<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ค่าครองชีพ &#8211; The Signals</title>
	<atom:link href="https://www.thesignals.net/tag/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<description>In a world full of noise, leaders look for signals. News ,Market Signals ,Smart Insights</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Jul 2026 07:55:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/02/cropped-LOGO-01_1-scaled-1-32x32.jpg</url>
	<title>ค่าครองชีพ &#8211; The Signals</title>
	<link>https://www.thesignals.net</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจาะลึกเศรษฐกิจไทยกลางปี 69 เทรนด์ EV พุ่ง-ท่องเที่ยวฟื้น ที่โตสวนกระแส</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-economic-outlook-may-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-economic-outlook-may-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2026 07:55:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดรถ EV]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ SME]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อัปเดตเทรนด์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย 2569]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=5618</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อมูลเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-economic-outlook-may-2026/">เจาะลึกเศรษฐกิจไทยกลางปี 69 เทรนด์ EV พุ่ง-ท่องเที่ยวฟื้น ที่โตสวนกระแส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อมูลเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทยประจำเดือนพฤษภาคม 2569 กันแบบเจาะลึกและละเอียดที่สุด ใครที่กำลังมองหาข้อมูลเพื่อนำไปใช้วางแผนธุรกิจ ทำความเข้าใจพลวัตทางเศรษฐกิจที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา หรือแค่อยากอัปเดตความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย บทความนี้เตรียมข้อมูลมาให้แบบจัดเต็ม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เจาะลึกเศรษฐกิจไทยกลางปี 69 เทรนด์ EV พุ่ง-ท่องเที่ยวฟื้น ที่โตสวนกระแส</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-819x1024.jpg" alt="เจาะลึกเศรษฐกิจไทยกลางปี 69 เทรนด์ EV พุ่ง-ท่องเที่ยวฟื้น ที่โตสวนกระแส" class="wp-image-5635" title="เจาะลึกเศรษฐกิจไทยกลางปี 69 เทรนด์ EV พุ่ง-ท่องเที่ยวฟื้น ที่โตสวนกระแส" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/07/Artboard-1_0.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p><strong>ภาพรวมเศรษฐกิจไทย การทรงตัวที่แฝงไปด้วยโอกาสใหม่</strong> เริ่มต้นกันที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 ข้อมูลระบุอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจโดยรวมมีลักษณะ &#8220;ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า&#8221; ซึ่งการทรงตัวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่ง แต่เป็นการปรับสมดุลของโครงสร้างเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ </p>



<p>เราจะเห็นได้ว่า กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีการสลับสับเปลี่ยนบทบาทกันอย่างน่าสนใจ ด้านหนึ่งเรามีรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นมาเป็นกำลังหลัก ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง การส่งออกสินค้ามีการปรับลดลงตามรอบวัฏจักรของสินค้าบางกลุ่ม อย่างไรก็ดี อุปสงค์ในประเทศยังคงมีแรงหนุนที่สำคัญจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะในหมวดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตอย่างโดดเด่น เพื่อความชัดเจน เรามาดูตัวเลขเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญกันก่อนในตารางด้านล่างนี้</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ (พฤษภาคม 2569)</strong></td><td><strong>อัตราการเปลี่ยนแปลง</strong></td></tr><tr><td><strong>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation)</strong></td><td>2.79% (จากระยะเดียวกันปีก่อน) ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.89%</td></tr><tr><td><strong>อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation)</strong></td><td>0.92% (จากระยะเดียวกันปีก่อน) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 0.92%</td></tr><tr><td><strong>การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำ</strong> (เทียบเดือนก่อน)</td><td>-0.6%  (จากระยะเดียวกันปีก่อน) แต่ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 1.4%</td></tr><tr><td><strong>การนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำ</strong> (เทียบเดือนก่อน)</td><td>-3.6%  (จากระยะเดียวกันปีก่อน)  </td></tr><tr><td><strong>จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ</strong> (เทียบเดือนก่อน)</td><td>7.5% หรือจำนวนนักเที่ยวอยู่ที่ 2.3 ล้านคน</td></tr><tr><td><strong>ดุลบัญชีเดินสะพัด</strong> (พันล้านดอลลาร์ สรอ.)</td><td>-0.6</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาคการท่องเที่ยว เครื่องยนต์หลักที่กลับมาเร่งเครื่องอย่างสวยงาม</strong></h3>



<p>เมื่อพูดถึงภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย ข้อมูลในเดือนพฤษภาคม 2569 สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ประกอบการได้อย่างแน่นอน <strong>จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 7.5%</strong></p>



<p>ปัจจัยหลักที่ส่งเสริมให้ตัวเลขนี้เติบโต มาจากการฟื้นตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long Haul) ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการอย่างคึกคัก หลังจากที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและมาเลเซียที่มีช่วงวันหยุดยาว ทำให้มีปริมาณการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้อื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนมีการปรับลดลงเล็กน้อย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกเส้นทางการบินของสายการบินต้นทุนต่ำบางแห่ง เนื่องจากต้องบริหารจัดการต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทว่า รายรับในภาคการท่องเที่ยวโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับจำนวนผู้มาเยือนที่หนาตาขึ้น</p>



<p>เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาตัวเลขสะสมของนักท่องเที่ยวต่างชาติตามข้อมูลอัปเดตล่าสุด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม (1 ม.ค. – 20 มิ.ย. 69)</strong> จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมสูงถึง 15.4 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของประเทศไทยที่ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลก</li>
</ul>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>กลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก (พ.ค. 2569)</strong></td><td><strong>สัดส่วน (%Share)</strong></td><td><strong>การเปลี่ยนแปลง (%MoMsa)</strong></td></tr><tr><td><strong>ตลาดระยะไกล</strong> (ไม่รวมตะวันออกกลาง)</td><td>31.8%</td><td>+3.2%</td></tr><tr><td><strong>จีน</strong></td><td>13.6%</td><td>+6.1%</td></tr><tr><td><strong>มาเลเซีย</strong></td><td>13.7%</td><td>+40.3%</td></tr><tr><td><strong>ตะวันออกกลาง</strong></td><td>3.7%</td><td>+65.9%</td></tr></tbody></table></figure>



<p>สถิติการเติบโตถึง 40.3% จากตลาดมาเลเซีย และ 65.9% จากตลาดตะวันออกกลาง เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดและการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของภาครัฐกำลังสัมฤทธิ์ผลดี</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พลวัตการนำเข้าและการส่งออกสินค้า การปรับฐานเพื่อเตรียมพร้อมก้าวต่อไป</strong></h3>



<p>ในด้านการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าภาพรวมอาจจะดูชะลอตัวลงบ้าง แต่หากเราเจาะลึกลงไปในรายละเอียด จะพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยโอกาส มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ -0.6%</p>



<p>กลุ่มสินค้าที่มีการปรับลดลง ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ส่งออกไปสหรัฐฯ และอาเซียน) รวมถึงอุปกรณ์โทรคมนาคม ซึ่งปรับลดลงหลังจากที่มีการเร่งผลิตและส่งออกไปเป็นจำนวนมากในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ หมวดเครื่องประดับก็ปรับลดลงตามการส่งออกไปตะวันออกกลาง ฮ่องกง และอินเดีย โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากมาตรการจำกัดการนำเข้าเครื่องประดับของทางการอินเดีย</p>



<p>ในทางกลับกัน เรายังเห็นแสงสว่างในหมวดเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี ที่มีมูลค่าการส่งออกปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน อันเป็นผลมาจากราคาเคมีภัณฑ์และพลาสติกในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ดี</p>



<p>สำหรับการนำเข้าสินค้า มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน 3.5% สาเหตุหลักมาจากการนำเข้าหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิงปรับลดลง เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน รวมถึงหมวดเชื้อเพลิงที่ลดลงในด้านปริมาณ โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่ลดลง เนื่องจากในเดือนก่อนหน้าได้มีการเร่งจัดหาและสำรองน้ำมันเอาไว้ในคลังประเทศค่อนข้างมากแล้ว</p>



<p>แต่สิ่งที่น่าจับตามองที่สุด คือ <strong>หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค</strong> ที่มีการนำเข้าปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจากจีน รวมไปถึงการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากสหภาพยุโรป การนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีนในหมวดสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบินก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจและผู้บริโภคในไทยกำลังลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>มูลค่าการส่งออกและการนำเข้า (%YoY)</strong></td><td><strong>ไตรมาส 1/2569</strong></td><td><strong>เม.ย. 2569</strong></td><td><strong>พ.ค. 2569</strong></td></tr><tr><td><strong>มูลค่าการส่งออกรวม</strong></td><td>17.6%</td><td>23.2%</td><td>9.8%</td></tr><tr><td><strong>มูลค่าการส่งออกไม่รวมทองคำ</strong></td><td>15.6%</td><td>23.2%</td><td>8.4%</td></tr><tr><td><strong>มูลค่าการนำเข้ารวม</strong></td><td>33.2%</td><td>44%</td><td>34.5%</td></tr><tr><td><strong>มูลค่าการนำเข้าไม่รวมทองคำ</strong></td><td>26.6%</td><td>49.2%</td><td>37.7%</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อุปสงค์ในประเทศ เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดันการบริโภคและการลงทุนเติบโต</strong></h3>



<p>การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญประจำเดือนพฤษภาคม 2569 เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชน (Private Consumption Indicator: PCI) ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน</p>



<p>หัวหอกสำคัญที่ผลักดันการเติบโตนี้ คือ <strong>หมวดสินค้าคงทน</strong> ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเทรนด์ที่มาแรงและปฏิเสธไม่ได้เลย คือ พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้การปรับตัวในครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ราคาน้ำมันในประเทศยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความตระหนักรู้ด้านพลังงานและเลือกใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ การใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ หลังจากที่ผู้คนเคยเร่งซื้อตุนไว้ในช่วงต้นของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่หมวดบริการสุทธิยังคงทรงตัว ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาจจะมีการย่อตัวลงบ้างจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพ แต่ในมุมมองของการทำธุรกิจ นี่คือ โอกาสทองในการปรับแผนการตลาดและนำเสนอสินค้าที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดแก่ลูกค้า การสร้างแบรนด์ที่เข้าถึงใจผู้คนและช่วยแก้ปัญหาเรื่องภาระค่าใช้จ่ายจะเป็นกุญแจสำคัญในยุคนี้</p>



<p>ทางด้านเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน (Private Investment Indicator: PII) ก็เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเช่นเดียวกัน โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนในหมวดยานพาหนะเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การนำเข้าเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์ในหมวดอุปกรณ์สำนักงานก็เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ กำลังเดินหน้าปรับปรุงระบบไอทีและการปฏิบัติงานเพื่อให้สอดรับกับโลกยุคดิจิทัล</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>อัตราการขยายตัวของดัชนีภาคเอกชน (%YoY)</strong></td><td><strong>ไตรมาส 1/2569</strong></td><td><strong>เม.ย. 2569</strong></td><td><strong>พ.ค. 2569</strong></td></tr><tr><td><strong>ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI)</strong></td><td>5.3%</td><td>1.4%</td><td>2.7%</td></tr><tr><td><strong>ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII)</strong></td><td>14.2.9%</td><td>11.1%</td><td>14.8%</td></tr></tbody></table></figure>



<p>ตัวเลข PII ที่พุ่งสูงถึง 14.8% ในเดือนพฤษภาคม ยืนยันให้เห็นถึงความมั่นใจในการลงทุนสินทรัพย์ถาวร โดยเฉพาะกลุ่มยานพาหนะและเครื่องจักรที่ใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่อนาคต</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาคการผลิตและบริการ การรักษาความมั่นคงในยุคแห่งการปรับตัว</strong></h3>



<p>เมื่อหันมามองด้านอุปทานของประเทศ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index: MPI) ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วปรับลดลงเล็กน้อยที่อัตรา -0.8% YoY สอดคล้องกับทิศทางของการส่งออกสินค้า</p>



<p>กลุ่มการผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 ปรับลดลงตามการผลิตรถกระบะ ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ในต่างประเทศที่ชะลอตัวลง ขณะที่กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 30 ก็ลดลงเล็กน้อยตามปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่เข้าสู่โรงงานน้อยลง และการผลิตเครื่องดื่มที่ปรับสมดุลตามอุปสงค์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าชื่นชมคือ กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าร้อยละ 60 ยังคงรักษาระดับการทรงตัวไว้ได้ โดยเฉพาะการผลิตหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดสั่งผลิตเครื่องปรับอากาศ</p>



<p>ในฝั่งของภาคบริการ ดัชนีเครื่องชี้ภาคบริการ (Service Production Index: SPI) ที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำ ในภาพรวมถือว่าทรงตัวได้อย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเดือนก่อน กิจกรรมในภาคการค้ายังคงขยายตัวตามยอดขายรถยนต์ รวมถึงกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างคึกคัก การเติบโตของภาคบริการในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 1.2% YoY ถือเป็นแรงพยุงชั้นดีที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลรายได้เกษตรกรยังคงสร้างความชื่นใจ โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน อานิสงส์เชิงบวกนี้มาจากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ราคายางพารา ข้าว มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน ล้วนปรับตัวขึ้นในตลาดโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการผลิตไบโอดีเซลและความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่ตึงตัวจากสภาพอากาศเอลนีโญ การเพิ่มขึ้นของรายได้เกษตรกรนี้จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อในระดับฐานราก กระจายเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เสถียรภาพเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และภาวะเงินเฟ้อ</strong></h3>



<p>ประเด็นด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2569 แสดงให้เห็นว่า <strong>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป</strong> ทรงตัวอยู่ในระดับ 2.79% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า หมวดพลังงานมีการปรับลดลงมาเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่ภาพรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สูง เนื่องจากทางการยังจำเป็นต้องจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของกองทุน สอดคล้องกับราคาอาหารสดที่เริ่มปรับตัวลดลงจากฝั่งของราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ ช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง</p>



<p>ส่วน <strong>อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน</strong> เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 0.92% สาเหตุหลักมาจากผู้ประกอบการเริ่มทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สะสมมาเข้าสู่ราคาสินค้าในบางหมวด เช่น อาหารสำเร็จรูปและอุปกรณ์ซักล้าง ทว่า เรายังไม่พบสัญญาณการปรับขึ้นราคาที่กระจายตัวเป็นวงกว้าง (Broad-based) ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ชี้ให้เห็นว่า ระบบเศรษฐกิจยังสามารถรองรับแรงกดดันด้านราคาได้อย่างเหมาะสม</p>



<p>ด้าน <strong>ดุลบัญชีเดินสะพัด</strong> ขาดดุลลดลงมาอยู่ที่ 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขาดดุล 7.8  พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยดุลการค้าปรับตัวดีขึ้น ขาดดุลน้อยลงตามปริมาณการนำเข้าพลังงานที่หดตัวลง แม้ว่าในเดือนนี้จะมีรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผลของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนมียอดขาดดุลอยู่ที่ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม โดยรวมแล้วฐานะทางการเงินระหว่างประเทศของไทยยังคงแข็งแกร่ง</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>องค์ประกอบดุลบัญชีเดินสะพัด (พฤษภาคม 2569)</strong></td><td><strong>มูลค่า (พันล้านดอลลาร์ สรอ.)</strong></td></tr><tr><td><strong>ดุลบัญชีเดินสะพัด</strong></td><td>-6.4</td></tr><tr><td><strong>ดุลการค้า</strong></td><td>-2.6</td></tr><tr><td><strong>&#8211; ส่งออก (f.o.b.)</strong></td><td> 9.8</td></tr><tr><td><strong>&#8211; นำเข้า (f.o.b.)</strong></td><td>34.5</td></tr><tr><td><strong>ดุลบริการ รายได้ และเงินโอน</strong></td><td>-3.8</td></tr></tbody></table></figure>



<p>สำหรับ <strong>ตลาดแรงงาน</strong> ภาพรวมถือว่าทรงตัวได้อย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในระบบประกันสังคมยังคงรักษาระดับอยู่ที่ 12.2 ล้านคน ขยายตัว 0.92% YoY และเพิ่มขึ้น 0.26% MoM ข้อมูลนี้บ่งบอกถึงความมั่นคงในการจ้างงานของระบบเศรษฐกิจหลัก อย่างไรก็ดี อาจจะมีบางอุตสาหกรรมที่เริ่มได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ เช่น ภาคการขนส่ง แต่ในภาพรวมตลาดแรงงานยังคงเดินหน้าต่อไปได้ สิ่งที่ต้องจับตาคือเทรนด์ของโรงงานเปิดใหม่ที่มีแนวโน้มการนำเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ (Automation/AI) เข้ามาใช้ในสายการผลิตมากขึ้น ซึ่งเป็นความก้าวหน้าที่ผู้ใช้แรงงานต้องพัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) เพื่อเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาวะการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และการขับเคลื่อนภาครัฐ</strong></h3>



<p>ทางด้านภาวะการเงิน การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยมุ่งเน้นไปที่การระดมทุนผ่านระบบสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขนส่ง การค้า และกลุ่มการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ล้วนแต่เดินหน้าขอสินเชื่อเพื่อนำไปขยายกิจการและเสริมสภาพคล่อง ขณะที่การระดมทุนผ่านตลาดทุนก็มีทิศทางเติบโตได้ดีจากธุรกิจแปรรูปอาหารและก่อสร้าง</p>



<p>ในส่วนของต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือนพฤษภาคมมีการปรับตัวสูงขึ้นบ้างจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทว่า เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน (ข้อมูลถึงวันที่ 25 มิ.ย. 69) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่นักลงทุนประเมินว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีพัฒนาการเชิงบวกและผ่อนคลายลง</p>



<p>อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 เฉลี่ยอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนมิถุนายนอยู่ที่ประมาณ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ การอ่อนค่าของเงินบาทส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน ในช่วงความขัดแย้ง และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด ต่อไป ในขณะที่ดัชนีค่าเงินบาท ปรับลดลงเพียงเล็กน้อยที่ระดับ 128.74 บ่งชี้ว่าค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งโดยรวมไม่ได้ผันผวนจนน่ากังวล</p>



<p>ด้าน <strong>การใช้จ่ายภาครัฐ</strong> ยังคงทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง รายจ่ายประจำขยายตัว 2.7% YoY ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางแม้จะดูเผินๆ ว่าหดตัว แต่ก็ยังคงมีการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ที่ทยอยอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบ สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจอาจจะชะลอตัวลงบ้างจากการเลื่อนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค แต่โดยรวมแล้ว กลไกภาครัฐยังคงประคองเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผ่ากลไกนโยบายภาครัฐ ฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยพยุงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 2569</strong></h3>



<p>เมื่อเจาะลึกลงไปถึงกลไกและนโยบายด้านการคลังที่ภาครัฐนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2569 เราจะเห็นภาพการทำงานที่ชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักที่เปรียบเสมือนท่อน้ำเลี้ยงอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มาจากการเร่งรัดเบิกจ่าย <strong>&#8220;รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง&#8221;</strong> ซึ่งขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง</p>



<p>ปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จนี้ เกิดจากการบริหารจัดการงบประมาณเหลื่อมปีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเม็ดเงินจากโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ที่ยังคงทยอยไหลเวียนลงสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง การกระจายงบประมาณในส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงและสนับสนุนการลงทุนภายในประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย</p>



<p>ในขณะเดียวกัน การอัดฉีดเม็ดเงินผ่าน <strong>&#8220;รายจ่ายประจำ&#8221;</strong> ก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบเศรษฐกิจ ภาพรวมของการใช้จ่ายภาครัฐในมิตินี้ยังคงขยายตัวได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมุ่งเน้นไปที่นโยบายเชิงสวัสดิการและการดูแลบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายงบบุคลากร เงินบำเหน็จ บำนาญ รวมถึงค่ารักษาพยาบาล</p>



<p>การกระจายเม็ดเงินเหล่านี้ลงสู่กระเป๋าของประชาชนโดยตรง มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการรักษากำลังซื้อขั้นพื้นฐาน และช่วยประคองการบริโภคของคนในประเทศให้ยังคงมีแรงจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่ต้องบริหารจัดการอย่างรัดกุม</p>



<p>มากไปกว่านั้น แม้เส้นทางเศรษฐกิจจะยังมีโจทย์รออยู่ แต่รายงานการประเมินระบุชัดเจนว่า ภาครัฐกำลังเตรียมผลักดัน <strong>มาตรการใหม่ๆ</strong> ที่จะทยอยมีผลบังคับใช้ในระยะข้างหน้า ซึ่งคาดหมายกันว่านโยบายเหล่านี้จะเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการสนับสนุนและพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ &#8220;ผลของมาตรการภาครัฐ&#8221; ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเด็นสำคัญ ที่นักวิเคราะห์และคนทำธุรกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวแปรหลักในการกำหนดทิศทางลมของเศรษฐกิจไทยในสเตปต่อไป</p>



<p>อย่างไรก็ดี เพื่อให้การมองภาพเศรษฐกิจมีความครบถ้วนรอบด้าน ยังมีประเด็นท้าทายที่รอการปลดล็อก แม้การลงทุนและการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางจะขยายตัวได้ดี ทว่าในมิติของ <strong>&#8220;รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ&#8221;</strong> กลับมีทิศทางชะลอตัวลง สาเหตุหลักเกิดจากการปรับแผนหรือยืดระยะเวลาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญบางโครงการ ครอบคลุมทั้งด้านสาธารณูปโภคและการขนส่ง ซึ่งจุดนี้เป็นความท้าทายที่ภาครัฐต้องเร่งบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้แรงส่งทางเศรษฐกิจในฝั่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขาดความต่อเนื่อง</p>



<p><strong>สรุปให้เห็นภาพรวมได้ว่า</strong> นโยบายรัฐที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจในปี 2569 คือ การผสมผสานระหว่างการสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบกลางปี 2568 ที่ถูกนำมาเบิกจ่ายแบบเหลื่อมปี ควบคู่ไปกับการรักษาระดับรายจ่ายประจำเพื่อรักษากำลังซื้อในระดับฐานราก และที่สำคัญคือการเตรียมพร้อมส่งไม้ต่อด้วยมาตรการใหม่ๆ เพื่ออัดฉีดความสดใสเข้าสู่ระบบในระยะต่อไป ถือเป็นการรักษาจังหวะก้าวเดินของเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เจาะลึก 3 ไพ่เด็ด มาตรการใหม่ที่รัฐเตรียมคลอดเพื่อพยุงเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง</strong></h3>



<p>หลายคนอาจจะกำลังตั้งคำถามว่า หลังจากที่เม็ดเงินอัดฉีดจากงบประมาณเหลื่อมปีและงบกลางปี 2568 เริ่มกระจายลงสู่ระบบแล้ว ภาครัฐมีแผนสำรองหรือแรงส่งอะไรเตรียมไว้สำหรับระยะต่อไปบ้าง? ข้อมูลเชิงลึกจากหน่วยงานเศรษฐกิจชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้เครื่องยนต์ดับลงกลางคัน และกำลังซุ่มเตรียม &#8220;มาตรการชุดใหม่&#8221; เพื่อเป็นไพ่เด็ดในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะถัดไป</p>



<p>โดยความน่าสนใจ คือ มาตรการรอบใหม่นี้ถูกออกแบบมาในลักษณะ Targeted มากกว่าการหว่านแหแบบเดิมๆ เพื่อให้เม็ดเงินทุกบาทเกิดผลสมทบทางเศรษฐกิจ ระดับสูงสุด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แกนหลักที่ต้องจับตา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>1. มาตรการเสริมสภาพคล่องและหั่นต้นทุนเพื่อต่อลมหายใจ SME</strong> ต่อเนื่องจากที่เราเห็นดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีการย่อตัวลงบ้างจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ภาครัฐจึงเตรียมงัดแพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) รูปแบบใหม่ และมาตรการลดหย่อนภาษีแบบมีเงื่อนไข เพื่อเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงผันผวน ยิ่งไปกว่านั้น กลไกนี้จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยในซัพพลายเชนที่กำลังปรับตัว สิ่งนี้จะเปรียบเสมือนออกซิเจนที่ช่วยให้ SME สามารถรักษากระแสเงินสด ประคองการจ้างงาน และพร้อมลุยต่อยอดธุรกิจได้โดยไม่สะดุด&nbsp;</li>



<li><strong>2. มาตรการหนุนเทคโนโลยีสะอาดและอุตสาหกรรม EV ครบวงจร</strong> นอกเหนือจากการพยุงธุรกิจเดิมแล้ว การสร้างโอกาสใหม่ คือ จิ๊กซอว์ตัวสำคัญ สอดรับกับตัวเลขการนำเข้าและยอดขายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตสวนกระแสอย่างก้าวกระโดด ภาครัฐกำลังเตรียมคลอดนโยบายกระตุ้นการลงทุนฝั่งอุปทาน (Supply Side) ในกลุ่ม Green Economy อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีขั้นสุดสำหรับการตั้งสถานีชาร์จ (EV Charging Station) หรือการให้เงินอุดหนุนแบบ Co-payment เพื่อช่วยโรงงานอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านเครื่องจักรไปสู่ระบบประหยัดพลังงาน การเดินหมากเกมนี้ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะได้ทั้งกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปสู่ความยั่งยืน </li>



<li><strong>3. โปรเจกต์ยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ท้าชนยุค AI</strong> ประการสุดท้ายและถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด คือ การเตรียมความพร้อมให้กับ<strong> &#8220;คน&#8221; </strong>อย่างที่ทราบกันดีว่า ภาคการผลิตและบริการยุคใหม่เริ่มนำระบบอัตโนมัติรวมถึง AI เข้ามาช่วยทำงานมากขึ้น รัฐบาลจึงเตรียมงบประมาณอุดหนุนแบบบูรณาการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อจัดแคมเปญอบรมทักษะดิจิทัลขั้นสูงให้กับแรงงานในระบบประกันสังคม การเร่งอัปเกรดทักษะในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงปัญหาการว่างงานเชิงโครงสร้าง และเปลี่ยนผ่านผู้ใช้แรงงานให้กลายเป็น &#8220;แรงงานทักษะสูง&#8221; ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับองค์กรได้มหาศาล</li>
</ul>



<p>ดังนั้น การเตรียมคลอดมาตรการใหม่เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจเชิงรุก แม้เส้นทางข้างหน้าจะยังมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่หากมาตรการเหล่านี้ถูกนำมาบังคับใช้ได้อย่างถูกจังหวะและตรงจุด มันจะเป็น &#8220;สปริงบอร์ด&#8221; ชิ้นสำคัญที่ช่วยดีดให้เศรษฐกิจไทยทะยานข้ามขีดจำกัด และเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผลประกอบการภาคธุรกิจ ความแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทาย</strong></h3>



<p>เมื่อเราเจาะลึกเข้าไปดูในระดับองค์กร ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET และ mai) ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 ถือว่า ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม</p>



<p>ความสามารถในการทำกำไร (Operating Profit Margin: OPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.7 เป็นร้อยละ 8.2 ตัวเลขที่งดงามนี้เกิดจากการที่ภาคธุรกิจมีรายได้เติบโตในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนการผลิต แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศเข้ามากระทบในช่วงปลายไตรมาส แต่บริษัทของไทยก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความเก่งกาจในการปรับตัวและบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบและมีสต็อกสำรองที่เพียงพอ ทำให้ก้าวข้ามความผันผวนไปได้อย่างราบรื่น</p>



<p>นอกจากนี้ ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio: ICR) ก็แข็งแกร่งขึ้น โดยเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 เท่า ทางด้านสภาพคล่องและการก่อหนี้ อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current Ratio: CR) ทรงตัวอยู่ในระดับที่ปลอดภัยที่ 1.7 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio: DE) ก็อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.7 เท่า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงและมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์</p>



<p>เมื่อประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 48.0 จากการผ่อนคลายความตึงเครียดด้านต้นทุนพลังงาน แม้ผู้ประกอบการจะยังมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการผลิตและการปรับราคาสินค้าอยู่บ้าง แต่ความชัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มปรากฏก็ช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เข็มทิศสู่อนาคต เพราะทุกความท้าทาย คือ จุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่</strong></h3>



<p>จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือนเรือลำใหญ่ที่กำลังปรับทิศทางเพื่อรับลมใหม่ๆ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลก การทรงตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมไม่ได้หมายถึงการหยุดพัก แต่คือการถ่ายเทน้ำหนักจากเครื่องยนต์ตัวเก่าสู่เครื่องยนต์ตัวใหม่ที่ทรงพลังกว่า</p>



<p>อนาคตที่รอเราอยู่ในระยะข้างหน้านั้น แน่นอนว่าอาจจะมีการชะลอลงในบางมิติ ตามแรงกดดันจากค่าครองชีพและการปรับตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในบางกลุ่ม ทว่า ความหวังและโอกาสอันสว่างไสวก็ยังคงเปล่งประกายผ่านยอดขายและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการส่งออกกลุ่มเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบริบทใหม่ที่กำลังจะมาถึง มี 4 ประเด็นสำคัญที่เราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ พนักงานบริษัท หรือฟรีแลนซ์ ควรให้ความสำคัญและจับตามองอย่างใกล้ชิด ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>การปรับตัวรับต้นทุนที่สูงขึ้น: </strong> นำไปสู่โอกาสในการออกแบบสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและเข้าใจ Insight ของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง</li>



<li><strong>ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก :</strong> ซึ่งอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดหน้าต่างแห่งโอกาสให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตและแหล่งกระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ปลอดภัยและมีศักยภาพ</li>



<li><strong>แรงส่งจากนโยบายภาครัฐ :</strong> การอัดฉีดงบประมาณและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า จะเป็นกระแสลมชั้นดีที่ช่วยพยุงให้ภาคธุรกิจก้าวเดินต่อไปได้มั่นคงยิ่งขึ้น</li>



<li><strong>ความท้าทายจากปรากฏการณ์เอลนีโญ :</strong> สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงมีผลต่ออุปทานสินค้าเกษตร ซึ่งอาจทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น ถือเป็นจังหวะสำคัญในการเพิ่มเม็ดเงินและรายได้ให้เกษตรกรไทย</li>
</ol>



<p><strong>ท้ายที่สุดนี้</strong> ท่ามกลางสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง ทุกวิกฤตย่อมแฝงไว้ซึ่งโอกาสเสมอ การเปิดรับและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI หรือระบบออโตเมชั่นเข้ามาช่วยจัดการกระบวนการทำงาน จะช่วยให้เราทำงานได้ฉลาดขึ้น สร้างผลลัพธ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น และพร้อมเติบโตไปกับโลกใบนี้ได้อย่างสง่างาม เตรียมตัวให้พร้อม แล้วเราจะก้าวข้ามทุกข้อจำกัดไปด้วยกันในยุคดิจิทัลที่กำลังเบ่งบานนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตาราง : สถิติเศรษฐกิจไทย (พ.ค. 2569) ตัวเลขไหนรุ่ง ตัวเลขไหนร่วง?</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจ</strong></td><td><strong>อัตราการเปลี่ยนแปลง</strong></td><td><strong>สถานการณ์ปัจจุบัน</strong></td></tr><tr><td>👥 <strong>นักท่องเที่ยวต่างชาติ</strong></td><td>+7.5% (MoM)</td><td><strong>ฟื้นตัวแรง</strong> (โดยเฉพาะตลาดระยะไกล, จีน, มาเลเซีย)</td></tr><tr><td>🚗 <strong>การลงทุนภาคเอกชน (PII)</strong></td><td>+14.8% (YoY)</td><td><strong>เติบโตโดดเด่น</strong> (อานิสงส์เทรนด์รถ EV และเครื่องจักร)</td></tr><tr><td>🛒 <strong>การบริโภคภาคเอกชน (PCI)</strong></td><td>+2.7% (YoY)</td><td><strong>โตเบาๆ</strong> (แรงหนุนจากยอดขายรถยนต์และสินค้าคงทน)</td></tr><tr><td>📉 <strong>การส่งออก (ไม่รวมทองคำ)</strong></td><td>-0.6% (MoM)</td><td><strong>ชะลอตัวเล็กน้อย</strong> (อิเล็กทรอนิกส์ย่อตัว แต่เคมีภัณฑ์ฟื้น)</td></tr><tr><td>💰 <strong>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป</strong></td><td>2.79% (YoY)</td><td><strong>ทรงตัวระดับสูง</strong> (ตามราคาพลังงานในตลาดโลก)</td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-economic-outlook-may-2026/">เจาะลึกเศรษฐกิจไทยกลางปี 69 เทรนด์ EV พุ่ง-ท่องเที่ยวฟื้น ที่โตสวนกระแส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-economic-outlook-may-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก </title>
		<link>https://www.thesignals.net/bot-interest-rate-thai-economy-ai-trend-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/bot-interest-rate-thai-economy-ai-trend-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 10:07:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Politics & Policy]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินส่วนบุคคลฃ]]></category>
		<category><![CDATA[คงดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจSMEs]]></category>
		<category><![CDATA[มติกนง]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์AI]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย2569]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=5347</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา นายดอน นาครทรรพ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/bot-interest-rate-thai-economy-ai-trend-2026/">กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา <strong>นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.</strong>) ได้ออกมาแถลงผลการประชุม กนง. ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนจับตามอง คือ <strong>ทิศทางของนโยบายการเงิน</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก&nbsp;</strong></h2>



<p><strong>โดยคณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 7-0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี</strong> การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการรักษาสมดุลระหว่างการพยุงเศรษฐกิจและการคุมความเสี่ยงในระบบการเงินอย่างรอบคอบ</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" data-id="5355" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_3-4-819x1024.jpg" alt="กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก " class="wp-image-5355" title="กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_3-4-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_3-4-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_3-4-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_3-4-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_3-4-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1_3-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div></figure>



<p><strong>แรงส่งใหม่ของเศรษฐกิจไทยยุคดิจิทัล</strong></p>



<p>สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยนั้น มีสัญญาณที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ แม้ว่าตัวเลขการขยายตัวในภาพรวมอาจจะเติบโตในระดับต่ำและยังกระจายตัวไม่ทั่วถึงนัก แต่ก็มีแรงส่งที่แข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ โดยมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 และ 2570 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.3 และ 1.8 ตามลำดับ</p>



<p><strong>นอกจากนี้</strong> ปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่เข้ามาช่วยหนุนตลาดอย่างมีนัยสำคัญ คือ <strong>ภาคการส่งออกและการลงทุนที่เติบโตล้อไปกับวัฏจักรของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> ซึ่งสอดคล้องกับรายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกจากธนาคารโลก (World Bank) ที่ระบุว่าเทคโนโลยีและ AI กำลังเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพลิกโฉมภาคการผลิตและช่วยผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด</p>



<p><strong>ยิ่งไปกว่านั้น</strong> มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ รวมถึง สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งลมใต้ปีกที่ช่วยลดแรงกดดัน โดยผลกระทบของสงครามต่อภาคการผลิตและภาคการท่องเที่ยวนั้นมีน้อยกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่สามารถปรับตัวและรับมือได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าธุรกิจ SMEs อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวและยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนหลังมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง</p>



<p><strong>จับตาทิศทางเงินเฟ้อที่เริ่มส่งสัญญาณคลี่คลาย</strong></p>



<p><strong>ในส่วนของ</strong> อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ทาง กนง. ประเมินว่าในปี 2569 และ 2570 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.8 และ 1.4 ตามลำดับ ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี 2569 อาจจะขยับสูงกว่ากรอบเป้าหมายไปบ้างตามการส่งผ่านราคาพลังงานและต้นทุนด้านอุปทาน ก่อนที่จะทยอยปรับลดลงในปี 2570 หลังจากปัจจัยด้านอุปทานเริ่มคลี่คลายลงบวกกับผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า</p>



<p><strong>ในขณะเดียวกัน</strong> อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2569 และ 2570 ก็คาดว่า จะใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.5 และ 1.4 ตามลำดับ ซึ่งถือว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมายได้อย่างมั่นคง อ้างอิงจากข้อมูลพื้นฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่สะท้อนว่า การควบคุมความเสี่ยงด้านราคายังบริหารจัดการได้ดี แม้จะต้องคอยติดตามการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการในจังหวะที่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" data-id="5356" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0-1024x683.jpg" alt="กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก " class="wp-image-5356" title="กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0-300x200.jpg 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0-768x512.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0-750x500.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0-1140x760.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/S__40435749_0.jpg 1566w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div></figure>



<p><strong>ความเคลื่อนไหวของค่าเงินและสินเชื่อในระบบ</strong></p>



<p><strong>ทว่า</strong> สิ่งที่ต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด คือ <strong>ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน</strong> โดยเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ปรับตัวอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ</p>



<p>ด้านอัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินโดยรวมถือว่าทรงตัว สินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำและมาจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัวต่อเนื่อง เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง สำหรับคุณภาพสินเชื่อโดยรวมยังทรงตัว แต่ทางคณะกรรมการฯ เน้นย้ำให้ติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง พร้อมสนับสนุนให้สถาบันการเงินเดินหน้ามาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่องและตรงจุด</p>



<p><strong>ท้ายที่สุด </strong>ภายใต้กรอบนโยบายการเงินที่ตั้งเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ มองว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามาสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวต่อไปของพวกเรา ท่ามกลางความหวังและโอกาสที่รออยู่</strong></h3>



<p>แม้เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังต้องเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ภาระหนี้ครัวเรือน และข้อจำกัดของธุรกิจ SMEs แต่การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 สะท้อนมุมมองของ กนง. ว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ภายใต้แรงสนับสนุนจากภาคการส่งออก การลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยีที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก</p>



<p>ในระยะต่อจากนี้ ภาคธุรกิจและนักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทั้งทิศทางเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดการเงิน ราคาพลังงาน และความสามารถในการฟื้นตัวของภาคครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และระบบการเงินโดยรวมยังมีเสถียรภาพ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า</p>



<p><strong>ดังนั้น การประชุม กนง. ครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยของประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การลงทุน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.</strong></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>ตารางสรุป : ไฮไลต์ กนง. คงดอกเบี้ย 1% ทิศทางเศรษฐกิจไทยยุค AI</strong></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>ประเด็นสำคัญ</strong></td><td><strong>อัปเดตข้อมูลล่าสุดจาก กนง.</strong></td></tr><tr><td><strong>มติ กนง. ล่าสุด</strong></td><td>เอกฉันท์ 7-0 เสียง ให้ <strong>&#8220;คงดอกเบี้ย&#8221;</strong> ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี</td></tr><tr><td><strong>GDP ไทย ปี 69-70</strong></td><td>คาดขยายตัวร้อยละ 2.3 และ 1.8 ตามลำดับ (โตแบบค่อยเป็นค่อยไป)</td></tr><tr><td><strong>แรงขับเคลื่อนใหม่</strong></td><td>การส่งออกและการลงทุนที่เติบโตตามวัฏจักร <strong>AI และเทคโนโลยีโลก</strong></td></tr><tr><td><strong>ทิศทางเงินเฟ้อทั่วไป</strong></td><td>คาดการณ์ปี 69 เฉลี่ยร้อยละ 2.8 และจะค่อยๆ ลดลงเหลือร้อยละ 1.4 ในปี 70</td></tr><tr><td><strong>ความท้าทายที่ต้องระวัง</strong></td><td>ค่าครองชีพที่สูงขึ้น หนี้ครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง และการแข่งขันของธุรกิจ SMEs</td></tr></tbody></table></figure>



<p>อ้างอิงจาก</p>



<p><a href="https://www.bot.or.th/en/news-and-media/news/mpc/news-20260624-NVHKxr00.html" target="_blank" rel="noopener">https://www.bot.or.th/en/news-and-media/news/mpc/news-20260624-NVHKxr00.html</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/bot-interest-rate-thai-economy-ai-trend-2026/">กนง. คงดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตรับเทรนด์ AI โลก </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/bot-interest-rate-thai-economy-ai-trend-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 05:15:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[ของแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีรับมือเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อพฤษภาคม2569]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=4497</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรามาเริ่มต้นด้วยการอัปเดตสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจกันก่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/">ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เรามาเริ่มต้นด้วยการอัปเดตสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจกันก่อนเลย สำหรับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าอยู่ที่ระดับ 2.79% (YoY) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 2.89% และที่น่าสนใจคือตัวเลขนี้ยังออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ที่ 3.10% อีกด้วย </span></p>
<h2><strong>ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</strong></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับปัจจัยหลักที่เข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนยังคงเป็นราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 18.09% โดยเฉพาะในกลุ่มราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น 29.45% ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ในขณะเดียวกันก็มีบางหมวดสินค้าที่ปรับราคาลดลงมาบ้าง ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล รวมถึงหมวดเครื่องนุ่มห่มและรองเท้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4675" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-819x1024.jpg" alt="ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด" width="819" height="1024" title="ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/06/Artboard-1-copy-2_1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากนี้ เมื่อเราลองมาเทียบการเปลี่ยนแปลงกับเดือนก่อนหน้า จะเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยับสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 0.17% ซึ่งมีแรงหนุนมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 0.59% ตามกลไกของการปรับขึ้นราคาอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ รวมถึงข้าว ในทางตรงกันข้าม หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มกลับปรับลดลง 0.11% เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะเริ่มมีทิศทางชะลอตัวลงจากเดือนก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนนี้อยู่ที่ 0.92% (YoY) เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.83% และหากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงแบบรายเดือน จะพบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.27% ซึ่งเป็นการชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.41%</span></p>
<p><b>เข้าใจแรงกดดันระลอกใหม่จาก Second-round effects</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น  Krungthai COMPASS ได้ประเมินทิศทางเอาไว้ว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่เราควรหยิบยกมาทำความเข้าใจเพิ่มเติม คือ แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มมีการกระจายตัวไปยังสินค้าหลายๆ หมวด สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของผลกระทบระลอกสอง (Second-round effects) หรือการส่งผ่านต้นทุนพลังงานหรือวัตถุดิบที่สูงขึ้น ไปยังราคาสินค้า บริการ และต้นทุนการผลิต นอกเหนือจากน้ำมันในระลอกแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้ทำให้แรงกดดันด้านราคาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดพลังงานเป็นสำคัญในระลอกแรก แต่เริ่มส่งผ่านไปยังหมวดอาหารสดและหมวดพื้นฐาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนที่มีระดับการเปลี่ยนแปลงของราคาเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต (SD) สูงถึง +3.1SD ตามมาด้วยกลุ่มอาหารสำเร็จรูปที่ +2.0SD และกลุ่มข้าวและแป้งที่ +1.2SD ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ +1.3SD ภาพรวมเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่แรงกดดันจากพลังงานทยอยส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหาร การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสะท้อนเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดมา</span></p>
<p><b>เทียบมุมมองโครงสร้างระดับภูมิภาค</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค ประเทศไทยเริ่มเห็นแรงกดดันจากฝั่งผู้ผลิตและการส่งผ่านมายังราคาผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยเพิ่มขึ้น 8.5% และ 3.4% ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แม้ PPI จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ CPI ยังปรับขึ้นในระดับจำกัดกว่า สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของไทยต่อภาวะความผันผวนภายนอก จากการพึ่งพาภาคเศรษฐกิจต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการวางกรอบเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติข้อตกลงร่วมกับการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลางและเป้าหมายสำหรับปี 2569 ให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วงร้อยละ 1 &#8211; 3 เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด แม้ตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2569 จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายนี้ แต่ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการประเมินว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดความต้องการซื้อ (Demand) อาจไม่ใช่แนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่มาจากฝั่งต้นทุนหรือฝั่งซัพพลายได้โดยตรง ถือเป็นการเน้นย้ำถึงการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><b>เตรียมพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองไปข้างหน้า หากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาอุปทานชะงักงัน ภายหลังสต๊อกเดิมก่อนเกิดสงครามทยอยหมดลง การส่งผ่านต้นทุนจะขยายไปสู่หมวดพื้นฐานมากยิ่งขึ้น และทวีแรงกดดันต่อค่าครองชีพ รวมถึงกำลังซื้อของครัวเรือนต่อไป แต่ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจย่อมมีทางออกเสมอ การปรับตัวอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนค่าใช้จ่าย การบริหารจัดการต้นทุนสำหรับคนทำธุรกิจ หรือการทำความเข้าใจกลไกตลาด จะช่วยให้เราสามารถก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ตารางสรุป : สถานการณ์เงินเฟ้อไทย พ.ค. 69 และกลุ่มสินค้าที่ต้องจับตา!</strong></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นหลัก</b></td>
<td><b>สรุปข้อมูลสำคัญประจำเดือน พ.ค. 69</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (YoY)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">2.79% (ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.10%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ปัจจัยหลักที่ดันราคาขึ้น</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หมวดพลังงาน (+18.09%) โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่พุ่งแรง (+29.45%)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กลุ่มสินค้าที่ราคาขยับขึ้น</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อาหารสำเร็จรูป, ผักและผลไม้, ข้าว</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>กลุ่มสินค้าที่ราคาถูกลง</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การตรวจรักษา, บริการส่วนบุคคล, เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ความเสี่ยงที่ต้องระวัง</b></td>
<td><b>Second-round effects</b><span style="font-weight: 400;"> ต้นทุนพลังงานลามเข้าสู่หมวดอาหารและของใช้</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/">ส่องเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ของแพงขึ้นจริงไหม? พร้อมวิธีรับมือให้อยู่รอด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thailand-inflation-may-2026-survival-guide/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </title>
		<link>https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 05:35:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามอิหร่าน]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=3970</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยั [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/">ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-weight: 400;">ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </span></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เข้าสู่ช่วงเกือบสามเดือนเต็มแล้วนับตั้งแต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คลื่นกระแทกทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งครั้งนี้กำลังแผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทุกมุมโลก ผลพวงที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ <strong>ต้นทุนพลังงานที่พุ่งทะยาน</strong> การกลับมาผงาดอีกครั้งของฝันร้ายอย่างปัญหาเงินเฟ้อ และสถานการณ์ที่บีบคั้นให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องแตะเบรก หรือแม้กระทั่งกลับลำแผนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่เคยวางไว้</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-4058" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-819x1024.jpg" alt="ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? " width="819" height="1024" title="ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-819x1024.jpg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-240x300.jpg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-768x960.jpg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-750x938.jpg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3-1140x1425.jpg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/05/Artboard-15-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></span></h3>
<h3><strong>เงินเฟ้อพุ่งทะยาน สวนทางค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างช้า</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา สะท้อนภาพความจริงที่เจ็บปวด ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายนปรับตัวสูงขึ้นถึง 3.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นจังหวะการเร่งตัวที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2023 และดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงจากระดับ 3.3% ในเดือนมีนาคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าตกใจ คือ ต้นทุนพลังงานกลายเป็นตัวการหลักที่กินสัดส่วนมากกว่า 40% ของการปรับขึ้นในรอบเดือนนี้ โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งทะยานไปถึง 28.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่กระเป๋าสตางค์ของคนทำงานชาวอเมริกันต้องเผชิญกับภาวะราคาที่สูงขึ้น เพราะในขณะที่ตัวเลขค่าจ้างเติบโตขึ้นเพียง 3.6% จากปีก่อนหน้า แต่ราคาสินค้าและบริการกลับพุ่งแซงไปที่ 3.8% กลืนกินกำไรจากค่าแรงที่แท้จริงซึ่งค่อยๆ ก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ไปจนหมดสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้านตลาดน้ำมันเองก็ยังคงอยู่ในสภาวะผันผวน นับตั้งแต่เสียงปืนนัดแรกของสงครามดังขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) กระโดดจากระดับราวๆ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทะลุจุดสูงสุดไปเกินกว่า 126 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 แม้ว่าเข้าสู่สัปดาห์นี้ ราคาจะเริ่มย่อตัวลงมาบ้างหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาส่งสัญญาณว่าสงครามครั้งนี้อาจจบลงอย่าง &#8220;รวดเร็วมากๆ&#8221; ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กลับมาแกว่งตัวอยู่แถวๆ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็ตาม</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">แรงกระเพื่อมที่ลุกลามไปทั่วโลก</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บาดแผลทางเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่แค่ในสหรัฐฯ เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) ได้ออกมาเตือนภัยสเตตัสของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซนว่า กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันในไตรมาสที่สอง ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น บวกกับความไม่แน่นอนจากภัยสงครามกำลังกดทับกำลังการผลิตและดันราคาสินค้าให้ขยับสูงขึ้นไปอีก สอดคล้องกับท่าทีของกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีที่จัดการหั่นคาดการณ์การเติบโตในปี 2026 ลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 0.5% เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้ามฝั่งมาที่สหราชอาณาจักร แอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ได้ให้สัมภาษณ์กับคณะกรรมาธิการการคลังเมื่อวันพุธว่า อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่พุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่เริ่มเกิดสงคราม ได้ซื้อ &#8220;เวลา&#8221; ให้กับเหล่าผู้กำหนดนโยบายในการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบมากขึ้น ธนาคารกลางอังกฤษตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ติดต่อกันถึงสามการประชุม ซึ่งเบลีย์ยอมรับตรงๆ ต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาว่า หากไม่มีสงครามเข้ามาแทรก การหยุดพักแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น และธนาคารกลางอาจจะตัดสินใจหั่นดอกเบี้ยไปแล้วถึงสองครั้งในปีนี้</span></p>
<h3><strong>ธนาคารกลางทั่วโลกในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤตความขัดแย้งในครั้งนี้ ทำให้กลไกนโยบายทางการเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำตกอยู่ในภาวะอัมพาตชั่วขณะ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ ล้วนเลือกที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมรอบล่าสุด เพื่อรอดูท่าทีว่าความปั่นป่วนที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบราวหนึ่งในห้าของโลก จะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน ในขณะเดียวกัน Goldman Sachs ได้ประเมินตัวเลขที่น่าตกใจว่า วิกฤตน้ำมันครั้งนี้กำลังพรากตำแหน่งงานในสหรัฐฯ ไปถึงประมาณ 10,000 อัตราต่อเดือน โดยภาคธุรกิจที่ต้องแบกรับหนักที่สุด คือ กลุ่มสันทนาการ การบริการ และการค้าปลีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอกย้ำความตึงเครียดด้วยข้อมูลจาก CME Group ที่ระบุว่า ตอนนี้นักเทรดในตลาดกำลังตีราคาความน่าจะเป็นสูงถึงราวๆ 30% ที่ Fed อาจจะต้องตัดสินใจ &#8216;ขึ้น&#8217; อัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นฉากทัศน์ที่แทบไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงเลยก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้น</span></p>
<h3><strong>พายุลูกนี้เพิ่งเริ่มต้น&#8230; จับทิศทางลมแล้วก้าวเดินต่อไป</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกราฟแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว แต่ถูกหล่อหลอมด้วยความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งที่เราเห็นจากความขัดแย้งกันสหรัฐฯ-อิหร่านในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แรงกระเพื่อมเพียงเล็กน้อยในอีกซีกโลก สามารถส่งผลสะเทือนถึงบิลค่าน้ำมันหน้าปากซอย ค่าครองชีพ ไปจนถึงมูลค่าในพอร์ตการลงทุนของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน การติดอาวุธทางความรู้และการเปิดรับมุมมองการลงทุนที่หลากหลายไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่มันคือ &#8220;เกราะป้องกัน&#8221; ที่ดีที่สุด ท่ามกลางกระแสเงินเฟ้อที่พร้อมจะกัดกินความมั่งคั่งและทิศทางดอกเบี้ยที่คาดเดาได้ยาก การจัดพอร์ตให้ยืดหยุ่น การกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ที่สามารถต่อกรกับเงินเฟ้อ หรือแม้กระทั่งการหาจังหวะในวิกฤตเพื่อค้นพบโอกาสใหม่ๆ คือ โจทย์ท้าทายที่เราต้องเรียนรู้และปรับตัวไปด้วยกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกๆ ความปั่นป่วนของโลกใบนี้ ล้วนซ่อนบทเรียนและโอกาสสำหรับคนที่พร้อมรับฟัง &#8220;สัญญาณ&#8221; ของมันเสมอ</span></p>
<p style="text-align: center;"><b>ตารางสรุปผลกระทบ สงครามดันเศรษฐกิจโลกสะเทือนถึงกระเป๋าเรายังไง?</b></p>
<table class=" aligncenter">
<tbody>
<tr>
<td><b>ปัจจัยที่ได้รับผลกระทบ</b></td>
<td><b>สถานการณ์ระดับโลก</b></td>
<td><b>สิ่งที่กระทบถึงเราโดยตรง</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อ (Inflation)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พุ่งสูงสุดในรอบปี แตะระดับ 3.8%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ค่าแรงที่ได้เพิ่มมา ถูกราคาสินค้าที่แพงกว่ากลืนกินจนหมด</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ราคาพลังงาน (Energy)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งจาก $72 ทะลุ $126 (ช่วงพีค)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนค่าน้ำมันเบนซินพุ่งทะยานเฉียด 30%</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>นโยบายการเงิน (Monetary Policy)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ธนาคารกลางชั้นนำทั่วโลก &#8220;ตรึงอัตราดอกเบี้ย&#8221;</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ภาระดอกเบี้ยบ้านและหนี้สินยังคงอยู่ในระดับสูง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>เศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomy)</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หลายประเทศเผชิญภาวะชะงักงัน (Stagnation)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กระทบความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในระยะยาว</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://edition.cnn.com/2026/05/12/economy/us-cpi-inflation-april" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://edition.cnn.com/2026/05/12/economy/us-cpi-inflation-april</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.cnbc.com/2026/05/12/cpi-inflation-april-2026-.html" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.cnbc.com/2026/05/12/cpi-inflation-april-2026-.html</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.globalbankingandfinance.com/germany-faces-q2-stagnation-rising-prices-due-iran-war/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.globalbankingandfinance.com/germany-faces-q2-stagnation-rising-prices-due-iran-war/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.reuters.com/business/finance/bank-england-has-time-gauge-impact-iran-war-bailey-says-2026-05-20/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.reuters.com/business/finance/bank-england-has-time-gauge-impact-iran-war-bailey-says-2026-05-20/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://fortune.com/2026/03/26/trump-iran-war-oil-shock-jobs-goldman-sachs-gen-z/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://fortune.com/2026/03/26/trump-iran-war-oil-shock-jobs-goldman-sachs-gen-z/</span></a></li>
</ul>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/">ถอดรหัสเศรษฐกิจโลกชะงัก! สงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง รับมือยังไงดี? </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/us-iran-war-global-economic-impact-inflation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</title>
		<link>https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 12:36:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Politics & Policy]]></category>
		<category><![CDATA[กนง]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[คงดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ยนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราเงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แผนรับมือเศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2956</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประชุมล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/">เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การประชุมล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจที่ต้องแบกรับแรงกดดันหลายด้าน โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกอย่างสงครามในตะวันออกกลางที่เข้ามาเปลี่ยนเกม ทำให้การเติบโตชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง</span></p>
<h2><b>เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</b></h2>
<p style="text-align: center;"><b><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-2963" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-819x1024.jpeg" alt="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" width="819" height="1024" title="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-819x1024.jpeg 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-240x300.jpeg 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-768x960.jpeg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-750x938.jpeg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743-1140x1425.jpeg 1140w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1743.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></b></p>
<p style="text-align: left;"><b>สงครามตะวันออกกลาง ปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจและกำลังซื้อ</b><span style="font-weight: 400;"> ย้อนกลับไปดูข้อมูลเศรษฐกิจก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะเห็นว่าตัวเลขมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้จากการประชุมรอบก่อน ทั้งจากอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่งและการส่งออกสินค้าที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์สงครามปะทุขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนภาคธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.5 และ 2.0 ตามลำดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น การบริโภคของภาคเอกชนยังถูกบีบคั้นจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่ลดลง ในขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ปรับตัวลดลงตามข้อจำกัดการเดินทางและต้นทุนที่แพงขึ้น ทว่าในมุมของการส่งออก สินค้ากลุ่มเทคโนโลยียังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีตามความต้องการของตลาดโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ หากภาครัฐมีการกำหนดมาตรการทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อาจช่วยหนุนให้เศรษฐกิจในปีนี้ขยายตัวได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ตัวเลขดังกล่าวจะปรับลดลงในปีหน้าเมื่อผลของมาตรการหมดลงและผลจากฐานที่สูงขึ้น</span></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">จับตาเงินเฟ้อพุ่งจากปัจจัยอุปทาน</span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้านของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป หลังจากที่เผชิญกับตัวเลขติดลบร้อยละ 0.5 ในไตรมาสแรกของปี ล่าสุดมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.9 ในปี 2569 สาเหตุหลักมาจากการดีดตัวของราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจะดึงให้อัตราเงินเฟ้อทะลุขอบบนของกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ 3.0 เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ในปี 2570 เมื่อปัจจัยกดดันด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.6 และ 1.5 ตามลำดับ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นแต่การปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการจะไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงแบกรับต้นทุนไว้เองส่วนหนึ่งและส่งผ่านราคาได้จำกัดภายใต้ภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอ ด้วยเหตุนี้ เงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางจึงยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่ากังวลและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน (supply disruption) จนนำไปสู่การขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งจะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อทั้งภาคการผลิตและการจ้างงาน</span></p>
<h3><b><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-2966" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-1024x1024.jpeg" alt="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" width="1024" height="1024" title="เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-1024x1024.jpeg 1024w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-300x300.jpeg 300w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-150x150.jpeg 150w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-768x768.jpeg 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-75x75.jpeg 75w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-350x350.jpeg 350w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749-750x750.jpeg 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/IMG_1749.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />ความผันผวนของราคาสินทรัพย์และตลาดสินเชื่อที่ซบเซา</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลางยังส่งแรงกระเพื่อมมายังตลาดเงินตลาดทุน โดยราคาสินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลง ปัจจัยหลักเป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีสัดส่วนการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางค่อนข้างสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านภาพรวมของสถาบันการเงิน แม้อัตราดอกเบี้ยในระบบจะปรับลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย แต่แนวโน้มสินเชื่อยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ สถาบันการเงินส่วนใหญ่เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุดในการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง พร้อมกับอยู่ในช่วงประเมินผลกระทบจากสงครามเพื่อกำหนดทิศทางในระยะต่อไป</span></p>
<h3><b>ฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นและสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัว </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้กรอบเป้าหมายที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการประคองเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน คณะกรรมการฯ มองว่าอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1.00 คือจุดสมดุลและเหมาะสมที่สุดในการรับมือกับความไม่แน่นอนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากที่สุดในระยะสั้นถึงระยะกลาง คือ ภาวะเศรษฐกิจเติบโตช้า แต่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแบบเฉพาะจุด (Cost-Push Effect) ภาคธุรกิจจึงควรเตรียมสภาพคล่องให้พร้อม กระจายความเสี่ยงด้านแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อลดต้นทุนแฝง หากเกิดกรณีห่วงโซ่อุปทานชะงักงันยาวนานกว่าที่ประเมินไว้ ในท้ายที่สุดการปรับตัวที่รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นสูงจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นจากความผันผวนในครั้งนี้ไปได้</span></p>
<p><strong>ตารางสรุปไฮไลท์ กนง. คงดอกเบี้ย 1% กระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไร?</strong></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ประเด็นหลัก (Key Focus)</b></td>
<td><b>ผลกระทบและแนวโน้ม (Impact &amp; Trend)</b></td>
<td><b>สิ่งที่ต้องจับตา (Watchlist)</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ดอกเบี้ยนโยบาย</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คงที่ระดับ 1.00% ต่อปี</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังสูง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>GDP ปี 2569-2570</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ชะลอตัวลงแตะ 1.5% และ 2.0%</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การกำหนดมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>อัตราเงินเฟ้อ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">พุ่งชั่วคราว (เฉลี่ย 2.9% ในปี 69)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาพลังงานโลก และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ภาคธุรกิจและสินเชื่อ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนพุ่ง สินเชื่อโตต่ำ แบงก์ระมัดระวัง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">การกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/">เจาะลึกมติ กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% ถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569-2570</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/thai-economy-outlook-mpc-interest-rate-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซฟค่าใช้จ่าย! กบง เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร เริ่ม 24 เม.ย 69 </title>
		<link>https://www.thesignals.net/eppo-cuts-diesel-refinery-price-2-phases-2026/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/eppo-cuts-diesel-refinery-price-2-phases-2026/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 09:38:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Politics & Policy]]></category>
		<category><![CDATA[กบง]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดราคาดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2681</guid>

					<description><![CDATA[<p>มติล่าสุด กบง งัดมาตรการด่วน หั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/eppo-cuts-diesel-refinery-price-2-phases-2026/">เซฟค่าใช้จ่าย! กบง เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร เริ่ม 24 เม.ย 69 </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>มติล่าสุด กบง งัดมาตรการด่วน หั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นช่วยประชาชน</b><span style="font-weight: 400;"> วันนี้ (23 เม.ย 69) ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่คนใช้รถและภาคขนส่งต้องจับตาดูให้ดี เมื่อนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดหลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ กบง</span></p>
<h2><b>เซฟค่าใช้จ่าย! กบง เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร เริ่ม 24 เม.ย 69</b></h2>
<h2><b><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2687" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_4_11zon-1.webp" alt="เซฟค่าใช้จ่าย! กบง เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร เริ่ม 24 เม.ย 69 " width="1200" height="1500" title="เซฟค่าใช้จ่าย! กบง เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร เริ่ม 24 เม.ย 69 " srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_4_11zon-1.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_4_11zon-1-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_4_11zon-1-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_4_11zon-1-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_4_11zon-1-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-2_4_11zon-1-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /> </b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยไฮไลต์หลักของการประชุมรอบนี้คือมติเห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทั้งหมด เพื่อเข้ามาช่วยซัพพอร์ตและบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชน ในขณะเดียวกันก็เป็นการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศในช่วงที่ยังคงมีความท้าทายจากภาวะวิกฤตพลังงานโลก</span></p>
<p><b>กางไทม์ไลน์ลดดีเซล 2 ระยะ มีช่วงไหนบ้าง เช็กเลย!</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับการขยับตัวของ กบง ในครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการประกาศยกเลิกมติเดิมเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 แล้วเคาะโครงสร้างใหม่สำหรับการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วทั้งเกรด บี0 บี7 และ บี20 โดยแบ่งสเต็ปการลดราคาออกเป็น 2 ช่วงเวลาอย่างชัดเจน ได้แก่</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระยะที่ 1</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 จะปรับลดราคาลง 5 บาทต่อลิตร</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระยะที่ 2</b><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 จะปรับลดราคาลง 3 บาทต่อลิตร</span></li>
</ul>
<h3><b>เบื้องหลังการลดราคา ชำแหละต้นทุนดึงกำไรส่วนเกินคืนกระเป๋าคนไทย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ หากมองย้อนกลับไปถึงที่มาที่ไปของการตัดสินใจครั้งนี้ จะพบว่ามาจากการมอนิเตอร์สถานการณ์ราคาน้ำมันและต้นทุนการกลั่นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ กบง เคยมีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลลง 2 บาทต่อลิตร ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เพื่อเป็นมาตรการเร่งด่วนในการช่วยลดภาระค่าครองชีพและกดราคาขายปลีกหน้าปั๊มให้ถูกลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ต้องมีการปรับลดราคาเพิ่มเติมถึง 5 บาทในรอบนี้ เกิดจากการเข้าไปรวบรวมและวิเคราะห์อินไซต์ข้อมูลต้นทุนการกลั่นน้ำมันดิบของกลุ่มโรงกลั่นในช่วงระหว่างวันที่ 1 &#8211; 16 เมษายน 2569 อย่างละเอียด โดยทีมงานได้คำนวณตามหลักการที่รวมเอาต้นทุนส่วนเพิ่มจากสถานการณ์ผิดปกติในช่วงวิกฤตพลังงานเข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) ค่าพรีเมียมผลิตภัณฑ์ (Product Premium) ค่าพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม (War Risk Premium) รวมถึงค่าขนส่งและค่าประกันภัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์จากการชำแหละโครงสร้างต้นทุนvพบว่า กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันยังมีผลประโยชน์ส่วนเกินเหลืออยู่ที่ระดับ 3.43 บาทต่อลิตร ดังนั้น กบง จึงมองเห็นความเหมาะสมที่จะดึงเอาผลประโยชน์ส่วนเกินตรงนี้มาแปลงเป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อส่งผ่านผลประโยชน์กลับคืนสู่กระเป๋าประชาชนให้มากที่สุด โดยที่ยังคงบาลานซ์และคำนึงถึงความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของฝั่งโรงกลั่นน้ำมันด้วยเช่นกัน</span></p>
<h3><b>ยกระดับความโปร่งใส ปรับมาตรฐานรายงานต้นทุนโรงกลั่นใหม่ </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มากไปกว่านั้น เพื่ออุดช่องโหว่และเพิ่มความโปร่งใสในระยะยาว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้อัปเกรดและปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้ได้มาตรฐานสากลมากขึ้น การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถแยกแยะรายละเอียดต้นทุนและองค์ประกอบยิบย่อยต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนและแม่นยำ ซึ่งจะกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยให้มีความเป็นธรรม โปร่งใส และสะท้อนสถานการณ์ตลาดโลกที่แท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายเอกนัฏ ได้กล่าวย้ำทิ้งท้ายไว้ว่า มาตรการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ถือเป็นการสร้างสมดุลระหว่างค่าครองชีพของประชาชนกับเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยมุ่งเน้นการบรรเทาภาระอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับเดินหน้าออกประกาศ กบง เรื่อง การปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ฉบับที่ 2 ซึ่งจะถูกนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้แบบทันทีตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป</span></p>
<p><b>มุมมองอนาคตและสิ่งที่จะตามมา </b><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว การเข้ามาแทรกแซงโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นของ กบง ในครั้งนี้ ถือเป็นยาแรงที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับภาคขนส่งและลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ทันทีในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมของความเป็นจริงที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้ โครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าพรีเมียมความเสี่ยงสงคราม (War Risk Premium) และความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า หากสถานการณ์โลกเริ่มคลี่คลายในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ตามกรอบเวลาที่มาตรการระยะที่ 2 สิ้นสุดลง เราอาจเห็นการปล่อยให้กลไกตลาดกลับมาทำงานตามปกติ ซึ่งผู้บริโภคและภาคธุรกิจควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของราคาที่อาจเด้งกลับขึ้นไปได้ สิ่งสำคัญที่สุด คือ การวางแผนการจัดการต้นทุนด้านพลังงานของตัวเอง ควบคู่ไปกับการที่ภาครัฐต้องหาโมเดลการอุดหนุนที่ยั่งยืนกว่าการดึงผลกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาวอย่างแท้จริง</span></p>
<p><strong>สรุปไทม์ไลน์ กบง หั่นราคาหน้าโรงกลั่น &#8220;ดีเซล&#8221; 2 ระยะ (เม.ย &#8211; พ.ค 69)</strong></p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>ระยะเวลาการปรับลดราคา</b></td>
<td><b>อัตราที่ปรับลด (บาท/ลิตร)</b></td>
<td><b>เป้าหมายของมาตรการ</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ระยะที่ 1:</b><span style="font-weight: 400;"> 24 เม.ย &#8211; 9 พ.ค 69</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปรับลดลง </span><b>5 บาท</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ช่วยลดภาระค่าครองชีพเร่งด่วน ดึงผลประโยชน์ส่วนเกินกลับสู่ประชาชน</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>ระยะที่ 2:</b><span style="font-weight: 400;"> 10 พ.ค &#8211; 19 พ.ค 69</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ปรับลดลง </span><b>3 บาท</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รักษาสมดุลเสถียรภาพพลังงาน ควบคู่การดูแลความต่อเนื่องของธุรกิจโรงกลั่น</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/eppo-cuts-diesel-refinery-price-2-phases-2026/">เซฟค่าใช้จ่าย! กบง เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร เริ่ม 24 เม.ย 69 </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/eppo-cuts-diesel-refinery-price-2-phases-2026/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข่าวดีผู้ใช้รถ กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันชุดใหญ่ บรรเทาค่าใช้จ่ายรับสภาวะตลาดโลก</title>
		<link>https://www.thesignals.net/oil-price-drop-diesel-gasoline-update/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/oil-price-drop-diesel-gasoline-update/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 06:45:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[กบน]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันวันนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมันเบนซิน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[อัปเดตราคาน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2358</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข่าวดีผู้ใช้รถ กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันชุดใหญ่ บรรเทาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/oil-price-drop-diesel-gasoline-update/">ข่าวดีผู้ใช้รถ กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันชุดใหญ่ บรรเทาค่าใช้จ่ายรับสภาวะตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><b>ข่าวดีผู้ใช้รถ กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันชุดใหญ่ บรรเทาค่าใช้จ่ายรับสภาวะตลาดโลก</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2361" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon.webp" alt="ข่าวดีผู้ใช้รถ กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันชุดใหญ่ บรรเทาค่าใช้จ่ายรับสภาวะตลาดโลก" width="1200" height="1500" title="ข่าวดีผู้ใช้รถ กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันชุดใหญ่ บรรเทาค่าใช้จ่ายรับสภาวะตลาดโลก" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/Artboard-1-copy-3_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดถึงเรื่องค่าครองชีพในยุคนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า &#8220;ราคาน้ำมัน&#8221; คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกระเป๋าสตางค์ของทุกคนโดยตรง ทว่าล่าสุดก็มีข่าวดีที่น่าจะทำให้หลายคนใจฟูขึ้นมาได้บ้าง เมื่อ <a href="https://www.offo.or.th/th/announcement/fuel-fund-management-committee" target="_blank" rel="noopener">คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)</a> ได้มีมติสำคัญในการประชุมเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยเคาะไฟเขียวปรับลดอัตราเงินกองทุน เพื่อหั่นราคาขายปลีกทั้งน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ลง ถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญเพื่อสอดรับกับกลไกตลาดโลก และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างตรงจุด</span></p>
<h3><b>ทำไมราคาน้ำมันถึงปรับลดลง?</b></h3>
<p><b>ก่อนอื่นเลย</b><span style="font-weight: 400;"> เราต้องมาทำความเข้าใจบริบทของตลาดพลังงานกันสักนิด ราคาพลังงานในบ้านเรามักจะอ้างอิงกับตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก </span><b>ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว</b><span style="font-weight: 400;"> สถานการณ์ราคาตลาดน้ำมันสิงคโปร์ ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 มีทิศทางที่อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน</span></p>
<p><b>โดยรายละเอียดเชิงลึก</b><span style="font-weight: 400;"> พบว่าน้ำมันดีเซลปิดตัวลงที่ระดับประมาณ 172 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (ปรับลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) </span><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> น้ำมันเบนซินก็ปิดที่ระดับประมาณ 122 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (ปรับลดลงถึง 3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) </span><b>ดังนั้น</b><span style="font-weight: 400;"> การที่ตัวเลขในตลาดภูมิภาคปรับตัวลดลง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงใช้จังหวะนี้ปรับโครงสร้างราคาในประเทศให้สะท้อนความเป็นจริงทันที</span></p>
<h3><b>อัปเดตโครงสร้างราคาและเงินกองทุนใหม่ (มีผล 17 เมษายน 2569)</b></h3>
<p><b>เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ</b><span style="font-weight: 400;"> เรามาดูรายละเอียดการปรับอัตราเงินกองทุนและราคาขายปลีกหน้าปั๊มแบบเจาะลึกกันเลยว่า แต่ละประเภทมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง</span></p>
<ol>
<li><b> กลุ่มน้ำมันดีเซล (ปรับลดราคาขายปลีก 1.50 บาทต่อลิตร)</b></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา:</b><span style="font-weight: 400;"> มีการปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันลง 0.04 บาทต่อลิตร ทำให้กลายเป็นการชดเชยที่ 2.83 บาทต่อลิตร </span><b>ส่งผลให้</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการลดลง 1.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ </span><b>42.90 บาทต่อลิตร</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20:</b><span style="font-weight: 400;"> มีการปรับเพิ่มอัตราเงินกองทุน 0.15 บาทต่อลิตร ทำให้มีตัวเลขชดเชยอยู่ที่ 9.21 บาทต่อลิตร </span><b>ผลลัพธ์คือ</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาขายปลีกลดลง 1.50 บาทต่อลิตรเช่นกัน โดยไปหยุดอยู่ที่ </span><b>35.90 บาทต่อลิตร</b></li>
</ul>
<ol start="2">
<li><b> กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ (ปรับลดราคาขายปลีก 0.50 บาทต่อลิตร)</b> <b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> ในฝั่งของผู้ใช้รถเครื่องยนต์เบนซินก็ได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน โดยมีการปรับอัตราส่งเงินเข้ากองทุนใหม่ ดังนี้</span></li>
</ol>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันเบนซิน:</b><span style="font-weight: 400;"> ปรับเพิ่มอัตราเงินกองทุน 0.29 บาทต่อลิตร ขยับขึ้นเป็น 11.41 บาทต่อลิตร </span><b>ทำให้</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ </span><b>52.04 บาทต่อลิตร</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95:</b><span style="font-weight: 400;"> ปรับเพิ่มอัตราเงินกองทุน 0.23 บาทต่อลิตร เป็น 4.03 บาทต่อลิตร </span><b>ส่งผลให้</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ </span><b>42.45 บาทต่อลิตร</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91:</b><span style="font-weight: 400;"> ปรับเพิ่มอัตราเงินกองทุน 0.23 บาทต่อลิตร เป็น 4.03 บาทต่อลิตร </span><b>ส่งผลให้</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ </span><b>42.08 บาทต่อลิตร</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20:</b><span style="font-weight: 400;"> ปรับลดอัตราเงินกองทุน 0.20 บาทต่อลิตร ทำให้ตัวเลขชดเชยอยู่ที่ 1.26 บาทต่อลิตร </span><b>ส่งผลให้</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ </span><b>35.45 บาทต่อลิตร</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85:</b><span style="font-weight: 400;"> ปรับลดอัตราเงินกองทุน 0.28 บาทต่อลิตร เป็น 2.20 บาทต่อลิตร </span><b>ทำให้</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาขายปลีกลดลง 0.50 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ </span><b>31.39 บาทต่อลิตร</b></li>
</ul>
<h3><b>เช็กตารางเปรียบเทียบชัดๆ โครงสร้างราคาน้ำมันและเงินกองทุนใหม่ (อัปเดตล่าสุด)</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อัตราเงินกองทุนฯ (เดิม)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อัตราเงินกองทุนฯ (ใหม่)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อัตราเงินกองทุนฯ (ผลต่าง)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาขายปลีก (เดิม)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาขายปลีก (ใหม่)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาขายปลีก (ผลต่าง)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันเบนซิน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">11.12</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">11.41</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.29</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">52.54</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">52.04</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-0.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันแก๊สโซฮอล 95</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">3.8</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">4.03</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.23</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">42.95</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">42.45</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-0.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันแก๊สโซฮอล 91</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">3.8</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">4.03</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.23</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">42.58</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">42.08</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-0.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันแก๊สโซฮอล อี20</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-1.46</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-1.26</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.2</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">35.95</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">35.45</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-0.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันแก๊สโซฮอล อี85</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">2.48</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">2.2</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-0.28</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">31.89</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">31.39</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-0.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี7</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-2.87</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-2.83</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">0.04</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">44.4</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">42.9</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-1.5</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-9.06</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-9.21</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-0.15</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">37.4</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">35.9</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">-1.5</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">จากตารางข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างราคาพลังงานได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ตารางได้แบ่งการเปรียบเทียบออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ &#8220;อัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&#8221; และ &#8220;ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ&#8221; โดยมีการเทียบตัวเลข &#8220;เดิม&#8221; และ &#8220;ใหม่&#8221; พร้อมแสดง &#8220;ผลต่าง&#8221; ให้ดูกันแบบบรรทัดต่อบรรทัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยรายละเอียดเชิงลึก รูปภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลไกการทำงานของ กบน อย่างแท้จริงว่า ภาครัฐใช้วิธีการปรับสัดส่วนการเก็บเงินเข้าหรือชดเชยเงินกองทุนฯ ในแต่ละประเภทน้ำมันให้แตกต่างกันไป (เช่น การชดเชยดีเซล บี7 เพิ่มขึ้น 0.04 บาท และดีเซล บี20 เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือการเก็บเงินเข้ากองทุนฝั่งเบนซินเพิ่ม 0.29 บาท) แต่ผลลัพธ์สุดท้าย คือเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการกดราคาขายปลีกหน้าปั๊มให้ลดลงตามมติที่ตั้งไว้ ซึ่งตัวเลขในช่องราคาขายปลีกแสดงผลต่างที่ติดลบอย่างชัดเจน คือลดลง (1.50) บาทสำหรับกลุ่มดีเซล และ (0.50) บาทสำหรับกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด ดังนั้น ตารางนี้จึงเป็นบทสรุปตัวเลขที่ช่วยให้คนใช้รถสามารถตรวจสอบราคาอ้างอิงและทำความเข้าใจกลไกการปรับลดราคาในรอบนี้ได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด</span></p>
<h3><b>เบื้องหลังกลยุทธ์ บริหารกองทุนน้ำมันฯ อย่างยั่งยืน</b></h3>
<p><b>นอกจาก</b><span style="font-weight: 400;"> เรื่องของราคาหน้าปั๊มที่ลดลงแล้ว อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจมากคือการบริหารจัดการสภาพคล่องของภาครัฐ การปรับลดราคาในครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น &#8220;โช้คอัพ&#8221; คอยซับแรงกระแทกและรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานอย่างชาญฉลาด</span></p>
<p><b>กล่าวคือ</b><span style="font-weight: 400;"> การปรับตัวเลขโครงสร้างในรอบนี้ ช่วยลดภาระรายจ่ายชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมหาศาล จากเดิมที่ต้องแบกรับภาระหนักถึงวันละกว่า 1,200 ล้านบาท ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงวันละ 113.83 ล้านบาทเท่านั้น </span><b>ผลที่ตามมาคือ</b><span style="font-weight: 400;"> กองทุนน้ำมันฯ จะกลับมามีสภาพคล่องและมีสายป่านที่ยาวขึ้น พร้อมรับมือกับความผันผวนหรือวิกฤตราคาพลังงานในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่จังหวะตลาดโลกเอื้ออำนวย</span></p>
<h3><b>มุมมองและแนวโน้มพลังงานในอนาคต</b></h3>
<p><b>สุดท้ายนี้</b><span style="font-weight: 400;"> หากมองจากพื้นฐานความเป็นจริง กลไกตลาดน้ำมันโลกยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานเกิดความผันผวนได้ตลอดเวลา </span><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> การที่กองทุนน้ำมันฯ สามารถบริหารจัดการลดภาระหนี้รายวันลงมาได้ในระดับนี้ ถือเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้โครงสร้างพลังงานไทยมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ใช้รถทั่วไป การปรับลดราคาน้ำมันรอบนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีในการเซฟเงินในกระเป๋า </span><b>แต่ในระยะยาว</b><span style="font-weight: 400;"> เทรนด์ของรถยนต์พลังงานทางเลือก (EV) หรือพลังงานสะอาด ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งสมการที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจ เพื่อเตรียมรับมือกับโลกแห่งพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/oil-price-drop-diesel-gasoline-update/">ข่าวดีผู้ใช้รถ กบน. เคาะปรับลดราคาน้ำมันชุดใหญ่ บรรเทาค่าใช้จ่ายรับสภาวะตลาดโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/oil-price-drop-diesel-gasoline-update/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หากซาอุดีฯ ขึ้นค่าพรีเมียมน้ำมัน 7 เท่า ค่าครองชีพของไทยจะเป็นอย่างไร</title>
		<link>https://www.thesignals.net/saudi-oil-premium-hike-impact-thailand/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/saudi-oil-premium-hike-impact-thailand/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Apr 2026 03:12:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Markets]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ซาอุดีอาระเบีย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันแพง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2118</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความเชื่อมโยง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/saudi-oil-premium-hike-impact-thailand/">หากซาอุดีฯ ขึ้นค่าพรีเมียมน้ำมัน 7 เท่า ค่าครองชีพของไทยจะเป็นอย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในพื้นที่ แต่ยังลุกลามมาถึงกระเป๋าสตางค์ของคนไทยทุกคน ข้อมูลอินไซต์ที่น่าสนใจจากรายการ </span><b>‘มองโลกจากดาวอังคาร’ โดยคุณช่อ พรรณิการ์ วานิช ทางช่อง YouTube ของคณะก้าวหน้า (Progressive Movement)</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ฉายภาพรวมของสถานการณ์ในตะวันออกกลางไว้อย่างละเอียดและแหลมคม ซึ่งบทความนี้ จะขอนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมของโครงสร้างราคาพลังงาน ซัพพลายเชนระดับโลก และเตรียมรับมือกับคลื่นกระแทกทางเศรษฐกิจที่กำลังจะมาถึง</span></p>
<h2><span style="font-weight: 400;">หากซาอุดีฯ ขึ้นค่าพรีเมียมน้ำมัน 7 เท่า ค่าครองชีพของไทยจะเป็นอย่างไร</span></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2155" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/เด้_1.webp" alt="หากซาอุดีฯ ขึ้นค่าพรีเมียมน้ำมัน 7 เท่า ค่าครองชีพของไทยจะเป็นอย่างไร" width="1200" height="1500" title="หากซาอุดีฯ ขึ้นค่าพรีเมียมน้ำมัน 7 เท่า ค่าครองชีพของไทยจะเป็นอย่างไร" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/เด้_1.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/เด้_1-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/เด้_1-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/เด้_1-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/เด้_1-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/เด้_1-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>จุดเดือดที่ยังไม่สิ้นสุด การขีดเส้นตายและการเจรจาที่ล้มเหลว</b><span style="font-weight: 400;"> ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานถึง 6 สัปดาห์นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลายคนอาจจะติดตามข่าวจนเริ่มสับสนกับกรอบเวลาที่ถูกกำหนดขึ้นหลายครั้ง แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่เพิ่งผ่านพ้นไป คือ การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขีดเส้นตาย 10 วัน (จากเดิมที่มีการระบุตัวเลข 3 วัน หรือ 7 วัน) โดยยื่นคำขาดว่าหากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในกำหนด สหรัฐฯ จะปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านให้ราบคาบ ซึ่งเส้นตายดังกล่าวได้สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อเวลา 07:00 น. ของวันที่ 7 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระหว่างที่เวลากำลังนับถอยหลัง กลุ่มประเทศโลกมุสลิม นำโดยปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี ได้พยายามเดินหน้าเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ย โดยยื่นข้อเสนอหยุดยิงเบื้องต้นเป็นระยะเวลา 45 วันให้ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านพิจารณา ซึ่งนับเป็นความพยายามที่สร้างความหวังให้กับประชาคมโลก ทว่าความหวังนั้นก็พังทลายลงเมื่อทางการอิหร่านประกาศปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวอย่างเป็นทางการในช่วงหัวค่ำของวันที่ 6 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าเงื่อนไข 45 วันนี้จะเป็นการเปิดช่องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลมีเวลาฟื้นฟูกำลังรบเพื่อกลับมาโจมตีอิหร่านให้หนักกว่าเดิม</span></p>
<h3><b>การตอบโต้ทางทหารที่พุ่งเป้าไปยัง &#8220;เส้นเลือดใหญ่&#8221; ด้านพลังงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อการเจรจาทางการทูตไม่เป็นผล สิ่งที่ตามมา คือ การยกระดับความรุนแรง กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานของอิหร่านทันที ทำให้เกิดความเสียหายหนักถึง 80-90% แม้ที่ผ่านมาแหล่งพลังงานนี้จะเคยตกเป็นเป้าหมายมาแล้วหลายครั้ง แต่การโจมตีรอบนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า อิหร่านย่อมไม่อยู่เฉยและได้ทำการตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานการผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบียเช่นกัน รูปแบบการทำสงครามในครั้งนี้ถือว่าแตกต่างจากในอดีตอย่างมาก เพราะต่างฝ่ายต่างมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Oil Infrastructure) ทั้งบ่อน้ำมัน ท่อส่ง และโรงกลั่น ซึ่งเปรียบเสมือน &#8220;ถุงเงิน&#8221; ของแต่ละประเทศแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน</span></p>
<h3><b>ช็อกตลาดโลก ซาอุฯ ปรับขึ้นค่าพรีเมียมน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลกระทบของสงคราม นำไปสู่ข่าวเศรษฐกิจที่สร้างความสะเทือนให้กับตลาดพลังงานทั่วโลก เมื่อบริษัท ซาอุดี อารามโก (Saudi Aramco) รัฐวิสาหกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ประกาศปรับขึ้น &#8220;ค่าพรีเมียมน้ำมัน&#8221; (Premium) สำหรับลูกค้าในเอเชียพุ่งสูงถึง 19.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมในเดือนเมษายนที่จัดเก็บเพียง 2.5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับปรับขึ้นรวดเดียวถึง 17 ดอลลาร์สหรัฐ</span></p>
<p><b>สาเหตุที่ซาอุฯ ต้องปรับค่าพรีเมียมขึ้นมโหฬาร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเดิมในเดือนเมษายนที่เก็บค่าพรีเมียมเพียง 2.5 ดอลลาร์ฯ ซาอุฯ ได้ประกาศขึ้นราคาสำหรับลูกค้าเอเชียเป็น </span><b>19.5 ดอลลาร์ฯ</b><span style="font-weight: 400;"> (เพิ่มรวดเดียว 17 ดอลลาร์ฯ) ส่วนลูกค้ายุโรปโดนเพิ่ม 25 ดอลลาร์ฯ และสหรัฐฯ โดนเพิ่ม 10 ดอลลาร์ฯ สาเหตุหลักมาจาก </span><b>&#8220;ค่าความเสี่ยงจากสงคราม&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ถูกบวกเข้าไปเต็มๆ:</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด/ไม่ปลอดภัย</b><span style="font-weight: 400;"> เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี ทำให้ส่งออกทางเส้นทางหลักไม่ได้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ต้นทุนเส้นทางสำรองที่แพงขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจุบันมีแค่ซาอุฯ และ UAE ที่มีช่องทางส่งออกอื่น ซาอุฯ ต้องเปลี่ยนไปใช้ท่อส่งน้ำมันสำรองไปยังท่าเรือ ยานบุ (Yanbu) ในฝั่งทะเลแดง ซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือหลักถึง 1,200 กิโลเมตร ทำให้โครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อมเท่า และมีต้นทุนค่าโสหุ้ยในการขนส่งพุ่งสูงขึ้นมาก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ซัพพลายตึงตัว</b><span style="font-weight: 400;"> เส้นทางสำรองนี้ส่งออกน้ำมันได้เพียง 70% จากความจุเดิม (เทียบกับฮอร์มุซที่ส่งได้ 100%) และตอนนี้ใช้งานเกือบเต็มพิกัดสูงสุดที่ 80% แล้ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเสี่ยงจากการถูกโจมตี</b><span style="font-weight: 400;"> ฐานการผลิตและบ่อน้ำมันของซาอุฯ เองก็ตกเป็นเป้าโจมตีจากอิหร่าน ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความเสี่ยงสูงมาก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทางวิเคราะห์บางมุมมอง ประเมินว่าตัวเลข 19.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจยังไม่ใช่จุดสูงสุด ซึ่งมีการเสนอตัวอย่างสมมติว่า ถ้าค่าพรีเมียมเพิ่มอีกประมาณ 50% จากปัจจุบัน จะอาจอยู่ที่ประมาณ 34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ข้อมูลตัวอย่างนี้ยังไม่มีแหล่งข่าวชั้นหนึ่งระบุชัดเจน จึงขอใช้เพียงเพื่อตีความเชิงสมมติเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันโดยรวมกระโดดสูงขึ้นเกือบ 20%</span></p>
<p><b>ทำไมประชาชนคนไทยโดนเด้งสองต่อ</b></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สูตรคำนวณผลกระทบ (ตัวอย่างเชิงประมาณการ) </b><span style="font-weight: 400;">ในช่วงนี้มีการใช้สูตรประมาณการว่า หากต้นทุนน้ำมันดิบตลาดโลกเพิ่มขึ้น 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในไทยอาจขยับขึ้นประมาณ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นเพียงการประมาณเชิงตัวอย่าง ไม่ใช่กฎเกณฑ์ทางกฎหมาย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ราคาขั้นต่ำที่ต้องขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> การที่ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบียปรับขึ้น 17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถูกนำมาใช้ในตัวอย่างคำนวณเชิงประมาณการ โดยสมมติต่างกันระหว่าง 17 ดอลลาร์หารด้วย 5 ดอลลาร์ ต่อ 1 บาทจะได้ประมาณ 3.4 บาท หรือใกล้เคียง 3.50 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นแนวโน้ม ไม่ได้หมายถึงตัวเลขขั้นต่ำตายตัวทางกฎหมาย * </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>โดนผลกระทบ 2 ชั้น</b><span style="font-weight: 400;"> วิกฤตนี้ไม่ได้ทำให้แพงแค่ &#8220;ค่าพรีเมียม&#8221; แต่ &#8220;ราคาอ้างอิง&#8221; (ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก) ก็พุ่งสูงขึ้นตามภาวะสงครามอยู่แล้ว เมื่อนำมาบวกกัน จึงเท่ากับว่าเราต้องซื้อน้ำมันแพงขึ้นแบบเด้งสองต่อ ซึ่งในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบโลกและค่าพรีเมียมยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนอื่น เช่น ค่าการกลั่นและค่าขนส่ง ยังคงเพิ่มขึ้น และภาครัฐไม่มีการใช้มาตรการอุดหนุนหรือเงินช่วยจากรัฐบาลอย่างเพียงพอ ราคาน้ำมันดีเซลในไทยอาจมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นไปใกล้หรือมากกว่าระดับ 60 บาทต่อลิตร </span><span style="font-weight: 400;">ตามการประเมินเชิงสมมติ</span></li>
</ul>
<h3><b>ทำความเข้าใจ &#8220;ค่าพรีเมียมน้ำมัน&#8221; และความท้าทายด้านการขนส่ง </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ต้องอธิบายว่าราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (Official Selling Price &#8211; OSP) ไม่ได้ตั้งขึ้นแบบตายตัว แต่มีสูตรคำนวณคือ ราคาอ้างอิง (เช่น น้ำมันดิบดูไบ-โอมาน) บวกกับ ค่าพรีเมียม ซึ่งค่าพรีเมียมนี้สะท้อนถึงคุณภาพของน้ำมันและต้นทุนความเสี่ยงต่างๆ</span></p>
<p><b>ค่าพรีเมียมน้ำมัน&#8221; (Oil Premium) คืออะไร?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้ำมันจากตะวันออกกลาง ถือเป็นน้ำมันคุณภาพมาตรฐานที่โรงกลั่นทั่วโลกคุ้นเคย (ต่างจากน้ำมันชนิดเบาของสหรัฐฯ หรือน้ำมันหนักที่มีกำมะถันสูงจากแหล่งอื่น) แต่สิ่งที่ทำให้ค่าพรีเมียมพุ่งทะยานในตอนนี้คือ </span><b>&#8220;ต้นทุนความเสี่ยงจากสงคราม&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ประเทศที่สามารถส่งออกน้ำมันได้ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบีย ไม่ได้ตั้งราคาขายแบบตายตัว แต่มีสูตรคำนวณ ราคาขายอย่างเป็นทางการ (Official Selling Price &#8211; OSP) ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ราคาขาย = ราคาอ้างอิง (Benchmark) + ค่าพรีเมียม (Premium)</b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับลูกค้าในเอเชีย จะใช้ราคาน้ำมันดิบของโอมานและดูไบเป็น </span><b>ราคาอ้างอิง</b><span style="font-weight: 400;"> แล้วบวกด้วย </span><b>ค่าพรีเมียม</b><span style="font-weight: 400;"> (หรือค่าส่วนต่าง) ซึ่งในสภาวะปกติ ค่าพรีเมียมจะบวกเพิ่มเพียง 1-2 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสะท้อนถึง </span></p>
<ol>
<li><b>คุณภาพของน้ำมัน </b><span style="font-weight: 400;">น้ำมันอาหรับมีคุณภาพพอดี (ไม่เบาเกินไปเหมือนของสหรัฐฯ และไม่หนักหรือมีกำมะถันสูงเหมือนรัสเซียหรือเวเนซุเอลา) ทำให้โรงกลั่นทั่วโลกนิยมใช้</span></li>
<li><b>ปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ</b><span style="font-weight: 400;"> ความยากง่ายในการขนส่ง และความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศของซาอุฯ เอง</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ซาอุฯ ต้องเปลี่ยนเส้นทางขนส่งจากท่าเรือ ราส ตานูรา (Ras Tanura) ไปยังท่าเรือสำรองที่ ยานบุ (Yanbu) ในฝั่งทะเลแดง ซึ่งมีระยะทางห่างกันถึง 1,200 กิโลเมตร และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อมสมบูรณ์เต็มร้อย ปัจจุบันใช้งานเส้นทางนี้เพื่อส่งออกน้ำมันได้ราว 70% โดยมีความจุสูงสุดอยู่ที่ 80% ปัจจัยด้านลอจิสติกส์ที่ยากลำบากและความเสี่ยงในการผลิตนี้เอง ที่บีบให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<h3><b>ถอดรหัสสูตรคำนวณ ทำไมน้ำมันไทยถึงจ่อแพงขึ้นขั้นต่ำ 3.50 บาท?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วสถานการณ์เหล่านี้ส่งผลกับคนไทยอย่างไร? หากอ้างอิงสูตรคำนวณจาก คุณศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส. พรรคประชาชน อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ได้ให้สูตรคำนวณผลกระทบแบบเข้าใจง่าย (โดยยังไม่รวมเงินอุดหนุนจากรัฐ) ไว้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>กลไกราคา </b><span style="font-weight: 400;">ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับขึ้นทุกๆ </span><b>5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล</b><span style="font-weight: 400;"> = ราคาน้ำมันในไทยจะปรับขึ้น </span><b>1 บาทต่อลิตร</b></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผลกระทบจากค่าพรีเมียมซาอุฯ</b><span style="font-weight: 400;"> การที่ซาอุดีอาระเบียปรับขึ้น &#8220;ค่าพรีเมียม&#8221; รวดเดียว </span><b>17 ดอลลาร์สหรัฐ</b><span style="font-weight: 400;"> เมื่อนำมาหารตามสูตร (17 ÷ 5) จึงแปลว่าราคาน้ำมันในไทยจะต้องถูกปรับขึ้น </span><b>&#8220;ขั้นต่ำอย่างน้อย 3.50 บาทต่อลิตร&#8221;</b></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">* </span><b>วิกฤตเด้งสองต่อ  </b><span style="font-weight: 400;">ตัวเลข 3.50 บาทที่กล่าวมา เป็นเพียงตัวอย่างเชิงประมาณการที่อิงจากสูตร 17 ดอลลาร์หาร 5 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าพรีเมียมเท่านั้น แท้จริงแล้วราคาน้ำมันดีเซลในไทยยังต้องรับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันดิบอ้างอิง (ดูไบ-โอมาน) ที่ปรับขึ้นตามภาวะสงคราม ค่าการกลั่น ค่าขนส่ง ภาษี และเงินช่วยจากรัฐ ทำให้ไทยแบกรับต้นทุนที่มาจากหลายชั้น ไม่ใช่เพียงพรีเมียมหรือเพียงตัวน้ำมันดิบ แต่ตัวเลข 3.50 บาทยังไม่สามารถแยกเป็นต้นทุนเฉพาะส่วนใดได้ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สภาพความตึงตัวของราคาพลังงานไทยในปัจจุบัน แม้รัฐบาลจะพยายามตรึงราคา แต่สถานการณ์จริงในปัจจุบันถือว่าอยู่ในจุดวิกฤต</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ราคาหน้าปั๊มพุ่งทะลุเพดาน</b><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูล ณ วันที่ประมาณต้น-กลางเดือนเมษายน 2569 ราคาน้ำมันดีเซล B7 ที่จำหน่ายโดยผู้ค้ารายใหญ่ เช่น ปตท. (OR) ขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 50.54 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลพรีเมียม (เช่น ซูเปอร์พาวเวอร์) ต่างปั๊มมีราคาอยู่ที่ประมาณ 67-70.94 บาทต่อลิตร ซึ่งอาจถูกสรุปโดยทั่วไปว่า ‘ดีเซลธรรมดาเกิน 50 บาท’ และ ‘ดีเซลพรีเมียมเกิน 70 บาท’ แต่ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับปั๊มแต่ละแบรนด์ *</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;"> </span><b>กองทุนน้ำมันฯ แบกรับภาระหนักอึ้ง</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาที่เห็นนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ &#8220;ลอยตัว&#8221; อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงควักเงินอุดหนุนอยู่อีกราว </span><b>16-17 บาทต่อลิตร</b><span style="font-weight: 400;"> * </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ทำไมน้ำมันโลกถึงลง แต่น้ำมันไทยอาจไม่ลงตาม?</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ต้องกู้เงินมาพยุงราคาจนมีหนี้สินมหาศาล ดังนั้นในอนาคต ต่อให้สงครามจบลงหรือราคาน้ำมันโลกปรับลดลง คนไทยก็ยังต้องใช้น้ำมันแพงต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อนำส่วนต่างไปใช้หนี้คืนกองทุนน้ำมันฯ นั่นเอง</span></li>
</ul>
<p><b>มาตรการ &#8220;ลดค่าการกลั่น 2 บาท&#8221; ทำไมถึงถูกมองว่าไม่พอ?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์) ได้เจรจากับกลุ่มโรงกลั่นเพื่อขอลด &#8220;ราคาหน้าโรงกลั่น&#8221; ลงลิตรละ 2 บาท (เฉพาะดีเซล B7 และ B20) ซึ่งจะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงได้ประมาณ </span><b>2.14 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> แต่มาตรการนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนักใน 3 ประเด็น</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เทียบกับกำไรโรงกลั่นที่พุ่งสูง</b><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูลจากคุณวีระยุทธ ส.ส. พรรคประชาชน ชี้ว่า ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา &#8220;ค่าการกลั่น&#8221; ได้พุ่งกระโดดจากปกติ 6-7 บาท ไปสูงถึงกว่า </span><b>13 บาท</b><span style="font-weight: 400;"> การที่รัฐเจรจาลดลงมาได้เพียง 2 บาท จึงถูกมองว่าน้อยเกินไปและโรงกลั่นควร &#8220;เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข&#8221; ยอมลดสัดส่วนกำไรลงมากกว่านี้</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ถูกกลืนหายไปกับต้นทุนโลก</b><span style="font-weight: 400;"> ส่วนลด 2 บาทนี้ แทบไม่ช่วยบรรเทาสถานการณ์เลยเมื่อเทียบกับต้นทุนน้ำมันดิบและค่าพรีเมียมโลกที่กำลังพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความล่าช้าของระบบราชการ</b><span style="font-weight: 400;"> แม้จะมีข่าวประกาศออกมา แต่การปรับลดราคาหน้าปั๊มจริงต้องรอผ่านขั้นตอนทางราชการ ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือในทันที</span></li>
</ul>
<p><b>ระเบิดเวลาลูกอื่นๆ ที่คนไทยต้องเตรียมรับมือ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากราคาน้ำมันหน้าปั๊มแล้ว วิกฤตนี้ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงมิติอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บิลค่าไฟจ่อพุ่งสูงขึ้น</b><span style="font-weight: 400;"> ไฟฟ้าในประเทศไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งเราต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลาง (เช่น กาตาร์) เมื่อโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลางถูกโจมตี ต้นทุนการผลิตไฟจึงสูงขึ้น ทำให้ &#8216;ฐานค่าไฟ&#8217; จะต้องถูกปรับขึ้นตามไปด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>วันดีเดย์ (D-Day) สิ้นเดือนเมษายน </b><span style="font-weight: 400;">การขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมายังประเทศไทยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 เดือน เมื่อนับจากวันที่สงครามเริ่มปะทุรุนแรง (ปลายกุมภาพันธ์) ช่วงสิ้นเดือนเมษายนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ &#8220;ซัพพลายน้ำมันที่มีต้นทุนแพงหูฉี่และขาดแคลน&#8221; เดินทางมาถึงไทยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของมาตรการรับมือจากภาครัฐ</span></li>
</ul>
<h3><b>ความหวังทางการทูต และ D-Day พลังงาน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในท่ามกลางความตึงเครียด ยังคงมีความพยายามจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่เตรียมหารือเพื่อหาทางออก โดยเฉพาะบทบาทของมหาอำนาจอย่างจีน ซึ่งเป็นผู้รับซื้อน้ำมันรายใหญ่จากอิหร่านและได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ขณะที่รัสเซียกลับได้ประโยชน์จากการส่งออกน้ำมันทดแทน การจับตามองมติของ UNSC ในการกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนไทยต้องเตรียมรับมือคือ </span><b>ช่วงสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งเปรียบเสมือน D-Day ของวิกฤตพลังงาน</b><span style="font-weight: 400;"> เนื่องจากการขนส่งน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซมายังประเทศไทยต้องใช้เวลาเดินทาง 2 เดือน เมื่อนับจากจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง นี่คือจังหวะเวลาที่ผลกระทบด้านซัพพลายจะเดินทางมาถึงบ้านเราอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงปัญหาค่าไฟฟ้าที่เตรียมปรับตัวสูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่ต้องนำเข้าจากตะวันออกกลาง</span></p>
<h3><b>ต่อให้สงครามจบ แต่วิกฤตพลังงานยังไม่จบ?</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้ ไม่ใช่ปัญหาที่จะคลี่คลายได้ในเวลาชั่วข้ามคืนและราคาน้ำมันจะไม่มีทางลดลงทันทีแม้จะมีการประกาศหยุดยิงในวันพรุ่งนี้ ด้วยสาเหตุหลัก 3 ประการ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การทำลายล้างระดับโครงสร้าง (Winner Takes All)</b><span style="font-weight: 400;"> สงครามครั้งนี้ต่างจากอดีตที่มักจะหลีกเลี่ยงการโจมตี &#8220;แหล่งรายได้หลัก&#8221; แต่รอบนี้เป็นการมุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Oil Infrastructure) ทั้งท่อส่งน้ำมัน โรงกลั่น และบ่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งการบูรณะซ่อมแซมความเสียหายระดับนี้ต้องใช้เวลานานหลายเดือน</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ความเชื่อมั่นด้านโลจิสติกส์การเดินเรือ</b><span style="font-weight: 400;"> แม้สงครามสงบ แต่บริษัทประกันภัยทางทะเลจะต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือนๆ ในการประเมินความปลอดภัยให้แน่ใจ ก่อนที่จะกลับมารับประกันภัยเรือขนส่งสินค้าอีกครั้ง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันฯ</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจุบันรัฐบาลไทยใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ไปพยุงราคา (เกือบ 20 บาทต่อลิตร) จนกองทุนเป็นหนี้มหาศาล ดังนั้น ต่อให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ประชาชนก็ยังต้องทนใช้น้ำมันราคาแพงต่อไปเพื่อนำเงินส่วนต่างไปใช้หนี้คืนกองทุนฯ</span></li>
</ul>
<p><b>&#8220;ระเบิดเวลา&#8221; สิ้นเดือนเมษายน และผลกระทบต่อค่าครองชีพ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า ประชาชนต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทก (Brace for Impact) จากภาวะค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นในหลายมิติ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ดีเดย์ (D-Day) วิกฤตซัพพลายขาดแคลน</b><span style="font-weight: 400;"> การขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมาไทยต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2 เดือน เมื่อนับจากจุดเริ่มต้นของสงคราม ช่วง &#8220;สิ้นเดือนเมษายน&#8221; จึงเป็นจุดที่ระเบิดเวลาทำงาน เพราะซัพพลายพลังงานลอตใหม่ที่มีต้นทุนแพงลิ่วและขาดแคลนจะเดินทางมาถึงไทยอย่างเต็มรูปแบบ</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>บิลค่าไฟจ่อช็อกความรู้สึก</b><span style="font-weight: 400;"> ค่าไฟที่แพงขึ้นจะไม่ใช่แค่เพราะคนเปิดแอร์หน้าร้อน แต่ &#8220;ฐานค่าไฟ&#8221; จะถูกปรับพุ่งสูงขึ้นด้วย เพราะไทยต้องใช้ก๊าซธรรมชาติ (ที่นำเข้าจากตะวันออกกลางเช่นกัน) เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การชะงักงันของการเดินทาง</b><span style="font-weight: 400;"> ราคาพลังงานทำให้ตั๋วเครื่องบินแพงจนคนสู้ไม่ไหว เกิดแนวโน้มการงดเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ</span></li>
</ul>
<p><b>การปรับตัวของนโยบายรัฐที่ (ควรจะ) เกิดขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาตรการปัจจุบันของรัฐบาล เช่น การจำกัดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หรือการลดค่าการกลั่นลงเพียง 2 บาท ถือว่าไม่เพียงพอต่อวิกฤตที่ราคาทะยานทะลุฟ้า รัฐบาลจำเป็นต้องงัดมาตรการเชิงรุกออกมาใช้ ดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เปลี่ยนจาก &#8220;ขอความร่วมมือ&#8221; เป็น &#8220;ให้สิทธิประโยชน์&#8221; </b><span style="font-weight: 400;">หากรัฐจะรณรงค์ให้ประชาชน Work From Home หรือลดการใช้รถส่วนตัว รัฐควรมีมาตรการอุดหนุนรองรับเหมือนในต่างประเทศ เช่น การอุดหนุนค่าไฟให้บ้านที่ WFH หรือการให้บริการขนส่งมวลชนฟรีเพื่อจูงใจอย่างแท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อุดหนุนแบบพุ่งเป้า (Targeted Subsidy) อย่างเร่งด่วน</b><span style="font-weight: 400;"> ต้องเร่งคลอดมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางที่แบกรับต้นทุนของประเทศ เช่น เกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการภาคขนส่ง เพราะหากต้นทุนคนกลุ่มนี้สูงขึ้น จะสะท้อนไปที่ราคาสินค้าและค่าครองชีพของคนทั้งประเทศทันที</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับกลุ่มทุน</b><span style="font-weight: 400;"> รัฐต้องกล้าขอความร่วมมือให้ &#8220;กลุ่มโรงกลั่น&#8221; ยอมลดสัดส่วนกำไรลงมากกว่านี้ (จากที่เคยได้กำไรค่าการกลั่นพุ่งไปถึง 13 บาท) ควบคู่ไปกับการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิต</span></li>
</ul>
<p><b>ข้อจำกัดด้านพลังงานทางเลือก </b><span style="font-weight: 400;">วิกฤตนี้เป็นตัวเร่งให้ต้องหาพลังงานทางเลือก แต่ในความเป็นจริง นายกรัฐมนตรีได้ออกมายอมรับแล้วว่า </span><b>&#8220;การเสาะหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นในขณะนี้เป็นเรื่องยากมาก&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะทุกประเทศทั่วโลกต่างก็ได้รับผลกระทบและกำลังวิ่งแย่งชิงทรัพยากรพลังงานกันอย่างหนักหน่วง สิ่งที่ประชาชนทำได้ในระยะสั้นและระยะกลางคือการเตรียมพร้อมรับมือทางการเงิน และช่วยกันลดการใช้พลังงานลงอย่างจริงจัง</span></p>
<h3><b>สรุปโดนเด้งสองต่อ! วิกฤตพลังงานโลกฟาดหางใส่กระเป๋าตังค์คนไทย</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยต้นทาง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ระดับโลก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบพุ่งเป้าสู่คนไทย</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ช่องแคบฮอร์มุซเสี่ยงสูง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ซาอุฯ เปลี่ยนเส้นทางขนส่ง ต้นทุนพุ่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ค่าพรีเมียมน้ำมันขึ้น 7 เท่า (กระทบดีเซลไทย)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">โครงสร้างพลังงานถูกทำลาย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ซัพพลายตึงตัว ราคาน้ำมันอ้างอิงขยับขึ้น</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คนไทยโดนเด้ง 2 ต่อ ดีเซลส่อทะลุ 60 บาท/ลิตร</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ก๊าซธรรมชาติ (LNG) นำเข้ายากขึ้น</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าพุ่ง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ฐานค่าไฟแพงขึ้น บิลสิ้นเดือนเมษาเตรียมพุ่ง</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">กองทุนน้ำมันฯ แบกหนี้มหาศาล</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">แม้ราคาน้ำมันโลกเริ่มลดลงในอนาคต</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันไทยไม่ลงตาม ต้องจ่ายแพงเพื่อใช้หนี้กองทุน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=slQ-7QNvCkw&amp;t=1s" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.youtube.com/watch?v=slQ-7QNvCkw&amp;t=1s</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nationthailand.com/news/general/40064616" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nationthailand.com/news/general/40064616</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.nationthailand.com/news/general/40064685" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.nationthailand.com/news/general/40064685</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2924210" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2924210</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.thairath.co.th/news/society/2924591" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.thairath.co.th/news/society/2924591</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272390" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272390</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://today.line.me/th/v3/article/VxXnJyl" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://today.line.me/th/v3/article/VxXnJyl</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.naewna.com/inter/957100" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.naewna.com/inter/957100</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.naewna.com/business/956937" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.naewna.com/business/956937</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.facebook.com/beartai/posts/%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.facebook.com/beartai/posts/%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.shale24.com/en/oil-gas/israel-strikes-south-pars-petrochemical-complex-taking-85-of-irans-petrochemical-export-capac" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.shale24.com/en/oil-gas/israel-strikes-south-pars-petrochemical-complex-taking-85-of-irans-petrochemical-export-capac</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.military.com/daily-news/2026/04/06/israel-hits-irans-south-pars-petrochemical-plant-mediators-float-new-ceasefire-pr" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.military.com/daily-news/2026/04/06/israel-hits-irans-south-pars-petrochemical-plant-mediators-float-new-ceasefire-pr</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.techflowpost.com/en-US/newsletter/119015" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.techflowpost.com/en-US/newsletter/119015</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://boereport.com/2026/04/06/saudi-arabia-hikes-arab-light-crude-prices-for-asia-to-record-high-premium/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://boereport.com/2026/04/06/saudi-arabia-hikes-arab-light-crude-prices-for-asia-to-record-high-premium/</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.investing.com/news/commodities-news/hsbc-raises-2026-brent-oil-price-forecast-to-80-per-barrel-93CH-4552264" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.investing.com/news/commodities-news/hsbc-raises-2026-brent-oil-price-forecast-to-80-per-barrel-93CH-4552264</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-23/goldman-sachs-raises-oil-forecasts-on-largest-ever-supply-shock" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-23/goldman-sachs-raises-oil-forecasts-on-largest-ever-supply-shock</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.shale24.com/en/oil-gas/israel-strikes-south-pars-petrochemical-complex-taking-85-of-irans-petrochemical-export-capac" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.shale24.com/en/oil-gas/israel-strikes-south-pars-petrochemical-complex-taking-85-of-irans-petrochemical-export-capac</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/saudi-oil-premium-hike-impact-thailand/">หากซาอุดีฯ ขึ้นค่าพรีเมียมน้ำมัน 7 เท่า ค่าครองชีพของไทยจะเป็นอย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/saudi-oil-premium-hike-impact-thailand/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติดโซลาร์ลดค่าไฟ 70% + ลดภาษี 2 แสน! SENA ปรับบ้านสู่ระบบจัดการพลังงานยุคใหม่</title>
		<link>https://www.thesignals.net/sena-solar-home-ev-ecosystem-tax-deduction/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/sena-solar-home-ev-ecosystem-tax-deduction/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Apr 2026 14:40:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Press Release]]></category>
		<category><![CDATA[Green Living]]></category>
		<category><![CDATA[Net Billing]]></category>
		<category><![CDATA[SENA]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลดหย่อนภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์ภาคประชาชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=2264</guid>

					<description><![CDATA[<p>SENA ขานรับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะแนวทางการส่งเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/sena-solar-home-ev-ecosystem-tax-deduction/">ติดโซลาร์ลดค่าไฟ 70% + ลดภาษี 2 แสน! SENA ปรับบ้านสู่ระบบจัดการพลังงานยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">SENA ขานรับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะแนวทางการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการผลักดันโซลาร์เซลล์สำหรับภาคประชาชนในรูปแบบไม่เกิน 10 กิโลวัตต์อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผู้บริโภคทั่วไป นโยบายนี้มาพร้อมมาตรการภาษีลดหย่อนสูงสุด 200,000 บาท รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และแนวทางรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินผ่านระบบ Net Billing เพื่อนำไปลดค่าไฟในรอบบิลถัดไป ซึ่งสะท้อนความพยายามของภาครัฐในการบรรเทาภาระค่าครองชีพด้านพลังงานในระยะยาว</span></p>
<h2><b>ติดโซลาร์ลดค่าไฟ 70% + ลดภาษี 2 แสน! SENA ปรับบ้านสู่ระบบจัดการพลังงานยุคใหม่</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-2286" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/41414_10_11zon.webp" alt="ติดโซลาร์ลดค่าไฟ 70% + ลดภาษี 2 แสน! SENA ปรับบ้านสู่ระบบจัดการพลังงานยุคใหม่" width="1200" height="1500" title="ติดโซลาร์ลดค่าไฟ 70% + ลดภาษี 2 แสน! SENA ปรับบ้านสู่ระบบจัดการพลังงานยุคใหม่" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/41414_10_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/41414_10_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/41414_10_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/41414_10_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/41414_10_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/41414_10_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมของผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่เผชิญกับแรงกดดันทั้งต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นและกำลังซื้อที่อ่อนแรงจากค่าครองชีพ SENA มองว่าโจทย์ไม่ใช่แค่ “ขายบ้าน” แต่คือ “ทำให้คนยังมีบ้านได้จริงและมีชีวิตที่ยั่งยืน” ซึ่งจำเป็นต้องเชื่อมต่อระหว่างที่อยู่อาศัยกับระบบพลังงานที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว</span></p>
<h3><b>โซลาร์ฯ กลายเป็นฐานธุรกิจหลักของ SENA</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">SENA เดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นมาตรฐานทุกหลัง ช่วยให้ลูกบ้านเริ่มต้นชีวิตด้วยค่าไฟที่ต่ำตั้งแต่วันแรก พร้อมกันนั้น บริษัทยังขยายบริการติดตั้งโซลาร์ไปยังภายนอกโครงการผ่าน SENA Solar Energy ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี และให้บริการครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้บริโภคที่อยู่ในโครงการ ระบบสามารถต่อยอดได้หลากหลาย เช่น การเพิ่มขนาดระบบ ติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อใช้พลังงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน หรือการเชื่อมต่อกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อให้การใช้พลังงานในบ้านและการเดินทางเชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียวกัน ซึ่งเป็นการวางพื้นฐานให้ “บ้าน” ไม่ใช่แค่โครงสร้างคอนกรีต แต่เป็น “ระบบที่จัดการพลังงาน” ที่ต่อเนื่องและยืดหยุ่น</span></p>
<h3><b>Ecosystem “Green Product &amp; Lifestyle” ของ SENA</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่า 2 ปีที่ผ่านมา SENA ได้ปรับ Ecosystem ของตัวเองให้มุ่งเน้น Green Product and Lifestyle มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤต ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และโซลาร์เซลล์ บริษัทดำเนินงานผ่าน SENA Solar Energy ผู้บุกเบิกติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้โครงการเสนา และ SENA Green Automotive ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า OMODA &amp; JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL แบบครบวงจรทั้งศูนย์บริการและศูนย์ซ่อมสีตัวถัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การวาง Ecosystem นี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกเส้นทาง “สีเขียว” ได้ตั้งแต่ต้น เช่น ซื้อบ้านเสนาที่ติดตั้งโซลาร์และรองรับ EV Ready หรือติดตั้งโซลาร์เพิ่มเติมเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐ รวมถึงเลือกซื้อรถ EV เพิ่มเติมในภายหลังเพื่อเชื่อมการใช้พลังงานในบ้านและการเดินทางเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร</span></p>
<h3><b>นโยบายรัฐและ Net Billing ช่วยยืดหยุ่นทางการเงิน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รัฐบาลเตรียมส่งเสริมโซลาร์ฯ สำหรับภาคประชาชนไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ผ่านมาตรการลดภาษีสูงสุด 200,000 บาท พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและระบบ Net Billing ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนเกินไปขายกลับให้ไฟฟ้า แล้วนำเงินที่ได้ไปหักค่าไฟในรอบบิลถัดไป สำหรับบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมหลายหลัง การติดตั้งระบบโซลาร์ขนาด 3–10 กิโลวัตต์ สามารถช่วยลดค่าไฟประมาณ 30–70% ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟและเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะยาว ค่าไฟที่ต่ำลงจะลดภาระดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่ต้องหักจากเงินเดือนเดือนละๆ ทำให้พอร์ตการเงินของครัวเรือนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งในแง่การชำระเงินกู้บ้านและค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ที่มีหนี้ครัวเรือนในระดับสูง จุดนี้จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วย “ลดต้นทุนคงที่” แทนการพึ่งพาเพียงการลดใช้จ่ายแบบรัดตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพยังคงกดดันอยู่ต่อเนื่อง แนวโน้มที่ “บ้าน + โซลาร์ + EV” จะกลายเป็นแพ็กเกจมาตรฐานของคนซื้ออสังหาฯ รุ่นใหม่ดูเป็นไปได้สูง สำหรับผู้ที่วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 5–10 ปีข้างหน้า การตั้งคำถามว่า “บ้านหลังนี้รองรับ Solar และ EV Ready หรือไม่” อาจกลายเป็นจุดตัดสินใจหลัก เหมือนกับที่ “ทำเล” และ “แปลงที่ดิน” เคยเป็นจุดตัดสินใจเมื่ออดีต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาพรวม SENA ไม่ได้เพียงแค่ “ตามกระแส” แต่กำลังใช้โอกาสด้านพลังงานสะอาดและมาตรการรัฐเป็นช่องทางสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ที่ผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย โซลาร์ และรถยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ซึ่งหากได้รับแรงส่งเสริมจากรัฐอย่างต่อเนื่อง โครงสร้าง “บ้านแวดล้อมด้วยพลังงานสะอาด” อาจกลายเป็นมาตรฐานของตลาดอสังหาฯ ภาคกลาง–ต่างจังหวัดในไม่เกิน 1 ทศวรรษ</span></p>
<h3><b>ตารางสรุป 3 Step พลิกชีวิต ติดโซลาร์กับ SENA คุ้มกี่ต่อ?</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><b>หัวข้อความคุ้มค่า</b></td>
<td><b>รายละเอียดที่ได้รับ</b></td>
<td><b>ผลประโยชน์ระยะยาว</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>1. มาตรการรัฐ</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด </span><b>200,000.-</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">คืนทุนไว ลดภาระภาษีประจำปี</span></td>
</tr>
<tr>
<td><b>2. ระบบ Net Billing</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ขายไฟส่วนเกินคืนรัฐ หักลบในบิลถัดไป</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ลดค่าไฟรายเดือน </span><b>30-70%</b></td>
</tr>
<tr>
<td><b>3. EV Ecosystem</b></td>
<td><span style="font-weight: 400;">บ้านรองรับ EV Ready + บริการรถ EV</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">เชื่อมต่อการเดินทางเข้ากับพลังงานบ้าน</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/sena-solar-home-ev-ecosystem-tax-deduction/">ติดโซลาร์ลดค่าไฟ 70% + ลดภาษี 2 แสน! SENA ปรับบ้านสู่ระบบจัดการพลังงานยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/sena-solar-home-ev-ecosystem-tax-deduction/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เช็คราคาของสดอะไรขึ้นบ้างหลังราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด  รับมืออย่างไรเมื่อต้นทุนพุ่ง</title>
		<link>https://www.thesignals.net/update-fresh-food-prices-bang-khae/</link>
					<comments>https://www.thesignals.net/update-fresh-food-prices-bang-khae/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กองบรรณาธิการ THE SIGNALs]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2026 04:55:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดบางแค]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาของสดวันนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาผักสดวันนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาหมูสามชั้นล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาไข่ไก่ล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[อัปเดตราคาตลาดสด]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มราคาสินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยรัฐจ่ายตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thesignals.net/?p=1859</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่สองของปีอย่างเป็นทางการ การติดตามคว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/update-fresh-food-prices-bang-khae/">เช็คราคาของสดอะไรขึ้นบ้างหลังราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด  รับมืออย่างไรเมื่อต้นทุนพุ่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่สองของปีอย่างเป็นทางการ การติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องอัปเดตกันอย่างใกล้ชิด วันนี้ เราจะพามาวิเคราะห์ข้อมูลราคาสินค้าเกษตรและของสดประจำวัน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก “</span><a href="https://www.facebook.com/thairath/posts/pfbid0oGP1rfVSY4Q4PaTJX1iCMF5Bp7QcqgUrfWebxu1kPvwH3MXmMurfubRCvbM2fomBl" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">ไทยรัฐจ่ายตลาด</span></a><span style="font-weight: 400;">” ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงกลไกตลาดที่กำลังปรับตัวรับมือกับสภาพแวดล้อมและฤดูกาลใหม่ที่กำลังมาถึง</span></p>
<h2><b>เช็คราคาของสดอะไรขึ้นบ้างหลังราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด  รับมืออย่างไรเมื่อต้นทุนพุ่ง</b></h2>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1870" src="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/4353_5_11zon.webp" alt="เช็คราคาของสดอะไรขึ้นบ้างหลังราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด  รับมืออย่างไรเมื่อต้นทุนพุ่ง" width="1200" height="1500" title="เช็คราคาของสดอะไรขึ้นบ้างหลังราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด  รับมืออย่างไรเมื่อต้นทุนพุ่ง" srcset="https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/4353_5_11zon.webp 1200w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/4353_5_11zon-240x300.webp 240w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/4353_5_11zon-819x1024.webp 819w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/4353_5_11zon-768x960.webp 768w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/4353_5_11zon-750x938.webp 750w, https://www.thesignals.net/wp/wp-content/uploads/2026/04/4353_5_11zon-1140x1425.webp 1140w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสำรวจความเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก พบว่ามีของสดที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นจำนวน 3 รายการสำคัญ ซึ่งการขยับตัวของราคามีที่มาที่ไปจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเกษตรที่สมเหตุสมผล โดยมีรายละเอียดเชิงลึกดังต่อไปนี้</span></p>
<h3><b>หมูสามชั้น ความต้องการสูงในตลาดยังคงผลักดันราคา</b></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เรามาดูที่เนื้อหมูส่วนยอดฮิตอย่างหมูสามชั้นกันก่อน ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ราคาหมูสามชั้นเพิ่มขึ้น จาก 140 บาท (ราคาวันที่ 7 มี.ค.) เป็น 165 บาท ซึ่งหากเจาะดูรายละเอียดความเคลื่อนไหวจะพบว่า ราคาได้เพิ่มขึ้นมาอีก 5 บาท จากวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา </span><b>นอกจากนี้</b><span style="font-weight: 400;"> หากมองลึกลงไปถึงปัจจัยสนับสนุน ข้อมูลจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติและกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ส่งผลให้สุกรเกิดภาวะความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ทำให้สัตว์เติบโตช้ากว่าปกติ ผนวกกับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ยืนระยะในระดับสูง จึงทำให้ปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ระบบตลาดมีการปรับสมดุล ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของราคาที่ขยับขึ้นตามหลักอุปสงค์และอุปทานของตลาดเนื้อสัตว์</span></li>
</ul>
<h3><b>ซี่โครงหมู ขยับตัวตามกลไกต้นทุนฟาร์ม</b></h3>
<ul>
<li><b>ถัดมา</b><span style="font-weight: 400;"> ในส่วนของซี่โครงหมู ก็มีการเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางเดียวกัน โดยราคาซี่โครงหมูจาก 115 บาท (ราคาวันที่ 7 มี.ค.) เป็น 125 บาท ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมาอีก 5 บาท จากวันที่ 27 มี.ค. เช่นเดียวกัน </span><b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> การปรับตัวของราคาซี่โครงหมูยังเป็นภาพสะท้อนของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ภาพรวมที่กำลังบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม ผู้ประกอบการฟาร์มจำเป็นต้องปรับราคาหน้าฟาร์มเพื่อให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในการดูแลระบบระบายความร้อนในโรงเรือน เพื่อคงมาตรฐานและคุณภาพของเนื้อหมูให้สดสะอาดพร้อมส่งตรงถึงมือผู้บริโภคทุกคน</span></li>
</ul>
<h3><b>ไข่ไก่เบอร์ 2 ผลกระทบจากสภาพอากาศต่อผลผลิต</b></h3>
<ul>
<li><b>ในขณะเดียวกัน</b><span style="font-weight: 400;"> วัตถุดิบสามัญประจำบ้านที่ขาดไม่ได้อย่างไข่ไก่ก็มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน โดยราคาไข่ไก่เบอร์ 2 ราคาเพิ่มขึ้น จากเดิมแผงละ 110 บาท เป็น 120 บาท </span><b>อย่างไรก็ตาม</b><span style="font-weight: 400;"> การปรับฐานราคาของไข่ไก่นั้นถือเป็นพลวัตที่คาดการณ์ได้ในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน เนื่องจากสรีรวิทยาของสัตว์ปีกจะได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้แม่ไก่กินอาหารน้อยลงและให้ผลผลิตลดลงตามธรรมชาติ การขยับราคาขึ้นจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถรักษาสภาพคล่องและมีกำลังในการดูแลฟาร์มต่อไปได้ ท่ามกลางการเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</span></li>
</ul>
<h3><b>สรุปตารางเปรียบเทียบราคาผัก-เนื้อ (ระหว่างวันที่ 7 มี.ค. กับ 1 เม.ย. 2569)</b></h3>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">หมวดหมู่</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">รายการสินค้า</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาก่อน</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ราคาหลัง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ส่วนต่าง (บาท)</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">เนื้อสัตว์</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กุ้ง 30 ตัว</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">250</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">260</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กุ้ง 35 ตัว (แกะ)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">230</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">240</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ตับหมู</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">70</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">80</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หมูสามชั้น</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">140</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">165</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+25</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หมูบด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">110</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">130</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+20</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">หมูสันนอก/สันคอ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">120-125</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">140-145</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+20</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ซี่โครงหมู/คอหมูย่าง</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">115-150</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">125-170</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10-20</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">อกไก่/ปีกปลาย/เครื่องในไก่</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">60-110</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">80-115</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+5-20</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">น่องสะโพก/ตีนไก่</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">65-85</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">75-95</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">ผักสด</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ต้นหอม/ผักชี/ขึ้นฉ่าย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">60-80</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">90</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10-30</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ผักกาดหอม</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">35</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">45</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กะเพรา/โหระพา</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">40-50</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">45-60</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+5-10</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กะหล่ำปลี</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">10</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">14</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+4</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ถั่วฝักยาว/ถั่วพู</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">25-60</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">35-80</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+5-20</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">มะนาว (ต่อลูก)</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">3</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">6</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+เท่าตัว</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">กระเทียมไทย</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">80</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">95</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+15</span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-weight: 400;">อื่นๆ</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">น้ำมันพืช</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">43</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">50</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+7</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ไข่ไก่เบอร์ 2</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">110</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">120</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10</span></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td><span style="font-weight: 400;">ถุงพลาสติก</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">35-46</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">45-56</span></td>
<td><span style="font-weight: 400;">+10</span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><b>หมายเหตุ:</b><span style="font-weight: 400;"> สำรวจราคาสินค้าจาก &#8220;ตลาดบางแค&#8221;</span></p>
<p><b>หมวดเนื้อสัตว์ ขยับขึ้นยกแผงตามต้นทุนฟาร์ม</b></p>
<p><b>นอกจาก</b><span style="font-weight: 400;">หมูสามชั้นและซี่โครงหมูที่ได้กล่าวไปแล้ว </span><b>ในส่วนของ</b><span style="font-weight: 400;">ชิ้นส่วนอื่นๆ ก็ปรับฐานราคาขึ้นในทิศทางเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>เนื้อหมู:</b><span style="font-weight: 400;"> หมูบดปรับเพิ่มขึ้น 20 บาท (จาก 110 เป็น 130 บาท) ตับหมูเพิ่ม 10 บาท (จาก 70 เป็น 80 บาท) และหมูสันนอก/สันคอ ปรับเพิ่ม 20 บาท (จาก 120-125 เป็น 140-145 บาท)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>สัตว์ปีก:</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มเนื้อไก่มีการขยับตัวตามกลไกทดแทน อกไก่/ปีกปลาย/เครื่องในไก่ เพิ่มขึ้น 5-20 บาท (จาก 60-110 เป็น 80-115 บาท) ขณะที่น่องสะโพก/ตีนไก่ ปรับเพิ่ม 10 บาท (จาก 65-85 เป็น 75-95 บาท)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>อาหารทะเล:</b> <b>ยิ่งไปกว่านั้น</b><span style="font-weight: 400;"> กุ้งสดก็มีการปรับราคาขึ้นเล็กน้อยตามรอบการจับและต้นทุนการขนส่ง โดยกุ้ง 30 ตัว ปรับเพิ่ม 10 บาท (จาก 250 เป็น 260 บาท) และกุ้ง 35 ตัวแบบแกะเปลือก เพิ่ม 10 บาทเช่นกัน (จาก 230 เป็น 240 บาท)</span></li>
</ul>
<p><b>หมวดผักสด ผลกระทบจากฤดูแล้งดันราคาพุ่ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมวดพืชผักทางการเกษตรกันบ้าง จะเห็นได้ว่าปัจจัยด้านสภาพอากาศร้อนและปริมาณน้ำฝนที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดสด ทำให้ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกรายการ</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผักสวนครัวและเครื่องเทศ:</b><span style="font-weight: 400;"> กลุ่มต้นหอม/ผักชี/ขึ้นฉ่าย ปรับเพิ่มขึ้นถึง 10-30 บาท (จาก 60-80 กระโดดไปที่ 90 บาท) กะเพรา/โหระพา เพิ่มขึ้น 5-10 บาท (จาก 40-50 เป็น 45-60 บาท) ส่วนกระเทียมไทยปรับเพิ่ม 15 บาท (จาก 80 เป็น 95 บาท)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ผักใบและผักทานผล:</b><span style="font-weight: 400;"> ถั่วฝักยาว/ถั่วพู ปรับเพิ่ม 5-20 บาท (จาก 25-60 เป็น 35-80 บาท) ผักกาดหอม เพิ่ม 10 บาท (จาก 35 เป็น 45 บาท) และกะหล่ำปลีขยับขึ้น 4 บาท (จาก 10 เป็น 14 บาท)</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ที่น่าจับตามองที่สุดคือ</b><span style="font-weight: 400;"> ราคามะนาว ที่ปรับตัวสูงขึ้น </span><b>เพิ่มขึ้นเท่าตัว</b><span style="font-weight: 400;"> จากเดิมลูกละ 3 บาท ทะยานขึ้นเป็นลูกละ 6 บาท ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ปกติของตลาดมะนาวในช่วงหน้าแล้งที่ผลผลิตมักจะขาดแคลนและออกผลน้อยกว่าปกติ</span></li>
</ul>
<p><b>หมวดสินค้าอื่นๆ ต้นทุนแฝงที่ขยับตัว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานอื่นๆ ก็มีการปรับตัวรับกับโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป น้ำมันพืชปรับเพิ่มขึ้น 7 บาท (จาก 43 เป็น 50 บาท) </span><b>และที่น่าสนใจคือ</b><span style="font-weight: 400;"> แม้กระทั่งต้นทุนของบรรจุภัณฑ์อย่าง ถุงพลาสติก ก็ยังมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 10 บาท (จาก 35-46 เป็น 45-56 บาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนการผลิตและขนส่งในภาพรวมที่พ่อค้าแม่ค้าต้องแบกรับ</span></p>
<h3><b>สรุปแนวโน้มอนาคต</b></h3>
<p><b>โดยสรุปแล้ว</b><span style="font-weight: 400;"> การปรับตัวของราคาสินค้าแบบยกแผงตามข้อมูลของไทยรัฐจ่ายตลาดในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นวงจรปกติของระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกอุปสงค์อุปทาน (Demand &amp; Supply) โดยมีปัจจัยทางฤดูกาล โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อนจัดและภัยแล้ง เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์ลดลงชั่วคราว</span></p>
<p><b>และ</b><span style="font-weight: 400;">เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น ปริมาณผลผลิตจะกลับมาสมบูรณ์และเติมเต็มเข้าสู่ระบบตลาดอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าค่อยๆ ปรับฐานลงมาสู่จุดสมดุล </span><b>ดังนั้น</b><span style="font-weight: 400;"> การติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเลือกใช้วัตถุดิบทดแทนตามฤดูกาล จึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้บริโภคทั่วไป ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ที่สุด</span></p>
<p><b>ท้ายที่สุด</b><span style="font-weight: 400;"> การที่หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ควรลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และหารือร่วมกับกลุ่มผู้เลี้ยงอย่างต่อเนื่องเพื่อหาแนวทางบริหารจัดการระบบซัพพลายเชน เชื่อมั่นได้ว่าปริมาณสินค้าจะกลับมาหมุนเวียนในตลาดอย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งระบบนิเวศการเกษตรและผู้บริโภคในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจาก </span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><a href="https://www.facebook.com/thairath/posts/pfbid0oGP1rfVSY4Q4PaTJX1iCMF5Bp7QcqgUrfWebxu1kPvwH3MXmMurfubRCvbM2fomBl" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.facebook.com/thairath/posts/pfbid0oGP1rfVSY4Q4PaTJX1iCMF5Bp7QcqgUrfWebxu1kPvwH3MXmMurfubRCvbM2fomBl</span></a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net/update-fresh-food-prices-bang-khae/">เช็คราคาของสดอะไรขึ้นบ้างหลังราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด  รับมืออย่างไรเมื่อต้นทุนพุ่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.thesignals.net">The Signals</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.thesignals.net/update-fresh-food-prices-bang-khae/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
