<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อัตราเงินเฟ้อ &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Jul 2026 14:33:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>อัตราเงินเฟ้อ &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิเคราะห์ตลาดชิป ai จากกำไร Samsung และทิศทางเงินเยน </title>
		<link>https://www.thesignals.net/ai-chip-market-trends-and-yen-outlook/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/ai-chip-market-trends-and-yen-outlook/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 14:22:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเงินเยนอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ชิป AI]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยทั่วโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเซมิคอนดักเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางเงินเยน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ Samsung]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ข้อมูล Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจมหภาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=5890</guid>

					<description><![CDATA[<p>สงคราม AI ในวันนี้ไม่ได้วัดกันว่าใครมีโมเดลปัญญาประดิษฐ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-chip-market-trends-and-yen-outlook/">วิเคราะห์ตลาดชิป ai จากกำไร Samsung และทิศทางเงินเยน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สงคราม AI ในวันนี้ไม่ได้วัดกันว่าใครมีโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่กำลังแข่งขันกันว่าใครสามารถสร้าง &#8220;โครงสร้างพื้นฐาน&#8221; เพื่อรองรับ AI ได้มากที่สุด และหัวใจของการแข่งขันครั้งนี้ก็คือ &#8220;ชิปเซมิคอนดักเตอร์&#8221; ที่กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของโลกยุคใหม่</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิเคราะห์ตลาดชิป ai จากกำไร Samsung และทิศทางเงินเยน&nbsp;</strong></h2>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="5935" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-1-819x1024.jpg" alt="วิเคราะห์ตลาดชิป ai จากกำไร Samsung และทิศทางเงินเยน " class="wp-image-5935" title="วิเคราะห์ตลาดชิป ai จากกำไร Samsung และทิศทางเงินเยน " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-1-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-1-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-1-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-1-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-1-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_7-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div></figure>



<p>เมื่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เร่งทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อขยายศูนย์ข้อมูล (Data Center) ความต้องการชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจึงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ผลิตรายสำคัญอย่าง Samsung และ SK Hynix กลับมาอยู่ในจุดสนใจของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง ล่าสุดจากรายงานเบื้องต้นในกรุงโซลระบุว่า Samsung สามารถทำกำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดถึง 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ตัวเลขกำไรที่แข็งแกร่ง ตลาดกลับไม่ได้ตอบสนองในทิศทางเดียวกัน สะท้อนว่าการแข่งขันในยุค AI ไม่ได้มีเพียงเรื่องผลประกอบการ แต่ยังรวมถึงความคาดหวังของนักลงทุน การประเมินมูลค่าหุ้น และการเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น คลื่นการลงทุนด้าน AI ยังส่งแรงกระเพื่อมไปไกลกว่าภาคเทคโนโลยี ตั้งแต่แนวโน้มเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตร ไปจนถึงทิศทางของค่าเงินเยนที่กลับมาเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจเอเชีย วันนี้<strong> THE SIGNALs</strong> จะพาไปถอดรหัสว่า ทำไม <strong>&#8220;ชิป AI&#8221; </strong>จึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้าทางเทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นจุดศูนย์กลางของเกมเศรษฐกิจโลกในทศวรรษนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปรากฏการณ์ของราคาหุ้นเมื่อความคาดหวังสะท้อนลงไปในตลาด</strong></h3>



<p>แม้ว่า Samsung จะรายงานผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทว่าราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงกว่า 5% ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการจัดพอร์ตลงทุนของกลุ่มผู้เล่นในตลาด ซึ่งมักจะตอบรับกับข่าวดีไปล่วงหน้าแล้วในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า เมื่อตัวเลขจริงถูกประกาศออกมา จึงเกิดสภาวะที่เรียกว่า &#8220;ซื้อเมื่อมีข่าวลือ ขายเมื่อความจริงปรากฏ&#8221;&nbsp;</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดสภาพคล่องและเม็ดเงินจำนวนมากออกจากตลาดในระยะสั้น คือ การเตรียมตัวต้อนรับ ADR (American Depositary Receipt) ของ SK Hynix ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาด ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้ถูกมองว่าอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการประเมินมูลค่าของกลุ่มธุรกิจ AI ที่อาจกำลังแตะจุดสูงสุดในกรอบระยะเวลาสั้นๆ ทว่าในภาพรวมระยะยาว แนวโน้มความต้องการชิปและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเราอาจจะได้เห็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งนี้จากผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่กำลังจะทยอยประกาศออกมา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การขยายโครงสร้างพื้นฐาน และประเด็นเรื่องกำลังการผลิต</strong></h3>



<p>การเติบโตของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในเกาหลีใต้ แต่เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นทั่วโลกกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ทั่วโลกกำลังเร่งขยายขีดความสามารถของตนเองอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ในประเทศออสเตรเลียก็ยังมีการสร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>



<p>นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยมีการเปิดเผยถึงโครงการระดับชาติในเกาหลีใต้ที่มีมูลค่าสูงถึง 8.8 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนของบริษัทชั้นนำอย่าง<strong> Samsung </strong>และ <strong>SK Hynix </strong>ถึงแม้จะเริ่มมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาวะกำลังการผลิตล้นตลาด แต่ในความเป็นจริง วงจรการลงทุนนี้ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอาจต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งปีจึงจะสามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าจุดใดคือจุดสมดุลระหว่างเม็ดเงินที่ลงทุนไปกับผลตอบแทนที่ได้รับกลับมา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายจากเครื่องมือทางการเงินและความเชื่อมั่นของตลาด</strong></h3>



<p><strong>อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจ </strong>คือ ผลกระทบจากเครื่องมือทางการเงินที่มีความซับซ้อน เช่น <strong>Leveraged ETF </strong>ของ <strong>SK Hynix </strong>ที่ซื้อขายอยู่ในฮ่องกง เม็ดเงินมหาศาลที่หมุนเวียนในกองทุนเหล่านี้ทำให้เกิดความจำเป็นในการปรับสมดุลพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบย้อนกลับมาที่ราคาหุ้นอ้างอิงในตลาดหลัก ประเด็นนี้ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้เริ่มจับตาและพิจารณาถึงความเหมาะสมในการอนุมัติผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามามีส่วนร่วมในตลาด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ชิป AI กับการก่อตัวของอัตราเงินเฟ้อรอบใหม่</strong></h3>



<p>อุปสงค์ที่มหาศาลต่อเซมิคอนดักเตอร์กำลังสร้างแรงกระเพื่อมไปยังโครงสร้างต้นทุนของบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อรักษาส่วนต่างกำไร องค์กรเหล่านี้จึงอาจมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าปลายทาง สอดคล้องกับรายงานจาก Bloomberg Economics ที่วิเคราะห์ว่า ฐานของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากกระแส AI และความต้องการชิป ผนวกกับผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์</p>



<p><strong>สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่า </strong>ฐานของเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่จะมีระดับที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างสูงต่อไป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มที่จะผันผวนอยู่ในกรอบที่จำกัด ซึ่งทิศทางนี้ย่อมสร้างความท้าทายให้กับธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ ในเอเชีย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทิศทางอัตราดอกเบี้ยเอเชียและสถานการณ์ของเงินเยน</strong></h3>



<p>ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) กลับเผชิญกับข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายทางการเงิน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) :</strong> สำนักวิจัยคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1-2% แต่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในปัจจุบันยังคงอยู่ที่ 1% และด้วยจังหวะการปรับเปลี่ยนที่ค่อยเป็นค่อยไป คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาจนถึงปี 2028 จึงจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว</li>



<li><strong>ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) :</strong> ถึงแม้จะมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่นโยบายโดยรวมยังคงตามหลังสถานการณ์เงินเฟ้อที่แท้จริง</li>
</ul>



<p><strong>ผลลัพธ์ที่ตามมา </strong>คือ การปล่อยให้ค่าเงินของอ่อนค่าลง เพื่อรับภาระทางเศรษฐกิจ ซึ่งในทางกลับกันก็เป็นผลดีต่อภาคการส่งออก โดยเฉพาะในส่วนของสกุลเงินเยนที่ปัจจุบันซื้อขายอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ</p>



<p>ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดย<strong>ทัตสึโอะ ยามาซากิ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น </strong>ได้ให้สัมภาษณ์เชิงลึกกับ Bloomberg TV ไว้ว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนในปัจจุบันถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก โดยเบี่ยงเบนจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจสูงถึง 10% หรืออาจจะ 20%</p>



<p>หลายฝ่ายในตลาดเชื่อว่า ปัจจัยที่กดดันเงินเยนมาจากช่องว่างอัตราดอกเบี้ย ท่าทีของรัฐบาลที่อาจคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ย และการใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว ทว่ายามาซากิชี้ให้เห็นว่า มุมมองเหล่านี้ คือ ความเข้าใจผิด ทิศทางต่อไปของ BOJ คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแน่นอน ในขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศของญี่ปุ่นซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 200 ล้านล้านเยน) ถือเป็นทรัพยากรที่แข็งแกร่งและเพียงพอต่อการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หากมีความจำเป็นต้องส่งสัญญาณให้ตลาดรับรู้ถึงทิศทางที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องอาศัยการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในแบบที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดโลก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เชื่อมโยงเทคโนโลยี สู่การเติบโตของเศรษฐกิจที่เราก้าวเดินไปพร้อมกัน</strong></h3>



<p>การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยมักมาพร้อมกับตัวแปรใหม่ๆ เสมอ จากภาพรวมของตลาดในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีไม่ได้แยกขาดจากเศรษฐกิจมหภาคอีกต่อไป ความสำเร็จของบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่ได้สะท้อนแค่เพียงความก้าวหน้าทางวิศวกรรม แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน การเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุน อัตราเงินเฟ้อ และท้ายที่สุดคือทิศทางของนโยบายการเงินระหว่างประเทศ</p>



<p>ในช่วงเวลาที่ดัชนี KOSPI มีการปรับตัวลงประมาณ 4% หลังจากที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 100% ในปีที่ผ่านมา ตลาดกำลังเรียกร้องหาความชัดเจนและผลกำไรที่จับต้องได้เพื่อมารองรับความคาดหวัง หากบริษัทชั้นนำสามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับศักยภาพ </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong></h3>



<p>ภาพที่เกิดขึ้นในตลาดวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เพียงเทรนด์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่การลงทุนในศูนย์ข้อมูล ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ การจัดสรรเงินทุนของนักลงทุน ไปจนถึงทิศทางของเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่</p>



<p>แม้ราคาหุ้นของบริษัทชั้นนำอย่าง Samsung หรือ SK Hynix อาจผันผวนตามความคาดหวังของตลาดในระยะสั้น แต่หากเม็ดเงินลงทุนจากผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง วัฏจักรการเติบโตของอุตสาหกรรมชิป AI ก็ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในระยะยาว</p>



<p>สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการจับตาผลประกอบการของผู้ผลิตชิป แต่ต้องมองให้เห็นความเชื่อมโยงของทั้งระบบ เพราะทุกการตัดสินใจลงทุนใน AI วันนี้ กำลังส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ การเงิน และตลาดทุนของโลกในวันข้างหน้า และผู้ที่เข้าใจ<strong> &#8220;สัญญาณ&#8221; </strong>เหล่านี้ก่อน ย่อมมีโอกาสมองเห็นทิศทางของคลื่นการเติบโตรอบใหม่ได้ชัดเจนกว่าคนอื่น</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตารางสรุป : 4 ปรากฏการณ์ AI เขย่าเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>ปรากฏการณ์</strong></td><td><strong>สิ่งที่เกิดขึ้น</strong></td><td><strong>ผลกระทบที่ตามมา</strong></td></tr><tr><td><strong>1. ชิป AI ฟีเวอร์</strong></td><td>Samsung ทำกำไรพุ่ง 19 เท่า (5.8 หมื่นล้านดอลลาร์)</td><td>ความต้องการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขยายตัวกระโดดทั่วโลก</td></tr><tr><td><strong>2. ตลาดสวนทาง</strong></td><td>หุ้นร่วงลง 5% แม้ประกาศงบออกมาดีเยี่ยม</td><td>เกิดสภาวะ Sell on news เม็ดเงินย้ายไปสินทรัพย์อื่นชั่วคราว</td></tr><tr><td><strong>3. เงินเฟ้อรอบใหม่</strong></td><td>ต้นทุนชิปและเทคโนโลยีปรับตัวสูงขึ้น</td><td>ดันฐานดอกเบี้ยโลกให้สูงขึ้น และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง</td></tr><tr><td><strong>4. วิกฤตเงินเยน</strong></td><td>เงินเยนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี</td><td>แบงก์ชาติญี่ปุ่นถูกกดดัน อาจเกิดการแทรกแซงค่าเงินครั้งใหญ่</td></tr></tbody></table></figure>



<p>บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</p>



<p>อ้างอิงจาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.youtube.com/watch?v=tLmSe5MKfiY" target="_blank" rel="noopener">https://www.youtube.com/watch?v=tLmSe5MKfiY</a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/ai-chip-market-trends-and-yen-outlook/">วิเคราะห์ตลาดชิป ai จากกำไร Samsung และทิศทางเงินเยน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/ai-chip-market-trends-and-yen-outlook/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 05:15:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ของแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีรับมือเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อพฤษภาคม2569]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4497</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรามาเริ่มต้นด้วยการอัปเดตสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจกันก่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/">ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เรามาเริ่มต้นด้วยการอัปเดตสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจกันก่อนเลย สำหรับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าอยู่ที่ระดับ 2.79% (YoY) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 2.89% และที่น่าสนใจคือตัวเลขนี้ยังออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ที่ 3.10% อีกด้วย </span></p>
<h2><strong>ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับปัจจัยหลักที่เข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนยังคงเป็นราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 18.09% โดยเฉพาะในกลุ่มราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น 29.45% ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ในขณะเดียวกันก็มีบางหมวดสินค้าที่ปรับราคาลดลงมาบ้าง ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล รวมถึงหมวดเครื่องนุ่มห่มและรองเท้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4675" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-819x1024.jpg" alt="ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด" width="819" height="1024" title="ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนี้ เมื่อเราลองมาเทียบการเปลี่ยนแปลงกับเดือนก่อนหน้า จะเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยับสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 0.17% ซึ่งมีแรงหนุนมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 0.59% ตามกลไกของการปรับขึ้นราคาอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ รวมถึงข้าว ในทางตรงกันข้าม หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มกลับปรับลดลง 0.11% เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะเริ่มมีทิศทางชะลอตัวลงจากเดือนก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนนี้อยู่ที่ 0.92% (YoY) เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.83% และหากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงแบบรายเดือน จะพบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.27% ซึ่งเป็นการชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.41%</span></p>
<p><b>เข้าใจแรงกดดันระลอกใหม่จาก Second-round effects</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น  Krungthai COMPASS ได้ประเมินทิศทางเอาไว้ว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่เราควรหยิบยกมาทำความเข้าใจเพิ่มเติม คือ แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มมีการกระจายตัวไปยังสินค้าหลายๆ หมวด สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของผลกระทบระลอกสอง (Second-round effects) หรือการส่งผ่านต้นทุนพลังงานหรือวัตถุดิบที่สูงขึ้น ไปยังราคาสินค้า บริการ และต้นทุนการผลิต นอกเหนือจากน้ำมันในระลอกแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ทำให้แรงกดดันด้านราคาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดพลังงานเป็นสำคัญในระลอกแรก แต่เริ่มส่งผ่านไปยังหมวดอาหารสดและหมวดพื้นฐาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนที่มีระดับการเปลี่ยนแปลงของราคาเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต (SD) สูงถึง +3.1SD ตามมาด้วยกลุ่มอาหารสำเร็จรูปที่ +2.0SD และกลุ่มข้าวและแป้งที่ +1.2SD ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ +1.3SD ภาพรวมเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่แรงกดดันจากพลังงานทยอยส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหาร การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสะท้อนเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดมา</span></p>
<p><b>เทียบมุมมองโครงสร้างระดับภูมิภาค</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ประเทศไทยเริ่มเห็นแรงกดดันจากฝั่งผู้ผลิตและการส่งผ่านมายังราคาผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยเพิ่มขึ้น 8.5% และ 3.4% ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แม้ PPI จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ CPI ยังปรับขึ้นในระดับจำกัดกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของไทยต่อภาวะความผันผวนภายนอก จากการพึ่งพาภาคเศรษฐกิจต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการวางกรอบเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติข้อตกลงร่วมกับการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลางและเป้าหมายสำหรับปี 2569 ให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วงร้อยละ 1 &#8211; 3 เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด แม้ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2569 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายนี้ แต่ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการประเมินว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดความต้องการซื้อ (Demand) อาจไม่ใช่แนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่มาจากฝั่งต้นทุนหรือฝั่งซัพพลายได้โดยตรง ถือเป็นการเน้นย้ำถึงการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><b>เตรียมพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองไปข้างหน้า หากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาอุปทานชะงักงัน ภายหลังสต๊อกเดิมก่อนเกิดสงครามทยอยหมดลง การส่งผ่านต้นทุนจะขยายไปสู่หมวดพื้นฐานมากยิ่งขึ้น และทวีแรงกดดันต่อค่าครองชีพ รวมถึงกำลังซื้อของครัวเรือนต่อไป แต่ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจย่อมมีทางออกเสมอ การปรับตัวอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนค่าใช้จ่าย การบริหารจัดการต้นทุนสำหรับคนทำธุรกิจ หรือการทำความเข้าใจกลไกตลาด จะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ตารางสรุป : สถานการณ์เงินเฟ้อไทย พ.ค. 69 และกลุ่มสินค้าที่ต้องจับตา!</strong></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นหลัก</b></td>
<td><b>สรุปข้อมูลสำคัญประจำเดือน พ.ค. 69</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (YoY)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">2.79% (ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.10%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ปัจจัยหลักที่ดันราคาขึ้น</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หมวดพลังงาน (+18.09%) โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่พุ่งแรง (+29.45%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กลุ่มสินค้าที่ราคาขยับขึ้น</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อาหารสำเร็จรูป, ผักและผลไม้, ข้าว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กลุ่มสินค้าที่ราคาถูกลง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การตรวจรักษา, บริการส่วนบุคคล, เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ความเสี่ยงที่ต้องระวัง</b></td>
<td><b>Second-round effects</b><span style="font-weight: 400;"> ต้นทุนพลังงานลามเข้าสู่หมวดอาหารและของใช้</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/">ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง </title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2026 12:42:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[GDPไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กกร]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์AI]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย2569]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4628</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/">กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงานยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอุณหภูมิเศรษฐกิจโลกในปีนี้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-819x1024.jpg" alt="กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง " class="wp-image-4639" style="aspect-ratio:0.7998092824251245;width:682px;height:auto" title="กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/กกร.GDP_.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>สืบเนื่องจากสถานการณ์การส่งออกสินค้าพลังงานจากตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติในเร็ววัน สิ่งที่น่าจับตามอง คือ ในช่วงครึ่งหลังของปี กลุ่มประเทศ OECD มีแนวโน้มที่จะต้องเร่งนำเข้าน้ำมันดิบขนานใหญ่เพื่อทดแทนคลังน้ำมันสำรองที่หดตัวลงอย่างมาก</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ การเสาะหาแหล่งน้ำมันดิบเพื่อทดแทนตะวันออกกลางจึงกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายและมีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบชิ่งมายังต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูง และอาจมีทิศทางขยับขึ้นได้อีกในอนาคต อย่างไรก็ดี แม้คลื่นความท้าทายจะถาโถม แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังคงมีช่องทางในการปรับตัวและคว้าโอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปรากฏการณ์ K-Shape และโอกาสทองจากเมกะเทรนด์เทคโนโลยี</strong></h3>



<p>เมื่อหันมามองภาพรวมภายในประเทศ เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเคลื่อนตัวผ่านลักษณะที่เรียกว่า K-shape อย่างชัดเจน สิ่งที่สะท้อนภาพนี้ได้ดีที่สุด คือ ตัวเลขการส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 18.9% โดยกลุ่มที่เป็นตัวชูโรง คือ สินค้าเทคโนโลยีที่พุ่งทะยานถึง 48.4% ซึ่งสอดรับกับเมกะเทรนด์ระดับโลกอย่างการลงทุนด้าน AI และ Data Center รวมถึงทิศทางการส่งออกของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่โตทะลุเป้าหมายเดิมไปมาก</p>



<p>ทว่าในอีกมิติหนึ่ง การเติบโตของกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีอาจจะยังไม่ได้แผ่ขยายผลลัพธ์เชิงบวกไปยังรากฐานเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มที่นัก เนื่องจากโครงสร้างการผลิตยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน การผลิตและการส่งออกในเซกเตอร์อื่นๆ ยังคงอยู่ในระดับทรงตัว แม้ผู้ประกอบการจะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและการขาดแคลนสินค้าบางส่วน ซึ่งอาจกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันไปบ้าง ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัวลงจากค่าครองชีพ</p>



<p>ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงการดึงศักยภาพของธุรกิจในกลุ่ม K ขาบน ให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” (Catalyst) ที่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อต่อท่อเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้ไหลเวียนลงสู่ภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) สิ่งนี้จะนำไปสู่การจ้างงานคนไทยและช่วยให้ธุรกิจทุกระดับ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่า 300 แห่งที่กำลังปรับตัว สามารถเติบโตและได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปลดล็อก GDP ด้วย &#8220;ไทยช่วยไทยพลัส&#8221; และยุทธศาสตร์ดึงดูดนักลงทุน</strong></h3>



<p>เพื่อเติมเชื้อไฟให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างเต็มกำลัง โครงการ<strong> “ไทยช่วยไทยพลัส” </strong>จึงก้าวเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญด้วยเม็ดเงินอัดฉีดราว 1.7 แสนล้านบาท ที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ปัจจัยเชิงบวกเหล่านี้ทำให้ กกร. ตัดสินใจปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) :</strong> ปรับเพิ่มการขยายตัวมาอยู่ที่ 1.6% ถึง 2.0% จากเดิม 1.2% ถึง 1.6%</li>



<li><strong>อัตราเงินเฟ้อ :</strong> ปรับเป็น 2.5% ถึง 3.0% จากเดิม 2.0% ถึง 3.0%</li>



<li><strong>การส่งออก :</strong> ปรับพุ่งเป็นขยายตัว 8.0% ถึง 10.0% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าจะหดตัวในระดับติดลบ</li>
</ul>



<p>ตัวเลขที่ปรับตัวดีขึ้นนี้เป็นภาพสะท้อนของการเติบโตในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี นอกเหนือจากนี้ ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการใช้เวทีโลกเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยตั้งเป้าที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของการย้ายฐานการผลิต รวมถึงการเป็นสำนักงาน Middle &amp; Back Office ให้กับบริษัทข้ามชาติ เพื่อก้าวขึ้นเป็น Regional Hub ด้านการผลิต การบริการ และการเงินในระดับภูมิภาค</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น การจับกระแสเทรนด์โลกอย่าง AI, Data Center และ Cyber Security เพื่อนำมายกระดับอุตสาหกรรม Smart Electronics และ Advanced Manufacturing ถือเป็นก้าวเดินที่เฉียบคม การเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) การพัฒนา R&amp;D รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปูทางไปสู่การเป็นสมาชิก OECD ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ <strong>Reinvent Thailand</strong> ที่มุ่งผลักดัน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามแนวทางของ BOI และคำแนะนำของธนาคารโลก (World Bank) เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและการจ้างงานในระยะยาว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สรุปกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร. (%YoY)</strong></h3>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>ดัชนีชี้วัด</strong></td><td><strong>ปี 2568</strong></td><td><strong>ปี 2569 (ณ ม.ค.-มี.ค. 69)</strong></td><td><strong>ปี 2569 (ณ เม.ย.-พ.ค. 69)</strong></td><td><strong>ปี 2569 (ณ มิ.ย. 69)</strong></td></tr><tr><td><strong>GDP</strong></td><td>2.4</td><td>1.6 ถึง 2.0</td><td>1.2 ถึง 1.6</td><td>1.6 ถึง 2.0</td></tr><tr><td><strong>ส่งออก</strong></td><td>12.9</td><td>-1.5 ถึง -0.5</td><td>-1.5 ถึง -0.5</td><td>8.0 ถึง 10.0</td></tr><tr><td><strong>เงินเฟ้อ</strong></td><td>-0.1</td><td>0.2 ถึง 0.7</td><td>2.0 ถึง 3.0</td><td>2.5 ถึง 3.0</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสแห่งการสร้างความเชื่อมั่น</strong></h3>



<p>ก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นคือการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับนานาชาติมากมาย ซึ่งถือเป็นสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่ฉายภาพศักยภาพของไทยสู่สายตาประชาคมโลก ไม่ว่าจะเป็น การประชุม ABAC 2026 ครั้งที่ 3, การประชุม Gastech 2026 ที่รวมสุดยอดเทคโนโลยีด้านพลังงานระดับโลก, งาน Thailand-US Trade &amp; Investment Forum 2026 และไฮไลต์สำคัญอย่างการประชุม IMF-World Bank Annual Meeting ในช่วงเดือนตุลาคม</p>



<p>การจัดงานเหล่านี้เป็นจังหวะที่ดีเยี่ยมในการโชว์โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นนวัตกรรมและการผลิตสมัยใหม่ สอดรับกับการที่ธนาคารโลกกำลังจัดทำรายงาน Flagship Report ภายใต้ชื่อ <strong>“Building Thailand’s Future Today”</strong> ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลชั้นเลิศในการสื่อสารจุดแข็งของไทยและเชื่อมโยงกับโปรเจกต์ Reinvent Thailand เพื่อดึงดูดพันธมิตรและกระตุ้น Affiliate Program ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความมั่นคงด้านพลังงาน และโรดแมป PDP 2026</strong></h3>



<p>แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ กกร. ขอยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางพลังงานที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันเรามีปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปรวมกันสูงถึง 13,384 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงประเทศได้ยาวนานถึง 109 วัน โดยไม่มีสัญญาณของภาวะขาดแคลนแต่อย่างใด</p>



<p>สิ่งที่น่าชื่นชมคือไหวพริบของกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นที่ได้บริหารความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว โดยมีการกระจายพอร์ตความเสี่ยง ลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจาก 55% ลงมาเหลือเพียง 27% และหันไปดึงซัพพลายจากแหล่งอื่นเพิ่มขึ้นเป็น 73% ถือเป็นการสร้างความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และภาคการผลิตของประเทศเดินหน้าต่อไปได้แบบไม่มีสะดุด</p>



<p>พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนยังฝากความหวังไว้ที่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ <strong>PDP 2026</strong> ที่คาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งแผนดังกล่าวจะเป็นเสาหลักในการวางโครงสร้างพลังงานระยะยาว ทั้งเรื่องการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) การสกัดกั้นต้นทุนค่าไฟ และการผลักดันพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เชิดชูสุดยอดผู้นำ โครงการ CEO Econmass Awards 2026</strong></h3>



<p>ท้ายที่สุดนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจให้แข็งแกร่งจากภายใน กกร. ได้จับมือกับสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ลงนาม MOU เดินหน้าโครงการ <strong>CEO Econmass Awards 2026</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อยกย่องผู้บริหารที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยแบ่งรางวัลเป็น 3 ระดับ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Large Enterprise :</strong> สำหรับซีอีโอรุ่นใหญ่ที่สร้างคุณูปการระดับชาติ</li>



<li><strong>Medium Enterprise :</strong> สำหรับซีอีโอรุ่นกลางที่มีวิสัยทัศน์ยกระดับการแข่งขัน</li>



<li><strong>Small Enterprise :</strong> สำหรับซีอีโอรุ่นเล็กที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์</li>
</ul>



<p>โครงการนี้ไม่ใช่แค่การมอบรางวัล แต่คือการจุดประกายแรงบันดาลใจให้ภาคธุรกิจไทยลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความหวังกับก้าวต่อไปของไทยที่ทุกคนต้องจับมือเดินไปพร้อมกัน</strong></h3>



<p>หากเรามองย้อนกลับไป ประเทศไทยผ่านบททดสอบทางเศรษฐกิจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และทุกครั้งเราก็สามารถหยัดยืนขึ้นมาได้เสมอ ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 นี้ เปรียบเสมือนรุ่งอรุณของวันใหม่ที่สาดแสงแห่งโอกาสมาตรึงอยู่ตรงหน้าเรา ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์โลก นี่ไม่ใช่เวลาของการนั่งรอให้โอกาสเดินเข้ามาหา แต่เป็นช่วงเวลาทองที่เราต้องเร่งเครื่องปรับโครงสร้าง ดึงศักยภาพจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่มาโอบอุ้มและเชื่อมโยงกับธุรกิจฐานราก</p>



<p>การผนึกกำลังร่วมกันระหว่างภาครัฐที่พร้อมอัดฉีดนโยบาย ภาคเอกชนที่ว่องไวต่อการปรับตัว และประชาชนที่มีความพร้อมในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จะเป็นรากฐานที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) ให้กับประเทศ ท้ายที่สุดแล้ว การเติบโตที่เป็นเพียงตัวเลขบนหน้ากระดาษย่อมไม่มีความหมาย หากความมั่งคั่งนั้นไม่ถูกกระจายลงสู่มือของคนไทยอย่างแท้จริง มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ทุกคนสามารถก้าวข้ามทุกข้อจำกัด และเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>



<p><strong>ตารางสรุปเป้าเศรษฐกิจไทย 2569 ก้าวข้ามวิกฤตด้วย AI</strong></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>ดัชนีชี้วัด</strong></td><td><strong>ปี 2568</strong></td><td><strong>ปี 2569 (เป้าหมายใหม่ล่าสุด)</strong></td></tr><tr><td><strong>GDP</strong></td><td>2.4</td><td><strong>1.6 ถึง 2.0</strong></td></tr><tr><td><strong>การส่งออก</strong></td><td>12.9</td><td><strong>8.0 ถึง 10.0</strong></td></tr><tr><td><strong>เงินเฟ้อ</strong></td><td>-0.1</td><td><strong>2.5 ถึง 3.0</strong></td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/">กกร. ปรับเป้า GDP รับเทรนด์ AI และยุทธศาสตร์พลังงานมั่นคง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-economy-outlook-2026-ai-trends/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อวสานเศรษฐกิจยุคทอง! JPMorgan เตือนสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อค้าง</title>
		<link>https://www.thesignals.net/jpmorgan-warns-end-of-goldilocks-economy/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/jpmorgan-warns-end-of-goldilocks-economy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 09:07:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[JPMorgan]]></category>
		<category><![CDATA[Stagflation]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยขาขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันพุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามอิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4097</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมนักเศรษฐศาสตร์จาก JPMorgan Chase ออกมาประกาศชัดเจนแล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/jpmorgan-warns-end-of-goldilocks-economy/">อวสานเศรษฐกิจยุคทอง! JPMorgan เตือนสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อค้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ทีมนักเศรษฐศาสตร์จาก JPMorgan Chase ออกมาประกาศชัดเจนแล้วว่า ฉากทัศน์ที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจโลกอย่าง &#8220;Goldilocks Economy&#8221; (ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตกำลังพอดี ไม่ร้อนแรงและไม่ซบเซาจนเกินไป) ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่า สงครามในอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่นี้ กำลังเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดวิกฤตราคาพลังงาน (Energy Shock) ซึ่งจะกลายเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<h2><b>อวสานเศรษฐกิจยุคทอง! JPMorgan เตือนสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อค้าง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางธนาคารได้ทำการหั่นตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงประมาณ 0.25% พร้อมทั้งออกโรงเตือนว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ทั่วโลกอาจจะอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3% ต่อเนื่องไปอีก ปัจจัยหลักมาจากการที่ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น กำลังส่งแรงกระเพื่อมลุกลามไปทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานและผลักภาระต้นทุนไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4122" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-6-819x1024.jpg" alt="อวสานเศรษฐกิจยุคทอง! JPMorgan เตือนสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อค้าง" width="819" height="1024" title="อวสานเศรษฐกิจยุคทอง! JPMorgan เตือนสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อค้าง" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-6-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-6-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-6-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-6-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-6-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-1-copy-3_1-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></h3>
<h3><b>วิกฤตพลังงานพลิกโฉมภาพรวมเศรษฐกิจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การประเมินสถานการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นการยอมรับที่ชัดเจนที่สุดจากฝั่ง JPMorgan ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปเมื่อช่วงต้นปี กำลังเปลี่ยนทิศทางของเศรษฐกิจโลกไปอย่างสิ้นเชิง Bruce Kasman หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ JPMorgan ได้กล่าวไว้เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจโลกกำลังยืนอยู่ &#8220;บนทางแยก&#8221; ในขณะที่วิกฤตพลังงานกำลังส่อเค้าที่จะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด (Non-linear moves) ทั้งในฝั่งของการเติบโตและอัตราเงินเฟ้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำเตือนนี้ สอดคล้องกับความกังวลที่ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan ได้เน้นย้ำไว้ในจดหมายประจำปีถึงผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนเมษายน โดยเขาระบุเนื้อหาใจความว่า &#8220;ตอนนี้จากผลกระทบของสงครามในอิหร่าน เราต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่อาจเกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึง การจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกกันใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่ฝังรากลึกและทำให้อัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นกว่าที่ตลาดกำลังคาดการณ์ไว้ในท้ายที่สุด&#8221;</span></p>
<h3><b>เงินเฟ้อเริ่มออกฤทธิ์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักฐานที่สะท้อนถึงผลกระทบจากเงินเฟ้อเริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นถึง 3.8% เมื่อเทียบแบบปีต่อปีในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นตัวเลขที่พุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2023 โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) ชี้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของการปรับตัวขึ้นนี้มาจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง ข้ามมาดูที่ฝั่งยุโรป กิจกรรมทางธุรกิจในเดือนเมษายนก็เกิดการหดตัวแบบพลิกโผ เนื่องจากภาคบริการต้องแบกรับแรงกดดันจากราคาที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นผลพวงมาจากภาวะสงคราม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ทีมวิจัยระดับโลกของ J.P. Morgan Global Research คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ระดับ 3.5–3.75% ไปตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี 2026 โดยความเคลื่อนไหวในก้าวต่อไปมีแนวโน้มที่จะเป็นการ &#8220;ปรับขึ้น&#8221; มากกว่าการ &#8220;ปรับลด&#8221; นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็เพิ่งจะหั่นตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง 0.2% ไปอยู่ที่ระดับ 3.1% สำหรับปี 2026 เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลถึงต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในครั้งนี้</span></p>
<h3><b>เงาแห่งภาวะ Stagflation เริ่มก่อตัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การปรับลดคาดการณ์ของธนาคารในครั้งนี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการประเมินสถานการณ์ใหม่ของฝั่ง Wall Street ในวงกว้าง ทางด้าน Morgan Stanley ก็ได้ออกมาคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ที่ระดับ 3.2% สำหรับปี 2026 ซึ่งลดลงจาก 3.5% ในปี 2025 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า &#8220;วิกฤตอุปทานพลังงานจากความขัดแย้งในอิหร่านยังคงสร้างความไม่แน่นอนอยู่อย่างต่อเนื่อง&#8221; ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิด Stagflation ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างอ่อนแอ แต่กลับมีราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ยังคงตามหลอกหลอนภาพรวมเศรษฐกิจในระยะต่อไป</span></p>
<h3><b>บทเรียนจากรอยร้าว สติและก้าวต่อไปในยุคที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อฉากทัศน์ทางเศรษฐกิจที่เคยสวยงามถูกกระชากออก ความจริงที่อยู่ตรงหน้า คือ ความท้าทายรอบด้านที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อที่ฝังลึกไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้ากระดาษ แต่คือ พายุที่กำลังพัดเข้ามาปะทะกับค่าครองชีพและต้นทุนทางธุรกิจของทุกคนในโลกแห่งความเป็นจริง การที่องค์กรระดับโลกต่างออกมาส่งสัญญาณเตือนในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บอกเราว่ายุคของการเติบโตแบบสบายๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือ บททดสอบความแข็งแกร่ง ทั้งในระดับมหภาคและระดับบุคคล การเตรียมพร้อมรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คิด และภาวะสินค้าราคาแพงที่สวนทางกับรายได้ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรัดกุม การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเท่าทันกระแสโลก จึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่สุดที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งความผันผวนนี้ไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>ตารางสรุป 4 สัญญาณอันตราย เมื่อ &#8220;เศรษฐกิจยุคทอง&#8221; สิ้นสุดลง</b></h3>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ปัจจัยหลัก</b></td>
<td><b>ผลกระทบที่เกิดขึ้น</b></td>
<td><b>สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือ</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ไฟสงครามตะวันออกกลาง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาน้ำมันและพลังงานพุ่งทะยาน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">บริหารรายรับรายจ่ายให้รัดกุมยิ่งขึ้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อ (Inflation)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ค้างเติ่งระดับ 3% ราคาสินค้าแพงขึ้น</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ระมัดระวังการใช้จ่ายสิ่งของฟุ่มเฟือย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ระวังการก่อหนี้ใหม่และดอกเบี้ยลอยตัว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาวะ Stagflation</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เศรษฐกิจโตช้า ค่าจ้างวิ่งตามของแพงไม่ทัน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พัฒนาทักษะใหม่ๆ รับความผันผวนของงาน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: center;">
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=DR9-ZXk46sQ" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=DR9-ZXk46sQ</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bbc.com/news/articles/c202pgxx89lo" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bbc.com/news/articles/c202pgxx89lo</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/economy/articles/imf-cuts-global-growth-outlook-161121630.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/economy/articles/imf-cuts-global-growth-outlook-161121630.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/finance/jpmorgans-dimon-warns-iran-war-may-drive-inflation-interest-rates-higher-2026-04-06/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/finance/jpmorgans-dimon-warns-iran-war-may-drive-inflation-interest-rates-higher-2026-04-06/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/video/2026/05/01/global-economy-is-at-a-crossroads-with-recent-energy-shocks-says-jpmorgans-bruce-kasman.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/video/2026/05/01/global-economy-is-at-a-crossroads-with-recent-energy-shocks-says-jpmorgans-bruce-kasman.html</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/jpmorgan-warns-end-of-goldilocks-economy/">อวสานเศรษฐกิจยุคทอง! JPMorgan เตือนสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อค้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/jpmorgan-warns-end-of-goldilocks-economy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </title>
		<link>https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 05:35:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามอิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3970</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยั [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/">ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-weight: 400;">ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เข้าสู่ช่วงเกือบสามเดือนเต็มแล้วนับตั้งแต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คลื่นกระแทกทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งครั้งนี้กำลังแผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทุกมุมโลก ผลพวงที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ <strong>ต้นทุนพลังงานที่พุ่งทะยาน</strong> การกลับมาผงาดอีกครั้งของฝันร้ายอย่างปัญหาเงินเฟ้อ และสถานการณ์ที่บีบคั้นให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องแตะเบรก หรือแม้กระทั่งกลับลำแผนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่เคยวางไว้</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4058" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-819x1024.jpg" alt="ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? " width="819" height="1024" title="ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></h3>
<h3><strong>เงินเฟ้อพุ่งทะยาน สวนทางค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างช้า</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา สะท้อนภาพความจริงที่เจ็บปวด ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายนปรับตัวสูงขึ้นถึง 3.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นจังหวะการเร่งตัวที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2023 และดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงจากระดับ 3.3% ในเดือนมีนาคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าตกใจ คือ ต้นทุนพลังงานกลายเป็นตัวการหลักที่กินสัดส่วนมากกว่า 40% ของการปรับขึ้นในรอบเดือนนี้ โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งทะยานไปถึง 28.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่กระเป๋าสตางค์ของคนทำงานชาวอเมริกันต้องเผชิญกับภาวะราคาที่สูงขึ้น เพราะในขณะที่ตัวเลขค่าจ้างเติบโตขึ้นเพียง 3.6% จากปีก่อนหน้า แต่ราคาสินค้าและบริการกลับพุ่งแซงไปที่ 3.8% กลืนกินกำไรจากค่าแรงที่แท้จริงซึ่งค่อยๆ ก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ไปจนหมดสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านตลาดน้ำมันเองก็ยังคงอยู่ในสภาวะผันผวน นับตั้งแต่เสียงปืนนัดแรกของสงครามดังขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) กระโดดจากระดับราวๆ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทะลุจุดสูงสุดไปเกินกว่า 126 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 แม้ว่าเข้าสู่สัปดาห์นี้ ราคาจะเริ่มย่อตัวลงมาบ้างหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาส่งสัญญาณว่าสงครามครั้งนี้อาจจบลงอย่าง &#8220;รวดเร็วมากๆ&#8221; ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กลับมาแกว่งตัวอยู่แถวๆ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็ตาม</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">แรงกระเพื่อมที่ลุกลามไปทั่วโลก</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บาดแผลทางเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่แค่ในสหรัฐฯ เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ได้ออกมาเตือนภัยสเตตัสของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซนว่า กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันในไตรมาสที่สอง ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น บวกกับความไม่แน่นอนจากภัยสงครามกำลังกดทับกำลังการผลิตและดันราคาสินค้าให้ขยับสูงขึ้นไปอีก สอดคล้องกับท่าทีของกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีที่จัดการหั่นคาดการณ์การเติบโตในปี 2026 ลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 0.5% เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้ามฝั่งมาที่สหราชอาณาจักร แอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ได้ให้สัมภาษณ์กับคณะกรรมาธิการการคลังเมื่อวันพุธว่า อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่พุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่เริ่มเกิดสงคราม ได้ซื้อ &#8220;เวลา&#8221; ให้กับเหล่าผู้กำหนดนโยบายในการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบมากขึ้น ธนาคารกลางอังกฤษตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ติดต่อกันถึงสามการประชุม ซึ่งเบลีย์ยอมรับตรงๆ ต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาว่า หากไม่มีสงครามเข้ามาแทรก การหยุดพักแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น และธนาคารกลางอาจจะตัดสินใจหั่นดอกเบี้ยไปแล้วถึงสองครั้งในปีนี้</span></p>
<h3><strong>ธนาคารกลางทั่วโลกในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤตความขัดแย้งในครั้งนี้ ทำให้กลไกนโยบายทางการเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำตกอยู่ในภาวะอัมพาตชั่วขณะ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ ล้วนเลือกที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมรอบล่าสุด เพื่อรอดูท่าทีว่าความปั่นป่วนที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบราวหนึ่งในห้าของโลก จะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน ในขณะเดียวกัน Goldman Sachs ได้ประเมินตัวเลขที่น่าตกใจว่า วิกฤตน้ำมันครั้งนี้กำลังพรากตำแหน่งงานในสหรัฐฯ ไปถึงประมาณ 10,000 อัตราต่อเดือน โดยภาคธุรกิจที่ต้องแบกรับหนักที่สุด คือ กลุ่มสันทนาการ การบริการ และการค้าปลีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอกย้ำความตึงเครียดด้วยข้อมูลจาก CME Group ที่ระบุว่า ตอนนี้นักเทรดในตลาดกำลังตีราคาความน่าจะเป็นสูงถึงราวๆ 30% ที่ Fed อาจจะต้องตัดสินใจ &#8216;ขึ้น&#8217; อัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นฉากทัศน์ที่แทบไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงเลยก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้น</span></p>
<h3><strong>พายุลูกนี้เพิ่งเริ่มต้น&#8230; จับทิศทางลมแล้วก้าวเดินต่อไป</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกราฟแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว แต่ถูกหล่อหลอมด้วยความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งที่เราเห็นจากความขัดแย้งกันสหรัฐฯ-อิหร่านในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แรงกระเพื่อมเพียงเล็กน้อยในอีกซีกโลก สามารถส่งผลสะเทือนถึงบิลค่าน้ำมันหน้าปากซอย ค่าครองชีพ ไปจนถึงมูลค่าในพอร์ตการลงทุนของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน การติดอาวุธทางความรู้และการเปิดรับมุมมองการลงทุนที่หลากหลายไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่มันคือ &#8220;เกราะป้องกัน&#8221; ที่ดีที่สุด ท่ามกลางกระแสเงินเฟ้อที่พร้อมจะกัดกินความมั่งคั่งและทิศทางดอกเบี้ยที่คาดเดาได้ยาก การจัดพอร์ตให้ยืดหยุ่น การกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ที่สามารถต่อกรกับเงินเฟ้อ หรือแม้กระทั่งการหาจังหวะในวิกฤตเพื่อค้นพบโอกาสใหม่ๆ คือ โจทย์ท้าทายที่เราต้องเรียนรู้และปรับตัวไปด้วยกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกๆ ความปั่นป่วนของโลกใบนี้ ล้วนซ่อนบทเรียนและโอกาสสำหรับคนที่พร้อมรับฟัง &#8220;สัญญาณ&#8221; ของมันเสมอ</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปผลกระทบ สงครามดันเศรษฐกิจโลกสะเทือนถึงกระเป๋าเรายังไง?</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ปัจจัยที่ได้รับผลกระทบ</b></td>
<td><b>สถานการณ์ระดับโลก</b></td>
<td><b>สิ่งที่กระทบถึงเราโดยตรง</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อ (Inflation)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พุ่งสูงสุดในรอบปี แตะระดับ 3.8%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ค่าแรงที่ได้เพิ่มมา ถูกราคาสินค้าที่แพงกว่ากลืนกินจนหมด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ราคาพลังงาน (Energy)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งจาก $72 ทะลุ $126 (ช่วงพีค)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนค่าน้ำมันเบนซินพุ่งทะยานเฉียด 30%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>นโยบายการเงิน (Monetary Policy)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ธนาคารกลางชั้นนำทั่วโลก &#8220;ตรึงอัตราดอกเบี้ย&#8221;</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ภาระดอกเบี้ยบ้านและหนี้สินยังคงอยู่ในระดับสูง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomy)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หลายประเทศเผชิญภาวะชะงักงัน (Stagnation)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กระทบความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในระยะยาว</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://edition.cnn.com/2026/05/12/economy/us-cpi-inflation-april" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://edition.cnn.com/2026/05/12/economy/us-cpi-inflation-april</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/05/12/cpi-inflation-april-2026-.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/05/12/cpi-inflation-april-2026-.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.globalbankingandfinance.com/germany-faces-q2-stagnation-rising-prices-due-iran-war/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.globalbankingandfinance.com/germany-faces-q2-stagnation-rising-prices-due-iran-war/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/finance/bank-england-has-time-gauge-impact-iran-war-bailey-says-2026-05-20/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/finance/bank-england-has-time-gauge-impact-iran-war-bailey-says-2026-05-20/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://fortune.com/2026/03/26/trump-iran-war-oil-shock-jobs-goldman-sachs-gen-z/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://fortune.com/2026/03/26/trump-iran-war-oil-shock-jobs-goldman-sachs-gen-z/</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/">ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 12:36:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Politics & Policy]]></category>
		<category><![CDATA[กนง]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[คงดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แผนรับมือเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2956</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/">เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การประชุมล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจที่ต้องแบกรับแรงกดดันหลายด้าน โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกอย่างสงครามในตะวันออกกลางที่เข้ามาเปลี่ยนเกม ทำให้การเติบโตชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง</span></p>
<h2><b>เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</b></h2>
<p style="text-align: center;"><b><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-2963" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-819x1024.jpeg" alt="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" width="819" height="1024" title="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-819x1024.jpeg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-240x300.jpeg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-768x960.jpeg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-750x938.jpeg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-1140x1425.jpeg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></p>
<p style="text-align: left;"><b>สงครามตะวันออกกลาง ปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจและกำลังซื้อ</b><span style="font-weight: 400;"> ย้อนกลับไปดูข้อมูลเศรษฐกิจก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะเห็นว่าตัวเลขมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้จากการประชุมรอบก่อน ทั้งจากอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่งและการส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์สงครามปะทุขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนภาคธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.5 และ 2.0 ตามลำดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น การบริโภคของภาคเอกชนยังถูกบีบคั้นจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง ในขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ปรับตัวลดลงตามข้อจำกัดการเดินทางและต้นทุนที่แพงขึ้น ทว่าในมุมของการส่งออก สินค้ากลุ่มเทคโนโลยียังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีตามความต้องการของตลาดโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ หากภาครัฐมีการกำหนดมาตรการทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาจช่วยหนุนให้เศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ตัวเลขดังกล่าวจะปรับลดลงในปีหน้าเมื่อผลของมาตรการหมดลงและผลจากฐานที่สูงขึ้น</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">จับตาเงินเฟ้อพุ่งจากปัจจัยอุปทาน</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้านของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป หลังจากที่เผชิญกับตัวเลขติดลบร้อยละ 0.5 ในไตรมาสแรกของปี ล่าสุดมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.9 ในปี 2569 สาเหตุหลักมาจากการดีดตัวของราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจะดึงให้อัตราเงินเฟ้อทะลุขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 3.0 เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ในปี 2570 เมื่อปัจจัยกดดันด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.6 และ 1.5 ตามลำดับ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นแต่การปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการจะไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงแบกรับต้นทุนไว้เองส่วนหนึ่งและส่งผ่านราคาได้จำกัดภายใต้ภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอ ด้วยเหตุนี้ เงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางจึงยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่ากังวลและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน (supply disruption) จนนำไปสู่การขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งจะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อทั้งภาคการผลิตและการจ้างงาน</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-2966" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-1024x1024.jpeg" alt="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" width="1024" height="1024" title="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-300x300.jpeg 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-150x150.jpeg 150w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-768x768.jpeg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-75x75.jpeg 75w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-350x350.jpeg 350w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-750x750.jpeg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />ความผันผวนของราคาสินทรัพย์และตลาดสินเชื่อที่ซบเซา</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลางยังส่งแรงกระเพื่อมมายังตลาดเงินตลาดทุน โดยราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลง ปัจจัยหลักเป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีสัดส่วนการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางค่อนข้างสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านภาพรวมของสถาบันการเงิน แม้อัตราดอกเบี้ยในระบบจะปรับลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย แต่แนวโน้มสินเชื่อยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ สถาบันการเงินส่วนใหญ่เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุดในการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง พร้อมกับอยู่ในช่วงประเมินผลกระทบจากสงครามเพื่อกำหนดทิศทางในระยะต่อไป</span></p>
<h3><b>ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นและสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัว </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้กรอบเป้าหมายที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน คณะกรรมการฯ มองว่าอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1.00 คือจุดสมดุลและเหมาะสมที่สุดในการรับมือกับความไม่แน่นอนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากที่สุดในระยะสั้นถึงระยะกลาง คือ ภาวะเศรษฐกิจเติบโตช้า แต่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแบบเฉพาะจุด (Cost-Push Effect) ภาคธุรกิจจึงควรเตรียมสภาพคล่องให้พร้อม กระจายความเสี่ยงด้านแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อลดต้นทุนแฝง หากเกิดกรณีห่วงโซ่อุปทานชะงักงันยาวนานกว่าที่ประเมินไว้ ในท้ายที่สุดการปรับตัวที่รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นสูงจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากความผันผวนในครั้งนี้ไปได้</span></p>
<p><strong>ตารางสรุปไฮไลท์ กนง. คงดอกเบี้ย 1% กระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไร?</strong></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นหลัก (Key Focus)</b></td>
<td><b>ผลกระทบและแนวโน้ม (Impact &amp; Trend)</b></td>
<td><b>สิ่งที่ต้องจับตา (Watchlist)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ดอกเบี้ยนโยบาย</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คงที่ระดับ 1.00% ต่อปี</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังสูง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>GDP ปี 2569-2570</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ชะลอตัวลงแตะ 1.5% และ 2.0%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การกำหนดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พุ่งชั่วคราว (เฉลี่ย 2.9% ในปี 69)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาพลังงานโลก และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาคธุรกิจและสินเชื่อ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนพุ่ง สินเชื่อโตต่ำ แบงก์ระมัดระวัง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/">เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตน้ำมัน ดันเงินเฟ้อพุ่ง ดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/2026-middle-east-energy-crisis-investment-impact/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/2026-middle-east-energy-crisis-investment-impact/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 08:51:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนช่วงวิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อมั่นผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[จัดพอร์ตลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะStagflation]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันพุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน 2026]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลก 2026]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=1589</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลานี้บรรยากาศเศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาเผชิญกับมรสุมลูกใหญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/2026-middle-east-energy-crisis-investment-impact/">วิกฤตน้ำมัน ดันเงินเฟ้อพุ่ง ดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เวลานี้บรรยากาศเศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่อีกครั้ง เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในหลายประเทศมหาอำนาจดิ่งลงอย่างหนัก สาเหตุหลักหนีไม่พ้น &#8220;สงครามในตะวันออกกลาง&#8221; ที่ปะทุขึ้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว บีบให้ภาคครัวเรือนจากลอนดอน โซล ไปจนถึงวอชิงตัน ต้องเตรียมรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้</span></p>
<h2><strong>วิกฤตน้ำมัน ดันเงินเฟ้อพุ่ง ดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลก</strong></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1612 aligncenter" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/02_4_11zon-2.webp" alt="วิกฤตน้ำมัน ดันเงินเฟ้อพุ่ง ดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลก" width="800" height="600" title="วิกฤตน้ำมัน ดันเงินเฟ้อพุ่ง ดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/02_4_11zon-2.webp 800w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/02_4_11zon-2-300x225.webp 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/02_4_11zon-2-768x576.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/02_4_11zon-2-750x563.webp 750w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><b>โดมิโนเอฟเฟกต์ เมื่อความเชื่อมั่นทั่วโลกร่วงหล่นพร้อมกัน </b><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุด</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เกาหลีใต้ </b><span style="font-weight: 400;">ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมีนาคมร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 107 จาก 112.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 10 เดือน และเป็นการปรับฐานรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 สาเหตุหลักมาจากการปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการของ &#8220;ช่องแคบฮอร์มุซ&#8221; ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่คิดเป็น 20% ของซัพพลายโลก โดยคุณ Lee Heung-hoo หัวหน้าทีมสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของ BOK ระบุว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;แม้ภาคการส่งออกจะยังแข็งแกร่ง แต่ความกังวลต่อเศรษฐกิจก็พุ่งสูงขึ้น จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นและความผันผวนในตลาดเงิน&#8221;</span></i></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ยูโรโซน</b><span style="font-weight: 400;"> คณะกรรมาธิการยุโรป ชี้ว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในยุโรปทรุดหนักลงไปแตะระดับติดลบ 16.3 (-16.3) ซึ่งเป็นจุดที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สหรัฐอเมริกา</b><span style="font-weight: 400;"> ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) หล่นลงมาอยู่ที่ 55.5 ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดของปีนี้ โดยผลการสำรวจที่เกิดขึ้นหลังความขัดแย้งทางทหารปะทุขึ้น ได้ลบภาพการฟื้นตัวที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น</span></li>
</ul>
<h3><b>พฤติกรรมผู้บริโภคชาวอังกฤษเปลี่ยน คุมเข้มค่าใช้จ่าย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สหราชอาณาจักรเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ข้อมูลจาก GlobalData ในช่วงต้นเดือนมีนาคมเผยให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นต่ออนาคตของผู้บริโภคร่วงลงถึง 8.2 จุด ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการล็อกดาวน์โควิด-19 ครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน โดยชาวอังกฤษกว่า 63% มองว่าเศรษฐกิจจะแย่ลงในอีกครึ่งปีข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ผลสำรวจจาก Barclays ผ่านกลุ่มตัวอย่างชาวอังกฤษราว 2,000 คน ยังตอกย้ำว่า 4 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถาม กังวลว่าสงครามจะทำให้ค่าน้ำมัน ค่าไฟ และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และเกือบครึ่งหนึ่งยอมรับว่าเริ่มปรับตัวแล้ว ทั้งการลดใช้พลังงาน ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และชะลอการซื้อสินค้าราคาสูงออกไปก่อน</span></p>
<h3><b>วิกฤตพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ กับผลกระทบต่อกำลังซื้อ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Reuters รายงานว่า วิกฤตครั้งนี้ทำให้ซัพพลายน้ำมันดิบหายไปจากตลาดโลกแล้วราว 400 ล้านบาร์เรล ดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 50% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น ด้านสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ประเมินว่านี่คือ </span><b>&#8220;ภาวะหยุดชะงักด้านพลังงานโลกที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงขั้นต้องเสนอมาตรการลดการใช้พลังงาน เช่น การสนับสนุนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (WFH) และการจำกัดเที่ยวบินพาณิชย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอดคล้องกับการประเมินของ Oxford Economics ที่คาดการณ์ว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่การบริโภคเติบโตช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 (หากไม่นับรวมช่วงโควิด-19) โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ราคาน้ำมันเบนซินกำลังจ่อทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งจะเข้าไปกัดกร่อนกำลังซื้อของภาคครัวเรือนอย่างหนัก</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;คุณไม่สามารถคาดหวังว่าจะประหยัดพลังงานจนรอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้&#8221;</span></i><span style="font-weight: 400;"> Dan Pickering ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Pickering Energy Partners กล่าวสรุปไว้อย่างน่าคิด </span><i><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผลลัพธ์ที่จะตามมาคือ ราคาสินค้าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การหดตัวของการบริโภคในท้ายที่สุด&#8221;</span></i></p>
<h3><b>การลงทุนท่ามกลางวิกฤต </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากภาพรวมทั้งหมด ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่สภาวะที่มีความเสี่ยงต่อ &#8220;Stagflation&#8221; หรือภาวะที่เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจเติบโตช้า อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ นี่อาจเป็นจังหวะเวลาสำคัญในการพิจารณาปรับพอร์ตโฟลิโอ กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ หรือแม้แต่หุ้นในกลุ่มพลังงานที่อาจได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากทิศทางราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น การทำความเข้าใจวัฏจักรเศรษฐกิจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งได้ในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-24/s-korea-consumer-confidence-dips-to-10-month-low-on-iran-risks" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-24/s-korea-consumer-confidence-dips-to-10-month-low-on-iran-risks</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/retail-consumer/uk-consumer-spending-slows-february-inflation-fears-dim-sentiment-survey-shows-2026-03-10/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/retail-consumer/uk-consumer-spending-slows-february-inflation-fears-dim-sentiment-survey-shows-2026-03-10/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.floridarealtors.org/news-media/news-articles/2026/03/consumer-outlook-weakens-early-march" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.floridarealtors.org/news-media/news-articles/2026/03/consumer-outlook-weakens-early-march</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cmegroup.com/education/events/econoday/666958" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cmegroup.com/education/events/econoday/666958</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.koreatimes.co.kr/economy/20260325/consumer-sentiment-falls-to-10-month-low-amid-middle-east-crisis" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.koreatimes.co.kr/economy/20260325/consumer-sentiment-falls-to-10-month-low-amid-middle-east-crisis</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/2026-middle-east-energy-crisis-investment-impact/">วิกฤตน้ำมัน ดันเงินเฟ้อพุ่ง ดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/2026-middle-east-energy-crisis-investment-impact/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 11:56:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[จัดพอร์ตลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเกิดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางดอกเบี้ยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทุนไหลออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=1002</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตราคาน้ำมันที่เป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/">น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤตราคาน้ำมันที่เป็นผลพวงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ไปทั่วทั้ง &#8220;ตลาดเกิดใหม่&#8221; (Emerging Markets) สถานการณ์นี้ได้เข้ามาสกัดกั้นกระแสเงินทุนที่เคยไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งมานานหลายเดือนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ และบีบให้นักลงทุนต้องรื้อแผนประเมินทิศทางนโยบายการเงินและการลดดอกเบี้ยในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเสียใหม่</span></p>
<h2><b>น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-971" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon.webp" alt="น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก " width="1200" height="1500" title="น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/17_33_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (Institute of International Finance &#8211; IIF) ระบุชัดเจนว่า กระแสเงินทุนไหลเข้าพอร์ตการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ของต่างชาติในเดือนกุมภาพันธ์ ทรุดตัวลงอย่างหนักเหลือไม่ถึง </span><b>21,700 ล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงอย่างน่าตกใจเมื่อเทียบกับตัวเลขเงินทุนไหลเข้าที่เคยทำสถิติสูงสุดถึง </span><b>9.88 หมื่นล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานขึ้นไปจ่อระดับ </span><b>120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งแทบจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวภายในเวลาเพียงเดือนเดียว หลังจากความขัดแย้งลุกลามจนกระทบเส้นทางการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และสร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาขึ้นของราคาน้ำมันในครั้งนี้ได้พลิกโผการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง ตลาดเงินในปัจจุบันคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจต้องนำประเด็นเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้นสู่การขึ้นดอกเบี้ยของ ECB สองครั้งในปีนี้ (0.50% โดยรวม) ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นการกลับทิศทางแบบ 180 องศาจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า</span></p>
<h4><b>จุดเปลี่ยนฉับพลัน ‘จากยุคดอกเบี้ยขาลง สู่การกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง’</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หากย้อนกลับไปช่วงก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลจากการคำนวณของ JPMorgan ชี้ว่า ธนาคารกลาง EM ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยใน 2026 แต่หลัง oil shock ตัวเลขธนาคารกลางที่คาด cut rates หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แถมขนาดของการลดดอกเบี้ยที่เคยคาดหมายไว้ก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ประเทศที่เคยกอบโกยประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่ยาวนาน เช่น อินเดีย, ฟิลิปปินส์, แอฟริกาใต้ และฮังการี ตอนนี้ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า อาจจะต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม หรือหนักกว่านั้น คือต้องกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด หากตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงไต่ระดับสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;นี่คือ ปัจจัยลบที่กระแทกการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างจัง&#8221; James Lord ผู้อำนวยการระดับโลกฝ่ายกลยุทธ์ FX และตลาดเกิดใหม่จาก Morgan Stanley กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน Goldman Sachs ประเมินว่า แค่การที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นจาก </span><b>70 ดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> ไปเป็น </span><b>85 ดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> จากปัญหาด้านอุปทาน ก็สามารถดันให้เงินเฟ้อในตลาดเกิดใหม่โซนเอเชียพุ่งขึ้นได้ถึง </span><b>0.7%</b><span style="font-weight: 400;"> และจะกดดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจหดตัวลง </span><b>0.5%</b><span style="font-weight: 400;"> ขณะที่ Citigroup ออกมาเตือนว่า หากภาวะช็อกนี้ยืดเยื้อออกไป มันอาจทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อ &#8220;หลุดกรอบการควบคุมอย่างรุนแรง&#8221; (Aggressively de-anchor) โดยประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำอย่าง อาร์เจนตินา, ศรีลังกา และปากีสถาน จะตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุดที่จะเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกขนานใหญ่</span></p>
<h4><b>เงินทุนไหลออกกระจายวงกว้าง แต่มีความยืดหยุ่นต่างกันในแต่ละภูมิภาค</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลการรับฝากทรัพย์สินจาก BNY Mellon เผยให้เห็นภาพเงินทุนที่ไหลออกจากทั้งตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ และตลาดค่าเงินของตลาดเกิดใหม่พร้อมๆ กัน โดยภูมิภาคละตินอเมริกาเผชิญกับแรงเทขายหนักหน่วงที่สุด สัดส่วนเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นสูงถึง </span><b>12.4%</b><span style="font-weight: 400;"> ตามมาด้วยยุโรปตะวันออกที่ </span><b>9.8%</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างไรก็ตาม ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น (Resilience) ได้ดีกว่า โดยมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเพียง </span><b>4.2%</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่า ทั้งสถานะดุลบัญชีเดินสะพัดและทุนสำรองระหว่างประเทศก้อนใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็แข็งค่าขึ้นกวาดล้างแทบทุกสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ โดยสกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ และฟอรินต์ของฮังการี เจ็บหนักที่สุดจากการที่นักลงทุนแห่ปิดสถานะ Carry Trade นอกจากนี้ Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนาที่กรุงเทพฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนว่า ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น </span><b>10%</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกขยับขึ้นได้ถึง </span><b>40 Basis Points</b><span style="font-weight: 400;"> พร้อมทั้งเร่งเร้าให้ประเทศที่มีความเปราะบางเตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น</span></p>
<h4><b>บททดสอบความแข็งแกร่งของตลาดเกิดใหม่</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไฟสงครามในครั้งนี้ ได้เข้ามาดับฝันช่วงเวลาอันสดใสของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามาได้อย่างมหาศาลในช่วงต้นปี 2026 ท่ามกลางความหวังว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าและดอกเบี้ยจะลดลงต่อเนื่อง เครื่องชี้วัดจาก IIF ในเดือนมีนาคมชี้ให้เห็นว่า แม้กระแสเงินในตลาดตราสารหนี้จะยังคงเป็นเสาหลักประคองตลาดไว้ได้ที่ </span><b>1.43 หมื่นล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> แต่เงินทุนในตลาดหุ้นกลับชะลอตัวลงเหลือเพียง </span><b>7.4 พันล้านดอลลาร์</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากนักลงทุนหันมาจัดพอร์ตแบบระมัดระวังและเลือกตัวเล่นมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตราบใดที่ความขัดแย้งในอิหร่านยังไร้แววคลี่คลาย และเส้นทางขนส่งน้ำมันยังคงตีบตัน ผู้กำหนดนโยบายในตลาดเกิดใหม่จะต้องเผชิญกับโจทย์สุดท้าทายที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการต้องงัดมาตรการปกป้องค่าเงินของตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการพยุงเศรษฐกิจที่กำลังส่งสัญญาณชะลอตัว</span></p>
<h3><b>แนวโน้มเข้าสู่โหมด &#8220;Risk-Off&#8221; </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์จริงที่กำลังก่อตัวขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลาดกำลังเปลี่ยนเข้าสู่โหมด &#8220;Risk-Off&#8221; หรือการปิดรับความเสี่ยง หากวิกฤตสงครามยืดเยื้อและราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง (Higher for Longer) สิ่งที่เรามีแนวโน้มจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้คือ</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เงินเฟ้อฝังรากลึก (Sticky Inflation)</b><span style="font-weight: 400;"> การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และแบงก์ชาติทั่วโลกจะถูกเลื่อนออกไป ทรัพย์สินที่ได้เปรียบในช่วงดอกเบี้ยต่ำจะเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การแยกทางของ EM (EM Divergence) </b><span style="font-weight: 400;">จะไม่สามารถเหมารวมตลาดเกิดใหม่ได้อีกต่อไป ประเทศที่เป็น Net Exporter ด้านพลังงาน หรือมีทุนสำรองแกร่ง (อย่างหลายประเทศในอาเซียนรวมถึงไทย) จะทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันนำเข้ามหาศาล</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โอกาสในวิกฤต</b><span style="font-weight: 400;"> จังหวะนี้กระแสเงินทุนอาจไหลหลบภัยไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Havens) อย่างทองคำ หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯระยะสั้น รวมไปถึงหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำที่จะได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากน้ำมันแพง</span></li>
</ol>
<p><b>ถึงเวลาจัดพอร์ตใหม่ (Rebalancing)</b><span style="font-weight: 400;"> กระจายความเสี่ยงให้รัดกุมขึ้น ถือเงินสดสำรองไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรอจังหวะที่ Valuation ของตลาดหุ้นเกิดใหม่พื้นฐานดีปรับตัวลงมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจ การลงทุนแบบ &#8220;เลือกเป็นรายตัว&#8221; (Stock/Country Selection) จะเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการสร้างผลตอบแทนในสภาวะตลาดเช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.kitco.com/news/off-the-wire/2026-03-10/portfolio-flows-emerging-markets-slow-22-billion-february-says-iif" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.kitco.com/news/off-the-wire/2026-03-10/portfolio-flows-emerging-markets-slow-22-billion-february-says-iif</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://longbridge.com/en/news/275529602" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://longbridge.com/en/news/275529602</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.iif.com/Products/Capital-Flows-Tracker</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.ainvest.com/news/traders-boost-ecb-rate-bets-fully-price-ecb-hikes-year-2603-22/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.ainvest.com/news/traders-boost-ecb-rate-bets-fully-price-ecb-hikes-year-2603-22/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-09/energy-shock-rewrites-europe-s-rate-path-as-traders-bet-on-hikes" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-09/energy-shock-rewrites-europe-s-rate-path-as-traders-bet-on-hikes</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.jpmorgan.com/insights/global-research/outlook/market-outlook" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.jpmorgan.com/insights/global-research/outlook/market-outlook</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://kpmg.com/us/en/articles/2026/february-2026-central-bank-scanner.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://kpmg.com/us/en/articles/2026/february-2026-central-bank-scanner.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://www.washingtontimes.com/news/2026/mar/9/crude-oil-prices-spike-near-120-barrel-war-iran-impedes-production/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.washingtontimes.com/news/2026/mar/9/crude-oil-prices-spike-near-120-barrel-war-iran-impedes-production/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">​</span><a href="https://longbridge.com/en/news/277715082" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://longbridge.com/en/news/277715082</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/energy/oil-shock-could-strain-emerging-markets-beyond-inflation-analysts-say-2026-03-03/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/energy/oil-shock-could-strain-emerging-markets-beyond-inflation-analysts-say-2026-03-03/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://finance.yahoo.com/news/imf-says-10-oil-rise-064303934.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://finance.yahoo.com/news/imf-says-10-oil-rise-064303934.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://bitcoinworld.co.in/emerging-market-liquidation-safe-haven-bny/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://bitcoinworld.co.in/emerging-market-liquidation-safe-haven-bny/</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/">น้ำมันพุ่ง ดอกเบี้ยพลิก! ทุบกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ร่วงหนัก </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดดิ่ง</title>
		<link>https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2026 13:20:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดพอร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เซอร์กิตเบรกเกอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/wp/?p=862</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8/">วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดดิ่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><b>วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดดิ่ง</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-851" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-1-copy-3.jpg" alt="วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดดิ่ง" width="1200" height="1500" title="วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดดิ่ง" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-1-copy-3.jpg 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-1-copy-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-1-copy-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-1-copy-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-1-copy-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/03/Artboard-1-copy-3-1140x1425.jpg 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดและจากการรายงานของทาง UOBAM ได้ชี้ให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน มีแนวโน้มยกระดับและขยายวงกว้าง ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นนี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของราคาพลังงานและทิศทางเศรษฐกิจโลก บทความนี้ </span><b>The SIgnals </b><span style="font-weight: 400;">จะมาเจาะลึกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมวิเคราะห์กลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุนเพื่อรับมือกับความผันผวนอย่างชาญฉลาด</span></p>
<h2><b>อัปเดตสถานการณ์ความตึงเครียดและวิกฤตซัพพลายพลังงาน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงานของทาง UOBAM ระบุว่าสภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่านได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านในระยะเริ่มต้นไว้ราว 4–5 สัปดาห์ แต่ก็ยอมรับว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อได้นานกว่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดกรุงเตหะรานด้วยการโจมตีระลอกใหม่ ในขณะที่ฝั่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังหลายประเทศในภูมิภาค ได้แก่ กาตาร์ บาห์เรน และโอมาน ซึ่งล้วนเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ โดยทางการกาตาร์ได้ออกมาระบุชัดเจนว่า เป้าหมายของการโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผลประโยชน์ทางทหารเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลพวงจากความขัดแย้งดังกล่าว ทำให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิตพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งกาตาร์และอิรักได้ตัดสินใจระงับการผลิตในแหล่งพลังงานหลักหลายแห่ง นอกจากนี้ การสัญจรผ่าน &#8220;ช่องแคบฮอร์มุซ&#8221; (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แทบไม่สามารถทำได้ในเวลานี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานบางส่วนถูกทำลาย ประกอบกับผลกระทบโดยตรงจากการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นอัมพาตจากภาวะสงคราม อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการที่ชัดเจนจากจีนและรัสเซียในลักษณะการประกาศสนับสนุนทางทหารต่ออิหร่านโดยตรง ทำให้ท่าทีของทั้งสองประเทศยังถูกมองว่า “ระมัดระวัง” อยู่ในระดับหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองเชิงลึก เชื่อว่าสหรัฐฯ จะพยายามบริหารจัดการให้สถานการณ์ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด สาเหตุหลักมาจากการที่ยิ่งสงครามยืดเยื้อยาวนานเท่าไร ก็จะยิ่งกลายเป็นแรงกดดันต่อความชอบธรรมทางการเมือง และอาจจุดประกายให้เกิดกระแสการต่อต้านจากชาวอเมริกันต่อตัว Donald Trump เอง ดังนั้น ในมุมมองการลงทุนเบื้องต้น เราจึงแนะนำให้พิจารณาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและน้ำมันดิบ รวมถึงกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราเงินเฟ้อที่มีโอกาสกลับมาเร่งตัวขึ้น พร้อมกันนี้ควรพิจารณาลดสถานะ (Position) ในหุ้นฝั่งเอเชียบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูง</span></p>
<h2><b>เจาะลึก 3 ฉากทัศน์ (Scenarios) กลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน เราได้ประเมินทิศทางและแบ่งกลยุทธ์การลงทุนในต่างประเทศออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้</span></p>
<h3><b>กรณีที่ 1  สงครามจบเร็วและไม่ขยายวงกว้าง (โอกาสเกิดขึ้นประมาณ 40%)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสถานการณ์ความตึงเครียดสามารถคลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันและทองคำจะปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเรามองว่าราคาน้ำมันดิบ Brent อาจขยับขึ้นไปเคลื่อนไหวในช่วง 75–80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนทองคำจะแกว่งตัวในกรอบ 4,600 – 5,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ปัจจัยนี้จะส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียงในกรอบจำกัด ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ยังคงมีช่องว่างในการดำเนินนโยบายทางการเงิน โดยสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป</span></p>
<p><b>กลยุทธ์การลงทุน</b><span style="font-weight: 400;">  แบ่งสัดส่วนลงทุนในน้ำมันและทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอโดยรวม และ  อาศัยจังหวะที่ตลาดเกิดความผันผวนระยะสั้นเพื่อเข้าทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี</span></p>
<h3><b>กรณีที่ 2  สงครามยืดเยื้อหรือมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Base Case &#8211; โอกาสเกิดขึ้นประมาณ 50%)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือ กรณีฐานที่เราให้น้ำหนักมากที่สุด หากสถานการณ์ยืดเยื้อและเกิดความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน (Supply Disruption) อย่างชัดเจน ราคาน้ำมันและทองคำจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมัน Brent อาจยืนอยู่เหนือระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐได้เป็นเวลานาน ในขณะที่ราคาทองคำมีโอกาสทะลุ 5,300 ดอลลาร์สหรัฐ สถานการณ์นี้จะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งอาจนำพาความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง)</span></p>
<p><b>กลยุทธ์การลงทุน</b><span style="font-weight: 400;">  เน้นลงทุนในน้ำมันและทองคำเพื่อการเก็งกำไรตามเทรนด์ และ ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นโดยรวมลง พร้อมอาศัยจังหวะตลาดผันผวนเข้าเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นกลุ่มคุณภาพ (Quality) และหุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive) ที่ทนทานต่อสภาวะเศรษฐกิจ</span></p>
<h3><b>กรณีที่ 3  สงครามยกระดับเป็นสงครามภูมิภาคเต็มตัว (โอกาสเกิดขึ้นประมาณ 10%)</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นกรณีที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่ถือเป็นสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงสุด หากความขัดแย้งลุกลามเป็นวงกว้าง จะผลักดันให้ราคาน้ำมันและทองคำพุ่งทะยานอย่างรุนแรง โดยน้ำมัน Brent มีโอกาสทะลุกรอบ 100 ดอลลาร์สหรัฐ และอาจเกิดภาวะ Oil Supply Shock ในระบบเศรษฐกิจ ส่วนราคาทองคำมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) สภาพแวดล้อมเช่นนี้จะทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวอย่างรุนแรงและฉุดรั้งให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) อย่างหนัก</span></p>
<p><b>กลยุทธ์การลงทุน</b><span style="font-weight: 400;"> ลงทุนในน้ำมันและทองคำเพื่อการเก็งกำไร และ ปรับลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยย้ายเม็ดเงินไปเน้นลงทุนในตราสารหนี้เพื่อรักษาเงินต้น (Capital Preservation) เป็นหลัก</span></p>
<h2><b>มุมมองตลาดตราสารหนี้ในประเทศ หลุมหลบภัยในยามผันผวน</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย มีมุมมองว่า ความขัดแย้งในครั้งนี้จะสามารถยุติลงได้ในระยะเวลาอันสั้นและส่งผลกระทบโดยรวมต่อประเทศไทยอย่างจำกัด อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ความผันผวนของราคาน้ำมัน โดยเฉพาะการปรับตัวขึ้นอย่างฉับพลัน มักจะทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven Flows) ซึ่งพฤติกรรมนี้จะกระตุ้นให้นักลงทุนโยกเงินเข้าไปพักในพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้ราคาพันธบัตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและอัตราผลตอบแทน (Bond Yield) ลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางกลับกัน ตราสารหนี้ภาคเอกชนประเภทที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Bond) มักจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะถดถอยและต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ หุ้นกู้กลุ่มดังกล่าวยังมีความอ่อนไหวต่อปัญหา Supply Chain Shock และความไม่แน่นอนของการเมืองสหรัฐฯ มากกว่าตราสารหนี้เอกชนประเภทที่น่าลงทุน (Investment Grade)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบัน ทิศทางการลงทุน (Investment Universe) ของ UOBAM ได้เน้นน้ำหนักไปที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนประเภท Investment Grade เป็นหลัก ซึ่งกลยุทธ์นี้จะช่วยจำกัดและลดทอนผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิจารณาถึงภาพรวม เรามองว่าความเชื่อมั่นของตลาดการเงินมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับมาได้ค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกค่อยๆ กลับเข้าสู่ระดับสมดุลและเป็นปกติ สำหรับประเด็นด้านอัตราเงินเฟ้อของไทยอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นได้บ้างเพียงชั่วคราว เนื่องจากหมวดพลังงานมีสัดส่วนประมาณหนึ่งในสิบของตะกร้าเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ของไทย ตามโครงสร้างดัชนีราคาที่ประกาศโดยหน่วยงานสถิติทางการ ซึ่งทำให้ความผันผวนของราคาน้ำมันสามารถส่งผลต่อเงินเฟ้อโดยรวมได้ค่อนข้างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจในประเทศยังอาจถูกชดเชยและบรรเทาลงได้ด้วยปริมาณปริมาณน้ำมันสำรองของไทย (รวมในคลังและในระหว่างการขนส่ง) ปัจจุบันครอบคลุมการใช้งานได้ราว 60–61 วัน หรือประมาณ 7.7–7.8 พันล้านลิตร ตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงานและรายงานข่าวล่าสุด ทว่า หากเกิดการหยุดชะงักของการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาด Buffer ตรงส่วนนี้ก็อาจจะไม่เพียงพอได้เช่นกัน ทั้งนี้ เรายังคงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงปลายปีจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ท่ามกลางอุปสงค์ (Demand) ในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปที่ยังคงอยู่ในแดนลบต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 เดือนแล้ว</span></p>
<h2><b>โอกาสในตลาดหุ้นไทย (ตราสารทุนในประเทศ) ท่ามกลางวิกฤต</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เราคาดการณ์ว่าดัชนีจะเข้าสู่ช่วงของการปรับฐาน (Correction) หลังจากที่ได้ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้านี้ โดยจะถูกกดดันจากบรรยากาศการลงทุนแบบปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ที่เพิ่มสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ &#8220;ระยะเวลา&#8221; ของสงครามในครั้งนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้บริบทดังกล่าว กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการปรับลดน้ำหนักการลงทุนบางส่วนแบบคัดเลือกเป็นรายตัว (Selective) และทำการหมุนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ไปสู่หุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive) ให้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน นี่ยังเป็นจังหวะที่ดีในการเตรียมเงินสดเพื่อรอเข้าซื้อหุ้นคุณภาพ (Quality Stocks) เมื่อราคาหุ้นมีการย่อตัวลงแรงจากความตื่นตระหนกของตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราประเมินว่า ผลกระทบต่อพอร์ตโฟลิโอการลงทุนโดยรวมนั้นยังมีอยู่อย่างจำกัด และคาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด (Overweight) ในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซ (Oil &amp; Gas) ส่วนผลลัพธ์ของหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นโดยรวมเรามองเป็นกลาง (Neutral) และอาจมีแรงกดดันเกิดขึ้นบ้างในหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มเฮลท์แคร์ และกลุ่มการท่องเที่ยว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากอ้างอิงตามกรณีฐานของเรา (โอกาส 60% สำหรับผลกระทบต่อตลาดไทย) ที่มองว่าความขัดแย้งยังคงถูกจำกัดวง ทำให้ราคาน้ำมันสามารถทรงตัวอยู่ในช่วง 75–80 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยนี้จะช่วยสนับสนุนมุมมอง Overweight ของเราต่อกลุ่มโรงกลั่นที่น่าจะได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ส่วนต่างกำไร (Margin) ของกลุ่มนี้อาจถูกกดดันได้หากปัญหาการหยุดชะงักทางพลังงานยืดเยื้อเกินกว่าหนึ่งเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับภาคการขนส่ง (Logistics/Transport) มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบทางลบในมุมที่กว้างกว่า แต่สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตของเราในกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับปานกลาง (Neutral) ไปจนถึงให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาดเล็กน้อย (Underweight)</span></p>
<p><b>ข้อควรระวังในด้านความเสี่ยงตามรายกลุ่มอุตสาหกรรม</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มสาธารณูปโภค (โรงไฟฟ้า)</b><span style="font-weight: 400;"> การให้น้ำหนัก Overweight อาจได้รับผลกระทบ หากราคาต้นทุนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งสูงขึ้นในตลาดโลก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นและไปบีบส่วนต่างกำไรของบริษัท</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มเฮลท์แคร์ (โรงพยาบาล)</b><span style="font-weight: 400;"> การคงน้ำหนักที่ Neutral อาจเผชิญปัญหาการชะลอตัวชั่วคราวของกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางที่ไม่สามารถเดินทางได้ตามปกติ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว</b><span style="font-weight: 400;"> การ Overweight ในกลุ่มนี้ อาจได้รับผลกระทบจากอุปสงค์การเดินทางที่ลดลง หากความตึงเครียดของสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะยังคงแข็งแกร่งมากก็ตาม</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลุ่มผู้ส่งออก</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตมีไม่มากนัก จึงคาดว่าผลกระทบที่เกิดจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าระวางเรือหรือค่าขนส่งทางทะเลจะมีอยู่อย่างจำกัด</span></li>
</ul>
<h2><b>ปรากฏการณ์ Circuit Breaker วิกฤตคือโอกาสในการสะสมหุ้น</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์สำคัญที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนชาวไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ต้องประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker เพื่อหยุดพักการซื้อขายหุ้นเป็นการชั่วคราว หลังจากที่ดัชนีหุ้นไทยดิ่งลงอย่างหนักถึง -8.01% ในช่วงการซื้อขายภาคเช้า สาเหตุหลักมาจากภาวะ Panic Sell หรือความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ ก่อนที่ตลาดจะสามารถกลับมาเปิดทำการซื้อขายได้ตามปกติในช่วงบ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลังในช่วงปี 2006–2020 ของUOBAM พบว่าตลาดหุ้นไทยเคยมีการใช้มาตรการ Circuit Breaker รวมหลายครั้ง และผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนี SET ในช่วง 10 วันทำการถัดมาหลังการใช้มาตรการดังกล่าวอยู่ในแดนบวกราว 3% โดยเน้นว่าตัวเลขนี้เป็นผลการคำนวณย้อนหลังของทีมวิจัย ไม่ใช่สถิติอย่างเป็นทางการของตลาดหลักทรัพย์ฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลสถิตินี้เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึง &#8220;โอกาส&#8221; ในการเข้าลงทุนเมื่อดัชนีมีการย่อตัวลงอย่างรุนแรงบนพื้นฐานเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่ยังทำงานได้ตามปกติ โดยความน่าจะเป็นที่เศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวลงไปสู่กรณีเลวร้ายที่สุด (Downside Case) ยังมีค่อนข้างจำกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองว่าจังหวะนี้เป็นโอกาสอันดีในการค่อยๆ สะสมลงทุนในหุ้นไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Large Caps) ที่ราคาปรับตัวลดลงมาแรงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ที่ปรับลงตามเซนติเมนต์ของตลาดหุ้นกลุ่ม North Asia Growth Equity รวมถึงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ราคาดิ่งลงจากความกังวลเรื่องต้นทุนการผลิตพลังงานจากก๊าซ LNG ที่พุ่งสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เข้าสะสมหุ้นในช่วงที่ตลาดมีการปรับฐานย่อตัวลงมา (Buy on Dip หรือ Buy on Pullback) โดยมองกรอบแนวรับสำคัญที่น่าสนใจสำหรับการเข้าสะสมการลงทุนอยู่ที่ระดับดัชนี 1,250-1,300 จุด ซึ่ง ณ ระดับดัชนีดังกล่าว มูลค่าของตลาดหรือระดับราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward PE) ของ SET Index จะปรับตัวลดลงไปอยู่ในโซนที่น่าสนใจมากที่ระดับราว 13.7-14.7 เท่า</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8/">วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดดิ่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
