มาเกาะติดสถานการณ์กระดานเทรดและความเคลื่อนไหวของเม็ดเงินในตลาดทุนช่วงระหว่างวัน ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยรอบด้านที่ขยับตัวอย่างรวดเร็วในชั่วโมงซื้อขาย บทความอัปเดตนี้อ้างอิงจาก คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ที่จะมาสรุปภาพรวมและสแกนพอร์ตการลงทุนแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างแม่นยำ เริ่มต้นด้วยการเช็กโมเมนตัมของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรง นำโดยตัวเอกอย่าง KBANK และ KKP รวมถึงการถอดรหัสพฤติกรรมธุรกรรม Short Sell และดีลบิกล็อตครั้งใหญ่ของหุ้นบิ๊กแคปอย่าง GULF ที่กำลังส่งผลต่อ Sentiment ของตลาดในชั่วโมงนี้
นอกจากนี้ ในฝั่งของปัจจัยมหภาคและภาพรวมระดับภูมิภาค เราจะมาไล่เรียงทิศทางแรงกดดันของค่าเงินบาทและการปรับตัวของ Real Rate พร้อมทั้งเกาะติดกระแสความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นเอเชียอย่างเกาหลีใต้และไต้หวัน ยิ่งไปกว่านั้น ด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลโดยตรงต่อการแกว่งตัวของราคาน้ำมันดิบ และปิดท้ายด้วยการอ่านเกมนโยบายการเงินรอบล่าสุดของ Fed มาร่วมวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์รับมือความผันผวนเพื่อเปลี่ยนเกมการลงทุนระหว่างวันให้เป็นแต้มต่อที่เหนือกว่าไปด้วยกัน
สแกนตลาดหุ้นสุดเดือด! เจาะลึก GULF แบงก์พุ่ง และเกมนโยบาย Fed

เจาะลึกโมเมนตัมหุ้นกลุ่มธนาคารและอิเล็กทรอนิกส์ นับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายนเป็นต้นมา ทิศทางของกลุ่มธนาคารทั่วโลกมีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งสอดคล้องกับหุ้นกลุ่มแบงก์ในบ้านเราที่เริ่มทยอยปรับตัวขึ้นมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจ โดยมีความเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงพลังของตลาดอย่างชัดเจน โดยบทความนี้
ประเดิมด้วย KBANK ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง มีลักษณะการเปิดกระโดด แม้ในระหว่างวันจะมีการย่อตัวลงมาบ้าง แต่โมเมนตัมหลักยังคงเดินหน้าวิ่งต่อ ทรงกราฟในลักษณะนี้มักจะสะท้อนถึงแรงซื้อที่แอบซ่อนทีเด็ดเอาไว้
ในขณะเดียวกัน KKP ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีแพตเทิร์นกราฟคล้ายคลึงกับ KBANK อย่างมาก โดยบ่งชี้ถึงการยกตัวขึ้นก่อนเพื่อสะสมพลัง และมีแนวโน้มที่จะรอจังหวะเบรกแนวต้านหรือเปิดกระโดดวิ่งขึ้นตามไปในทิศทางเดียวกัน
มากไปกว่านั้น SCB ยังมีปัจจัยบวกจากการเก็งกำไรเรื่องงบการเงิน ซึ่งสร้างความคาดหวังว่าราคาอาจจะกลับขึ้นไปทดสอบจุดเดิมเทียบเท่ากับช่วงก่อนหน้าที่จะมีการขึ้นเครื่องหมาย XD ส่วน KTB และ TTB อาจจะยังดูทรงตัวไปเรื่อยๆ สำหรับ TISCO ถือเป็นหุ้นที่ถูกกดราคาลงมาซึ่งเป็นจุดที่น่าเฝ้าสังเกตการณ์
นอกเหนือจากกลุ่มธนาคาร กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง HANA และ KCE ก็ยังคงเดินหน้าบวกอย่างต่อเนื่อง ใครที่ถือลงทุนยาวๆ หรือมี DW อย่างซีรีส์ 41C 2702T ของ HANA ถือว่ามาถูกทาง การรันเทรนด์ยาวๆ สำหรับกลุ่มนี้อาจกลายเป็นโอกาสพลิกพอร์ตที่น่าสนใจ
ถอดรหัส GULF และพฤติกรรม Short Sell ที่ต้องรู้ให้ทัน
เปลี่ยนมุมมองมาวิเคราะห์หุ้นบิ๊กแคปที่มีประเด็นท้าทายอย่าง GULF ล่าสุดตลาดได้รับรู้ความเคลื่อนไหวสำคัญจากการทำรายการ Overnight หรือ Big Lot ของทาง Singtel ที่ปล่อยของออกมากว่า 400 ล้านหุ้น ในระดับราคา 58 ถึง 60 บาท ซึ่งลึกกว่าราคาบนกระดานที่เคยยืนอยู่บริเวณ 64 บาทพอสมควร ส่งผลให้ Sentiment ของตลาดในระยะสั้นเกิดการปรับฐาน
อย่างไรก็ตาม หากเรานำข้อมูลมาสแกนดูอย่างละเอียดจะพบว่า ปริมาณการทำ Short Sell เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน โดยขยับขึ้นมาที่ระดับ 200 ล้าน และมียอดคงค้าง (Outstanding) อยู่ที่ประมาณ 40 ล้าน หากย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับวันที่ 5 มิถุนายน จะพบว่ายอด Short Sell ยังบางเบาเพียง 100 ล้านเท่านั้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน ที่ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างดุเดือดกลายเป็น 450 ล้าน จนกระทั่งทะยานแตะระดับพันล้านในเวลาต่อมา โดยที่ยอด Outstanding เหลือเพียง 57 ล้าน
สำหรับกลยุทธ์การรับมือ หากราคาปรับตัวลงมาในกรอบ 58 ถึง 60 บาท ถือเป็นโซนที่น่าสนใจในการพิจารณาเข้าสะสม (Bet) หรือถัวเฉลี่ยเพื่อรอจังหวะเด้งฟื้นตัว ในทางกลับกัน หากใครที่ตัดสินใจตัดขาดทุน (Cut Loss) ออกไปก่อนบริเวณ 62-25 (62.25 บาท) ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่เคารพกราฟเทคนิคอย่างสมเหตุสมผล แล้วค่อยหาจังหวะกลับเข้ามาใหม่เมื่อสถานการณ์นิ่งและเห็นผู้รับของจาก Big Lot อย่างชัดเจน
สแกนค่าเงินบาท Real Rate และความผันผวนของตลาดเอเชีย
ภาพรวมของค่าเงินและตลาดระดับภูมิภาคมีความเคลื่อนไหวที่ต้องตามติด ปัจจุบันค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า โดยจัดอยู่ในอันดับ 3 ของภูมิภาค รองจากเงินริงกิตมาเลเซีย (อันดับ 1) และวอนเกาหลีใต้ (อันดับ 2) ปัจจัยหลักมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำมากเพียง 1.25 เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่ลอยตัวอยู่ราวๆ 3% ทำให้ Real Rate ของเราเข้าสู่แดนลบอย่างเห็นได้ชัด ทิศทางค่าเงินบาทจึงจำเป็นต้องอ่อนค่าลง ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ค่าเงินบาทน่าจะแกว่งตัวแบบไซด์เวย์อยู่ในกรอบประมาณ 33.4
แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าในความท้าทายย่อมมีโอกาสแฝงอยู่เสมอ ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวจะส่งผลบวกโดยตรงและสร้างความได้เปรียบให้แก่กลุ่มส่งออกอย่าง HANA และ KCE
ท้ายที่สุด มีความเป็นไปได้สูงที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงค่าเงินเยนในเร็วๆ นี้เพื่อดึงเสถียรภาพกลับมา หลังจากที่เคยใช้เม็ดเงินหลายล้านล้านเยนไปก่อนหน้านี้ ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียก็มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่เจอกับแรงเทขายจนติดลบไปถึง 4% รวมถึงตลาดไต้หวันที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนฝั่งยุโรปอย่างอังกฤษก็เจอกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 7 คนในรอบ 10 ปี ท่ามกลางความผันผวนเหล่านี้ การจัดสรรพอร์ตอย่างมีสติจึงเป็นกุญแจสำคัญ
นัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ ก้าวใหม่ของการเจรจาสันติภาพ
สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศมีความซับซ้อนแต่ก็แฝงไปด้วยความหวังครั้งใหม่ โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์ แม้ในช่วงวันศุกร์จะมีกระแสข่าวว่าอาจจะล้มดีล เนื่องจาก เจดี แวนซ์ (JD Vance) และตัวแทนอิหร่านอาจไม่เข้าร่วม แต่ด้วยความพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของตัวกลางในช่วงเสาร์-อาทิตย์ การนัดหมายพูดคุยจึงเกิดขึ้นจนได้
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ต้องยกเครดิตให้กับประเทศตัวกลางอย่างปากีสถาน นำโดยนายกฯ เชห์บาซ ชารีฟ และ ผบ.ทหารสูงสุด อะซิม มุนีร์ รวมถึงตัวแทนผู้นำจากกาตาร์ ฝั่งสหรัฐฯ นำทัพโดย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี, จาเร็ด คุชเนอร์ และสตีฟ วิตคอฟ ส่วนอิหร่านมีรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี เป็นตัวแทนหลัก
ระหว่างการเจรจา มีเหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้นเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความเชิงกดดันให้อิหร่านหยุดสนับสนุนกลุ่มพร็อกซีอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีอย่างหนัก ทำให้อับบาส อารักชี ลุกไปกอดลานายกฯ ปากีสถานและตัดสินใจวอล์กเอาต์ไปชั่วคราว แต่สุดท้ายทุกฝ่ายก็กลับสู่โต๊ะเจรจาและสร้างความคืบหน้าครั้งใหญ่
ผลลัพธ์ที่โดดเด่นและเป็นรูปธรรมจากการเจรจามีดังนี้
- ประเด็นเรื่องนิวเคลียร์แทบจะถูกถอดออกจากวาระหลัก เนื่องจากบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการปลดล็อกสินทรัพย์ที่ถูกอายัดมูลค่ากว่า 3 แสนล้านเพื่อแลกกับข้อจำกัดทางนิวเคลียร์และการยกเลิกการปิดล้อมส่งออกน้ำมันและปิโตรเคมี
- เป้าหมายหลักเปลี่ยนไปที่การยุติสงครามเลบานอน (Lebanon War) โดยมีการตั้งคณะทำงานเพื่อลดความขัดแย้งที่เรียกว่า Lebanon deconfliction cell
- ที่ประชุมเห็นชอบการดำเนิน Roadmap เพื่อบรรลุข้อตกลงแบบสมบูรณ์ภายใน 60 วันข้างหน้า โดยจะเน้นการพูดคุยเชิงเทคนิค (Technical Talk) แบบไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยว พร้อมทั้งแลกไลน์ติดต่อกันโดยตรงตามที่ระบุในวรรคข้อ 5 เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด
ถึงกระนั้น ยังคงมีประเด็นความเปราะบางบริเวณพื้นที่ทับซ้อนขนาด 600 ตารางกิโลเมตรตรงชายแดนอิสราเอลตอนบนและเลบานอนตอนใต้ ที่กองทัพอิสราเอล (นำโดย บีบี เนทันยาฮู) ยืนกรานไม่ยอมถอยทัพ ในขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์มีการเจาะลงไปสร้างท่อ บังเกอร์ และฐานยิงจรวดใต้ดิน ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนบนโลกต้องจับตาดูต่อไป
อ่านเกมมหภาค ราคาน้ำมัน และการส่งสัญญาณของ Fed
ผลพวงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มมีกลไกไกล่เกลี่ย ส่งผลให้ทิศทางราคาน้ำมันเริ่มหาจุดสมดุล แม้จะมีการประเมินว่าปัญหาที่ช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้การส่งมอบน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลขาดหายไปจากระบบ แต่ในความเป็นจริง ซัปพลายที่หายไปถูกชดเชยจากช่องทางอื่นอย่าง ยานบู หรือ ฟูไจรา ทำให้ปริมาณน้ำมันที่หายไปจริงบนโลกเหลือเพียง 12 ถึง 14 ล้านบาร์เรลเท่านั้น ราคาน้ำมันจึงมีแนวโน้มแกว่งตัวรักษาฐานอยู่ในกรอบ 70 – 80 เหรียญต่อบาร์เรลต่อไปได้
เมื่อราคาน้ำมันทรงตัว การคาดการณ์เงินเฟ้อก็มีแนวโน้มลดลง นำมาสู่การตีความนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จากการประชุม FOMC ล่าสุด แม้ตลาดบางส่วนจะตื่นตระหนกและมองว่า Fed มีท่าทีแข็งกร้าว (Hawkish) จนทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรยะสั้นปรับเพิ่มและดอลลาร์แข็งค่า แต่ความจริงแล้ว Fed กำลังกลับไปยึดมั่นในรากฐานเดิม นั่นคือการมุ่งเน้นเสถียรภาพด้านราคา (Price stability) ควบคู่ไปกับเสถียรภาพในระบบการเงินโดยปราศจากการใช้อารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเจือปนในการกำหนดนโยบาย
ยิ่งไปกว่านั้น การก้าวเข้ามาของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ภายใต้การสนับสนุนของโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ไม่ใช่สัญญาณของการถูกส่งตัวมาเพื่อปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในสภาวะที่เศรษฐกิจต้องการความมั่นคง ตลาดเพียงแค่กำลังปรับตัวเพื่อทำความเข้าใจท่าทีเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างจะค่อยๆ สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงออกมาเอง
เปลี่ยนความผันผวนเป็นบันไดสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์และกลไกเศรษฐกิจที่หมุนเปลี่ยนไปในทุกวินาที สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสวิงตัวของราคาหุ้น การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติ หรือความขัดแย้งข้ามพรมแดน ล้วนเป็นเสมือนบททดสอบความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ของนักลงทุน ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นรูปแบบเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือแพลตฟอร์มการเงินที่ล้ำสมัยเข้ามาดิสรัปต์วิถีเดิมอย่างไม่อาจเลี่ยง แต่สิ่งหนึ่งที่จะกลายเป็นเข็มทิศชั้นดี คือ การเปิดรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ วางแผนอย่างมีกลยุทธ์ และมองทะลุความผันผวนเพื่อหาโอกาสที่ซ่อนอยู่เสมอ ขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการเรียนรู้และนำประสบการณ์เหล่านี้มาใช้เป็นรากฐานในการก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยจิตใจที่มั่นคง
ตาราง : สรุป 4 ปัจจัยเดือด เขย่ากระดานเทรด!
| ปัจจัยหลัก | ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา | ผลกระทบและโอกาส |
| 🏦 หุ้นกลุ่มแบงก์ | KBANK, KKP ทรงกราฟสวยสะสมพลัง | โมเมนตัมพุ่ง มีแรงซื้อแอบซ่อนรอจังหวะวิ่งต่อ |
| ⚡ หุ้น GULF | โดน Short Sell หนัก + Singtel ปล่อย Big Lot | ราคาปรับฐาน เป็นจังหวะหาโซนสะสมที่เหมาะสม |
| 🌍 มหภาค & เอเชีย | เงินบาทอ่อนค่า (Real Rate ติดลบ) ท่ามกลางตลาดเอเชียผันผวน | กลุ่มส่งออก (HANA, KCE) ยิ้มรับอานิสงส์บาทอ่อน |
| 🛢️ ภูมิรัฐศาสตร์ & Fed | สหรัฐฯ-อิหร่านเจรจา, Fed เน้นคุมเสถียรภาพเงินเฟ้อ | ราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว, ภาพรวมนโยบายดอกเบี้ยชัดเจนขึ้น |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/prakitsiriwattanaket/videos/1338672571571195








