ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความผันผวนรอบใหม่ ทั้งจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนที่ทวีความเข้มข้นขึ้น องค์กรขนาดใหญ่ต่างเร่งปรับกลยุทธ์และเสริมความแข็งแกร่งด้านบุคลากรเพื่อรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต
AMATA ดึง รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส นั่งกุนซือกลยุทธ์ ทุ่ม 1 หมื่นล้าน รุกอาเซียน
ล่าสุด วงการนิคมอุตสาหกรรมและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทยได้เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญ เมื่อ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ประกาศแต่งตั้ง นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เข้าดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์” เพื่อร่วมกำหนดทิศทางองค์กรและขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
การดึงตัวผู้บริหารมากประสบการณ์ที่เคยนำพาองค์กรอุตสาหกรรมระดับภูมิภาคอย่าง SCG ผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ไม่เพียงสะท้อนวิสัยทัศน์ของ AMATA ในการเตรียมพร้อมรับความท้าทายระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่น่าจับตาถึงแผนการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในยุคที่เม็ดเงินลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องเป็น “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส”? เจาะลึกโปรไฟล์ขุนพลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้นายรุ่งโรจน์เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ AMATA คือ ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและวิสัยทัศน์ระดับโลกที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในเวทีสากล โดยในช่วงปี 2559-2566 ที่ผ่านมา ท่านได้ฝากผลงานอันโดดเด่นในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ SCG ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่องค์กรต้องเผชิญกับสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง แต่ก็ยังสามารถขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมทั้งเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดจนวาระการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น รากฐานทางวิชาการและประสบการณ์ตรงของท่านยังครอบคลุมมิติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- ด้านวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม : สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาเหมืองแร่ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมอุตสาหการจาก University of Texas at Arlington
- ด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ : คว้าปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จากสถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง Harvard Business School ประเทศสหรัฐอเมริกา
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน : มีประสบการณ์โชกโชนในการบริหารอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) การบริหารจัดการในภาวะวิกฤต และการวางกลยุทธ์ในสเกลระดับโลก
ปัจจุบัน นายรุ่งโรจน์ยังคงดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรชั้นนำหลายแห่งทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทางอมตะเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า อินไซต์ระดับนโยบายและความเฉียบขาดทางธุรกิจของท่าน จะช่วยเสริมมุมมองเชิงยุทธศาสตร์และยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กรในระยะยาวได้อย่างทรงพลัง
ถอดรหัสยุทธศาสตร์ “China Plus One” โอกาสทองของการดึง FDI เข้าสู่อาเซียน
การขยับตัวของ AMATA ในครั้งนี้ มีความสอดคล้องอย่างสมบูรณ์แบบกับทิศทางการลงทุนระดับโลก โดยเฉพาะกระแส “China Plus One” ที่กำลังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อผู้ประกอบการและแบรนด์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างเร่งกระจายความเสี่ยงและขยายฐานการผลิตออกจากประเทศจีน เพื่อลดผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ในขณะเดียวกัน แนวโน้มของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงส่งสัญญาณการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีภูมิภาคอาเซียนเป็นหมุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมทั้งในด้านต้นทุนที่แข่งขันได้และศักยภาพของแรงงานฝีมือ นี่จึงเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมในการช่วงชิงความได้เปรียบ
ลุยงบ 10,000 ล้านบาท จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเชื่อมโยงซัพพลายเชนแห่งอนาคต
เพื่อรองรับคลื่นการลงทุนรอบใหม่ AMATA ที่มีแผนการลงทุน ด้วยมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท โดยพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม การยกระดับระบบสาธารณูปโภค และการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ 3 ประเทศหลัก ได้แก่
- ประเทศไทย
- ประเทศเวียดนาม
- พื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ทางตอนเหนือของ สปป.ลาว
เป้าหมายหลักของการทุ่มงบมหาศาลครั้งนี้ คือ การสร้างโครงข่ายการลงทุนที่เชื่อมโยงระบบซัพพลายเชนให้ไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนระดับโลกที่กำลังเร่งเฟ้นหาพื้นที่การผลิตเป้าหมายใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด
นอกจากนี้ บริษัทยังคงยืนหยัดในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมคุณภาพ ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักการ ESG เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็น “เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” อย่างแท้จริง
บทสรุป : มากกว่าการดึงผู้บริหาร แต่คือ การวางหมากสู่ศึกชิง FDI แห่งอาเซียน
การดึงตัว “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” อดีตแม่ทัพใหญ่ SCG เข้ามารับบทบาทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ของ AMATA ไม่ใช่เพียงการเสริมทัพบุคลากรระดับสูง แต่สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมขององค์กรสำหรับการแข่งขันรอบใหม่ในเวทีระดับภูมิภาค ซึ่งกำลังขับเคลื่อนด้วยกระแส China Plus One การย้ายฐานการผลิต และการหลั่งไหลของเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
เมื่อผนวกกับแผนลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ในไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว จะเห็นได้ว่า AMATA กำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นมากกว่าผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม แต่กำลังก้าวสู่บทบาทของผู้สร้างเครือข่ายเมืองอุตสาหกรรมและซัพพลายเชนระดับภูมิภาค เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่กำลังเข้ามาปักหมุดในอาเซียน
ในอีกมุมหนึ่ง การมีผู้บริหารที่มีประสบการณ์ด้านการขยายธุรกิจระดับนานาชาติ การบริหารองค์กรขนาดใหญ่ การผลักดัน ESG และการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลก จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการกำหนดทิศทางองค์กรในช่วงเวลาที่การแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนระหว่างประเทศกำลังทวีความรุนแรงขึ้น
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ AMATA หลังจากนี้อาจไม่ได้วัดเพียงจำนวนไร่ของนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาเพิ่มขึ้น แต่จะถูกวัดจากความสามารถในการเป็น “ศูนย์กลางการลงทุน” ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคเข้าด้วยกัน และหากยุทธศาสตร์ดังกล่าวเดินหน้าได้ตามแผน การแต่งตั้งครั้งนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยผลักดันให้ AMATA ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัวในทศวรรษหน้า
ตารางสรุป : กลยุทธ์ AMATA ทุ่มหมื่นล้าน ปักธงผู้นำนิคมอุตสาหกรรมอาเซียน
| แกนกลยุทธ์หลัก | รายละเอียดการขับเคลื่อน | เป้าหมายที่คาดหวัง |
| ดึงขุนพลคุมทัพ | แต่งตั้ง “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” (อดีต CEO SCG) เป็นที่ปรึกษากลยุทธ์ | เสริมแกร่งวิสัยทัศน์องค์กร รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน |
| อัดฉีดงบก้อนโต | เตรียมงบลงทุนมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท | พัฒนาพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคแบบครบวงจร |
| ปักหมุด 3 ประเทศ | โฟกัสพื้นที่: ไทย, เวียดนาม และตอนเหนือของ สปป.ลาว | เชื่อมโยงระบบซัพพลายเชนในระดับภูมิภาคให้ไร้รอยต่อ |
| เกาะเทรนด์โลก | บุกตลาดรับกระแสย้ายฐานการผลิต (China Plus One) | ดึงดูดเม็ดเงิน FDI รองรับแบรนด์ระดับโลกที่หาฐานผลิตใหม่ |









