ความเคลื่อนไหวล่าสุดในแวดวงการเงินไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อแอปพลิเคชันการเงินและการลงทุนชื่อดังอย่าง Dime! (ไดม์) ได้ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า “บัญชีเสริม” (Secondary Account) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แพลตฟอร์มการลงทุนเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองสามารถดึงบุตรหลานเข้ามามีส่วนร่วมในโลกของการลงทุนระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกัน ฟีเจอร์นี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพียงเพื่อเพิ่มยอดผู้ใช้งาน แต่มุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาพื้นฐานด้านความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ของเยาวชนไทยโดยตรง
ปั้นลูกสู่เซียนหุ้น! ส่องฟีเจอร์ “บัญชีเสริม” จาก Dime!

รูปแบบการทำงานของฟีเจอร์บัญชีเสริมนั้นถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่ายและเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก โดยผู้ปกครองสามารถเปิดบัญชีเพื่อการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และจัดสรรให้เป็นบัญชีเสริมซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลจัดการของบัญชีหลัก ผู้ที่สามารถใช้งานบัญชีเสริมนี้ได้จะต้องเป็นบุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้ครอบคลุมโครงสร้างครอบครัวที่มีขนาดแตกต่างกัน Dime! ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ปกครอง 1 ท่าน สามารถเปิดบัญชีเสริมให้บุตรหลานได้สูงสุดถึง 5 บัญชี
แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวทางของหน่วยงานกำกับดูแลระดับประเทศ อย่างเช่นข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มักเน้นย้ำเสมอว่า การสร้างรากฐานความรู้ทางการเงินที่แข็งแกร่งควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยเยาว์ ผ่านการเรียนรู้และลงมือทำจริงในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้งด้านการออม การจัดสรรเงิน และการลงทุน
ด้วยเหตุนี้ การเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เห็นภาพจริงของการลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลกผ่านแอปพลิเคชันที่ออกแบบ UX/UI มาอย่างเป็นมิตร จึงเป็นเสมือนห้องเรียนจำลองที่ใช้เงินจริงและสถานการณ์เศรษฐกิจจริงในการสอน
ประสบการณ์คือครูที่ดีที่สุด
นายกัมพล จันทวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (KKP Dime) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจถึงเบื้องหลังการพัฒนาฟีเจอร์นี้ว่า การเปิดตัวบัญชีเสริมมีนัยสำคัญที่ลึกซึ้งกว่าแค่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่มันคือการส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการเงินให้กับคนรุ่นต่อไป
จุดเริ่มต้นของการพัฒนานั้นมาจากเสียงสะท้อน (Feedback) ของผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และกลุ่มผู้ปกครองที่ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้เรื่องเงินตั้งแต่เนิ่นๆ หน้าที่ของแพลตฟอร์มจึงเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ครอบครัวได้ใช้เป็นเครื่องมือพูดคุยและเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีผู้ปกครองคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประสบการณ์ตรงจะช่วยเสริมสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับเด็กๆ ในอนาคต
สถิติผู้ใช้งานที่สะท้อนเทรนด์ The Invest Generation
หากเรามองลึกลงไปที่ฐานข้อมูลผู้ใช้งานของ Dime! ในปัจจุบัน จะพบว่าตัวเลขยอดดาวน์โหลดนั้นทะลุเป้าไปกว่า 4 ล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้งานทั้งหมดจัดอยู่ในกลุ่ม Gen Z หรือที่ถูกขนานนามว่าเป็น The Invest Generation ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความตื่นตัวและกระหายความรู้เรื่องการลงทุนสูงมาก
นอกเหนือจากนี้ การเข้ามาของฟีเจอร์บัญชีเสริมจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ KKP Dime ซึ่งอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร สามารถขยายฐานผู้ใช้งานเจาะลึกลงไปในระดับสถาบันครอบครัวได้กว้างขึ้น เป็นการตอกย้ำจุดยืนที่ต้องการเปลี่ยนโลกการเงินให้เป็นเรื่องง่ายและมีความเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ใช้งานจะมีพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ หรือแม้แต่จำนวนเงินลงทุนเริ่มต้นที่แตกต่างกันก็ตาม
อนาคตของการลงทุนในครอบครัวไทยที่อาจเปลี่ยนไปตลอดกาล
เมื่อพิจารณาตามพื้นฐานความเป็นจริงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การมาถึงของฟีเจอร์บัญชีเสริมแนวนี้มีโอกาสสูงมากที่จะเข้าไปเปลี่ยน “บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร” ของหลายครอบครัว จากเดิมที่ผู้ปกครองอาจจะแค่สอนลูกให้หยอดกระปุกออมสิน จะเริ่มขยับไปสู่การพูดคุยถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีที่เด็กๆ ใช้งานอยู่ทุกวัน หรือการวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจเบื้องต้น
แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คือเราจะได้เห็นกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะมีความเข้าใจในกลไกของตลาดทุนสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง มีความสามารถในการรับความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล และเข้าใจเรื่องผลตอบแทนทบต้น (Compound Interest) ตั้งแต่วัยเรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพทางการเงินของคนไทยในเจเนอเรชันถัดไปให้พร้อมแข่งขันในระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ










