เมื่อพูดถึงอาหารทะเลบนจานอาหารของเรา หลายคนอาจจะโฟกัสไปที่รสชาติหรือความสดใหม่ ทว่าเบื้องหลังของอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกนั้นเต็มไปด้วยห่วงโซ่อุปทานที่มีความซับซ้อนเป็นอันดับต้นๆ ของโลก บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความภาคภูมิใจในฐานะผู้นำด้านการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืน พร้อมกับเปิดตัว รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและอิมแพคระดับโลกที่เกิดขึ้นจริง
เปิดความสำเร็จ 10 ปี ไทยยูเนี่ยน ดันปลาทูน่ายั่งยืน ส่งต่อทะเลให้คนรุ่นหลัง
ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ นับตั้งแต่ที่ไทยยูเนี่ยนได้ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืนเมื่อปี 2558 แบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตั้งเป้าหมาย แต่ได้ลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถวัดผลได้ผ่านตัวเลขที่น่าสนใจ

ถอดรหัสตัวเลขความสำเร็จในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่า
เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนและเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง นี่คือ ความก้าวหน้าสำคัญของไทยยูเนี่ยนที่อัปเดต ล่าสุด
- 99.9% ของปลาทูน่าที่บริษัทจัดหา มาจากแหล่งประมงที่มีความรับผิดชอบ
- 100% ของปลาทูน่าในห่วงโซ่อุปทาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงเรือประมงหรือกลุ่มเรือประมง (ครอบคลุมทั้งรูปแบบดิจิทัลและเอกสาร)
- 95% ของปลาทูน่าในห่วงโซ่อุปทาน มีการติดตามตรวจสอบขณะออกเดินเรือในทะเล เพื่อรับประกันความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นอิสระ
- 99% ของปลาทูน่าที่จัดหา มาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานระดับโลกอย่าง Marine Stewardship Council (MSC) รวมถึงส่วนที่อยู่ระหว่างการประเมิน หรืออยู่ในโครงการพัฒนาการประมง
- 99% ของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่า อยู่ภายใต้โครงการดูแลสวัสดิการแรงงาน (Fisher Work & Welfare) และการตรวจประเมินตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานบนเรือประมง (Vessel Code of Conduct)
- 100% สามารถปฏิบัติตามมาตรการของมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (ISSF) ได้อย่างครบถ้วน โดยมีหน่วยงานอิสระเข้ามาร่วมยืนยัน
- 100% ปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาค (RFMO) ได้ครบถ้วน ซึ่งหมายถึงการปราศจากการจัดหาปลาทูน่าจากเรือที่อยู่ในบัญชีดำด้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU)
คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจไว้ว่า “อาหารทะเลถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชากรหลายพันล้านคนทั่วโลก การดูแลท้องทะเลให้ยังคงความอุดมสมบูรณ์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารทะเลสู่อนาคตที่ยั่งยืน การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยนตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน การส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตร ตลอดจนความมุ่งมั่นในการเดินหน้าสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย เราภูมิใจกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น และยังคงมุ่งยกระดับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมปกป้องมหาสมุทร ส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และดูแลให้ปลาทูน่ายังคงเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นถัดไป”
ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยกลยุทธ์ SeaChange
ความสำเร็จทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ ยิ่งไปกว่านั้น ไทยยูเนี่ยนได้ร้อยเรียงเป้าหมายเหล่านี้ไว้ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนระดับโลกที่เรียกว่า SeaChange® คุณ อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร ของไทยยูเนี่ยน ได้ขยายความถึงอินไซต์เบื้องหลังว่า “การผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมทูน่านั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งความพยายาม ความมุ่งมั่น และความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ซึ่งนับเป็นงานที่ท้าทายเพราะทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญ นับตั้งแต่กระบวนการพัฒนาปรับปรุงการประมง การตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ทวนสอบมาตรฐาน ตลอดจนการดูแลสวัสดิภาพของแรงงานบนเรือประมง ซึ่งไทยยูเนี่ยนได้ขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในมิติดังกล่าว และเรายังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง”
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ SeaChange® ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของปลาทูน่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการจัดหากุ้งอย่างมีความรับผิดชอบ, การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบคาร์บอนต่ำ, การเก็บกู้อุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในทะเล (Ghost Gear), การผลักดันด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน, การฟื้นฟูระบบนิเวศทั้งบนบกและในทะเล ตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับสวัสดิภาพของแรงงานควบคู่ไปกับการส่งเสริมชุมชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
นอกจากนี้ หากอ้างอิงจากมุมมองของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เน้นย้ำไว้อย่างชัดเจนว่า การขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) ไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็น “ทางรอด” ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน (อ้างอิง: ความสำคัญของ ESG ต่อการดำเนินธุรกิจ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
เครื่องการันตีความสำเร็จบนเวทีระดับโลก
ผลจากการทำงานอย่างหนักตลอดสิบปี ส่งผลให้ในปี 2568 ไทยยูเนี่ยนยังคงรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำบนเวทีโลกได้อย่างสวยงาม
- กวาดคะแนน 89 จาก 100 ในการประเมิน Corporate Sustainability Assessment ของ S&P Global
- ครองอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI)
- คว้าผลประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ประจำปี 2568 ในระดับ A- ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำ (Leadership)
ทั้งหมดนี้ คือ ภาพสะท้อนของการลงมือทำจริง ที่ช่วยผลักดันให้ทั้งอุตสาหกรรมตื่นตัว และเดินหน้าสู่อนาคตที่อุดมสมบูรณ์ไปพร้อมกัน (สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานฉบับเต็มได้ที่thaiunion.com/sustainability)
ส่งต่อลมหายใจแห่งท้องทะเล สู่จานอาหารของเจเนอเรชันถัดไป
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของความยั่งยืน ไม่ใช่แค่เอกสารรายงานประจำปี หรือตัวเลขสวยๆ บนตารางสถิติ แท้จริงแล้วมันคือเรื่องของ “ชีวิต”
ลองจินตนาการถึงอนาคตในอีก 20 หรือ 30 ปีข้างหน้า วันที่เด็กๆ รุ่นใหม่ยังคงมีโอกาสได้สัมผัสกับความหลากหลายทางชีวภาพใต้ท้องทะเล ได้ทานอาหารทะเลที่ปลอดภัย ปราศจากการกดขี่แรงงาน และรับรู้ว่าทรัพยากรเหล่านี้ถูกดึงมาใช้อย่างให้เกียรติธรรมชาติ สิ่งที่ไทยยูเนี่ยนพยายามสร้างตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การปกป้องธุรกิจให้อยู่รอด ทว่ามันคือการต่อลมหายใจให้กับมหาสมุทรที่เป็นดั่งบ้านหลังใหญ่ของพวกเราทุกคน
การทิ้งอวนเก่าลงทะเลให้น้อยลง การดูแลชีวิตลูกเรือให้ปลอดภัยขึ้น และการทำให้แน่ใจว่า ปลาทุกตัวมาจากแหล่งที่ไม่ทำร้ายระบบนิเวศ… จุดเล็กๆ เหล่านี้กำลังถักทอเป็นคลื่นลูกใหญ่แห่งการเปลี่ยนแปลง ที่ท้ายที่สุดแล้ว มันจะหวนกลับมาดูแล “คน” และ “โลก” ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างร่มเย็นตลอดไป
ตาราง : ถอดรหัสตัวเลข 10 ปี “ทูน่ายั่งยืน” ของไทยยูเนี่ยน
| มิติความยั่งยืน | สัดส่วนความสำเร็จ | รายละเอียดอินไซต์ที่น่าสนใจ |
| แหล่งที่มาของปลาทูน่า | 99.9% | มาจากแหล่งประมงที่มีความรับผิดชอบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม |
| การตรวจสอบย้อนกลับ | 100% | เช็กได้ถึงเรือประมงต้นทาง ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและเอกสาร |
| มาตรฐานระดับโลก (MSC) | 99% | ได้รับรองตามมาตรฐาน หรืออยู่ในโครงการพัฒนาการประมง |
| สวัสดิการแรงงาน | 99% | ดูแลคุณภาพชีวิตลูกเรือผ่านโครงการ Fisher Work & Welfare |
| ความโปร่งใสในทะเล | 95% | ติดตามตรวจสอบอย่างเป็นอิสระขณะออกเดินเรือ มั่นใจได้ 100% |
| มาตรฐาน ISSF & RFMO | 100% | ปฏิบัติตามเกณฑ์สากล ไร้การทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) เด็ดขาด |









