ในโลกของการลงทุน ไม่มีสินทรัพย์ใดเป็นขาขึ้นตลอดไป เช่นเดียวกับที่ไม่มีตลาดใดปรับฐานลงโดยไร้เหตุผล ทุกการเปลี่ยนแปลงของราคามักสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงิน และพฤติกรรมของนักลงทุนเสมอ หลังจากทองคำสร้างผลตอบแทนอย่างโดดเด่นต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี และเคยทะยานขึ้นราว 150% จากปลายปี 2022 จนทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงต้นปี 2026 เวลานี้หลายสำนักวิเคราะห์เริ่มตั้งคำถามสำคัญว่า “ตลาดกระทิงของทองคำกำลังสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่” เมื่อแรงซื้อจากกองทุน ETF เริ่มอ่อนแรง เงินทุนไหลออกต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
เจาะแนวโน้มทองคำครึ่งปีหลัง ปิดฉาก 3 ปีกระทิงดุ เกิดอะไรขึ้น?
บทความนี้ THE SIGNALs จะพาไปถอดรหัสว่า การปรับฐานรอบนี้เป็นเพียงจังหวะพักของสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับหนึ่งของโลก หรือกำลังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวัฏจักรทองคำ พร้อมสำรวจมุมมองจากหลายสำนัก อาทิเช่น JPMorgan และผู้เชี่ยวชาญในตลาดโลหะมีค่า เพื่อมองเห็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสของทองคำในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

หลังจากนั้นทิศทางของโลหะมีค่าชนิดนี้ก็พลิกกลับเข้าสู่แดนของตลาดหมี (Bear Market) อย่างเต็มตัว โดยราคาได้ร่วงทะลุระดับ 4,000 ดอลลาร์ลงมาหลายต่อหลายครั้ง ส่งผลให้ช่วง 3 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายนกลายเป็นไตรมาสที่สถานการณ์ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 13 ปี
สัญญาณชะลอตัวและกระแสเงินทุนไหลออก
ปัจจัยหลักที่กดดันให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักมาจากทิศทางของความคาดหวังต่อนโยบายทางการเงินที่เปลี่ยนไป แนวคิดเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่เคยเป็นแรงส่งให้ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้พลิกกลับอย่างฉับพลันในช่วงต้นปี 2026 สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างพากันดึงเงินออกจากกองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำ ข้อมูลจากสภาทองคำโลก ระบุชัดเจนว่า เฉพาะในเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียว มีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิถึง 16 ตัน และสถานการณ์นี้ยังคงลากยาวต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมิถุนายน ขณะเดียวกัน iShares ก็รายงานว่าผลิตภัณฑ์การลงทุนเชิงโภคภัณฑ์ (ETPs) ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสูงถึง 6.8 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นตัวเลขรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองในหน้าประวัติศาสตร์
หากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาแล้วประมาณ 7.8% โดยสำนักข่าว CNBC ได้ให้ข้อมูลเสริมว่า มูลค่าของทองคำหายไปราวๆ 16% เฉพาะในไตรมาสที่สองเพียงไตรมาสเดียว ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงรายไตรมาสที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2013 สาเหตุสำคัญมาจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น รับกับมุมมองของตลาดที่ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
จุดเปลี่ยนผ่านที่ยังเต็มไปด้วยความคลุมเครือ
แม้สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตลาดกระทิงได้จบลงแล้ว แต่ในฝั่งของข้อมูลกลับยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดสถานะชอร์ต หรือการเทขายทำกำไรระยะสั้นในระดับที่ใหญ่พอจะยืนยันทิศทางลงแบบถาวร ทำให้สถานะของทองคำในตอนนี้ตกอยู่ในช่วงรอยต่อที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทางด้าน Morningstar เพิ่งออกมาปรับลดตัวเลขคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยสำหรับช่วงปี 2026-2028 ลงมาอยู่ที่ 4,400 ดอลลาร์ จากเดิมที่เคยมองไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์
ทางฝั่งของ JPMorgan ก็มีการปรับมุมมองใหม่แบบพลิกโผเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยล่าสุดคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะเฉลี่ยอยู่ที่ 4,300 ดอลลาร์ในไตรมาสที่สาม และขยับขึ้นเป็น 4,500 ดอลลาร์ในไตรมาสที่สี่ ซึ่งถือเป็นการปรับลดเป้าหมายลงอย่างมหาศาลจากเดิมที่เคยประเมินไว้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ว่าราคาอาจไปแตะ 6,000 ดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี ในขณะที่ Macquarie ให้ตัวเลขคาดการณ์ราคาเฉลี่ยตลอดทั้งปีนี้เอาไว้ที่ 4,641 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยหนุนที่ยังคงซ่อนตัวอยู่
ท่ามกลางกระแสการปรับฐาน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมองว่า โครงสร้างหลักของทองคำพังทลายลงไปแล้ว Nicky Shiels หัวหน้าฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์โลหะมีค่า จาก MKS PAMP ยังคงยืนยันเป้าหมายราคาเฉลี่ยในปี 2026 ไว้ที่ 4,500 ดอลลาร์ และให้เป้าหมายสูงสุดในกรณีตลาดกระทิงที่ 5,800 ดอลลาร์ เธอมองว่า การร่วงลงของราคารอบนี้เป็นเพียงการจัดระเบียบโพสิชันใหม่ โดยไม่ได้ไปทำลายปัจจัยขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างของทองคำแต่อย่างใด “ทองคำยังมีแนวโน้มที่จะทำราคาเฉลี่ยได้ที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2026 โดยมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 5,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่มีความสมเหตุสมผลสำหรับช่วงครึ่งหลังของปี” เธอกล่าวกับ Kitco News เมื่อเดือนพฤษภาคม
ปัจจัยที่ยังคอยพยุงตลาดไว้ คือ ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤษภาคมมีการซื้อเพิ่มถึง 41 ตัน ซึ่งเป็นสถิติรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของปี 2026 ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดเมื่อเช้าวันอังคาร ราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 4,169 ดอลลาร์ โดยยังคงประคองตัวยืนเหนือแนวรับที่ 4,100 ดอลลาร์ แต่ก็ยังไม่สามารถทะลุผ่านโซนแนวต้านที่ 4,200 ดอลลาร์ขึ้นไปได้
พายุที่พัดผ่าน กับบทเรียนแห่งกาลเวลา
ความเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในโลกของการเงิน ทุกวัฏจักรย่อมมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด การที่ราคาทองคำปรับฐานลงมาอย่างหนัก อาจทำให้หลายคนรู้สึกหวั่นใจเมื่อเห็นตัวเลขในพอร์ตที่เปลี่ยนไป แต่นี่คือ ความเป็นจริงที่สะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดที่จะเดินหน้าทำสถิติใหม่ได้ตลอดกาลโดยไม่มีการพักตัว
บทสรุป
ตลาดทองคำในวันนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัฏจักรครั้งสำคัญ แม้แรงซื้อจะชะลอลงและเงินทุนบางส่วนเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของทองคำได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้าม การเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นแรงหนุนที่ช่วยประคองตลาดไว้ในระดับหนึ่ง
สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาจากนี้ อาจไม่ใช่เพียงว่าราคาทองคำจะกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้เมื่อใด แต่คือ การติดตาม “สัญญาณ” ของการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงินสหรัฐฯ ทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์ และกระแสเงินทุนโลก เพราะปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าการอ่อนตัวครั้งนี้จะเป็นเพียงการพักฐานของตลาดกระทิง หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่อย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด การลงทุนที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการคาดเดาจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของราคา แต่เกิดจากการเข้าใจบริบทของตลาดและมองเห็น “สัญญาณ” ก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะสะท้อนออกมาบนกระดานราคา เพราะในโลกการลงทุน ผู้ที่ได้เปรียบที่สุด ไม่ใช่คนที่วิ่งตามราคาได้เร็วที่สุด แต่คือคนที่อ่านวัฏจักรของตลาดได้ก่อนคนอื่น
ตาราง : สรุปสถานการณ์ทองคำ 2026 ขาลงจริง หรือแค่พักฐาน?
| ประเด็นหลัก | สถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น | แนวโน้มและการคาดการณ์ในอนาคต |
| ภาพรวมตลาด | จบตลาดกระทิง 3 ปี ราคาร่วงทะลุ 4,000 ดอลลาร์ | อยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านที่ยังผันผวนสูง |
| กระแสเงินทุน | เงินไหลออกจาก ETF อย่างหนัก (พ.ค. ไหลออก 16 ตัน) | นโยบายดอกเบี้ยที่ค้างสูงยังเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง |
| มุมมองสถาบัน | มีการปรับเป้าหมายราคาลงแบบกะทันหัน | สถาบันใหญ่เสียงแตก มองเป้าสิ้นปีตั้งแต่ 4,500 – 5,800 ดอลลาร์ |
| ปัจจัยพยุงราคา | ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าซื้อสะสม (พ.ค. ซื้อเพิ่ม 41 ตัน) | โครงสร้างระยะยาวของทองคำยังไม่พังทลายลงทั้งหมด |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
อ้างอิง
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-07-07/gold-holds-drop-as-us-strikes-in-iran-cloud-rate-hike-outlook?srnd=phx-markets
- https://www.reuters.com/business/gold-etfs-could-see-fresh-outflows-rising-bets-fed-monetary-tightening-2026-06-24/
- https://www.cnbc.com/2026/07/01/gold-prices-fall-worst-quarter-interest-rates-bullion-precious-metals.html
- https://www.ccn.com/news/crypto/central-banks-gold-41-tonnes-bitcoin-etf-outflows-8-9b/
- https://www.kitco.com/news/article/2026-05-19/gold-will-hit-5800-ath-december-silver-has-highest-upside-platinum-has
- https://www.cnbc.com/2026/06/25/gold-silver-price-rally-invest-interest-rates.html
- https://www.morningstar.com/stocks/gold-miners-we-update-our-near-term-price-assumptions-gold-enters-bear-market







