สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมมาถึงเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่าประเทศไทยเองก็ต้องเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่ไปกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูง หรือที่รู้จักกันในชื่อภาวะ Stagflation (อ้างอิงจากนิยามทางเศรษฐศาสตร์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ภาวะนี้ถือเป็นความท้าทายระดับสูงเพราะเศรษฐกิจจะโตช้าแต่สินค้ามีราคาแพงขึ้น)
สรุปชัด คลังจัดชุดใหญ่ มาตรการเยียวยา 2569 อุ้มค่าครองชีพ-หนุนธุรกิจ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ “มาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง” ตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอ เป้าหมายหลักคือการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และเกษตรกร ในขณะเดียวกันก็มุ่งสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ประกอบการปรับตัว (Transform) หันมาใช้พลังงานสะอาดทดแทนน้ำมัน รวมถึงอัดฉีดสภาพคล่องให้ต้นน้ำของ Supply Chain เพื่อป้องกันการผลักภาระต้นทุนไปสู่ผู้บริโภค
เรามาเจาะลึกรายละเอียดกันแบบเต็มๆ ว่ามาตรการเหล่านี้ครอบคลุมใครบ้างและมีเงื่อนไขอย่างไร
- มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน เริ่มกันที่กลุ่มประชาชนทั่วไปและกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลได้แบ่งสัดส่วนการช่วยเหลือออกเป็นสองแกนหลักอย่างชัดเจน
กลุ่มเปราะบาง: รัฐบาลเดินหน้าบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.22 ล้านคน โดยทำการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
กลุ่มประชาชนทั่วไป: เน้นการเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด เพื่อหนีจากความผันผวนของวิกฤตพลังงาน ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ ดังนี้
- ธนาคารออมสิน จัดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงาน วงเงินโครงการรวม 5,000 ล้านบาท สนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนนำไปติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) หรือซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี ด้วยดอกเบี้ยอัตราพิเศษ สามารถยื่นขอได้ยาวไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดเต็มสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3 รูปแบบ ได้แก่ (1) สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับซื้อ สร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม หรือซื้ออุปกรณ์ระบบพลังงานทดแทน ดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 2.20 ต่อปี กู้ได้นานสูงสุด 40 ปี ยื่นคำขอได้ถึง 30 เมษายน 2569 (2) สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ สร้าง หรือรีไฟแนนซ์บ้านที่ได้การรับรองบ้านเบอร์ 5 จาก กฟผ ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.69 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี รับคำขอถึง 30 ธันวาคม 2569 และ (3) สินเชื่อ Solar Roof สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงไว้ หากต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof รับวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
- มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร ในส่วนของภาคการเกษตร รัฐบาลได้มอบหมายให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินหน้าโครงการ “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง” วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรนำไปจัดซื้อปัจจัยการผลิต
ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการนี้ยังพ่วงการอบรมให้ความรู้และวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดิน พืช และพื้นที่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถเกษตรกร โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ความพิเศษคือ หากเกษตรกรปฏิบัติตามเกณฑ์และเงื่อนไข รัฐบาลจะช่วยจ่ายดอกเบี้ยแทนให้ร้อยละ 3 ต่อปี ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน ภายใต้ระยะเวลาโครงการ 3 ปี
- มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ ขยับมาที่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ มาตรการถูกออกแบบมาเพื่ออุดรอยรั่วและเสริมสภาพคล่องอย่างตรงจุด
- คู่สัญญาภาครัฐ กรมบัญชีกลางผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น หากผู้ชนะการประมูลไม่สามารถลงนามสัญญาได้ จะถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่โดนทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน ส่วนสัญญาที่ลงนามไปแล้วสามารถเจรจาขอหยุดงานชั่วคราวได้ หรือถ้าเซ็นสัญญาแล้วยังไม่เริ่มงาน หน่วยงานรัฐสามารถเลิกสัญญาและคืนเงินประกันได้ นอกจากนี้ยังขยายราคากลางงานก่อสร้างอิงตามราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่อัตรา 51.00 – 69.99 บาทต่อลิตร ขณะเดียวกัน สำนักงบประมาณก็เร่งให้หน่วยงานรัฐโอนหรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรรเพื่อชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างแบบปรับราคาได้ (ค่า K) พร้อมปรับปรุงเกณฑ์การคำนวณให้สะท้อนความผันผวนของราคาวัสดุและน้ำมันในปัจจุบัน
- มาตรการสำหรับ SMEs กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อ Soft Loan “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงิน 100,000 ล้านบาท เน้นช่วยธุรกิจที่ต้องการปรับตัว (Transformation) สู่วิถีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล และเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมีโครงการ “SME Green Productivity” จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ที่ให้เงินทุนเพื่อยกระดับสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ครอบคลุมระบบพลังงานทดแทนและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินกู้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย ปิดท้ายด้วย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ที่ออกแพ็กเกจ “EXIM Support Plus” เสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออกที่แบกรับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยคิดดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการรายย่อยร้อยละ 4.00 ต่อปี พร้อมอัดโปรโมชันประกันการส่งออกด้วยเรตเบี้ยประกันพิเศษเพื่อปิดความเสี่ยง
- มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง ภาคขนส่งคือหัวใจสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน คณะรัฐมนตรีจึงจัดสรรงบประมาณ 2,061 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนค่าน้ำมันเป็นเวลา 42 วัน (ตั้งแต่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569) โดยกระจายความช่วยเหลือดังนี้
- กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และน้อยกว่า 10 ล้อ) จำนวน 1,354 ล้านบาท
- กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 97 ล้านบาท
- กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 (รถตู้และรถมินิบัส) จำนวน 81 ล้านบาท
- กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4 จำนวน 9 ล้านบาท
- กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ล้านบาท
- กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง จำนวน 311 ล้านบาท และ 7) สนับสนุนเงินให้ บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ (6 – 19 เมษายน 2569) จำนวน 200 ล้านบาท
นอกจากนี้ นายเอกนิติฯ ย้ำชัดว่าภาครัฐเองก็ต้องลดการใช้งบประมาณเช่นกัน โดยสำนักงบประมาณสั่งงดดูงานและอบรมต่างประเทศ เปลี่ยนมาจัดในประเทศแทน พร้อมลุยมาตรการ Work From Home ในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการบริการประชาชน เพื่อประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ
สรุปครบทุกประเด็น! มาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบตะวันออกกลาง ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภาคเกษตร ขนส่ง และสินเชื่อ Green Transition
เพื่อเป็นการตั้งรับและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที ล่าสุดทาง ‘เอกนิติ’ ได้จัดชุดใหญ่คลอดมาตรการให้ความช่วยเหลือแบบครอบคลุมตั้งแต่มหภาคไปจนถึงจุลภาค ทั้งกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง ภาคเกษตรกร ไปจนถึงผู้ประกอบการ SMEs วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดของแต่ละมาตรการจากปากของทางคุณ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กันแบบชัดๆ ว่ามีอะไรบ้าง และใครได้ประโยชน์อย่างไร
1. การเยียวยาเร่งด่วนสำหรับ “กลุ่มเปราะบาง”
เริ่มต้นด้วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นเร็วที่สุด รัฐบาลได้ออกมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่าน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเน้นไปที่การอัดฉีดกำลังซื้อในชีวิตประจำวัน
- รายละเอียดการช่วยเหลือ: มีการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจากเดิม 300 บาท ปรับขึ้นเป็น 400 บาท
- ระยะเวลา: ดำเนินการเป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
2. ลดต้นทุน เติมทุนให้ “ภาคเกษตร”
ขยับมาดูฝั่งกระดูกสันหลังของชาติกันบ้าง ในช่วงที่ต้นทุนการเกษตรอย่างปุ๋ยและปัจจัยการผลิตผันผวนตามราคาน้ำมันโลก ได้มีการคลอดมาตรการ โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- เป้าหมาย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มทักษะที่เกี่ยวข้องให้กับเกษตรกร
- เงื่อนไขและวงเงิน เตรียมวงเงินสินเชื่อไว้รองรับถึง 30,000 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี แต่จุดที่น่าสนใจคือ รัฐจะช่วยจ่ายดอกเบี้ยแทนร้อยละ 3 (เมื่อทำตามเงื่อนไขที่กำหนด) และสามารถกู้ได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ต่อราย
3. ตรึงราคาพลังงานเพื่อ “ภาคขนส่ง”
ยิ่งไปกว่านั้น ภาคขนส่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ หากค่าขนส่งพุ่ง สินค้าทุกอย่างก็จะแพงตาม จึงมีการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 2,060.74 ล้านบาท เพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่ง โดยมีระยะเวลาดำเนินการในช่วง 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งครอบคลุมถึง 5 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- กลุ่มรถขนส่งรับจ้าง (ครอบคลุมทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถบรรทุกขนาดเล็ก)
- กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ
- กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัสที่ใช้น้ำมันดีเซล)
- กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
- กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถบัส รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส)
4. ปลดล็อกข้อจำกัด “ผู้ประกอบการคู่สัญญาภาครัฐ”
นอกจากประชาชนทั่วไปแล้ว กลุ่มธุรกิจที่รับงานภาครัฐก็กำลังเผชิญกับราคาวัสดุก่อสร้างและน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น มาตรการนี้จึงสั่งการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอนหรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อนำมาเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ในขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณได้เข้ามาช่วยผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการลดแรงกระแทกจากต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้
5. เตรียมพร้อมประชาชนและ SMEs เปลี่ยนผ่านสู่ “พลังงานสะอาด”
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่ผันผวน สถาบันการเงินของรัฐจึงผนึกกำลังกันออกแคมเปญสนับสนุนการปรับตัว (Green Transition) ดังนี้:
- ธนาคารออมสิน (GSB) จัดหนักด้วยโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ภายใต้ชื่อ “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงินสูงถึง 100,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่ม SMEs ควบคู่ไปกับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการปรับตัวด้านพลังงาน วงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับภาคประชาชนทั่วไป
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อการประหยัดพลังงาน ครอบคลุมตั้งแต่การซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และ Refinance ที่อยู่อาศัย รวมถึงปล่อยสินเชื่อกู้เพื่อซื้อ Solar Rooftop โดยให้วงเงิน 300,000 บาท ต่อราย ด้วยอัตราดอกเบี้ยสุดพิเศษ 3.90% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก
- ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน. / EXIM Bank) สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกที่อ่วมจากต้นทุนค่าขนส่ง โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยเพียงร้อยละ 2.06 ต่อปี นอกจากนี้ยังมีโครงการประกันการส่งออกที่ให้อัตราเบี้ยประกันพิเศษ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติตะวันออกกลาง
- ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว. / SME D Bank) จัดทำโครงการ SMEs Green Productivity เพื่อยกระดับและดัน SMEs ให้เปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อราย
6. ภาครัฐนำร่อง “ปรับลดการใช้งบประมาณ”
เมื่อขอให้ทุกภาคส่วนปรับตัว รัฐบาลเองก็ต้องทำเป็นตัวอย่าง คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณดำเนินการทบทวนและลดการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐลงอย่างจริงจัง มาตรการนี้รวมถึงการงดการเดินทางไปศึกษาดูงาน หรือการฝึกอบรมในต่างประเทศ โดยให้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน ตลอดจนรณรงค์ลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สรุปมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบตะวันออกกลาง ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภาคเกษตร ขนส่ง และสินเชื่อ Green Transition
เมื่อมองตามหลักความเป็นจริง การอัดฉีดเม็ดเงินและมาตรการช่วยเหลือชุดนี้ จะทำหน้าที่เสมือน “โช้คอัพ” ที่ช่วยซับแรงกระแทกจากสภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะสั้น (Short-term Relief) โดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ที่มาตรการอุดหนุนค่าน้ำมันและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีผลบังคับใช้
ทว่าในระยะยาว ความสำเร็จที่แท้จริงจะไปตกอยู่ที่กลุ่ม มาตรการปรับตัวสู่พลังงานสะอาด หาก SMEs และประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อ Solar Rooftop หรือเปลี่ยนผ่านไปใช้อุตสาหกรรมสีเขียวได้ตามเป้าหมาย ประเทศไทยจะสามารถลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์และรัฐที่อาจมีความซับซ้อน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องลดขั้นตอนเหล่านี้ลง เพื่อให้การกระจายเม็ดเงินเกิดขึ้นจริงและเกิดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริงนั่นเอง
อนาคตเศรษฐกิจไทยกับความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม
ท้ายที่สุดแล้ว การขับเคลื่อนนโยบายกระสุนตกของกระทรวงการคลังในรอบนี้ ถือเป็นการกางร่มคันใหญ่เพื่อสร้างนิเวศทางธุรกิจ ที่ช่วยพยุงลมหายใจให้ภาคเอกชนและประชาชนเดินหน้าต่อได้ แต่ในความน่าจะเป็นที่อาจเกิดขึ้น หากสงครามยืดเยื้อและกินเวลาลากยาว มาตรการระยะสั้นเหล่านี้อาจเป็นเพียงแค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ก้าวต่อไปที่เราทุกคนต้องตระหนักคือ การปรับตัวเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง การใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็นสะพานเชื่อมไปสู่การยกระดับธุรกิจ ลดการพึ่งพาน้ำมัน และหันเข้าหาเทคโนโลยีสีเขียว ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรที่สามารถ Transform ตัวเองได้ทันเวลา จะกลายเป็นผู้รอดชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ
ข้อมูลสำหรับติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โทร 02 555 0555 ธนาคารออมสิน โทร 02 299 8000 หรือสายด่วน 1115 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร 02 645 9000 ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โทร 02 169 9999 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย โทร 0 2265 3000 หรือสายด่วน 1357 กรมบัญชีกลาง โทร 02 127 7000 สำนักงบประมาณ โทร 02 278 7000
ตารางสรุปไฮไลต์ คลังงัดมาตรการเยียวยา สู้ Stagflation 2569
| กลุ่มเป้าหมาย | มาตรการช่วยเหลือหลัก | ไฮไลต์สำคัญที่ต้องรู้ |
| ประชาชน (กลุ่มเปราะบาง) | เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ | ขยายวงเงินซื้อของจาก 300 เป็น 400 บาท (13 เม.ย. – 12 พ.ค. 69) |
| ประชาชน (ทั่วไป) | สินเชื่อ Soft Loan พลังงานสะอาด | ออมสิน/ธอส ดันสินเชื่อติดโซลาร์เซลล์ ซื้อรถ EV และบ้านประหยัดไฟ |
| ภาคเกษตรกร | โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง | ธ.ก.ส ให้กู้ซื้อปัจจัยการผลิต รัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้ 3% ต่อปี |
| ผู้ประกอบการ (SMEs/รัฐ) | เสริมสภาพคล่องและผ่อนปรนสัญญา | สินเชื่อ GSB พลิกฟื้นธุรกิจ 1 แสนล้าน / รัฐผ่อนปรนเกณฑ์ไม่ทิ้งงาน |
| ภาคขนส่ง | อุดหนุนค่าน้ำมัน 42 วัน | เทงบ 2,061 ล้านบาท ช่วยรถบรรทุก มอเตอร์ไซค์วิน แท็กซี่ และรถตู้ |










