ตลาดการลงทุนในช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการวัดใจเลยทีเดียว โดยเฉพาะกระดานเทรดสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง “ทองคำ” ที่เพิ่งเปิดต้นสัปดาห์มาก็ต้องเจอกับแรงกระเพื่อมลูกใหญ่ เมื่อดอลลาร์สหรัฐกลับมาผงาดแข็งค่าขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ส่งสัญญาณคุมเข้มทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนที่เริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อัปเดตทิศทางทองคำล่าสุด หลังเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ย 3 เด้ง ดีลสันติภาพทุบราคา!

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝั่งตลาดซื้อขายสะท้อนภาพนี้ได้อย่างชัดเจน โดยสำนักข่าว Fortune ระบุว่า ราคาทองคำสปอต แกว่งตัวอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด แตะระดับประมาณ 4,191 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันจันทร์ ในขณะเดียวกัน ฝั่งตลาดทองคำล่วงหน้า ก็ต้องเผชิญกับแรงเทขายหนัก โดย Wall Street Journal ชี้ให้เห็นว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนใกล้สุดร่วงหลุดลงไปกองอยู่ที่ราวๆ 4,180 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการทรุดตัวลงไปกว่า 44 ดอลลาร์ภายในเซสชันเดียวเลยทีเดียว
แรงกดดันจากท่าทีที่แข็งกร้าวของเฟด
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจัยหลักที่กดทับเส้นทางขาขึ้นของราคาทองคำในตอนนี้ คือ การที่ตลาดกำลังพยายามย่อยข้อมูลและรับมือกับมุมมองของเฟดที่ดูจะเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าในการประชุมรอบเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เฟดจะตัดสินใจแตะเบรก “คง” อัตราดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน แต่ตัวเลขคาดการณ์กลับสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อย สำนักข่าว Reuters ระบุว่า เฟดได้ขยับตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับช่วงปลายปี 2026 ขึ้นไปอยู่ที่ 3.6% พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าอย่างน้อยที่สุด เราน่าจะได้เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในช่วงปลายปีนี้
แต่ที่ทำให้ตลาดต้องหันมาจับตาแบบตาไม่กะพริบ คือ บทวิเคราะห์ล่าสุดจากฝั่ง Bank of America (BofA) โดยคุณ Aditya Bhave นักวิเคราะห์ระดับแนวหน้าของสถาบัน ได้ออกมาระบุว่า ตอนนี้ทาง BofA ประเมินว่า เฟดอาจจะตัดสินใจงัดนโยบายที่แข็งกร้าวขั้นสุดออกมาใช้ ด้วยการเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเดียวถึง 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% (25 Basis points) ในรอบการประชุมเดือนกันยายน ตุลาคม และธันวาคม ซึ่งหากเป็นไปตามนี้จริง จะดันให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายพุ่งทะยานไปแตะระดับ 4.25% – 4.50% และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ อาจจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเลยจนกว่าจะก้าวเข้าสู่ปี 2028 ทิศทางที่ชัดเจนและเด็ดขาดนี้เป็นเหมือนลมใต้ปีกที่ดันให้ดัชนีดอลลาร์ (U.S. Dollar Index – DXY) ดีดตัวทะยานขึ้นไปแตะระดับ 101.00 ทันทีในวันจันทร์
สถานการณ์อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นนี้ ทำให้ Goldman Sachs ต้องออกมาปรับกระบวนทัพใหม่เช่นกัน ทีมนักวิเคราะห์นำโดยคุณ Lina Thomas และคุณ Daan Struyven ได้ออกบทวิเคราะห์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตัดสินใจหั่นเป้าหมายราคาทองคำในช่วงสิ้นปีนี้ลงถึง 500 ดอลลาร์ โดยปรับลดเป้าจากเดิมที่เคยมองไว้สูงถึง 5,400 ดอลลาร์ ลงมาเหลือเพียง 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ทางสถาบันจะยังคงเชื่อมั่นว่า ทองคำยังมีโอกาสทำกำไรและปรับตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ก็ยอมรับว่าแรงส่งนั้น คงไม่ได้หวือหวาเท่ากับที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้
ดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน เมื่อความตึงเครียดผ่อนคลาย กราฟก็เปลี่ยนทิศ
อีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่เข้ามาจำกัดการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ คือ ข่าวดีที่ช่วยให้ความตึงเครียดบนเวทีโลกเบาบางลง แรงจูงใจในการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยจึงลดทอนลงตามไปด้วย หลังจากที่มีรายงานว่า ตัวแทนเจรจาคนกลางจากทั้งปากีสถานและกาตาร์ ได้ออกมาเปิดเผยความสำเร็จเบื้องต้นของการเจรจารอบแรกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเบือร์เกินชต็อค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
การเจรจาในวันจันทร์จบลงด้วยภาพที่น่ายินดี เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการกำหนด “โรดแมปเพื่อปูทางไปสู่การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน” โดยคณะผู้แทนเจรจาในครั้งนี้นำทัพโดย JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และคุณ Mohammad Bagher Ghalibaf ประธานรัฐสภาอิหร่าน ไม่เพียงแค่การจับมือเพื่อเดินหน้าหาข้อตกลงเท่านั้น แต่ทั้งสองฝ่ายยังได้สร้างช่องทางการสื่อสารสายตรงเพื่อดูแลเสถียรภาพในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และตกลงที่จะจัดตั้งศูนย์ร่วมเพื่อป้องกันและลดความขัดแย้งเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดไฟสงครามรอบใหม่ในเลบานอนอีกด้วย
ความคืบหน้านี้ ถือเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงเบื้องต้นที่เคยประกาศไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งครอบคลุมไปถึงการขยายเวลาหยุดยิงและวางโครงสร้างกรอบการทำงานเพื่อเตรียมเปิดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยการหารือในระดับปฏิบัติการเชิงลึกจะมีคิวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้บนเวทีการเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์
ในหน้าประวัติศาสตร์การลงทุน การผ่อนคลายของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มักจะส่งผลโดยตรงต่อการลดทอนความน่าสนใจของทองคำอยู่เสมอ และเมื่อนำปัจจัยนี้มาผสานเข้ากับสกุลเงินดอลลาร์ที่ทรงพลังบวกกับความเสี่ยงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มจางลง ท้ายที่สุดแล้ว ทองคำในวันจันทร์จึงตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถูกขนาบข้างด้วยสองขั้วปัจจัยที่คอยดึงรั้งไม่ให้ราคาทะยานไปข้างหน้าได้ดั่งใจ
เมื่อกระดานเทรดเปลี่ยนสี เข็มทิศนำทางสู่ก้าวต่อไปของการลงทุน
เมื่อคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลงกำลังพัดผ่านเข้ามาในตลาดการลงทุน การพึ่งพาเพียงสัญชาตญาณอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ท่ามกลางกระแสข่าวที่ไหลบ่า ทั้งนโยบายของธนาคารกลางระดับโลกที่ส่งผลกระทบสะเทือนไปทุกหย่อมหญ้า และความเคลื่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ที่พร้อมจะพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจได้เพียงชั่วข้ามคืน นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่นักลงทุนทุกคนต้องปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโออย่างมีศิลปะ
ความเป็นจริงที่เราต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้นี้ คือ “ความผันผวนจะเป็นเรื่องปกติใหม่” หากเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยตามที่ BofA คาดการณ์ไว้ ต้นทุนทางการเงินของโลกจะสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สภาพคล่องอาจหดตัวลง ซึ่งจะทำให้การเลือกลงทุนต้องเน้นไปที่สินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับ ในขณะเดียวกัน หากการเจรจาสันติภาพประสบความสำเร็จในกรอบเวลา 60 วัน โลกอาจได้เห็นการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทานและราคาพลังงานที่เริ่มมีเสถียรภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมที่เคยซบเซา
การจัดพอร์ตลงทุนในก้าวต่อไป จึงไม่ใช่วิ่งตามกระแส แต่ คือ การ ‘กระจายความเสี่ยง’ อย่างชาญฉลาด ทิ้งน้ำหนักให้พอดีระหว่างสินทรัพย์ที่ปกป้องความมั่งคั่งและสินทรัพย์ที่พร้อมเติบโตไปกับวัฏจักรเศรษฐกิจยุคใหม่ ข้อมูลเชิงลึกและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ตาราง : สรุป 2 ปัจจัยยักษ์ใหญ่ ทำไมราคาทองถึงสะดุด?
| ปัจจัยกดดันราคาทอง | สิ่งที่เกิดขึ้น | ผลกระทบต่อตลาด |
| 1. ท่าทีแข็งกร้าวของ Fed | BofA คาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งรวด (แตะ 4.25-4.50%) ภายในปีนี้ | ดอลลาร์แข็งค่าจัด ดึงดูดเงินทุนออกจากทองคำ |
| 2. ดีลสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน | ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงโรดแมป 60 วัน ลดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง | ลดความเสี่ยงสงคราม คนเลิกตุนสินทรัพย์ปลอดภัย |
| 3. การปรับมุมมองของสถาบัน | Goldman Sachs หั่นเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปีลง 500 ดอลลาร์ | ความเชื่อมั่นในการเก็งกำไรระยะสั้นลดลง |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
อ้างอิงจาก
- https://www.wsj.com/market-data/quotes/futures/GCM26
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/dollar-defensive-ahead-first-fed-decision-under-warsh-2026-06-17/
- https://finance.yahoo.com/economy/policy/articles/bofa-now-sees-no-fed-110352921.html
- https://www.goldrepublic.com/en-us/gold-price/forecast
- https://edition.cnn.com/2026/06/21/world/live-news/iran-war-trump-israel-lebanon
- https://www.aljazeera.com/news/2026/6/22/us-iran-agree-on-roadmap-towards-final-deal-in-switzerland-talks
- https://fortune.com/article/current-price-of-gold-06-22-2026/









