ในวันที่ทุนโลกกำลังมองหาฐานการผลิตใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ชื่อของไทยกำลังถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะ “ฮับยุทธศาสตร์แห่งเอเชีย” และหนึ่งในบริษัทที่กำลังได้อานิสงส์เต็มๆ คือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Groupซึ่งเพิ่งประกาศผลงานไตรมาส 1/2569 ด้วยยอดขายที่ดินพุ่ง 951 ไร่ พร้อมดีลดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 900 ไร่ สะท้อนว่าการย้ายฐานลงทุนไม่ใช่แค่กระแส แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในระดับเม็ดเงินมหาศาล
ถอดรหัสความแกร่ง WHA Group ไตรมาส 1/69 ยอดขายที่ดินพุ่งเฉียดพันไร่ รับเทรนด์โลก
ยิ่งไปกว่านั้น หากเราเจาะลึกลงไปดูที่ผลประกอบการปกติ จะพบว่าบริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติอยู่ที่ 3,294 ล้านบาท ลดลง 38% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่เคยทำสถิติสูงสุด และมีกำไรปกติ 1,445 ล้านบาท ลดลง 30% และมีกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเลขเหล่านี้กลับซ่อนนัยยะสำคัญของการเติบโตในระยะยาวไว้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะทิศทางของยอดขายที่ดินที่พุ่งทะยานเฉียด 1,000 ไร่ รับอานิสงส์จากเมกะเทรนด์โลกที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่ย้ายฐานการผลิตเข้ามาปักหมุดในไทยอย่างต่อเนื่อง
โลจิสติกส์ติดสปีด เติบโตแบบก้าวกระโดด
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจโลจิสติกส์ของ WHA Group ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กัน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทได้เซ็นสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงานรวมถึงคลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นถึง 43,840 ตารางเมตร นอกเหนือจากนี้ยังมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง เข้ามาเสริมทัพอีก 63,385 ตารางเมตร ดันให้ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การบริหารรวมระดับบิ๊กบึ้มถึง 3,221,676 ตารางเมตร
ล่าสุด บริษัทเพิ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำ ให้เช่าพื้นที่กว่า 4,700 ตารางเมตร สำหรับจัดเก็บสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) แถมยังกุมคิวเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีกเพียบที่เตรียมจ่อเซ็นสัญญาในเร็วๆ นี้ สอดคล้องกับโปรเจกต์ระดับเรือธงอย่าง WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม.23 (ขาเข้า) และเทพารักษ์ กม.21 ที่ตอนนี้ผู้เช่าเข้าอยู่กันเกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว WHA จึงไม่รอช้า เร่งเครื่องผุดโครงการใหม่รับดีมานด์ ไม่ว่าจะเป็น ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2, เทพารักษ์ กม.21 เฟส 3 ที่สร้างไปแล้วกว่า 50% และเตรียมเปิดตัว WHA Manufacturing Park 331 บนทำเลทองด้านโลจิสติกส์
ข้ามฝั่งไปดูที่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนาม (นิคมฯ มินห์กวาง จ.ฮึงเอียน) ก็กระแสดีไม่มีตก ปิดไตรมาสแรกด้วยอัตราการเช่าทะลุ 80% เป็นที่เรียบร้อย ในส่วนของการสปินออฟสินทรัพย์ ล่าสุดผู้ถือหน่วย WHART อนุมัติซื้อทรัพย์สินเพิ่มกว่า 99,390 ตารางเมตร มูลค่า 2,508 ล้านบาท และเตรียมชงเรื่องเข้า WHAIR อีก 45,000 ตารางเมตร มูลค่าราว 1,100 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2/2569 นี้
นิคมอุตสาหกรรมกวาดเรียบ รับกระแสทุนข้ามชาติย้ายฐาน
ไฮไลต์ที่ต้องจับตามอง คือ ยอดขายที่ดินในไตรมาสแรกที่ทำไปได้ถึง 951 ไร่ จากเป้าหมายทั้งปี 2569 ที่วางไว้ 2,500 ไร่ มียอดโอนแล้ว 296 ไร่ และตุน Backlog รอโอนกรรมสิทธิ์อยู่ในมืออีกจุกๆ 1,426 ไร่
ปัจจัยหลักที่เข้ามา คือ กระแส Relocation หรือการย้ายฐานการผลิตหนีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ไทยกำลังถูกมองเป็นฐานการผลิตทางเลือกในภูมิภาค จากโครงสร้างพื้นฐานและ supply chain ที่พร้อมรองรับการลงทุนยุคใหม่ ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลทิศทางการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะเห็นได้ชัดเจนว่ายอดขอรับการส่งเสริมไตรมาส 1/2569 ทะลุ 1 ล้านล้านบาทไปแล้ว (โตขึ้น 2.4 เท่าจากปีก่อน) โดยมีอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่มีมีเม็ดเงินลงทุนไปถึง 873,741 ล้านบาท (คิดเป็น 86% ของมูลค่ารวม) และยอด FDI พุ่งกระฉูดถึง 261% แตะระดับ 965,869 ล้านบาท
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และ CEO ของ WHA Group เผยว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทได้ปิดดีลขายที่ดินให้บิ๊กคอร์ปกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ไปกว่า 900 ไร่ สะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานของไทยนั้นพร้อมตอบโจทย์เทคโนโลยีสมัยใหม่แบบสุดๆ ปัจจุบันบริษัทมีนิคมฯ ในมือรวม 17 แห่ง โดยในไทยมีพื้นที่รอพัฒนากว่า 10,230 ไร่ (มีไฮไลต์คือ WHA ESIE 5 พื้นที่ 7,250 ไร่ จ่อโอนแปลงแรก Q2/2569) ส่วนที่เวียดนามก็มีพื้นที่พัฒนาแล้ว 4,241 ไร่ (678.5 เฮกตาร์) พร้อมลุยต่อเต็มกำลัง
สาธารณูปโภคและไฟฟ้า ฟื้นตัวแรงแบบไม่มีแผ่ว
ด้านธุรกิจน้ำนั้น ในไตรมาส 1/2569 มียอดขายและบริหารน้ำรวม 42.6 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยในไทยไป 33.7 ล้านลูกบาศก์เมตร โตขึ้น 9% แรงหนุนหลักมาจากฝั่งโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมีที่สูบน้ำดิบและน้ำอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 12% และ 10% ตามลำดับ แถมยังเก็บ Capacity Charge จากลูกค้ารายใหญ่ได้อีก 326 ล้านบาท ส่วนเวียดนามยอดจำหน่ายน้ำอยู่ที่ 8.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ลดลงนิดหน่อยตามสภาวะตลาด
ทิศทางของธุรกิจไฟฟ้าก็เดินหน้าทำนิวไฮ โดยยอดขายไฟโซลาร์ซัดไป 76 กิกะวัตต์ชั่วโมง พุ่งทะยาน 55% เซ็นสัญญา Private PPA เพิ่มอีก 6 สัญญา (22 เมกะวัตต์) ดันยอดสะสมแตะ 372 เมกะวัตต์ รวมมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 1,058 เมกะวัตต์ (ดำเนินการแล้ว 735 เมกะวัตต์ เป็นพลังงานหมุนเวียน 206 เมกะวัตต์ และรอพัฒนาอีก 323 เมกะวัตต์) แม้ไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ไปบ้าง แต่คาดว่าจะกลับมาผงาดได้ในช่วงไตรมาส 2-3 แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นยังได้จับมือ Apex Circuit พัฒนาโซลาร์ 17 เมกะวัตต์ ปั้นโมเดล Direct PPA สร้างโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะแห่งอนาคต
ดิจิทัลและโมบิลิตี้ จิ๊กซอว์สู่อนาคตที่ยั่งยืน
WHA ไม่ได้หยุดแค่เรื่องพื้นที่ แต่ก้าวสู่การเป็น Tech-driven Organization เต็มตัว ผ่านโปรเจกต์ Digital & AI Transformation ดันแพลตฟอร์ม Mobilix Software Solution และแอป WHASApp ที่มีฟีเจอร์รักษ์โลกอย่าง CO2ZERO และ WeCYCLE ออกมาใช้งานจริง พร้อมกางโรดแมพ 3 ปี “Flight of the Future” มุ่งสู่ Intelligent Enterprise Ecosystem ภายในปี 2028 และปั้น AI Playground ต่อยอดไอเดียจาก WHA Hackathon 2025 สู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ส่วนสายกรีนโลจิสติกส์อย่าง Mobilix ก็แรงเกินต้าน ปิดไตรมาสแรกด้วยยอดปล่อยเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental) สะสมถึง 413 คัน ตอบรับเทรนด์ลดคาร์บอนที่กำลังมาแรงในทุกภาคธุรกิจ
ท้ายที่สุดแล้ว ความแข็งแกร่งทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านยอดจองหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 มูลค่า 3,500 ล้านบาท ที่นักลงทุนสถาบันรุมจองล้นทะลักกว่า 2 เท่า และเพื่อเป็นการตอบแทนความเชื่อมั่น ที่ประชุมจึงเคาะจ่ายปันผลปี 2568 รวม 0.2107 บาทต่อหุ้น (จ่ายระหว่างกาลแล้ว 0.0669 บาท และเตรียมจ่ายเพิ่ม 0.1438 บาท ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569)
ก้าวต่อไปที่ไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่คือ การเดิมพันอนาคตอุตสาหกรรมไทย
เราจะเห็นได้ว่า WHA Group ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาที่ดิน หรือคนให้เช่าโกดังอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังสวมบทบาทเป็น “สถาปนิก” ผู้ออกแบบระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงเอาทั้งสายพานการผลิต โลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และปัญญาประดิษฐ์ เข้าไว้ด้วยกัน หรือเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ นั่นหมายความว่า WHA กำลังขาย ecosystem สำหรับ data center / EV / advanced manufacturing ไม่ใช่ขายแค่แปลงดิน
ภาพการคว้าดีลที่ดินกว่า 900 ไร่จากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก ไม่ใช่แค่ความสำเร็จระยะสั้น แต่เป็นเหมือนการปักธงประกาศให้โลกรู้ว่า โครงสร้างพื้นฐานของไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีของภูมิภาค เมื่อเทรนด์โลกบีบให้ทุนยักษ์ใหญ่ต้องหาบ้านใหม่ที่ปลอดภัยและเพียบพร้อม นี่จึงเป็นช่วงเวลาทองที่ทั้งองค์กรและประเทศจะเติบโตไปพร้อมกัน และบางทีจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่… อาจกำลังเริ่มต้นขึ้นตรงนี้เอง
ตารางสรุปผลงาน WHA Group ไตรมาส 1/2569
| กลุ่มธุรกิจ | ผลงานเด่นสู้เมกะเทรนด์โลก ไตรมาส 1/2569 |
| นิคมอุตสาหกรรม | ยอดขายที่ดินทะยาน 951 ไร่ (เฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์เหมาไปกว่า 900 ไร่) ตุน Backlog 1,426 ไร่ |
| โลจิสติกส์ | เซ็นสัญญาเช่าเพิ่ม 43,840 ตร.ม. / ศูนย์เวียดนามกระแสดี อัตราเช่าทะลุ 80% |
| สาธารณูปโภค (น้ำ) | ยอดขายและบริหารน้ำรวม 42.6 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตตามกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี |
| ไฟฟ้า | ยอดขายไฟโซลาร์ 76 กิกะวัตต์ชั่วโมง (พุ่ง 55%) ดันกำลังผลิตไฟฟ้ารวมแตะ 1,058 เมกะวัตต์ |
| ดิจิทัล & โมบิลิตี้ | ปล่อยเช่ารถ EV สะสม 413 คัน / ลุยแอป WHASApp จัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ |









