หากพูดถึงเครื่องมือที่ช่วยจับชีพจรตลาดทุนได้อย่างแม่นยำ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ล่าสุดมีข้อมูลที่น่าจับตามองอย่างมากจากการแถลงข่าวของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ซึ่งได้เผยแพร่ล่าสุด ให้เห็นโมเมนตัมเชิงบวกที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยรายละเอียดที่เราสามารถนำมาวิเคราะห์ต่อยอด
ส่องทิศทางหุ้นไทย 2569 (FETCO) ความเชื่อมั่นพุ่งเกณฑ์ร้อนแรง โอกาสทองที่ห้ามพลาด

ปรากฏการณ์ความเชื่อมั่นพุ่งทะลุปรอท สู่เกณฑ์ ร้อนแรงอย่างมาก ก่อนอื่นเราต้องมาดูภาพรวมที่เกิดขึ้นจากการเปิดเผยของนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งได้ระบุถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 20-31 พฤษภาคม 2569 ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างสร้างความคึกคักให้กับตลาดทุนไทยพอสมควร เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (ICI) ที่มองไปในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” (ช่วงค่าดัชนี 160-200) โดยทำระดับได้สูงถึง 163.65
ปัจจัยหลักที่เข้ามาเป็นแรงหนุน (Drivers) นักลงทุนส่วนใหญ่เทน้ำหนักให้กับแนวโน้มการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด ตามมาด้วยกระแสการไหลเข้าของเงินทุน (Fund Flow) และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่กำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ในขณะเดียวกัน แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่ย่อมมีประเด็นที่นักลงทุนยังคงนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การถดถอยของสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ รองลงมาคือเรื่องของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังคงมีความผันผวน และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด
สแกนพฤติกรรมและความเชื่อมั่นรายกลุ่ม : ต่างชาติจัดเต็มบวก 50%
เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดรายกลุ่มนักลงทุน ผลสำรวจ ณ เดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความหวังที่ฟื้นตัวขึ้นแบบยกแผง โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนทุกกลุ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดังนี้
- กลุ่มนักลงทุนบุคคล : ปรับเพิ่มขึ้น 34.4% มาอยู่ที่ระดับ 120.95 (เกณฑ์ร้อนแรง)
- กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ : ปรับเพิ่มขึ้น 28.6% มาอยู่ที่ระดับ 128.57 (เกณฑ์ร้อนแรง)
- กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ : ปรับเพิ่มขึ้น 36.4% มาอยู่ที่ระดับ 150.00 (เกณฑ์ร้อนแรง)
- กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ : ถือเป็นไฮไลต์สำคัญด้วยการปรับเพิ่มขึ้นถึง 50.0% ทะยานสู่ระดับ 200.00 ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
นอกจากนี้ การจัดอันดับความน่าสนใจของหมวดธุรกิจ (Sector) ก็มีความชัดเจน โดยหมวดธุรกิจที่ดึงดูดเม็ดเงินและน่าสนใจมากที่สุดในสายตานักลงทุน คือ หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ซึ่งสอดรับกับเทรนด์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับโลก ในทางกลับกัน หมวดธุรกิจที่นักลงทุนมองว่าไม่น่าสนใจมากที่สุดในเวลานี้คือ หมวดแฟชั่น
เจาะลึก SET Index พฤษภาคม 2569 เมื่อปัจจัยในและนอกประเทศประสานเสียง
ยิ่งไปกว่านั้น หากเราถอยออกมาดูภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 จะพบว่า SET Index สามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยปิดสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ระดับ 1,568.37 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.00% จากเดือนก่อนหน้า พร้อมกับปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่หนาแน่นถึง 66,479 ล้านบาท
ความน่าสนใจอยู่ที่เม็ดเงินจากต่างชาติ โดยในเดือนดังกล่าว นักลงทุนต่างชาติกลับมามียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 3,366 ล้านบาท ส่งผลให้เมื่อนับตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date) นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทะลุไปถึง 20,004 ล้านบาท
แรงหนุนจากต่างประเทศ (Global Catalysts) ปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้กระดานเทรดคึกคัก มาจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงการผ่อนคลายความตึงเครียดด้านสงครามการค้าและมาตรการภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน สิ่งเหล่านี้เป็นตัวเร่งให้กระแสเงินทุน (Fund Flow) เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย
แรงหนุนจากในประเทศ (Domestic Catalysts) สำหรับปัจจัยในบ้านเรา แรงส่งสำคัญมาจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยประจำปี 2569 ขยับขึ้นสู่ระดับ 2.1% จากเดิมที่ประเมินไว้ 1.5% (อ้างอิงกรอบแนวคิดการประเมินภาวะเศรษฐกิจ: ธนาคารแห่งประเทศไทย) ผนวกกับมุมมองเชิงบวกจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ที่ประเมินว่าประเทศไทยเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือต่อภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีเยี่ยม ปัจจัยเหล่านี้ผนึกกำลังกันสร้างปราการความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
เช็คลิสต์ปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะถัดไป
ถึงแม้โมเมนตัมจะมาดี แต่เส้นทางข้างหน้ายังมีจุดที่ต้องคอยมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด
มิติระดับโลก (International Factors)
- ทิศทางผลการเจรจายุติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- การประชุม Fed เพื่อกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตัวเลขนี้จะชี้นำทิศทางของ Fund Flow ในตลาดเกิดใหม่โดยตรง
- พลวัตของเศรษฐกิจจีน ซึ่งส่งผลกระทบชิ่งมายังภาคการส่งออกและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- ประเด็นสำคัญด้านการค้าโลก คือการที่สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 (Section 301 of the Trade Act of 1974) โดยเตรียมขึ้นภาษีกับ 60 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งอาจครอบคลุมถึงการเสนอเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจากสินค้าส่งออกไทยทุกประเภท (อ้างอิงข้อมูลพื้นฐานกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ: Office of the United States Trade Representative – USTR)
มิติในประเทศ (Domestic Factors)
- ความคืบหน้าและการออกฤทธิ์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ
- การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะเม็ดเงินที่มาจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
- การปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (Earnings Revision) ภายหลังจากที่ผ่านพ้นช่วงฤดูกาลประกาศงบไตรมาสแรกไปแล้ว
รุ่งอรุณแห่งโอกาส : บทเรียนจากกระดานเทรดที่เราต้องก้าวผ่าน
ท้ายที่สุดแล้ว ตัวเลขและสถิติทั้งหมดที่สะท้อนผ่านดัชนี FETCO ที่พุ่งทะยานทะลุเกณฑ์ร้อนแรงอย่างมากนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้นกราฟที่ขยับขึ้นลงบนหน้าจอ แต่มันคือภาพสะท้อนของ “ความหวังและความเชื่อมั่น” ที่หลอมรวมกันจากนักลงทุนทุกสารทิศ แม้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงเรายังต้องเผชิญกับคลื่นลมจากความไม่แน่นอนระดับโลกหรือแรงเสียดทานจากเศรษฐกิจในประเทศ ทว่าการที่สถาบันและนักลงทุนต่างชาติยังคงเลือกที่จะเทเม็ดเงินกลับเข้ามา ย่อมเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า ท่ามกลางความท้าทาย มักจะมี “โอกาส” ซ่อนตัวอยู่เสมอสำหรับผู้ที่พร้อมและเตรียมตัวมาอย่างดี
การเดินทางของตลาดทุนไทยในครึ่งปีหลัง จึงเป็นเหมือนบททดสอบความแข็งแกร่งของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวนักลงทุนเอง หากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจถูกอัดฉีดได้ตรงจุด และปัจจัยภายนอกประเทศเริ่มคลี่คลายตามคาด รุ่งอรุณแห่งโอกาสครั้งใหม่ที่หลายคนเฝ้ารอก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน
ตารางสรุป : ทิศทางตลาดทุนไทย 2569 โอกาส ความท้าทาย และเทรนด์ที่ต้องรู้
| 📌 ประเด็นสำคัญ | 📝 สรุปข้อมูลเชิงลึก (พฤษภาคม 2569) |
| ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่น | ทะยานสู่ระดับ 163.65 (เกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”) |
| แรงหนุนสำคัญ (Drivers) | ความขัดแย้งทั่วโลกลดลง, เงินทุนไหลเข้า, รัฐออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ |
| ปัจจัยที่ต้องระวัง (Drags) | ภาวะเศรษฐกิจในประเทศถดถอย, ความผันผวนระหว่างประเทศ |
| กลุ่มทุนที่มาแรงที่สุด | กลุ่มทุนต่างชาติ ปรับความเชื่อมั่นเพิ่มสูงสุดถึง +50.0% |
| หมวดธุรกิจสุดฮอต (น่าสนใจสุด) | เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) |
| หมวดธุรกิจที่แผ่วลง (ไม่น่าสนใจสุด) | แฟชั่น (FASHION) |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน









