โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการขยับตัวของ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สิ่งที่น่าจับตา คือ แรงผลักดันมหาศาลจากการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด และไฮไลต์สำคัญอย่างการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI
พลิกโฉมอนาคต! 21 ล้านล้านเปลี่ยนไทย ส่องเมกะเทรนด์โครงสร้างพื้นฐานยุค AI
เมื่อหันมามองที่ประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดจากรายงาน PwC Global Infrastructure Outlook ปี 2593 ได้เปิดเผยภาพที่น่าตื่นเต้นว่า ไทยเรากำลังขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงปรี๊ดด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว ซึ่งเป็นการลงทุน เพื่อติดสปีดรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจระดับโลก
แกะกล่องตัวเลข 21 ล้านล้านบาท : เม็ดเงินมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเข้าไทย
ข้อมูลจาก PwC ประเทศไทย ระบุชัดเจนว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยมีแนวโน้มพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่า เม็ดเงินลงทุนต่อปีจะเพิ่มขึ้นจาก 18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 (ราว 5.89 แสนล้านบาท) ไปแตะที่ระดับ 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 แสนล้านบาท) ในปี 2593 ซึ่งคิดเป็นการเติบโตถึง 56%
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว มูลค่าการลงทุนสะสมของไทยจะสูงถึง 641 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือแตะระดับ 21 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Gap) เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ
ส่องกล้องมองเทรนด์โลก เมกะโปรเจกต์ที่ไม่มีวันหวนกลับ
นอกจากนี้ ในสเกลระดับโลก รายงานได้ชี้ให้เห็นว่า เม็ดเงินลงทุนกำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าการลงทุนต่อปีของทั่วโลกจะเพิ่มจาก 4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็น 6.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2593 ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนสะสมทั่วโลกพุ่งทะยานไปถึง 151.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขระดับซูเปอร์สเกลขนาดนี้เกิดขึ้นจากการที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง การใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และที่ขาดไม่ได้ คือ การบูมสุดขีดของ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล
3 เสาหลักโครงสร้างพื้นฐานไทย ปักหมุดพลิกโฉมอนาคต
คุณณัฏฐ์ อัสดิษฐ์สกุล หุ้นส่วนสายงานดีลส์ บริษัท PwC ประเทศไทย ได้ให้มุมมองที่เฉียบขาดว่า ประเทศไทยยังคงเผชิญช่องว่างระหว่างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและศักยภาพที่มีอยู่จริง ซึ่งเมกะเทรนด์โลกเป็นตัวเร่งให้เห็นรอยต่อนี้ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า โอกาสการลงทุนของไทยจะกระจุกตัวอยู่ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล : สมรภูมิ Data Center ระดับภูมิภาค
การลงทุนในอาคารศูนย์ข้อมูล (Data Center) กำลังทวีความสำคัญและมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนสะสมรวมประมาณ 26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.5 แสนล้านบาท) แม้ไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีขนาดการลงทุนสูงที่สุดในโลก แต่ในเวทีเอเชียถือว่า เรามีความโดดเด่นและเนื้อหอมเอามากๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
อนึ่ง ข้อมูลสนับสนุนจากการอนุมัติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ชี้ให้เห็นว่า มีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเดินหน้าปักหมุดลงทุน Data Center ในไทยอย่างคึกคัก ล่าสุดมีโครงการระดับ Hyperscale มูลค่ามหาศาลที่เตรียมเข้ามาตั้งฐานข้อมูลเพื่อยกระดับไทยให้เป็นฮับดิจิทัลของอาเซียนอย่างแท้จริง
- โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง : เส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ
ในทางกลับกัน ภาคคมนาคมยังคงยืนหนึ่งครองแชมป์ภาคส่วนที่มีสัดส่วนการลงทุนสูงที่สุดจนถึงปี 2593 โดยกวาดสัดส่วนไปถึง 44% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐยังคงเดินหน้าอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ – โคราช – หนองคาย โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก การขยายเส้นทางของระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกทม.และปริมณฑล รวมถึงเครือข่ายมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ๆ
โดยโปรเจกต์ไฮไลต์อย่างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ก็ยังคงอยู่ในกระบวนการผลักดันและเจรจาปรับปรุงสัญญาเพื่อเดินหน้าก่อสร้างต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางและโลจิสติกส์อย่างไร้รอยต่อ
- โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข : ตอบโจทย์สังคมสูงวัย
เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัย โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขจึงกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ คาดการณ์ว่าจะเกิดกระแสความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) มากขึ้น เพื่ออัปเกรดคุณภาพบริการและเตรียมความพร้อมในการรองรับความต้องการทางการแพทย์ในอนาคต
ส่งต่อประเทศที่แข็งแกร่งให้เป็นบ้านที่น่าอยู่ของคนรุ่นถัดไป
สิ่งที่ท้าทายที่สุดในก้าวต่อไปอาจไม่ใช่แค่เรื่องของการหาเม็ดเงินมาลงทุน แต่มัน คือ ศิลปะของการบูรณาการและจัดลำดับความสำคัญให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจใหม่ ธุรกิจที่มองการณ์ไกล ปรับตัวได้ไว และสามารถเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ขององค์กรเข้ากับความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นด้านดิจิทัล คมนาคม หรือสาธารณสุข ย่อมเป็นผู้คว้าโอกาสในยุคทองนี้ได้ก่อนใคร
ตาราง : 3 เสาหลักพลิกโฉมไทย! เมกะเทรนด์โครงสร้างพื้นฐาน 21 ล้านล้านบาท
| หมวดหมู่โครงสร้างพื้นฐาน | ไฮไลต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น | มูลค่า / สัดส่วนที่คาดการณ์ | ผลกระทบที่จะเปลี่ยนชีวิตเรา |
| 1. ด้านดิจิทัล | ผุด Data Center ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC | มูลค่าสะสมราว 8.5 แสนล้านบาท | อินเทอร์เน็ตไวขึ้น ผลักดันให้ไทยเป็นฮับดิจิทัลและ AI ของอาเซียน |
| 2. ด้านการขนส่ง | รถไฟความเร็วสูง, เมืองการบินอู่ตะเภา, มอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ | ครองสัดส่วนสูงสุดถึง 44% ของการลงทุนทั้งหมด | เดินทางสะดวก รวดเร็ว เชื่อมต่อการใช้ชีวิตและโลจิสติกส์อย่างไร้รอยต่อ |
| 3. ด้านสาธารณสุข | ขยายความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) | เติบโตต่อเนื่องเพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไป | ยกระดับบริการสุขภาพ รับมือสังคมสูงวัย เข้าถึงการรักษาที่ล้ำสมัย |
ท้ายที่สุดแล้ว การเร่งปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างถนนหนทาง หรือวางสายไฟเบอร์ออปติก แต่มันคือ การผลักดันรากฐานของประเทศไทย ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับเจเนอเรชันถัดไป










