ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง เซ็กเมนต์บ้านระดับลักชัวรีกลับยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย ความเป็นส่วนตัว และการลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถสร้างคุณค่าในระยะยาว
SC Asset เปิดตัว แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก นิยามใหม่การอยู่อาศัย
ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset เดินหน้ารุกตลาดบ้านหรูช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ด้วยการเปิดตัวโครงการ “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์–พรานนก” มูลค่า 2,450 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงสะท้อนกลยุทธ์การขยายพอร์ตในตลาดซูเปอร์ลักชัวรี แต่ยังเป็นโครงการต้นแบบที่ผสานงานสถาปัตยกรรมระดับพรีเมียม เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการนำมาตรฐาน SC Green Mark มาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับนิยามของบ้านหรูให้ก้าวไปไกลกว่าความงดงามด้านการออกแบบ สู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างแท้จริง

เจ้าตลาดบ้านลักชัวรี ด้วยตัวเลขการเติบโตที่พิสูจน์ได้
นายมงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบ และการตลาด ของ SC Asset ได้สะท้อนภาพความสำเร็จที่ผ่านมาว่า แบรนด์ยังคงครองใจและได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้ากลุ่ม Luxury และ Ultra Luxury อย่างเหนียวแน่น สิ่งนี้การันตีได้จากยอดขายในเซ็กเมนต์นี้ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดทุกปี จาก 3,489 ล้านบาทในปี 2565 พุ่งทะยานสู่ 9,414 ล้านบาท ในปี 2568
นอกเหนือจากนั้น ปัจจุบันบริษัทยังถือครองพอร์ตโครงการในกลุ่มนี้มากถึง 17 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 33,000 ล้านบาท และได้ส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยระดับพรีเมียมให้กับลูกค้ามาแล้วมากกว่า 1,000 ครอบครัว โดยแก่นแท้ของการพัฒนาโครงการคือการผสาน สุนทรียภาพในการอยู่อาศัย ความยืดหยุ่นของพื้นที่ ความเป็นส่วนตัว และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
มนต์เสน่ห์แห่ง Cape Dutch Revival บนทำเลทองราชพฤกษ์-พรานนก

สำหรับ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างช่วงต้นถนนราชพฤกษ์-พรานนก บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 38 ไร่ แต่เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด จึงเอกซ์คลูซีฟเพียง 51 ยูนิตเท่านั้น
การออกแบบดึงเอาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดัตช์ยุโรปเหนือในศตวรรษที่ 17 มาตีความใหม่ผ่านคอนเซปต์ Cape Dutch Revival ซึ่งโดดเด่นด้วยการลดทอนรายละเอียดให้ดูเรียบง่าย คลาสสิกร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งสมมาตรที่สง่างามสะกดสายตา เป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลาและสะท้อนรสนิยมเหนือระดับของผู้ครอบครอง
นายมงกุฎ ยังได้เสริมรายละเอียดว่า ทุกองค์ประกอบถูกคิดมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่บรรยากาศโดยรวม พื้นที่สีเขียว คลับเฮาส์ ไปจนถึงเลย์เอาต์ภายในบ้าน เพื่อให้ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ขนาดใหญ่ ที่อยู่อาศัยร่วมกันแบบ Multi-generation ซึ่งเป็นดีมานด์หลักของลูกค้าระดับท็อปในยุคนี้
พื้นที่ใช้สอยที่เข้าใจอินไซต์ผู้อยู่อาศัย
รูปแบบของคฤหาสน์ภายในโครงการเป็นบ้าน 2 ชั้น มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ Cape Heritage, Gable Reserve และ Manor Estate โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นตั้งแต่ 575 ไปจนถึงสูงสุด 825 ตร.ม. รองรับได้สูงสุดถึง 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 2 ห้องรับแขก และที่จอดรถสูงสุด 5 คัน
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในบ้านยังจัดเต็มฟังก์ชันพิเศษที่เกิดจากการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าลักชัวรีอย่างลึกซึ้ง (Customer Insights) ได้แก่:
- Dutch Manor Terrace : โถงสูงโอ่อ่าที่เปิดรับมุมมองกว้าง มอบความรู้สึกหรูหราตั้งแต่ก้าวแรก
- A Private Haven in a House : ฟังก์ชันที่ครบครันทุกมิติ ราวกับมีบ้านส่วนตัวอีกหลังซ่อนอยู่ภายใน
- Grand Master Balcony : มุมพักผ่อนสุดชิลภายในห้อง Grand Master Bedroom เอกสิทธิ์เฉพาะเจ้าของบ้าน
- Empress Dressing Suite : พื้นที่แต่งตัวขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มทุกลุคให้สมบูรณ์แบบ
- Sensory Escape Lounge : พื้นที่อเนกประสงค์บนชั้น 2 ที่ยืดหยุ่นและตอบรับทุกกิจกรรมของคนในบ้าน

7 นวัตกรรมล้ำสมัย และส่วนกลางที่เหนือระดับ
พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจัดเตรียมไว้ให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Club House, Private Lounge, Gym, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่, สนาม Pickle Ball, Relaxing Area, Outdoor Kid’s Area รวมถึงสวนส่วนกลาง
ที่สำคัญ ยังผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตอีก 7 ประการ เพื่อยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย ได้แก่:
- Air Quality Solutions: ระบบจัดการมลพิษทางอากาศในบ้าน (ร่วมพัฒนากับ SCG)
- Solar Roof for House & Club House: ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทั้งในบ้านทุกหลังและพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยเซฟค่าใช้จ่าย
- Ruejai Home OS: แอปพลิเคชัน Smart Home ควบคุมระบบต่างๆ ในบ้านได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้ว
- Smoke & Heat Detector: ระบบจับความร้อนและควันไฟ 3 ชั้น พร้อมแจ้งเตือนทันที
- Smart Gate with License Plate: เข้า-ออก โครงการผ่านการสแกนป้ายทะเบียน พร้อมระบบจัดการรถแขกที่มาเยือน
- AIS Fibre: ฟรีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1 ปี พร้อมจุดติดตั้งที่กระจายสัญญาณได้ครอบคลุม
- EV Charger Spot: เตรียมโครงสร้างระบบไฟไว้รองรับการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
ก้าวแรกของสแตนดาร์ดใหม่ “SC Green Mark”
ความพิเศษสุดของ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก คือการเป็นประเดิมนำร่องใช้มาตรฐาน SC Green Mark อย่างเป็นทางการ หลังจากที่บริษัทได้ประกาศวิสัยทัศน์นี้ไปเมื่อต้นปี เพื่อยกระดับการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างการตรวจประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานจาก สถาบันอาคารเขียวไทย (Thai Green Building Institute)
หัวใจหลักของ SC Green Mark ครอบคลุม 4 คุณค่าสำคัญ คือ
- การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- การสร้างความสบายและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัย
- การเตรียมความพร้อมสำหรับวิถีชีวิตในอนาคต
สำหรับแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) สอดคล้องกับทิศทางอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ที่อ้างอิงจากกรอบการประเมินความยั่งยืนของสถาบันอาคารเขียวไทย ซึ่งระบุว่าอาคารที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของผู้พักอาศัย ซึ่งถือเป็นนิยามใหม่ของความหรูหราที่แท้จริง
นายมงกุฎ ทิ้งท้ายว่า โครงการต้นแบบนี้จะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่โครงการใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อส่งมอบบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม
ผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบและต้องการครอบครองสถาปัตยกรรมเหนือกาลเวลา สามารถเข้าชมโครงการและร่วมงาน Presales ได้ในวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2569 ในราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท พร้อมรับสิทธิพิเศษสูงสุดถึง 4 ล้านบาท* ลงทะเบียนและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://m.scasset.com/yX7c หรือโทร 098-278-2999
บทสรุป
การเปิดตัว “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์–พรานนก” สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในตลาดบ้านระดับลักชัวรีกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่งผู้พัฒนาโครงการไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องทำเล ขนาดพื้นที่ หรือความหรูหราของวัสดุอีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต เทคโนโลยีอัจฉริยะ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาวมากขึ้น
สำหรับ SC Asset การนำแนวคิด SC Green Mark มาใช้กับโครงการระดับแฟล็กชิป ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่คำนึงถึงทั้งประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัยและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังสะท้อนทิศทางของตลาดบ้านลักชัวรีไทยที่กำลังปรับตัวสอดรับกับเทรนด์ระดับโลก ซึ่งผู้บริโภคมองหาคุณค่าที่มากกว่าการครอบครองที่อยู่อาศัย แต่เป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต ความคุ้มค่าในระยะยาว และสินทรัพย์ที่สามารถส่งต่อคุณค่าให้กับคนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ตารางสรุป : แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก
| หัวข้อ | รายละเอียดโครงการ |
| เจ้าของโครงการ | SC Asset (เอสซี แอสเสท) |
| มูลค่าโครงการ | 2,450 ล้านบาท |
| ทำเลศักยภาพ | ต้นถนนราชพฤกษ์-พรานนก บนพื้นที่กว่า 38 ไร่ |
| ความเอ็กซ์คลูซีฟ | ส่วนตัวสูงสุดเพียง 51 ยูนิต |
| สไตล์สถาปัตยกรรม | Cape Dutch Revival (เสน่ห์สถาปัตยกรรมดัตช์ยุโรปเหนือ) |
| พื้นที่ใช้สอย | 575-825 ตร.ม. (สูงสุด 6 ห้องนอน, จอดรถ 5 คัน) |
| ไฮไลต์สำคัญ | โครงการแรกที่ใช้มาตรฐาน SC Green Mark (บ้านเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) |
| ราคาเริ่มต้น | 50 ล้านบาท |









