หากพูดถึงแบรนด์กาแฟที่ทรงอิทธิพลระดับโลก เชื่อว่าชื่อของ “สตาร์บัคส์” (Starbucks) ต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ในใจของทุกคนอย่างแน่นอน แต่เบื้องหลังกลิ่นหอมของกาแฟและบรรยากาศร้านที่คุ้นเคย แบรนด์เงือกเขียวแบรนด์นี้กำลังมีการขยับตัวทางธุรกิจครั้งสำคัญที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในตลาดฝั่งเอเชีย
ทำไม Starbucks จ่อขายหุ้นธุรกิจในญี่ปุ่นถึงราว 2.5 พันล้าน จะทิ้งตลาดเอเชีย?
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สตาร์บัคส์กำลังอยู่ในช่วงสำรวจและพิจารณาทางเลือกต่างๆ สำหรับธุรกิจของตนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไฮไลต์สำคัญที่ทำเอาแวดวงการลงทุนต้องหูผึ่งก็คือ “ความเป็นไปได้ในการขายหุ้น” ที่ประเมินมูลค่ากันไว้สูงถึง 400,000 ล้าน ถึง 500,000 ล้านเยน (คิดเป็นตัวเลขกลมๆ ราว 2.5 พันล้าน ถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เลยทีเดียว
เปิดฉากการเจรจาเบื้องต้น สัญญาณแรกแห่งความเปลี่ยนแปลง
ในโลกของการลงทุนระดับโลก ดีลใหญ่ระดับนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แหล่งข่าววงในที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ ได้เปิดเผยว่า เชนร้านกาแฟยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ รายนี้ ได้เริ่มก้าวเดินก้าวแรกด้วยการเปิดโต๊ะเจรจาเบื้องต้นกับกลุ่มวาณิชธนกิจ (Investment Banks) เพื่อประเมินและหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดการโครงสร้างธุรกิจในญี่ปุ่น
แน่นอนว่า เมื่อแบรนด์ระดับตำนานอย่างสตาร์บัคส์แย้มประตูให้เห็นโอกาส ดีลการขายหุ้นที่อาจเกิดขึ้นนี้ย่อมดึงดูดความสนใจจากสายตานักลงทุนทั่วโลก ทั้งจากบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน ไปจนถึงบรรดาบริษัทไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity Firms) กระเป๋าหนักที่พร้อมกระโจนเข้าใส่ ยิ่งไปกว่านั้น ทางบริษัทยังแง้มหน้าต่างบานใหญ่อีกบานไว้ โดยพิจารณาถึงทางเลือกในการนำธุรกิจในญี่ปุ่นเข้าเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า การทำ IPO (Initial Public Offering) ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งไพ่เด็ดที่อยู่ในมือ
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำกันชัดๆ ว่า ณ เวลานี้ ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดใดๆ เกิดขึ้น และทุกกระบวนการยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น
เดินตามรอย “โมเดลจีน” (The China Playbook)
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า การพิจารณาทางเลือกสำหรับธุรกิจในญี่ปุ่นอาจสะท้อนแนวทางเดียวกับดีลในจีน ซึ่ง Starbucks ลดสัดส่วนการถือหุ้น แต่ยังคงรักษาอำนาจด้านแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญาไว้ ซึ่งหากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของสตาร์บัคส์มาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นเลยว่า จังหวะก้าวนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเดินเกมตาม “แพทเทิร์น” ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ซึ่งก็คือสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกกันว่า “China Playbook”
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2026 สตาร์บัคส์เพิ่งจะปิดจ๊อบครั้งใหญ่ด้วยการขายหุ้นถึง 60% ของธุรกิจในจีนให้กับ Boyu Capital ดีลนี้ทำให้สตาร์บัคส์ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงมาเหลือเพียง 40% ในฐานะผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (Minority Interest) แต่หมากเด็ด คือ พวกเขายังคงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ไว้ในมืออย่างเหนียวแน่น ซึ่งดีลประวัติศาสตร์ในจีนนี้ถูกประกาศออกมาครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2025 และถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า สตาร์บัคส์กำลังเปลี่ยนกระบวนท่า มุ่งหน้าสู่รูปแบบ “การสร้างพันธมิตร” (Partnership Model) ในตลาดต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของตน
ตัดภาพมาที่ญี่ปุ่น นี่คือ หนึ่งในตลาดต่างประเทศที่แข็งแกร่งและหยั่งรากลึกที่สุดของสตาร์บัคส์ โดยบริษัทเคยตัดสินใจเข้าควบคุมกิจการในญี่ปุ่นแบบ 100% เต็มมาแล้วเมื่อปี 2014 ผ่านการควักกระเป๋าจ่ายเงินถึง 914 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อกว้านซื้อหุ้น 60.5% จากพันธมิตรร่วมทุนเดิมอย่าง Sazaby League ซึ่งเป็นส่วนที่สตาร์บัคส์ยังไม่ได้ถือครองในเวลานั้น การที่วันนี้บริษัทกำลังพิจารณาจะกระจายสัดส่วนการถือครองออกไปอีกครั้ง จึงเป็นภาพสะท้อนของวงจรธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและบริบทของเศรษฐกิจโลก
กลยุทธ์การปรับโครงสร้างภายใต้วิสัยทัศน์ของ “ไบรอัน นิกโคล”
ความเคลื่อนไหวในญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ใช่การขยับตัวแบบไร้ทิศทาง แต่มันสอดรับอย่างลงตัวกับจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ของซีอีโออย่าง ไบรอัน นิกโคล (Brian Niccol) ที่กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของบริษัทแบบยกเครื่องใหม่ทั้งหมด
แนวคิดเบื้องหลังเรื่องนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง : การลดสัดส่วนการเป็นเจ้าของโดยตรง (Direct ownership stakes) ในตลาดต่างประเทศหลักๆ แต่ยังคงกำกับดูแลทิศทางของแบรนด์ให้อยู่ในร่องในรอย วิธีนี้เปิดโอกาสให้สตาร์บัคส์สามารถปลดล็อกเม็ดเงินทุน (Free up capital) จำนวนมหาศาลเพื่อนำไปหมุนเวียนต่อยอดในส่วนอื่น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารงานจัดการลงได้อย่างมหาศาล
ความสำเร็จนี้มีเครื่องการันตีจากความสนใจอย่างล้นหลามของบรรดานักลงทุนในดีลของตลาดจีน โดยนิกโคลเคยให้สัมภาษณ์กับทาง Financial Times ไว้เมื่อช่วงกลางปี 2025 ว่ามีพันธมิตรที่มีศักยภาพจำนวนมากแสดง “ความสนใจอย่างล้นหลาม” ที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ
ส่วนประเด็นร้อนแรงในญี่ปุ่น ณ ขณะนี้ ทางสตาร์บัคส์เองยังคงสงวนท่าทีและไม่ได้ออกมาให้ความเห็นหรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
เมื่อลมพัดเปลี่ยนทิศ ก้าวต่อไปของแบรนด์เงือกเขียวจะเป็นอย่างไร?
เมื่อเราถอยออกมามองภาพกว้างของเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นได้ว่าโลกของการดำเนินธุรกิจนั้นไม่มีอะไรตายตัว ทุกอย่างคือการปรับตัวเพื่อรับมือกับคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลง การที่แบรนด์ระดับโลกซึ่งมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นลุกขึ้นมาทบทวนโครงสร้างการลงทุนของตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการมองการณ์ไกล
หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าบทสรุปจะจบลงที่การจับมือกับพันธมิตรรายใหม่ การขายหุ้นให้บริษัทลงทุน หรือแม้กระทั่งการตีระฆังเปิดตัว IPO ในตลาดหลักทรัพย์ สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ “โอกาสใหม่ๆ” ที่กำลังจะเปิดกว้างขึ้น ทั้งความคล่องตัวในการผสมผสานนวัตกรรมท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานระดับโลก และการนำเงินทุนที่ปลดล็อกได้ไปสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ทิศทางลมที่กำลังเปลี่ยนไปนี้อาจนำพาเรือลำใหญ่ที่ชื่อว่าสตาร์บัคส์ ไปสู่เขตน่านน้ำแห่งความสำเร็จแห่งใหม่ที่งดงามกว่าเดิมก็เป็นได้
ตารางสรุป : การผ่าตัดใหญ่ “สตาร์บัคส์” ทำไมจ่อขายหุ้นสาขาญี่ปุ่น?
| ประเด็นหลัก | รายละเอียดที่ต้องรู้ |
| ดีลใหญ่ที่เตรียมเกิด | เล็งขายหุ้นธุรกิจในญี่ปุ่น มูลค่าราว 400,000 – 500,000 ล้านเยน (2.5 – 3.1 พันล้านดอลลาร์) |
| ตามรอย “โมเดลจีน” | ลดสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ เหลือแค่สัดส่วนน้อย (Minority) แต่ยังคงอำนาจกำกับดูแลแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา |
| เป้าหมายหลักของกลยุทธ์ | ปลดล็อกเม็ดเงินทุนมหาศาล (Free up capital) และลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ |
| ทางเลือกที่อาจเป็นไปได้ | อาจหาพันธมิตรร่วมทุนใหม่, ดึงดูดบริษัท Private Equity หรืออาจเดินหน้าทำ IPO |
อ้างอิงจาก
- https://stocktwits.com/news-articles/markets/equity/starbucks-ceo-says-investors-showed-lot-of-interest-in-china-business-stake-sale-retail-view-strengthens/chlXk1FRb6E
- https://investor.starbucks.com/news/financial-releases/news-details/2026/Starbucks-and-Boyu-Capital-Finalize-Joint-Venture-to-Accelerate-Long-Term-Growth-in-China/default.aspx
- https://money.usnews.com/investing/news/articles/2026-06-09/starbucks-said-to-weigh-japan-unit-options-including-a-stake-sale-bloomberg-news-reports
- https://www.businesstimes.com.sg/companies-markets/consumer-healthcare/starbucks-weighs-japan-unit-options-including-400-billion-yen-stake-sale-sources
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน










