วันพุธ, มิถุนายน 10, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap
The Signals
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy
  • Login
No Result
View All Result
The Signals
Home Macroeconomics

วิกฤตแร่หายาก เมียนมา-จีน เขย่าต้นทุน EV โลก ชี้ชะตาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโลกอย่างไร?

วิกฤตแร่หายาก เมียนมา-จีน เขย่าต้นทุน EV โลก ชี้ชะตาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโลกอย่างไร?
0
SHARES
1
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คนส่วนใหญ่มักนึกถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนหรือซอฟต์แวร์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากเราเจาะลึกลงไปถึงแก่นแท้ของระบบขับเคลื่อน เราจะพบว่าชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง คือ “แม่เหล็กถาวรประสิทธิภาพสูง” ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในมอเตอร์ไฟฟ้า และเบื้องหลังความทรงพลังของแม่เหล็กเหล่านี้ คือวัตถุดิบที่เรียกว่า แร่หายาก (Rare Earth Elements) 

วิกฤตแร่หายาก เมียนมา-จีน เขย่าต้นทุน EV โลก ชี้ชะตาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโลกอย่างไร?

วิกฤตแร่หายาก เมียนมา-จีน เขย่าต้นทุน EV โลก ชี้ชะตาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโลกอย่างไร?

Related posts

น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่

น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่

มิถุนายน 10, 2026
วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI 

วิกฤตคนทำงานการเงิน 2026 แบงก์ทั่วโลกหั่น 63000 ตำแหน่ง เซ่นพิษ AI 

มิถุนายน 8, 2026

บทความนี้ The Signals จะพาคุณไปทำความเข้าใจโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน EV ในปัจจุบัน โดยเฉพาะบทบาทที่ถูกซ่อนไว้ของประเทศเมียนมา นโยบายควบคุมของจีน และทิศทางในอนาคตที่อุตสาหกรรมตลอดจนนักลงทุนต้องจับตามอง

หัวใจของมอเตอร์ EV ทำความรู้จัก HREE

ในกลุ่มแร่หายากทั้งหมด มีกลุ่มย่อยที่ทวีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน นั่นคือ แร่หายากประเภทหนัก (Heavy Rare Earth Elements หรือ HREE) โดยเฉพาะตัวที่เป็นแกนหลักอย่าง ดิสโพรเซียม (Dysprosium) และ เทอร์เบียม (Terbium)

แร่ธาตุเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันความร้อน ช่วยให้แม่เหล็กถาวรสามารถรักษาสภาพและทำงานได้อย่างเสถียรแม้ในสภาวะที่อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับมอเตอร์ของรถ EV สมรรถนะสูง รวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ เช่น หุ่นยนต์อุตสาหกรรม กังหันลมผลิตไฟฟ้า และระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ (อาทิ เรดาร์และมิสไซล์)

เมียนมา “เหมืองลับ” กลางสมรภูมิรบ

ข้อมูลจากรายงานของนักวิเคราะห์หลายสำนักชี้ให้เห็นความจริงที่น่าตกใจประการหนึ่ง กล่าวคือ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมียนมาไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย แต่ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในแหล่งทรัพยากรแร่ HREE จากนอกจีนที่สำคัญที่สุด โดยระหว่างปี 2017–2024 แร่หายากจากเมียนมามีสัดส่วน ประมาณ 60–87% ของปริมาณแร่หายากที่จีนต้องนำเข้าในแต่ละปี และเฉลี่ยราวสองในสามของการนำเข้าทั้งหมด เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมแม่เหล็กและเทคโนโลยีระดับสูง

ทว่า เหมืองแร่ที่สำคัญเหล่านี้กลับตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ที่ยังคงมีความขัดแย้ง โดยเฉพาะในรัฐกะฉิ่น บริเวณรอบเมืองเหมืองแร่ที่ติดกับชายแดนจีน ซึ่งกลุ่มกองกำลังอย่าง Kachin Independence Army (KIA) มีอิทธิพลควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์เอาไว้ ส่งผลให้กระบวนการขุดเจาะและลำเลียงแร่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและมีความเสี่ยงแฝงอยู่ตลอดเวลา

รายงานเชิงสืบสวนระบุเพิ่มเติมว่า แหล่งแร่หายากประเภทหนักจำนวนมากในเมียนมาถูกขุดขึ้นในพื้นที่ที่ควบคุมโดยกองกำลังทหารหรือกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับทั้งรัฐบาลทหารเมียนมาและกลุ่มผู้รับซื้อจากจีน ในหลายกรณี จีนใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ เช่น การขู่ระงับการรับซื้อหรือจำกัดการนำเข้า เพื่อเป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองกับผู้มีอำนาจในพื้นที่ ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ อุปทานแร่จากเมียนมาขาดความสม่ำเสมอ ส่งผลให้ราคา HREE ในตลาดโลกนอกประเทศจีนมีความผันผวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วิกฤต “คอขวดสองชั้น” ในห่วงโซ่อุปทานปี 2026

คำถามสำคัญ คือ ทำไมประเด็นเรื่องห่วงโซ่อุปทานแร่หายากจึงกลายมาเป็นวาระเร่งด่วนในช่วงปี 2025-2026? คำตอบอยู่ที่การก่อตัวของสิ่งที่เรียกว่า “คอขวดสองชั้น” (Double Bottleneck)

  • ชั้นที่หนึ่ง – ความเปราะบางในเมียนมา สถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมาทวีความเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายแดนจีน การปะทะกันที่ยืดเยื้อทำให้กิจกรรมเหมืองแร่และการขนส่งหยุดชะงัก รายงานของ ISP-Myanmar และงานวิเคราะห์ด้านห่วงโซ่อุปทานระบุว่า ในบางช่วงของปี 2025 ปริมาณการผลิตและการส่งออกแร่หายากจากเมียนมาลดลงจากระดับปกติอย่างมีนัยสำคัญ จากทั้งปัจจัยความขัดแย้งและมาตรการตรวจสอบเหมือง
  • ชั้นที่สอง – นโยบายควบคุมการส่งออกของจีนในปี 2025 จีนเริ่มนำมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากมาใช้ในวงกว้าง โดยใช้ ระบบใบอนุญาตส่งออกที่เข้มงวด ครอบคลุมแร่หายากหนักบางชนิดและผลิตภัณฑ์แม่เหล็กที่เกี่ยวข้อง จากรายงานของ ROIC.ai และสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นมา จีนกำหนดให้ใบอนุญาตส่งออกแร่หายากบางรายการมีอายุเพียง 6 เดือน ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศสำหรับแร่หายากที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีป้องกันประเทศและเทคโนโลยีชั้นสูง การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ประเทศต่างๆ ที่อยู่นอกจีนต้องเผชิญกับสภาวะซัพพลายที่ตึงตัว ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น และต้องเร่งหาทางกระจายความเสี่ยงอย่างเร่งด่วน

เกมภูมิรัฐศาสตร์บนกระดาน “แร่หายาก”

เพื่อความเข้าใจที่ครอบคลุม เราต้องมองไปที่ภาพใหญ่ของตลาดโลก ข้อมูลจาก IEA และหน่วยงานสำรวจแร่ระบุว่า ในปี 2023–2024 จีนครองสัดส่วนการผลิตแร่หายากจากเหมืองทั่วโลกประมาณ 70% และครองสัดส่วนกำลังการแปรรูป/ถลุงแร่คิดเป็นราว 90–91% ของปริมาณโลก

กล่าวอีกนัยหนึ่ง จีนไม่ได้มีเพียงแค่ทรัพยากรตั้งต้น แต่กุมเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานในการแปรรูปไว้เกือบเบ็ดเสร็จ เมื่อจีนประกาศจำกัดการส่งออก HREE บางชนิดในปี 2025 และเพิ่มมาตรการควบคุมสินค้าประเภท “Dual-use” (สินค้าที่ใช้ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร) ที่ส่งออกไปยังญี่ปุ่นในช่วงต้นปี 2026 ผลกระทบจึงกระจายไปทั่วโลก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ บริษัทผู้ผลิตแม่เหล็กถาวรขั้นสูงในญี่ปุ่น ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดโลกราว 15% ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านวัตถุดิบทันที ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศอื่นๆ ที่พยายาม “De-risk” หรือลดการพึ่งพาจีน กลับพบว่าทางเลือกอื่นในตลาดยังมีจำกัดมาก

Chris Berry นักวิเคราะห์ด้านโลหะชั้นนำ ได้ให้มุมมองไว้ว่า การที่จีนเข้ามาควบคุมโควตาการส่งออกแร่หายาก จะเป็นปัจจัยหลักที่หล่อเลี้ยงให้ราคายืนอยู่ในระดับสูง และสร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างซัพพลายนอกจีนไปอีกหลายปี การเดินหมากของจีนในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การดูแลอุตสาหกรรม EV ในประเทศ แต่เป็นการคุมเกม “วัตถุดิบแห่งอนาคต” อย่างเบ็ดเสร็จ

ทำไมสำนักวิเคราะห์ด้านพลังงาน และธนาคารเพื่อการลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่ง ถึงประเมินว่าปัญหาจะลากยาวถึงปี 2027?

สำนักวิเคราะห์ด้านพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกหลายแห่งประเมินว่าสภาวะคอขวดในตลาดแร่หายาก (โดยเฉพาะกลุ่ม HREE) จะยังคงดำเนินต่อไปตลอดช่วงปี 2026-2027 โดยมี 3 เหตุผลหลักสนับสนุน ได้แก่

  1. การผูกขาดห่วงโซ่การผลิตของจีน ข้อมูลจากนักวิชาการญี่ปุ่นชี้ว่า จีนมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างทั้งด้าน Economy of Scale และต้นทุน ทำให้ผลิตภัณฑ์แร่หายากที่ผ่านการแปรรูปจากจีนมี ต้นทุนต่ำกว่าผู้ผลิตนอกจีนอย่างมีนัยสำคัญ จากทั้งขนาดการผลิต นโยบายอุดหนุน และโครงสร้างต้นทุนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
  2. กำลังการผลิตนอกจีนยังต้องใช้เวลา โครงการพัฒนาเหมืองและโรงงานแปรรูปแห่งใหม่ในประเทศแถบตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และในทวีปยุโรป ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการลงทุน (Capital Expenditure Phase) ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาอีกหลายปีกว่าจะสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบ แถมยังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายเรื่องกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
  3. อุปสงค์ที่พุ่งทะยานไม่หยุด ความต้องการใช้งาน HREE ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ขยายวงกว้างไปยังระบบหุ่นยนต์ AI, ระบบระบายความร้อนใน Data Center (Data Center Cooling Systems) และเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง

นักวิเคราะห์หลายราย มองว่า หากอุปทานนอกจีนเติบโตไม่ทันอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจาก EV และเทคโนโลยีสะอาด ราคากลุ่ม HREE ในตลาดนอกจีนมีแนวโน้มซื้อขายที่ระดับพรีเมียมเมื่อเทียบกับต้นทุนในจีนอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยตลอดช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 2020s

สรุปข้อมูลสำคัญ โครงสร้างตลาดและคอขวดแร่หายาก

หัวข้อที่ต้องจับตา รายละเอียดเชิงลึก
อิทธิพลของจีน (ข้อมูลปี 2024) ครองสัดส่วน ประมาณ 70% ของการผลิตจากเหมืองโลก และ ราว 90–91% ของการแปรรูป/ถลุงแร่
บทบาทของเมียนมา แหล่งซัพพลายหลักของ Dysprosium และ Terbium ป้อนสู่จีนเพื่อใช้ผลิตแม่เหล็ก EV
จุดเปลี่ยนปี 2025 จีนบังคับใช้ระบบใบอนุญาตเข้มงวดและเริ่มจำกัดการส่งออกแร่หายาก (เริ่ม เมษายน 2025)
สำนักวิเคราะห์ด้านพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกหลายแห่ง ประเมินว่า คอขวดในตลาดแร่หายาก โดยเฉพาะกลุ่ม HREE จะยังดำเนินต่อไปอย่างน้อยตลอดช่วงปี 2026–2027 เนื่องจากโครงการเหมืองและโรงงานแปรรูปนอกจีนส่วนใหญ่เพิ่งอยู่ในระยะลงทุน ขณะที่อุปสงค์จาก EV, พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีป้องกันประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารเพื่อการลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่ง เตือนในบทวิเคราะห์ว่า ห่วงโซ่อุปทานแร่หายากมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สูง และอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงด้านอุปทานของอุตสาหกรรม EV และเทคโนโลยีสะอาดในช่วงหลายปีข้างหน้า

มองข้ามช็อต ‘จับจังหวะทำกำไรและน่านน้ำใหม่ในวิกฤตแร่หายาก’

แม้สถานการณ์ภาพรวมจะดูมีความซับซ้อน แต่ในโลกของการดำเนินธุรกิจและการลงทุน ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมาพร้อมโอกาสเสมอ

  1. โอกาสในกลุ่มสินทรัพย์และเทคโนโลยีสะอาด กองทุนและบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่แร่หายากนอกประเทศจีน เช่น บริษัทเหมืองในออสเตรเลีย แคนาดา หรือโครงการพัฒนานวัตกรรมแปรรูปแร่ในยุโรป มีแนวโน้มได้รับผลเชิงบวกจากทิศทางราคา HREE ที่ปรับตัวสูงขึ้น
  2. โอกาสของประเทศไทยกับยุทธศาสตร์ Critical Minerals ประเทศไทยมีแหล่งแร่บางชนิดที่มีศักยภาพทางภาคใต้ ประกอบกับมีโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง หากภาครัฐและเอกชนสามารถผลักดันแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านแร่สำคัญ (Critical Minerals) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ไทยอาจก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางการแปรรูปและรีไซเคิลแร่หายาก” เพื่อป้อนเข้าสู่สายการผลิต EV ในภูมิภาคอาเซียนได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศต้นน้ำเพียงอย่างเดียว
  3. โอกาสด้านวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีทางเลือก เมื่อต้นทุนของดิสโพรเซียมและเทอร์เบียมแพงขึ้น จะกลายเป็นตัวเร่ง (Catalyst) ให้เกิดการลงทุนด้าน R&D ทั่วโลก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีมอเตอร์ที่พึ่งพาแร่หายากน้อยลง (Rare-earth-free motors) หรือมองหาวัสดุทางเลือกอื่น ซึ่งถือเป็นเวทีทองสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพสาย Deep Tech

จับตา “หลุมพราง” อุตสาหกรรม สิ่งที่ธุรกิจ EV ต้องระวังเพื่อไม่ให้สะดุด

ในทางกลับกัน การเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

  1. ต้นทุนการผลิต EV ที่อาจสูงขึ้น หากราคา HREE ยังคงยืนในระดับสูง ต้นทุนการผลิตมอเตอร์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย สิ่งนี้อาจกดดันอัตรากำไร (Margin) ของผู้ผลิตรถยนต์ หรืออาจถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคในรูปแบบของราคารถยนต์ที่แพงขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่ไม่มีฐานการผลิตเชื่อมโยงกับวัตถุดิบต้นทุนต่ำ
  2. ความเปราะบางของ Supply Chain ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยที่ยังต้องพึ่งพาชิ้นส่วนต้นน้ำจากจีนในสัดส่วนที่สูง ควรเริ่มทำการทดสอบความแข็งแกร่ง (Stress Test) ของห่วงโซ่อุปทานตนเอง ว่ามีจุดกระจุกตัวที่เสี่ยงต่อการหยุดชะงักมากน้อยเพียงใด
  3. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) หากในอนาคตมีมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) หรือข้อกำหนดใหม่ๆ จากเวทีโลกที่เกี่ยวข้องกับเมียนมา หรือ แหล่งแร่ที่มีความขัดแย้ง องค์กรที่เกี่ยวข้องอาจต้องเผชิญกับความท้าทายด้านกฎหมายตลอดจนความเสี่ยงด้านชื่อเสียง
  4. ความผันผวนของสินทรัพย์โภคภัณฑ์ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเหมืองแร่หรือสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องตระหนักว่าราคาของสินทรัพย์เหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์สูงมาก จึงมีความผันผวนรุนแรงกว่าปกติ

ปรับตัวอย่างไรในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์นำเศรษฐกิจ?

ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นที่เมียนมามีอิทธิพลต่อห่วงโซ่อุปทาน EV ในฐานะแหล่งวัตถุดิบหลักของจีน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทยเลย เพราะมันเชื่อมโยงไปถึงราคาสินค้าเทคโนโลยีที่เราใช้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ไปจนถึงทิศทางการวางแผนพอร์ตการลงทุนในระยะยาว

โลกที่กำลังเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด ห่วงโซ่อุปทานไม่ได้ถูกกำหนดด้วยความสามารถด้าน “โลจิสติกส์” และ “ต้นทุน” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “ภูมิรัฐศาสตร์รูปแบบใหม่” ภาพความเป็นจริงที่อาจเกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า คือ เราอาจเห็นการแบ่งขั้ว (Decoupling) ของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่ชัดเจนขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์อาจต้องยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับความมั่นคงทางวัตถุดิบ (Supply Chain Resilience) สิ่งสำคัญคือ ภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียง “ผู้รับผลกระทบด้านราคา” ไปสู่การเป็น “ผู้เล่นที่เข้าใจและเท่าทันเกม” เพื่อวางกลยุทธ์รับมือและคว้าโอกาสในวันที่ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยทรัพยากรที่มองไม่เห็นอย่าง “แร่หายาก”

อ้างอิงจาก 

  • https://www.seaisi.org/details/24787?type=news-rooms
  • https://www.mining-technology.com/analyst-comment/china-global-rare-earth-production/
  • https://rareearthexchanges.com/news/analyst-report-china-to-maintain-rare-earth-dominance-through-2035/
  • https://rareearthexchanges.com/news/chinas-tightest-rare-earth-grip-isnt-the-rock-its-the-refining-margin/
  • https://ispmyanmar.com/wp-content/uploads/2025/04/Conflict_Economy_Myanmar_Rare_Earth_ENG.pdf
  • https://ispmyanmar.com/unearthing-the-cost-rare-earth-mining-in-myanmars-war-torn-regions/
  • ​https://ispmyanmar.com/pet-03/
  • https://ti22strategies.com/blog/myanmars-rare-earth-dependency-chinas-hidden-supply-chain-latest-developments-and-analysis
  • https://www.cnbc.com/2025/06/24/chinas-rare-earth-dominance-myanmar-plays-a-critical-role-.html
  • ​https://www.roic.ai/news/beijing-tightens-rare-earth-export-controls-with-six-month-license-validity-06-11-2025
  • https://epthinktank.eu/2025/11/24/chinas-rare-earth-export-restrictions/
  • https://www.reuters.com/business/autos-transportation/china-puts-six-month-limit-its-ease-rare-earth-export-licenses-wsj-reports-2025-06-11/
  • https://www.china-briefing.com/news/chinas-rare-earth-export-controls-impacts-on-businesses/
Tags: ภูมิรัฐศาสตร์มอเตอร์EVรถยนต์ไฟฟ้าลงทุนหุ้นวิกฤตพลังงานห่วงโซ่อุปทาน​แร่หายาก
Previous Post

เจาะสถิติราคาทอง 8 วิกฤตโลก! ซื้อตอนไหนกำไรสุด? พร้อมพิกัดลงทุนเริ่ม 100 บาท

Next Post

ฮอลลีวูดเปลี่ยนเกม ทำไมสตูดิโอเลิกขายหนัง แล้วหันมาถือครอง IP แทน?

Next Post
ฮอลลีวูดเปลี่ยนเกม ทำไมสตูดิโอเลิกขายหนัง แล้วหันมาถือครอง IP แทน?

ฮอลลีวูดเปลี่ยนเกม ทำไมสตูดิโอเลิกขายหนัง แล้วหันมาถือครอง IP แทน?

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

RECOMMENDED NEWS

ราคาทองคำร่วงหลุด $5,100 ต่อออนซ์  สัญญาณอันตราย หรือแค่ ย่อตัวเพื่อไปต่อ

ราคาทองคำร่วงหลุด $5,100 ต่อออนซ์  สัญญาณอันตราย หรือแค่ ย่อตัวเพื่อไปต่อ?

3 เดือน ago
พลิกโฉม Wealth Management ไทย! ลุยจัดพอร์ตระดับโลกกับ Krungsri x Invesco

พลิกโฉม Wealth Management ไทย! ลุยจัดพอร์ตระดับโลกกับ Krungsri x Invesco

3 เดือน ago
สรุปชัด คลังจัดชุดใหญ่ มาตรการเยียวยา 2569 อุ้มค่าครองชีพ-หนุนธุรกิจ

สรุปชัด คลังจัดชุดใหญ่ มาตรการเยียวยา 2569 อุ้มค่าครองชีพ-หนุนธุรกิจ

2 เดือน ago
เกาหลีใต้เปิดเกมรุก! บังคับใช้กฎหมาย AI ครั้งแรกของโลก

เกาหลีใต้เปิดเกมรุก! บังคับใช้กฎหมาย AI ครั้งแรกของโลก

4 เดือน ago

FOLLOW US

BROWSE BY CATEGORIES

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

BROWSE BY TOPICS

AI OpenAI กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์ธุรกิจ การลงทุน การลงทุนต่างประเทศ ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวเศรษฐกิจโลก ค่าครองชีพ จัดพอร์ตลงทุน ชิป AI ช่องแคบฮอร์มุซ ดอกเบี้ยเฟด ตลาดหุ้นไทย ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า ราคาทองคำ ราคาทองวันนี้ ราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันพุ่ง ราคาน้ำมันโลก ลงทุนทองคำ วางแผนการเงิน วิกฤตตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ วิเคราะห์ราคาทอง วิเคราะห์หุ้น สงครามตะวันออกกลาง สงครามอิหร่าน สินทรัพย์ปลอดภัย หุ้นต่างประเทศ หุ้นพลังงาน หุ้นเทคโนโลยี หุ้นไทย อสังหาริมทรัพย์ เงินเฟ้อ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี AI เทรนด์เทคโนโลยี เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย แนวโน้มราคาทอง แนวโน้มเศรษฐกิจ

POPULAR NEWS

  • วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง รับ 4000 บาท ใครได้บ้างเช็กเลย!

    วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง รับ 4000 บาท ใครได้บ้างเช็กเลย!

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ส่อง 3 หุ้นซูชิยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เปลี่ยนมื้ออร่อยให้เป็นขุมทรัพย์

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ส่องอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 10 ประเทศ และ วิธีกู้ซื้อบ้านในช่วงดอกเบี้ยขาลง

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ดัชนี Nikkei พุ่งทำนิวไฮทะลุ 65900 จุด เมื่อชิป AI คือ ขุมพลังขับเคลื่อนตลาดทุน

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
  • ก้าวใหม่สาธารณสุข ข้อมูลสุขภาพบนบล็อกเชน คุณเป็นเจ้าของเอง

    0 shares
    Share 0 Tweet 0
The Signals

In a world full of noise, leaders look for signals.

สื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจสำหรับผู้นำ ที่คัดกรองและตีความ “สัญญาณ” ของโลกเศรษฐกิจและธุรกิจ เพื่อให้เห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลง

Follow us on social media:

Recent News

  • น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่
  • EARTH JUMP 2026 พลิกโฉมธุรกิจ SME ไทยสู่ยุคความยั่งยืนด้วย K-Climate Solutions
  • เจาะแนวโน้มหุ้นไทย กับกลยุทธ์รับมือความผันผวน ชู 5 หุ้นเด่นกลุ่มส่งออก-อิเล็กทรอนิกส์

Category

  • Business
  • Lifestyle
  • Macroeconomics
  • Markets
  • News
  • Politics & Policy
  • Press Release
  • Sustainability / ESG
  • Trends

Recent News

น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่

น้ำมันร่วง ดอกเบี้ยจ่อขยับ! เมื่อความขัดแย้งกำลังจัดระเบียบการลงทุนใหม่

มิถุนายน 10, 2026
EARTH JUMP 2026 พลิกโฉมธุรกิจ SME ไทยสู่ยุคความยั่งยืนด้วย K-Climate Solutions

EARTH JUMP 2026 พลิกโฉมธุรกิจ SME ไทยสู่ยุคความยั่งยืนด้วย K-Climate Solutions

มิถุนายน 10, 2026
  • Contact
  • Home
  • Sitemap

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password?

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In
No Result
View All Result
  • Home
  • Markets
  • Business
  • Macroeconomics
  • Trends
  • Lifestyle
  • More
    • Sustainability / ESG
    • Opinion
    • News
      • Brief
      • Press Release
    • Politics & Policy

© 2026 The Signals - Decode the Signals. Shape the Future.