วันเสาร์, เมษายน 25, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap
The Signals
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy
  • Login
No Result
View All Result
The Signals
Home Macroeconomics

ผ่ามุมมอง CEO ไทย ปี 2026 เศรษฐกิจโตช้า ธุรกิจรอดได้อย่างไร?

ผ่ามุมมอง CEO ไทย ปี 2026 เศรษฐกิจโตช้า ธุรกิจรอดได้อย่างไร?
0
SHARES
7
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

จากผลสำรวจ SET CEO Survey Economic Outlook 2026 ซึ่งจัดทำโดยฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย CEO กว่า 73% คาดเศรษฐกิจไทยจะโตในระดับ 1 – 2% ขณะที่กว่า 80% ยังเชื่อว่ารายได้ธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการท่องเที่ยวและนโยบายการคลังเป็นตัวหนุนสำคัญ​

ผ่ามุมมอง CEO ไทย ปี 2026 เศรษฐกิจโตช้า ธุรกิจรอดได้อย่างไร?

ผ่ามุมมอง CEO ไทย ปี 2026 เศรษฐกิจโตช้า ธุรกิจรอดได้อย่างไร?

Related posts

ราคาทองร่วงรับวิกฤตฮอร์มุซ เมื่อน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อและพลิกเกมการลงทุน

ราคาทองร่วงรับวิกฤตฮอร์มุซ เมื่อน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อและพลิกเกมการลงทุน

เมษายน 24, 2026
วิธีรับมือเศรษฐกิจซึมลึก! KKP หั่นเป้า GDP ไทย 2569 เสี่ยง Stagflation

วิธีรับมือเศรษฐกิจซึมลึก! KKP หั่นเป้า GDP ไทย 2569 เสี่ยง Stagflation

เมษายน 22, 2026

ลองนึกภาพว่าถ้าอยากรู้จริงๆ ว่าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรในปีนี้ คำตอบที่น่าเชื่อถือที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลขจากสำนักวิจัยต่างประเทศ แต่คือเสียงของคนที่บริหารธุรกิจจริงในไทยด้วยตัวเอง ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (TLCA) ได้จัดทำรายงาน SET CEO Survey: Economic Outlook 2026 โดยสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในช่วงวันที่ 23 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2569 รวม 234 บริษัท ครอบคลุมทั้ง SET 180 บริษัทและ mai 54 บริษัท จาก 8 อุตสาหกรรม 26 หมวดธุรกิจ ซึ่งคิดเป็น 53.9% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569​

ความพิเศษของผลสำรวจนี้คือตัวเลขไม่ได้มาจากการคาดเดาทางทฤษฎี แต่มาจากคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารจริง มองตลาดจริง และต้องตัดสินใจลงทุนจริงทุกวัน จึงถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดทิศทางธุรกิจไทยที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในสายตาผู้บริหารระดับสูง

GDP เติบโตเท่าไหร่ และแต่ละสถาบันมองต่างกันอย่างไร จากผลสำรวจ SET CEO Survey ฉบับล่าสุด ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนกว่า 73% คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ระดับ 1.1–2% มีเพียง 14% เท่านั้นที่คาดว่าจะโตได้มากกว่า 2.1–3% ขณะที่ 11% คาดในช่วง 0–1%​

ตัวเลขนี้สอดคล้องกับหลายสถาบันที่วิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจไทยจากภายนอก เมื่อทีม The Signals นำมาเรียบเรียงเปรียบเทียบ พบว่ามุมมองของแต่ละองค์กรอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน ดังนี้

สถาบัน คาดการณ์ GDP ไทยปี 2026 อ้างอิง
สภาพัฒน์ (NESDC) 1.5–2.5% (ค่ากลาง 2.0%)  ข้อมูล ณ 16 ก.พ. 2569 ​
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 1.5% ผลประชุม กนง. ครั้งที่ 1/2569 ​
World Bank 1.60% Thailand Economic Monitor ก.พ. 2569 ​
SCB EIC 1.80% SCB EIC Monthly Insight ก.พ. 2569 ​
OECD 1.50% OECD Economic Survey of Thailand ธ.ค. 2568 ​
CEO บจ.ไทย (ส่วนใหญ่) 1.1–2.0% SET CEO Survey 2026 ​

สิ่งที่น่าสังเกตคือทุกสถาบันต่างเห็นตรงกันว่าการเติบโตของไทยในปี 2026 ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพที่ประเมินไว้ที่ 2.5–3% ต่อปี ซึ่งหมายความว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยยังวิ่งได้ไม่เต็มสูบ และการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างคือโจทย์ที่ต้องจับตาในระยะยาว​

เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบหรือเปล่า

ฝั่งของเงินเฟ้อ ผลสำรวจพบว่า CEO 39% คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วง 0–1% ขณะที่อีก 33% คาดในช่วง 1.1–2% ซึ่งรวมกันแล้วเกินครึ่งหนึ่งเชื่อว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1–3% ของธนาคารแห่งประเทศไทย​

มุมมองนี้สอดคล้องกับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/2569 ที่ประเมินว่าเงินเฟ้อจะเริ่มทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 แปลว่าในระยะนี้ภาคธุรกิจยังต้องวางแผนบนพื้นฐานที่ราคาสินค้าไม่ได้พุ่งสูง ซึ่งเป็นทั้งข่าวดีสำหรับการบริหารต้นทุน และเป็นสัญญาณว่าอุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่​

ปัจจัยหนุนและปัจจัยกดดันที่ CEO ห่วงที่สุด

จากการสำรวจ SET CEO Survey ฉบับนี้ ผู้บริหารส่วนใหญ่ระบุปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจสามอันดับแรกได้แก่​

  • ภาคการท่องเที่ยว (25%) – ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทุกภาคส่วนต่างอิง โดยเฉพาะหลังจากที่ไทยพิสูจน์ตัวเองในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับภูมิภาคมาต่อเนื่อง
  • นโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ (20%) – การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังถูกมองว่าเป็นแรงส่งสำคัญ โดยเฉพาะโครงการลงทุนระยะกลางที่กำลังเดินหน้าในหลายพื้นที่
  • เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ (17%) – หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ทิศทางนโยบายชัดเจนขึ้น ซึ่งภาคธุรกิจต้องการความแน่นอนนี้เพื่อตัดสินใจขยายการลงทุน​

นอกจากนี้ ผู้บริหารบางส่วนยังเพิ่มเติมว่า ความก้าวหน้าของเศรษฐกิจดิจิทัล การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) รวมถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน จะเป็นปัจจัยเสริมศักยภาพในระยะยาวของไทย​

ที่น่าสนใจคือแต่ละอุตสาหกรรมให้น้ำหนักแตกต่างกัน กลุ่ม Technology เน้นเสถียรภาพทางการเมืองเพราะต้องการความต่อเนื่องของนโยบายดิจิทัล ขณะที่กลุ่ม Agri & Food ให้น้ำหนักกับการส่งออกมากที่สุดเพราะธุรกิจพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก​

ความเสี่ยงที่ยังต้องระวัง – หนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อ

ด้านปัจจัยเสี่ยง ผลสำรวจชี้ให้เห็นภาพที่น่าคิดอย่างยิ่ง โดย CEO ระบุความเสี่ยงสูงสุดสามอันดับแรกได้แก่ เสถียรภาพทางการเมือง (21%), กำลังซื้อในประเทศ (16%) และหนี้ครัวเรือน (16%)​

สองอย่างหลังนี้เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก เพราะเมื่อครัวเรือนแบกภาระหนี้สูง ความสามารถในการใช้จ่ายก็ย่อมลดลงตาม SCB EIC รายงานว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยในไตรมาสแรกปี 2568 อยู่ที่ 87.4% ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับนานาประเทศ และแม้ว่าตัวเลขนี้จะมีแนวโน้มลดลงในกระบวนการ Deleveraging แต่กระบวนการดังกล่าวกลับกดดันการบริโภคภาคเอกชนไปพร้อมกัน​

กลุ่ม Property & Construction ให้น้ำหนักกับปัจจัยนี้มากเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อครัวเรือนมีหนี้มาก การกู้ซื้อบ้านหรือกู้รถก็ยิ่งยากขึ้น ซึ่งกระทบโดยตรงกับอุปสงค์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์​

รายได้ธุรกิจปี 2026 ภาคไหนโตเร็ว ภาคไหนยังชะลอ

แม้ภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตในอัตราไม่สูงนัก แต่เมื่อมองลงไปในระดับธุรกิจ กลับพบว่าภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังมีความหวังอยู่

กว่า 80% ของ CEO คาดว่ารายได้บริษัทจะเติบโตในปี 2569 โดย 2 ใน 3 คาดในช่วง 0–10% ซึ่งสะท้อนภาพการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป จำนวน 14% คาดโตสูง 10.1–20% และอีก 3% คาดโตสูงมากกว่า 20% ขณะที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่คาดว่ารายได้จะหดตัว​

เมื่อจำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบภาพที่น่าสนใจดังนี้​

  • กลุ่มบริการ (Services) มีสัดส่วนคาดการณ์การเติบโตสูงกระจุกตัวมากที่สุด สะท้อนการฟื้นตัวของภาคบริการรวมถึงการท่องเที่ยว
  • กลุ่ม Agri & Food มีบางบริษัทคาดโตสูงมากกว่า 20% ด้วยซ้ำ บ่งชี้ว่าธุรกิจอาหารและเกษตรส่งออกได้รับอานิสงส์จากความต้องการในตลาดโลก
  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง มีมุมมองกระจายตัวสูงที่สุด สะท้อนความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในประเทศ ที่ยังถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือน
  • กลุ่มการเงิน ส่วนใหญ่คาดการณ์การเติบโตในระดับปานกลาง สอดคล้องกับภาวะสินเชื่อที่ยังขยายตัวได้ไม่เต็มที่

สิ่งที่ The Signals สังเกตเห็น คือ แม้เศรษฐกิจมหภาคจะโตช้า แต่ระดับบริษัทกลับยังสามารถเติบโตได้หากมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน ซึ่งนำไปสู่ประเด็นต่อไปว่าบริษัทไทยเลือกที่จะลงทุนที่ไหนและอย่างไร

CEO ไทยมองโอกาสลงทุนที่ไหนในปีนี้

ไทยยังเป็นฐานหลัก แต่อาเซียนน่าสนใจไม่แพ้กัน ผลสำรวจชี้ว่า 3 ใน 4 ของ CEO มองว่า 12 เดือนข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับการขยายธุรกิจหรือลงทุนเพิ่มเติม ตัวเลขนี้ค่อนข้างน่าประหลาดใจในบริบทที่ GDP โตช้า สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารมองว่าภาวะนี้คือ “จังหวะ” มากกว่า “อุปสรรค”​

จาก 78% ของบริษัทที่ยังมองไทยเป็นเป้าหมายลงทุนหลัก หลายบริษัทมีแผนจะขยายในไทยควบคู่ไปกับการมองหาตลาดในอาเซียนด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์และหาตลาดผู้บริโภคใหม่​

เวียดนามครองใจ CEO หลายอุตสาหกรรม

เวียดนามโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนในฐานะจุดหมายอาเซียนยอดนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มบริการและสินค้าอุตสาหกรรม ความน่าสนใจของเวียดนามมาจากการเป็นทั้งฐานการผลิตต้นทุนต่ำและตลาดผู้บริโภคที่เติบโตเร็ว รองลงมาได้แก่มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน และอินเดีย​

ผู้บริหารบางส่วนยังให้ความสนใจยุโรปและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสองภูมิภาคที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) หากการเจรจา FTA เหล่านี้คืบหน้าได้ดี จะเปิดโอกาสให้บริษัทไทยเข้าถึงตลาดใหม่ในต้นทุนที่ต่ำลง​

เมื่อจำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มบริการมีการกระจายการลงทุนในหลายประเทศมากที่สุด แสดงถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการขยายธุรกิจบริการข้ามพรมแดนได้ง่ายกว่าภาคการผลิต ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่มยังมีสัดส่วนที่ไม่มีแผนขยายการลงทุนค่อนข้างสูง สะท้อนความระมัดระวังต่อต้นทุนทางการเงินที่ยังสูงอยู่​

4 กลยุทธ์ที่บริษัทจดทะเบียนไทยใช้รับมือความท้าทาย

จากข้อมูลในรายงาน SET CEO Survey 2026 บริษัทจดทะเบียนปรับตัวรับมือความท้าทายผ่าน 4 แนวทางหลัก​

  • กลยุทธ์ที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการ บริษัทส่วนใหญ่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพแรงงาน เพิ่มมูลค่าสินค้า และนำพลังงานทดแทนมาใช้เพื่อลดต้นทุน หลายบริษัทยังเล็งใช้ระบบอัตโนมัติและ AI เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในระยะยาว นี่สอดคล้องกับแนวคิด Operational Excellence ที่ Harvard Business Review ระบุว่าเป็นรากฐานสำคัญของการแข่งขันในระยะยาว (ที่มา: HBR, “The Case for Operational Excellence”, 2023)
  • กลยุทธ์ที่ 2  การลงทุนและระดมทุนอย่างรอบคอบ ประมาณ 46% ของบริษัทไม่มองว่าควรชะลอการลงทุน และ 78% ยังให้ไทยเป็นเป้าหมายหลัก ในขณะเดียวกันหลายบริษัทยังไม่สนใจระดมทุนเพิ่มผ่านการกู้ยืมหรือตราสารทุนในช่วงนี้ ซึ่งสะท้อนการบริหารงบดุลอย่างระมัดระวัง​
  • กลยุทธ์ที่ 3  ปรับการตลาดให้ทันสมัยและแม่นยำ บริษัทหันมาให้ความสนใจกับ Niche Market มากขึ้น พร้อมปรับกลยุทธ์การกำหนดราคา ช่องทางจัดจำหน่าย และการโฆษณาให้ทันยุค โดยมองหาตลาดส่งออกใหม่ควบคู่ไปด้วย​
  • กลยุทธ์ที่ 4 ปรับโครงสร้างธุรกิจเสริมความยืดหยุ่น หลายบริษัทวางแผนปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้คล่องตัวมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เร่งทำการควบรวมกิจการ (M&A) ในระยะนี้ ซึ่งแตกต่างจากช่วงที่เศรษฐกิจขาลงเต็มตัวที่มักเห็นกระแส M&A เพิ่มสูง​

การสร้างมูลค่าในระยะยาว CEO ให้ความสำคัญกับอะไร

ผลสำรวจในส่วนของการจัดสรรทุนเพื่อสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น (Shareholder Value) ให้ภาพที่น่าสนใจมาก กล่าวคือ CEO ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการลงทุนในธุรกิจหลักเดิม (37%) มากที่สุด ตามมาด้วยการแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่และการบริหารโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสม​

ในทางกลับกัน การตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะสั้น อาทิ การจ่ายปันผลพิเศษหรือการซื้อหุ้นคืน ได้รับความสำคัญในระดับที่ต่ำกว่า ซึ่งสะท้อนมุมมองที่สอดคล้องกันในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม นั่นคือ CEO ไทยมองว่าการลงทุนเพื่อการเติบโตของธุรกิจต้องมาก่อนการตอบแทนระยะสั้น​

แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ Warren Buffett เคยกล่าวไว้ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ว่า “The best business to own is one that over an extended period can employ large amounts of incremental capital at very high rates of return” หรือธุรกิจที่ดีที่สุดคือธุรกิจที่สามารถนำเงินทุนเพิ่มเติมกลับไปลงทุนต่อในอัตราผลตอบแทนสูงได้อย่างต่อเนื่อง 

กรณีศึกษา  บริษัทไทยขยายสู่เวียดนาม (ตัวอย่างสมมติ)

สมมติว่า บริษัท ABC Food (นามสมมติ) เป็นผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปในไทยที่มีรายได้ราว 2,000 ล้านบาทต่อปี บริษัทกำลังพิจารณาขยายการผลิตไปยังเวียดนามเพื่อรองรับตลาดที่เติบโต

โอกาสที่มอง

  • เวียดนามมีประชากรราว 98 ล้านคน ชั้นกลางขยายตัวอย่างรวดเร็ว
  • ต้นทุนแรงงานในเวียดนามยังต่ำกว่าไทย
  • ใกล้ตลาดส่งออกในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

ความท้าทายที่ต้องวางแผน

  • กฎระเบียบท้องถิ่นและกฎหมายแรงงานที่แตกต่าง
  • ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (VND vs THB)
  • การสร้าง Brand Awareness ในตลาดใหม่ต้องใช้เวลาและทรัพยากร

กรณีนี้สะท้อนว่าการตัดสินใจขยายออกนอกประเทศต้องอาศัยทั้งการวิเคราะห์ตลาดเชิงลึก การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และการมีพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่น่าเชื่อถือ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่รายงาน SET CEO Survey ชี้ให้เห็นว่าธุรกิจไทยกำลังมองอาเซียนในฐานะโอกาสจริงๆ ไม่ใช่แค่แผนสำรอง​

เมื่อการเติบโตช้าลง ทิศทางยิ่งต้องชัดขึ้น

จากผลสำรวจ SET CEO Survey: Economic Outlook 2026 สะท้อนให้เห็นภาพเศรษฐกิจไทยในปีนี้ได้อย่างตรงไปตรงมา นั่นคือเป็นปีที่ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้ง่าย

การที่ CEO บริษัทจดทะเบียนกว่า 73% ประเมิน GDP ไทยปี 2026 ไว้ที่ 1.1–2% และยังคงมองว่า 12 เดือนข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการลงทุน ไม่ใช่เพราะมองโลกในแง่ดีเกินจริง แต่เพราะพวกเขาเข้าใจดีว่าในสภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวช้า โอกาสไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ต้องแสวงหาอย่างมีกลยุทธ์มากกว่าเดิม

ภาพที่เห็นจากผลสำรวจนี้คือภาคธุรกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ บริษัทที่ปรับตัวได้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การหาตลาดใหม่ในอาเซียน หรือการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ล้วนมีแนวโน้มที่จะแซงหน้าตัวเลข GDP โดยรวมได้ไม่ยาก ในขณะที่บริษัทซึ่งยังพึ่งพารูปแบบธุรกิจเดิมโดยไม่ปรับตัว อาจเผชิญแรงกดดันจากทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อในประเทศที่ยังถูกกดด้วยหนี้ครัวเรือนในระดับ 87.4% ต่อ GDP และการแข่งขันที่เข้มข้นจากคู่แข่งต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจัยที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เหลือของปีนี้มีอยู่สองประการหลัก ประการแรกคือเสถียรภาพทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่ง CEO ระบุว่าเป็นทั้งความเสี่ยงอันดับหนึ่ง (21%) และปัจจัยหนุนอันดับสาม (17%) ในเวลาเดียวกัน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าภาคธุรกิจมีความคาดหวังต่อนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่สูง และหากความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจถูกรักษาไว้ได้ดี ความเชื่อมั่นภาคเอกชนก็มีโอกาสขยับขึ้นต่อในช่วงครึ่งหลังของปี

ประการที่สองคือทิศทางของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกาและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและตลาดส่งออกของไทย บริษัทที่มีรายได้พึ่งพาตลาดต่างประเทศในสัดส่วนสูงจำเป็นต้องวางแผนรับมือกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายภาษีที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

สำหรับทิศทางการลงทุนในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งครองใจ CEO ไทยมากที่สุดในปีนี้ ยังคงเป็นโอกาสที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบริษัทไม่ได้มองเพียงแค่ต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่า หากแต่มองถึงการสร้างรากฐานธุรกิจระยะยาวที่มั่นคงในตลาดนั้นด้วย การขยายธุรกิจข้ามพรมแดนที่ประสบความสำเร็จต้องการทั้งความเข้าใจในบริบทท้องถิ่น พันธมิตรที่ไว้วางใจได้ และความอดทนพอที่จะรอให้ตลาดเปิดรับ

สุดท้ายนี้ บทเรียนสำคัญที่ผลสำรวจ SET CEO Survey 2026 มอบให้ไว้ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์ GDP หรือเปอร์เซ็นต์ที่เลือกตอบแต่ละข้อ แต่คือทัศนคติของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่เลือกจะมองภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็น “จังหวะในการเตรียมพร้อม” มากกว่า “เหตุผลในการหยุดรอ” นั่นเองที่ทำให้กว่า 80% ยังเชื่อว่ารายได้ธุรกิจจะเติบโตได้ในปีนี้ แม้ทุกสถาบันชั้นนำจะประเมินตัวเลข GDP ไว้ในระดับที่ไม่สูงนัก

บทความนี้เรียบเรียงจากรายงาน SET CEO Survey Economic Outlook 2026 จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (TLCA) ร่วมกับแหล่งอ้างอิงอื่นที่ระบุไว้ในเนื้อหา เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนส่วนบุคคลในทุกกรณี ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่มาโดยตรงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจในทุกขั้นตอน

Tags: SET CEO Surveyกลยุทธ์ธุรกิจการลงทุนต่างประเทศหนี้ครัวเรือนหุ้นไทยเศรษฐกิจไทย 2026แนวโน้มเศรษฐกิจ
Previous Post

วิกฤตสงครามดันน้ำมันพุ่ง! เปิดโผหุ้นไทยน่าเก็บหลังตลาดดิ่ง

Next Post

ถอดบทเรียนน่านฟ้าเดือด Emirates ฟื้นตัว แต่ตั๋วอาจแพงขึ้น

Next Post
ถอดบทเรียนน่านฟ้าเดือด Emirates ฟื้นตัว แต่ตั๋วอาจแพงขึ้น

ถอดบทเรียนน่านฟ้าเดือด Emirates ฟื้นตัว แต่ตั๋วอาจแพงขึ้น

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

RECOMMENDED NEWS

สรุปหุ้นกู้ SENA ปี 69 ดอกเบี้ยสูงสุด 5.80% น่าลงทุนไหม

สรุปหุ้นกู้ SENA ปี 69 ดอกเบี้ยสูงสุด 5.80% น่าลงทุนไหม?

3 เดือน ago
ทำไมอนาคตภายในไม่เกิน 2 ปี งานออฟฟิศจะหมดไป แล้วทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต

ทำไมอนาคตภายในไม่เกิน 2 ปี งานออฟฟิศจะหมดไป แล้วทักษะอะไรที่จะเป็นที่ต้องการในอนาคต

2 เดือน ago
ราคาทองคำหลังการสู้รบสหรัฐฯและอิหร่าน ทองจะไปถึงแสนได้จริงไหม?

ราคาทองคำหลังการสู้รบสหรัฐฯและอิหร่าน ทองจะไปถึงแสนได้จริงไหม?

2 เดือน ago
เปิดรอยร้าว OpenAI! CFO เบรกแผน IPO ปี 2026 หวั่นเผาเงินแสนล้าน? 

เปิดรอยร้าว OpenAI! CFO เบรกแผน IPO ปี 2026 หวั่นเผาเงินแสนล้าน? 

3 สัปดาห์ ago

FOLLOW US

BROWSE BY CATEGORIES

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

BROWSE BY TOPICS

AI Bitcoin SET Index Stagflation กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์ธุรกิจ การลงทุน การลงทุนต่างประเทศ ข่าวเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ จัดพอร์ตการลงทุน จัดพอร์ตลงทุน ช่องแคบฮอร์มุซ ดอกเบี้ยเฟด ตลาดหุ้นไทย พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า ราคาทองคำ ราคาทองวันนี้ ราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันพุ่ง ราคาน้ำมันโลก ลงทุนทองคำ วางแผนการเงิน วิกฤตตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ วิเคราะห์ราคาทอง วิเคราะห์หุ้น สงครามการค้า สงครามตะวันออกกลาง สงครามอิหร่าน สินทรัพย์ดิจิทัล สินทรัพย์ปลอดภัย หุ้นต่างประเทศ หุ้นพลังงาน หุ้นเทคโนโลยี หุ้นไทย อสังหาริมทรัพย์ เงินเฟ้อ เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย แนวโน้มราคาทอง แนวโน้มเศรษฐกิจ

POPULAR NEWS

  • เจาะลึกกลยุทธ์ ttb ปี 2569 ยกระดับ 3+ พลิกโฉมการเงินไทย

    เจาะลึกกลยุทธ์ ttb ปี 2569 ยกระดับ 3+ พลิกโฉมการเงินไทย

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ถอดรหัสสยามพิวรรธน์ ดันสงกรานต์ 69 สู่แพลตฟอร์มโลก ปลุกเศรษฐกิจไทย

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • อนาคตตลาดทุนไทย 69-71 วิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. และโอกาสที่นักลงทุนห้ามพลาด

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • สรุปหุ้นกู้ COCOCO 2569 ดอกเบี้ยสูง 5.05% รับเทรนด์สุขภาพระดับโลก

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • งานอาร์ตฮีลใจ! นิทรรศการบัตรแรบบิท สยามดิสคัฟเวอรี่ ฉลอง 74 ปี ไทย-ออสซี่

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
The Signals

In a world full of noise, leaders look for signals.

สื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจสำหรับผู้นำ ที่คัดกรองและตีความ “สัญญาณ” ของโลกเศรษฐกิจและธุรกิจ เพื่อให้เห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลง

Follow us on social media:

Recent News

  • แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ปรับลดเที่ยวบิน 2569 เซ่นพิษน้ำมันแพง เช็กเส้นทางด่วน! 
  • ถอดบทเรียนนิวยอร์กเก็บภาษีคนรวย สู่ทิศทางแก้ความเหลื่อมล้ำ กทม.
  • ChatGPT-5.5 ป่วนวงการไซเบอร์! เจาะดีล OpenAI x Microsoft พลิกเกมลงทุนยุค AI

Category

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

Recent News

แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ปรับลดเที่ยวบิน 2569 เซ่นพิษน้ำมันแพง เช็กเส้นทางด่วน! 

แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ปรับลดเที่ยวบิน 2569 เซ่นพิษน้ำมันแพง เช็กเส้นทางด่วน! 

เมษายน 24, 2026
ถอดบทเรียนนิวยอร์กเก็บภาษีคนรวย สู่ทิศทางแก้ความเหลื่อมล้ำ กทม.

ถอดบทเรียนนิวยอร์กเก็บภาษีคนรวย สู่ทิศทางแก้ความเหลื่อมล้ำ กทม.

เมษายน 24, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.