แม้คำว่า “เงินเฟ้อ” จะเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจที่หลายคนคุ้นหู แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขนี้สะท้อนต้นทุนการใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละวันได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ราคาน้ำมัน ค่าโดยสาร ไปจนถึงอาหารจานโปรดที่อาจมีราคาสูงขึ้นโดยไม่ทันสังเกต ข้อมูลล่าสุดของเดือนมิถุนายน 2569 ชี้ให้เห็นว่า เงินเฟ้อไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้ภาพรวมจะยังอยู่ในกรอบที่ภาครัฐประเมินไว้
ค่าครองชีพพุ่ง? เจาะเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 พร้อมวิธีรับมือครึ่งปีหลัง
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ซึ่งเปิดเผยโดยนางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ได้ฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางของดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 ไว้อย่างน่าสนใจ บทความนี้ THE SIGNALs จะพาไปเจาะลึกตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด สำรวจว่าสินค้าและบริการกลุ่มใดที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นหรือปรับลดลง พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยที่กำลังส่งผลต่อค่าครองชีพ และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี

ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อ การขยับตัวขึ้นท่ามกลางปัจจัยท้าทาย
เริ่มต้นด้วยตัวเลขสำคัญ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 102.85 ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (มิถุนายน 2568) ที่ระดับ 100.42 จะพบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 2.42 (YoY)
แน่นอนว่า การปรับตัวสูงขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้สาเหตุ แต่มีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลพวงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ส่งผลต่อเนื่องให้ต้นทุนค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้บริโภคสัมผัสได้ชัดเจน คือ ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ทำให้ค่าครองชีพในหมวดนี้เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกัน ราคาสินค้าและบริการในหมวดอื่นๆ กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อมากนัก
เงินเฟ้อไทยอยู่จุดไหน? เทียบชั้นบนเวทีโลก
หากเราถอยออกมามองภาพกว้างในระดับสากล โดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้นร้อยละ 2.79 (YoY) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยอยู่ในอันดับที่ 44 จาก 139 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีการประกาศตัวเลขออกมา สอดคล้องกับภาพรวมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งไทยอยู่ในอันดับที่ 5 จาก 9 ประเทศ (ได้แก่ บรูไน ติมอร์-เลสเต สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสปป.ลาว) สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพที่ยังคงรักษาระดับไว้ได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศ
อะไรแพงขึ้น อะไรถูกลง?
การเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการในเดือนมิถุนายน 2569 มีรายละเอียดที่น่าติดตาม โดยสามารถแบ่งออกเป็นสองหมวดหลัก ดังนี้
1. หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 3.31 (YoY) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) และค่าโดยสารสาธารณะที่ครอบคลุมตั้งแต่ ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ รถตู้ รถประจำทางปรับอากาศ รถจักรยานยนต์รับจ้าง ไปจนถึงรถเมล์เล็กและรถสองแถว รวมไปถึงค่าเช่าบ้าน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ค่าบริการขนขยะ)
อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญที่ปรับราคาลดลงมาช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายบ้าง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู ครีมนวดผม น้ำยาระงับกลิ่นกาย แป้งผัดหน้า คลีนซิ่ง) รวมถึงเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)
2. หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1.03 (YoY) แรงหนุนมาจากราคาอาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ข้าวสารเจ้า เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟร้อน/เย็น) และผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน แตงโม องุ่น ฝรั่ง มะละกอสุก)
ในทางกลับกัน มีสินค้าหลายรายการที่เป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคเพราะราคาลดลง เช่น เนื้อสุกร ข้าวสารเหนียว และกลุ่มผักสด (ผักชี มะเขือเทศ พริกสด ขิง ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาว)
ที่น่าสนใจคือ เมื่อเราหักล้างกลุ่มอาหารสดและพลังงานออกไป จะพบว่า “อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน” ปรับสูงขึ้นร้อยละ 1.23 (YoY) ซึ่งเป็นการเร่งตัวขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 0.92 (YoY)
ทิศทางระยะสั้นการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายเดือน
เมื่อเจาะดูดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเทียบระหว่างเดือนมิถุนายน 2569 กับพฤษภาคม 2569 จะพบว่าปรับตัว “ลดลง” ร้อยละ 0.34 (MoM) สาเหตุหลักมาจากการลดลงของหมวดสินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม (ลดลงร้อยละ 0.66) โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก ซึ่งเป็นผลดีจากความชัดเจนของสหรัฐฯ และอิหร่านในการยุติความขัดแย้งและปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ กิจกรรมส่งเสริมการขายยังทำให้ค่าห้องพักโรงแรมลดลง รวมถึงค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศที่ปรับลดตามช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) และต้นทุนเชื้อเพลิงที่เบาลง
แม้ว่าภาพรวมรายเดือนจะลดลง แต่ก็ยังมีสินค้าบางกลุ่มที่ราคาปรับสูงขึ้น เช่น ของใช้ส่วนบุคคล สิ่งเกี่ยวกับการทำความสะอาด ค่าโดยสารเครื่องบินต่างประเทศ อาหารสัตว์เลี้ยง และค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ขยับขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.15 (MoM) จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการร้านอาหาร และการสิ้นสุดโปรโมชั่นของสินค้าบางประเภท (ข้าวสารเจ้า กาแฟผง น้ำอัดลม) ขณะที่อาหารโทรสั่ง (Delivery) เนื้อสุกร ผลไม้สด และผักสดบางชนิด ราคาปรับตัวลง
สรุปภาพรวมไตรมาสและประเมินทิศทางอนาคต
สำหรับผลงานในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.70 (YoY) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสูงขึ้นร้อยละ 3.08 (QoQ) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนภาพรวมครึ่งปีแรก (มกราคม – มิถุนายน) ขยับขึ้นร้อยละ 1.08 (AoA)
ก้าวต่อไปในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมี 4 ปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน
- ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่ขยับขึ้นอย่างถาวร
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะรถประจำทางที่อิงตามราคาน้ำมัน
- ราคาผักสดที่อาจสูงกว่าปีก่อนเนื่องจากฐานราคาเดิมที่ต่ำ และความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
ท้ายที่สุดแล้ว ยังคงมี ปัจจัยกดดัน ที่ช่วยดึงอัตราเงินเฟ้อไม่ให้พุ่งสูงเกินไป นั่นคือ ค่ากระแสไฟฟ้าในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ที่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้าเล็กน้อย และราคาเนื้อสัตว์ที่มีแนวโน้มลดลงจากปริมาณที่เข้าสู่ตลาดอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงรักษากรอบคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของปี 2569 ไว้ที่ระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 2.0)
บทสรุป
แม้ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และกระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 1.5–2.5 แต่สัญญาณจากเดือนมิถุนายนสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านค่าครองชีพยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน การเดินทาง และอาหารสำเร็จรูปที่ยังส่งผลต่อการใช้จ่ายของประชาชน ขณะเดียวกัน การปรับลดลงของค่าไฟฟ้าและราคาสินค้าบางประเภทก็ช่วยบรรเทาภาระได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับผู้บริโภค การติดตามทิศทางเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดไม่ใช่เพียงการรับรู้ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการเงินและบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนภาคธุรกิจและนักลงทุนก็ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงทั้งจากราคาพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพอากาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง และมีบทบาทต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ตารางสรุป : สแกนชีพจรเงินเฟ้อไทย มิ.ย. 69 อะไรแพงขึ้น อะไรถูกลง?
| 📈 หมวดสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น (กระเทือนเป๋าตังค์) | 📉 หมวดสินค้าที่ปรับราคาลดลง (เซฟเงินในกระเป๋า) |
| • น้ำมันเชื้อเพลิง (ดีเซล, แก๊สโซฮอล์, เบนซิน) | • ค่ากระแสไฟฟ้า |
| • ค่าโดยสารสาธารณะ (รถเมล์, รถตู้, เครื่องบินตปท.) | • ค่าห้องพักโรงแรม |
| • อาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง, ก๋วยเตี๋ยว, ตามสั่ง) | • เนื้อสุกร และ ข้าวสารเหนียว |
| • ของใช้ทำความสะอาด (น้ำยาซักผ้า, ล้างจาน) | • ผักสด (ผักชี, มะเขือเทศ, พริกสด, ผักกาดขาว) |
| • ผลไม้สด (ส้ม, แตงโม, องุ่น) | • ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู, ครีมนวด, คลีนซิ่ง) |










