หากพูดถึงความเคลื่อนไหวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวที่น่าจับตามองในช่วงเวลานี้ ข่าวการปรับพอร์ตครั้งสำคัญของเครือออริจิ้นถือเป็นไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว ล่าสุด ออริจิ้น โฮเทล (Origin Hotel) ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ร่มเงาของ ORI (บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)) ได้ประกาศปิดดีลประวัติศาสตร์ในการขาย โรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (ibis Phuket Kata) อย่างเป็นทางการ โดยสามารถรับเงินสดพิเศษ หรือ Extra Cash เข้ากระเป๋าไปได้กว่า 400 ล้านบาท
ถอดรหัส ORI ปิดดีล ไอบิส ภูเก็ต กะตะ รับ 400 ล้าน ลุยต่อยอดพอร์ตอสังหาฯ
การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทว่าเป็นการเดินเกมตามแผนงานเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้แต่ต้น และสอดรับกับข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกับพันธมิตรผู้ร่วมลงทุนอย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเฉียบคมในการบริหารจัดการสินทรัพย์ในยุคปัจจุบัน

ถอดรหัสโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest : สร้าง บริหาร ทำกำไร และต่อยอด
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ทางบริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) ซึ่งรับหน้าที่ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality & Tourism) อันเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business) ได้ดำเนินการปิดการขายโรงแรม ไอบิส ภูเก็ต กะตะ อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
การรับ Extra Cash กว่า 400 ล้านบาทในครั้งนี้ ถือเป็นไปตามแผนงานหลักของกลุ่ม ORI อย่างแท้จริง โดยใช้กระบวนการจัดการทรัพย์สินภายใต้โมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนาโครงการ (Build) ลงมือดำเนินงานและบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Operate) จากนั้นจึงทำการขายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรับผลกำไร (Exit) ก่อนที่จะนำเม็ดเงินที่ได้ไปลงทุนต่อยอด (Reinvest) เพื่อรองรับการขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรมในระยะยาวแบบ Cycle เชิงกลยุทธ์
“การปิดดีลขายโรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารสินทรัพย์และการสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมทั้ง ยังเป็นไปตามข้อตกลงกับพันธมิตรผู้ร่วมลงทุนที่ได้วางแผนร่วมกันตั้งแต่แรกเริ่ม พร้อมรองรับโอกาสการลงทุนและการเติบโตในอนาคต” นายพีระพงศ์ กล่าวเสริมถึงความสำเร็จในครั้งนี้
ทำความรู้จัก “ไอบิส ภูเก็ต กะตะ” และจังหวะเวลาที่สมบูรณ์แบบ
สำหรับ โรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (ibis Phuket Kata) นั้น จัดเป็นโรงแรมขนาดกลางที่มีจำนวนห้องพักรองรับนักท่องเที่ยวถึง 258 ห้อง ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพบริเวณหาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต โดยได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการโดย ออริจิ้น โฮเทล เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ โปรเจกต์ดังกล่าวยังเป็นผลผลิตจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างบริษัทชั้นนำระดับอินเตอร์ ได้แก่ บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด (Tokyu Land Asia) เพื่อร่วมกันส่งมอบประสบการณ์การเข้าพักที่เหนือระดับ ตอบโจทย์อินไซต์และความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้ การประเมินมูลค่าและดึงดูดผู้ซื้อได้สำเร็จในเวลานี้ สอดคล้องกับภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภูเก็ตที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง (อ้างอิงข้อมูล: สถานการณ์การท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา – mots.go.th ที่ระบุถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินทรัพย์ประเภทโรงแรมในพื้นที่กลายเป็นที่ต้องการของตลาดการลงทุนอย่างมาก)
โฟกัสพอร์ตโฟลิโอปัจจุบันของแบรนด์ ibis ในเครือ
ถึงแม้จะมีการปิดดีลที่ภูเก็ตไปแล้ว ในขณะเดียวกัน ทางบริษัทฯ ก็ยังคงมีพอร์ตธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ ibis ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มโรงแรมระดับบัดเจ็ตโฮเทล ภายใต้เชนบริหารระดับโลกอย่าง แอคคอร์ (Accor) ที่ยังคงเปิดดำเนินการเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนอยู่อีก 2 แห่งหลักๆ ได้แก่
- โรงแรมไอบิส หัวหิน (ibis Hua Hin)
- โรงแรมไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง (ibis Styles Krabi Ao Nang)
โดยโรงแรมทั้ง 2 แห่งนี้ยังคงมีกระแสตอบรับที่ดี และเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยรวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางมาพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกอาณาจักร “ออริจิ้น โฮเทล” ผู้นำกลุ่มธุรกิจ Recurring Income
ปัจจุบัน บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) กำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นพัฒนาและสร้างสรรค์โครงการคุณภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์, ออฟฟิศให้เช่า และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้วยการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความมั่นคงและผลตอบแทนระยะยาว มุ่งสู่การเป็นผู้นำเบอร์ต้นๆ ในกลุ่มธุรกิจ Recurring Income Business อย่างเต็มภาคภูมิ
หากเรากางแผนผังธุรกิจของ ออริจิ้น โฮเทล ออกมาดู จะพบว่าแบ่งโครงสร้างการทำงานออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย
- กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hotel Business) : ปัจจุบันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการอยู่อีกถึง 8 แห่ง โครงการที่โดดเด่น อาทิ โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท กรุงเทพฯ สุขุมวิท, โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ สวีท ศรีราชา, โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง, โรงแรม ไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง และ โรงแรม ไอบิส หัวหิน เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีโปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาในหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ อย่าง กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และพัทยา อีกด้วย
- ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า (Office Building Business) : ปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว 1 อาคาร ภายใต้ชื่อ Origin Complex Sanampao ซึ่งมาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยรวมขนาดใหญ่ถึง 32,200 ตารางเมตร
- ธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Development Business) : มีโครงการที่ดูแลอยู่รวมทั้งหมด 5 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่รวม 17,425 ตารางเมตร โดยมีแลนด์มาร์คที่น่าสนใจ อาทิ Portobello Mall (พอร์โทเบลโลมอลล์) และ Neighbor 24 เป็นต้น
ภาพรวมการจัดทัพโครงสร้างองค์กรแบบ Holding Company ของ ORI
ท้ายที่สุดนี้ เพื่อให้สอดรับกับการขยายตัวแบบก้าวกระโดด ทาง บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ได้ดำเนินการจัดโครงสร้างธุรกิจให้มีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยปรับตัวเข้าสู่รูปแบบ Holding Company ซึ่งเน้นการลงทุนถือหุ้นในบริษัทย่อย รวมถึงบริษัทร่วมค้า ทั้งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ
การจัดทัพใหม่นี้ ถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจเรือธง (5 Pillars) ได้แก่
- กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายประเภทคอนโดมิเนียม ขับเคลื่อนภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จํากัด หรือ ORIGIN VERTICAL
- กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายประเภทบ้านจัดสรร ขับเคลื่อนภายใต้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI
- กลุ่มธุรกิจบริการ ขับเคลื่อนภายใต้ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI
- กลุ่มธุรกิจ Hospitality and Tourism & Service ขับเคลื่อนภายใต้ บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จํากัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL
- กลุ่มธุรกิจ Logistics and Warehouse ขับเคลื่อนภายใต้ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA
ส่งท้าย… กับก้าวแห่งการเติบโตที่ทิ้งรอยเท้าไว้มากกว่าแค่ตัวเลข
ดีล 400 ล้านบาทในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำกำไรในระยะสั้น แต่คือบทพิสูจน์วิสัยทัศน์ของคนทำงานที่กล้าคิด กล้าวางแผน และกล้าที่จะพาองค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นจังหวะ จากโมเดลการสร้างที่พักพิงให้นักเดินทาง สู่วันที่ส่งต่อความสำเร็จเพื่อหมุนเวียนสายน้ำแห่งการลงทุนใหม่ๆ สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ เม็ดเงินและประสบการณ์ที่ถูก Reinvest กลับเข้าไปในระบบ จะก่อให้เกิดโปรเจกต์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และกระแสโลกที่เปลี่ยนไปได้อย่างไรบ้าง เพราะทุกการเติบโตที่แท้จริง มักมาพร้อมกับการเตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไปเสมอ
สรุป : ดีลฮือฮา! ออริจิ้น โฮเทล ขาย “ไอบิส ภูเก็ต กะตะ” โกย 400 ล้านบาท
| หัวข้อไฮไลต์ | ข้อมูลเชิงลึก |
| ผู้เล่นหลัก | ออริจิ้น โฮเทล (บริษัทภายใต้เครือ ORI) |
| สินทรัพย์ที่ปิดดีล | โรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (ขนาด 258 ห้อง) |
| ผลลัพธ์ (Extra Cash) | รับเงินสดพิเศษกว่า 400 ล้านบาท |
| พันธมิตรคนสำคัญ | โตคิว แลนด์ เอเชีย (Tokyu Land Asia) |
| โมเดลกลยุทธ์ขั้นเทพ | Build–Operate–Exit–Reinvest |
| เป้าหมายต่อไป | นำเงินไป Reinvest ขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรมระยะยาว |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน









