ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีปัจจัยท้าทายอยู่รอบด้าน แต่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกอย่าง บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กลับสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ทำผลงานออกมาได้ “เกินคาด” โดยสามารถกวาดรายได้รวมไปถึง 66,514 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
เจาะเบื้องหลัง CRC กำไรนิวไฮ 2888 ล้าน ห้างที่โตไปพร้อมคนไทย
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำคัญ คือ “กำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงจากการดำเนินงานต่อเนื่อง” (Core Profit) ที่พุ่งทะยานไปถึง 2,888 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 12.5% YoY ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จธรรมดา แต่เป็นระดับกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time High) สะท้อนให้เห็นว่าการปรับพอร์ตธุรกิจและการวางโครงสร้างอีโคซิสเต็มที่ครบวงจรนั้นเริ่มส่งผลลัพธ์ที่ทรงพลังอย่างแท้จริง

New Heights, Next Growth : กลยุทธ์รุกคืบที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของ นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CRC ที่เลือกเดินหน้าภายใต้แผนยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ซึ่งเน้นการเติบโตใน 5 มิติหลัก โดยเฉพาะการ “เสริมแกร่งธุรกิจหลัก” และ “การโฟกัสลูกค้า” เป็นสำคัญ
ในขณะที่ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องรับมือกับวิกฤตพลังงานและแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ CRC กลับเลือกมองหาโอกาสในความท้าทายนั้น ด้วยการทุ่มงบประมาณและทรัพยากรไปที่ตลาดหลักอย่างประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายฐานลูกค้า (Reinforce Customer Focus) ผ่านการรีโนเวทห้างร้านเดิมให้ทันสมัย และการเปิดสาขาใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค
นอกเหนือจากนี้ การตัดสินใจเชิงรุกที่น่าสนใจคือการคว้าสิทธิ์ Master Franchise เพื่อเปิดตัวแบรนด์ “No Brand” จากเกาหลีใต้ และการเข้าถือหุ้นใน JD Sports Thailand เพื่อเจาะตลาดพรีเมียมสปอร์ตไลฟ์สไตล์ การขยับตัวเหล่านี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มสาขา แต่เป็นการยกระดับพอร์ตโฟลิโอให้มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความแตกต่างและคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้
การบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น หัวใจของการสร้างกำไรนิวไฮ
ในมุมของการบริหารจัดการทางการเงิน นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน ได้ย้ำถึงหลักการ “ความรอบคอบและยืดหยุ่น” ในการจัดสรรเงินลงทุน การรักษาความสมดุลระหว่างการขยายตัวและการทำกำไรเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ CRC สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ผ่านตัวเลขรายได้ 66,514 ล้านบาท และกำไรนิวไฮ 2,888 ล้านบาทในไตรมาสนี้
การที่บริษัทสามารถรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูง แสดงถึงการมีระบบการวิเคราะห์ข้อมูลและการปรับกลยุทธ์ที่รวดเร็ว (Agile) เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนับเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างความมั่นใจและความมั่นคงให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
มากกว่าแค่ธุรกิจ แต่คือ การเติบโตไปพร้อมกับสังคมและโลก
อย่างไรก็ตาม เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการอยู่รอดของสังคมในวงกว้าง ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ที่ท็อปส์และโก โฮลเซลล์ ได้นำสินค้าจำเป็นกว่า 2,300 รายการมาลดราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชน
อีกทั้งยังมีการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น
- การขยายสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ห้างร้าน
- การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV) ในการขนส่งสินค้า
- บริการตรวจเช็คสภาพรถฟรี 38 รายการจากออโต้วัน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน
กิจกรรมเหล่านี้ตอกย้ำถึงเจตนารมณ์การเป็น Retail and Wholesale for All ที่พร้อมจะเติบโตและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
เมื่อ “ห้าง” เป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง แต่คือลมหายใจของเศรษฐกิจและสังคม
หากเรามองลึกลงไปภายใต้ตัวเลขกำไร 2,888 ล้านบาทนี้ สะท้อนผลต่อห่วงโซ่แรงงานจำนวนมาก ทั้งพนักงาน ผู้ผลิต และคู่ค้า เห็นเกษตรกรท้องถิ่นที่มีช่องทางวางขายสินค้าในท็อปส์ และเห็นภาพของครอบครัวที่สามารถประหยัดค่าครองชีพได้จากแคมเปญลดราคาสินค้า
นี่เป็นสัญญาณสะท้อนความเชื่อมั่นว่า “เศรษฐกิจไทยยังมีแรงไปต่อ” หากมีการบริหารจัดการที่แม่นยำและกลยุทธ์ที่เข้าถึงหัวใจของผู้คน ในอนาคตอันใกล้เราอาจได้เห็นการเติบโตที่มากกว่าแค่เรื่องของผลกำไร แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ค้าปลีกไทยกลายเป็นพื้นที่ที่สร้างความสุขและโอกาสให้แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนอย่างแท้จริง
สรุปฟอร์ม CRC ไตรมาส 1 โตสวนกระแสด้วยกลยุทธ์อะไร
| มิติการเติบโต | ไฮไลต์สำคัญ | ผลลัพธ์ที่ได้ |
| รายได้ & กำไร | รายได้ 66,514 ล้านบาท / กำไร 2,888 ล้านบาท | กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time High) โต 12.5% |
| อัปเกรดพอร์ตโฟลิโอ | คว้าสิทธิ์ No Brand เกาหลีใต้ / ถือหุ้น JD Sports | เจาะตลาดสปอร์ตไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ |
| บริหารความเสี่ยง | บริหารการเงินยืดหยุ่น (Agile) ปรับกลยุทธ์รวดเร็ว | รักษาสถานะทางการเงินแกร่ง ทนทานต่อวิกฤตพลังงาน |
| ความยั่งยืน & สังคม | ลดราคาสินค้า 2,300 รายการ / ใช้พลังงานโซลาร์และรถ EV | ประคองค่าครองชีพคนไทย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม |










