เรามาเริ่มต้นด้วยการอัปเดตสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจกันก่อนเลย สำหรับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าอยู่ที่ระดับ 2.79% (YoY) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 2.89% และที่น่าสนใจคือตัวเลขนี้ยังออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ที่ 3.10% อีกด้วย
ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด
สำหรับปัจจัยหลักที่เข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนยังคงเป็นราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 18.09% โดยเฉพาะในกลุ่มราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น 29.45% ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ในขณะเดียวกันก็มีบางหมวดสินค้าที่ปรับราคาลดลงมาบ้าง ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล รวมถึงหมวดเครื่องนุ่มห่มและรองเท้า

นอกเหนือจากนี้ เมื่อเราลองมาเทียบการเปลี่ยนแปลงกับเดือนก่อนหน้า จะเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยับสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 0.17% ซึ่งมีแรงหนุนมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 0.59% ตามกลไกของการปรับขึ้นราคาอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ รวมถึงข้าว ในทางตรงกันข้าม หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มกลับปรับลดลง 0.11% เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะเริ่มมีทิศทางชะลอตัวลงจากเดือนก่อน
สำหรับด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนนี้อยู่ที่ 0.92% (YoY) เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.83% และหากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงแบบรายเดือน จะพบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.27% ซึ่งเป็นการชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.41%
เข้าใจแรงกดดันระลอกใหม่จาก Second-round effects
ยิ่งไปกว่านั้น Krungthai COMPASS ได้ประเมินทิศทางเอาไว้ว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่เราควรหยิบยกมาทำความเข้าใจเพิ่มเติม คือ แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มมีการกระจายตัวไปยังสินค้าหลายๆ หมวด สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของผลกระทบระลอกสอง (Second-round effects) หรือการส่งผ่านต้นทุนพลังงานหรือวัตถุดิบที่สูงขึ้น ไปยังราคาสินค้า บริการ และต้นทุนการผลิต นอกเหนือจากน้ำมันในระลอกแรก
สิ่งนี้ทำให้แรงกดดันด้านราคาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดพลังงานเป็นสำคัญในระลอกแรก แต่เริ่มส่งผ่านไปยังหมวดอาหารสดและหมวดพื้นฐาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนที่มีระดับการเปลี่ยนแปลงของราคาเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต (SD) สูงถึง +3.1SD ตามมาด้วยกลุ่มอาหารสำเร็จรูปที่ +2.0SD และกลุ่มข้าวและแป้งที่ +1.2SD ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ +1.3SD ภาพรวมเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่แรงกดดันจากพลังงานทยอยส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหาร การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสะท้อนเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดมา
เทียบมุมมองโครงสร้างระดับภูมิภาค
ในขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ประเทศไทยเริ่มเห็นแรงกดดันจากฝั่งผู้ผลิตและการส่งผ่านมายังราคาผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยเพิ่มขึ้น 8.5% และ 3.4% ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แม้ PPI จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ CPI ยังปรับขึ้นในระดับจำกัดกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของไทยต่อภาวะความผันผวนภายนอก จากการพึ่งพาภาคเศรษฐกิจต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการวางกรอบเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติข้อตกลงร่วมกับการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลางและเป้าหมายสำหรับปี 2569 ให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วงร้อยละ 1 – 3 เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด แม้ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2569 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายนี้ แต่ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการประเมินว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดความต้องการซื้อ (Demand) อาจไม่ใช่แนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่มาจากฝั่งต้นทุนหรือฝั่งซัพพลายได้โดยตรง ถือเป็นการเน้นย้ำถึงการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
เตรียมพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า
มองไปข้างหน้า หากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาอุปทานชะงักงัน ภายหลังสต๊อกเดิมก่อนเกิดสงครามทยอยหมดลง การส่งผ่านต้นทุนจะขยายไปสู่หมวดพื้นฐานมากยิ่งขึ้น และทวีแรงกดดันต่อค่าครองชีพ รวมถึงกำลังซื้อของครัวเรือนต่อไป แต่ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจย่อมมีทางออกเสมอ การปรับตัวอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนค่าใช้จ่าย การบริหารจัดการต้นทุนสำหรับคนทำธุรกิจ หรือการทำความเข้าใจกลไกตลาด จะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง
ตารางสรุป : สถานการณ์เงินเฟ้อไทย พ.ค. 69 และกลุ่มสินค้าที่ต้องจับตา!
| ประเด็นหลัก | สรุปข้อมูลสำคัญประจำเดือน พ.ค. 69 |
| อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (YoY) | 2.79% (ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.10%) |
| ปัจจัยหลักที่ดันราคาขึ้น | หมวดพลังงาน (+18.09%) โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่พุ่งแรง (+29.45%) |
| กลุ่มสินค้าที่ราคาขยับขึ้น | อาหารสำเร็จรูป, ผักและผลไม้, ข้าว |
| กลุ่มสินค้าที่ราคาถูกลง | การตรวจรักษา, บริการส่วนบุคคล, เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า |
| ความเสี่ยงที่ต้องระวัง | Second-round effects ต้นทุนพลังงานลามเข้าสู่หมวดอาหารและของใช้ |









