เปิดบทสัมภาษณ์ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ที่ยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังต้องโตอีก 5-10 เท่า พร้อมกางแผนลุย AI เชิงกายภาพในญี่ปุ่น
ทำไมตลาดชิป AI จะไม่ใช่ฟองสบู่ CEO Nvidia ลั่น! พร้อมโตอีก 10 เท่า

Jensen Huang (เจนเซน หวง) ซีอีโอของ Nvidia ได้ออกมาปฏิเสธกระแสความกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้นเกี่ยวกับวิกฤตฟองสบู่ AI โดยเขาได้เปิดใจกับ Mike Allen ผู้ร่วมก่อตั้งสื่อ Axios ว่า ยุคทองของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นั้น “ยังมีระยะเวลาให้เติบโตอีกหลายปี” และอุตสาหกรรมชิปจำเป็นต้องขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 5 – 10 เท่าภายในช่วงทศวรรษหน้า เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายขอบเขตออกไปอย่างมหาศาล
‘ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม’
ในการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เมื่อถูกถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ภาคอุตสาหกรรมชิปกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะฟองสบู่แตกในเร็วๆ นี้หรือไม่ เจนเซน หวง ตอบกลับอย่างชัดเจนว่า “ไม่เลย ไม่ใช่อีกนานทีเดียว” และเมื่อผู้สัมภาษณ์จี้ถามต่อว่า “ตกลงแล้วครั้งนี้มันต่างออกไปจริงๆ หรือ?” เขาเลือกที่จะยอมรับวลีนี้อย่างเต็มปาก แม้ว่าในแวดวงวอลล์สตรีท ประโยคที่บอกว่า ‘ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม’ จะถูกมองว่า เป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่มักเชื่อมโยงกับวิกฤตฟองสบู่ในอดีตอย่างยุคดอตคอมก็ตาม
“ที่ครั้งนี้มันต่างออกไป เป็นเพราะมันไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการแบบผิวเผิน (Demand driven)” เจนเซน หวง ขยายความ “แต่มันถูกขับเคลื่อนในระดับโครงสร้างอุตสาหกรรม นั่นหมายความว่า เทคโนโลยีพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่”
หัวเรือใหญ่แห่ง Nvidia ให้เหตุผลว่า โลกของเรากำลังต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลเลเยอร์ใหม่ทั้งหมดที่สร้างขึ้นมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านอุปทานที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกำลังการผลิตชิป พลังงาน พื้นที่จัดตั้ง หรือแม้แต่แรงงานก่อสร้าง กลับกลายเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำ เพราะข้อจำกัดเหล่านี้แหละที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการลงทุนสร้างสิ่งต่างๆ ล่วงหน้ามากเกินความพอดี ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะฟองสบู่แตกในตอนท้าย “พูดให้เห็นภาพ คือ เราถูกตีกรอบจำกัดไว้ในทุกทิศทาง ทุกแง่มุม” เขากล่าว “และข้อจำกัดตรงนั้นเองที่คอยรั้งระบบเอาไว้ไม่ให้ร้อนแรงจนเกินควบคุม”
ถึงแม้เขาจะยอมรับตามหลักความเป็นจริงว่า ภาวะฟองสบู่แตกอาจจะต้องเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่ง แต่มันจะไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้ เจนเซน หวง เคยประเมินตัวเลขเอาไว้ว่า เม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก อาจพุ่งสูงถึง 3 – 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายในช่วงสิ้นสุดทศวรรษนี้
การรุกคืบสู่โลก “AI เชิงกายภาพ” ในประเทศญี่ปุ่น
บทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่เขาเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนกรุงโตเกียว ซึ่งทาง Nvidia ได้ใช้เวทีนี้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับกลุ่มผู้นำอุตสาหกรรมระดับบิ๊กของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Fujitsu, Fanuc, Kawasaki Heavy Industries และ Kioxia เพื่อร่วมกันเดินหน้าพัฒนาสิ่งที่ทางบริษัทเรียกว่า “AI เชิงกายภาพ (Physical AI)” ซึ่งก็คือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกฝังลึกลงไปในตัวหุ่นยนต์และระบบของโรงงานอุตสาหกรรมโดยตรง ส่วน Toyota เป็นความร่วมมือด้านยานยนต์ โรงงาน และเมืองอัจฉริยะ
เจนเซน หวง มองว่า AI เชิงกายภาพเป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อเข้ากันได้อย่างลงตัวกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีรากฐานอันยาวนานและแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมการผลิต นอกจากนี้ Nvidia ยังมีแผนที่จะสร้างโรงงาน AI ภายใต้สถาปัตยกรรม Vera Rubin ที่สามารถจ่ายพลังงานสำหรับการประมวลผลได้มหาศาลถึง 140 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2028 การผนึกกำลังกับ Fujitsu และบริษัทด้านวิทยาการหุ่นยนต์รายอื่นๆ ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ของญี่ปุ่น เข้ากับแพลตฟอร์ม AI ของ Nvidia เพื่อเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะและระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติในสเกลที่ใหญ่ขึ้น
ความกังขาของนักลงทุนที่ยังคงเป็นเงาตามตัว
แม้ซีอีโอของ Nvidia จะแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นในกลุ่มชิปกลับเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความคลางแคลงใจระลอกใหม่ของตลาด เกี่ยวกับความยั่งยืนของการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
กลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Hyperscaler) อย่าง Alphabet เริ่มมีรายงานกระแสเงินสดอิสระติดลบ เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตร เพื่อนำมาใช้เป็นทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เจนเซน หวง ได้ปัดตกความกังวลเรื่องที่ลูกค้าของเขาอาจต้องกู้ยืมเงินมาเพื่อซื้อชิป โดยเขายืนยันอย่างหนักแน่นว่า การลงทุนในสเกลระดับนี้ คือ ภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์อย่างถาวร ไม่ใช่แค่กระแสความต้องการชั่วคราวที่มาแล้วก็ไปตามรอบวัฏจักรธุรกิจเท่านั้น
บทสรุป
ภาพใหญ่ที่ Nvidia กำลังนำเสนอ คือ AI ไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์อีกหนึ่งประเภท แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องอาศัยชิป ศูนย์ข้อมูล พลังงาน เครือข่าย และระบบหุ่นยนต์ขนาดมหาศาล หากสมมติฐานนี้เป็นจริง ความต้องการฮาร์ดแวร์ AI อาจเติบโตต่อเนื่องอีกหลายปี และเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับธุรกิจตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน ระบบระบายความร้อน ไปจนถึงหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง วัฏจักรดังกล่าวกำลังเปลี่ยน Big Tech จากธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดสูงและใช้สินทรัพย์ไม่มาก ไปสู่ธุรกิจที่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนจึงต้องติดตามไม่เพียงยอดสั่งซื้อ GPU หรือจำนวนศูนย์ข้อมูลใหม่ แต่ต้องพิจารณารายได้จาก AI อัตราการใช้กำลังประมวลผล กระแสเงินสด และระยะเวลาคืนทุนควบคู่กันไป สุดท้ายแล้ว คำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า “AI เป็นฟองสบู่หรือไม่” แต่คือ ภายในวัฏจักรการลงทุนครั้งใหญ่นี้ บริษัทใดจะสามารถเปลี่ยนชิป พลังงาน และศูนย์ข้อมูลให้กลายเป็นกำไรที่ยั่งยืนได้จริง
ตารางสรุป : วิสัยทัศน์ Nvidia และทิศทาง AI
| ประเด็นหลัก | รายละเอียดสำคัญจาก CEO Nvidia |
| มุมมองต่อฟองสบู่ AI | Huang เชื่อว่าวัฏจักรยังไม่ใกล้จบ เพราะเกิดจากการเปลี่ยนโครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่อุปสงค์ผู้บริโภคตามฤดูกาล |
| อนาคตอุตสาหกรรมชิป | ประเมินว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อาจต้องขยายตัวอีกประมาณ 5–10 เท่าในทศวรรษหน้า |
| บทบาทของข้อจำกัด | การขาดแคลนชิป พลังงาน ที่ดิน และแรงงาน ช่วยชะลอการสร้างกำลังผลิตส่วนเกิน แต่ทำให้ต้นทุนและระยะเวลาคืนทุนสูงขึ้น |
| ลุย Physical AI ในญี่ปุ่น | จับมือยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น (เช่น Toyota, Fujitsu) เพื่อสร้าง “AI เชิงกายภาพ” ฝังปัญญาประดิษฐ์ลงในหุ่นยนต์และระบบโรงงาน |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
อ้างอิงจาก
- https://finance.yahoo.com/technology/ai/articles/nvidia-ceo-jensen-huang-denies-172226850.html
- https://fortune.com/2026/07/25/nvidia-ceo-jensen-huang-chip-stocks-boom-bust-soon-this-time-is-different/
- https://www.cnbc.com/2026/05/21/ai-spending-expected-to-top-1-trillion-in-2-years-why-that-estimate-may-be-too-low.html
- https://finance.yahoo.com/technology/ai/articles/jensen-huang-signed-toyota-fanuc-095900725.html
- https://www.wsls.com/business/2026/07/16/fujitsu-and-leading-japanese-robotics-companies-to-use-nvidia-technology-in-physical-ai/









