ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในจีนมักจะสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกเสมอ ล่าสุด คลื่นลูกใหม่ของบริษัทสตาร์ทอัพที่แห่กันเข้ามาลุยตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robotics) กำลังส่งสัญญาณเตือนที่น่าจับตา ทั้งในหมู่ผู้ก่อตั้งและกลุ่มนักลงทุนต่างเริ่มแสดงความกังวลว่า อุตสาหกรรมนี้อาจกำลังเดินหน้าเข้าสู่สภาวะ “สงครามราคา” ที่ดุเดือดจนทำลายล้างกันเอง ซึ่งเป็นภาพที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่เคยสร้างบาดแผลให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีนมาแล้ว
หุ่นยนต์จีนล้นตลาด! จับตาสงครามราคา Humanoid Robot ซ้ำรอย EV?
รายงานจากสำนักข่าว Caixin เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่าจำนวนผู้เล่นหน้าใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาลกำลังทำให้หลายฝ่ายกังวลถึงภาวะตลาดล้นตลาด (Overcrowded) แม้ว่าความต้องการที่แท้จริงของเครื่องจักรเหล่านี้ในฝั่งผู้บริโภคจะยังคงมีความไม่แน่นอนสูงก็ตาม

ตลาดที่กำลังทะลักล้นไปด้วย “หุ่นยนต์”
ตัวเลขทางสถิติสะท้อนภาพที่ชัดเจนมาก ข้อมูลจาก Barclays ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันประเทศจีนครองส่วนแบ่งยอดจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกไปแล้วถึงราว 85% โดยมีผู้ผลิตมากกว่า 140 ราย และมีโมเดลหุ่นยนต์ให้เลือกมากกว่า 330 รุ่นนับจนถึงปี 2025 ในขณะเดียวกัน Morgan Stanley ก็ได้ประเมินว่ายอดขายภายในประเทศของจีนจะเติบโตพุ่งทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวในปีนี้ โดยแตะระดับประมาณ 28,000 ตัว
แต่ทว่า ความเร็วในการขยายตัวของฝั่งผู้ผลิตกลับวิ่งแซงหน้าความต้องการในเชิงพาณิชย์ไปไกลมากแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลจีนเองก็ได้ออกมาเตือนต่อสาธารณะตั้งแต่ปีที่แล้วถึงความเสี่ยงของการเกิดสภาวะ “ฟองสบู่” โดยมองว่า การนำไปประยุกต์ใช้งานในชีวิตจริง (Real-world applications) ยังคงตามหลังการเติบโตของตัวอุตสาหกรรมอยู่มาก
ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ เราเริ่มเห็นการดิ่งลงของราคาอย่างรุนแรง Unitree บริษัทผู้ผลิตที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้เปิดเผยข้อมูลในเอกสารชี้ชวน IPO ว่า ราคาต่อหน่วยของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัท ร่วงหล่นลงถึง 72% ในช่วงระหว่างปี 2023 ถึง 2025 ซึ่งสำนักข่าว Reuters รายงานว่า กำไรของ Unitree ถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคา แม้รายได้ยังเติบโตแรง
TrendForce คาดว่าการผลิต Humanoid Robot ในจีนปี 2026 จะเพิ่มขึ้นถึง 94% YoY ซึ่งสอดคล้องกับรัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายผลักดันให้มี Humanoid Robot ใช้งานเชิงพาณิชย์มากกว่า 10,000 ตัวภายในสิ้นปี 2026
ไม่เพียงแค่ราคาขายเท่านั้น แต่อัตราค่าเช่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ก็ดิ่งเหวลงเช่นกัน สำนักข่าว The Beijing News รายงานว่า ค่าเช่ารายวันสำหรับหุ่นยนต์มูลค่า 100,000 หยวน ได้ลดฮวบจาก 25,000 หยวนในช่วงต้นปีที่แล้ว ลงมาเหลือเพียง 2,199 หยวนในช่วงต้นปี 2026 นอกจากนี้ รายงานจากสื่อ Digitimes ในเดือนพฤษภาคมยังตอกย้ำด้วยว่า การแข่งขันด้านราคาที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์ กำลังทำให้ภาพรวมและอนาคตของภาคส่วนนี้ดูมัวหมองลง
GigaAI กับภารกิจบุกทะลวงถึงห้องนั่งเล่น
ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด GigaAI สตาร์ทอัพจากเมืองอู่ฮั่นที่ได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei กำลังเดินหน้ากลยุทธ์การเจาะตลาดแบบขั้นสุด บริษัทได้ส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น SeeLight S1 จำนวน 100 ตัว เข้าไปในอพาร์ตเมนต์ย่าน Optic Valley ในเมืองอู่ฮั่น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ทดลองใช้งานจริงในบ้านแบบฟรีๆ ซึ่งสื่อของรัฐบาลจีนต่างชื่นชมว่า นี่คือ การทดลองใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เอนกประสงค์สำหรับใช้ในครัวเรือนในสเกลระดับใช้งานจริงในบ้านครั้งใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรกของจีน
หุ่นยนต์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถรอบด้าน ตั้งแต่การเตรียมอาหาร จัดการงานซักรีด ไปจนถึงการจัดเก็บกวาดห้องให้เป็นระเบียบ การให้บริการฟรีในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเก็บรวบรวมฟีดแบ็กจากผู้ใช้งานจริง ก่อนที่ GigaAI จะขยายผลการทดลองในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งมีกำหนดการวางไว้ในช่วงไตรมาสที่สาม
ในแง่ของต้นทุน ปัจจุบันต้นทุนต่อหน่วยของหุ่นยนต์รุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ GigaAI ได้ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานไว้ว่าจะต้องกดราคาลงให้ต่ำกว่า 14,000 ดอลลาร์สหรัฐให้ได้ภายในปีหน้า

รอยย้ำซ้ำรอยวิกฤตราคา EV
ผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าสังเกตการณ์อุตสาหกรรมนี้มองเห็นภาพทับซ้อนที่ชัดเจนกับสมรภูมิการแข่งขันอันบอบช้ำที่เคยกวาดล้างภาคส่วนรถยนต์ไฟฟ้าของจีนมาแล้ว ในยุคนั้นสตาร์ทอัพนับร้อยรายแห่แหนเข้าสู่ตลาด เพียงเพื่อจะพบกับความล้มเหลวและล้มหายตายจากไปท่ามกลางการหั่นราคาและอัดโปรโมชันลดแลกแจกแถมจนกระทบกับกำไร
Chibo Tang จากบริษัทร่วมลงทุน Gobi Partners ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “การใช้งานจริงของหุ่นยนต์เหล่านี้ ยังคงมีข้อจำกัดอยู่มาก” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากปราศจากความต้องการของตลาดที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ บริษัทต่างๆ ก็จะไม่มีทางก้าวไปสู่สเกลที่จำเป็นต่อการผลิตจำนวนมหาศาล (Mass production) ได้เลย
สอดคล้องกับความเห็นของ Samm Sacks จากสถาบันวิจัย New America ที่เสริมว่า “ในมุมมองด้านเศรษฐศาสตร์แล้ว ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังคงมีต้นทุนการผลิตที่สูงลิ่ว มีความเปราะบางในการปฏิบัติงานจริง และยังคงต้องพึ่งพาสภาพแวดล้อมที่มีการจัดระเบียบโครงสร้างมาอย่างดีเท่านั้นจึงจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
เมื่อเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลยังคงไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคากลับถูกดึงให้ลงเรื่อยๆ คำถามสำคัญที่กำลังท้าทายอุตสาหกรรมนี้ ก็คือ ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนจะสามารถค้นหาฐานลูกค้าที่พร้อมจ่ายเงินซื้อได้มากพอ ก่อนที่คลื่นแห่งการคัดกรองและการกวาดล้างครั้งใหญ่ของตลาดจะเริ่มต้นขึ้นหรือไม่?
บททดสอบของมวลมนุษยชาติ : เมื่อนวัตกรรมต้องฝ่าด่านความเป็นจริง
ทุกครั้งที่โลกมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้น เรามักจะเห็นวัฏจักรของความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเสมอ ตั้งแต่ยุคของอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน มาจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า และวันนี้คือคิวของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ปรากฏการณ์ฟองสบู่หรือสงครามราคาไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันคือกระบวนการ “คัดกรองตามธรรมชาติ” ในโลกธุรกิจ
ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นบริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมากล้มพับไปเพราะทนพิษบาดแผลจากการเผาเงินทุนไม่ไหว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เทคโนโลยีนี้จะสูญสลายตามไปด้วย ตรงกันข้าม ผู้ที่แข็งแกร่งและสามารถปรับตัวพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบโจทย์ Pain point ของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง จะเป็นผู้ที่ยืนหยัดและคว้าเค้กชิ้นใหญ่ของอนาคตไปครอง
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในทุกกระแสความตื่นตัวของเทคโนโลยี มีทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่ซ่อนอยู่เสมอ การทำความเข้าใจวัฏจักรเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวม มองทะลุหมอกควันของสงครามราคา และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามาพลิกโฉมวิถีชีวิตและระบบเศรษฐกิจในทศวรรษหน้าได้อย่างมั่นคง
ตาราง : เทียบฟอร์มชัดๆ ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน โตจริงหรือกำลังร่วง?
| ประเด็นที่น่าจับตา | สถิติและตัวเลขสำคัญ | ผลกระทบที่เกิดขึ้น |
| การครองตลาดโลก | จีนกวาดส่วนแบ่งไปแล้วถึง 85% | ขยับขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของโลกอย่างเต็มตัว |
| ปริมาณการผลิต | ผู้ผลิต > 140 ราย / โมเดล > 330 รุ่น | ตลาดผลิตเร็วกว่าความต้องการจริง เสี่ยงเกิดภาวะล้นตลาด |
| สงครามราคาขาย | ราคาหุ่นยนต์ลดฮวบ 72% (ปี 2023-2025) | หั่นราคาสู้กันดุเดือด มาร์จิ้นบางเฉียบ ซ้ำรอยตลาดรถ EV |
| ค่าเช่าหุ่นยนต์รายวัน | ดิ่งจาก 25,000 หยวน เหลือ 2,199 หยวน | คนเข้าถึงง่ายขึ้น แต่รายได้ผู้ผลิตหดหาย |
| เป้าหมายในอนาคต | เตรียมกดราคาให้ต่ำกว่า $14,000 ในปีหน้า | เร่งดันยอดใช้งานจริง แต่อาจทำให้สตาร์ทอัพสายป่านสั้นไม่รอด |
อ้างอิงจาก










