียวกัน
แต่สินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวหวือหวาที่สุดต้องยกให้ “ราคาน้ำมัน” ครับ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่เคยทะยานทะลุ 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันจันทร์ จากความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจยืดเยื้อ ได้ทิ้งตัวลงมาแตะระดับ 92 ดอลลาร์ในวันอังคาร ซึ่งข้อมูลจาก Trading Economics ชี้ว่านี่เป็นการดิ่งลงราวๆ 7% จากราคาปิดก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมาแตะ 92.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 6.94% จากวันก่อนหน้าจากจุดสูงสุดของวันจันทร์ หลังจากทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ พร้อมเดินเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ‘โดยเร็วที่สุด หากจำเป็น’ และสั่งการให้ US International Development Finance Corporation จัดทำประกันความเสี่ยงทางการเมืองสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมขู่ฟ่อว่าหากอิหร่านขัดขวางการขนส่งน้ำมันโลก สหรัฐฯ จะตอบโต้กลับให้ “หนักกว่าเดิมถึง 20 เท่า”
ปัจจัยเสี่ยงใหม่ ‘เหตุโจมตีโรงกลั่นในอาบูดาบี’
อย่างไรก็ตาม ความหวังของนักลงทุนก็ถูกทดสอบอีกครั้งอย่างรวดเร็วในวันอังคาร เมื่อมีเหตุโดรนโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ที่นิคมอุตสาหกรรม Ruwais ในกรุงอาบูดาบี ซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าบริษัท Abu Dhabi National Oil Company ต้องสั่งระงับการเดินเครื่องโรงกลั่น Ruwais ที่มีกำลังการผลิตมหาศาลถึง 922,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อประเมินความเสียหายและเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน โชคดีที่สำนักงานสื่อของอาบูดาบียืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
การโจมตีครั้งนี้นับเป็นการเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานในอ่าวอาหรับครั้งล่าสุด นับตั้งแต่อิหร่านเริ่มปฏิบัติการเอาคืนจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ตลาดที่ติดอยู่ระหว่าง ‘ความหวัง’ และ ‘ความเสี่ยง’ ในการลงทุน
สภาวะตลาดที่เหวี่ยงไปมาอย่างรุนแรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า เราคงกำลังสับสนกับสัญญาณที่ขัดแย้งกันเองจากหลายฝ่ายครับ ในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามแสดงความมั่นใจว่าควบคุมสถานการณ์ได้ แต่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลกลับระบุชัดเจนว่าภารกิจจัดการอิหร่าน “ยังไม่จบ” สวนทางกับกองทัพอิหร่านที่ส่งสัญญาณเตรียมยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธเช่นกัน
- เสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ – นักวิเคราะห์จาก Macquarie ถึงกับออกโรงเตือนลูกค้านักลงทุนว่า หากความขัดแย้งนี้ไม่ยุติลงอย่างรวดเร็ว “ตลาดน้ำมันดิบอาจจะพังทลายลงในระดับหลักวัน ไม่ใช่หลักสัปดาห์หรือหลักเดือน”
- ผลกระทบระดับมหภาค – สอดคล้องกับคุณ Amin Nasser ซีอีโอของ Saudi Aramco ที่เตือนในการแถลงผลประกอบการเมื่อวันจันทร์ว่า ผลกระทบจากสงครามครั้งนี้อาจกลายเป็น “หายนะ” ต่อตลาดโลกได้เลย
ท้ายที่สุดนี้ ด้วยสถิติตัวเลขทหารอเมริกันที่เสียชีวิต 9 นาย และยอดผู้เสียชีวิตรวมทุกฝ่ายสูงกว่า 2,200–5,000+ ราย (โดยฝ่ายอิหร่านฝ่ายเดียว รัฐบาลอิหร่านยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 1,255 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน) และยอดผู้ได้รับบาดเจ็บรวมกว่า 15,990+ รายนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น สายตาชาวโลกต่างจับจ้องไปที่ความพยายามในการเจรจาลับหลังม่านในกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ว่าฝ่ายต่างๆ จะสามารถหาจุดลงตัวและผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการได้หรือไม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่ตลาดการลงทุนอีกครั้ง
อ้างอิงจาก
- https://www.cbsnews.com/news/trump-iran-cbs-news-the-war-is-very-complete-strait-hormuz/
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-10/uae-says-drone-attack-causes-fire-in-zone-that-houses-refinery
- https://www.marinelink.com/news/drone-strike-sparks-fire-adnocs-ruwais-536780
- https://www.cnbc.com/2026/03/09/oil-prices-iran-war-middle-east-us-israel-strait-of-hormuz.html
- https://tradingeconomics.com/commodity/brent-crude-oil
- https://www.businessinsider.com/us-service-members-killed-wounded-fighting-iran-american-military-says-2026-3
- https://www.ig.com/uk/news-and-trade-ideas/_stock-markets-rebound-sharply-as-iran-conflict-fears-ease-and-o-260310
- https://www.arnnewscentre.ae/en/news/uae/drone-attack-sparks-fire-at-oil-refinery-in-abu-dhabi/
- https://energy.economictimes.indiatimes.com/news/oil-and-gas/trump-threatens-iran-with-destructive-retaliation-over-strait-of-hormuz
- https://circuit.news/2026/03/10/aramco-ceo-sounds-alarm-on-impact-of-iran-conflict-for-oil/
- https://biz.chosun.com/en/en-finance/2026/03/10/3O6XKTUL2VERLERAHGK7JXYQ74/
- https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Iran_war










