ปี 2569 ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติของเศรษฐกิจระดับมหภาคและเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาเขย่าโครงสร้างการทำงานในยุคปัจจุบัน คำถามที่น่าสนใจ คือ คนทำงานไทยกำลังคิด รู้สึก และต้องการอะไรมากที่สุดเพื่อรับมือกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงนี้?
เปิดอินไซต์แรงงานไทยปี 2569 เงินเดือนต้องพอ AI ต้องเป็น!

วันนี้ The Signals จะมาเจาะลึกข้อมูลอินไซต์ ที่สะท้อนเสียงที่แท้จริงของคนทำงาน เพื่อให้องค์กรและคนทำงานได้นำไปปรับใช้และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง
บริบทเศรษฐกิจและภาพรวมตลาดแรงงาน ความท้าทายที่ต้องพร้อมรับมือ
ก่อนอื่น หากเรามองดูภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ข้อมูลจากการคาดการณ์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 1.5% ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตแบบชะลอตัว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานในภาคการผลิต ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัวลงตามไปด้วย
นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยี (Tech Disruption) ยังได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจ้างงานอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของกฎหมายประกันสังคม ถูกเลิกจ้างจำนวน 531,779 คน ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2567 (หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 40,000 คนต่อเดือน)
สถิติดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี ในช่วงระหว่างปี 2565-2568 โดย ณ ปี 2568 มีจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในระบบทั้งหมด 12.18 ล้านคน ซึ่งไม่ได้บอกให้เราตื่นตระหนก แต่เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนต้องตื่นตัวและเตรียมพร้อมสำหรับการปรับโครงสร้างทักษะแรงงานขนานใหญ่
ถอดรหัสเสียงสะท้อน 5 ความต้องการสูงสุดของคนทำงานยุคใหม่

เพื่อทำความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนทำงานให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทาง “เรียลวอทช์ แล็บ (RealWatch Lab)” ซึ่งเป็นส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) จากบริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI-Data Driven Technology ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของแรงงานไทยทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศ (White Collar) ไปจนถึงแรงงานในภาคอุตสาหกรรม
การสำรวจนี้รวบรวมข้อความจำนวน 7,014 ข้อความ จากแพลตฟอร์ม Social Media ทุกช่องทาง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2569 โดยเจาะลึกถึงความต้องการในปี 2569 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าสนใจ ดังนี้
- อันดับ 1 (52%) : โหยหาผลตอบแทนที่เป็นธรรมและสวัสดิการที่มั่นคง ประเด็นนี้ ครองใจคนทำงานเกินครึ่ง โดยส่วนใหญ่ระบุว่า ต้องการการปรับฐานเงินเดือนให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมองหาสวัสดิการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว
- อันดับ 2 (30%) : กระหายการอัปสกิล AI เพื่อความอยู่รอดและเติบโต แรงงานยุคนี้ตระหนักดีว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว คนทำงานมีการโพสต์ข้อความเชิงตื่นตัวว่า “เมื่อบริษัทปรับตัว พนักงานก็ต้องปรับตัว” พวกเขาต้องการเรียนรู้การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อป้องกันปัญหาการตกงานและเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง (ซึ่งสอดคล้องกับรายงาน Future of Jobs Report จาก World Economic Forum ที่ระบุว่าทักษะด้าน AI และ Big Data จะเป็นทักษะที่เป็นที่ต้องการสูงสุดและสร้างโอกาสในสายงานใหม่ๆ ทั่วโลก)
- อันดับ 3 (7%) : ต้องการความก้าวหน้าและความเท่าเทียม คนทำงานคาดหวังสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและเติบโตในสายอาชีพอย่างโปร่งใส
- อันดับ 4 (6%) : ถามหาความยืดหยุ่นและอิสระในการทำงาน (Flexibility) รูปแบบการทำงานที่สามารถทำจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ยังคงเป็นที่ต้องการ เพราะช่วยประหยัดค่าเดินทางและช่วยให้พนักงานบริหารจัดการเวลาจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้
- อันดับ 5 (5%) : ให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางจิตใจ (Mental Health) สิ่งแวดล้อมการทำงานที่ดี ปราศจากแรงกดดันที่เกินพอดี (Toxic Workplace) และวัฒนธรรมองค์กรที่เกื้อกูลกัน เป็นสิ่งที่แรงงานยุคนี้มองหาเพื่อรักษาความสมดุลระหว่างงานและชีวิต
เจาะลึก 5 ความกังวลที่ซ่อนอยู่ในใจแรงงานไทย

ในทางกลับกัน เมื่อมองมุมของความกังวลใจ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ข้อมูลจากการสำรวจชุดเดียวกันได้เปิดเผยสิ่งที่สร้างความหนักใจให้กับคนทำงาน ดังนี้
- อันดับ 1 (35%) : วิตกเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูง ความกังวลอันดับหนึ่ง คือ รายได้ที่ได้รับไม่สอดคล้องกับรายจ่ายที่ทะยานขึ้น หลายคนกังวลว่าการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีจะไม่ทันกับราคาสินค้าที่แพงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- อันดับ 2 (25%) : กังวลเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงาน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการนำ AI เข้ามาทดแทนกระบวนการทำงานบางส่วน ทำให้เกิดความกลัวเรื่องการถูกเลิกจ้าง รวมถึงความกังวลของนักศึกษาจบใหม่ที่ใช้เวลาหางานนานขึ้น (เช่น จบมา 1 ปีแล้วยังไม่ได้งาน)
- อันดับ 3 (22%) : ข้อจำกัดของกฎหมายแรงงาน คนทำงานรู้สึกว่าโครงสร้างการคุ้มครองแรงงานในปัจจุบันอาจยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ มีการแสดงความเห็นว่าหากมีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ควรเพิ่มสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายให้สมดุล รวมถึงต้องการความมั่นใจด้านความปลอดภัยและสวัสดิการขั้นพื้นฐาน
- อันดับ 4 และ 5 (สัดส่วน 9% เท่ากัน) : ภาวะหมดไฟ (Burnout) และช่องว่างทางทักษะ (Skill Gap) ความกังวลในกลุ่มนี้แบ่งเป็นสองส่วนที่เชื่อมโยงกัน คือ คุณภาพชีวิตการทำงานที่ลดลงจากการทำงานหนักเกินพอดี (หากไม่ทำก็กลัวโดนเลิกจ้าง) และความกังวลของคนกลุ่ม Gen Z รวมถึงวัย ทำงานอื่นๆ ที่รู้สึกว่างานพื้นฐานเริ่มถูก AI แย่งชิงไป ทำให้การ Upskill เรื่อง AI ถูกมองว่าเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องเร่งลงมือทำ
เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นก้าวที่แข็งแกร่ง
จากผลการสำรวจ สะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิธีคิดและกระบวนการทำงานของแรงงานไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในมิติของเศรษฐกิจ ความกังวลเรื่องค่าครองชีพและการถูกเลิกจ้างเป็นสิ่งที่เข้าใจได้และต้องได้รับการดูแลแก้ไขร่วมกันระหว่างนายจ้างและนโยบายระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ายินดีและถือเป็นจุดแข็งของแรงงานไทยในยุคนี้ คือ “ความตื่นตัวและการไม่ยอมแพ้”
แรงงานจำนวนมากไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงภัยคุกคาม แต่มองเห็นว่า เป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ที่จะช่วยยกระดับการทำงานหากพวกเขาใช้งานมันเป็น การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพ (Upskill & Reskill) เพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี กลายเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่จะสร้างความมั่นคงในระยะยาว
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ตามพื้นฐานความเป็นจริงที่เรากำลังก้าวเดินไป โมเดลการทำงานในอนาคตอันใกล้จะเป็นรูปแบบของการผสานความร่วมมือระหว่าง “มนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ (Human-AI Collaboration)” องค์กรที่จะอยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่องค์กรที่ใช้ AI แทนคนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คือ องค์กรที่ลงทุนในการพัฒนาคนของตนเองให้ใช้ AI ได้อย่างชาญฉลาดที่สุด ในขณะเดียวกัน ผู้ที่กุมทักษะแห่งอนาคตและสามารถรักษาสมดุลทางอารมณ์ (Soft Skills) ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ลอกเลียนแบบไม่ได้ จะกลายเป็นบุคลากรที่เป็นที่ต้องการตัวสูงสุดในตลาดแรงงาน
การรับฟังเสียงของพนักงาน มอบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง และสนับสนุนการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่คือ “ทางรอด” ที่จะพาทุกภาคส่วนก้าวข้ามทุกความท้าทายของปี 2569 ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ภาพรวม 5 ความต้องการ VS 5 ความกังวล ของแรงงานไทยยุค AI ปี 2569
| อันดับ | 🎯 สิ่งที่แรงงานไทย “ต้องการ” มากที่สุด (Priorities) | ⚠️ สิ่งที่แรงงานไทย “กังวล” มากที่สุด (Pain Points) |
| 1 | 52% รายได้ที่เป็นธรรมและสวัสดิการที่มั่นคง | 35% ค่าครองชีพพุ่งสูง แต่รายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย |
| 2 | 30% อัปสกิล AI เพื่อยกระดับและสร้างความมั่นคงในอาชีพ | 25% ความไม่แน่นอนในหน้าที่การงานและกลัวถูกเลิกจ้าง |
| 3 | 7% ความก้าวหน้าในสายอาชีพและความเท่าเทียม | 22% กฎหมายแรงงานที่ไม่คุ้มครองสวัสดิการมากพอ |
| 4 | 6% อิสระและความยืดหยุ่นในการทำงาน (Work from Anywhere) | 9% ภาวะหมดไฟ (Burnout) และคุณภาพชีวิตการทำงานแย่ |
| 5 | 5% สุขภาวะทางจิตใจที่ดีและวัฒนธรรมองค์กรที่เกื้อกูล | 9% ช่องว่างทางทักษะ ตามเทคโนโลยีและ AI ไม่ทันคนอื่น |









