ทิศทางของตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงนี้กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุนทั่วโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2026 ราคาทองคำและโลหะเงินยังคงเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มลดน้อยลง ซึ่งประเด็นเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดโลหะมีค่า
ราคาทองคำร่วงหลุด $5,100 ต่อออนซ์ สัญญาณอันตราย หรือแค่ ย่อตัวเพื่อไปต่อ?

หากเราดูตัวเลขล่าสุด ราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 1.5% ลงมาอยู่ที่ระดับราวๆ $5,019 ต่อออนซ์ ในขณะเดียวกัน โลหะเงินก็ร่วงลงอย่างหนัก โดยสัญญาซื้อขายต่อเนื่องปรับตัวลดลงกว่า 5% มาอยู่ที่ระดับ $81.12 การปรับตัวลงครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายที่ดำเนินมาตลอดช่วงเดือนมีนาคม ข้อมูลจาก CBS News ระบุว่า ปัจจุบันราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงมาแล้วกว่า 10% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ $5,589 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วนโลหะเงินที่มีความผันผวนสูงกว่า ก็สูญเสียมูลค่าไปแล้วราวๆ หนึ่งในสามจากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ถึง $120 ต่อออนซ์ในช่วงต้นปี 2026
ปัจจัยกดดัน-เมื่อตัวแปรทางเศรษฐกิจพุ่งชนตลาดทองคำ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแรงเทขายในรอบนี้ มาจากการรวมตัวของหลายปัจจัยแวดล้อม
- ดอลลาร์แข็งค่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ซึ่งตามกลไกตลาดแล้ว เมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น สินทรัพย์ที่ตีราคาเป็นเงินดอลลาร์อย่างทองคำและโลหะเงินก็จะแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ความต้องการซื้อลดลง
- ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและน้ำมัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ สิ่งนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป
- ทิศทางดอกเบี้ย Fed ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group สะท้อนว่า ปัจจุบันนักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 มีนาคม และความน่าจะเป็นที่จะคงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องไปถึงเดือนมิถุนายนก็ขยับขึ้นไปสูงกว่า 46.8% Tim Waterer หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจาก KCM Trade ได้ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ไว้ว่า “แม้ตลาดจะมีความผันผวน แต่ทองคำกำลังเผชิญกับความยากลำบากในวันนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ทะลุ $100 ต่อบาร์เรลได้เข้าไปหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ และไปลดทอนความคาดหวังเรื่องการหั่นอัตราดอกเบี้ยลง”
แรงกระเพื่อมถึงตลาดเอเชีย ภาพสะท้อนจากอินเดีย
ผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในกระดานเทรดระดับโลก แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประเทศผู้บริโภคทองคำรายใหญ่อย่างอินเดีย บนกระดานเทรด Multi Commodity Exchange (MCX) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำสำหรับการส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวหลุดระดับ 160,000 รูปีต่อ 10 กรัม ในขณะที่สัญญาโลหะเงินร่วงลงกว่า 2,000 รูปี มาอยู่ที่ราวๆ 266,000 รูปีต่อกิโลกรัม เมื่อวันที่ 13 มีนาคม
นอกจากนี้ ราคาทองคำ 24K ในอินเดียก็ร่วงลงมาอยู่ที่ประมาณ 16,069 รูปีต่อ 10 กรัม ซึ่งลดลงไป 1,530 รูปี เป็น “Rs 1,60,251 ต่อ 10 กรัม (เปิด) หลุดต่ำสุด Rs 1,59,764 ก่อน rebound Rs 1,60,368 ลง Rs 487 จาก open บรรดาตัวแทนจำหน่ายทองคำแท่งในตลาด Zaveri Bazaar ของมุมไบ รายงานว่าความต้องการซื้อทองคำรูปพรรณและทองคำแท่งชะงักงันอย่างกะทันหัน เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่เลือกที่จะรอดูสถานการณ์ว่าราคาจะเริ่มนิ่งเมื่อไหร่
มุมมองนักวิเคราะห์- การปรับฐาน ไม่ใช่การจบรอบ
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองว่านี่เป็นเพียง “การปรับฐาน” ภายใต้แนวโน้มขาขึ้นระยะยาว (Bull Market) มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทางของตลาดอย่างถาวร
สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง J.P. Morgan ยังคงให้เป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ไว้ที่ $6,300 ขณะที่ Deutsche Bank ประเมินไว้ที่ $6,000 (ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ประเมินไว้ก่อนที่สถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านจะตึงเครียดขึ้น) โดย Michael Hsueh นักวิเคราะห์โลหะมีค่าจาก Deutsche Bank ได้ให้ความเห็นกับ Reuters ว่า “สภาพแวดล้อมในตอนนี้ยังไม่น่าจะทำให้ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงขาลงแบบยืดเยื้อได้” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่านักลงทุนยังคงมองหาจังหวะเข้าซื้อเพื่อรอทำกำไรในขาขึ้น
ก้าวต่อไปที่เราต้องเตรียมพร้อม
ในระยะสั้น สายตาของนักลงทุนทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่บทสรุปของการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ทิศทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยจะเป็นตัวกำหนดจังหวะก้าวต่อไปของตลาดโลหะมีค่าในช่วงสัปดาห์หน้า
ตามความเป็นจริงที่อาจเกิดขึ้น หาก Fed ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว (Hawkish) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ราคาทองคำอาจต้องเผชิญแรงกดดันและเกิดการย่อตัวลงอีกระยะหนึ่ง ซึ่งจุดนี้อาจเป็น “โอกาส” สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่รอเก็บสะสมสินทรัพย์ในราคาที่สมเหตุสมผล แต่ในทางกลับกัน หากมีปัจจัยแทรกซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ควบคุมไม่ได้ ทองคำก็พร้อมที่จะกลับมาทำหน้าที่สินทรัพย์หลบภัยได้ทันที การจัดสรรสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ จึงยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเอาตัวรอดในทุกสภาวะตลาด
อ้างอิงจาก
- https://hdfcsky.com/news/gold-rate-today-march-13-2026-holds-above-rs-1-60-lakh
- https://economictimes.com/markets/stocks/live-blog/gold-rate-silver-price-today-live-updates-mcx-gold-18k-22k-24k-rate-iran-isre
- https://www.moneycontrol.com/news/business/personal-finance/gold-silver-rate-in-india-live-updates-todays-mcx-gold-silver-prices
- https://www.oneindia.com/business/gold-silver-rate-today-13-march-2026-city-wise-prices-down-across-india-mcx-gold-silver-ease-0
- https://www.goodreturns.in/silver-rates/
- https://www.jmbullion.com/charts/silver-prices/
- https://phemex.com/news/article/cme-fedwatch-indicates-96-chance-of-rate-hold-in-march-2026-62221










