นวัตกรรมเปลี่ยนโลก! ปตท. x บีไอจี ผุดโรงงาน MAP2 พลิกโฉมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
โลกยุคใหม่กำลังก้าวเข้าสู่เทรนด์ของความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาคอุตสาหกรรม คือ หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่สร้างอิมแพคต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน ทว่าในวันนี้มูฟเมนต์ครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นเมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้แท็กทีมร่วมกับ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) ซึ่งเป็นผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของไทย เปิดสวิตช์เดินหน้าโครงการสุดล้ำอย่าง MAP2 หรือโรงแยกอากาศด้วยเทคโนโลยีแลกเปลี่ยนความเย็นจาก LNG อย่างเต็มกำลัง พร้อมจัดพิธีวางศิลาฤกษ์ในนาม บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าจับตา
MAP2 คือ อะไร? ทำไมถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของอุตสาหกรรมไทย
หลายคนอาจจะสงสัยว่าโรงแยกอากาศหรือ Air Separation Unit (ASU) มีความสำคัญอย่างไร แท้จริงแล้วโครงสร้างพื้นฐานนี้ คือ หัวใจหลักในการผลิตก๊าซที่จำเป็นต่อหลากหลายอุตสาหกรรม ยิ่งไปกว่านั้น โครงการ MAP2 ไม่ใช่แค่โรงแยกอากาศธรรมดา แต่เป็นโรงแยกอากาศแห่งที่ 2 ของประเทศไทยที่ดึงเอาพลังงานความเย็นเหลือทิ้งจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas หรือ LNG) มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท โปรเจกต์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกำลังการผลิตก๊าซอุตสาหกรรมลอตใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นออกซิเจน ไนโตรเจน และอาร์กอน รวมสูงสุดถึง 450,000 ตันต่อปี ซึ่งถือว่าตอบโจทย์และเพียงพอต่อการรองรับดีมานด์ของภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่กำลังมองหาโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ จุดเด่นที่ทำให้โครงการนี้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้มากกว่า 50% เมื่อนำไปเทียบกับกระบวนการแยกอากาศรูปแบบเดิม ซึ่งถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะมาสนับสนุนเป้าหมายระดับชาติ ในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 ให้กลายเป็นความจริง
ย้อนรอยความสำเร็จ MAP1 สู่การต่อยอดที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ก่อนที่เราจะดูผลลัพธ์ของ MAP2 เราต้องย้อนกลับไปดูความสำเร็จของโครงการรุ่นพี่อย่างโรงแยกอากาศ MAP1 ที่ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งโปรเจกต์นั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นวัตกรรมการนำพลังงานความเย็นจาก LNG มาใช้นั้นเวิร์กและตอบโจทย์แค่ไหน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ยกว่า 100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือถ้าคิดเป็นตัวเลขรวมๆ ก็สามารถลดการปล่อยสะสมไปได้แล้วกว่า 3.7 แสนตัน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจนว่า สามารถยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตแบบคาร์บอนต่ำได้จริง และกลายมาเป็นต้นแบบสุดเจ๋งที่นำมาสู่การต่อยอดในโครงการ MAP2 อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
เจาะลึกวิสัยทัศน์ผู้นำ สร้างการเปลี่ยนแปลงระดับห่วงโซ่คุณค่า
เพื่อทำความเข้าใจถึงแก่นแท้ของความร่วมมือในครั้งนี้ คุณอรลา เจริญลาภ กรรมการผู้จัดการ บีไอจี ได้บอกเล่าถึงเจตนารมณ์ว่า โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งบีไอจีและ ปตท. ในการนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติและ LNG มาต่อยอดสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในขณะเดียวกัน บีไอจียังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า การก่อเกิดของโครงการโรงแยกอากาศที่ใช้พลังงานความเย็นจาก LNG แห่งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ซึ่งแน่นอนว่า จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับกลยุทธ์ Generating a Cleaner Future อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือระยะยาวระหว่างบีไอจีและปตท. ในการผนึกกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนแบบไร้รอยต่อ
ทางฝั่ง ปตท. และ บีไอจี ต่างก็มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า โครงการ MAP2 จะเข้ามาเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อติดปีกเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุลในระยะยาวบนเวทีโลก
ลมหายใจแห่งอนาคต เมื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมเดินเคียงข้างลมหายใจของโลก
ท้ายที่สุดแล้ว การก้าวไปข้างหน้าของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องสวนทางกับการดูแลรักษาธรรมชาติเสมอไป โครงการ MAP2 ได้จุดประกายภาพสะท้อนแห่งความหวังให้เราเห็นว่า เมื่อนวัตกรรมล้ำสมัยถูกนำมาเบลนด์เข้ากับความใส่ใจสิ่งแวดล้อม เราสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งได้โดยไม่ทิ้งภาระไว้ให้เจเนอเรชันถัดไป ภาพจำของโรงงานอุตสาหกรรมจะไม่ใช่ภาพของการปล่อยมลพิษอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ช่วยถนอมและโอบกอดโลกใบนี้เอาไว้ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างลมหายใจที่สะอาดสะอ้าน เพื่อส่งมอบโลกที่น่าอยู่ให้กับทุกคนต่อไปอย่างแท้จริง
ตารางสรุป : สเปก MAP2 นวัตกรรมโรงแยกอากาศพลังงานเย็น LNG
| หัวข้อไฮไลต์สำคัญ | ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ MAP2 |
| ผู้ขับเคลื่อนโปรเจกต์ | ปตท. x บีไอจี (บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด) |
| เทคโนโลยีหลัก | ใช้พลังงานความเย็นเหลือทิ้งจากการเปลี่ยนสถานะ LNG |
| มูลค่าการลงทุน | กว่า 2,000 ล้านบาท |
| กำลังการผลิตสูงสุด | 450,000 ตันต่อปี (ออกซิเจน ไนโตรเจน อาร์กอน) |
| ประสิทธิภาพรักษ์โลก | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 50% |
| เป้าหมายระดับชาติ | มุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050 |










