การร่วงลงอย่างรุนแรงของราคาทองคำจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่จนกดดันให้บรรดาสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่บนวอลล์สตรีทต้องเรียงคิวกันออกมาปรับลดเป้าหมายราคากันขนานใหญ่ ภาพรวมของตลาดโลหะมีค่าในปี 2026 กำลังถูกวาดภาพใหม่ทั้งหมดจากสามปัจจัยหลัก นั่นคือ ท่าทีที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และความต้องการของนักลงทุนที่เริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด
ช็อกกระดาน! ราคาทองร่วงหลุด $4000 สถาบันการเงินแห่หั่นเป้า เกิดอะไรขึ้น?
Goldman Sachs ได้ตัดสินใจปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำช่วงสิ้นปีลงถึง $500 มาอยู่ที่ระดับ $4,900 ต่อออนซ์ โดยนักวิเคราะห์ระดับท็อปอย่าง ลีนา โทมัส (Lina Thomas) และ ดาน สตรุยเวน (Daan Struyven) ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เฟดอาจจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเลยตลอดทั้งปีนี้ และได้ขยับกรอบเวลาการคาดการณ์ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยครั้งแรกออกไปไกลถึงเดือนมิถุนายน ปี 2027

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน Deutsche Bank ก็ขยับตามด้วยการหั่นตัวเลขคาดการณ์ลงสูงสุดถึง 22% โดย ไมเคิล ซูห์ (Michael Hsueh) นักวิเคราะห์จากทางค่าย ได้ประเมินเป้าหมายใหม่ไว้ที่ $4,300 ต่อออนซ์ในไตรมาสที่สาม และ $4,800 ในไตรมาสที่สี่ ขณะเดียวกันค่าย ING ก็ไม่รอช้าที่จะหั่นมุมมองเชิงบวกของตัวเองลงเช่นกัน โดยปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำในไตรมาสที่สามลงมาเหลือ $4,300 และไตรมาสที่สี่เหลือ $4,600 (จากเดิมที่เคยให้เป้าไว้สูงถึง $4,850 และ $5,000 ตามลำดับ)
จุดเปลี่ยนเกม เมื่อภาพจำสลับขั้ว
การพาเหรดกันออกมาปรับลดความน่าจะเป็นในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับทิศทางอย่างสิ้นเชิง (Dramatic Reversal) เมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่สถาบันการเงินต่างๆ ต่างแข่งขันกันเพื่อดันเป้าหมายราคาให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ หากย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ Deutsche Bank ยังคงยืนยันเป้าหมายสิ้นปีไว้ที่ $6,000 ในขณะที่ Bank of America เคยคาดการณ์อย่างมั่นใจว่าราคาทองคำมีโอกาสแตะระดับดังกล่าวได้ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ราคาทองคำเคยทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดใกล้ระดับ $5,600 ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนมกราคม ก่อนที่จะเข้าสู่โหมดปรับฐานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลากยาวมาจนถึงปัจจุบันและได้ลบมูลค่าของตัวเองหายไปแล้วเกือบ 29%
ปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดการร่วงลงระลอกล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เมื่อราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ทิ้งตัวลงทะลุแนวรับสำคัญที่ระดับ $4,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2025 การร่วงลงครั้งนี้ถูกกดดันอย่างหนักจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับความคาดหวังที่พุ่งสูงขึ้นว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป หรืออาจถึงขั้นถูกปรับ “ขึ้น” อีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ การโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาอธิบายข้อกำหนดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับกรอบข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยิ่งเป็นตัวเร่งที่ทำให้ค่าพรีเมียมจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ลดฮวบลง ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำหดตัวตามไปด้วย
สองมุมมองที่สวนทาง ใครยังสู้ต่อ ใครขอถอยก่อน?
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกสถาบันจะยอมจำนนต่อแรงกดดันนี้ JPMorgan Chase ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งด้วยการคงเป้าหมายช่วงสิ้นปีไว้ที่ $6,000 เช่นเดียวกับ Wells Fargo ที่ยังคงมุมมองเดิมตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยคาดการณ์กรอบราคาไว้ที่ $6,100 ถึง $6,300 ในขณะที่ Bank of America แม้จะเริ่มมีท่าทีที่อ่อนลง แต่ก็ยังไม่ทิ้งมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดยตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนผ่านจาก “ความคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะลด” ไปสู่ “นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น” นั้น ได้ “ลดอัปไซด์ (โอกาสปรับตัวขึ้น) ของราคาทองคำลงประมาณ 50%”
ฝั่งของกองทุน ETF ทองคำก็เริ่มสะท้อนภาพความต้องการที่อ่อนแอลงเช่นกัน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กองทุนที่มีทองคำแท่งหนุนหลังอาจต้องเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง หากตลาดยังคงซึมซับการคาดการณ์เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ทางด้าน โอเล ฮานเซน (Ole Hansen) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Saxo Bank ได้ออกมาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า หากราคายังคงติดหล่มและเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับ $4,000 เป็นเวลานาน อาจเป็นตัวจุดชนวนให้เกิด “แรงเทขายที่ขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัมระลอกใหม่”
ทั้งนี้ ทิศทางในระยะสั้นอาจต้องไปตัดสินกันที่มาตรวัดอัตราเงินเฟ้อตัวโปรดของเฟด อย่างดัชนี PCE ที่มีกำหนดประกาศในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาว่า แรงกดดันด้านราคาที่เกิดขึ้นจะพอมีช่องว่างให้ธนาคารกลางผ่อนปรนท่าทีลงได้บ้าง หรือจะยิ่งเป็นตัวตอกย้ำนโยบายสายเหยี่ยวที่ได้คว่ำกระดานขาขึ้นของราคาทองคำในปีนี้ไปจนหมดสิ้น
บทสรุป : เมื่อทองคำเข้าสู่บททดสอบครั้งสำคัญ ท่ามกลางโลกดอกเบี้ยสูงและความไม่แน่นอน
สุดท้ายแล้ว การร่วงลงของราคาทองคำจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จนหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไม่ได้เป็นเพียงการปรับฐานของสินทรัพย์ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมุมมองตลาดที่มีต่อนโยบายการเงินโลก โดยเฉพาะความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนจากความหวังเรื่องการผ่อนคลายนโยบาย มาเป็นความกังวลว่ายุคดอกเบี้ยสูงอาจยืดเยื้อกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
การที่สถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งทยอยปรับลดเป้าหมายราคาทองคำลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยพื้นฐานของตลาดกำลังเปลี่ยนไป ทั้งแรงหนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และความต้องการลงทุนในทองคำที่เริ่มชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสถาบันที่เชื่อว่าทองคำยังคงมีศักยภาพในระยะยาว โดยมองว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและหนี้สาธารณะทั่วโลกยังเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในอนาคต
สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนเช่นนี้อาจไม่ใช่การคาดเดาว่า ราคาทองคำจะลงลึกหรือฟื้นตัวได้เร็วเพียงใด แต่คือ การติดตามปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญอย่างเงินเฟ้อ ทิศทางดอกเบี้ย และการเคลื่อนไหวของค่าเงินอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารความเสี่ยงและจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม เพราะในโลกการลงทุน ไม่มีสินทรัพย์ใดที่ปรับตัวขึ้นได้ตลอดเวลา และทุกการปรับฐานมักเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งความอดทนและวินัยของนักลงทุนเสมอ
ตารางสรุป : สถาบันยักษ์ใหญ่ปรับเป้า “ราคาทองคำ” หลังหลุด $4,000
| สถาบันระดับโลก | เป้าหมายเดิม (ปลายปี) | เป้าหมายใหม่ (ปลายปี) | มุมมอง / ทิศทางหลัก |
| Goldman Sachs | สถิติเดิมก่อนหน้า | $4,900 | คาด Fed ไม่ลดดอกเบี้ยยาวถึงปีหน้า |
| Deutsche Bank | $6,000 | $4,800 | หั่นเป้าแรงสุด ยอมถอยตามสภาวะตลาด |
| ING | $5,000 | $4,600 | ปรับลดตามเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น |
| JPMorgan Chase | $6,000 | $6,000 | ยืนหยัดเป้าเดิม ไม่หวั่นความผันผวน! |
| Wells Fargo | $6,100 – $6,300 | $6,100 – $6,300 | มองข้ามช็อต ยังเชื่อมั่นในระยะยาว |
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนม
อ้างอิงจาก
- https://beincrypto.com/gold-below-4000-2026/
- https://www.kitco.com/news/article/2026-06-22/bank-america-says-gold-can-still-hit-6000-just-not-anytime-soon
- https://www.reuters.com/business/gold-etfs-could-see-fresh-outflows-rising-bets-fed-monetary-tightening-2026-06-24/
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-19/goldman-sachs-lops-500-off-gold-target-on-no-fed-cuts-this-year?embedded-checkout=true
https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-23/deutsche-bank-cuts-gold-forecasts-up-to-22-as-bulls-temper-view?embedded-checkout=true - https://goldsilver.com/industry-news/goldsilver-news/goldman-sachs-gold-target-cut-jpmorgan-divergence/
- https://www.nationalgoldgroup.com/blog/gold-price-forecast-2026-banks-are-forecasting-6000-and-more/








