สวัสดีเพื่อนนักลงทุนทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกทิศทางตลาดหุ้นไทย อัปเดตข้อมูลกลยุทธ์ล่าสุดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยรายงานนี้มาจาก αlpha PULSE โดย โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ จาก BLS Wealth Research
เจาะลึกกลยุทธ์ตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2 ปี 2026 โอกาสทำกำไรและหุ้นเด่นสู้ต้นทุนพลังงาน

ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกมีสัญญาณการฟื้นตัวกลับมาในลักษณะ Relief Rally สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางด้านสงครามที่เริ่มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แม้ว่าการเจรจาสันติภาพรอบแรกเมื่อวันที่ 11 เมษายน จะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจนได้ แต่การที่ยังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดประเมินว่าความเสี่ยงเชิงลบส่วนใหญ่นั้นได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นแล้ว (De-escalation) ยิ่งไปกว่านั้น การก้าวเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 1Q26 ซึ่งภาพรวมยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานไม่มากนัก จึงช่วยผลักดัน Risk-on Sentiment ทำให้บรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นยังคงสดใส
เมื่อความจริงเข้ามาเคาะประตู การเปลี่ยนผ่านสู่โหมด Reality Check
อย่างไรก็ตาม ภาพของตลาดกำลังจะขยับเข้าสู่ช่วงการประเมินปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง หรือ Reality Check เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่ยังคงยืนอยู่ระดับสูง มีแนวโน้มที่จะเริ่มส่งผ่านเข้าไปในต้นทุนการผลิตและการขนส่งอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2Q26 เป็นต้นไป และจะสะท้อนผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญที่สุดในช่วงไตรมาส 3Q26 เมื่อสินค้าคงคลังล็อตใหม่เริ่มรับรู้ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น
ด้วยเหตุนี้ กรอบการฟื้นตัวของดัชนีจึงยังมีอัพไซด์ค่อนข้างจำกัด โดยมีการประเมินเป้าหมาย SET Target สิ้นปี 2026 เอาไว้ที่ระดับ 1550 จุด ดังนั้น กลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ที่สุดในตอนนี้คือการลงทุนแบบเจาะจงรายตัว (Selective)
เจาะลึก 3 ธีมหุ้นแกร่ง 2026 ผ่ากลยุทธ์ทำกำไร สู้สภาวะต้นทุนพลังงานเดือด
| ธีมการลงทุน | หุ้นเด่น (Top Picks) | จุดเด่นและเกราะป้องกัน |
| Pricing Power | CPALL, CPN | ส่งผ่านต้นทุนได้ดีเยี่ยม อำนาจต่อรองสูง |
| Supply Shock | PTTGC, IVL | ส่วนต่างกำไร (Spread) พุ่งจากอุปทานตึงตัว |
| Recovery | BH | ต่างชาติไหลกลับสะสม อุปสงค์อั้น (Pent-up) |
เพื่อให้เห็นภาพที่คมชัดขึ้น เราสามารถแบ่งกลุ่มธุรกิจตามระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
1.ธีม Domestic Pricing Power Plays (กลุ่มทรงพลัง ส่งผ่านต้นทุนฉลุย)
กลุ่มนี้ คือ บรรดาผู้เล่นระดับผู้นำในประเทศที่มีความสามารถพิเศษในการบริหารจัดการราคา เมื่อเผชิญกับคลื่นต้นทุนที่สูงขึ้น พวกเขาสามารถส่งผ่านภาระเหล่านั้นไปยังผู้บริโภคปลายทางหรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจได้อย่างแนบเนียน โดยที่ยอดขายไม่สะดุดและอัตรากำไรไม่พังทลาย
- CPALL ในหมวดค้าปลีกสินค้าของใช้จำเป็น โครงสร้างธุรกิจลักษณะนี้มีต้นทุนที่ได้รับผลกระทบทางตรงค่อนข้างต่ำเพียง 3-4% ของรายได้ ด้วยความเป็นสินค้าที่ขาดไม่ได้ ผู้บริโภคยังคงต้องแวะเวียนมาจับจ่ายใช้สอยตามปกติ ทำให้สามารถส่งผ่านต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นได้บางส่วน ปัจจุบันมีการประเมินมูลค่า PER ไว้ที่ระดับน่าสนใจราว 14.8 เท่า ถือเป็นหุ้นแกนหลักที่ต้านทานความผันผวนได้ดีเยี่ยม
- CPN เจ้าใหญ่วงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก มีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าในตลาด แม้จะมีความท้าทายเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนกลาง แต่ด้วยโครงสร้างสัญญาเช่าที่แข็งแกร่ง ทำให้มีช่องทางในการบริหารจัดการและผลักภาระต้นทุนออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีระดับ PER ประเมินอยู่ที่ 14.5 เท่า สะท้อนถึงเสถียรภาพที่แข็งแกร่งเหนือภาพรวมตลาด
2.ธีม Supply Shock Beneficiaries (กลุ่มผู้ชนะ จากวิกฤตอุปทานตึงตัว)
ตามกลไกปกติ กลุ่มปิโตรเคมีมักจะได้รับผลกระทบหนักเมื่อราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักพุ่งสูงขึ้น แต่อันที่จริงแล้ววิกฤตรอบนี้มาพร้อมกับปัญหาอุปทานขาดแคลน (Supply Disruption) ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูการผลิต ส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Chemical Spread) สามารถยืนตระหง่านอยู่ในระดับที่สูงปรี๊ด กลุ่มนี้จึงกลายเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานในระดับที่ต่ำที่สุดในช่วงไตรมาส 1Q26
- PTTGC แม้ก่อนหน้านี้จะเผชิญความท้าทายทางกระแสเงินสด แต่สภาวะส่วนต่างราคาที่กว้างขึ้นในปัจจุบันช่วยให้ตัวเลขผลประกอบการมีทิศทางฟื้นตัว โดยประเมินว่าจะมีสัดส่วนการขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (Shallower loss)
- IVL อีกหนึ่งตัวตึงแห่งวงการที่ได้จังหวะทะยานขึ้น โดยมีโอกาสพลิกฟื้นกลับมาทำกำไร (Turnaround) อย่างโดดเด่นจากวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นใจ ถือเป็นไพ่เด็ดสำหรับพอร์ตที่ต้องการเกาะเทรนด์การฟื้นตัวของอุปทานระดับโลก
3.ธีม Over-Penalized Recovery & Re-rating Plays (กลุ่มของดีราคาโดนทุบ รอวันผงาด)
นี่คือ กลุ่มหุ้นที่ราคาบนกระดานถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไปหรือถูกกดดันจากแพนิกของตลาดหนักเกินพอดี (Over-Penalized) ทั้งที่โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจยังแกร่งและมีสตอรี่การฟื้นตัวที่สว่างไสวรออยู่
- BH หุ้นโรงพยาบาลระดับท็อปที่ไม่ได้พึ่งพาแค่กำลังซื้อในประเทศเพียงอย่างเดียว จุดเด่นที่แท้จริง คือ การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ป่วยต่างชาติกระเป๋าหนัก โดยเฉพาะอุปสงค์ที่อั้นไว้ (Pent-up Demand) จากกลุ่มประเทศ CLMV และตะวันออกกลาง หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดคลี่คลาย เม็ดเงินจากต่างชาติเหล่านี้คือกลไกสำคัญที่ช่วยชดเชยต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างหมดจด โดยปัจจุบันมีระดับ PER ที่ 17.5 เท่า ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะถูกปรับประมาณการ (Re-rating) ให้กลับไปยืนในจุดที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
อนาคตการลงทุนบนพื้นฐานของความจริง
ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ตลาดทุนยังคงต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจากรอบวัฏจักรต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทุกองค์กร ทว่าในทุกการเปลี่ยนผ่านย่อมเปิดโอกาสใหม่ให้เราเสมอ บริษัทที่มีศักยภาพในการจัดการโครงสร้างกระแสเงินสด มีการเตรียมพร้อมทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านต้นทุนล่วงหน้า และรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ได้ จะกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ การวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบ ไม่ตื่นตระหนก และเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถต้านทานสภาวะเงินเฟ้อแฝงได้ จะเป็นกุญแจหลักที่ทำให้นักลงทุนก้าวข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน









